จังหวัดปัตตานี จัดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติ จังหวัดปัตตานี ภายใต้แนวคิด “จิตอาสา พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กด้อยโอกาส”

จังหวัดปัตตานี จัดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดปัตตานี ภายใต้แนวคิด “จิตอาสา พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กด้อยโอกาส”

          วันที่ (26 ก.ย. 62) ที่หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี นายพรหมพิริย กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดโครงการวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดปัตตานี ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “จิตอาสา พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กด้อยโอกาส” โดยมีนายอัรฟาน ดอเลาะ ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดปัตตานี กล่าวรายงาน มีนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เด็กและเยาวชนจังหวัดปัตตานี เข้าร่วม 500 คน

          นายอัรฟาน ดอเลาะ ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปัตตานี โดยสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดปัตตานี กำหนดจัดงานวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดปัตตานี ประจำปี 2562 ภายใต้แนวคิด “จิตอาสา พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กด้อยโอกาส” ให้เยาวชนได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วม จิตอาสา จิตสาธารณะ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในพื้นที่

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อพัฒนาเด็กผู้ด้อยโอกาส และเพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน และทุกภาคส่วนของสังคมได้ตระหนักในความสำคัญของเด็กและเยาวชน โดยการสนับสนุนในการทำกิจกรรมในด้านต่าง ๆ

          นอกจากนี้ภายในงานมีการจัดกิจกรรมการออกบูทโชว์ผลงานของเยาวชนบูธหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การแสดงเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ การโชว์ความสามารถทางด้านดนตรีของเยาวชน และกิจกรรมจออาสาทำดีด้วยหัวใจ อีกด้วย

#จังหวัดปัตตานี #โครงการวันเยาวชนแห่งชาติจังหวัดปัตตานี #จิตอาสา พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กด้อยโอกาส #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – บดินทร์ เบญจสมัย/ ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี

สำนักข่าวความมั่นคง

รู้จัก “หัวหน้าพูดคุยดับไฟใต้ป้ายแดง” พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ

มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯคนใหม่ 

          พล.อ.วัลลภ กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่ได้รับแต่งตั้งให้ไปทำหน้าที่ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” แทน พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 โดยเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 (หลังเกษียณอายุราชการ) เป็นต้นไป

          พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาตั้งแต่ปี 2560 รวมเวลา 2 ปี โดยย้ายข้ามห้วยมาจากผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

         พล.อ.วัลลภ เกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2501 เป็นชาวจังหวัดลพบุรี จบโรงเรียนเตรียม ทหารรุ่น 18 (ตท.18) และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่น 29 (จปร.29) ผ่านการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 69 และหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ รุ่นที่ 54

         พล.อ.วัลลภ เคยเป็นทหารเหล่าปืนใหญ่ เคยปฏิบัติราชการสนามในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ยุทธการช่องบก และช่องโอบก ทั้งยังเคยปฏิบัติงานเป็นผู้ประสานภารกิจในภารกิจรักษาสันติภาพ ราชอาณาจักรกัมพูชา ในปี 2534 ด้วย เคยเป็นอาจารย์ในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รองเจ้ากรมและเจ้ากรมยุทธการทหาร และผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม ก่อนข้ามห้วยเป็นเลขาธิการ สมช.กระทั่งเกษียณอายุราชการ

         พล.อ.วัลลภ เคยปฏิบัติงานที่เป็นเกียรติประวัติ เช่น สมัยรักษาราชการผู้ช่วยทูตทหาร ไทยประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ระหว่างเดือน ต.ค.2544 ถึง ก.ย.2547 นั้น ปรากฏว่าเมื่อเดือน ม.ค.2546 เกิดวิกฤติการณ์ที่มีการปล่อยข่าวลือ จนทำให้ชาวกัมพูชาไม่พอใจ มีการประท้วงจลาจลทำลายทรัพย์สิน และทำร้ายคนไทย บุกเผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ ทำให้ข้าราชการของสถานทูตและคนไทยต้องหลบหนีจากเหตุจลาจล พล.อ.วัลลภ ได้ช่วยเหลือข้าราชการสถานทูตบางส่วนไปอยู่เซฟเฮาส์ และวางแผนอพยพคนไทยกลับประเทศ โดยประสานกับกองทัพไทยในการเตรียมกำลังพลและอากาศยานไปรับคนไทยที่สนามบินโปเชนตง รวมกว่า 700 คน กลับสู่มาตุภูมิด้วยความปลอดภัย

         นอกจากนั้นยังมีผลงานเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงระห่วางประเทศ กรณีเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินสายการบินลาวแอร์ไลน์ เที่ยวบิน QV301 เกิดอุบัติเหตุตกกลางแม่น้ำโขง ฝั่งเมืองโพนทอง ตรงข้ามเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2556 ขณะนั้น พล.อ.วัลลภ ดำรงตำแหน่งรองเจ้ากรมยุทธการทหาร ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าชุดประสานงานของไท่ย เพื่อให้ความช่วยเหลือ สปป.ลาว ในการร่วมค้นหาและกู้ซากเครื่องบินลาว เหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 44 คน โดยกองทัพอากาศสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตชาวไทย 3 รายกลับประเทศเพื่อทำพิธีทางศาสนาได้อย่างเรียบบรอ้ย

          ช่วงที่ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหาร ซึ่งสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ อยู่ในภาวะเปราะบาง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศไทย พล.อ.วัลลภ มีส่วนสำคัญในฐานะผู้อำนวยการฝึกร่วมกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา ในการฝึกปฏิบัติการร่วมผสมทางทหารระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพสหรัฐ ครั้งที่ 34 ภายใต้ชื่อ “คอบร้าโกลด์ 2015” ซึ่งเป็นการฝึกร่วมผสมทางการทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจัดขึ้นทุกปีในประเทศไทย โดยปีที่จัดคอบร้าโกลด์ ครั้งที่ 34 ในระหว่างที่ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐค่อนข้างเปราะบางนี้ ปรากฏว่ามีประเทศเข้าร่วมถึง 24 ประเทศ และผลการฝึกก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย

          ขณะเดียวกัน พล.อ.วัลลภ ยังเคยทำหน้าที่ประธานร่วมการประชุมในกรอบทวิภาคีกับอีกหลายประเทศ เช่น การประชุมคณะกรรมการการฝึกร่วมผสมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีความรู้ความชำนาญและความคุ้นเคยกับมาเลเซียไม่น้อย

สำหรับ คติประจำใจของ พล.อ.วัลล คือ “มุ่งมั่น ตั้งใจ เสียสละ”

         พล.อ.วัลลภ นับเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯ คนที่ 3 ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำประเทศจากการเข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อปี 2557 โดยหัวหน้าคณะพูดคุยฯคนแรก คือ พล.อ.อักษรา เกิดผล หรือ “บิ๊กโบ้” ทำหน้าที่มาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2558 จนถึงปลายปี 2561 จึงมีการเปลี่ยนตัวเป็น พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาธารัชต์ หรือ “บิ๊กเมา” อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 แต่ก็ทำงานได้เพียงไม่กี่เดือนก็ถูกเปลี่ยนตัวอีกรอบ โดย พล.อ.อุดมชัย ขยับไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. และกำลังขับเคลื่อนจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา ทำงานเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป ขณะที่หัวหน้าพูดคุยฯก็ถูกเปลี่ยนอีกครั้งเป็น พล.อ.วัลลภ การเปลี่ยนตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลจาก คสช.เป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ สมัย 2 ซึ่งเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง และมีสภาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน

          เป็นที่น่าสังเกตว่า นับตั้งแต่ริเริ่มกระบวนการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐแบบเปิดเผย บนโต๊ะ ไม่ใช่คุยกับแบบปิดลับ หรือคุยกันใต้โต๊ะแบบเดิม ปรากฏว่าหัวหน้าคณะพูดคุยฯฝ่ายรัฐบาลไทยเป็นทหารหรื่ออดีตทหารมาตลอด เริ่มจาก พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร หรือ “บิ๊กแมว” อดีตเลขาธิการ สมช. ทำหน้าที่เมื่อปี 2555 ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยขณะนั้นใช้ชื่อว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ตามด้วย พล.อ.อักษรา ปี 2558 พล.อ.อุดมชัย ปี 2561 และ พล.อ.วัลลภ ปี 2562

ขอบคุณ : ประวัติและภาพ พล.อ.วัลลภ จากเอกสารประกอบการรับรางวัลเกียรติยศจักรดาว (ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร) ประจำปี 2561 สาขาบริหารการปกครองและเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติ

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา

คณะทูตานุทูตมุสลิมประจำประเทศไทย เยือนจังหวัดปัตตานี ติดตามนโยบายการพัฒนาด้านการศึกษาในพื้นที่ จชต.

           เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. ที่ โรงเรียนสาธิตอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นายเจษฎา  กตเวทิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา นำคณะทูตานุทูตมุสลิมประจำประเทศไทย ประกอบด้วย H.E.Mr.Abdelilah El Housni  เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรโมร็อกโกประจำประเทศไทย พร้อมด้วย H.E.Mr.Saif Abdulla Mohammed Khalfan Alshamisi เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย, H.E.Mr.Ahmad Abdulla Al-Hajeri เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรบาห์เรนประจำประเทศไทย, อุปทูตรัฐสุลต่านโอมานและสาธารณรัฐซูดาน ที่ปรึกษาเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ประจำประเทศไทย นายเวรสถานเอกอัครราชทูตรัฐคูเวตและราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทยและคณะ เยือนพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อรับทราบข้อมูลนโยบายและการพัฒนาเชิงบวกด้านการศึกษา เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศมุสลิม  อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ตลอดจนบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนเข้าร่วม

           H.E.Mr.Abdelilah El Housni  เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรโมร็อกโกประจำประเทศไทย กล่าวว่า  รู้สึกดีใจที่ได้มาเยือนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันนี้ ซึ่งทำให้รู้จักประเทศไทยมากขึ้น เมื่อรู้จักกันมากขึ้น ก็จะนำมาซึ่งความเคารพต่อกันมากขึ้น รู้สึกมีความสุขที่ได้พูดคุยกับนักเรียน และได้เห็นถึงความตั้งใจที่อยากศึกษาเรียนรู้ทางด้านภาษา การมาเยือนในครั้งนี้นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะเป็นทุนสำหรับอนาคตในการต่อยอดให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโอกาสด้านการศึกษามากขึ้น

          จากนั้นเวลา 14.00 น. คณะทูตานุทูตมุสลิมประจำประเทศไทย ได้เดินทางต่อไปยัง โรงเรียนจงรักษ์สัตย์วิทยา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อพบปะคณะผู้บริหาร และพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายและการพัฒนาการเรียนการสอนทางด้านภาษา พร้อมกันนี้ คณะฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการและชมการแสดงจากนักเรียน

ขอบคุณข้อมูล : สำนักปฏิบัติการข่าวสาร กอ.รมน.ภาค 4 สน.

สำนักข่าวความมั่นคง

เรือนจำจังหวัดสงขลา นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกรณีพิเศษตั้งแต่รุ่งสาง

เรือนจำจังหวัดสงขลา นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกรณีพิเศษตั้งแต่รุ่งสาง เพื่อตรวจหาสิ่งผิดกฎหมายและสิ่งของต้องห้าม  พร้อมสุ่มตรวจปัสสาวะผู้ต้องขัง 200 คน เพื่อหาสารเสพติด เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย

          วันนี้ (26 ก.ย. 62) ที่เรือนจำจังหวัดสงขลา นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายดำรงค์ บัวฤทธิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลา นำเจ้าหน้าที่จากทัพเรือภาคที่ 2 สงขลา กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จังหวัดสงขลา ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 ตำรวจภูธรเมืองสงขลา สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 และชุดปฏิบัติการพิเศษเขต 9 จำนวน 160 นาย สนธิกำลังปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษเรือนจำจังหวัดสงขลาตั้งแต่รุ่งสาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ในสังกัด ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นอย่างเข้มข้น และเป็นไปอย่างเรียบร้อย

          นายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันยังมีการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น เป็นภัยสังคมคุกคามต่อการพัฒนาประเทศและความสงบสุขของสังคม นำไปสู่ปัญหาการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ

          ผลจากการเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเร่งด่วนของรัฐบาล ทำให้มีการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งผู้เสพและผู้ค้าได้เป็นจำนวนมาก รัฐบาลจังได้กำหนดเป็น “วาระแห่งชาติ” ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อีกทั้งเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องเข้ามาร่วมมือกันแก้ไข ประสานงานติดต่อสื่อสารที่จะเชื่อมโยงประสานความร่วมมือกันอย่างจริงจัง

          เรือนจำจังหวัดสงขลาจึงได้ทำหนดให้มีการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ เดือนละ 1 ครั้ง โดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกและเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดสงขลา ร่วมกันจู่โจมตรวจค้น โดยทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิบัติภารกิจในเชิงรุก ร่วมกันจู่โจมตรวจค้นมิให้มีโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด สิ่งของต้องห้าม ตลอดจนสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำ

          ด้านนายดำรงค์ บัวฤทธิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เรือนจำจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่มอบหมายให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ดำเนินการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือให้หมดสิ้นไปจากเรือนจำและทัณฑสถานโดยเร็ว ตามนโยบาย 5 ก้าวย่าง การเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์ ก้าวย่างที่ 1 : ควบคุมปราบปรามยาเสพติด โทรศัพท์มือถือและสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำ และนโยบายอธิบดีกรมราชทัณฑ์ 3 ส. 7 ก. โดยให้ดำเนินการจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

          สำหรับการจู่โจมตรวจค้นในครั้งนี้ เพื่อให้เรือนจำทุกแห่งดำเนินการปราบปรามยาเสพติด โทรศัพท์มือถือและสิ่งของต้องห้ามภายในเรือนจำไม่ให้มีการลักลอบเข้ามา หรือมีไว้ภายในเรือนจำอย่างเด็ดขาด โดยให้เรือนจำทำการจู่โจมตรวจค้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรือนจำจังหวัดสงขลามีภารกิจด้านการควบคุมผู้กระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาล ผู้ต้องขังส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด บางคนอาจมีอิทธิพลด้านการเงินและมีเครือข่ายภายนอกเรือนจำอาจลักลอบ ใช้เรือนจำเป็นฐานในการสั่งซื้อ-ขาย ยาเสพติด โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สื่อกลางในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกเรือนจำ

          ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายเข้าค้นเรือนนอน ตู้เก็บสิ่งของและอาคารสถานที่ภายในเรือนจำอย่างละเอียดแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการสุ่มตรวจปัสสาวะในกลุ่มผู้ต้องขัง จำนวน 200 คน เพื่อหาสารเสพติด เบื้องต้นไม่พบสารเสพติด ปัจจุบันเรือนจำจังหวัดสงขลา มีผู้ต้องขังทั้งหมด 2,745 คน

#เรือนจำจังหวัดสงขลา #เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง #ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำกรณีพิเศษ  #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : ผู้สื่อข่าว – ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด / ผู้เรียบเรียง – วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต

แหล่งที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

สำนักข่าวความมั่นคง

ละหมาดฮายัติ เพื่อสันติสุขที่โรงเรียนธรรมฯ จะนะ

          วันที่ 25 ก.ย.62 ร่วมสังเกตการณ์ กิจกรรมละหมาดฮายัด ณ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิสงขลา เริ่มละหมาด เวลา 10.00 น. มีคนมาร่วมละหมาด ประมาณการ 300 – 400 คน ก่อนละหมาด หะยีอิสมาอีล หมะหลี ผู้จัดการโรงเรียนก็ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ในการละหมาดในครั้งนี้ เพื่อให้พระเจ้าคุ้มครองให้เกิดความสลามัติ(ความสันติ) ห่างไกลกับสิ่งเลวร้ายต่างๆที่เกิดขึ้น เป็นคำกล่าวสั้นๆ

          จากการสังเกตุและสอบถามผู้ที่มาละหมาด ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่อำเภอจะนะ เช่นผู้ปกครองนักเรียน ครูและนักเรียนในพื้นที่ รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียนใกล้เคียงบางท่านและชาวบ้านในพื้นที่ แต่ไม่มาก รวมทั้งการดูแลความเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่ของรัฐและได้สอบถามผู้ที่มาร่วมนั้น ทุกคนมาตามคำเชิญของผู้จัดการ ร.ร.ธรรมวิทยาฯสงขลาเท่านั้นโดยไม่มีนัยสำคัญ เหตการณ์ทั่วไปปกติ ไม่มีเวทีเสวนา ไม่มีป้ายผ้า ไม่มีคำพูดที่แสดงถึงความไม่พอใจในการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เสร็จกิจกรรม เวลา 10.30 น. มีการแจกข้าวกล่อง และทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ เหตุการณ์ทั่วไปปกติ

หมายเหตุ ย้อนดูการละหมาดฮายัตในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่ปัตตานีเพื่อสันติสุข

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews

“หลวงพ่ออ๊อด” วัดสายไหม จัดสร้างเหรียญ รุ่น”เลื่อนสมณศักดิ์พระครูโสภณภัทรเวทย์” ปัจจัยร่วมสร้างวัดสายไหม 2

“หลวงพ่ออ๊อด” วัดสายไหม จัดสร้างเหรียญ รุ่น”เลื่อนสมณศักดิ์พระครูโสภณภัทรเวทย์” ปัจจัยร่วมสร้างวัดสายไหม 2

พระครูปลัดอิทธิพล ปธานิโก หลวงอ๊อด วัดสายไหม ปทุมธานี พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าตำรับวัตถุมงคล “ตะกรุดลูกปืนหยุดมัจจุราช” ท่านเป็นพระนักพัฒนา นักการศึกษา พร้อมสนับสนุนสร้าง อาคารผู้ป่วย โรงเรียน และวัดในถิ่นทุรกันดารมากมาย เป็นพระที่มีเมตตาสูง ทำบุญช่วยสนับสนุนกิจการงานของสงฆ์ เผยแผ่พระพุทธศาสนา จัดอบรมนั่งสมาธิกรรมฐาน เจริญกุศลภาวนา เป็นพระนักพัฒนา และพระนักการศึกษาด้วย ศึกษาความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง ปัจจุบันท่านกำลังจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาจุฬาฯ

ด้วยคุณงามความดีที่ท่านทำให้ไว้ในบวรพุทธศาสนาตลอดมา หลวงพ่อจึงได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ “พระครูโสภณภัทรเวทย์” ยังความปราบปลื้มใจให้บรรดาลูกศิษย์ทั่วทุกสารทิศ เป็นอย่างยิ่ง

หากกล่าวถึงเครื่องราง “ตะกรุดลูกปืน” ต้องนึกถึงหลวงพ่ออ๊อด วัดสายไหม เจ้าตำรับตะกรุดลูกปืนหยุดมัจจุราช ซึ่งต่างทราบกันดีว่าตะกรุดลูกปืนของหลวงพ่อ มีผู้ที่มีประสบการณ์มากมาย ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย จากหนักเป็นเบาบ้างก็มี อุบัติเหตุตามท้องถนน จะเห็นตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ หรือทางทีวีอยู่บ่อยครั้ง

ส่วนชนวนมวลสารปลอกลูกปืนนั้น หลวงพ่ออ๊อด ท่านเคยถูกนำมาใช้สร้างเหรียญ หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก (เหรียญรุ่น 1 ) เมื่อปลายปี 2550 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เป็นเวลาถึง 12 ปี เนื้อปลอกลูกไม่เคยถูกนำมาใช้สร้างเหรียญหลวงพ่ออีกเลย ซึ่งในวาระอันเป็นมงคล “เลื่อนสมณศักดิ์ พระครูโสภณภัทรเวทย์”ทางวัดสายไหมได้นำเนื้อปลอกลูกปืนกลับมาใช้สร้างเหรียญ “เลื่อนสมณศักดิ์”อีกครั้ง เพื่อเป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นเจ้าตำรับตะกรุดลูกปืนหยุดมัจจุราชของ”หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก” เจ้าอาวาสวัดสายไหม

โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า “เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์พระครูโสภณภัทรเวทย์” เป็นเหรียญที่ปรารถนาของทุกท่าน โดยเชื่อกันว่า จะช่วยให้ เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนขั้นให้ดียิ่งๆขึ้นไป เป็นที่แสวงหามาครอบครอง ทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้าน ประกอบกิจการสิ่งใด ก็สำเร็จทุกๆประการ

สำหรับปัจจัยที่ได้ทั้งหมด หลวงพ่อท่านจะนำไปสมทบทุนสร้างวัดสายไหมแห่งที่ 2 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุทธยา

ทั้งนี้สั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 พ.ย.62 สั่งจองได้ที่จุดบูชาวัตถุมงคล วัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และจะทำพิธีพุทธาภิเษก วันที่ 9 พ.ย. 62 จากนั้นให้มารับวัตถุมงคล ได้ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.62 เป็นต้นไป ท่านที่อยู่ไกลทางวัด สามารถจัดส่งให้ได้ สอบถามได้ที่โทร 02-531-2127

////////////

กอ.รมน. ร่วมกับ กสทช. เชิญชวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์ยืนยันตัวตน

(วันที่ 29 ก.ย. 62) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า ตามที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้มีการประกาศ เรื่อง มาตรการการจัดระเบียบการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2562 นั้น ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 5 เครือข่าย ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนอาสาสมัครรูปแบบต่างๆ ในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบยืนยันตัวตนเป็นอย่างดียิ่ง

อย่างไรก็ตามยังคงมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดาร ยังไม่ทราบถึงการประกาศขอความร่วมมือในการลงทะเบียนซิมการ์ดโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบยืนยันตัวตน จึงยังไม่ได้ไปลงทะเบียน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีกทั้ง เพื่อให้การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้หารือกับ กสทช. และผู้ประกอบกิจการโทรศัพท์ ดังนี้
๑. เพิ่มช่องทางการรับรู้ด้วยรูปแบบจัดทำป้ายโฆษณา, ป้ายไวนิล ตามสถานที่สำคัญ เช่น สนามบินท่ารถบริษัทขนส่งจำกัด(บขส.), การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) เป็นต้น
๒. จัดชุดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และสถานที่ต่างๆ เพื่อการลงทะเบียน(ผู้ใช้บริการในพื้นที่ จชต.)
๓. เพิ่มยอดเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียน(USER) ในหมู่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ เช่น บัณฑิตอาสา, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)(ผู้ใช้บริการในพื้นที่จชต.) สำหรับการตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนระบบยืนยันตัวตนใช้ได้ทั้งบุคคลในพื้นที่จชต. และนอกพื้นทีจชต. สามารถดำเนินการด้วยตนเองโดยกด 1655*หมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก กดสี่เหลี่ยมแล้วกดโทรออก และผู้ใช้บริการโทรศัพท์ ที่อยู่นอกพื้นที่ จชต. สามารถลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้ ณ ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วราขอาณาจักร ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

กอ.รมน. ร่วมกับ กสทช. ขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมลงทะเบียนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยระบบยืนยันตัวตน เพื่อเป็นการป้องกันการสวมสิทธิ์ รักษาสิทธิประโยชน์ และความปลอดภัยไม่ให้บุคคลอื่นนำหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดกับประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สังสรรค์ สื่อสารการเมือง-นศ.สื่อสารการเมือง ม.เกริก นัดเลี้ยงรุ่น กระชับมิตร

สังสรรค์ สื่อสารการเมือง :พล.อ.ปกิตน์ สันตินิยม ประธาน นศ.สื่อสารการเมือง ม.เกริก นัดเลี้ยงรุ่น กระชับมิตร มี พล.ต.ประสิทธิ์ หมอทรัพย์.สส.ศิริพงศ์ รัศมี,พันธวัช สุทิน,จเร ตัณฑ์พรชัย อดีตสส.สระบุรี,ชาตรี ตะเคียนทอง,อำนวย ชัยประพรเสริฐ,สิทธิชัย นุ่มแจ่ม,ปุณยนุช วัฒนาจิรกุล(กระต่าย) สุนทร ช่วยตระกูล”ทอนส์79″ ที่ร้านอาหารศรีวิชัย นาคนิวาส 53 เมื่อวันก่อน บรรยากาศอบอุ่น

cr.ทอนส์79

“บิ๊กอู๊ด” พร้อมคณะนักศีกษาหลักสูตร ปปร.23 สถาบันพระปกเกล้า เดินหน้านำทีมเยียวยา ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

“บิ๊กอู๊ด” พร้อมคณะนักศีกษาหลักสูตร ปปร.23 สถาบันพระปกเกล้า เดินหน้านำทีมเยียวยา ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

จากเกิดกรณีสถานการณ์พายุน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่​ จังหวัด​อุบลราชธานี​ อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ราษฏรได้อพยพตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และบางส่วนยังคงอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีระดับน้ำท่วมสูงเนื่องจากห่วงทรัพย์สิน และมีราษฎรที่เดือดร้อนจากการที่บ้านเรือนถูกทำลายเสียหาย

ทางรัฐบาล โดยการสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการตำรวจทุกหน่วยลงพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.

ในวันนี้​ วันเสาร์​ที่ 28 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กุลัตถ์นาม รอง ผบก.กฝ. ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม.,พ.ต.อ.ธนิสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.จ.อุบลราชธานี

และคณะหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 23 (ปปร.23) ได้นำตำรวจจิตอาสาสังกัด สตม.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ตม.จ.อุบลราชธานี ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย ใน จ.อุบลราชธานี ดังนี้

จุดที่ 1 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้านชุมชนบ้านกุดระงุม อ.วารินชำราบ มอบถุงยังชีพ จำนวน 650 ชุด​ จุดที่ 2 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจชาวบ้านชุมชนวัดกุดคูณ อ.เมือง มอบถุงยังชีพ จำนวน 350 ชุด และมอบวัสดุก่อสร้างให้ชุมชนวัดกุดคูณ จำนวน 1 ชุด

พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ กล่าวว่า ได้สั่งการ ให้ จนท.ตม.ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ประสบภัย ตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และร่วมให้กำลังใจอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน ที่ตนและคณะมาในวันนี้ ไม่ได้ต้องการสิ่งตอบแทน หวังเพียงแต่ว่าผู้ประสบภัยจะผ่านพ้นวิกฤติความเดือดร้อนครั้งนี้ไปให้ได้ โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลืออย่างเต็มที่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดเสวนาวิชาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้หัวข้อ “มหันตภัย…คอร์รัปชั่น ยุค 4.0 นักศึกษา วัยใส ต้านภัยทุจริต” ครั้งที่ 4/2562

สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดเสวนาวิชาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้หัวข้อ “มหันตภัย…คอร์รัปชั่น ยุค 4.0 นักศึกษา วัยใส ต้านภัยทุจริต” ครั้งที่ 4/2562

โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย.62 ที่ห้องประชุมกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยเชียงราย : มี นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน

ดร.เอกชัย เหลืองสะอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น​ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การจัดงานเสวนาครั้งนี้มีจุดประสงค์ เพื่อต่อต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึกเด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา ให้รู้ถึงพิษภัยของการทุจริต ปลูกฝังค่านิยมประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ยึดหลักธรรมาภิบาลในการปฏิบัติหน้าที่ตอบแทนคุณแผ่นดิน

นอกจากนี้ สมาคมฯและมูลนิธิต่อต้านทุจริต ยังได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนรณรงค์และต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ พร้อมทั้งเปิดเวทีแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับองค์กรอื่นๆ และดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ของประเทศ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​