ภาพรวม จ.ยะลา มีร้านค้าสมัครเข้าร่วมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” แล้ว 110 ร้าน

ร้านค้าในจังหวัดยะลา สมัครเข้าร่วมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” รับแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน ” แล้ว 110 ร้าน ขณะคลังยะลายังคงเดินหน้าเร่งประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง ก่อนหมดเขต 20 กย.นี้

          เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคลังจังหวัดยะลา รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ยังคงลงพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดยะลา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งรับสมัครผู้ประกอบการร้านค้า ติดตั้งแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน ชิม ช้อป ใช้” สำหรับเตรียมความพร้อมการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทย ซึ่งมีกำหนดหมดเขตในวันที่ 20 กันยายน 2562 นี้

          นางลัดดา พุทธชาติ คลังจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า การรับสมัครร้านค้าเข้าร่วมมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โครงการเร่งด่วน ที่ต้องการกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยหมุนเวียนภายในประเทศ ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในการรับสมัครของจังหวัดยะลา ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2562 ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้าน EDC เดิม “ถุงเงินประชารัฐ” เดิม ซึ่งร้านเหล่านี้ก็จะต้องสมัครใหม่โดยจะใช้เอกสารเดิมที่มีในระบบ รวมทั้งร้านค้ารายใหม่ ทั้งนี้ก็ขอเชิญชวนร้านค้ารายย่อย เข้าร่วมมาตรการเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยประเภท “ชิม” ก็จะเป็นกลุ่มร้านอาหาร “ช้อป” เป็นร้านสินค้าทั่วไป เว้นน้ำมัน ร้าน OTOP บริการทั่วไป ส่วน “ใช้” ก็คือ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท ซึ่งมาตรการ “ชิม ช้อป ใช้” นี้ รัฐได้ให้การสนับสนุนงบประมาณ 19,000 ล้านบาท

          สำหรับในส่วนของประชาชน 10 ล้านคนที่จะเข้าร่วมมาตรการ สมัครได้ที่เว็ปไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในห้วงวันที่ 23 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 โหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ซึ่งรัฐจะโอนให้คนละ 1,000 บาท ใน “เป๋าตัง G-Wallet 1” และเป๋าตัง G-Wallet 2 ที่รัฐชดเชยทุกการใช้จ่ายคืนให้อีกร้อยละ 15 สูงสุด รายละไม่เกิน 4,500 บาท เมื่อโหลดแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ประชาชนก็สามารถใช้กับร้านค้า ถุงเงิน “ชิม ช้อป ใช้” ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับกับการเข้าร่วมมาตรการนี้ ผู้ประกอบการ ร้านค้า ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น ส่วนประชาชนก็จะมีเงินในเป๋าตัง 1,000 บาท ไว้จับจ่ายท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนภาพรวมทั้งจังหวัดยะลา ซึ่งได้ตั้งเป้าร้านค้าเข้าร่วมมาตรการ 500 ร้านค้า ขณะนี้มีร้านค้าเข้าร่วมแล้ว จำนวน 110 ร้าน ซึ่งยังไม่รวมร้านค้าที่ใช้แอปพลิเคชั่น “ถุงเงินประชารัฐ” เดิม ประมาณ 300 ร้าน ซึ่งร้านค้ากลุ่มนี้จะโหลดแอปพลิเคชั่นได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมายื่นสมัคร

         ทั้งนี้ร้านค้าที่สนใจสามารถนำเอกสาร หลักฐาน รวมทั้งสมาร์ทโฟนไปสมัครได้ที่ สำนักงานคลังจังหวัดยะลา (ในวันและเวลาราชการ) จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2562 นอกจากนี้สำนักงานคลังจังหวัดยะลา ยังได้ออกให้บริการรับสมัครร้านค้าทั้ง 8 อำเภอในพื้นที่จังหวัดยะลา

  • วันที่ 9-10 กันยายน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบันนังสตา เวลา 09.30-12.00 น.
  • วันที่ 10-11 กันยายน ณ หอประชุมที่ว่าการ อำเภอกรงปินัง เวลา 09.30-12.00 น.
  • วันที่ 11-12 กันยายน 2562 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอธารโต เวลา 09.30-12.00 น.
  • วันที่ 12 กันยายน 2562 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเบตง เวลา 10.00-15.00 น.
  • วันที่ 13 กันยายน 2562 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเบตง เวลา 09.00-12.00 น.

#ภาพรวมจังหวัดยะลา #มาตรการ ชิม ช้อป ใช้ 

สำนักข่าวสมาคมตำรวจ

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์/ ผู้เรียบเรียง : วสันต์พรรษ จำเริญนุสิ

แหล่งที่มา : สทท.ยะลา

สพป.ยะลา เขต 3 จัดกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วย หัวใจ คืนความสะอาดบนทางหลวงและบริเวณสถานที่ราชการ

           วันที่ 5 กันยายน 2562 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 ได้จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ คืนความสะอาดบนทางหลวงและบริเวณสถานที่ราชการ หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 ป้อมสถานีตำรวจภูธรยะรม การยางแห่งประเทศไทย สาขาเบตง โรงพยาบาลเบตง ทั้งสองฝั่งถนน อาทิ ถอนหญ้า กำจัดวัชพืช เก็บขยะ และกวาดถนน เพื่อให้เกิดความสะอาด ความสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อสนองพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมุ่งหวังให้ข้าราชบริพาร เป็นแบบอย่างที่ดีให้ประชาชนร่วมกันทำความดี มีจิตสาธารณะเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยมี นายจำลอง จันทรโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอัยเยอร์เวง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้มีบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงาน คณะครู นักเรียน นักการภารโรง โรงเรียนบ้านนาข่อย และตำรวจสถานีภูธรยะรม เข้าร่วม  

          นายจำลอง จันทรโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอัยเยอร์เวง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 กล่าวว่า ตามมติที่ประชุมศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. อำเภอเบตงได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานนำแนวทางการดำเนินงานโครงการจิตอาสาพระราชทาน รูปแบบและภารกิจงานจิตอาสาพระราชทาน และจัดทำแผนงานจิตอาสาประจำปี 2562

           ทั้งนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 นายโกมุท รุยอ่อน และคณะทำงาน ได้กำหนดจัดทำแผนงานขับเคลื่อนจิตอาสาพระราชทานระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาขึ้นปีละ 2 ครั้ง โดยกำหนดครั้งที่ 1 เป็นวันพุธที่ 4 กันยายน 2562 และวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2563 ตลอดจนจัดตั้งกลุ่มไลน์จิตอาสาระดับเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อการประสาน อำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร และรายงานผลการจัดกิจกรรมเพื่อรวบรวมเสนอศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. อำเภอเบตงต่อไป

          สำหรับกิจกรรมจิตอาสาในวันนี้จะเห็นได้ถึงการเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการ ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการทำความดี ด้วยหัวใจ เพื่อที่จะคืนความสะอาดบนทางหลวงและบริเวณสถานที่ราชการ และทำให้ทุกคนตระหนักและเห็นความสำคัญในการดูแลหวงแหนทรัพย์สินของทางราชการรวมถึงสถานที่ส่วนรวมให้มีความสะอาดเรียบร้อย น่าอยู่ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชน บ้านเมืองของเราอีกด้วย

#สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 #เราทำความดี ด้วยหัวใจ

สำนักข่าวความมั่นคง

ข้อมูลข่าว – ผู้สื่อข่าว : อดินันท์ มะลี/ ผู้เรียบเรียง : สุนทรี ทับมาโนช

แหล่งที่มา : สวท.เบตง จ.ยะลา

มุกดาหาร # สโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมพื้นที่อำเภอดอนตาล

          เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 62 ที่บริเวณศาลาประชาธิปไตย บ้านโพนสว่าง ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โรตารีภาค 3340 โรตารีสากล ร่วมกับสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร สโมสรโรตารีโคราช และสโมสรโรตารีคุณหญิงโม-โคราช โดยนางมณีรัตน์ นวกุลกาญจนภาส นายกสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย นายกสโมสรโรตารีโคราช และสโมสรโรตารีคุณหญิงโม-โคราช และสมาชิกโรตารี ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พื้นที่บ้านโพนสว่าง, บ้านนาม่วง, บ้านโนนสีทอง, และ บ้านดอนตาล หมู่ 1 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร นอกจากนี้ยังได้มอบสิ่งให้ อปพร.เทศบาลดอนตาล รวมทั้งสิ้น 200 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

          โรตารีภาค 3340 โรตารีสากล ร่วมกับสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร สโมสรโรตารีโคราช และสโมสรโรตารีคุณหญิงโม-โคราช ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พื้นที่บ้านโพนสว่าง, บ้านนาม่วง ,บ้านโนนสีทอง, และบ้านดอนตาล หมู่ 1 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร นอกจากนี้ยังได้มอบสิ่งให้ อปพร.เทศบาลดอนตาล รวมทั้งสิ้น 200 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

          สำหรับชาวบ้านโพนสว่าง, บ้านนาม่วง, บ้านโนนสีทอง, และ บ้านดอนตาล หมู่ 1 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลพายุ “โพดุล” ทำให้ชาวบ้านดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมถนน น้ำกัดเซาะสะพาน ทำให้สะพานขาดได้รับความเสียหายและสัญจรไป-มาไม่ได้ ส่วนถนนเข้าหมู่บ้านมีน้ำท่วมสูง จึ งไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านได้

         ดังนั้นทางโรตารีภาค 3340 โรตารีสากล ร่วมกับสโมสรโรตารีเมืองมุกดาหาร สโมสรโรตารีโคราช และสโมสรโรตารีคุณหญิงโม-โคราช จึงได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านที่อาศัยใน 4 หมู่บ้านแห่งนี้ จึงได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค อาทิ น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค ขนม นม ไฟฉายและปลากระป๋อง จำนวน 200 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในเบื้องต้น ทั้งนี้ทางนายกเทศมนตรีตำบลดอนตาล นายเอกอมร ศรีลาศักดิ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ อปพร. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมแจกสิ่งของให้กับชาวบ้าน ในครั้งนี้อีกด้วย.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ, พวงเพชร /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่

ตชด.223 เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่บ้านฮ่องอ้อ ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี

          วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่​ 6 ก.ย.62​ เวลา​ 10.30​ น. พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายให้ พ.ต.ท.รัชพงศ์ จันทะชิต ผบ.ร้อย ตชด.223 พร้อมด้วย ร.ต.ต.ปีติกร​ กำลังกล้า รองสว.(ป) กก.ตชด.22 นำกำลังพล ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ร้อย ตชด.223 จำนวน 1 ชุด เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านฮ่องอ้อ ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.4​ รวบแม่เล้า หลอกลวงสาวไทยค้าประเวณีที่อิตาลี หลังหลบหนีออกจากประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 6 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช. สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ, พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีรโชติ, พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รองผบก.ตม.4, พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รองผบก.ฯ และ พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.4 ร่วมแถลงผล การจับกุม ดังนี้

          เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์​ ได้ทำการสืบสวนเกี่ยวกับบุคคลมีพฤติการณ์เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีของ นางกุหลาบ หรือรำพึง จำเลยในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น,เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กระทำความผิดเกี่ยวกับการค้าหญิง”

         กล่าวคือ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2548 ถึง 7 มิถุนายน พ.ศ. 2549 นางกุหลาบ ได้ก่อเหตุหลอกลวงหญิงสาวชาวไทยให้ไปทำงานค้าประเวณีที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยหลอกลวงว่าจะให้ไปทำงานแม่บ้านและทำงานเป็นพนักงานขายอาหาร ต่อมานางกุหลาบ ฯ ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานดังกล่าว และเมื่อปี พ.ศ.2552 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษา ตัดสินจำคุกนางกุหลาบฯ แต่ภายหลัง นางกุหลาบฯ​ ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งศาลอาญาได้ออกหมายจับนางกุหลาบฯ​ ไว้ตามหมายจับศาลอาญาที่ 41/2558 ลงวันที่ 19 มกราคม 2558

          จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ พบเบาะแสของนางกุหลาบฯ ทราบว่า นางกุหลาบฯ ได้โดยสารเครื่องบินจากต่างประเทศเข้าไปยังประเทศกัมพูชา และจะเดินทางผ่านเข้ามายังประเทศไทยที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์

          จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกาบเชิง จัดกำลังเข้าทำการสืบสวนติดตาม และเฝ้าระวัง ในจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จนเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562​ เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถจับกุมตัว นางกุหลาบฯ​ ได้ที่บริเวณช่องตรวจหนังสือเดินทางขาเข้าจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม และได้นำตัวส่งศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตชด.225 นำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย​ จ.อุบลราชธานี

          วันนี้​ วัน​ศุกร์​ที่​ 6 ก.ย.62​ เวลา​ 09.00​ น.: พ.ต.อ.รินณวัฒน์ ภูวัฒนติกานต์ ผกก.ตชด.22 มอบหมายให้​ พ.ต.ท.เกียรติทวี บุญมา ผบ.ร้อย ตชด.225 พร้อมด้วย ร.ต.อ.ทวี คำแพง รองผบ.ร้อย ตชด.225,ร.ต.อ.ไพรัตน์ เจริญพงษ์ หัวหน้า​ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย นำกำลัง 20 นาย ร่วมกับประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ นำเรือท้องแบนออกให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในเขตพื้นที่ บ้านเมืองเก่า ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนตม.รวบชาวเกาหลีก่อคดีฉ้อโกง หลบหนีคดีมาแล้วกว่า 10 ปี สุดท้ายจนมุมในไทย

         วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 6 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช. สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5,พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6

         พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติราชการประจำ สตม.ได้แก่ พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3, พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก. ภ.จ.นครศรีธรรมราช, พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รองผบก.สกส.บช.ปส., พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก. อก. บช. ส. และ พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายดังนี้

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานงานจากสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยว่า นายซุง จิน อายุ 61 ปี (Mr.Sungjin ) บุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐเกาหลี เป็นบุคคลที่มีหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A-3889/4-2016 ลง 18 กรกฏาคม 2562 ในข้อหา “ฉ้อโกง” และทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว

          โดย นายซุง จิน มีพฤติกรรมคือ​ เมื่อช่วงปี 2552 นายซุง จิน ได้เปิดบริษัท ชื่อ Chikozaruen Mpartners ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดแรลลี่ ทริป ขับรถเที่ยวผ่านเส้นทางในหลายๆ ประเทศ เช่น จีน,รัสเซีย,มองโกเลีย ฯลฯ หลังจากนั้นได้หลอกลวงผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้หลายรายมาร่วมลงทุนในบริษัท

          โดยอ้างว่าบริษัทดังกล่าวจะสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้เสียหายจำนวนมาก ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และได้ลงทุนซื้อหุ้นบริษัทดังกล่าวเป็นมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 144,398,850 วอน หรือประมาณ 5 ล้านบาท เหตุเกิดระหว่าง 12 ตุลาคม 2552–10 กุมภาพันธ์ 2553 ต่อเนื่องกัน ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) หลังจากนั้นนายซุง จิน ได้หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่ปี 2552 เป็นเวลากว่า 10 ปี เพื่อหนีคดีดังกล่าว

          จากการสืบสวนทราบว่านายซุง จิน ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 ได้รับประเภทวีซ่า ผ.ผ.90 (90 วัน) อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2562 และพยายามหลบหนีการติดตามโดยการเช่าคอนโดฯ​ จากเจ้าของห้องโดยตรง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวได้ ซึ่งจากการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว พบว่า นายซุง จิน ได้พักอาศัยอยู่ที่ คอนโดแห่งหนึ่ง ในซอยเสรี 9 แขวง/เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

          จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 15 สิงหาคม 2562 พบนายซุง จิน ได้เดินลงมาจากห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า เป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับตำรวจสากลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว จากการซักถาม นายซุง จิน ให้การว่าได้ก่อคดีตามหมายจับตำรวจสากลจริง และได้พยายามหนีคดีมานานโดยไม่ได้กลับไปที่ประเทศเกาหลีใต้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

         โดยจะอาศัยเดินทางอยู่ตามประเทศต่างๆได้แก่ รัสเซีย, จีน, มองโกเลีย, กัมพูชา, พม่า, ลาว ,เวียดนาม และอีกหลายประเทศ เพื่อหลบหนีการติดตามตัวจากทางการเกาหลีใต้ และสุดท้ายได้เดินทางยังประเทศไทยและถูกเจ้าหน้าที่ ตม. ไทยตามจับกุมตัวได้ในที่สุด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ สตม. จะได้ทำการเพิกถอนวีซ่าและดำเนินการประสานกับทางสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อส่งตัวกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

          ตามนโยบายของ ผบช.สตม.ได้กำชับการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ว่าด้วยการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวภายใน 24 ชั่วโมง กรณีที่เจ้าบ้าน เคหสถาน หรือโรงแรม ที่รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายใน 24 ชั่วโมง ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 ซึ่งกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่​ สตม.ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของที่พัก เป็นเงินจำนวน 1,600 บาท​ ฝากแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตชด.234 ร่วมกับเจ้าหน้าที่​และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันซ่อมแซมถนนที่ชำรุด​ จ.มุกดาหาร

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 6 ก.ย.62 เวลา 09.00-12.00 น. : ร.ต.อ.พาส ศรีสุข ผบ.มว.ตชด.2341 หัวหน้า​ชุดกู้ชีพ ร้อย ตชด.234 พร้อมกำลัง​พลจำนวน 10 นาย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่​และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันซ่อมแซมถนนที่ชำรุด บริเวณ บ้านนาเสม็ง ต.นาเสม็ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร และบริเวณ บ้านป่าพยอม ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” ลุยเมืองพ่อขุนรามฯ ชูผลิตภัณฑ์ กศน.สู่ตลาดชั้นนำ

          วันนี้​ วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 เวลา 08.30 น.ณ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยนายพะโยม ชิณวงศ์ ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ.และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม​ และมอบนโยบายด้านการศึกษา

          กศน.พัฒนาการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชน โดยอาศัยทุนทางวัฒนธรรมเป็นตัวตั้งในการต่อยอดอาชีพ​ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมไปถึงการส่งเสริมและให้ความรู้เรื่องการค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดนำไปสู่การเปิดตลาดอื่น ๆ นอกจากตลาดชุมชน โดยผ่านกระบวนการบ่มเพาะภูมิปัญญาที่มีมาในพื้นที่

          ดร.กนกวรรณฯ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า “เป็นที่น่ายินดีที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนของชาวสุโขทัยได้รับการพัฒนาและต่อยอดมาถึงจุดที่น่าพอใจ ถือเป็นผลผลิตของการขับเคลื่อนโครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนที่ชาว กศน.สุโขทัย ได้ผลักดันสู่การค้าออนไลน์ผ่านศูนย์ OOCC (ONIE Online Commerce Center) อย่างมีคุณภาพ ในการขับเคลื่อนสู่การค้าในโลกยุคดิจิทัล อาทิ กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เสื่อกก

          กศน.อำเภอทุ่งเสลี่ยม ที่สามารถพัฒนาไปสู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่สร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกกลุ่มโดยเฉลี่ยในปี​ 2562 กว่าแสนบาท กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบตองคลองกระจง (แปรรูปใบตอง) กศน.อำเภอสวรรคโลก ประสบความสำเร็จจากการยึดอาชีพบรรพบุรุษ พัฒนาต่อยอดสู่การเป็นภาชนะรักษ์โลก ตามโครงการลดปริมาณขยะในชุมชน และได้การรับรองจากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI : Geographical Indications)

          เรื่องใบตอง จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ส่งผลให้เป็นที่ยอมรับทั่วประเทศในเวลาอันรวดเร็ว มีการสั่งออเดอร์สินค้าล่วงหน้าผ่านช่องทางออนไลน์กว่า 100,000 ใบต่อเดือน จากสายการบินชั้นนำเช่น บางกอกแอร์เวย์ และห้างสรรพสินค้าต่างๆในประเทศ โดยในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้เสริมให้กลุ่มกว่า 40,000 บาท ต่อเดือน

          นอกจากชุมชนมีรายได้ มีความเข้มแข็งแล้ว กศน.อำเภอสวรรคโลก ยังได้วางแผนพัฒนาอาชีพให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่สามารถโจทย์ของผู้บริโภคในรูปแบบใหม่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นในปีถัดไป รวมถึงกลุ่มผ้าทอตีนจก กศน.อำเภอศรีสัชนาลัย ที่รวมกลุ่มกันแปรรูปสินค้าเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป และใช้กรรมวิธีเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยวิธีธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจ เช่น ผ้าซิ่นตีนจก ผ้าหมักโคลน ผ้าซิ่นมุก ผ้าคลุมไหล่ ย่าม และเสื้อผ้าพื้นเมืองสำเร็จรูป

          โดยสร้างรายได้เสริมให้แต่ละคนในรอบปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 3,000-4,000 บาทต่อเดือน นับว่าเป็นการเดินมาถูกทางในการนำเอาทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาต่อยอดและขยายผลสอดคล้องกับโลกการค้าออนไลน์ได้อย่างลงตัว ซึ่งเราจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ จะจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร กศน.และผลักดันอาชีพชุมชนให้มีคุณภาพพร้อมก้าวสู่ตลาดชั้นนำให้มากที่สุด เราจะทลายข้อจำกัดทุกด้านเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน​ ไม่เพียงแต่มีความรู้ แต่ต้องอยู่ดีกินดีในทุกพื้นที่ไปด้วยกัน

          นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความโดดเด่นในกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภายใต้โครงการ “สุโขทัยเมืองนักอ่าน” ซึ่งเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ชุมชนเป็นฐานโดยมีการบูรณาการความร่วมมือในการกระตุ้นและปลูกฝังนักศึกษา ประชาชนให้เห็นคุณค่าและรากเหง้าที่มีในชุมชน เป็นการพัฒนานวัตกรรมส่งเสริม เรียนรู้ลายสือไทยผ่าน QR Code ให้ประชาชนได้ตระหนักและเรียนรู้ถึงรากเหง้าของมรดกทางปัญญาที่ทรงคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์และภาคภูมิใจในลายสือไทยซึ่งเป็นต้นกำเนิดของภาษาไทยในปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การฝึกเขียนลายสือไทย บิงโกลายสือไทย โดมิโน่ลายสือไทย การ์ดคำลายสือไทย เกม Kahoot ลายสือไทย เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านให้เกิดเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ มีรถห้องสมุดเคลื่อนที่ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ที่ให้บริการครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัย

          การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ได้เห็นความร่วมมือในการขับเคลื่อนการทำงานด้านการศึกษาของชาว กศน.สุโขทัย ในฐานะผู้กำกับดูแลด้านการศึกษา พร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เต็มกำลังความสามารถ และขอเป็นกำลังใจแก่คณะผู้บริหาร บุคลากร ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละการทำงาน ร่วมให้การสนับสนุนในการจัดการศึกษาให้สำเร็จได้เป็นอย่างดี และช่วยกันพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชน ให้ชุมชนของเรามีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงาน กศน. ให้สำเร็จในก้าวต่อไป”

          นอกจากนี้ รมช.ศธ. ได้แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัยที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ขอให้ดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ได้กำชับและมอบให้ กศน.จังหวัดสุโขทัย เข้าไปดูแล ช่วยเหลือให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับหน่วยงานของสาธารณสุขในพื้นที่อย่างเต็มที่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวนสตม.รวบหัวหน้าแก็งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ชาวเกาหลี หลังเพื่อนร่วมแก๊งถูกจับคาสนามบินอินชอน

          วันนี้​ วัน​ศุกร์ที่ 6 ก.ย.62 เวลา 10.00 น.​ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 3 บก.ตม.1 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร B ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.ภ.7 ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5,พล.ต.ต.เจษฎา ใยสุ่น ผบก.ตม.6

          พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติราชการประจำ สตม.ได้แก่​ พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2,พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3, พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช,พ.ต.อ.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร รองผบก.สกส.บช.ปส.,พ.ต.อ.ปรม พฤทธิกุล ผกก.ฝอ.บก.สส.ภ.4,พ.ต.อ.ณรงค์ ชนะภัยกุล ผกก.ฝ่ายกิจการต่างประเทศ บก.อก.บช.ส.และ พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ ผกก.ฝอ.ศทก.ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายดังนี้

          ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานงานจากสถานทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทยว่า นายซึง ชุล (Mr.Seungchul) อายุ 39 ปี บุคคลสัญชาติเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐเกาหลี เป็นบุคคลที่มีหมายจับตำรวจสากล เลขที่ A-7449/7-2019 ลงวันที่ 8 กรกฏาคม 2562 ในข้อหา “ลักลอบขนยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติด” และทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว

          โดย นายซึง ชุล มีพฤติกรรม​เป็นตัวการค้ายาเสพติด​ ทำหน้าที่จัดส่งซื้อยาเสพติดชนิดต่างๆ จากประเทศไทยไปเกาหลี มีแก๊งเพื่อนร่วมชาติเป็นคนลำเลียง ยาเสพติดจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ไปยังสนามบินนานาชาติอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จากการสืบสวนจับกุม​ และขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีพบว่า นายซึง ชุล มีความเกี่ยวพันกับคดีลักลอบขนยาเสพติดและจำหน่ายยาเสพติด

          โดยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 นายซึง ชุล เป็นผู้จัดหายาเสพติด ได้แก่ โคเคน(Cocaine) 14.43 กรัม,ยาอี(MDMA) 209 เม็ด,เคตามีน​ (Ketamine) 108.34 กรัม,ไอซ์​ (Methamphetamine) 6.28 กรัม และยาหลอนประสาท​ (LSD) 12 แผ่น ให้แก่ นายชัง ฮยุน (Changhyun) และ นายแด กุน (Daegun) ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติด โดยการซุกซ่อนยาเสพติดดังกล่าวในกางเกงชั้นใน ก่อนนำเข้าไปยังประเทศเกาหลีใต้

          ต่อมาวันที่ 30 เมษายน 2562 นายชัง ฮยุน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้จับกุมตัวได้พร้อมของกลาง โคเคน 1 กรัม และยาอี 3 เม็ด จากการล่อซื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีได้ขยายผลจนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 สามารถจับกุมตัว นายแด กุน ได้ที่สนามบินอินชอน พร้อมของกลางโคเคน​ (Cocaine), ยาอี​ (MDMA) 154 เม็ด และเคตามีน​ (Ketamine) ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นใน

          ในชั้นจับกุม​ และชั้นสอบสวน​ ผู้ต้องต้องหาทั้ง 2 รายได้ให้การรับสารภาพและให้การซัดทอดว่ารับยาเสพติดดังกล่าวมาจาก นายซึง ชุล ที่อยู่ในประเทศไทย เหตุเกิดระหว่าง วันที่​ 22 กุมภาพันธ์ 2562–26 พฤษภาคม 2562 ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

          จากการสืบสวนทราบว่านายซึง ชุล หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาตินี้ ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดได้เดินทางเข้ามา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ประเภทวีซ่า ผ.ผ.90 (90 วัน) อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ซึ่งจากการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวของชุดสืบสวน พบว่านายซึง ชุล ได้พักอาศัยอยู่ที่โรงแรม ยูไนเต็ด เรสซิเด๊นซ์ ซ.เอกมัย 26 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

          จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม 2562 พบนายซึง ชุล ได้เดินลงมาจากห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และขอตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า นายซึง ชุล อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 (อยู่เกิน 1 วัน) และเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับตำรวจสากลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัว จากการสอบถามนายซึง ชุล ได้ยอมรับว่าเป็นคนที่ทำหน้าที่จัดหายาเสพติดในประเทศไทยและส่งมอบให้เพื่อนร่วมแก๊งทั้ง 2 รายจริง

          โดยเพื่อนร่วมแก๊งจะทำการซุกซ่อนยาเสพติดตามเสื้อผ้า ชุดชั้นใน และลักลอบนำยาเสพติดทั้งหมดเข้าไปในประเทศเกาหลีใต้ หลังจากนั้นจะนำยาเสพติดไปจำหน่ายผ่านโปรแกรมแอฟพลิเคชั่น เทเลแกรม (Telegram) ซึ่งจะขายได้ราคาสูงกว่าที่ประเทศไทยหลายเท่าตัว และตนเองตั้งใจที่จะหลบหนีซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยต่อ เนื่องจากทราบว่าเพื่อนร่วมแก๊งที่ลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศเกาหลีใต้ทั้ง 2 ราย ถูกจับแล้ว เจ้าหน้าที่ สตม. จึงได้ทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และดำเนินการประสานกับทางสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อส่งตัวกลับไปยังประเทศเกาหลีใต้ต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝากประชาสัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​