แม่น้ำยมเมืองแพร่ เพิ่มสูงขึ้น ชป.เตรียมพร้อมรับมือตัดยอดน้ำก่อนไหลผ่านเมืองสุโขทัย

          ฝนที่ตกหนักในพื้นที่จังหวัดแพร่ จากอิทธิพลของพายุ “โพดุล” ส่งผลให้แม่น้ำยมตอนบนบริเวณจังหวัดแพร่ มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ก่อนจะไหลลงสู่บริเวณจังหวัดสุโขทัยในลำดับต่อไป กรมชลประทาน เตรียมใช้ประตูระบายน้ำ(ปตร.)บ้านหาดสะพานจันทร์ ควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเมืองสุโขทัย

          ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุ“โพดุล” ส่งผลให้มีฝนตกหนักและตกชุกในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนบริเวณจังหวัดแพร่ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำยม เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำสูงสุดไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Y.37 อ.วังชิ้น จ.แพร่ ไม่เกิน 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที(ลบ.ม.) ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 – 12.00 น. วันนี้(2 ก.ย. 62) ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี Y.14 อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณน้ำสูงสุดไม่เกิน 1,000 ลบ.ม./วินาที เวลาประมาณตี 2 – ตี 3 คืนนี้(3 ก.ย. 62)

          กรมชลประทาน ได้วางแผนมาตรการต่างๆ เตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำในแม่น้ำยมที่กำลังไหลหลากมาจาก จ.แพร่ ลงสู่ จ.สุโขทัย ด้วยการลดระดับน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ เพื่อให้มีพื้นที่รองรับน้ำได้มากขึ้น การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในคลองยม-น่าน และแม่น้ำยมสายเก่า การพร่องน้ำในแก้มลิงทุ่งทะเลหลวง เพื่อรองรับการตัดยอดน้ำในแม่น้ำยม ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำกว่า 382,000 ไร่ รับน้ำได้ประมาณ 550 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้พร้อมแล้วที่จะรองรับน้ำจากแม่น้ำยม ช่วยตัดยอดปริมาณน้ำไหลผ่านเมืองสุโขทัย  นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรกลหนัก เครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมปฏิบัติงานได้ตลอดเวลา พร้อมกันนี้ ได้แจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำให้กับทางจังหวัดสุโขทัยทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

          สำหรับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อตัวเมืองสุโขทัย นั้น กรมชลประทาน ได้วางแผนในการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยม เมื่อปริมาณน้ำจากตอนบนไหลลงมาถึงบริเวณหน้าประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์(ปตร.)จะทำการหน่วงน้ำไว้บริเวณหน้า ปตร.และผันน้ำส่วนหนึ่งเข้าคลองยม-น่าน ผ่านทางประตูระบายน้ำหกบาท ในอัตรา 250 – 350 ลบ.ม./วินาที ก่อนจะผันน้ำไปลงแม่น่านผ่าน ปตร.ยม-น่าน ในอัตรา 100 ลบ.ม./วินาที และผันลงแม่น้ำยมสายเก่าผ่าน ปตร.ยมเก่า อีกประมาณ 150-250 ลบ.ม./วินาที พร้อมกันนี้ จะควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่าน ปตร.หาดสะพานจันทร์ ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 650 – 710 ลบ.ม./วินาที จากนั้น จะผันน้ำเข้าคลองเล็กทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำยม ในอัตราสูงสุดรวมไม่เกิน 160 ลบ.ม./วินาที ปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะตัดเข้าคลองตาดินและคลองบางคลองไปเก็บกักไว้ในทุ่งทะเลหลวง รวมไปถึงแก้มลิงต่างๆที่ยังสามารถรับน้ำได้ ทั้งนี้ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย(สถานี Y.4) ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 550 ลบ.ม./วินาที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ประชุมเตรียมป้องกันแก้ไขและรับมือสถานการณ์น้ำ พร้อมฝากประชาชนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำ

          วันที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 10.30 น.นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้เรียกประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุม ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ คณะทำงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการรับมือ ป้องกันและแก้ไขปัญหา

          โดยเบื้องต้นจังหวัดสุโขทัยได้ทำการพร่องน้ำในแม่น้ำยมโดยการระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก และประตูระบายน้ำยางซ้าย อำเภอเมือง ณ ตอนนี้ระดับน้ำแม่น้ำยมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย อยู่ที่ 7 เมตร จุดวิกฤตอยู่ที่ 7.40 เมตร ขณะนี้โครงการชลประทานสุโขทัยเร่งผันน้ำในแม่น้ำยมสู่แม่น้ำยมสายเก่าไปลงแม่น้ำน่าน รวมถึงลำคลองสาขาต่างๆ และอีกทางหนึ่งผันลงสู่ทะเลหลวงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง

          อย่างไรก็ดี จังหวัดสุโขทัยได้มีหนังสือวิทยุส่งนายอำเภอทุกอำเภอ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย สถานีวิทยุ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดสุโขทัย ให้ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำ สภาพแม่น้ำยม ลำคลองสาขา ข่าวพยากรณ์อากาศและเพื่อความไม่ประมาทควรเตรียมการป้องกันทรัพย์สินและของมีค่า การยกสิ่งของไว้ที่สูง รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่อาจได้รับความเสียหายจากอุทกภัยไว้ก่อน หากเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ให้แจ้งหน่วยงานในพื้นที่ทันทีได้ทุกช่องทางและที่หมายเลขโทรศัพท์ 055-616239

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

บช.ปส. แถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดรายสำคัญมูลค่ายาเสพติดสูงถึง 106,500,000 บาท

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ย ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.,พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.1,พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ปส.2,พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3,พล.ต.ต.บัญชา ศรีพัทยากร ผบก.สกส.บช.ปส.,พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมกับ กอ.รมน.,ป.ป.ส.,ป.ป.ง.,กรมศุลกากร

          แถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดรายสำคัญ มีผู้ต้องหาในคดี 2 ราย ของกลางเป็นเฮโรอีน 105 กิโลกรัม โคคาอีน 1,500 กรัม มูลค่ายาเสพติด 106,500,000 บาท ตรวจยึดทรัพย์สินได้อีก 500,000 บาท

          พล.ต.ต.บัญชา กล่าวว่า คดีแรกจับกุมนายศิริขวัญมิ่งเมือง คำธา อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางเฮโรอีน 300 แท่ง หนัก 105 กิโลกรัม รถยนต์บรรทุกฮุนได 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมได้ที่ห้องเช่าย่านโรงกลึงแห่งหนึ่ง ใน ต.บางหลวง อ.เมือง จ.ปทุมธานี

          ชุดจับกุมสืบสวนทราบเบาะแสว่า มีขบวนการค้ายาเสพติดเตรียมจะลำเลียงยาเสพติดมาเก็บพักไว้ที่โกดังเช่าในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยผู้ต้องหามีพฤติกรรมเดินทางเข้าออกเป็นประจำ จึงวางกำลังเข้าสกัดกั้นและจับตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้องเช่าโรงกลึ่งดังกล่าว พร้อมของกลางเฮโรอีน 300 ก้อน เจ้าตัวรับสารภาพว่าได้รับฝากเฮโรอีนดังกล่าวมานานหลายปี ค่าจ้างตกลังละ 50,000 บาท เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมนำของกลางและผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ก่อนขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป

          พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวอย่างไรก็ตาม เฮโรอีนไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย ปกติแล้วมักจะถูกส่งออกไปจำหน่ายต่อในประเทศไต้หวัน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกา ส่วนต้นทางการผลิตนั้นมีอยู่แหล่งเดียว เพราะสารตั้งต้นเฮโรอีนมาจากฝิ่น แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้

         คดีต่อมาจับกุมนางลูซี่ เดอเรมม่า โอมม่า(MRS.LUCY NDEREMA OUMA) อายุ 30 ปี ชาวเคนยา พร้อมของกลางโคคาอีน 121 ก้อน หนัก 1,500 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ภายหลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมและกรมศุลกากร พบผู้โดยสารต้องสงสัยเป็นเครือข่ายยาเสพติดเดินทางเข้ามาภายในประเทศ จึงได้ติดตามไปยังช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ และตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของนางลูซี่ ด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่เมื่อซักถามนางลูซี่ รับว่าได้ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในช่องคลอด 1 ก้อนใหญ่ หนัก 305 กรัม และกลืนลงในช่องท้อง 120 ก้อนเล็ก เป็นโคคาอีน สอบถามทราบว่าได้รับยาเสพติดมาจากประเทศในแถบยุโรป ก่อนมาพักในแอฟริกาใต้ และทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง โดยมีผู้ว่าจ้างเป็นชาวผิวสี และจะนำยาเข้ามาจำหน่ายตามสถานบันเทิง ซึ่งจะได้ค่าจ้างเป็นเงินสกุลดอลล่าร์ แต่ไม่เปิดเผยจำนวน จึงจับกุมนางลูซี่ พร้อมแจ้งข้อหา “นำยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

Cr. จักรินทร์

จันทบุรี-จัดประชุม”มาตรการส่งเสริมและพัฒนา มาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท

จังหวัดจันทบุรีจัดประชุม “มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท” จัดระเบียบที่พักโฮมเตย์ ขณะที่คลังจังหวัดมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจันทบุรีขอเข้าร่วมโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” แล้ว กว่า 30 ราย

         วันนี้ ( 2 ก.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เรื่องมาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดจันทบุรี/การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจันทบุรี ร่วมกับ สมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี/สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ แก่ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก เรื่องมาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรมบางประเภท ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 6/2562 ที่รับนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมการประกอบอาชีพสุจริตของชุมชน เพื่อให้เศรษฐกิจมีความคล่องตัว เกิดการกระจายรายได้ เกิดการสร้างงาน ยกระดับมาตรฐานธุรกิจด้านที่พัก

         รวมทั้งพัฒนาธุรกิจที่พักของชุมชน โฮมสเตย์ ให้เกิดความเข้มแข็ง ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้มแข็งในชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างยั่งยืน ที่ผ่านมาในจังหวัดจันทบุรี มีผู้นำอาคารมาให้บริการแก่ประชาชนบ้าง ใช้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้บริการในรูปแบบของโรงแรมตามแห่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อหารายได้บ้าง ซึ่งกรณีเหล่านี้มีจำนวนหลายแห่งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย หน่วยงานและภาคเอกชนผู้เกี่ยวข้อง จึงได้จัดประชุมให้ความรู้ขึ้นในวันนี้ พร้อมทั้งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเปิดคลินิกให้คำปรึกษา ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะให้เป็นไปเพื่อความสงบ เรียบร้อย และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี

          โอกาสเดียวกันนี้ สำนักงานคลังจังหวัดจันทบุรีได้รณรงค์เชิญชวนผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก และสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ร่วมโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 30 รายและจะเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2562 ขณะที่ในส่วนของประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” ได้ทางเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ระหว่างวันที่ 23 กันยายน ถึง 15 พฤศจิกายน 2562 เพื่อรับการสนับสนุนวงเงิน คนละ 1,000 บาท โดยกำหนดจำนวนไว้ที่ 10 ล้านคน และต้องเดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาของตนเองภายใน 14 วัน หลังจากที่ได้รับ SMS แจ้งยืนยันการได้รับสิทธิ์

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค

มุกดาหาร # จังหวัดนำกำลังพล ลงช่วยเหลือประชาชน หลังได้รับผลกระทบจากพายุ ” โพดุล “

          เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น . ที่บ้านโคกสว่าง ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้ นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลลิขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนายพิทยา กุดหอม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รอง ผอ.รมน.มุกดาหาร และ พ.อ.ดร. โกมล วงศ์อนันต์ หัวหน้ากลุ่มงานแผนนโยบายและการข่าว กอ.รมน.มุกดาหาร ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน พร้อมกำลังพลจาก ร. 3 พัน 3 จำนวน 20 นาย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 นำรถผลิตน้ำดื่ม รถยกสูง 1 คัน เรือท้องแบน 4 ลำ รถสูงจากทหาร 1 คัน พร้อมกองกำลังพลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ที่ประสบปัญหา ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

         ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดมุกดาหาร ขอรายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ประจำวันที่ 1 กันยายน 2562 ข้อมูลเมื่อเวลา 13.00 น. สถานการณ์ทั่วไป อำเภอต่าง ๆที่ได้รับผลกระทบระดับน้ำลดลง เส้นทางคมนาคม สามารถสัญจรได้ตามปกติ โดยขณะนี้หน่วยงานระดับพื้นที่ ได้แก่ อำเภอและท้องถิ่น กำลังสำรวจความเสียหายในส่วนของพื้นที่อำเภอดอนตาล ได้แก่ ตำบลเหล่าหมี บ้านโคกสว่าง และบ้านป่าพยอม มีผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 300 ครัวเรือน เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ถนนทางหลวงชนบทเส้น บ้านนายอ-บ้านป่าพะยอม ถูกตัดขาด ไฟฟ้าดับ สัญญาณโทรศัพท์ไม่สามารถใช้งานได้ โดยทางจังหวัดมุกดาหารได้แก้ไขสถานการณ์เบื้องต้น ดังนี้

          บริเวณจุดที่คอสะพานขาด และทรุดตัว ทางหลวงชนบทมุกดาหาร ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร ขอรับการสนับสนุนสะพานแบริ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเดินทางมาติดตั้ง พร้อมขอรับการสนับสนุนรถผลิตน้ำดื่มจำนวน 1 คัน ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ประสบภัย เรียบร้อยแล้ว ประสานขอรับสนับสนุนเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ 9 รำ ขณะนี้อยู่ในพื้นที่ประสบภัยเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ได้ประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารเข้าแก้ไขระบบไฟฟ้าในพื้นที่ และประสานบริษัทเอกชนที่ให้บริการระบบเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ กำลังดำเนินการแก้ไขเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ว ๆ นี้


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

รองผบช.ต​ชด.ปล่อยแถว ต​ชด. ภาค 2​ เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุ​ “โพดุล” ในพื้นที่ภาคอีสาน

          วัน​จัน​ทร์ที่​ 2 กันยายน 2562 เวลา 08.00 น. ณ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 อำเภอเมือง จ.อุดรธานี​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.ตชด.เป็น ประธาน​ปล่อยแถว ตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 2 นำโดย​ พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2,พ.ต.อ.สุภัทร ม่วงสมัย รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พร้อม ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21–24​ และข้าราชการตำรวจในสังกัด​ฯ​ เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุ​ “โพดุล” ในพื้นที่ภาคอีสาน

          พล.ต.ต.ปิยะฯ​ กล่าว่า​ ตชด.ภาค 2 จัดกำลังกว่า 500 นายช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโพดุล​ ที่เกิดผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโพดุลที่พัดผ่านประเทศไทยทำให้เกิดฝนตกน้ำท่วมและน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและนาข้าวของราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร กาฬสินธ์ อุดรธานี

          โดยพล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้สั่งการให้พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2,พ.ต.อ.สุภัทร ม่วงสมัย รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 พร้อม ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21–24 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่​ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำ ตชด. จำนวน 346 นาย​ และประชาชนจิตอาสาเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี กาฬสินธ์ ยโสธร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขอนแก่น และอุดรธานี ทั้งด้านกำลังพล ยานพาหนะทั้งรถยนต์บรรทุก เรือท้องแบน เรือพระราชทาน ร่วมกับฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเร่งปรับปรุงคันกั้นน้ำโดยในขั้นต้นเตรียมกระสอบทราย 5,000 กระสอบ ช่วยเหลือการอพยพประชาชนและสิ่งของไว้ในที่ปลอดภัย เปิดเส้นทางระบายน้ำ และชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกแจกจ่ายยารักษาโรคให้กับประชาชนที่ยังไม่สามารถเดินทางออกมาได้ ตลอดจนทำการซ่อมแซมในขั้นการฟื้นฟูบูรณะแล้ว

          ในวันนี้ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน​ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้มาอำนวยการปฏิบัติในพื้นที่และปล่อยแถวกำลังพลชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยจัดกำลังเพิ่มเติมจากนักเรียนนายสิบตำรวจ สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษและกำลังพลชุดช่างสนามจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จำนวน 1 กองร้อย เดินทางไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุโพดุลในการซ่อมแซมคันกั้นน้ำและซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธ์ นอกจากนี้ทางกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ได้จัดกำลังพลในสังกัด จำนวน 4 กองร้อยเตรียมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดหนองคาย บึงกาฬและจังหวัดเลย จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขโดยเร็วอีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปอศ. รวบบอยเอเอฟ 3 ร่วมก๋วนแก๊งปลอมบัตรเครดิต เจ้าตัวปัดไม่รู้เห็น

         เมื่อวันที่ 1 ก.ย.62 ที่บก.ปอศ.: พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ.สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ.​ และ​ พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ สว.กก.5 บก.ปอศ นำกำลังจับกุมนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย AF3 อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 846/2562 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด, ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยสามารถจับกุมได้ที่ผู้ต้องหา​ได้ บริเวณวัดถ้ำเขาวง หมู่ 3 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

          สืบเนื่องจากพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ว่ามีการใช้บัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้า​ และบริการที่โรงแรมในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ทำรายการช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 โดยทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน คือกดรหัสบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส ccv ที่เครื่องโดยไม่ต้องรูดบัตร เป็นจำนวน 144 รายการ เป็นเงิน​ 13,276,107 บาท ต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการขยายผลจนพบว่ามีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งในคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 11 ราย หนึ่งในนั้นคือนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย AF3 และมีผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุมไปแล้วบางส่วน กระทั่งวันนี้ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าหลังเกิดเหตุนายบอยฯ​ ได้หลบหนีไปบวชที่วัดดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม

          จากการสอบสวนนายบอยฯ​ ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า มีผู้ติดต่อให้ตนไปหาโรงแรมที่รับรูดบัตรเครดิต โดยตนนั้นเข้าใจว่าบัตรเครดิตดังกล่าวเป็นบัตรที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามล่าสุดนายบอยฯ​ ได้ประสานทนายความเพื่อยื่นขอประกันตัวเรียบร้อยแล้ว

          สำหรับพฤติกรรมของขบวนการนี้ จากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีด้วยกัน 11 ราย มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ เริ่มจากมีผู้จัดหาบัตรเครดิตปลอมให้กับทางโรงแรมรูดบัตรระบบคีย์อินจำนวนเงินหลักหมื่นถึงแสนบาทต่อครั้ง อ้างว่าเป็นค่าจองกรุ๊ปทัวร์ล่วงหน้าจากต่างประเทศ มีผู้จัดเตรียมสำเนาหน้าบัตรเครดิต สำเนาหน้าพาสปอร์ต แบบฟอร์มการจองห้องพัก เอกสารทั้งหมดมีชื่อตรงกัน ซึ่งชื่อนั้นถูกแอบอ้างว่าเป็นลูกค้ากรุ๊ปทัวร์ เพื่อเป็นหลักฐานให้กับโรงแรมเมื่อธนาคารขอดูเอกสารประกอบการจ่ายเงิน โดยผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินจากเงินที่ธนาคารโอนให้กับทางโรงแรม โดยในคดีนี้ได้
แจ้งข้อกล่าวหาผู้ร่วมกระทำผิดในส่วนผู้บริหารและพนักงานโรงแรมไปแล้ว 3 ราย และขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการคนอื่นทั้งที่เป็นผู้จัดหาบัตรเครดิตปลอม ผู้จัดเตรียมเอกสาร อีก 8 ราย ในจำนวนนี้มีชาวจีน 2 ราย ที่อยู่ในส่วนจัดหาบัตรเครดิตปลอมได้ถูกจับกุมไปก่อนแล้วในคดีอื่น ปัจจุบันอยู่ในเรือนจำ

          สำหรับนายสิทธิชัย ผาบชมพู หรือ บอย AF3 มีผลงานด้านการแสดงสร้างชื่อเสียงอย่างมากจากผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต ตั๊ดสู้ฟุด ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทะลุ 50 ล้านบาท ภายใน 7 วัน และทำรายได้รวมกว่า 70 ล้านบาท นอกจากภาพยนตร์แล้วบอยยังมีผลงานละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง โดยเรื่อง ผ่าโลกบันเทิง (ปี​ 2551) เป็นละครเย็นที่ครองแชมป์เรตติ้งสูงสุดนานกว่า 4 สัปดาห์ติดต่อกัน ส่วนผลงานที่ออกอากาศอยู่ในปัจจุบันนี้ คือ เรื่อง สัมผัสพิศวง​ The Sense
นอกจากนี้บอยยังมีผลงานด้านอื่นๆ ทั้งด้านงานโฆษณา ถ่ายแบบ เดินแบบ เป็นต้น

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“คนดีศรีสยาม” “รางวัล ญาณสังวร” และ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น”

          เมื่อวัน​อาทิ​ตย์ที่​ 1 ก.ย.62​ : พ.ต.ท.ณรงค์พล พิมลศิริ รองผกก.2 บก.ทท.2 บช.ทท.เข้าร่วมรับรางวัล “คนดีศรีสยาม” “รางวัล ญาณสังวร” และ “รางวัลคนดีของสังคม” ประจำปี​ 2562​ “สาขาผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น” ซึ่งจัดขึ้นโดย สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย โดยมี นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 เป็นประธานในพิธี ณ ห้อง convention hall ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุโขทัย-สลด!!! สองผัวเมีย ขับกระบะตกคลอง กอดกันดับคารถ

          เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 เวลา 18:43น. พ.ต.ท.สมเกียรติ อินปวก สว.(สอบสวน) สภ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองส่งน้ำสายยม-น่าน ระหว่างมิตรภาพซอย 3 ไปยังมิตรภาพซอย 4 หมู่ 13 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก มีผู้ติดอยู่ในรถจำนวน 2 คน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ประชากู้ภัยสวรรคโลก

          ที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรังริมคลองส่งน้ำสายยม-น่าน พบรอยล้อรถยนต์พุ่งตกลงไปในคลองส่งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว เนื่องจากมีการระบายน้ำจากบริเวณประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ เพื่อรอรับน้ำจากทางภาคเหนือที่กำลังไหลลงสู่ จ.สุโขทัย จึงประสานงานนักประดาน้ำเข้าค้นหาผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาค้นหารถยนต์ประมาณ 15 นาที กระทั่งพบรถไหลห่างจากจุดที่พุ่งตกประมาณ 50 เมตร จึงช่วยกันนำรถขึ้นมากคลอง

          ตรวจพบว่าเป็นรถกระบะยี่ห้อนิสสัน สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บบ 9681 สุโขทัย ภายในรถมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือนายเลียง โมหะจิตร อายุ 50 ปี และนางบอน โมหะจิตร อายุ 48 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 13 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย สภาพศพทั้งคู่กอดกันติดอยู่ภายในรถ

          สอบสวนญาติทราบว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทั้ง 2 คนขับรถคันเกิดเหตุไปส่งไม้ที่โรงไม้ โดยใช้เส้นทางถนนลูกรังคันคลองเป็นประจำ หลังจากส่งไม้เสร็จแล้วก็ใช้เส้นทางเดิมเพื่อกลับบ้าน เมื่อมาถึงจุดเกิดซึ่งห่างจากบ้านประมาณ 300 เมตร รถเกิดเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองส่งน้ำ ทำให้ทั้งสองจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ปราจีนบุรี -ใจดำผิดมนุษย์คนร้ายลักของค้าขายคนพิการตาบอดเกลี้ยง

dav

          วันที่ 31 สิงหาคม 2562 ร.ต.ท.สฤษฏ์ชัย ตะริสูนย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายลักทรัพย์สินบริเวณบ้านเลขที่ 108/12 ม.7 ต.โคกไม้ลาย อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

dav

          ในที่เกิดเหตุดังกล่าว พบผู้เสียหาย 2 ตา-ยาย ซึ่งเป็นผู้พิการทั้งคู่ ยายตาบอด มองเห็นเลือนลาง ชื่อนางถิรัตน์ จันทร์เพ็ญ อายุ 66 ปี เป็นชาวจังหวัดชลบุรี ส่วนคุณตาหูหนวก ขาหัก ชื่อนายเทอดศักดิ์ จันทร์เพ็ญ อายุ 66 ปี ชาวจังหวัดนครนายก ซึ่งทั้งสองได้เล่าว่า ปกติตนทั้งสองมีอาชีพค้าขายข้าวโพดย่าง ลูกชิ้นย่าง อยู่บริเวณหน้าปั้มน้ำมัน ปตท. ฝั่งตรงข้ามบ้านตนเองในช่วงเย็นของทุกวัน เช้ามืดวันนี้เวลาประมาณตี 3 ถึงช่วงเช้า คุณยายซึ่งนอนอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงมีคนมายกของอยู่หน้าบ้าน ซึ่งในตอนแรกคิดว่าตาออกไปยกของ ด้วยตามองไม่เห็น จึงได้ถามออกไปว่าตาออกไปทำอะไร ไม่คิดว่าเป็นคนร้าย จนช่วงเช้าคุณตาได้ออกมาหน้าบ้านจึงพบว่า ตู้แช่ของที่จะเตรียมไปขาย ถูกคนร้ายยกไปแล้ว ของในตู้ก็จะมีน้ำหวาน 2 ขวด ลูกชิ้น ข้าวของที่ลงทุนมาพันกว่าบาทได้ถูกคนร้ายเอาไปแล้ว

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกับนำเชือกที่คนร้ายตัดไว้นำไปตรวจสอบ พร้อมกับตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบ้านใกล้เคียง เพื่อหาร่องรอยคนร้าย นางถิรัตน์ จันทร์เพ็ญ ผู้เสียหายที่พิการตาบอด ได้กล่าวถึงคนร้ายว่าทำไมใจดำจัง ทำได้กระทั่งคนพิการ เงินที่ลงทุนซื้อของไปก็หมดแล้ว เหลือแต่เพียงเศษเหรียญไม่กี่บาทติดตัว ซึ่งตนเองก็ไม่หวังว่าจะได้ตัวคนร้าย แต่อยากบอกว่า อย่าไปทำกับคนอื่นอีกเลย เห็นใจคนอื่นบ้าง

ณัฐวัฒน์ กุลเศรษฐ์สุวภา ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี