จันทบุรี-บรรยากาศกินเจคึกคักผู้ว่าราชการจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกินอาหารเจถวายเป็นพระราชกุศลฯ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2562

บรรยากาศกินเจจันทบุรีคึกคักผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าสวนราชการ ร่วมกินอาหารเจถวายเป็นพระราชกุศลฯ พร้อมให้กำลังใจคณะกรรมการโรงเจ เม่งหงีเจตั้วจังหวัดจันทบุรี

         วันนี้ ( 1 ต.ค.62 ) ที่โรงเจเม่งหงีเจตั้ว จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการ ร่วมทานอาหารเจเพื่อเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 คุลาคม 2562 พร้อมทั้งให้กำลังใจ คณะกรรมการโรงเจเม่งหงีเจตั้วจังหวัดจันทบุรี ที่จัดงานประเพณีถือศีลกินเจ ส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรี

          สำหรับปีนี้โรงเจทั้ง 2 แห่งในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี คือ โรงเจบ้วนเฮงเจตั๊ว วัดเขตร์นาบุญญาราม จัดเทศกาลถือศีลกินเจต่อเนื่องเป็นปีที่ 132 ส่วนโรงเจเม่งหงีเจตั๊ว สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 มีการเปิด ครัวฮุกโจ้ว เลี้ยงอาหารเจ ฟรีแก่ประชาชนทุกเพศ ทุกวัยวันละ 3 เวลาตลอดเทศกาลฯ ที่ปีนี้มีไปจนถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ขณะที่บรรยากาศเทศกาลถือศีลกินเจ ปีนี้ คึกคักมีประชาชนให้ความสนใจร่วมรับประทานอาหารเจเพิ่มมากขึ้น ทำให้บรรยากาศการค้าคึกคักส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมถึงแม้ราคาผักจะสูงขึ้นแต่ประชาชนก็สนใจที่จะเรียนรู้ประเพณีถือศีล กินเจ”หนึ่งมื้อกินเจ หมื่นชีวิตรอดตาย”

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

โจรโรคจิต ย่องขโมยกางเกงใน และเสื้อใน หญิงวัย 68 ปี และลูกสาว ขณะที่กล้องวงจรปิดสามารถจับพฤติกรรมโจรโรคจิตรายนี้ไว้ได้อย่างชัดเจน

https://youtu.be/lSiFc_gdufU

          วันที่ 30 กันยายน 2562 เวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง นางวรางค์คณา มั่งคั่ง อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ที่ 1ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ว่าช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 35-40 ปี แต่งกายเสื้อยืด สวมกางกงยีน สวมแว่นสายตา ขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดที่หน้าบ้านพัก และปีนรั้วบ้านเข้ามา ก่อนที่คนร้ายจะปีนเสาหน้าบ้านใช้มือดันกล้องขึ้นและเดินเข้าไปขโมยเสื้อใน 3 ตัว และกางเกงใน 8 ตัว เป็นเงินประมาณ 2,000 บาท ไป โดยที่กล้องวงปิดอีกตัวสามารถจับภาพพฤติกรรมของคนร้ายโรคจิตรายนี้ไว้ได้

          ซึ่งนางวรางค์คณา ยังเล่าอีกว่า เมื่อช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายที่น่าจะเป็นรายเดียวกันแอบเข้ามาขโมยเสื้อใน และกางเกงชั้นในของลูกสาวไปแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งในครั้งนั้นคนร้ายได้ขโมยเสื้อและกางเกงชั้นในไปกว่า 10 ชุด เป็นเงินประมาณ 8,000-9,000 บาท ทำให้นางวรางค์คณา มั่งคั่ง ผู้เสียหายต้องมีการติดตั้งกล้องวงปิด และล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาถูกคนร้ายย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง

          ในเบื้องต้น นางวรางค์คณา มั่งคั่ง ผู้เสียหาย ได้นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ไว้เป็นหลักฐานแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยติดตามคนร้ายโรคจิตรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ด้วย เนื่องจาก นางวรางค์คณา มั่งคั่ง ผู้เสียหายกลัวในความไม่ปลอดภัยของตนเอง และลูกสาว รวมทั้งเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จะสืบสวนหาข่าวเชิงลึก รวมทั้งมีการแกะลอยจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อเป็นเบาะแสในการเร่งติดตามคนร้ายโรคจิตรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ต่อไป

          และล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานอีกว่าในพื้นที่ ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ที่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร คนร้ายโรคจิตรายนี้ ยังได้เข้าไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ แต่ผู้เสียหายไม่กล้าที่จะแจ้งความ เพราะเห็นว่าเสื้อใน และกางเกงในที่ซื้อมาราคาไม่ถึงพัน

          ด้านนางน้อย เพื่อนบ้านใกล้เคียง กล่าวว่า รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น และกลัวว่าคนร้ายจะย้อยกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการป้องกันทรัพย์สินโดยการเก็บเสื้อใน และกางเกงในเข้าบ้านในเวลากลางคืน

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชลบุรี-รองสวป.สภ.เมืองพัทยาฉลองทำบุญขึ้นบ้านใหม่ แขกร่วมแสดงความยินดี คับคั่ง

         เพิ่อน พ้อง น้อง พี่ นายโยธิน พรมแตง หน.ศูนย์ข่าว น.ส.พ ยุทธศาสตร์ พ่อค้า นักธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสฉลองทำบุญขึ้นบ้านใหม่กับ ร.ต.ท สุนทร วงษ์สา รองสวป.สภ.เมืองพัทยาและครอบครัวณ.บ้านห้วยยายมุก ต.โป่ง อบางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ย 62 ค่ำนี้

ลพบุรี-รถตู้หลวงพ่ออลงกต ชนสนั่นกระบะดับ 2 ราย หลวงพ่อปลอดภัย

         เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 30 ก.ย. 62พ.ต.ท.ณัฐพล พงษ์ษานุวัฒน์ สารวัตรเวรสอบ สวน สภ.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ตู้ยี่ห้อโฟล์กสวาเกน สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮบ-9830 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี พระราชวิสุทธิประชานาถ อายุ 66 ปี (หรือหลวงพ่ออลงกต) ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากดูแลบ้านเด็กธรรมรักษ์ 2 วัดพระบาทน้ำพุ 2 ต.ดงดินแดง อ.หนองม่วง ลพบุรี ชนกับรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน บก-7145 ลพบุรี ที่ถนนพหลโยธิน 1หลักกิโลเมตรที่ 179-180 หมู่ที่ 3 ต.ห้วยโป่ง เยื้องวัดเขาวงพระจันทร์ ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 2 ราย หลวงพ่ออลงกต ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวามีบาดแผลยาวประมาณ 10 ซม. มีอาการปวดที่สะโพกด้านขวาถูกนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช

          จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทราบว่า รถยนต์ตู้หลวงพ่ออลงกต ขับมาจาก อ.โคกสำโรง มุ่งหน้า อ.เมือง รถยนต์กระบะได้ ที่จอดซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ยูเทิร์นข้ามถนนแบบกะทันหัน ซึ่งรถยนต์ตู้ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง ไม่สามารถหยุดรถหรือเบรกได้ทันรถได้พุ่งชนอย่างจัง เสียงดังสนั่น จนรถทั้งสองคันพังยับเยิน ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบมีผู้เสียชีวิตติดคาซากรถกระบะจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ได้ใช้อุปกรณ์ในการตัดถ่างร่างออกมาได้ในเวลาต่อมาทราบชื่อนายสุนทร แสนอภัย อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122/2 หมู่ 6 ต.วังขอนขว้าง อ.โคกสำโรง ลพบุรี และนางระอุ่น ปัญญา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 6 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง ลพบุรี

          สำหรับหลวงพ่ออลงกตได้ถูกนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช และได้ทำการรักษาบาดแผลที่แข้งขวาที่แตกแตก นำตัวเข้าห้องเอ็กซเรย์สะโพกขวาที่ปวดร้าว เนื่องจากหลวงพ่อเคยประสบอุสะโพกหักมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อปี 2537 จากอุบัติเหตุเช่นกัน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งหลวงพ่อได้กล่าวขอบใจลูกศิษย์ที่ห่วงใยตนเอง ซึ่งได้กล่าวกับลูกศิษย์คนสนิทว่าให้รีบไปดูแลช่วยเหลือคู่กรณี ที่เสียชีวิตทั้งสองราย อีกทั้งยังกำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ของผู้ป่วย และเด็ก ทั้งวัดพระบาทน้ำพุ 1และ 2 ซึ่งแม้ว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บและเสียขวัญ หลวงพ่อก็ยังอดเป็นห่วงผู้ป่วยและเด็กที่หลวงพ่อต้องดูอยู่ รวมถึงกิจนิมนต์ในที่ต่างๆไม่ได้ ทั้งนี้หลวงพ่อได้กล่าวขอบใจลูกศิษย์ทุกคนที่เป็นห่วง ขณะนี้ถึงมือแพทย์แล้ว อีกไม่กี่วันคงจะทุเลา

ภาพ/ข่าว นายโยธิน พรมแตง
นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090 รายงาน

ทัพเรือภาคที่ 1 ส่งมอบการบังคับบัญชา สานภารกิจสู่เป้าหมาย

          วันนี้ 28 ก.ย.62 พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ซึ่งมีวาระครบเกษียณอายุราชการ และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ร.ต. สุทธินันท์ สมานรักษ์ เจ้ากรมการเงินทหารเรือ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ตั้งแต่ 1 ต.ค.62 เป็นต้นไป ได้กระทำพิธีกล่าวอำลากำลังพล และแนะนำผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ท่านใหม่ พร้อมมอบธงประจำหน่วยและลงนาม เพื่อส่งมอบหน้าที่ให้แก่ พล.ร.ต.สุทธินันท์ สมานรักษ์ เจ้ากรมการเงินทหารเรือ ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (อัตราพลเรือโท) โดยมีผู้บังคับชาและกำลังพลในสังกัดให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ ณ หน้ากองบัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 1 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

         พล.ร.ท.บรรจบฯ กล่าวว่าผู้บัญชา การทัพเรือภาคที่ 1 ท่านใหม่ เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ผ่านการปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆ ในกองทัพเรือมาแล้วหลายหน่วยงาน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญมาแล้วหลายตำแหน่ง ทั้งในด้านการปกครองบังคับบัญชา และงานในฝ่ายอำนวยการ อาทิ ผู้บังคับการกรมต่อสู้อากาศ ยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศ ยานและรักษาฝั่ง ผู้อำนวยการกองยุทธ การทัพเรือภาคที่ 1 รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 และเจ้ากรมการเงินทหารเรือ ซึ่งจากประสบการณ์ของท่านที่ผ่านมา มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะเป็นผู้นำความสำเร็จในภารกิจและความเจริญก้าวหน้ามาสู่ทัพเรือภาคที่ 1 ได้เป็นอย่างดี

         ทัพเรือภาคที่ 1 นับเป็นหน่วยรบที่มีสรรพกำลังทางเรือ ทางบก และทางอากาศ รับผิดชอบดูแลความมั่นคง รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขตทะเลอ่าวไทยตอนบน ตั้งแต่จังหวัดชุมพร ถึงจังหวัดตราด ถือว่ามีพื้นที่รับผิดชอบอย่างกว้างขวาง

          “มั่นใจว่าผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จะสามารถบริหารจัดการภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะพัฒนาแก้ปัญหาทั้งมวลควบคู่ไปกับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น เพื่อความเจริญก้าวหน้าสืบไปในภายภาคหน้าได้อย่างแน่นอน” พล.ร.ท.บรรจบฯ ได้กล่าวในตอนท้าย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ไม่ได้ฉันเช้า !! พระผู้ใหญ่สละชีพ ปกป้องพระเณร !! เหตุสลด รถสองแถวรับพระเณรบิณฑบาตไหลตกทางขึ้นเขาเสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 8 ราย

เกิดเหตุสลดรับอรุณ เมื่อรถสองแถวรับส่งพระเณรวัดเขาพระครู ไปบิณฑบาตในตอนเช้า ขากลับเข้าวัดเกิดปัญหาไม่ทราบสาเหตุ ไหลตกทางขึ้นเขา พระใบฏีกาลุกยืนขวางท้ายกระบะกันไม่ให้เณรตกรถ ส่งผลให้พระใบฏีกามรณภาพ ส่วนพระเณรบาดเจ็บอีก 8 รูป

          เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันนี้ ( 30 ก.ย. ) ศูนย์วิทยุสว่างประทีปธรรมสถานศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถสองแถวรับส่งพระและเณรไหลตกจากทางขึ้นเขาได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดที่บริเวณทางขึ้นวัดเขาพระครู ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลต่าง ๆ ในเขตอำเภอศรีราชา เข้าร่วม โดยมี พ.ต.อ.จักรพันธุ์ กิตติสิริพรกุล ผกก.สภ.ศรีราชา และ พ.ต.ท.เกริกศิลป์ บูรเจริญ รอง ผกก.สอบสวน.สภ.ศรีราชาเข้าร่วมตรวจสอบ

          ในที่เกิดเหตุเป็นทางขึ้นเขาพระครู ซึ่งเป็นทางลาดชัน พบกับรถสองแถวสีส้ม หนองมน-ศรีราชา หมายเลข 1631 ค-67 หมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 10-6660 ชลบุรี จอดท้ายชนกับเสาไฟฟ้า พบพระและเณรได้รับบาดเจ็บนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ส่วนบาตรพระและอาหารใส่บาตรตกกระจายเกลื่อนพื้น มีเณรที่ได้รับบาดเจ็บติดอยู่บนรถสองแถวจำนวน 4 รูป และมีเณรบางส่วนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปแล้ว พบพระภิกษุ 1 รูปได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่บนพื้นถนน ใกล้กันพบพระภิกษุ 1 รูป ที่อยู่ด้านบนสุดของที่เกิดเหตุพบว่า มรณภาพแล้ว ทราบชื่อคือ พระครูใบฏีกาธีระศักดิ์ ธรรมธีโร อยู่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มาเป็นพระพี่เลี้ยงปฏิบัติธรรมที่วัดเขาพระครู เจ้าหน้าที่กู้ชีพและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ส่วนคนขับรถรายนี้ยังไม่ทราบชื่อแน่ชัด รู้เพียงชื่อเล่นว่าเล็ก ส่วนชื่อนามสกุลจริงยังไม่ทราบแน่ชัด ซึ่งหลังจากเกิดเหตุยังไม่สามารถติดต่อได้

          จากการสอบสวนพระรูปหนึ่งเปิดเผยทั้งน้ำตาทราบว่า ขณะที่รถสองแถวไปรับพระเณรของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา ที่บวชบรรพชาพระและสามเณรไปบิณฑบาตในวันแรก ขับขึ้นเขาพระครู ตนเองได้เห็นรถสองแถวคันเกิดเหตุไหลลงมา ส่ายเป็นงู แล้วคนขับน่าจะพยายามให้รถปะทะกับภูเขาเพื่อไม่ให้รถตกเขาอีกฝั่งจนกระแทกและมีพระ เณร กระเด็นออกจากตัวรถ จนรถมาหยุดสงบนิ่งที่เสาไฟฟ้าทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

         ด้านผู้ที่เห็นเหตุการณ์อีกคนเปิดเผยว่า ขณะที่รถคันเกิดเหตุกำลังไหลลงมา พระครูใบฏีกาธีระศักดิ์ ได้ลุกยืนขวางทางขึ้นของรถสองแถวเพื่อป้องกันไม่ให้เณรและพระที่อยู่ในรถสองแถวคันดังกล่าวตกลงไปจากรถ โดยยืนกันขวางทางไว้ จนตนเองถูกแรงเหวี่ยงแรงกระแทกทำให้ร่างหล่นมาจากรถ ศีรษะฟาดกับหิน ทำให้มรณภาพดังกล่าว ซึ่งเสียใจอย่างมาก ท่านได้ทำความดีเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนพระและเณรที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งติดตามคนขับรถสองแถวคันดังกล่าวมาสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก-กรมชลฯเปิดเขื่อนชวนนักวิ่งร่วม ขุนด่านรัน 20 ไมล์

กรมชลประทาน เปิดเขื่อนชวนนักวิ่งร่วม ขุนด่านรัน 20 ไมล์ ร่วมทำบุญสมทบให้ 3 โรงพยาบาลและก้าวคนละก้าว

         ที่ลานหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล นายณัฐพงศ์ ศริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก นายถิระศักดิ์ ทองศิริ ผู้ทรงคุณวุติกรมชลประทาน พร้อมคณะร่วมเป็นประธานเปิดงาน กรม ชลประทานเปิดเขื่อนชวนนักวิ่งร่วม ขุ่นด่านรัน 20 ไมล์ ร่วมทำบุญสมทบให้ 3 โรงพยาบาลและก้าวคนละก้าว โดยมีประชาชนชาวไทย และชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมสมัครวิ่งเป็นจำนวนกว่า 7000 คน

          ด้วยกรมชลประทาน ได้จัดการแข่งขันเปิดเขื่อนขุนด่านปราการชลให้ชาวปอดเหล็กวิ่งชมวิวทิวทัศน์รอบเขื่อนเต็มพิกัด 360 องศา ในงานขุนด่านรัน 20 ไมล์ เป็นงานที่ 2 ที่เพิ่มระดับงานที่ใหญ่กว่าเดิมทั้งระยะทางและจำนวนนักวิ่งกว่า 7000 คน โดยรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ โรงพยาบาลชลประทาน โรงพยาบาลนครนายก และมูลนิธิก้าวคนละก้าว (ตูน บอร์ดี้แสลม)

         โดยในปีนี้ได้ตั้งเป้าไว้มีผู้เข้าร่วมในงานจำนวนกว่า 7000 คน มีทางเลือกให้ผู้เข้าร่วมแข่งขันเลือกได้ตามความสามรถในระยะทางหลากหลาย คือประเภทหลักระยะทาง 20 ไมล์( 32 ก.ม.) 10 ไมล์( 16 ก.ม.) 7ไมล์(11.2 ก.ม.)และ 4 ไมล์( 6 ก.ม.) โดยในแต่ละประเภทจัดแบ่งกลุ่มการแข่งขันตามช่วงอายุอย่างเหมาะสม ผู้ชนะการแข่งขันอันดับที่ 1-5 ในระยะ 20,10 และ 7 ไมล์ ในแต่ละกลุ่มอายุจะได้รับถ้วยเกียรติยศ สำหรับระยะ 4 ไมล์นักวิ่งจะได้รับเฉพาะเหรียญรางวัล และในการแข่งขันครั้งนี้ยังมีเงินรางวัลสำหรับผู้ที่ชนะทั่วไป (overall ) อันดับที่ 1-5 ในแต่ละประเภทและมีความพิเศษของงานคือนักวิ่งที่มาร่วมงานจะมีโอกาสร่วมวิ่งกับคุณก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ ที่มาร่วมวิ่งในงานนี้อีกด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จ.ภูเก็ตจนท. ศูนย์ปฏิบัติการ อช. ทางทะเลที่ 2 พบโลมาหลังโหนกขณะไปสำรวจหญ้าทะเล

https://youtu.be/FSypJU-H0rQ

          จนท. ศูนย์ปฏิบัติการ อช. ทางทะเลที่ 2 จ. ภูเก็ต. ไปสำรวจหญ้าทะเลพบโลมาหลังโหนก Indo-Pacific humpbacked dolphin; บริเวณกลางร่องน้ำก่อนถึงสะพานสารสิน.

         ปกติเป็นชนิดโลมาที่หากินบริเวณปากแม่น้ำหรือปากอ่าวอยู่แล้ว ที่ผ่านมาคลื่นลมแรง อาจย้ายแหล่งหากิน จึงอาจพบบริเวณในอ่าวได้มากขึ้น ซึ่งช่วงนี้ชาวประมงมีการจับกุ้งเคย (กะปิ ) บริเวณปากแม่น้ จำนวนมาก แต่ปกติโลมาชนิดนี้จะรวมฝูง หรืออาจมีฝูงอยู่ใกล้ๆ จึงขอให้ชาวประมงควบคุมเรือด้วยความระมัดระวังระวัง. เพื่อป้องกันอันตรายจากใบพัดเรือ. ซึ่งศูนย์ฯ. จะติดตามพฤติกรรมและรายงานต่อไป

ตราด – เจ้าภาพกีฬาเยาวชนแห่งชาติ​ ปี​ 63​ จัดวิ่ง​ RUN FOR ช้างขาว

         เวลา 05.30 น.วันที่ 29 กันยายน 62 บริเวณอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด อ.เมือง​ จ.ตราด​ นายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายก อบจ.ตราด เป็นประธานเปิดและปล่อยตัวนักวิ่ง ในโครงการ RUN FOR ช้างขาวเกมส์ โดยมีนายศักดิ์สิทธิ์ ฉายแสง นายกสมาคมกีฬา​ จ.ตราด ประธานจัดโครงการ​ และกล่าวรายงานการจัดการแข่งขัน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนชาวตราด มีนักวิ่งทั้งใน​จากหลายพื้นที่​ จำนวน 1,200 คน เข้าร่วมการวิ่ง

          แบ่งเป็นการวิ่งระยะ10 ก.ม. และ ระยะ 5 ก.ม. โดยใช้เส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำสระสีเสียด เส้นทางระยะ 10 ก.ม.​ เริ่มจากจุดปล่อยตัวหน้าสำนักงานชลประทานตราด ไปตามเส้นทางรอบอ่างผ่านหน้าโรงกรองน้ำประปาส่วนภูมิภาค ไปตามเส้นทางรอบอ่าง ผ่านสำนักงาน​ สปก.ตราด และกลับมาเข้าเส้นชัยที่จุดปล่อยตัว ส่วนระยะทาง 5 กม.เริ่มจากจุดปล่อยตัวเลี้ยวซ้ายไปทางถนนคลองส่งน้ำชลประทานด้านวัดลำดวน​ ต.หนองเสม็ด ก่อนวกกลับมาเข้าเส้นชัยที่จุดปล่อยตัว

          นายศักดิ์สิทธิ์ ฉายแสง นายกสมาคมกีฬาจ.ตราด กล่าวว่า​ วัตถุประสงค์ในการจัดการวิ่ง เพื่อหารายได้มอบให้นักกีฬาในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 36 ที่​ จ.ตราด​ จะเป็นเจ้าภาพในอีก 6 เดือนข้างหน้าคือวันที่ 19-26 มีนาคม 2563 เพื่อเป็นกำลังใจให้นักกีฬาตัวแทน​ จ.ตราด​ ในการเข้าร่วมการแข่งขัน และเพื่อเตรียมความพร้อมการแข่งขันดังกล่าวสำหรับชาวตราดจะต้องร่วมกันเป็นเจ้าบ้าน เจ้าภาพที่ดี​ ในการจัดการแข่งขันและรองรับนักกีฬา ผู้ติดตาม ตลอดจนนักท่องเที่ยวนับหมื่นๆ​คน​ ที่จะเดินทางมาชมการแข่งขัน และท่องเที่ยวในเมืองตราดให้ผู้มาเยือนเมืองตราดรู้สึกประทับใจกับการเดินทางมาเยือนเมืองตราด

ภาพ/ข่าว ธนเดช เดชะเทศ  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สมุทรสาคร-ผู้แทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดรักษาตาต้อกระจก

ผู้แทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดรักษาตาต้อกระจก โดยทีมจักษุแพทย์โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่โรงพยาบาลเขาสุกิม

          ที่โรงพยาบาลเขาสุกิม อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง เขต 2 ได้เป็นผู้แทน ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางเยี่ยมให้กำลังกับผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดรักษาตาต้อกระจกที่ทำการคัดกรอง ไปเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2562 ที่วัดศรีเมือง โดยมีผู้ที่ผ่านการคัดกรอง และเข้ารับการผ่าตัดแล้ว ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 27 กันยายน 2562 ซึ่งในครั้งที่ทำการคัดกรอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มาเยี่ยมให้กำลัง และแสดงความห่วงใย ในวันที่ทำการผ่าตัดและเปิดตา จึงมอบหมายให้ นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้แทนเดินทางมาให้กำลังใจ และมอบภาพอันเป็นมงคลแก่ผู้เข้ารับการผ่าตัดทุกคน เพื่อที่หลังจากการเปิดตา และเป็นภาพแรกของการมองเห็น จะได้เห็นภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นรูปแรก

          นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ผู้แทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยว่า ด้วยความห่วงใยประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่มีปัญหาสายตาพร่ามัวจากโรคต้อกระจกทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงโครงการตรวจคัดกรองและผ่าตัดรักษาตาต้อกระจกจังหวัดจันทบุรีขึ้น โดยได้ประสานจักษุแพทย์ จากโรงพยาบาลบ้านแพ้วจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษด้านผ่าตัดรักษาตาต้อกระจก พร้อมได้ประชุมร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรีและคณะผู้ประสานงานของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 เขตของจังหวัดจันทบุรี ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ให้ได้รับการตรวจคัดกรอง จนกระทั่งได้รับการผ่าตัด เพราะเล็งเห็นแล้วว่า เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัด และมีการมองเห็นที่ดีขึ้น ย่อมเป็นผลดีต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง

          ด้านนายแพทย์พิริยะ ภิบาลกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขาสุกิม ได้เปิดเผยว่า จากการเปิดคัดกรองผู้ป่วย มีผู้เดินทางมาคัดกรองกว่า 600 ราย แต่เมื่อตรวจคัดกรองแล้ว พบว่ามีผู้ผ่านการตรวจคัดกรองและเข้ารับการผ่าตัดได้ จำนวน 171 ราย ซึ่งทางทีมแพทย์ ได้ดำเนินการผ่าตัดแล้ว ในส่วนของผู้ที่เปิดผ้าปิดตาออกแล้วและมีความปกติ จะสามารถกลับบ้านได้เลย ถือเป็นความสำเร็จอีกปีของการผ่าตัดรักษาตาต้อกระจกในปีนี้ในความร่วมมือของทุกๆภาคส่วน ส่วนปีต่อไปหากจะมีผู้เข้ารับการผ่าตัด อาจจะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษเรื่องภาวะความดันโลหิต เพื่อจะได้สามารถผ่าตัดได้เหมือนกับคนไข้รายอื่นๆ

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก