ตราด-พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ราวกับย้อนอดีตเข้าไปใน เหมืองพลอย สมัยรุ่งเรืองเฟื่องฟู

         บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์ เมืองอัญมณี นี้ดูราวกับว่าได้เข้าไปอยู่ในยุคนั้น ยุคที่ผู้คนกำลังสาละวน อยู่กับการ หาพลอย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ในอดีต บรรดานักแสวงหาโชคจากทั่วทุกสารทิศ มุ่งหมายที่จะเข้ามาในพื้นที่นี้ เพื่อต้องการความร่ำรวย จากการที่เข้ามาขุดหาพลอย ค้าขายพลอย

         พิพิธภัณฑ์เมืองอัญมณี ถูกจัดขึ้นให้เสมือนกับเหมืองพลอยในสมัยก่อนนั้น ที่เคยเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ภายในจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเสมือนจริง ในอิริยาบถต่างๆ และวิธีการหาพลอย ขั้นตอนต่างๆในการทำเหมืองพลอย การขุดพลอย ร่อนพลอย การคัดพลอย การเผาพลอย อันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับพลอย จนถึงการคัดสรรค์พลอย จัดแสดงพลอย ที่ล้ำค่าที่สุดของ อ.บ่อไร่ รวมทั้งยังเป็นการบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตการทำพลอย จนกระทั่งมาเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ได้สืบทอด ตลอดจนทั้งเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ปัจจุบันหาดูไม่ได้แล้ว รวมถึงการแต่งกายคนงานขุดพลอย คนเจียระไนพลอย ของพ่อค้าพลอยในสมัยนั้น ที่ถ้ามองผ่านตาก็จะดูออก สีหน้าท่าทาง ที่ออกมาจากหุ่นขี้ผึ้ง ที่กำลังจดจ้องอยู่กับพลอย อยู่กับคนงานทำพลอย ด้วยท่าทางมีความสุข กว่า 60 ปี มาแล้ว ที่ผืนแผ่นดิน แห่งนี้ เต็มไปด้วยทรัพยากรแร่ พลอยต่างๆ หลากหลายชนิด ที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน ทำให้คนแล้วคนเล่า เข้ามา แล้วก็จากไป ปัจจุบัน กลายเป็นความทรงจำ

          และพิพิธภัณฑ์เมืองอัญมณี ก็ได้รวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ไว้ รวมถึง พิพิธภัณฑ์ ภายในวัดหนองบอน ก็มีการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพลอยด้วยเช่นกัน เช่น ชั้น ดิน หิน สำหรับการขุดพลอย ภาพผลิตภัณฑ์ เครื่องประดับที่ทำจากพลอย อีกทั้ง ชาวบ้านยังเชื่อกันอยู่เสมอว่า ภายใต้ผืนดิน ที่มีสิ่งปลูกสร้าง อย่างเช่นบ้านเรือนต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้น ก่อนที่ยุคของเหมืองพลอยเฟื่องฟู ยังมีสิ่งล้ำค่าเหล่านี้ หลงเหลืออยู่ เรื่องราวเหล่านี้ ก็ได้ถูกเล่า ต่อกันมา ควบคู่กับวิถีชีวิต ของการทำพลอย เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีแหล่งศึกษาหาความรู้เรื่องการทำพลอยซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมเพื่ออนุรักษ์เผยแพร่ทำพลอยให้ดำรงสืบไปเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของอำเภอบ่อไร่ในด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์…./

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ จ.ตราด

ตราด บริษัทกลางฯ (MOU) ร่วม โรงพยาบาลกรุงเทพตราด ร่วมเสริมสร้างมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน

บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ร่วมกับ โรงพยาบาลกรุงเทพตราด ลงนามบันทึกข้อตกลงเสริมสร้างมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน

          เวลา 9.00 น. 29 สิงหาคม 2562 ที่ห้องประชุมชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพตราด นายบรรณกี รังสีสุวรรณ ผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ภาคตะวันออก พร้อมด้วย นายแพทย์สมคิด อุดมกิจมงคล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพตราด ร่วมทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ในหัวข้อ ร่วมเสริมสร้าง มาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน โดยมี พ.ต.อ.วิเชียร ยันตรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด นายสาววรรณลดา หรี่จินดา ผู้แทนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด และ นางสาวมุกดา นิลฉวี ผู้แทนประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด นางสาวสุภาพร อินสำโรง ผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สาขาตราด เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน โครงการส่งเสริมมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนนนี้ เป็นโครงการที่ให้ทุกคนมาร่วมดำเนินการสร้างมาตรการองค์กรเพื่อสร้างเกราะคุ้มกัน เป็นการปลูกฝังพฤติกรรมให้พนักงานเกิดความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยให้กับตนเอง

          การลงนามบันทึกข้อตกลง ร่วมเสริมสร้างมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนน เนื่องจากปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนน นับว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายแห่งรัฐว่าด้วยทศวรรษแห่งความปลอดภัย โดยส่งเสริมให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยทางถนนขึ้นเพื่อให้ทุกคนในองค์กร ทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร อันจะเป็นการลดความสูญเสียของบุคลากรในหน่วยงาน โรงพยาบาลกรุงเทพตราดร่วมกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จึงได้จัดโครงการส่งเสริมมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนนขึ้น….

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ จ.ตราด

นครนายก – ชื่นชม 2 พี่น้องเก็บเงินได้ 3,000 ส่งคืนเจ้าของ

https://youtu.be/lfmwwFC9bC0

          ต้องชื่มเด็กชายวัย15 ปี และเด็กหญิงวัย 11ปี สองพี่น้องเก็บเงินได้รีบหาคนช่วยประกาศตามหาเจ้าของ ที่นครนายกเมื่อเวลา 17.00 น. (1ก.ย.62) ผู้สื่อข่าวได้เห็นเฟสบุ๊กส์ขื่อ Tanawat Sueasuai ลงความว่า ต้องชื่นชมเด็กชายและเด็กหญิงเก็บเงินได้3,000 บาทไม่คิดจะเก็บไว้เอง นำมามอบให้กับลุงน้อยฝอยข่าว ประกาศตามหาเจ้าของ จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 80/1 ต.พรหมณี อ.เมือง จ.นครนายกและได้พบกับผู้โพสส์รายนี้ ทราบชื่อ จ.ส.อ.ธนวัฒน์ เสือสวย นักจัดรายการวิทยุสถานี FM.107.50 MHz หลังจากที่โพสถึงเรื่องราวดังกล่าว และได้พบกับเด็กชายทินภัทร แก้วทอง อายุ 15 ปี เด็กหญิงสุรัสวดี ทองลี อายุ 11 ปี ผู้ที่เก็บเงินได้ และส่งคืน นายรัฐธรรมนูญ แพงพุย อายุ 17 ปี ทั้ง 3 คนนี้เป็นเยาวชนทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่บ้านลุงน้อยฝอยข่าวและกำลังนั่งพูดคุยกันพร้อมส่งเงินทั้งหมดจำนวน 3,000 บาทคืนเจ้าของ

          จากที่เด็กชายทินภัทรและเด็กหญิงสุรัสวดี เด็กทั้ง 2คน เล่าว่าตนเองกำลังขับรถจักรยานยนต์พากันไปซื้อขนมบริเวณปากทางหมู่บ้านระหว่างทางได้พบธนบัตรใบละ 1,000 บาท ตกอยู่กลางถนน ห่างกันอยู่ไม่มากนัก ถึง 3 ใบ ทีเเรกจะไม่จอดคิดว่าเป็นแบ๊งค์กาโม่ (แบ๊งค์ปลอม) แต่พอเห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ถึง 2ใบ และรัชกาลที่ 10 อีก1ใบ ก็เลยจอดรถแล้วลงมาเก็บ และได้เดินไปหาลุงน้อยถามว่าลุงน้อยเงินหายหรือเปล่าแต่ลุงน้อยตอบกลับมาว่าไม่หาย พวกหนูจึงบอกลุงน้อยว่าเก็บเงินได้ 3,000 บาท และใหลุงน้อยช่วยประกาศตามหาเจ้าของเงิน เพราะพวกหนูคิดว่าคนที่ทำหายเค้าก็คงเดือดร้อนเหมือนกันอีกอย่างพ่อกับแม่เคยสอนไว้ว่าอย่าลักเล็กขโมยน้อยเก็บเงินได้ให้ส่งคืนเจ้าของเพราะมันไม่ใช่ของเรา

          ทางด้านจ.ส.อ.ธนวัฒน์ เสือสวย นักจัดรายการวิทยุต้องขอชื่นชมเด็กทั้ง 2คน ที่มีน้ำใจนำเงินทั้งหมดมาให้ประกาศตามหาเจ้าของซึ่งตอนนั้นตนเองก็ไม่ได้จัดรายการวิทยุแล้ว จะจัดอีกทีก็เป็นพรุ่งนี้ตอนเช้า ก็จึงช่วยลงเฟสบุ๊กส์ไปก่อนเพื่อตามหาเจ้าของ และต้องขอชมเชยเด็กทั้ง 2 ที่มีความคิดที่ไม่เงินเอามาเป็นของตัวเองเพราะบริเวณตรงที่เด็กทั้ง 2คนเก็บเงินได้นั้นไม่ได้มีกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถเก็บเงินและเอาไปใช้ได้เลยเพราะสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เงิน 3,000 ก็ถือว่าเยอะสำหรับเด็กอายุ แค่นี้ ต้องขอชมเชยและยกย่องและอยากให้ทางจังหวัดมอบโล่เกียรติกับเด็กดีทั้ง 2คนในสังคมต่อไป

          ส่วนนายรัฐธรรมนูญ แพงพุย เผยว่าตอนนั้นตนเองก็ขี่จักรยานยนต์กำลังจะไปตลาดและนำเงินทั้ง 3,000 บาท ที่ตนเองเก็บออมไว้ซื้อโทรศัพท์ใหม่ให้กับตัวเอง แต่พอไปถึงร้านล้วงดูในกระเป๋ากางเกงตัวเองเงินหายไปแล้ว ใจหายเลย และได้ขี่รถตามหาเงินตามทางเรื่อยมาก็ไม่เจอและก็คิดอย่างเดียวคงไม่ได้คืน จากนั้นก็ขี่รถกลับมาบ้านไม่กล้าบอกแม่จนมาได้ยินเค้าคุยกันเรื่องเงินว่ามีเด็กเก็บได้ซึ่งทั้ง 2คนที่เก็บได้ก็อยู่ในระแวกบ้านเดียวกันและได้พากันมาเอาเงินกับลุงน้อยฝอยข่าวที่เด็กทั้ง 2นั้นฝากไว้ให้ช่วยประกาศตามหาเจ้าของ ซึ่งลุงน้อยก็ได้มอบเงินทั้งหมดคืนให้กับตน อย่างไรก็ตามก็ต้องขอชื่นชม เด็กทั้ง 2 คน ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ได้คืนแน่ และจะมอบเงินส่วนหนึ่งให้กับน้องๆไปซื้อขนม ..

สัมภาษณ์ เด็กชายทินภัทร แก้วทอง เด็กหญิงสุรัสวดี ทองลี ผู้เก็บเงินได้
จ.ส.อ.ธนวัฒน์ เสือสวย นักจัดรายการวิทยุ
นายรัฐธรรมนูญ แพงพุย เจ้าของเงิน

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

“บิ๊ก​ต๊ะ” รองผบช.ต​ชด.พา ตชด.เข้าวัดเอาบุญมาฝากทุกๆท่าน

         วันนี้ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 1 กันยายน​ 2562 เวลา 09.00​ น.ณ วัดพระธาตุบังพวน ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.ตชด. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เพิ่มศักดิ์ ตาตะนันทน์ ผกก.ตชด.24, พ.ต.ต.ยุธยา สังแสวง ผบ.ร้อย ตชด.245 หนองคาย​ พร้อมคณะ ร่วมกันทำบุญถวายพระพุทธรูป และภัตตาหารเพล ให้แก่พระสงฆ์ สามเณร ทั้งวัด และร่วมทำความสะอาดโดยรอบวัดพระธาตุบังพวน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ ตามคืนรถให้สองแม่ลูกเป็นใบ้ หลังเอาไปจำนำแล้วถูกเชิดรถ

          วันนี้​ วัน​อาทิ​ตย์ที่​ 1​ ก.ย.62​ เวลา​ 10.30​ น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : น.ส.วราพร เทียมทองหลาง อายุ​ 47​ ปี ชาว​ จ.นครราชสีมา อาชีพนวดแผนโบราณ พร้อมลูกสาวเป็นใบ้ น.ส.ญาณี วงค์ใจ อายุ​ 19​ ปี เข้าขอบคุณ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.หลังสั่งการให้ ร.ต.อ.(หญิง) กัญจิรา นรสาร รองสว.(สอบสวน) ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์​ รถจยย.บก.ป.(ศปจร.ป.) ช่วยติดตามรถที่ไปจำนำไว้กลับมาคืนให้ได้

          พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1​ ส.ค.62​ ผู้เสียหายพร้อมลูกสาวที่เป็นใบ้ เข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ป. ว่า ได้จำนำรถมาสด้า 2 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขอ 5950 นครราชสีมา ไว้ในราคา 40,000 บาท กับนายทุนคนหนึ่งผ่านทางผู้ใหญ่บ้านเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากมีความเดือดร้อนต้องการใช้เงิน หลังจากจำนำไป ได้ทำงานรวบรวมเงินจนครบแล้วโอนเงินไปให้ผู้รับจำนำแต่กลับไม่ได้รถคืน จนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้รถยนต์ในการดูแลลูกสาว เพราะก่อนหน้านี้ให้ลูกนั่งรถจยย.แต่เกิดอุบัติเหตุจึงตัดสินใจซื้อรถ ที่ผ่านมามีความเดือดร้อนอย่างมาก จนเกิดความเครียดตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่พลเมืองดีช่วยกันพาส่งรพ.ได้ทัน เมื่อรักษาตัวดีแล้วได้เดินทางมาแจ้งความกับกองปราบปราม

          ร.ต.อ.(หญิง) กัญจิราฯ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายไม่มีหลักฐานการจำนำ เป็นการจำนำปากเปล่า ไม่มีการทำสัญญาจำนำเอาไว้ จากการสืบสวนพบว่ารถมีการขายต่อกันไปกว่า 7 ทอด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสืบสวนจนสามารถติดตามรถคืนมาให้ได้

          “วันที่ผู้เสียหายมาแจ้งความกับกองปราบฯ​ แล้ว ก็ไม่ยอมกลับบ้านเพราะเดือดร้อนมาก จะขอนอนที่กองปราบปราม จนเจ้าหน้าที่ต้องเกลี้ยกล่อมให้กลับบ้านไปก่อน พร้อมสัญญาจะเร่งติดตามรถคืนมาให้โดยเร็ว ระหว่างที่เจ้าหน้าที่สืบบสวนหารถให้ ผู้เสียหายโทร.มาขอลาตายด้วย บอกว่าจะกินยาฆ่าตัวตายทั้งแม่ลูก จนต้องเกลี้ยกล่อมว่ากำลังจะได้รถกลับคืนมาแล้ว สองแม่ลูกจึงได้ล้มเลิกความคิดฆ่าตัวตาย จนเมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามรถกลับมาได้ สองแม่ลูกถึงได้รีบนั่งรถทัวร์เดินทางมารับรถคืนในวันนี้” ร.ต.อ.หญิง กัญจิราฯ​ กล่าว

          เบื้องต้นผู้เสียหายกล่าวว่า ทำงานเป็นหมอนวดแผนไทยโบราณ ใครเรียกให้ไปนวดก็ไป มีรายได้เฉลี่ยวันละ 400-500​ บาท ที่ผ่านมาเดินทางด้วยจยย.มันลำบากเพราะต้องรับส่งลูก จึงตัดสินใจซื้อรถเก๋ง ปกติจะเอาลูกไว้ที่บ้าน ช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้นำรถไปจำนำเพื่อหาเงินไปทำงานต่างประเทศ แต่ปรากฎว่าไปทำงานที่รัสเซียแล้วติดปัญหาเอกสารที่ ตม.รัสเซีย จนถูกส่งตัวกลับ ที่ผ่านมาหาเงินจ่ายดอกเบี้ยไปแล้ว 4​ เดือน พอจะขอไถ่รถคืนกลับไม่ได้คืน ตอนนั้นเครียดมาก จนคิดฆ่าตัวตาย ไปหาหมอกินยารักษาอาการทางจิตเวช ตนก็ป่วย ลูกก็พิการมีปัญหาดูแลตัวเองไม่ได้ ครั้งหนึ่งลูกหิวมากจนเอาหมูสามชั้นดิบมากิน ตนถึงกับตกใจนึกว่าลูกเป็นปอบ ตอนนั้นยอมรับว่าหมดที่พึ่งมาก ไปขอพึ่งพี่สาวให้ช่วยไถ่รถ กลับไม่ช่วยเหลือ เลยมาที่แจ้งความร้องทุกข์ที่กองปราบปราม พอได้รถคืนรู้สึกดีใจมาก ทำให้มีแรงใจในการมีชีวิตอยู่ต่อไป

          พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจจะขยายผลสืบสวนหาผู้กระทำผิด อยากฝากถึงประชาชนว่า อย่าจำนำรถโดยที่ไม่มีสัญญา ในวงการจำนำรถนั้น หากไม่มีการทำสัญญาผู้รับจำนำจะขายต่อเป็นทอด ๆ จึงอยากฝากถึงประชาชนให้ระวังด้วย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ทีมกู้ภัยร่วมกตัญญู ขับเรือฝ่ากระแสน้ำช่วยอาสากู้ภัย​ ประสบอุบัติเหตุจนแขนหักในระหว่างช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดบนต้นไม้

          ชุดปฎิบัติการทางน้ำเขตบก.เหนือ ของทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจากกรุงเทพ ได้นำกำลังเร่งเข้าพื้นที่หมู่ที่​ 3 บ้านเป้า ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น​ หลังได้รับการประสานขอสนับสนุนทีมเรือเร็ว เข้าพื้นที่ช่วยเหลือนำเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรี​ ที่ได้รับบาดเจ็บแขนหักจากการนำเรือเข้าไปกับเพื่ออาสาอีก​ 9​ คนเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่บนต้นไม้

          ทีมกู้ภัยฯจึงได้เดินทางเข้าพื้นที่พบว่าจุดเกิดเหตุ ต้องใช้เรือในการเข้าพื้นที่แต่ต้องฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวแรง แต่ทีมเรือกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ก็ตัดสินใจนำเรือวิ่งฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว​ และความมืดด้วยความยากลำบาก แต่ก็สามารถทำภารกิจสำเร็จโดยในรอบแรกสามารถนำผู้บาดเจ็บที่แขนหัก และชาวบ้านรวมไปถึงกู้ภัยที่ติดอยู่ 2​ คน รวมเป็น​ 4​ คนซึ่งเหลือคนที่ยังติดอยู่อีก​ 5​ คน ส่งต่อให้รถพยาบาล เพื่อไม่ให้เรือมีน้ำหนักมากเกินไป​ และไม่ให้เกิดอันตราย

          จากนั้นจึงได้กลับไปรับคนที่เหลือเพิ่ม จากการพูดคุยนายสถิตย์ วงศ์ทอง ทีมปฎิบัติการทางน้ำ ที่ทำหน้าที่ขับเรือฝ่ากระแส ว่าไม่รู้สึกหนักใจกับภารกิจในครั้งนี้เพราะมั่นใจในสมรรถนะของเรือ ที่ใช้ในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาตลอด และตนเองไม่ได้ประมาทมีการวางแผนอย่างดี​ ที่สำคัญทีมที่เข้าไปไม่มากจึงไม่ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคอะไร แต่อุปสรรคคือต้องหาทางเข้าพื้นที่ลำบากเพราะมีต้นไม้และสิ่งกีดขวางแถมกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว

          ด้านนายอรุณ อ่ำทองอยู่ อาสาสมัครกู้ภัยสว่างรัตนตรัย​ ที่ได้รับบาดเจ็บจนแขนหัก เล่าให้ฟังว่าตนเองทำหน้าที่ขับเรือเข้าไปกับเพื่อนอาสาฯ​ รวมทั้งหมด​ 9​ คน เพื่อจะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่บนต้นไม้ แต่ปัญหาคือในพื้นที่กระแสน้ำเริ่มไหลเชี่ยวขึ้นเพราะมวลน้ำที่เริ่มไหลมาจากทางเมืองบ้านไผ่ ซึ่งในขณะที่กำลังจะกลับลำเรือเพื่อช่วยชาวบ้านส่วนท้ายเรือได้เข้าไปอยู่ใต้หลังคาบ้าน ที่ต่อเติมออกมา จากนั้นเสาของหลังคาได้ล้มลงจนทำให้หลังคาพังลงมาทับตนกับเรือจนจมน้ำ ส่วนเพื่อนๆก็ตกน้ำ ตนเองก็จมอยู่ในน้ำไม่สามารถขึ้นมาได้เพราะแขนถูกทับระหว่างเรือกับหลังคา จนแทบจะขาดใจแต่สุดท้ายเพื่อนอาสาฯ​ ที่ไปด้วยพยายามช่วยกันยกหลังคาจากนั้นจึงได้กระชากแขนออกจนแขนหัก และขึ้นมาเหนือน้ำได้ ไม่อย่างนั้นตนเองคงจะต้องจมน้ำจนขาดอากาศหายใจในที่สุด สำหรับอาการบาดเจ็บของอาสากู้ภัยมีเพียงคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บจนแขนหักและสำลักน้ำ จากนั้นจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านไผ่ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป

Cr.ภาพ/ข่าว​ ธนาธิป ไชยยศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิร่วมกตัญญู
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบ.ตร. ร่วมงานสถาปนากองปราบฯ​ ครบ 71 ปี ชี้เป็นหน่วยงานที่ทุ่มเท ด้านผู้การกองปราบฯ เน้นเอาคนดีมาอยู่ในหน่วยเพื่องานพัฒนา​ และต่อยอด

          วันนี้​ วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย.62​ เวลา 10.00 น.ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางมาเป็นประธานในพิธีวันสถาปนากองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ครบรอบปีที่ 71 พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.,พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รองผบช.ก. มาร่วมงาน โดยมี พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ตลอดจนข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.ป.ให้การต้อนรับ​ และเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน นอกจากนี้ภายในงานยังมีอดีตผู้บังคับบัญชา อาทิ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์,พล.ต.ต ประยนต์ ลาเสือ เข้าร่วมพิธีในการนี้ด้วย

          พล.ต.ต.จิรภพฯ กล่าวว่า ความสงบสุข ประโยชน์ที่สังคม​ และพี่น้องประชาชนจะได้รับ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ผู้บังคับบัญชาที่ผ่านมาต่างเน้นย้ำ ดังนั้นเรื่องของการนำพาคนดีมาเป็นหัวหน้าหน่วย เป็นเรื่องผู้บังคับบัญชาระดับสูงตระหนัก เมื่อมีคนที่มีฝีมือมาจะเป็นที่ไว้วางใจ เรื่องของการคุ้นคน คุ้นภารกิจ คุ้นสถานที่ เป็นเรื่องที่ต้องมีความต่อเนื่อง มีการสะสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ถึงจะรู้อะไรต่างๆ ได้อย่างกระจ่าง นำหน่วยได้ดี พร้อมทั้งจะพยายามทำตรงนี้ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

          ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ฯ ได้เดินตรวจกองเกียรติยศ จากนั้นจึงมีการมอบโล่รางวัลเกียรติยศสำหรับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น 18 นาย พร้อมทั้งกล่าวว่า กองปราบปรามเป็นหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน อันเนื่องมาจากการทุ่มเททำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งกองปราบฯ คือความภาคภูมิใจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพิธีในวันนี้ จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการตำรวจต่อไป

          สำหรับพิธีการในช่วงเช้านั้นได้มีพิธีสงฆ์และพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ บก.ป.โดย พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัด เข้าร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจที่จะเกษียณอายุราชการและมีการมอบทุนการศึกษา​ “บุตรดีศรีกองปราบ” ให้กับบุตร-ธิดาของข้าราชการตำรวจในสังกัด ที่มีผลการเรียนดี รวม 250 ทุน ในงานมอบทุนมี ด.ญ.พิชญาภา งามสุวิชชากุล หรือ น้องแพร อายุ 12 ปี และ น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือ น้องพลอย อายุ 16 ปี บุตรสาว พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล​ รองผกก. (สอบสวน ) กก. 2 บก.ป. ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต มารับทุนการศึกษาด้วย

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เสมา 3” ลุยโคราช ชูผลิตภัณฑ์ กศน. ตั้งเป้าขายผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่าน Online สร้างอาชีพ สร้างรายได้

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะเปิดเผยภายหลังเยี่ยมชมการดำเนินงานของ สำนักงาน กศน. เพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสทางการศึกษาของประชาชน เมื่อวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2562 ณ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ประจำตำบลแชะ ในความรับผิดชอบของ​ กศน.อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

         ดร.กนกวรรณฯ กล่าวว่า “ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้ให้ความสำคัญในการจัดการศึกษาให้เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ ทุกเวลา นำผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษาให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษามากขึ้น และยังเห็นถึงศักยภาพของชาว กศน. ที่เข้าไปให้การศึกษาเรียนรู้ ฝึกทักษะและอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ สามารถสร้างอาชีพสู่ชุมชนเพื่อมีรายได้ในครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับนโยบายในการสนับสนุนส่งเสริมเพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ของชุมชนพร้อมทั้งจะส่งเสริมการค้าออนไลน์ให้เข้าถึงได้ง่าย และให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะการใช้แพลตฟอร์มสมัยใหม่ ทำให้เข้าถึงกลุ่มตลาดในทุกเพศทุกวัย ในส่วนของอัตรากำลังของข้าราชการ ครู กศน.ทั่วประเทศที่ไม่เพียงพอนั้น ขณะนี้​ ศธ.กำลังดำเนินการพิจารณเกลี่ยอัตรากำลังสำหรับกศน. โดยเบื้องต้นวางเป้าหมายไว้ อำเภอละ 1 คน​ รวมกว่า 900 กว่าอัตราและเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้บุคคลากรของ กศน.จะเปิดโอกาสให้ลูกจ้างของ กศน.เข้ามามีโอกาสเป็นพนักงานราชการต่อไป เพื่อช่วยกันจัดการศึกษาเพื่อประชาชนอย่างทั่วถึง ”

          จากนั้นได้มอบชุดประชาสัมพันธ์ และกระจายเสียงเคลื่อนที่ ให้กับผู้แทนศูนย์การเรียนชุมชน กศน.ตำบล ในพื้นที่อำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย และอำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา รวมจำนวน 28 ชุด เพื่อให้ครู กศน.ใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ให้กับประชาชน ทั้งในและนอกห้องเรียน สร้างโอกาสทางการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่า กศน.ดีเด่น จำนวน 25 คน และเยี่ยมชมนิทรรศการการเรียนรู้และการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน.จังหวัดนครราชสีมา จาก กศน.อำเภอ 32 อำเภอและศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาจังหวัดนครราชสีมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบ.ตร.พร้อม​ น.1​ ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 71 กองบังคับการปราบปราม

          วันนี้​ วันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย.62 เวลา 10.00​น. ณ กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.)​ ลาดพร้าว​ ถ.พหลโยธิน​ กทม.​ : พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เดินทางมาร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 71 กองบังคับการปราบปราม โดยมี พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ให้การต้อนรับ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“โพดุล” สงบ สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เริ่มคลี่คลาย

          สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เริ่มคลี่คลาย ส่วนบ้านเรือนราษฎรในหลายชุมชน และวัด ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ทางเทศบาลเมืองจะลงพื้นที่ประเมินความเสียหายต่อไป ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดวัดที่ศูนย์อุทกวิทยาที่ 3 (มุกดาหาร) อยู่ที่ 9.07 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 3.43 เมตร โดยระดับวิกฤติอยู่ที่ 12.50 เมตร

          เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 62 นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้นายอดุล ศิริมันต์ หัวหน้าป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร นำกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ อปพร. และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือบ้านเรือนราษฎรชุมชนศรีปทุม วัดป่าศิลาวิเวก เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร โดยได้เก็บวาดขยะ ล้างโคลน และขนสิ่งของกลับเข้าบ้าน หลังจากถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร และน้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

          ส่วนลำห้วยสาขา อาทิ ห้วยแข้ และห้วยมุก ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารที่มีน้ำท่วมสูง และเอ่อเข้าท่วมชุมชน น้ำได้ระบายลงสู่แม่น้ำโขง และได้ลดลงต่อเนื่อง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดมุกดาหาร ล่าสุดวัดที่ศูนย์อุทกวิทยาที่ 3 (มุกดาหาร) อยู่ที่ 9.07 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 3.43 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 1 เซนติเมตร โดยระดับวิกฤติอยู่ที่ 12.50 เมตร ปริมาณน้ำฝน 33.5 มม.

          ด้านนาย เดชา แสงสุวรรณ นายสถานีเดินรถมุกดาหาร เปิดเผยว่า วันที่ 1 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น. ทางสถานีเดินรถมุกดาหาร ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในเขตรับผิดชอบเข้าสู่ปกติเส้นทางเดินรถ สามารถเดินรถได้ตามปกติทุกเส้นทาง จุดที่เคยมีน้ำท่วมปริมาณมาก น้ำก็ลดลงแล้วสามารถเดินรถผ่านได้ ดังนั้น การเดินรถบริษัทฯ สายที่ 927 เส้นทาง มุกดาหาร – กรุงเทพฯ ก็จะจัดการเดินรถในเส้นทางปกติ มุกดาหาร -คำชะอี-หนองสูง-กุฉินารายณ์ โพนทอง-ร้อยเอ็ด – กรุงเทพฯ

          อุตุนิยมวิทยาวันนี้ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงมีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์


Cr. ส.ปชส.มุกดาหาร
ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร, / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน