มทภ.4 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

         วันนี้ ( 22 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. ) พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผอ.กอร. ถปภ. ทภ.4 เป็นประธานการประชุมแถลงแผนถวายความปลอดภัย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ห้องประชุม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต. กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ก่อนเดินทางตรวจความเรียบร้อยเส้นทางเสด็จ และความปลอดภัยบริเวรที่ประทับ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้การถวายความปลอดภัยในการทรงงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

         สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ จ.นราธิวาส, จ.ปัตตานี, จ.ยะลา, จ.สงขลา และ จ.พัทลุง โดยประทับแรม ณ เรือนรับรองพิกุลทอง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส ระหว่างวันที่ 23- 27 ก.ย.62 นั้น กองทัพภาคที่ 4 ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการถวายความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพภาคที่ 4 ขึ้น ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อวางแผนอำนวยการควบคุมประสานงาน และกำกับดูแลการถวายความปลอดภัยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด และสมพระเกียรติ โดยได้ทำการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ของกองทัพภาคที่ 4 และหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการเขาวางกำลังในพื้นที่รับผิดชอบ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมาจนจบภารกิจ

         โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ให้ข้อเน้นย้ำต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ” ขอให้การถวายความปลอดภัยในครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่ง โดยต้องไม่มีข้อบกพร่องหรือเกิดเหตุการณ์ที่ผิดปกติใดๆ ทั้งปวง ที่จะส่งผลกระทบต่อภารกิจถวายความปลอดภัย โดยให้ ผบ.หน่วย จะต้องกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล และรักษามาตรการความปลอดภัยตามแผนทุกประการอย่างใกล้ชิด และเข้มงวด ทุกหน่วยต้องร่วมมือบูรณาการให้ประสานสอดคล้องและให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้การถวายความปลอดภัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติยิ่ง

ขอบคุณข้อมูล : ข่าวทหาร ทภ.4

สำนักข่าวความมั่นคง

สงขลา/สะเดา สุดยิ่งใหญ่อลังการพิธีเปิดงานโครงการชุมชนสัมพันธ์อำเภอสะเดา หลากหลายสีสันขบวนพาเหรด

สงขลา/สะเดา สุดยิ่งใหญ่อลังการพิธีเปิดงานโครงการชุมชนสัมพันธ์อำเภอสะเดา หลากหลายสีสันขบวนพาเหรด

         เมื่อวันที่21 กันยายน 2562 นายสุเมธ ศศิธร นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองสะเดาได้เปิดงาน โครงการชุมชนสัมพันธ์ โดยในช่วงเช้ามีขบวนพาเหรดจาก 19 ชุมชน ในพื้นที่อำเภอสะเดามาร่วมเดินขบวนพาเหรดกันอย่างคึกคัก แต่ละขบวนพาเหรดของชุมชนต่างๆ แต่งกายด้วยชุดแฟนซี

          โดยนำวัสดุรีไซเคิลมาทำเป็นชุดแต่งกายให้มีสีสัน ซึ่งแต่ละชุมชน ต่างประชันโฉมเครื่องแต่งกายไม่ให้น้อยกว่าใครในแต่ละชุมชน มีทั้งเครื่องแต่งกายที่ทำจากวัสดุประเภทหนังสือพิมพ์ ลอตเตอรี่ ถุงพลาสติก กระป๋อง ฯ แล้วในช่วงบ่ายจะมีการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภททั้ง แอโรบิค วิ่งผลัดลูกโป่งน้ำ วิ่งผลัดกระสอบคู่ ส่งบอลข้ามหัว วิ่งผลัดตีล้อยาง วอลเล่ย์บอลน้ำ ฯ

          ไฮไลภายในขบวนพาเหรดของแต่ละชุมชนต่างโชว์ลีลาในการเดินที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนอย่างมีสีสัน ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของประชาชนในชุมชนที่ได้ทุ่มแรงกายแรงใจ เพื่อให้งานเกิดขึ้นและดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งนี้การจัดโครงการชุมชนสัมพันธ์ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ขอบคุณข้อมูล : NorthernNews
ภาพ/ข่าว มณีรัตน์ แก้ววิเชียร ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

ผู้ว่าฯ ปัตตานี อัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทาน พิธีพระราชทานเพลิงศพอาสาสมัครรักษาดินแดน

           เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 12.30 น. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ สมาชิก พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี เป็นกรณีพิเศษ โดยนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธี ได้อัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทาน ทำพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดทรายขาว หมู่ที่ 3 ตำบลทรายขาว อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

          อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว เจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ในขณะที่ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว พร้อมกำลัง อส. รวม 6 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรับ-ส่ง ครูโรงเรียนบ้านควนประ เพื่อนำส่งครูไปยังถนนสายหลัก ได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ได้ลอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็ก นำมาวางไว้ที่ริมทางแบบเร่งด่วน ก่อนที่คนร้ายได้กดฉนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ขณะที่คณะครู และเจ้าหน้าที่ อส. ขับรถจักรยานยนต์วิ่งผ่านจุดเกิดเหตุ ทำให้ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว อายุ 26 ปี และ อส.พงษ์ศักดิ์ ยอดใจ อายุ 30 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ศีรษะและลำตัวอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ แต่ อส.พัลลภ ศรีทองแก้ว ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าโรงเรียนบ้านควนประ หมู่ที่ 5 ตำบลนาประดุ่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

ขับเคลื่อน “กำปงตักวา” กำหนดยุทธศาสตร์ 1 มัสยิด 1 ตำบล หนุนสร้างสันติสุขชายแดนใต้

คณะทำงานขับเคลื่อน “กำปงตักวา” กำหนดยุทธศาสตร์ปี 2562 ต้องเกิดมัสยิดกำปงตักวา 1 มัสยิด 1 ตำบล เพื่อหนุนเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้

          วันนี้ (22 ก.ย.) ความคืบหน้าการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำปงตักวา ปีงบประมาณ 2562 เพื่อหนุนเสริมการสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีข้อสรุปที่ขับเคลื่อนให้เกิดหมู่บ้านตักวาเป็นรูปธรรมเป็นหลัก หลังจากที่ได้มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจถึงหลักการกฎเกณฑ์ของกำปงตักวาที่ถูกต้องว่าคืออะไร มายาวนานถึง 6 ปี

          “ตักวา” เป็นนิยามมาจากภาษาอาหรับ แปลว่า ยำเกรงต่อการทำบาป หรือละเมิดคำสั่งต่อผู้อภิบาลอย่างสิ้นเชิง ไม่เกี่ยวข้องสิ่งผิดบาปทุกกรณี จึงอาจจะเข้าใจได้ว่า เมื่อคนในหมู่บ้านเลือกไม่กระทำบาป เลือกที่จะทำแต่ความดี แน่นอนการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ย่อมจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพื่อให้สู่เป้าหมายที่ทุกคนคาดหวังไว้ ทางคณะอำนวยการ คณะทำงานขับเคลื่อนกำปงตักวา จึงมีความเห็นตรงกันว่า ในปีงบประมาณ 2562 นี้ จะเน้นสร้างหมู่บ้านตักวาเป็นรูปธรรมนำร่องเป็นต้นแบบอย่างน้อยต้องให้เกิด 1 ตำบล 1 มัสยิด เป็นหมู่บ้านกำปงตักวาเป็นจริงให้ได้ จากจำนวน 290 ตำบล ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ 4 อำเภอของ จ.สงขลา

           โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และคณะทำงาน ภายใต้คำสั่งของ กอ.รมน. ที่มีแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ลงนามในคำสั่งที่ 659/61 ลงคำสั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกำปงตักวา ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติติตามนโยบายของการขับเคลื่อนกำปงตักวา และประสานการปฏิบัติติงานร่วมกันกับองค์กรศาสนา ภาคประชาสังคม และส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้หลักศาสนาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมายตามยุทธศาสตร์ที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กำหนด จึงได้มีการแต่งตั้งในระดับอำนวยการ และระดับจังหวัด โดยมีองค์ประกอบ และกรอบอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ

          นายอับดุลเลาะ เจะแว ประธานชมรมมุสลิมภราดรภาพ กล่าวว่า วันนี้ทางคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำปงตักวา ได้ร่วมกันหารือเพื่อหาข้อสรุปการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กำปงตักวา ในปีงบประมาณปี 2562 นี้ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นชอบที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนในเชิงรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงกำหนดให้มีการนำร่องหมู่บ้านกำปงตักวา 1 มัสยิด 1 ตำบลให้เกิดขึ้นให้ได้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการทันทีภายในงบประมาณปี 2562 นี้

ขอบคุณข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์

ย้อนสถิติโจมตี”ชุดคุ้มครองตำบล” เมื่อสงครามชิงประชาชนเอาชนะที่หมู่บ้าน!

          ระยะหลังเวลาเกิดเหตุรุนแรงที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มักได้ยินข่าว “ชุดคุ้มครองตำบล” หรือ “ชคต.” ตกเป็นเป้าบ่อยครั้ง อย่างล่าสุดกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้กำลังพล อส. (อาสารักษาดินแดน) เสียชีวิตถึง 2 นาย เป้าโจมตีก็คือ ชคต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองครู

          ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ปีเดียวกัน เกิดเหตุรุนแรงสุดอุกอาจ คนร้ายบุกโจมตีจุดตรวจและฐานปฏิบัติการ ชคต.บ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้กำลังพลของทหาร ชรบ. หรือ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และ อส. เสียชีวิตรวมถึง 4 นาย

          ปัจจุบันพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา (จะนะ เทพา สะบ้าย้อย นาทวี) มีชุดคุ้มครองตำบลอยู่ทั้งสิ้น 164 แห่ง จากเป้าหมายทั้งหมด 288 ตำบล โดย ชคต.ก่อตั้งขึ้นในปี 2556 ตามแผนการถ่ายโอนภารกิจการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ จากทหารหลักสู่กองกำลังประจำถิ่นและกองกำลังประชาชน อยู่ในความรับผิดของฝ่ายปกครอง และบรรจุ อส.เข้าไปเสริมปฏิบัติการ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยให้กับชุมชนของตนเอง โดยมีภาครัฐสนับสนุนและให้สวัสดิการ

          เป็นที่รู้กันดีว่ายุทธศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการที่อ้างอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนที่ชายแดนใต้ คือ “สงครามประชาชน” และให้แนวร่วมขบวนการอยู่ปะปนกับชาวบ้าน ฉะนั้นจุดชี้ขาดของสงครามลักษณะนี้คือการ “เอาชนะที่หมู่บ้าน” เหตุนี้เองการใช้ ชคต.แทรกซึมเข้าไปยังพื้นที่ระดับตำบลหมู่บ้านต่างๆ ทั่วชายแดนใต้ จึงปะทะเข้ากับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของกลุ่มขบวนการเข้าอย่างจัง จึงไม่น่าแปลกใจที่ ชคต.ตกเป็นเป้าการโจมตีบ่อยครั้ง และมีแนวโน้มถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ฝ่ายความมั่นคงต้องเสริมศักยภาพ ชคต. เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการดูแลพื้นที่

          “ทีมข่าวอิศรา” ย้อนสถิติเหตุโจมตี ชคต. โดยเน้นการเข้าทำที่ฐานปฏิบัติการเป็นหลัก กระทั่งพบตัวเลขเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ

10 เม.ย.56

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกะรุบี หมู่ 1 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายลอบวางเพลิงเผาป้อมชุดคุ้มครองตำบลกะรุบี ส่วนแยกบ้านคอลอกาปะ หมู่ 6 ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับความเสียหาย

– คนร้ายลอบวางเพลิงเผาป้อมชุดคุ้มครองตำบลตะโละดือรามัน หมู่ 8 บ้านคอลอกาลี ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้รับความเสียหาย

12 เม.ย.56

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบ้านลูโบะกาเย๊าะ หมู่ 5 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิงาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

12 ส.ค.56

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลุโบะบายะ หมู่ 4 บ้านกูแบบาเดาะ ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

26 ม.ค.58

– คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลลุโบะบายะ หมู่ 4 บ้านกูแบบาเดาะ ต.ลุโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

31 ก.ค.58

– คนร้ายบุกโจมตีฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ หมู่ 8 บ้านบาโบ ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย

13 มี.ค.59

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลตาเนาะปูเต๊ะ หมู่ 8 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลยุโป หมู่ 1 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

19 เม.ย.60

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ป้อมจุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลตะปอเยาะ บ้านบูเก๊ะบากง ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายลอบยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลโต๊ะเด็ง หมู่ 1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 1 ราย

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเกาะสะท้อน บ้านปูยู หมู่ 1 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดค้มครองตำบลบาโงสะโต หมู่ 7 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดค้มครองตำบลรือเสาะออก บ้านบลูกา หมู่ 1 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

1 ส.ค.60

– คนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเกาะสะท้อน บ้านปูยู หมู่ 1 ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

29 ก.ย.60

– คนร้ายลอบวางระเบิดจักรยานยนต์บอมบ์บริเวณข้างฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลป่าไร่ หมู่ 5 ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี มีชาวบ้านบาดเจ็บ 1 ราย

19 ต.ค.60

– คนร้ายขว้างระเบิดใส่จุดตรวจชุดคุ้มครองตำบลอภิชัย หมู่ 1 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

14 ก.พ.61

– คนร้ายขับรถกระบะแล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลโฆษิต อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

– คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่จุดตรวจของฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลตะปอเยาะ หมู่ 2 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

23 ก.พ.61

– คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลตะโละไกรทอง บ้านดินเสมอ หมู่ 1 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

12 มี.ค.61

– คนร้ายลอบวางระเบิดใกล้ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบ้านนอก ต.บ้านนอก อ.ปะนาเระ จงปัตตานี เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

29 เม.ย.61

– คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ป้อมฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกรงปินัง ริมถนนสาย 410 (ยะลา-เบตง) อ.กรงปินัง จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

15 พ.ค.61

– คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามและเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลบาโงยซิแน บ้านลีมาปูโล๊ะ หมู่ 3 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

17 พ.ย.61

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลคอลอตันหยง หมู่ 2 บ้านบาโงสากอ ต.คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

21 ธ.ค.61

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเงาะกาโป บ้านเงาะกาโป หมู่ 3 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

27 ธ.ค.61

– คนร้ายซุ่มยิงฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกรงปินัง หมู่ 3 บ้านบราแง ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

28 ธ.ค.61

– คนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกาลิซา บ้านกาหนั๊วะ หมู่ 5 ต.กาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ฐานได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ

10 ม.ค.62

– คนร้ายก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้มครองตำบลประจัน เสียชีวิต 4 นาย ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ รปภ.โรงเรียนบ้านบูโกะ หมู่ 5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

2 เม.ย.62

– คนร้ายซุ้มยิงฐานชุดคุ้มครองตำบลดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

23 ก.ค.62

– คนร้ายบุกโจมตีจุดตรวจและฐานปฏิบัติการ ชคต.บ้านกอแลปิเละ ต.ปะกาฮารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ทำให้ทหาร ชรบ. และ อส. เสียชีวิตรวม 4 นาย

16 ก.ย.62

– คนร้ายลอบวางระเบิดดักสังหารเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะทำหน้าที่ รปภ.ครูกลับบ้าน ทำให้ อส.เสียชีวิต 2 นาย

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวความมั่นคง

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบถ้วยรางวัลพระราชทาน การแข่งขันเรือ ในงานของดีเมืองนรา ประจำปี ๒๕๖๒

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบถ้วยรางวัลพระราชทาน การแข่งขันเรือ ในงานของดีเมืองนรา ประจำปี ๒๕๖๒

         เมื่อวันที่ ๒๒ ก.ย. ๒๕๖๒ เวลา ๑๖.๐๐ น. ที่ บริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติ ครบรอบ ๕๐ ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบรางวัลชนะเลิศ แก่ทีมเรือที่เข้าร่วมการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง ประจำปี ๒๕๖๒ ในงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมีพลตรี สมพล ปานกุล รองแม่ทัพภาคที่ 4/ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า , ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, ส่วนราชการ ,ตลอดจนประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

         การแข่งขันเรือกอและ เรือยอ-กอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง ปีนี้ มีทีมเรือที่สมัครเข้าแข่งขันทั้งสิ้น ๕๒ ทีม แบ่งเป็นทีมเรือกอและ ๑๘ ทีม ทีมเรือยอกอง ๒๒ ทีม และทีมเรือคชสีห์ ๑๒ ทีม ผลการแข่งขันเรือกอและ ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเรือฉลามเสือ รองชนะเลิศลำดับที่ ๒ ทีมเรือศรียะกัง๓, ส่วนการแข่งขันเรือยอกอง ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมเรือบ้านทอน รองชนะเลิศลำดับที่ ๑ ทีมเรือสองพลังพิฆาต, ส่วนผลการแข่งขันเรือคชสีห์ ชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ ทีมเรือศรีนครินทรา รองชนะเลิศอันดับ ๑ ได้แก่ ทีมเรือนราทัศน์ A

         โอกาสนี้ องคมนตรีได้ร่วมชมขบวนแห่เรือบุปผชาติ จำนวน ๑๐ ลำ ซึ่งตกแต่งขบวนเรือ ใช้รูปแบบเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ และการน้อมนำสานต่อ ศาสตร์พระราชา ภายใต้ร่มพระบารมี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร เพื่อให้ทุกภาคส่วนและประชาชนได้นำไปใช้ประโยชน์ ในการสานต่อ ต่อยอดแนวพระราชดำริฯ นอกจากนี้ยังมีการแสดงหน้าพระที่นั่งมี จำนวน ๒ ชุด จากนักเรียนโรงเรียนนราสิขาลัย สลับกับการแข่งขันเรืออีกด้วย

         บรรยากาศในการชมการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ชิงถ้วยพระราช ทาน ประจำปี ๒๕๖๒ ในรอบชิงชนะเลิศนี้ มีประชาชนจากอำเภอต่างๆ เดินทางมาร่วมชม และเชียร์ฝีพายเป็นจำนวนมาก โดยร่วมเป็นกำลังใจให้แก่ทีมที่ตนเองชื่นชอบ อีกทั้งถือเป็นการร่วมสืบสานประเพณีการแข่งเรือของประชาชนในพื้นที่ที่มีมาอย่างยาวนาน

         สำหรับงานแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระ ที่นั่ง มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานและเป็นความภาคภูมิใจของชาวนราธิวาส เนื่องจากเป็นงานแข่งเรือมีการแข่งขันหน้าพระที่นั่ง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชานุญาต และได้พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขันนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นต้นมา และกลายเป็นงานประเพณีมาจนถึงปัจจุบันนี้

ขอบคุณข้อมูล : ราชนาวีที่ปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

นราธิวาส – อัญเชิญถ้วยพระราชทานการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทาน

           วันนี้ (22 ก.ย. 62) ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส นายธรรมรงค์ คงวัดใหม่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ อัญเชิญถ้วยพระราชทานการแข่งขันขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่ง ในงานของดีเมืองนรา ประจำปี 2562

         จากนั้นนำถ้วยพระราชทานส่งมอบให้สมาชิกสโมสรไลออนส์ อัญเชิญถ้วยพระราช ทานประดิษฐานบนรถ โดยได้เคลื่อนขบวนออกจากศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ไปยังบริเวณถนนพิชิตบำรุง (หน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า) อ.เมือง จ.นราธิวาส ไปตามเส้นทางที่กำหนดสู่พลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติ ครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมีนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนราธิวาส รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส (นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์) หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และสมาชิกสโมสรไลออนส์นราธิวาส ร่วมรับ – ส่งขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯ ไปประดิษฐาน ณ พลับพลาเฉลิมพระเกียรติฯ

         สำหรับการจัดแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง เรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่ นั่ง ประจำปี 2562 กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 19 – 22 กันยายน 2562 ณ บริเวณพลับพลาเฉลิมพระเกียรติสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี ริมเขื่อนท่าพระยาสาย แม่น้ำบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส

          โดยในปีนี้มีทีมเรือที่สมัครเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 52 ทีม ทีมเรือกอและเข้าร่วมแข่งขัน 18 ทีม ทีมเรือยอกองเข้าร่วมการแข่งขัน 22 ทีม และทีมเรือคชสีห์เข้าร่วมการแข่งขัน 12 ทีม ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศวันนี้ (22 ก.ย. 62) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในการมอบถ้วยรางวัลพระราชทานแก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขัน และมอบของที่ระลึกแก่ทุกภาคส่วนที่สนับสนุนการจัดการแข่งขัน รวมทั้งมีการจัดแสดงขบวนแห่ทางน้ำ “เรือบุปผชาติ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ถ่ายทอดประเพณี วิถีชีวิต และวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดนราธิวาส และที่สำคัญเป็นการสื่อถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

“กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อยในหมู่บ้าน

หลังจากที่ว่างเว้นการเป็นวิทยากรให้ความรู้ เรื่องโทษพิษภัยยาเสพติด ที่รู้จักกันในนาม “ญาลันนันบารู” วันนี้ได้เปลี่ยนบทบาทการจับไมค์โครโฟน มาจับค้อน – ตะปู แทนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นงานจิตอาสาอย่างหนึ่งของทีมวิทยากรญาลันนันบารู

          นาย อาหะมะ สาตอปา อายุ 48 ปี  บ้านเลขที่ 126/3 ม.8 บ.ลูโบ๊ะซามา ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นเจ้าของบ้านได้อาศัยอยู่กับครอบครัวรวม จำนวน 9 คน และเป็นครอบครัวที่มีรายได้น้อยในหมู่บ้าน โชคร้ายประสบเหตุจากภัยธรรมชาติ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 10 กันยายน 2562 เวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ เกิดลมพายุพัดเป็นเหตุให้ต้นไม้ที่อยู่ใกล้บ้านล้มทับจนหลังคาได้รับความเสียหาย เมื่อทราบข่าวเบื้องต้น ทีมงานวิทยากรญาลันนันบารู และนท.ฉก.นราธิวาส 30 พร้อมกับประชาชนในพื้นที่ ได้ช่วยเหลือตัดกิ้งไม้ที่ทับหลังคาบ้านออกทันทีเพื่อความปลอดภัย  โชคดีเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

          เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ทีมวิทยากรญาลันนันบารู หรือ กลุ่ม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ร่วมกับ จนท.ฉก.นราธิวาส 30 และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันทำกิจกรรม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ซ่อมแซมหลังคาบ้าน ให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรงใช้งานได้ตามปกติ โดยการมีส่วนของจากทุกภาคส่วน เช่น กลุ่ม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” และ จนท.ฉก.นราธิวาส 30 สนับสนุนกำลังในการดำเนินการซ่อแซม, อบต.ปาเสมัส สนับสนุน กระเบื้องหลังคา จำนวน 30 แผ่น และ สังกะสี จำนวน 4 แผ่น, จิตอาสาญาลันนันบารู ต.ปาเสมัส สนับสนุน อาหารและเครื่องดื่มให้กับผู้ร่วมกิจกรรม, ประชาชนในพื้นที่ สนับสนุน นายช่างก่อสร้าง และไม้ การดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จภายในเวลา 9 ชม. ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก จนทำให้เจ้าของบ้านและคนในครอบครัวมีความรู้สึกดีใจมาก และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง

          สำหรับการช่วยครอบครัวนี้ครั้งต่อไป นาย อับดุลเราะมัน สายาดะ ประธานกลุ่ม “กีตอ ไม่ทิ้งกัน” ได้หารือร่วมกันกับจิตอาสาญาลันนันบารูตำบลปาเสมัส, ตำบลมูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก, จิตอาสาญาลันนันบารูตำบลแม่ดง อ.แว้ง จ.นราธิวาส และ จนท.ฉก.นราธิวาส 30  จะทำการสร้างห้องน้ำ จำนวน 1 หลัง เนื่องจากปัจจุบัน มีห้องน้ำสภาพที่ไม่สมบูรณ์และไม่สามารถใช้งานได้

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 19.00 น. พ.อ.รักชาติ รัตนาศักดิ์ รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เป็นประธานกิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ แรม 8 ค่ำ เดือน 10 ณ ลานปฏิบัติธรรม เขาพระศรีศากยมุนีพุทธโคดม ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยมีกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อม และสร้างความเข้าใจพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนผู้นำเครือข่ายพี่น้องไทยพุทธ  ในพื้นที่ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดี และเกื้อกูลต่อการแก้ปัญหาให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

“กอ.รมน.-สมช. “ จัดทำ “ระบบเชื่อมโยงข้อมูล ที่พักแรม และคนเข้าเมือง” ทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัย เป็นฐานข้อมูลฝ่ายความมั่นคง สมช.คุม

“กอ.รมน.-สมช. “ จัดทำ “ระบบเชื่อมโยงข้อมูล ที่พักแรม และคนเข้าเมือง” ทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัย เป็นฐานข้อมูลฝ่ายความมั่นคง สมช.คุม พร้อม จัดพิมพ์ คู่มือการปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย แจกจ่าย จนท.7หน่วยงาน

          พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ ๙/๒๕๖๒ สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค ๑ – ๔ เข้าร่วมประชุมฯ ที่ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมฯ

         ทั้งนี้ กอ.รมน. ติดตามความก้าวหน้าการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูลที่พักแรมและคนเข้าเมือง กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๒ ได้จัดประชุมติดตามความก้าวหน้าของการจัดทำระบบเชื่อมโยงข้อมูล ที่พักแรม และคนเข้าเมืองในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต, เชียงใหม่, เชียงราย, กระบี่ และขอนแก่น ในปัจจุบัน เพื่อรับทราบแนวทางการปฏิบัติอันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลที่พักแรมและคนเข้าเมืองเข้าด้วยกัน ให้เกิดความสมบูรณ์ ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะไม่ไปกระทบต่อสิทธิ ในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล สามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายแนวทาง การดำเนินการได้อย่างเกิดผลเป็นรูปธรรม ทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและประชาชน

         ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลของผู้พักแรม และคนเข้าเมืองนั้น ต้องการที่จะให้ผู้ประกอบการ ได้มีความเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นในข้อเท็จจริงของข้อมูลผู้เข้าพักอาศัย โดยดำเนินการตามมาตรการ ประกอบด้วย มาตรการระยะเฉพาะหน้า จะเน้นให้ทุกหน่วยงานปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และมาตรการระยะยาว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของทุกภาคส่วน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลตามกฎหมาย ได้ทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่ โดยมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ

         นอกจากนี้ ยังจัดทำคู่มือการปฏิบัติการเกี่ยวกับการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จากปัญหาการลักลอบนำเข้าพืชผลทางการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ส่งผลกระทบต่อราคาพืชผลทางการเกษตรภายในประเทศ

          นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. ได้สั่งการให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการในการป้องกันการลักลอบนำเข้า ซึ่งการดำเนินการป้องกันเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากมีหลายขั้นตอน และมีกฎหมายหลายข้อที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ ยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอ ผอ.รมน. จึงได้จัดทำ “คู่มือการตรวจสอบสินค้าเกษตร ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร” ร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

         กอ.รมน. โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกรมการค้าภายใน, กรมการค้าต่างประเทศ, กรมวิชาการเกษตร, กรมศุลกากร, กรมทางหลวง, กองบังคับการตำรวจทางหลวง และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ร่วมกันพิจารณาจัดทำคู่มือดังกล่าว ปัจจุบันได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบ ร้อย โดยได้จัดพิมพ์ขนาด A๕, ๔ สี ๗๐ หน้า จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม เพื่อมอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามด่านความมั่นคงบริเวณชายแดน ได้ศึกษาเทคนิคและวิธีตรวจสอบด้วยตัวเองตลอดเวลาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นแนวทางสำหรับเจ้าหน้าที่

          โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงนำไปใช้ปฏิบัติในพื้นที่ให้เข้าใจถึงขั้นตอน เทคนิค ข้อสังเกตต่างๆ ตลอดจนข้อกฎหมายและระเบียบที่สำคัญในการสนับสนุน การป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร เข้ามาในราชอาณาจักรได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูการ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ ในการจัดทำคู่มือดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมศุลกากร

สำหรับคู่มือข้างต้น ศปป.๔ กอ.รมน. จะแจกจ่ายให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๗ หน่วยงาน ภายในเดือน กันยายน ๒๕๖๒ ต่อไป