ผู้ตรวจการแผ่นดิน จัดกิจกรรมตอบแทนสังคม มอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์กีฬาแก่ 2 โรงเรียน จ.สุโขทัย

          วันที่ 29 สิงหาคม 2562 ณ สำนักงานเทศบาลสุโขทัยธานี จังหวัดสุโขทัย นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม OSR ตอบแทนสังคม “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เราทำความดีด้วยหัวใจ” (Ombudsman Social Responsibility) มุ่งขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล

          ภายในงานดังกล่าวมี ดร.ปรีชา แก้วกอ รองนายกเทศมนตรีเมืองสุโขทัยธานี ให้เกียรติเป็นผู้กล่าวต้อนรับเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีนางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ เป็นผู้กล่าวรายงาน จากนั้นเป็นพิธีเปิดและบรรยายให้ความรู้เรื่อง “หน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน” โดย นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สมาชิกสภาเทศบาล ผู้บริหารและคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี จำนวนกว่า 100 คน ได้รับทราบ

          นอกจากนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 6 เครื่อง เครื่องพิมพ์เอกสาร (Printer) จำนวน 2 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์กีฬา และตู้กดน้ำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่นักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล และโรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสังเวียน สายใหม ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลเมืองสุโขทัย และนางอัมพวัน สายใหม รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดไทยชุมพล เป็นผู้รับมอบ

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 39 จังหวัดสุโขทัย

          เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานเปิดงานสัมมนาโครงการ “ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 39” ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในจังหวัดสุโขทัย เพื่อบูรณาการแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และประชาชน ณ โรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์ รีสอร์ท แอนสปา จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยให้การตอนรับ

          โดยการจัดสัมมนาในครั้งนี้ มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดกำแพงเพชร เข้าร่วมจำนวน 600 คน
พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า การจัดงานสัมมนาโครงการ “ผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 39 ในครั้งนี้เพื่อเผยแพร่บทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินในรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่ปี 2543 – 2560 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ให้แก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และสื่อมวลชนได้รับทราบ พร้อมทั้ง ร่วมกันหารือกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ เพื่อหาแนวทางแก้ไขความทุกข์ร้อนให้แก่ประชาชน ด้วยหลักธรรมาภิบาล

          สำหรับกิจกรรมใจภาคเช้า ประกอบไปด้วย การบรรยายพิเศษ หน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยนายสมบูรณ์ ฐาปนดุล ผู้ตรวจการแผ่นดิน จากนั้นจะเป็นการบรรยาย เรื่อง ความสำคัญของการบริโภควิตามินโฟลิก เอซิด โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง พรสวรรค์ วสันต์ นายกสมาคมเพื่อเด็กพิการแต่กำเนิด (ประเทศไทย) และในภาคบ่ายจะเป็นการเสวนาในหัวข้อ หน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 จากนั้นจะปิดท้ายด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินพบสื่อมวลชน กลไกเพื่อสิทธิของประชาชน ทั้งนี้ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้จัดพื้นที่รับบริการรับเรื่องร้องเรียนแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาบริเวณด้านหน้าห้องจัดงานด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

มุกดาหาร # สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร มอบทุนการศึกษา 36 ทุน และถวายพระพุทธองค์ นวกุลกาญจนภาส ณ ลานธรรม ลำน้ำโขง ดอนตาล

          สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร มอบทุนการศึกษาเรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์จำนวน 36 ทุนๆละ 1,000 บาท และถวายพระพุทธองค์ นวกุลกาญจนภาส เป็นพระพุทธรูปหินทราย ปรางดีดน้ำมนต์ ประดิษฐานบริเวณลานธรรมลำน้ำโขง อ.ดอนตาล เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชา

          เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ บริเวณลานธรรม ลำน้ำโขง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร โดย นย.มณีรัตน์ นวกุลกาญจนภาส นายกสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร ในพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน ที่เรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย มีจิตอาสา สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ให้แก่สถานศึกษา และขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 36 ทุนๆละ 1,000 บาท จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนดอนตาลวิทยา 17 ทุน โรงเรียนชุมชนดอนตาล 14 ทุน และโรงเรียนชุมชนเทศบาลดอนตาล 5 ทุน พร้อมถวายพระพุทธองค์ นวกุลกาญจนภาส โดยมีนาย เอกอมร ศรีลาศักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลดอนตาล สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาล คณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ตลอดจนชาวบ้านดอนตาลให้การต้อนรับ

          นย.มณีรัตน์ นวกุลกาญจนภาส นายกสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาทำบุญและสร้างกุศล มีวัตถุประสงค์ถวายพระพุทธองค์ นวกุลกาญจนภาส เพื่อมาประดิษฐาน ที่บริเวณลานธรรม ลำน้ำโขง เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชาและขอพร และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอดอนตาล นอกจากนี้ยังได้มอบทุนการศึกษา ให้แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่อยากจน จำนวน 36 ทุน ๆ 1,000 บาท โดยได้รับการสนับสนุนจากสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับทุนในการศึกษา เพื่อเป็นกำลังของชาติ บ้านเมือง และเป็นคนดีในสังคม

          สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุนการศึกษาที่นักเรียนได้รับ จากการที่ผู้บริหารและคณะครูได้คัดเลือก จำนวน 36 ทุน ในครั้งนี้ขอให้นักเรียน นำทุนการศึกษาไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขอให้นักเรียนทุกคนประสบความสุข ความเจริญ เป็นเด็กดี ของพ่อแม่ญาติพี่น้อง และเป็นคนดีของคุณครูและสังคมต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

ผู้ว่า​ฯ​กทม. พร้อม​คณะ​ รอให้การต้อนรับ ผู้นำอาเซียน​ฯ เเต่ละประเทศ​ เนื่องในโอกาสเดินทางมาศึกษา​ดูงานที่ประเทศ​ไทย

วันพุธ​ที่​ 28 สิงหาคม 2562 เวลา 09:28 น. พลตำรวจเอก​อัศวิน​ ขวัญ​เมือง​ ผู้ว่า​ฯ​กทม. พร้อมคณะ รอให้การต้อนรับ ผู้นำอาเซียน​ฯ เเต่ละประเทศ​ ในโอกาสเดินทางมาดูงานที่ประเทศ​ไทย บริเวณมิวเซี่ยมสยาม รถไฟฟ้าใต้ดิน เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ผู้ว่า​ราชการ​กรุงเทพ​มหานคร​ พลตำรวจเอก​อัศวิน​_ขวัญ​เมือง​ ผู้นำ​อาเซียน​ฯ​ #ศึกษา​ดูงาน​ บริเวณ​มิวเซี่ยมสยาม #เขตพระนคร Now_ทำจริง_เห็นผล​จริง​


ภาพ/เนื้อข่าว
ธีรพล ปลื้ม​ถนอม​ “พนักงานเทศกิจ ส.1 เขตพระนคร” รายงาน

กอ.รมน. ผนึกกำลัง วช. ดึงผลงานวิจัยและนวัตกรรม สร้างชุมชนเข้มแข็ง

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่ 28 สิงหาคม 2562 เวลา 14.30 น. ณ สวนรื่นฤดี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร​ : กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม โดยการประสานและบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ในการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปขยายผล ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และชุมชน เพื่อการพัฒนา/แก้ไขปัญหา พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

          ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำฐานข้อมูลและดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ การริเริ่ม ขับเคลื่อนและประสานการดำเนินงาน

          โครงการวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ การจัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย การส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรม และการให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณหรือยกย่องบุคคล หรือหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และโดยที่ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานความมั่นคงที่มีภารกิจและหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และดูแลประสานงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงเพื่อประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ

          กอ.รมน. และ วช. จึงเห็นพ้องต้องกันในอันที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้ชุมชนเข้มแข็ง และเป็นการสานต่อตามแนวพระราชดำริ ในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา ร่วมกับองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้ จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่

          ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ในครั้งนี้ โดยผ่านกลไกการดำเนินงานของศูนย์ประสานการปฎิบัติของ กอ.รมน. มีเป้าหมายในการดำเนินงานร่วมกัน 3 ปี​ สำหรับการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้​ โดยมี​ พลเอก ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร,ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,พลโทธเนศ กาลพฤกษ์ รองเลขาธิการ กอ.รมน.,พลโทกนก ภู่ม่วง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน.,พลโทกิตติธัช บุพศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน.,พลโทอรรถพร เป้าประจักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กอ.รมน.,พลโทเรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน.,พลโทวาสิฎฐ์ มณีโชติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กอ.รมน. และ​ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมลงนาม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.1 บุกรวบเทรนเนอร์ต่างชาติ หล่อล่ำ คาฟิตเนสดาราดัง กลางกรุง และจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญคดีค้ามนุษย์ สมาชิกแก๊งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

         วันนี้ วัน​พุธ​ที่​ 28 ส.ค.62 เวลา 13.30 น.ณ​ ห้องประชุมชั้น​ 4​ อาคาร​ 1​ สตม.(สวน​พลู)​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์​ ​ประยูร​ศิริ​ ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รองผบก. ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุม ดังนี้

คดีที่ 1 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม 1.MR.CHRISTOPHER อายุ 26 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส 2. MR.GABOR อายุ 28 ปี สัญชาติ ฮังการี และ 3.MR. CIRO อายุ 33 ปี สัญชาติ อิตาลี ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานเมื่อวันที่ 22 ส.ค.62 เหตุเกิดที่ บริษัท ฮอตแมน แฟคตอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ การจับกุมในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 สืบทราบว่าบริษัทฮอตแมน แฟคตอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเป็นสถานที่ออกกำลังกายครบวงจรหรือฟิตเนส สำหรับผู้ใช้บริการทั่วไป ตั้งอยู่ย่านธุรกิจสำคัญ อาร์ ซี เอ. โดยมีครูฝึกหรือเทรนเนอร์ทั้งคนไทยและคนต่างชาติคอยให้การดูแลแนะนำแก่ผู้มาใช้บริการ ซึ่งทุกคนจะต้องเป็นผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาดี เพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการฟิตเนส ดังกล่าว

          เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมฯ ยังสืบทราบอีกว่าเทรนเนอร์ชาวต่างชาติบางรายทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้รวบรวมข้อมูลและแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบ จนทราบแน่ชัดว่ามีการจ้างคนต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุม ขณะเข้าตรวจสอบพบผู้ใช้บริการจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียงมาใช้บริการรวมอยู่ด้วย ในส่วนของพนักงาน นอกจากพนักงานคนไทยแล้วยังพบผู้ถูกจับทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นคนต่างชาติ กำลังทำงานอยู่โดยทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์ฝึกสอนแนะนำควบคุมการออกกำลังกายให้กับผู้มาใช้บริการ จากการตรวจสอบชาวต่างชาติทั้ง 3 ราย ชื่อ MR.CHRISTOPHER อายุ 26 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส MR.GABOR อายุ 28 ปี สัญชาติ ฮังการี และ MR.CIRO อายุ 33 ปี สัญชาติ อิตาลี ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีเอกสารแสดงการได้รับอนุญาตทำงาน

          จากการสอบถามพนักงานและตรวจสอบเอกสาร​ ทราบว่า ฟิตเนสดังกล่าวมี ลูกตาล ชโลมจิตร ดารานางแบบชื่อดังในอดีตเป็นเจ้าของ ซึ่งปกติจะมีดารา นายแบบ นักแสดง นักร้องมาใช้บริการเป็นประจำ แต่ขณะเจ้าหน้าที่ฯเข้าตรวจ ลูกตาล ชโลมจิตร ไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป ส่วน MR.CHRISTOPHER อายุ 26 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส MR.GABOR อายุ 28 ปี สัญชาติ ฮังการี และ MR. CIRO อายุ 33 ปี สัญชาติ อิตาลี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และทำการจับกุมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม นายอยู้โซบ หรือบ่าว อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระนอง ที่ จ.77/2562 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดฐานค้ามนุษย์, ได้มีการกระทำความผิดตามที่ได้สมคบโดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อจะเอาคนลงเป็นทาสหรือมีฐานะคล้ายทาส นำเข้าหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พามาจากที่ใด ซื้อ ขาย จำหน่าย โดยได้กระทำแก่บุคคลเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี, ร่วมกันโดยทุจริต รับไว้ หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, ร่วมกันนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆให้คนต่างด้าวที่ เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นการจับกุม และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และได้ลงมือกระทำความผิดฐานมีส่วนในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”

          การจับกุมในคดีนี้สืบเนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ได้สืบทราบว่า นายอยู้โซบ หรือบ่าว สัญชาติไทย อายุ 42 ปี ผู้ต้องหารายสำคัญหนึ่งในสมาชิกแก๊งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติคดีค้ามนุษย์ ซึ่งมีพฤติการณ์ในการลักลอบขนคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเข้ามาในราชอาณาจักร ทางจังหวัดระนองและส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยนายบ่าวทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อประสานงาน และรับคนต่างด้าวไปส่งตามจุดนัดหมาย นายบ่าวมีที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดระนอง แต่หลังจากถูกออกหมายจับ นายบ่าวจะอาศัยอยู่ในเรือและจะขึ้นบกเป็นครั้งคราว เพื่อป้องกันการติดตามและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่มีที่พักพิงเป็นหลักแหล่งที่แน่นอน จนเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ทราบข้อมูลว่านายบ่าวจะขึ้นจากเรือมาทำธุระที่ตัวเมืองจังหวัดระนอง จึงได้เดินทางลงไปประสาน ตม.จ.ระนอง เพื่อร่วมกันวางแผนจับกุม และจัดกำลังเฝ้ารอ และติดตาม จนเมื่อถึงเวลาผู้ต้องหาเดินทางมาตามที่วางแผนไว้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมซึ่งแฝงตัวได้เฝ้าสังเกต จนแน่ชัดว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม และส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.สุขสำราญ จ.ระนอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ระดมกวาดล้างจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย และได้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวผู้กระทำผิดใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน หรือใช้เป็นฐานที่มั่นในการกระทำผิด

และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โปรดแจ้งให้ทราบทาง สายด่วน 1178

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส ประกาศยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทยภายใต้นโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายในปี พ.ศ.2570

เทสโก้ โลตัส ประกาศยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย​ภายใต้นโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายในปี พ.ศ.2570 เนื้อหมูบรรจุแพ็คทั้งหมดจะมาจากแม่หมูที่เลี้ยงแบบรวมกลุ่ม (group housing) แทนการเลี้ยงแบบยืนซอง

          ภายในปี พ.ศ. 2571 ไข่ไก่ทุกฟองจะมาจากแม่ไก่ที่ไม่ถูกขังกรง (cage-free)
28 สิงหาคม 2562–เทสโก้ โลตัส เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกรายแรกในประเทศไทยที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะจำหน่ายเพียงไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ที่ไม่ถูกขังกรงเท่านั้น (cage-free) ภายในปี พ.ศ.2571 และเนื้อหมูแบบบรรจุแพ็คที่จะมาจากแม่หมูที่เลี้ยงแบบรวมกลุ่มแทนแม่หมูที่เลี้ยงแบบยืนซอง ภายในปี พ.ศ. 2570 การประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทสโก้ โลตัส ในการยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในประเทศไทย ภายใต้นโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Sustainable Sourcing Policy) ของกลุ่มเทสโก้

          มร.คริส โคเมอร์ฟอร์ด ประธานกรรมการฝ่ายพาณิชย์ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัส มุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าคุณภาพสูง ดีต่อสุขภาพ และมีความยั่งยืน ในราคาที่เอื้อมถึงได้ให้กับลูกค้าของเราทุกวัน โดยขับเคลื่อนผ่านนโยบายการจัดหาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติต่อสัตว์ภายในห่วงโซ่อุปทานอย่างมีมนุษยธรรมตลอดวงจรชีวิตสัตว์ เนื้อหมูและไข่ไก่เป็นสินค้าหลักที่มีความสำคัญสำหรับลูกค้าของเราในประเทศไทย เทสโก้ โลตัส เล็งเห็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการจัดหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้เกินกว่าข้อกำหนดและกฎหมายในประเทศไทยเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารและสวัสดิภาพสัตว์ ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าเทสโก้ โลตัส สามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อจากเรานั้นมาจากแหล่งที่ยั่งยืนและจัดหามาอย่างมีจริยธรรม เราหวังว่าการประกาศเจตนารมณ์ของเราในครั้งนี้ จะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในวงกว้างในระดับประเทศ เพื่อที่ผู้บริโภคในประเทศไทยจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนและมีราคาที่เอื้อมถึงได้”

         “ภายในปี พ.ศ. 2571 ไข่ไก่ทุกฟองที่จำหน่ายในเทสโก้ โลตัส จะมาจากแม่ไก่ที่ไม่ถูกขังกรง (cage-free) เราเริ่มต้นการเปลี่ยนไปสู่ระบบการเลี้ยงแม่ไก่แบบไม่ขังกรงตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรคู่ค้าหลักของเราคือแสงทองสหฟาร์ม ในการพัฒนาไข่ไก่ออร์แกนิกที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระและไข่ไก่ cage-free ที่เลี้ยงในโรงเรือน นอกจากไข่ไก่สดแล้ว เทสโก้ โลตัส ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ไข่ไก่พร้อมรับประทานที่มาจากไข่ cage-free เช่นกัน อาทิ ไข่ต้มและไข่ตุ๋น ซึ่งปัจจุบันจำหน่ายในเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าและผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์เพื่อพัฒนาโรดแมปร่วมกันในการเดินทางไปสู่จุดหมายที่วางไว้เพื่อให้ไข่ไก่ทุกฟองที่เราจำหน่ายมาจากแม่ไก่ที่ไม่ขังกรงภายในปี พ.ศ. 2571 ภายใต้โรดแมปนั้น เทสโก้ โลตัส จะเปลี่ยนไข่ไก่ที่บรรจุแพ็คขนาด 10 ฟองทั้งหมดให้มาจากแม่ไก่ที่ไม่ขังกรงภายในปี พ.ศ. 2566 ส่วนเนื้อหมูบรรจุแพ็คทั้งหมดจะมาจากแม่หมูที่เลี้ยงแบบรวมกลุ่ม ยกเลิกการเลี้ยงแบบยืนซอง ภายในปี พ.ศ. 2570”

          “การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือและความมุ่งมั่นอย่างสูงจากพันธมิตรคู่ค้าของเราในการเปลี่ยนจากระบบที่ใช้อยู่ไปสู่ระบบไม่ขังกรง เทสโก้ โลตัส จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรคู่ค้าของเราต่อไป ซึ่งรวมถึงแสงทองสหฟาร์ม เพื่อให้การสนับสนุนที่จำเป็น นอกจากนั้นแล้วเทสโก้ โลตัส ยังขอความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมปศุสัตว์ และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) ทั้งในประเทศและนานาชาติ เพื่อยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์และสร้างการรับรู้ในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง” มร. คริส กล่าวสรุป

          เทสโก้ในสหราชอาณาจักรและยุโรปกลาง ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนไปสู่การจำหน่ายไข่ไก่ที่มาจากแม่ไก่ไม่ขังกรงทั้งหมด ภายในปี พ.ศ. 2568 ทีมงานของเทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยจะเรียนรู้และทำงานอย่างใกล้ชิดกับทีมเทสโก้ในต่างประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนามาตรฐานปศุสัตว์และเทคนิคต่างๆ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย

          ระบบการเลี้ยงแม่หมูแบบรวมกลุ่ม (group housing) เป็นกฎหมายที่บังคับใช้ในสหราชอาณาจักรและยุโรปกลาง ด้วยโครงสร้างกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการเลี้ยงสุกรในประเทศไทยที่แตกต่างจากทวีปยุโรป เทสโก้ โลตัส จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในประเทศเพื่อนำไปสูการยกระดับมาตรฐานในประเทศร่วมกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ปริมาณการขายไข่สดในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งรวมถึงเทสโก้ โลตัส คิดเป็นประมาณ 8% ของตลาดโดยรวมในประเทศ (ที่มาของข้อมูล: นีลเส็น มีนาคม 2561-2562, ข้อมูลการขายของเทสโก้ โลตัส และ กรมปศุสัตว์)
ปัจจุบันเทสโก้ โลตัส มีไข่ไก่จากแม่ไก่ที่ไม่ขังกรง (ทั้งแบบออร์แกนิกและโรงเรือน) ในสาขาขนาดใหญ่ 400 สาขา และมีไข่ไก่ cage-free พร้อมรับประทานจำหน่ายในร้านค้าเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส 550 สาขา โดยมีแผนที่จะขยายให้ครอบคลุมทุกสาขาในอนาคต

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823
E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงานบุญครั้งใหญ่ นำเครื่องอุปโภคบริโภคแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562​

          วันนี้​ วัน​พุธ​ที่​ 28 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น.​ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชยกรุงเทพฯ​ : นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ทำพิธีแจกข้าวสารพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เนื่องในประเพณี​ ทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 กว่า 20,000 ชุด ให้กับประชาชนผู้ยากไร้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เดินทางมารอรับกันอย่างเนืองแน่น โดยสิ่งของที่แจกประกอบด้วย ข้าวสาร,น้ำมันพืช,น้ำปลา,ปลากระป๋อง,บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป,น้ำพริก และเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นๆ โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิฯ ผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก ร่วมในพิธี

         โดยเมื่อวันที่ 4 และ 11 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ทำพิธีแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ณ สุสานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และ คลินิกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว หรือ คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว สาขาโคราช ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้พัฒนาการแจกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ ให้เข้ากับการใช้งานในแต่ละยุคแต่ละสมัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุในการบรรจุสิ่งของที่มูลนิธิฯ ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นถุงผ้า เพื่อลดการใช้พลาสติก อันก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน อีกทั้งให้ผู้รับได้นำไปใช้ประโยชน์ในระยะยาวต่อไป รวมมูลค่าการจัดงานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2562 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 13,950,000 บาท (สิบสามล้านเก้าแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

          นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานกว่า 80 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรก ที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ รวมทั้งมอบให้แก่องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

          ตลอดระยะเวลากว่า 109 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ได้ช่วยกันบริจาค และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลของมูลนิธิฯ ตลอดมา ทำให้มูลนิธิฯ สามารถขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดั่งคำขวัญมูลนิธิฯ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 สายด่วน☎ป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

5 สมาคมสื่อเชื่อม ปชส.และสวท. เพชรบูรณ์จัด “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด”

5 สมาคมสื่อเชื่อม ปชส.และ สวท.เพชรบูรณ์ จัดโครงการเสริมสร้างเครือข่ายสื่อมวลชน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ชูกรณีศึกษาคณะสงฆ์เพชรบูรณ์แก้ปัญหายาเสพติดในวัดอย่างไร

         ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ สมาคมสื่อมวลชนในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวม 5 สมาคม ประกอบด้วย ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน, นายสมัคร โชติวรรณ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบูรณ์ นายบรรหาร บุญเขต นายกสมาคมเครือข่ายหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น, นายวิริทธิ์พล หิรัญรัตน์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์จังหวัดเพชรบูรณ์, นายเสวก ศรลัมพ์ นายกสมาคมเครือข่ายสื่อภูมิภาคและ นายปรีดา สุขสมบูรณ์ นายกสมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็งจังหวัดเพชรบูรณ์

          ซึ่งได้จัดทำโครงการ และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 6 เพื่อดำเนินการในพื้นที่ โดยยกกรณีศึกษาการแก้ไขปัญหายาเสพติดของคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ว่ามีกระบวนการในวางกรอบการปฏิบัติอย่าง เพื่อให้สังคมได้ทราบ ว่าก่อนที่จะมีผู้มาบวชเรียนในพระพุทธศาสนา อันเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในเบื้องต้น นอกจากนั้นยังได้เชื่อมหน่วยงานในพื้นที่คือ นายวิเชียร เหล่าเขตกิจ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ และ นางชมมณี เกตุมุด ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่องค์กรสื่อในพื้นที่สามารถทำกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ร่วมกันได้

          โดยกำหนดจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการภายในเดือน กันยายน 2562 มีกลุ่มเป้าหมายคือพระสงฆ์ทั้งธรรมยุตนิกาย และมหานิกาย ซึ่งเป็นพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะจังหวัด และสื่อมวลชนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสื่อมวลชนจะได้นำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนต่อไป

มนสิชา คล้ายแก้ว

ไม่ทอดทิ้งสังคม !! โรงเรียนสอนตัดผม อจ.พรชัยผู้ตระหนักต่อสังคม สอนให้ทั้งวิชาชีพตัดผมและตัดผมฟรี ให้ชาวชุมชน

https://youtu.be/RJ2qYL9JAP0

         โรงเรียนสอนตัดผม อจ.พรชัย ผู้ตระหนักต่อสังคม ใช่ว่าจะสอนตัดผมเพียงอย่างเดียว แต่สำนึกในสังคม โดยมิให้การสอนวิชาชีพตัดผมต้องเสียเปล่า ทุกวันอาทิตย์ จะนำนักเรียนที่มาเรียนตัดผมทั้งชายหญิง ออกมาฝึกฝนฝีมือและเรียนรู้กับหุ่นจริงๆ ที่มีทั้งเด็กเล็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้ใหญ่ ที่บริเวณชุมชนไร่หนึ่งและใกล้เคียง ที่มานั่งเป็นแบบที่มีชีวิตจริง ให้นักเรียนตัดผม ได้มาลับฝีมือช่างกัน โดยมีชาวชุมชน ชาวบ้าน เด็กนักเรียน มาเป็นแบบกันเนื่องแน่นทุกวันอาทิตย์

          ที่ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนไร่หนึ่ง ทุกวันอาทิตย์ อจ.พรชัย พิศาลสิทธิกุล โรงเรียนสอนตัดผม อจ.พรชัย ตั้งอยู่ที่ตลาดโรงโป๊ะ ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำนักเรียนตัดผม ออกทำกิจกรรม ตัดผมให้กับชาวบ้านและชาวชุมชนไร่หนึ่ง และชุมชนใกล้เคียงแบบ ฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทุกวันอาทิตย์

          โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย ของชาวบ้านและชาวชุมชน ในขณะที่การนำนักเรียนช่างตัดผม ออกมาฝึกปฏิบัตินอกสถานที่ เป็นการฝึกฝีมือให้เกิดความชำนาญ ก่อนจะจบหลักสูตรออกไปประกอบอาชีพตามต้องการ ในขณะที่การออกมาฝึกด้านจะได้สัมผัสกับ แบบหรือหุ่น ที่มีชีวิตจริงๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยภาคปฏิบัติจริงทุกครั้งและทุกขั้นตอน ทุกทรงผม ที่ต้องการ อจ.พรชัย จะคอยดูแล ชี้แนะ อย่างถูกต้องและใกล้ ซึ่งนับเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ทุกฝ่ายได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และขอเชิญชวนทุกท่านที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกับ ศาลาชุมชนไร่หนึ่ง เครือสหพัฒน์ เชิญมารับการตัดผม ฟรี กันได้ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 09.00 น.เป็นต้นไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก