มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดขบวนแห่เวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2562

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดขบวนแห่เวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2562 ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

          วันนี้ วัน​เสาร์​ที่ 5 ตุลาคม 2562 เวลา 18.30 น.ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี “เวียนธูปรอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง” ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรจากเทพเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง โดยมี คณะกรรมการมูลนิธิฯ อาสาสมัคร อาสาศิลปิน รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชนจำนวนมาก ร่วมขบวนแห่เวียนธูป ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย

          พิธีเวียนธูป ในเทศกาลกินเจ เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เป็นการสรรเสริญและรับพรจากเทพเจ้า 9 องค์ อันเป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า 7 องค์ และพระโพธิสัตว์ อีก 2 องค์ เชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบานผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง​ โดยขบวนแห่เวียนธูปของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนั้น ได้จัดซุ้มประตูมังกร เพื่อให้ขบวนต่างๆ ผ่านด้านหน้าศาลเจ้าไต้ฮงกง แต่ละขบวนตกแต่งสวยงาม นำด้วยกองธงชาติ ธงธรรมจักร และธงมูลนิธิฯ ตามด้วยขบวนป้ายผ้าเทศกาลกินเจ ชุดตั่วล่อโก้ว (ชุดขบวนกลองใหญ่) ชุดกระถางธูป และขบวนพระผู้ประกอบพิธี ตามด้วยผู้แสวงบุญหลายพันคนตามขบวน

          โดยในปีนี้ มูลนิธิฯ และ ผู้ร่วมขบวนแห่เวียนธูป 3 รอบจะตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ดังนี้

รอบที่ 1 ตั้งจิตอธิษฐาน ขออย่าให้เกิดภัยพิบัติใดๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แห่งไหน ประเทศใดๆ
รอบที่ 2 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรแด่ครูอุปัชฌาย์ อาจารย์ ผู้มีพระคุณ บิดามารดา และครอบครัว
รอบที่ 3 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ตนเองและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ

          ในทุกๆ ปี เทศกาลกินเจ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีพิธีอัญเชิญ “กิ้วอ๊วงฮุกโจ้ว” หรือเทพเจ้า 9 องค์ พิธีสวดพระพุทธมนต์ ชัยมงคลคาถา พิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้า เบิกเนตรองค์ยมทูต พิธีลอยกระทงโปรยทาน และพิธีเวียนธูปรอบนอกศาลเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งจัดให้มีบริการอาหารเจฟรีแก่ผู้ถือศีลกินเจ และประชาชนทั่วไป พร้อมจัดการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิฯ

          การกินเจ คือ การบริโภคแต่อาหารจำพวกพืชผัก และผลไม้เป็นหลัก ไม่กินพืชผักที่มีกลิ่นหอม หรือ เผ็ดร้อนอันจะนำมาซึ่งกามกิเลส เช่น หัวหอม,กระเทียม ละเว้นไม่กระทำกิจใด ๆ อันนำมาซึ่งการเบียดเบียนเดือดร้อนให้เกิดแก่สัตว์โลก คือการไม่เอา ชีวิต เลือด เนื้อของสัตว์โลกให้มาเป็นของเรา โดยทั่วไป ผู้ที่จะเข้าสู่เทศกาลนี้ จะต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมพอสมควร นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว ผู้ที่ถือเคร่ง จะไม่ข้องแวะทางโลกียวิสัย คิดและทำแต่สิ่งที่ดี ระมัดระวังสำรวมในการพูดจา รักษาศีล 5 รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ให้คงที่ ทำบุญ ทำทาน นุ่งขาว ห่มขาว ดังนั้น การกินเจ ถือเป็นการชำระล้างทั้งทางร่างกาย และ จิตใจ ผู้ที่ถือศีลกินเจจะต้องเปี่ยมไปด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์

Cr. ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต#ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร.086-854-1418#สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

ช้างป่าตกเหวนรก สังเวยชีวิตหมู่​ 6​ ตัว

สลด​ ช้างป่าเขาใหญ่พลัดตกเหวนรก 8 ตัว สังเวยชีวิตไป 6 ตัว เหลืออีก 2 ตัว ยืนอยู่ริมเหวมองดูเพื่อนด้วยความอ่อนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือรอดตายหวุดหวิด

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 5 ต.ค.62 ที่​ นครราชสีมา​ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. วันเดียวกัน นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของช้างป่าดังกึกก้องอยู่ในป่าอุทยานเขาใหญ่ จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ออกติดตามหา ไปถึงบริเวณลำห้วยสมอใกล้เหวนรก ปรากฎว่า พบลูกช้างป่าจำนวน 1 ตัว อายุประมาณ 3 ปี จมน้ำอยู่บริเวณชั้นแรกของน้ำตก อีกทั้งยังพบช้างอีก 2 ตัว อยู่บนฝั่งริมหน้าผาของน้ำตกกำลังพยายามที่จะลงไปช่วยลูกช้างที่อยู่ในน้ำตกในสภาพอ่อนแรง นอกจากนี้ยังพบช้างป่าอีกจำนวน 5 ตัว จมน้ำตาย รวมช้างป่าตาย 6 ตัว จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านนอกระดมกำลังเข้ามาช่วยเหลือช้างที่รอดชีวิตทันที พร้อมกับสั่งให้ประกาศประชา สัมพันธ์ ปิดการท่องเที่ยวบริเวณน้ำตกเหวนรก และ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้าง ชุดกู้ภัยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คณะสัตวแพทย์ ร่วมดำเนินการช่วยเหลือช้างที่รอยคออยู่ในน้ำอย่างเร่งด่วนที่สุด

          นายครรชิต เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญาประสานงานขอกำลังจากหน่วยกู้ภัยฮุก 31 หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตรธรรมสถาน เข้ามาช่วยเหลือช้างอีก 2 ตัว ที่ยังลอยคออยู่ในน้ำตกขึ้นมา โดยเจ้าหน้าที่พยายามโยนเชือกที่ผูกเป็นห่วง เพื่อคล้องบริเวณลำตัวช้างแล้วช่วยกันดึงช้างขึ้นมา อย่างไรก็ตามจะต้องช่วยช้างที่ยังไม่เสียชีวิตขึ้นมาก่อน จากนั้นก็จะลงไปกู้ซากช้างทั้ง 6 ตัว ต่อไป

          ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ (ทส.) กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กำลังระดมทั้งแรงกายแรงใจเข้าไปช่วย ช้างอีก 2 ตัวเต็มที่ แต่ก็ถือเป็นเรื่องสุดวิสัยสำหรับการที่ช้างป่าจะเดินตกเหว มั่นใจว่า หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จะสามารถประเมินสถานการณ์และคลี่คลายสถานการณ์ให้ออกมาอย่างดีที่สุด

Cr.ตุ๋ย~อาชญากรรมนครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

ผกก.สน.นางเลิ้ง​ มอบชุดเครื่องแบบให้แก่ข้าราชการตำรวจ​ และอาสาสมัครตำรวจบ้าน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่​

ผกก.สน.นางเลิ้ง​ มอบชุดเครื่องแบบให้แก่ข้าราชการตำรวจ​ และอาสาสมัครตำรวจบ้าน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่​

         เมื่อ​วันที่​ 4 ตุลาคม​ 2562​ เวลา​ 18.00​ น. ที่หน้าสน.นางเลิ้ง​ : พ.ต.อ.สมยศ​ อุดม​รักษา​ทรัพย์​ ผกก.สน.นางเลิ้ง​ พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ธน​เดช​ ทีนาคะ​ รอง.ผกก.ป.ฯ,พ.ต.ท.ประทีป คำมี สวป.ฯ, นายสุพจน์ หนูเนียม อดีตประธานกต.ตร.สน.ฯ,น ายเล็ก พรมุกดามณี กต.ตร.สน.ฯ, นายพงษ์ศักดิ์ เวชชานุเคราะห์ กต.ตร.สน.ฯ, คุณกิ่งกาญจน์ เจียมเจริญ กต.ตร.สน.ฯ​ และนายประยุทธ แสงพล ที่ปรึกษากต.ตร.สน.ฯ​

          ร่วมกันมอบชุดเครื่องแบบให้แก่ข้าราชการตำรวจ​ และอาสาสมัครตำรวจบ้าน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่​ ในการอบรมปล่อยแถวระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ และอาสาสมัครบ้าน ออกป้องกันเหตุในพื้นที่รับผิดชอบ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับสโมสรไลออนส์หัวหินนำถุงยังชีพ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ช่วยเหลือเยียวยาหญิงพิการ ฐานะยากจน

กอ.รมน.ประจวบฯ​ ร่วมกับสโมสรไลออนส์หัวหินนำถุงยังชีพ​ “มูลนิธิพระราหู ใจถึงใจ” ช่วยเหลือเยียวยาหญิงพิการฐานะยากจน

         เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น.​: พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ ร่วมกับน.ส.เฌอมาลย์ อุทัยวรรณวงศ์ กรรมการบริหารสโมสรไล ออนส์ หัวหิน​ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจนางน้อย พันธ์งาม อายุ 61ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 3 บ้านท่าทุ่ง ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้พิการฐานะยากจน

         พร้อมมอบถุงยังชีพจาก​ “มูลนิธิพระราหูใจถึงใจ” โดยดร.หิมาลัย ผิวพรรณ รวมทั้งน้ำดื่มจาก คุณณภัทร์ จันทร์เที่ยง ผจก.อีซูซุอึ้งง่วนไต๋จำกัดสาขาปราณบุรี โดยมี ข้าวสาร, อาหารแห้ง​ และไข่​ จาก​ น.ส.เฌอมาลย์ฯ เพื่อใช้ดำรงชีพต่อไปและเป็นการมาติดตามผลการดำเนินการทำบัตรประชาชน เพื่อให้สามารถได้รับสิทธิประโยชน์จากทางราชการ เช่น การรักษาพยาบาลฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เงินช่วยเหลือคนพิการเป็นต้นได้รับแจ้งว่ารอคิวการเรียกตัวไปตรวจดีเอนเอเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอบัตรประชาชนต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สำนักข่าวความมั่นคง

พิธีประดับยศ แก่ข้าราชการตำรวจนายสิบ ที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งใหม่ ที่สน.นางเลิ้ง

พิธีประดับยศแก่ข้าราชการตำรวจนายสิบที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่สน.นางเลิ้ง

         เมื่อวันที่​ 4​ ตุลาคม 2562 เวลา 14.30 น.: พ.ต.อ.สมยศ​ อุดม​รักษา​ทรัพย์ ​ผกก.สน. นางเลิ้ง​ พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ธน​เดช​ ทีนาคะ​ รอง.ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.อธิป​ ดอนนันชัย รองผกก.สอบสวนฯ, พ.ต.ท.จิรวัฒน์ ยอดกระโหม รอง ผกก.จร.ฯ, พ.ต.ท.กวินท์ อดุลยาศักดิ์
สวป.ฯ, พ.ต.ท.ประทีป คำมี สวป.ฯ​ และพ.ต.ท.ณรงค์​ฤทธิ์​ ศิริรณรงค์​ สว.จร.ฯ​ ร่วมทำพิธีประดับยศแก่ข้าราชการตำรวจนายสิบที่ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่งใหม่ที่สน.นางเลิ้ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รอง นรม. นายจุรินทร์ ฯ ปั้นวิสาหกิจเพื่อสังคม ส่งเสริมอาชีพผู้พิการ ชูนโยบายรัฐบาลพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม

          นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐนตรี เปิดเผยถึงการทำงานของรัฐบาลด้านสังคมว่าได้ดำเนินการภายใต้นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก เรื่องแรกคือ การขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

          โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและประธานการประชุมคณะกรรม การส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ตั้งเป้าให้ “วิสาหกิจเพื่อสังคม” เป็นเครื่องมือหลักสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะเป็นองค์กรที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อส่งเสริมการจ้างงานแก่บุคคลผู้สมควรได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ  และเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคมหรือพัฒนาชุมชน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม มากไปกว่านั้นที่มาของรายได้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ50 ต้องมาจากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ ไม่ใช่จากการบริจาค การแบ่งปันผลกำไร ต้องนำผลกำไรที่ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ไปทำประโยชน์เพื่อสังคม ทั้งนี้วิสาหกิจเพื่อสังคมจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรและด้านอื่นตามที่กฏหมายกำหนด ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการฯไปแล้วหลายครั้ง การดำเนินงานต่อไปคือการรับจดทะเบียนกิจการที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม และสรรหาผู้มีความเหมาะสมมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการและคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม

          นางสาวรัชดา ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องที่สอง นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ผลักดันเรื่องการส่งเสริมการทำงานและอาชีพอิสระสำหรับคนพิการ ณ ปัจจุบันนี้ มีคนพิการที่ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประมาณ 1.8ล้านคน  เป็นคนพิการในวัยแรงงาน 8 แสนคน มีงานทำแล้ว 2.2แสนคน และเป็นคนที่สามารถทำงานได้แต่ยังไม่มีงานทำ 4.5 แสนคน ดังนั้นการส่งเสริมอาชีพแก่คนพิการจึงเป็นเป้าหมายหลักสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งทางกระทรวงฯร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดหางานผ่านทางออนไลน์ www.ตลาดงานคนพิการ.com ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลผู้พิการ นายจ้าง และหน่วยงานภาครัฐ  มากไปกว่านั้น นายจุติฯได้สั่งการเร่งขับเคลื่อนงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการควบคู่กันไป อาทิ การพัฒนาทักษะการดูแลช่วยเหลือคนพิการ การสร้างเครือข่ายด้านการพัฒนาชีวิตคนพิการในชุมชน และการสร้างทัศนคติที่ถูกต้องของคนในสังคมต่อคนพิการ

          จึงเห็นได้ว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแบบมีส่วนร่วมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การส่งเสริมให้มีวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นการเปิดโอกาสให้องค์กรธุรกิจที่มีจุดมุ่งหมาย “แก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม” ได้มีบทบาทในการสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ ช่วยเหลือกันและกัน ในขณะที่กลุ่มคนพิการเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพแต่ขาดโอกาสและถูกมองว่าเป็นภาระ การสร้างระบบดูแลและส่งเสริมคนพิการให้มีอาชีพและรายได้จึงเป็นการให้โอกาสคนพิการได้แสดงศักยภาพของตนเองและยืนอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับคนที่มีร่างกายปกติ ทั้งนี้ วิสาหกิจเพื่อสังคมที่กำลังจะมีเพิ่มมากขึ้นจะเป็นการเพิ่มโอกาสการจ้างงานและการส่งเสริมอาชีพอิสระแก่คนพิการอย่างแน่นอน

ลพบุรี – คณะแพทย์ลูกศิษย์จำนวนมาก ส่งหลวงพ่ออลงกตกลับวัด หลังอาการดีขึ้น

         เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ต.ค. คณะแพทย์ รพ.พระนารายณ์มหาราช ที่ทำการรักษาอาการได้อนุญาตให้หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง ลพบุรี กลับไปพักฟื้นที่วัดได้ตามคำขอ แต่ขอให้ระวังในเรื่องของการลงน้ำหนักที่สะโพก โดยจัดคณะแพทย์ไปดูแลทุกวัน

         นพ.นิติพล นวลสาลี ศัลยแพทย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ที่ดูแลรักษาพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้เปิดเผยหลังจากที่หลวงพ่ออลงกต ได้เข้าตรวจสอบอาการของบาดแผลที่สะโพก และที่หน้าแข้งขวา ว่าอาการของแผลดีขึ้นมากตามลำดับ รวมทั้งเลือดที่ไหลบริเวณสมองก็พบว่าดีขึ้นแล้ว ทั้งนี้ทางพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ มีความประสงค์อยากที่จะกลับไปพักฟื้นที่วัด เนื่องจากเกรงใจญาติ โยม ของผู้ป่วยคนอื่น ๆ เพราะได้มีบรรดาศิษย์ยานุศิษย์มาเยี่ยมตนเองเป็นจำนวนมาก รวมทั้งในเรื่องของสถานที่จอดรถก็มีจำกัดไม่พอเพียง จึงอยากที่จะกลับไปพักฟื้นที่วัด และได้ให้ลูกศิษย์ได้จัดเตรียมห้องพักที่สามารถจะรับญาติ โยม ที่มีความห่วงใยจะเดินทางมาเยี่ยมได้ สะดวกกว่า

         นอกจากนี้พบว่า อาการในภาพรวมก็ดีขึ้นแล้ว ซึ่งทางคณะแพทย์ได้มีความเห็นว่าสามารถจะกลับไปที่วัดได้ในวันเสาร์นี้เวลา 13 นาฬิกา โดยจะมีคณะแพทย์เข้าไปตรวจรักษา ทำแผล ที่วัดวันละ 1 ครั้งถ้ามีอะไรเร่งด่วนก็พร้อมที่จะเดินทางไปดูแลทันที ส่วนที่เป็นห่วงคือในเรื่องของการลงน้ำหนักที่ขาขวาที่จะส่งผลกระทบกับสะโพกที่ใส่เหล็กยึดไว้ได้ โดยหลวงพ่อก็ยังคงอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทางไปจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ ซึ่งทางหลวงเองได้กล่าวขอบใจกับลูกศิษย์ คณะแพทย์ที่ทำการรักษาทุกคนที่เป็นห่วง ฝากถึงลูกศิษย์ที่จะไปเยี่ยมหลวงพ่อตอนนี้ไปเยี่ยมได้ที่วัดพระบาทน้ำพุ ก่อนขึ้นรถกลับวัดหลลวงพ่อได้มอบวัตถุมงคลให้กับคณะแพทย์ พยาบาล และลูกศิษย์ และได้กล่าวอวยพรให้ทุกคนโชคดีมีความสุขความเจริญ

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง/ รายงาน

สำนักข่าวความมั่นคง

นรจ.19 ร่วมทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนร่วมรุ่นที่เสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่

นักเรียนจ่าทหารเรือ รุ่น 19 (นรจ.19) ซึ่งถือกำเนิดมาเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2519 จาก รร.ชุมพลทหารเรือ รับราชการร่วมเป็นเพื่อนกันมาจนเกิดเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งมาจนถึงวันนี้ รวมแล้วกว่า 43 ปี ที่เราต่างสัญญากันไว้ว่าว่า “เราจะไม่ทิ้งกันและจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป”

          ในวันนี้ 5 ต.ค.62 เป็นวันครบรอบนัดพบกันเป็นปีที่ 43 ของ นรจ.19 เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่สละชีพเพื่อชาติเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเสียชีวิตจากกรณีอื่นๆ รวมแล้วหลายสิบนาย โดยการนำของ น.อ.สายัณห์ กิจบำรุง ประธานรุ่น นรจ. 19 ณ วัดเขาบำเพ็ญบุญ อ.สัตหีบ จ.ชล บุรี โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นและครอบครัวต่างเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ ด้วยความรัก ความคิดถึงและความโหยหาที่มีต่อกัน บางคนไม่ได้พบเจอกันนาน 10-20 ปี จึงบังเกิดเป็นภาพแห่งความร่วมมือร่วมใจกันด้วยมิตร ภาพแห่งความอบอุ่นของคำว่า “เพื่อน” ซึ่งยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

          น.อ.สายัณห์ฯ กล่าวว่าหลังจากการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเพื่อนร่วมรุ่นที่เสียชีวิตและเพื่อความเป็นศิริมงคลให้กับเพื่อนๆ และครอบครัวที่มาร่วมงานในช่วงเช้าของวันนี้แล้ว ในช่วงเย็นของวันนี้ ยังได้จัดให้มีการพบปะสังสรรค์กัน ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ซิตี้จอมเทียนพัทยา ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

          นอกจากจะเป็นการพบกันในรอบปีที่ 43 แล้ว ยังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่ครบกำหนดเกษียณอายุราชการใน 1 ต.ค.62 นี้ จึงได้กำหนดให้มีการจัดงาน “พบปะสังสรรค์และงานเกษียณอายุราชการ” แสดงความยินดีกับเพื่อนๆ ที่เกษียณอายุราชการ ในคราวเดียวกันนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ชลบุรี จัดกิจกรรม “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เราทำความดีด้วยหัวใจ”

          วันนี้ (4 ตุลาคม 2562) พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กว่า 300 คน ลงพื้นที่จัดกิจกรรม OSR “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เราทำความดีด้วยหัวใจ” (Ombudsman Social Responsibility) ณ โครงการป่าสิริเจริญวรรษ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

          โดยได้ร่วมกันทำ EM Ball กว่า 100 ลูก โยนลงในสระรวมพันธุ์บัวไทย ด้วยการยิงลูก EM Ball ลงสระบัว เพื่อช่วยรักษาสมดุลของน้ำ และร่วมทำโป่งดินเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า ดำรงไว้ซึ่งพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มุ่งให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ดินและน้ำ และที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อีกทั้งยังเป็นแหล่งทัศนศึกษา ทำกิจกรรมปลูกป่า และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นอย่างยั่งยืน

          พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า ทุกวันนี้เราต้องเผชิญปัญหาสภาวะสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำเสียจากขยะและโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าแหล่งต้นน้ำ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินมักได้รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับผลกระทบอันเกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง กว่า 50 เรื่อง จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาและกระตุ้นจิตสำนึกและความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีกำลังหลักเป็นคนรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้และมีมุมมองในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลึกและกว้างมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถเป็นต้นแบบในฐานะที่เป็นหน่วยงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชนได้

          ทั้งนี้ ชุมชนจะมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ สิ่งสำคัญ คือ การอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันทำความดีทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม เกิดความรู้สึกหวงแหนทรัพยากรที่ร่วมกันสร้าง รวมถึงร่วมกันหล่อหลอมจิตใจจากรุ่นสู่รุ่นให้รักสิ่งแวดล้อม อนาคตความอุดมสมบูรณ์จะคืนมาปัญหาที่เราเผชิญอยู่ก็จะน้อยลง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง

เมาหรือบ้า !! ทำเอาลุง ป้า ร้านลาภถึงขวัญหนี ตาขวาง ท่าทางไม่น่าไว้ใจ รีบแจ้งอาสาอัศวินฯดูที

          สองลุง ป้า ตกใจ จู่ๆ มีชายเดินเข้ามานั่งดูทีวีในร้าน แถมนั่งๆ นอนๆ ไม่พูด ไม่จา ถามอะไรก็ไม่ตอบ ทำตาขวางน่ากลัว ตั้งแต่เย็นจนดึก ก็ไม่ยอมไปไหน ลุงกับป้า กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้คนดี คนบ้า หรือเมา รีบแจ้งอาสาอัศวินบูรพา มาช่วยดูที ผลสุดท้าย ” บ้านี่หว่า ” ตามญาติมารับตัว แต่ต้องถอยหลังกลับ เพราะเข้าไปจับกลับโดนชก สุดท้ายต้องมาอีกรอบพร้อมรถกระบะและกำลังคนจับมัดมือ เท้า เอากลับบ้าน ญาติระบุขาดยา ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้เคยถูกวัยรุ่นรุมทำร้าย เพราะไม่รู้เป็นคนบ้า และถูกรถชนไม่นานมานี้ จนได้รับบาดเจ็บถึงขาหัก ญาติบอกหลายครั้งที่ผ่านมาช่วงอาละวาดบ่อย และเดินไปไกลๆ จนต้องออกตามหากันหลายวันกว่าจะพบตัว

          เมื่อเวลา 23.00 น.ของคืน(วันที่ 4 ตุลาคม ) นาย ปองพล บัวพาเจริญ ประธานอาสาแจ้งข่าวประสานเหตุอัศวินบูรพา ได้รับแจ้งจาก ร้านมิตรภาพลาภขอนแก่น ที่หมู่ 1 ตำบล บึง ถนนสาย บ่อทอง – จุกเฌอ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่ามีชายเข้ามานั่งในร้านตั้งแต่ช่วงราว 17.00 น.และไม่ได้อาหารอะไร ไม่พูดไม่จา นั่งตาขวาง อยู่ในร้าน แถมลุกนั่ง ลุกนอน สลับไปมาตลอดเวลา จนกระทั่งจะปิดร้านเวลา 23.00 น.ก็ยังไม่ยอมไปไหน ทำให้ลุง และป้า เจ้าของร้านกลัวมาก

         หลังรับทราบเรื่อง จึงได้ประสานสายตรวจ จยย.จาก สภ.หนองขาม พร้อมด้วยกำลังอาสาอัศวินบูรพา เข้าตรวจสอบที่ร้านดังกล่าว และได้พบชายวัยกลางคน สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล สวมกางเกงขาสั้น นอนอยู่บนโต๊ะไม้ ภายในร้าน จึงเข้าไปเรียกพูดคุยสอบถาม แต่ชายคนดังกล่าวกลับไม่พูดจา พร้อมลุกขึ้นยืน ตาขวาง หมายทำร้ายอาสาอัศวินบูรพา ที่เข้าไปจนทุกคนต้องถอยออกมา และจากการตรวจสอบบัตรประจำตัว ที่ถ่ายเอกสาร โดยตกอยู่ในที่เกิดเหตุ พบว่า ระบุชื่อนายมานิต ประกอบธรรม อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ 4 ต.ตเคียนเตี๊ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และด้านหลังมีเบอร์โทรศัพท์เขียนไว้ จึงได้โทรไปตามเบอร์ดังกล่าว จึงทราบว่าเป็นญาติ ของนายมานิต จากการสอบถามทราบว่า นายมานิต ป่วยเป็นจิตเวชมานานแล้ว โดยเจ้ารับการรักษาที่ รพ.ชลบุรี แต่ช่วงหลังขาดยา จึงทำให้อาการกำเริบ เดินไปไกลๆโดยไม่รู้ตัว ซึ่งที่ผ่านมาเคยเดินหลงไปนาเกลือ-พัทยา จนถูกวัยรุ่นรุมทำร้ายมาแล้วเพราะไม่ทราบว่า นายมานิต เป็นจิตเวช(บ้า) และที่ผ่านมาก็มาถูกรถชน จนขาหัก มาครั้งได้เดินหลงมาไกล ต่อจากนั้นทางญาติจึงได้มานำตัวกลับไปเพื่อส่ง รพ.ต่อไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สำนักข่าวความมั่นคง