ตราด​-ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว, ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมฟัง ทิศทางการท่องเที่ยวตราด ปี 2563

ตราด​-ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดตราด ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมฟัง ทิศทางการท่องเที่ยว ตราด ปี 2563

วันที่ 26 ก.ย. 62​ นายวิบูลย์ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) พร้อมด้วย​ นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ร่วมกันเปิดการประชุมและแถลงแผนการตลาดการท่องเที่ยวไทย และทิศทางท่องเที่ยวตราด ปี 2563

ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราดจัดขึ้น โดยมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดตราด ชุมชนท่องเที่ยว รวมทั้งสื่อมวลชน เข้าร่วมที่ห้องประชุมโรงแรมเอวาด้า​ ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด​ จ.ตราด

ทางด้านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้จัดทำแผนการตลาดในปี 2563 ซึ่งได้วางแผนเป้าหมายภาพรวม โดยชูการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบให้เป็นรูปธรรมในทุกมิติ เน้นนักท้องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่ไปกับกาเดินหน้านำเสนอสินค้าและบริการที่สามารถชูเอกลักษณ์วิถีไทยที่ทรงเสน่ห์ ตั้งเป้ารักษาตำแหน่งประเทศที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก และกำหนดทิศทางการเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจากการท้องเที่ยว Mass Tourism เข้าสู่การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

ซึ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและที่ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าราคา โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกและสรรหาสินค้าและบริการที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม การบริโภคทรัพยากรที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินทางท่องเที่ยว การลดละและเลิกการกระทำที่จะส่งผลต่อช่วงอายุของทรัพยากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิตท้องถิ่น สำหรับทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดตราดนั้น จะตอกย้ำการส่งเสริมการขายสินค้าท่องเที่ยวหาดทราย ขายทะเล หมู่เกาะ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ด้วย Gastronomy-Luxperience ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น โดยรังสรรค์เมนูผ่าน Chef Table สร้างเรื่องราวของเมนูอาหารให้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าทางการเกษตรอย่างผลไม้ ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรม CSR อาทิ แรลลี่คายัค เก็บขยะในอ่าวสลักคอก เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างรัยผิดชอบ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นกลุ่ม Gen Y/Corporate/Food Lover และกลุ่มที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดจันทบุรี 1,734 ทุน

กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง มอบทุนการศึกษาเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดจันทบุรี 1,734 ทุน พร้อมจัดประกวดทักษะวิชาการ รวมกว่า 2 ล้านบาท ให้โอกาสเด็ก เยาวชน ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา

วันนี้ ( 26 ก.ย.62 ) ที่พุทธมณฑล จังหวัดจันทบุรี พระราชจันทโมลี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี พระครูประดิษฐ์ศาสนการ หรือหลวงปู่นงค์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง/ พระครูสุจิตกิตติวัฒน์ ผู้อำนวยการหน่วยวิทยบริการมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดจันทบุรี และ นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำคณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมพิธีมอบทุนการศึกษา โครงการกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวงมอบทุนการศึกษาเยาวชน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2562 จำนวน 1,734 ทุน

ซึ่งเป็นรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง แบ่งเป็นระดับชั้นประถมศึกษาทุนละ 1,000 บาทจำนวน 1,000 ทุนและคณะสงฆ์อำเภอมะขามได้สมทบเพิ่มทุนระดับประถมศึกษาจำนวน 100 ทุน วัดพลวงจำนวน 33 ทุน รวมจำนวนระดับชั้นประถมศึกษา 1,133 ทุนระดับชั้นมัธยมศึกษาทุนละ 2,000 บาท จำนวน 501 ทุนระดับชั้นอุดมศึกษาทุนละ 3,000 บาท จำนวน 100 ทุน รวมทั้งหมดเป็นเงินทุนการศึกษา รวม 2,435,000 บาท

เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการศึกษาให้กับเยาชนที่เข้ารับมอบทุน และได้จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางวิชาการ / ประกวดแข่งขันคัดลายมือ/ ประกวดแข่งขันเรียงความ /ประกวดแข่งขันตอบปัญหาธรรมะ /ประกวดแข่งขันวงดนตรีไทย / ประกวดแข่งขันวงเครื่องสายวงเล็กผสมขิม / ประกวดแข่งขันวงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่ / ประกวดรำวงกลองยาว ชิงทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 382,800 บาท

ซึ่งการมอบทุนการศึกษาของกองทุนนิธิพระพุทธ บาทพลวงในปีนี้ มียอดรวมทั้งหมด 2,817,800 บาท มีผู้จิตศรัทธาร่วมสมทบเพิ่มเติมจำนวนมาก เพื่อกระจายให้เด็กเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างครอบคลุม จึงได้จัดมอบทุนเป็นเวลา 2 วัน

นอกจากนี้ สถานศึกษา วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยในจังหวัดจันทบุรียังได้จัดนิทรรศการแนะแนวทางการศึกษาทั้งวิชาชีพ และ หลักสูตรวิชาการ เพื่อเสริมความรู้เป็นแนวทางในการศึกษาต่อของนักเรียน นักศึกษาในอนาคต อีกทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมออกร้านตั้งโรงทานจัดเลี้ยงนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปอย่างล้นหลาม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี-สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน) ร่วมกับจังหวัด จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เชื่อมโยงธุรกิจ สู่ตลาดดิจิทัล ในยุคเศรษฐกิจใหม่ 2020

จันทบุรี-สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน) ร่วมกับจังหวัด จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เชื่อมโยงธุรกิจ สู่ตลาดดิจิทัล ในยุคเศรษฐกิจใหม่ 2020

ที่ห้องห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ และ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ”การเชื่อมโยงธุรกิจในเครือข่ายผู้ประกอบการ สู่ตลาดดิจิทัล ในยุคเศรษฐกิจใหม่ 2020″ ที่สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ(องค์กรมหาชน) หรือ TCEB ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี และบิสคลับ

จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ ให้มีความรู้ สร้างสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน การสร้างโอกาสและขยายช่องทางการตลาด ในระบบการค้าออนไลน์ โดยนำร้านค้า ผ่าน Platform : Bizconnect.asia ภายในงานมีกิจกรรม ออกบูธโชว์สินค้า/การเจรจาธุรกิจ/การอบรมให้ความรู้เรื่องการค้าออนไลน์ และ การสร้างข้อมูลกิจการออนไลน์ ในระบบตลาดออนไลน์ ผ่าน Platform Bizconnect.asia และมีผู้ประกอบสมาชิก บิสคลับ ภาคตะวันออก เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จำนวน 120 คน และมีธุรกิจ ได้นำร้านค้า เข้าสู่การค้าออนไลน์ ผ่านระบบ Platform : Bizconnect.asia จำนวน 80 ร้านค้า ซึ่งสินค้าที่ผ่านระบบ จะได้รับการพิจารณา คัดเลือก ไปออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

พรานปลา กลายเป็นศพในบ่อบำบัดน้ำเสีย เพื่อนร่วมหาปลา มึนไม่รู้ใครพาศพขึ้นจากน้ำ-เรือไฟเบอร์หาย

พรานปลากลายเป็นศพในบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อนร่วมหาปลามึนไม่รู้ใครพาศพขึ้นจากน้ำ-เรือไฟเบอร์หาย

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจนครศรีธรรมราช เข้าทำ การตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต บริเวณคันบ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังสวนสาธารณสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 หรือทุ่งท่าลาด ในท้องที่คาบเกี่ยวระหว่างเขตตำบลนาเคียน และตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากรับแจ้งว่ามีคนจมน้ำในบริเวณนี้

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลับพบว่าศพถูกนำมาวางอยู่บนคันบ่อน้ำเสียแล้วทราบชื่อต่อมาคือนายจำนง หีดแก้ว อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 1 ตำบลนาทราย อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช สภาพศพเสียชีวิตมาได้ไม่นาน โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำร่างขึ้นมาจากน้ำ

ขณะที่เพื่อนบ้านที่มาร่วมหาปลาห่างจากจุดพบศพนายจำนงไปประมาณ 200 เมตร เล่าว่าเห็นนายจำนงอยู่บนเรือไฟเบอร์ขนาดเล็กข้ามไปมาระหว่างคันบ่อทั้งสองด้าน เพื่อดูตาข่ายดักปลาที่พาดทั้งสองด้าน หลังจากนั้นไม่นานไม่เห็นนายจำนงอีก ไม่ได้สงสัยอะไรจนกระทั่งเห็นรถเครื่องจักรสีเหลืองมาจอดอยู่ที่ขอบบ่อจึงมาดูพบว่านายจำนงเสียชีวิตแล้ว ส่วนเรือนั้นเห็นว่าอยู่บนเครื่องจักรคันนั้นแต่ไม่ทราบว่าเป็นเรือลำเดียวกับที่นายจำนงผู้ตายใช้หรือไม่ หรือจะจมอยู่ก้นบ่อก็ไม่มั่นใจ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ประสานญาติให้เข้ามาตรวจสอบสภาพศพและจะได้นำส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุแห่งการตาย นอกจากนั้นจะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องภายในพื้นที่บ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นพื้นที่ของทางเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มาทำการสอบสวนเพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริงในสาเหตุการณ์ตายต่อไปแล้ว.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ประกอบการร้านค้ารวมตัวแจ้งความกลุ่มบุคคลหลังเชื่อถูกหลอกขายพื้นที่ร้านค้ากลางสนามหน้าเมืองนครศรีฯ

ผู้ประกอบการร้านค้ารวมตัวแจ้งความกลุ่มบุคคลหลังเชื่อถูกหลอกขายพื้นที่ร้านค้ากลางสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช -โดยอ้างเป็นพื้นที่งานเดือนสิบนครศรีธรรมราช ของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช นางสาวภัสสุ์กุลช์ จันทร์เอียด พร้อมด้วยผู้ประกอบการร้านค้าอีกกว่า 10 รายได้เข้ารวมตัวและแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังจากที่ได้จ่ายเงินค่าออกบูธร้านค้ารายละ 3 พันบาท บริเวณตอนกลางสนามหน้าเมือง ถนนราชดำเนิน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยหลงเชื่อว่าเป็นงานของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้นำหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลรายหนึ่งเป็นหลักฐาน

นางสาวภัสสุ์กุลช์ จันทร์เอียด ระบุกับพนักงานสอบสวนว่าได้มีบุคคลอย่างน้อย 3 คนซึ่งได้ระบุชื่อกับพนักงานสอบสวนไว้แล้วเป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ในรูปของคณะกรรมการ ได้ชักชวนให้กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้ามาออกบูธสินค้าในงานเดือนสิบนครศรีธรรมราช ที่บริเวณกลางสนามหน้าเมือง โดยอ้างว่าเป็นงานของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรม ราช ระหว่างวันที่ 22 กันยายนถึง 1 ตุลาคม 2562 โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีรายละ 3,000 – 3,500 บาท หลังจากที่ผู้ประกอบการได้โอนเงินเข้าบัญชีปรากฎว่าเมื่อถึงวันงานกลับไม่มีการอำนวยความสะดวกใดๆ จึงเริ่มรู้สึกว่าหากเป็นงานของผู้ว่าราชการจังหวัดจริงไม่น่าจะเกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้น จึงเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสอบสวนให้ติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่เรียกรับเงินจำนวนนี้ โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาหลังจากที่ได้มีการแจ้งความแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนได้เข้าร้องเรียนต่อนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้มอบให้นายษฐา ขาวขำ จ่าจังหวัดนครศรีธรรมราช รับเรื่องและติดตามในการแก้ไขปัญหาให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ โดยได้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ให้โดยประสานกับผู้จัดงานกิจกรรมเดือนสิบในพื้นที่อื่นให้การช่วยเหลือ โดยยืนยันว่าจังหวัดได้จัดกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าวโดยเป็นการปล่อยฟรีไม่ได้รับเงินหรือเรียกเก็บค่าพื้นที่ใดๆส่วนผู้ที่ประสงค์จะเรียกเงินคืนนั้นสามารถไปดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เรียกรับเงินได้ตามเจตนา.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

รมช.มหาดไทยมอบโฉนดที่ดินแปลงใหม่ จังหวัดสุโขทัยพัฒนาพื้นที่เพื่อประชาชน

วันที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธาน ในพิธีมอบโฉนดที่ดินแปลงใหม่ ตามโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่เป็นการส่งเสริมการพัฒนาตามผังเมือง โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการร่วมคิดร่วมสร้างร่วมพัฒนา และแก้ปัญหาผังเมืองอย่างเป็นระบบทั้งบริเวณ คือเปิดพื้นที่ตาบอดให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ สร้างโครงข่ายคมนาคมและขนส่งที่สมบูรณ์ ประหยัดงบประมาณในการเวนคืนที่ดิน มูลค่าที่ดินเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว และสามารถพัฒนาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพระหว่างกลุ่มเจ้าของที่ดินและหน่วยงานภาครัฐ โดยเจ้าของที่ดินยังมีกรรมสิทธ์ในที่ดินของตนเองอันจะนำมาซึ่งประโยชน์ แก่เจ้าของที่ดินและชุมชนเมือง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปากแคว และเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ได้ดำเนินการจัดรูปที่ดินฯ บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดสุโขทัย โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพื้นที่ ด้วยวิธีการจัดรูปที่ดินในเขตผังเมืองรวมเมืองสุโขทัย ในบริเวณเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (สีเหลือง) สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่รกร้างใจกลางเมืองยังไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ และบางแปลงเป็นพื้นที่ถูกปิดล้อมไม่มีทางเข้าออก มีพื้นที่โครงการฯ 163 ไร่ 3 งาน 89.08 ตารางวา แปลงที่ดิน 93 แปลง

เจ้าของที่ดิน 45 ราย กรมฯ ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนโครงการพร้อมระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ จำนวนทั้งสิ้น 111,600,000 บาท ได้แก่ ถนนโครงการ ขนาดเขตทาง 16 เมตร 12 เมตร และถนนสายย่อยขนาดเขตทาง 9 เมตร และ 6 เมตร รวมความยาวถนนทั้งสิ้น 2,681 เมตร เนื่องจากในพื้นที่มีสถานีขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ การบริการด้านขนส่งสาธารณะของจังหวัดสุโขทัย จึงทำให้ถนนโครงการที่สร้างขึ้นสามารถช่วยระบายรถที่เข้าออกในสถานีขนส่งฯ พร้อมทั้งมีระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ประปา และติดตั้งระบบสูบน้ำ 2 จุด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เต็มศักยภาพ

:วิชัย สิทธิพันธ์ ภาพข่าว
:พงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สาวทอมห้าวสุดขีดถือมีดพร้าบุกจี้ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ตร.ตามรวบทันควันห่างจากร้านแค่ 3 กม.ของกลางครบ

นี่เป็นภาพเหตุการณ์คนร้ายสวมหมวกกันน๊อคปิดอำพรางใบหน้าพร้อมทั้งสวมแจ๊คเก็ต ถือมีดพร้าเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งย่านชุมชนบ้านหน้าทับ ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี หมู่ 15ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรี ธรรมราช เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา หลังจากที่สบโอกาสคนร้ายได้ใช้มีดพร้าขู่บังคับพนักงานของร้านก่อนที่จะบังคับเอาทรัพย์สินไป เป็นเงินสดชนิดเหรียญจำนวนกว่า 2 พันบาท ก่อนที่จะหลบหนีไป

ต่อมาพันตำรวจตรีวรรณชัย คชายนต์ สารวัตรสืบสวน สภ.ท่าศาลา นำกำลังเข้าตรวจสอบรูปพรรณคนร้าย พร้อมทั้งพนักงานร้านแจ้งว่าคนร้ายมีสำเนียงพูดคล้ายผู้หญิง หลังจากนั้นจึงติดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี ปรากฏว่าบนเส้นทางพบมีผู้ต้องสงสัย เดินอยู่ริมถนนจึงเชิญตัวมาทำการพุดคุยที่ตู้ยามสายตรวจบ้านหน้าทับทราบชื่อต่อมาคือนางสาวรัชนีกร โสภาวัจน์ อายุ 21 ปี เป็นสาวทอมบอย มีบ้านอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อเพียง 3 กิโลเมตร หลังจากที่นำมาพูดคุยพบว่ามีพฤติกรรมแสดงพิรุธ และเมื่อถูกซักถาม นางสาวรัชนีกร ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปตรวจยึดของกลางประกอบด้วยเงินสดซึ่งเป็นเงินเหรียญบรรจุถุงจำนวน 1,400 บาท เสื้อแจ๊คเก็ตที่ใช้ก่อเหตุ หมวกกันน๊อค ส่วนมีดพร้านางสาวรัชนีกร พาเจ้าหน้าที่ไปนำชี้จุดโยนทิ้งในคลองปากพยิง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 800 เมตร และรับสารภาพด้วยว่าไปก่อเหตุด้วยอารมย์ชั่ววูบเนื่องจากขาดเงินใช้จ่ายจึงตรงไปก่อเหตุก่อนที่จะถูกจับกุมตัวได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธ ก่อนที่จะคุมตัวไปดำเนินคดีแล้ว./////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

นครนายก พิธีเปิดงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดระเบียบสายสื่อสาร

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก จัดพิธีเปิดงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมบนเสาไฟฟ้าบน 74 จังหวัดทั่วประเทศ

ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จังหวัดนครนายก นายณัฐพงษ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดระเบียบสายสื่อสารโทรคมนาคมเสาไฟฟ้า 74 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยมีนายตระกูล กุลบุญนิธิ ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนครนายก ผู้แทนหน่วย ผู้ประกอบการเจ้าของสื่อสาร และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธีเปิดจำนวนมาก

ด้วยสภาพความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยของสายสื่อสาร เป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ยากต่อการแก้ใขให้สำเร็จลุล่วงในเวลาอันรวดเร็ว โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง ที่ผ่านมา PEA ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยหลากหลายวิธี โดยการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการนำสายลงใต้ดินและการแก้ไขปัญหาสายบนเสา แต่เนื่องจากการนำสายลงใต้ดินต้องใช้งบประมาณสูง

อีกทั้งพื้นที่ความรับผิดชอบของ PEA มีมาก การนำสายลงดินจึงทำได้เพียงพื้นที่สำคัญ ๆ บางส่วนเท่านั้น โดยมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาที่เสาไฟฟ้าเป็นหลัก เพื่อเป็นมาตรฐานการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ ในปี 2562 PEA นำเสนอกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการทั้ง 74 จังหวัด ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ PEA เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการสายและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างทัศนียภาพที่สวยงาม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยส่วนรวม ทั้งยังก่อให้เกิดความมั่นคงในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ PEA อีกด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ยะลามอบโฉนดที่ดิน“คืนความสุขให้ปชช. ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม”

ยะลามอบหนังสือแสดงการ ทำประโยชน์ (น.ค.3) และหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) แก่สมาชิกนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จ.ยะลา จำนวน 141 ราย

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 ที่หอประชุมนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ บ้านนิคมฯ ม.6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จังหวัดยะลา นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานพิธีมอบเอกสารสิทธิ์ น.ค.3 และ น.ค.1 ให้กับราษฎรในพื้นที่ หมู่ 6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยมีนายธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอบันนังสตา และนายไพรัตน์ หมันเจริญ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ ให้การต้อนรับ

นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่าจังหวัดยะลำจากการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้อนุมัติให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์ ในที่ดินทำกินของนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ประจำปี2562 จำนวน 141 ราย เพื่อให้ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกินได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และเข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ก่อให้เกิด ความมั่นคงในการดำรงชีวิต และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และจังหวัด ให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป

นายนิมะ มะกาเจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ยังกล่าวว่าปัจจุบันยังคงเหลือพื้นที่นิคมฯ ยะลา รับผิดชอบ จำนวน 213,651 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิกนิคมฯ จำนวน 6,867 ราย แบ่งเป็น 1. สมาชิกผังจัดสรร จำนวน 3,271 ราย ได้ออกเอกสารสิทธิ์แล้ว 588 ราย 2. สมาชิกราษฎรเดิม จำนวน 3,596 ราย ได้ออกเอกสารสิทธิ์แล้ว 1,578 ราย รวมที่ได้ออกเอกสารสิทธิ์แล้ว จำนวน 2,166 ราย ในปี 2562 นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา ได้ดำเนินการบรรจุ สมาชิกนิคม และได้เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้อนุมัติ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) เพื่อให้สมาชิกนิคมฯ นำไปขอออกหนังสือรับรองการทำ ประโยชน์ (น.ส.3) หรือโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป.

ขอบคุณข้อมูล : News

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.62 เวลา 09.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ กรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร ครบรอบปีที่ 39 ทรงพระราชทานของที่ระลึก พร้อมเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และราษฎรที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จ

หลังจากนั้นทรงประทับรถรางพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมโครงการทหารพันธุ์ดีกองทัพภาคที่ 4 โดยทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการเลี้ยงแพะพระราชทาน โครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ตระกูลดำ และไก่เบตง โครงการทดลองปลูกพืชในสวนยาง การปลูกกาแฟโรบัสต้า และโกโก้ ก่อนจะประทับรถรางพระที่นั่ง ติดตามการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายสิรินธร ซึ่งได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งขึ้นพร้อมทอดพระเนตรการแสดงของเด็กนักเรียนของศูนย์ฯ

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชมและทอดพระเนตรผลงานผ้าบาติก ของศูนย์ผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก ภายในค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ในการนี้ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 นางแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่ 4 หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ กำลังพลภายในหน่วย ตลอดจนประชาชน เข้าเฝ้ารับ-ส่ง เสด็จฯ

ต่อมาเวลา 14.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทรงทอดพระเนตรงานวิชาการเกษตร และโครงการรวบรวมพันธุ์พืชผัก พืชไร่ เพื่อช่วยเหลือชาวเกษตรกร ในยามวิกฤติตามพระราชดำริ ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับแรม ณ เรือนรับรองพิกุลทอง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยกองทัพภาคที่ 4 ได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัยกองทัพภาคที่ 4 เพื่อให้การถวายความปลอดภัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติยิ่ง

ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง