วช.เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future (ภาคเหนือ) ประกาศกรอบทุนวิจัยและนวัตกรรมพร้อมทุนพัฒนาบุคลากรการวิจัยของประเทศ

วช.เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future (ภาคเหนือ) ประกาศกรอบทุนวิจัยและนวัตกรรมพร้อมทุนพัฒนาบุคลากรการวิจัยของประเทศ เน้นประเด็นสำคัญของประเทศ

          ตามที่ รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเป็นกลไกการบูรณาการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้ตรงกับความต้องการและเป็นไปในในทิศทางเดียวกัน และได้จัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ขึ้น โดย วช.ได้รับมอบหมายให้เป็น Funding Agency หลักของประเทศ ทำหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่หน่วยงานในระบบวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้แก่ นักวิจัย หน่วยงานและองค์การมหาชนทั้งภายในและภายนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ

          ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแก่หน่วยงานในส่วนภูมิภาค วช. จึงได้จัดงาน OPEN HOUSE “เปิดบ้าน วช. 5G : Change for the future” (ภาคเหนือ) ในวันนี้​ วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมวังจันทน์ คอนเวนชั่น โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยศาสตราจารย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด และบรรยายในหัวข้อ “วช. พลิกโฉมบทบาทใหม่ ภายใต้กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

          ทั้งนี้ ได้มีการประกาศกำหนดเปิดรับทุนวิจัย และนวัตกรรมประจำปีงบประมาณ 25623 (ครั้งที่ 3) ประกอบด้วย ทุนวิจัยและนวัตกรรมในประเด็นสำคัญของประเทศ และทุนพัฒนาบุคลากรและการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ (การพัฒนาบุคลากรการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ,และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติ) ซึ่ง วช. จะสนับสนุนทุนวิจัย​ และนวัตกรรมในประเด็นสำคัญเชิงรุก โดยผลการวิจัยจะต้องมีเป้าหมายของผลผลิตและใช้ประโยชน์ได้จริง มุ่งเน้นความสอดคล้องกับกลุ่มเรื่องหลัก รวมถึงเป้าหมายในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในด้านความคุ้มค่า มีคุณภาพ เวลา และต้นทุน ตลอดจนมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

          นอกจากนี้ วช. ยังได้ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลและดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งเป็นระบบข้อมูลสารสนเทศกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมระดับชาติและนานาชาติ ใน 6 Module ดังนี้

  1. ระบบบริการข้อมูลและสารสนเทศการวิจัยและนวัตกรรม (Service System)
  2. ระบบการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรม (Data Processing & Analysis System)
  3. ระบบติดตามสถานการณ์การวิจัยและนวัตกรรม (Data Monitoring System)
  4. ระบบการคาดการณ์แนวโน้มการวิจัยและนวัตกรรม (Data Forecasting System
  5. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Decision Support System)
  6. ระบบบริหารจัดการข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรม (Data Management System)

เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลสารสนเทศและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการแก้ไขปัญหา พัฒนาและขับเคลื่อนประเทศ และเพิ่มอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน\ปัจจุบัน

          ปัจจุบัน วช.ได้พัฒนาให้ระบบบริหารจัดการงานวิจัยแห่งชาติ (National Research Management System : NRMS) ให้สามารถบริหารจัดการทุนวิจัยในแบบออนไลน์ 100% เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการบริหารจัดการการวิจัยและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบและเกิดการบูรณาการระหว่างนักวิจัย หน่วยงานให้ทุน ผู้พิจารณาทุนวิจัย (Reviewer) และทีมบริหารจัดการ เพื่ออำนวยความสะดวก (Convenient) และลดระยะเวลา (Speed) ข้อมูลมีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (Accurate) และสามารถติดตาม ตรวจสอบได้ (Traceable) และเกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Efficient) อีกทั้งนักวิจัยสามารถติดตามสถานะข้อเสนอโครงการวิจัยได้ทุกขั้นตอน พร้อมมีระบบแจ้งเตือนการส่งงาน สนับสนุนการบริหารจัดการงานวิจัยของหน่วยงาน

     ซึ่งปัจจุบัน วช.มีความพร้อมในวิธีการทำงานแบบใหม่ โดยได้ยกระดับการทำงานตามภารกิจใหม่โดยแนวทาง “วช. 5G” ประกอบด้วย Speed ทำงานได้รวดเร็วขึ้น Start เริ่มทำงานได้ทันที ตอบสนองฉับพลัน Scope ขยายขอบข่ายการทำงาน ในระดับชาติ และนานาชาติ Connectivity เชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ Efficient ทำงานคุ้มค่า ใช้ต้นทุนต่ำ ได้ผลผลิตสูง Smooth ลดขั้นตอนการทำงานที่ไ     ม่จำเป็น และทำงานโดยไม่มีข้อจำกัด ซึ่งแนวทางทำงาน 5G ดังกล่าว

          วช.จะเป็นส่วนราชการที่มีประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว คล่องตัว เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติได้ทันที พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชวิจัยและนวัตกรรม”โดยภายในงานได้มีการจัดแสดงนิทรรศการ บทบาทใหม่ของ วช.ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม และรูปแบบ /วิธีการ การดำเนินหน้าที่หน่วยงานหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อุดรธานี​-จิตอาสาร่วมบรรจุทรายใส่ถุงทำแนวพนังกั้นน้ำ ไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่ชุมชนเมือง​

          วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 3 ก.ย.62​ เวลา​ 08.30น.​ : พ.ต.อ.กิตติคุณ. นิยมวิทย์. ผกก.4​ บก.กฝ.บช.ตชด.นำกำลังพลนักเรียนนายสิบตำรวจจำนวน​ 50​ นายพร้อมด้วย​ ข้าราชการตำรวจ​ จิตอาสาร่วมบรรจุทรายใส่ถุงทรายอีก​ 2,000​ กระสอบทำแนวพนังกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่ชุมชนเมือง​ บริเวณบ้าน​ หมู่บ้าน ใน​ อ.เมือง จ.อุดรธานี​ เป็นวันที่สอง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบผู้รับเหมาข่มขืนเด็ก หลบหนีคดีกว่า 10 ปี

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ก.ย.62​ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)​ : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช​ ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รองผบก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง รอง ผกก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ป. นำโดย พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ป. พร้อมกำลังฯได้ร่วมกันจับกุม นายวินัย เหลืองอุทัย​ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ 4 ต.หนองหว้า อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพล ที่ จ.109/2551 ลง 28 ก.ค.51 โดยกล่าวหาว่า​ “กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม,พรากเด็กไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม”

          พ.ต.อ.เนติฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อประมาณเดือนเมษายน ปี 2551 ด.ญ.เอ​ (นามสมมุติ)​ อายุ 14 ปี ถูกนายวินัยฯ​ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพื่อนของของนายสุทัศน์ฯ​ พ่อของ ด.ญ.เอฯ ได้พา ด.ญ.เอฯ​ ไปบริเวณเถียงนาบริเวณท้ายหมู่บ้านถลุงเหล็ก หมู่ 7 ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น​ จากนั้นนายวินัยฯ​ ได้ใช้กำลังปลุกปล้ำข่มขืน ด.ญ.เอฯ จนสำเร็จความใคร่ แล้วข่มขู่ ด.ญ.เอฯ ห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครโดยบอกว่าจะนำเรื่องนี้ไปบอกแก่คนอื่นๆในหมู่บ้านให้เกิดความอับอาย​ จากนั้นได้บังคับข่มขู่ ว่าถ้านำเรื่องไปบอกใคร จะฆ่าให้ตาย โดยต่อมาได้พาไปกระทำชำเรา​ และอนาจาร รวม 6 ครั้ง

         ต่อมาผู้ปกครองสังเกตุ​ความผิดปกติของลูกสาวจึงได้สอบถามลูกสาวจนได้รู้ว่าถูกนายวินัยฯ​ ซึ่งเป็นเพื่อนพ่อข่มขืน ผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.แวงใหญ่ ออกหมายจับดังกล่าว จากนั้นผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่เรื่อยมา หลบหนีคดี อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัว​ ต่อมา วันที่ 2 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าวินัยฯ หลบหนีมาอาศัยบ้านญาติในเขตพื้นที่ จ.ระยอง และทำงานเป็นผู้รับเหมา​ และพักอาศัยอยู่ชุมชนสำนักกะบาก ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เฝ้าติดตามสืบสวนจับกุมได้ในที่สุด และนายวินัยฯ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเด็กสมัครใจมาหานายวินัยฯ​ เอง และไม่ได้บังคับข่มขืนตามที่กล่าวหาแต่อย่างใด จึงนำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน​ สภ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป​

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พระครูภัทรธรรมคุณ เข้ารับรางวัล ญาณสังวร “คนดีศรีสยาม” ประจำปี 2562

ข่าวสังคม​(ศาสนา)

          โครงการเทิดพระเกียรติองค์ราชัน “รัฐ ราษฎร์ ร่วมใจภักดิ์ ทำความดี คืนคุณแผ่นดิน” และ สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์​ และหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สว.นท.) โดย ดร.อำนาจ หมัดสดาย ประธานสว.นท. จัดงานรางวัล ญาณสังวร “คนดีศรีสยาม” งานประกาศรางวัลเกียรติคุณ คนดีของแผ่นดินตามรอยพระยุคลบาท ครั้งที่ 8 ประจำปี​ 2562​

          โดยมี พระครูภัทรธรรมคุณ เจ้าคณะอำเภอพัฒนานิคม และเจ้าอาวาสวัดพัฒนาธรรมาราม ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เข้ารับรางวัลสาขา นักพัฒนาและทำคุณประโยชน์ต่อศาสนาและสังคมดีเด่น โดยได้รับเกียรติจาก นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ หลักสี่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.-KETEP- สกสว.ผลักดันความร่วมมือไทย–เกาหลี ด้านพลังงาน

ข่าวสังคม​(วช.)​

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ The Korea Institute of Energy Technology Evaluation and Planning (KETEP) และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาบุคลากรการวิจัยด้านพลังงาน โดย KETEP เป็นหน่วยงานให้ทุนด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน ในสังกัดกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน (Ministry of Trade, Industry & Energy) สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งมีบทบาทในการวางแผนนโยบายเทคโนโลยีพลังงาน บริหารจัดการและประเมินผลโครงการด้านพลังงาน และความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติกล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ ได้ร่วมผลักดันการวิจัยที่ตอบโจทย์นโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลที่มุ่งเน้นส่งเสริมและผลักดันให้อุตสาหกรรมพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศและพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจพลังงานของภูมิภาคโดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิยุทธศาสตร์สร้างเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งนี้ สกสว. จะทำหน้าที่พิจารณากรอบนโยบายและงบประมาณในการดำเนินงาน

          และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น วช. KETEP และ สกสว. จึงได้ลงนาม​ (MOU) ความร่วมมือทางวิชาการด้านพลังงาน ระหว่าง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,RIM Chun Taek,President,KETEP และ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2562 ณ ห้อง President 2 ชั้น 4 โรงแรม Intercontinental​

          โดยมี Ms.Yoo Myung-hee รัฐมนตรีการค้า (Minister for Trade) กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน (Ministry of Trade, Industry and Energy, MOTIE) สาธารณรัฐเกาหลี และ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กาฬสินธุ์-ร่วมกันจัดทำกิจกรรมจิตอาสา 904 ซ่อมบ้านเรือนและ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ จากพายุโพดุล

         เมื่อวันที่​ 2 ก.ย.62 เวลา 11.00​ น. ที่โรงเรียนสะอาดนาดีศิลา บ้านนาดี ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ : พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม​ ผบก.ตชด.ภาค​ 2​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สุภัทร ม่วงสมัย รองผบก.ตชด.ภาค​ 2, พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด.23, พ.ต.ท.สมภพ อ่อนสิน รองผกก.ตชด.23 และกำลังพล ชุดช่าง จาก บก.ตชด.ภาค 2, กก.ตชด.21, กก. ตชด.22, กก.ตชด.23 และ กก.ตชด.24 รวม 60 นาย ร่วมกับฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย นายสุรสิทธิ์ ขันติพันธุกุล นายอำเภอหนองกุงศรี​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่​เทศบาลตำบลหนองกุงศรี​ กว่า 200 คน ร่วมกันจัดทำกิจกรรมจิตอาสา 904 ในการเข้าซ่อมบ้านเรือนราษฎร ปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดต้นไม้ที่ล้มจากแรงลม จากที่ประสบภัยพิบัติ จากพายุโพดุล เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62​ ที่ผ่านมา

          สำหรับ​ อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ประสบภัยพิบัติจากพายุโพดุล เมื่อวันที่ 30 ส.ค.62 บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายจำนวน​ 245 หลัง เสียหายหนัก จำนวน 25 หลัง นอกจากนี้จากแรงลมที่พัดหลังคา ยังมีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ รวมถึงต้นไม้ล้มทับบ้าน​ เส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหายจำนวนมาก

Cr.ร.ต.ท.ประทวน ขจรวุฒินันท์
รอง สว.(ป) กก.ตชด.23 โทร.0815743194
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครราชสีมา-ระดมกำลังช่วยชาวบ้าน​ ระเบิดท่อป้องกันน้ำท่วม

ทีมงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองนครราชสีมา สนธิกำลังทีมงานเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง นำรถน้ำดับเพลิง รถดูดโคลน เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หมู่ 7 ต.หนองปรือ

          เมื่อวันที่ 2 ก.ย.62 เวลา 09.30 น. ที่นครราชสีมา​ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองนครราชสีมา นำรถบรรทุกน้ำดับเพลิง สนธิกำลังร่วมปฏิบัติหน้าที่กับ ทีมงานเจ้าหน้าที่กองช่าง เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณก่อนถึงสี่แยกตลาดหนองปรือ พื้นที่ ม.7 โดยนำรถบรรทุกน้ำฉีดน้ำล้างท่อระบายน้ำ พร้อมกับได้รับการสนับสนุนรถดูดโคลนจากหน่วยงานเทศบาลตำบลหัวทะเลมาทำการดูดโคลนออกจากท่อระบายน้ำ

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากผลการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถเปิดช่องทางน้ำในท่อระบายน้ำให้ไหลผ่านได้สะดวกเป็นปกติ ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณดังกล่าวเกิดจากพื้นที่บริเวณถนนสองข้างเป็นพื้นที่ต่ำ จึงทำให้เศษดินฝุ่นผงไหลลงท่อระบายน้ำจำนวนมากทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน และ ขัดขวางทางน้ำ

          อย่างไรก็ตามในวันที่​ 3 ก.ย.62 เวลา 09.30 น. ทางทีมงานจะเข้ามาช่วยกันทำการขุดลอกท่อระบายน้ำบริเวณพื้นที่ ม.1 ทางโค้งก่อนถึงสระน้ำหนองปรือ เพื่อให้น้ำระบายได้สะดวกยิ่งขึ้น

Cr.ตุ๋ย~หน.ศูนย์ข่าวนครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กนกวรรณ” สั่งลูกเสือ​และหน่วยงานในกำกับ ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยด่วน

         ตามที่มีอุทกภัยน้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ได้รับผลกระทบ 44 จังหวัด ทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้นั้น ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ​ ในฐานะกำกับดูเเลสำนักลูกเสือแห่งชาติได้สั่งการให้สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ แจ้งลูกเสือจังหวัดต่างๆ ลงพื้นที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัย เช่น ช่วยโยกย้ายสิ่งของ การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การจราจร เป็นต้น

          ดร.กนกวรรณฯ เปิดเผยภายหลังได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศว่า “รู้สึกห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากจากพายุโพดุลเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ได้รับฟังการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ทราบว่าจะมีพายุเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยอีกระลอก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก จึงสั่งการให้ลูกเสือพร้อมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากจากอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ และขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเพิ่มขึ้นและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางขอให้ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางทุกครั้ง

          นอกจากนี้ได้สั่งการให้ สำนักงาน กศน.และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. เร่งสำรวจและรายงานความเสียหายของพื้นที่และสถานศึกษามายังกระทรวงศึกษาธิการโดยด่วน รวมถึงให้การช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อวางแผนในการช่วยเหลือและเยียวยาปัญหาหลังน้ำลดต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สุโขทัย-คุมเข้มยันน้ำต้องไม่ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ

          อิทธิพลของพายุ “โพดุล” ทำให้ปริมาณฝนตกสะสมในหลายจังหวัดภาคเหนือเป็นจำนวนมาก และกำลังไหลผ่านแม่น้ำยมจนวิกฤต น้ำไหลผ่าน อ.เมือง จ.แพร่มีปริมาณสูงสุด 1,102 ลบ.ม./วินาที และผ่านที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ มีปริมาณสูงสุด 900 ลบ.ม./วินาที ซึ่งในวันที่ 3 ก.ย.นี้ จะไหลผ่าน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีปริมาณสูงสุด 980 ลบ.ม./วินาที โอกาสเสี่ยงสูงที่น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจเมืองสุโขทัย

          วันที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น.นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงและเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในเขตอำเภอเมืองสุโขทัยพร้อมทั้งประชุมคณะทำงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจังหวัดสุโขทัย ณ ห้องประชุม ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสุโขทัย ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย โดยขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน และอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถขุดตัก ให้พร้อมปฏิบัติงานได้ทันที และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบและเตรียมรับสถานการณ์ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยง เฝ้าระวังพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยตามแนวกำแพงป้องกันน้ำท่วม ที่อาจจะมีน้ำผุดลอดใต้กำแพงอีก

          ขณะที่กองกำลังผสม พลเรือน ทหาร ตำรวจ ได้ระดมนำกระสอบทรายอุดปิดจุดที่มีน้ำทะลัก และซ่อมแซมพนังที่ชำรุด เสริมกระสอบทรายให้สูงขึ้นอีก 40 ซม.ตลอดแนวในเขตเทศบาล พร้อมจัดตั้งโรงครัว และชุดเฉพาะกิจ ให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยในทันที

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

สุโขทัย-กำลังพลทหาร เร่งกรอกกระสอบทรายทำแนวป้องกันน้ำยมล้นตลิ่ง

          วันที่ 3 กันยายน 62 เวลา 07.00 น. พ.อ.บุญประสิทธิ์ มีสอาด รอง ผอ.รมน.จว.ส.ท.(ท) ลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์น้ำแม่น้ำยมในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัย โดยร่วมกับ พล.ต.สุปัญญา วิไลรัตน์ ผบ.บชร.3 นำกำลังพลทหาร กอ.รมน.จ.สุโขทัยและ บชร.3 พิษณุโลก ช่วยประชาชนกรอกกระสอบทรายและทำแนวกั้นน้ำในแม่น้ำยมที่ล้นตลิ่งธรรมชาติ บริเวณถนนนิกรเกษมเลียบริมแม่น้ำยม เขตรอยต่อสะพานพระแม่ย่า ชุมชนพระแม่ย่า ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีพนังกั้นน้ำ

          และในเวลา 09.00 น.ร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำแม่น้ำยมและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของจังหวัดสุโขทัย เพื่อบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การระบายน้ำ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมี นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สท./ผอ.รมน.จว.ส.ท. เป็นประธาน การประชุมมีส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย