ภารกิจผู้บังคับบัญชา (สภ.อินทร์บุรี ภ.จว.สิงห์บุรี)


วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 19.00 น. นายวราดิศร อ่อนนุช ผวจ.สิงห์บุรี เป็นประธานฯ, พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ ผกก.สภ.อินทร์บุรี, พ.ต.ท.รัตนเดช พิรุณสาร รอง ผกก.ป.สภ.อินทร์บุรี, หน.ส่วนราชการฯ ร่วมงานแถลงข่าวย้อนตำนานทวารดีบ้านคูเมืองโบราณ บ้านคูเมืองประจำปี พ.ศ. 2569 ณ พิพิธภัณฑ์บ้านคูเมือง ตำบลห้วยชัน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี


สตช. เร่งบรรจุทายาทของ “ส.ต.ท.ชัยวัฒน์” ตำรวจกล้า ผบ. ตร. กำชับดูแลสวัสดิการเต็มที่ ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน

ตร.และภาค 1 โดย ผบ.ตร.ต่าย และ ผบช.ภ.1 ต๋อง ผนึกพลังใจช่วยเหลือครอบครัว ตำรวจที่สูญเสีย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของประชาชน อย่างแท้จริง#…” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งบรรจุทายาทของ “ส.ต.ท.ชัยวัฒน์” ตำรวจกล้า ผบ. ตร. กำชับดูแลสวัสดิการเต็มที่ ครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน

วันนี้ (20 เมษายน 2569) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้แทนต้อนรับ ครอบครัวของ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ กองอุดม ผบ.หมู่ ป. สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจติดตามรถบรรทุก 6 ล้อที่หลบหนีด่านตรวจบริเวณถนนเลียบมอเตอร์เวย์ จ.ปทุมธานี เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการสูญเสียตำรวจน้ำดีที่มุ่งมั่นปฏิบัติ โดยผบ.ตร. กำชับดูแลสวัสดิการอย่างเต็มที่ ในทุกด้านทั้งสวัสดิการ เงินช่วยเหลือ และการบรรจุทายาทเข้ารับราชการ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า ผบ.ตร.ให้ความสำคัญกับกรณีของตำรวจที่ทุ่มเทเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทุกนาย มอบหมายให้ตนมาพบกับครอบครัวของ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ฯ พร้อมกำชับให้ดูแลสิทธิและสวัสดิการอย่างเต็มที่ ให้เร่งดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจปลอบขวัญให้กับครอบครัวตำรวจกล้า โดยเบื้องต้นทางครอบครัวจะได้รับเงินสวัสดิการ เงินช่วยเหลือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิมูลนิธิพระราหู รวมประมาณ 2,300,000 บาท ขณะที่สิทธิอื่น ๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมถึงการพิจารณาบรรจุทายาทเป็นข้าราชการตำรวจด้วย ซึ่ง ผบ.ตร.ย้ำกำชับครอบครัวตำรวจเราไม่ทิ้งกัน ต้องดูแลอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ครอบครัวของ ส.ต.ท.ชัยวัฒน์ฯ ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ห่วงใย ดูแลสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ อย่างเต็มที่ อีกทั้งไม่ทอดทิ้งครอบครัวของตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่

ขณะเดียวกันช่วงเวลาประมาณ 11.00 น ที่ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ท. วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มีการ ต้องการให้ช่วย เหลือครอบครัวดังกล่าว อย่างเต็มที่ ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยได้มีการเชิญมาที่ตำรวจภูธรภาค 1 และ ต้อนรับดูแล ครอบครัวดังกล่าว อย่างเต็มที่


พล.ต.ต.ภูมินทร์ฯ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.บางปู พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ

วันนี้ (21 เม.ย.69) เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.บางปู พบ พ.ต.อ.วัชระ เทพเสน ผกก.สภ.บางปู พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.บางปู ให้การต้อนรับ

โดยได้กำชับการปฏิบัติราชการ ดังนี้

  1. ให้ปฏิบัติตามนโยบาย ข้อสั่งการ ของ ผบ.ตร., ผบช.ภ.1 และผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ อย่างเคร่งครัด
  2. เข้มงวดในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ในพื้นที่
  3. กวดขันจับกุมความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยเฉพาะข้อหาพกพา (ห้ามผ่อนผัน – ห้ามขอ – ห้ามให้ – ดำเนินคดีทุกราย)
  4. พนักงานสอบสวนที่ไม่ได้เข้าเวรแต่มาปฏิบัติหน้าที่ หากไม่ใส่เครื่องแบบ ให้แต่งกายให้เรียบร้อย ดูภูมิฐาน มีสง่าราศี
    (สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกเนคไท กางเกงสแล็คขายาว)
  5. ตำรวจทุกนาย ทุกสายงาน ต้องพกนกหวีดติดตัวในขณะปฏิบัติหน้าที่ (เมื่อพบเจอเหตุซึ่งหน้าสามารถนำมาใช้เป่าเพื่อแจ้งเตือน/หยุดยั้ง ผู้ที่จะก่อเหตุหรือกำลังก่อเหตุไม่ให้ลงมือกระทำหรือกระทำการไม่สำเร็จ รวมถึงสามารถใช้เป่าเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีต่างๆ ได้)
  6. ห้ามมิให้ ตร.ในสังกัดยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อบายมุข และห้ามเรียกรับผลประโยชน์โดยเด็ดขาด
  7. ใช้กริยา วาจาที่สุภาพ ในการให้บริการประชาชน และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน
  8. ให้ดูแลเรื่องสวัสดิการ ให้กำลังใจ และบำรุงขวัญผู้ใต้บังคับบัญชา

ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ


ตม.เพชรบุรี ร่วมทีมบูรณาการ X-rays พื้นที่ ป้องกันสิ่งผิดกฏหมาย

ตม.เพชรบุรี ร่วมทีมบูรณาการ X-rays สถานประกอบการฯ, สถานที่เสี่ยงฯ, กวดขันจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย

ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เรื่องการคุมเข้มแก้ปัญหาคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, คนต่างด้าวทำงานในลักษณะแย่งอาชีพคนไทย(งานต้องห้าม) ทุนต่างชาติผิดกฎหมาย, ปัญหาแรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ฯ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ รอง ผบก.ตม.3 มอบหมายให้

วันนี้(21 เม.ย.69 ) พ.ต.ท.พศิน หลาวทอง สว.ตม.จว.เพชรบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสัง กัดฯ ร่วมบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จ.เพชรบุรี , จัดหางาน จ.เพชรบุรี และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จ.เพชรบุรี ร่วมตรวจสอบ X-rays พื้นที่รับผิดชอบฯ ตามสถานประกอบการ ใน อ.ท่ายาง , อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เน้นสถานที่ที่มีการรับคนต่างด้าวเข้าทำงาน โดยได้ตรวจสถานประกอบการรวม 4 แห่ง พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมากว่า 50 คน มีเอกสารประจำตัว และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องฯ เรียบร้อย

จากนั้นได้ลงพื้นที่ฯ อ.เขาย้อย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาย้อย ออกตรวจตามสถานที่ต่างๆ ที่มีคนต่างด้าวพักอาศัย พบต่างด้าว ชื่อ นาง Zin Mar อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา ตรวจสอบเอกสาร และข้อมูลของคนต่างด้าวในระบบสารสนเทศ ตม. แล้วพบว่า เป็น”บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จึงได้ทำการจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้พี่น้องประชาชนที่พบเบาะแสคนต่างด้าวผิดกฎหมาย สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วน 1178

…..ตม.จว.เพชรบุรี ยินดีรับใช้ยืนเคียงข้างประชาชน…..


‘ตำรวจภาค1’ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่องจากสงกรานต์ จับผู้ต้องหา-ยึดของกลางเพียบ

‘ตำรวจภาค1’ระดมกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่องจากสงกรานต์ จับผู้ต้องหา-ยึดของกลางเพียบ

พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) ควบคุมงานปราบปราม เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) สั่งการให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ภาค 1 ทั้งเรื่องอาวุธปืนและอาชญากรรมต่างๆ โดยให้ปฏิบัติต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แม้จะผ่านพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์มาแล้ว เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้กับประชาชนในพื้นที่ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

ทั้งนี้ มาตรการป้องกันอาชญากรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ และห้วงปัจจุบัน ประกอบด้วย

  1. มาตรการป้องกันปราบปราม จัดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ตรวจตราสถานนีขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว ป้องกันปราบปรามแข่งรถในทาง นักเรียนตีกัน ทะเลาะวิวาทในสถานพยาบาล หรือที่จัดงาน เป็นต้น
  2. โครงการฝากบ้านประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ หรือฝากบ้าน 4.0
  3. มาตรการป้องกันเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่
  4. มาตรการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และ
  5. มาตรการประชาสัมพันธ์

สำหรับผลการปฏิบัติ ประกอบด้วย จับกุมคดีอาวุธปืน 290 คดี, การพนัน 235 คดี, ยาเสพติด 972 คดี, สถานบริการ 99 คดี, แรงงานต่างด้าว 896 คดี, ผู้ต้องหาตามหมายจับ 637 คดี และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 437 คดี รวมผลการจับกุม 3,566 คดี ผู้ต้องหา 3,619 คน มูลค่าตรวจยึด/อายัดทรัพย์สิน 9,213,920 บาท เป็นต้น

ด้าน พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 และรองโฆษก บช.ภ.1 เปิดเผยว่า การระดมกวาดล้างอาชญากรรมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และข้อสั่งการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บช.ภ.1 ระดมกวาดล้างอาชญากรรมต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไม่เฉพาะช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ แต่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลเป็นรูปธรรม


อำเภอกำแพงแสน ขับเคลื่อนนโยบาย อำเภอ…พึ่งได้ “แก้จน คนกำแพงแสน”

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วย ปลัดอำเภอกำแพงแสน, พัฒนาการอำเภอกำแพงแสน, สาธารณสุขอำเภอกำแพงแสน, เกษตรอำเภอกำแพงแสน, ปศุสัตว์อำเภอ, ประมงอำเภอ, กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯ และ คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลกระตีบ, องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยม่วง และองค์การบริหารส่วนตำบลสระพัฒนา พร้อมด้วยกำนัน สาทิศ สระทองหน กำนันตำบลสระพัฒนา แะ ผู้ใหญ่พงษ์ศักดิ์ ศรีทันดร ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบาง ในพื้นที่ตำบลกระตีบ ตำบลห้วยม่วง ตำบลสระพัฒนา และตำบลสระสี่มุม จำนวน 42 ราย ตามนโยบายกรมการปกครอง อำเภอพึ่งได้ ตามโครงการ “ แก้จน คนกำแพงแสน” นายอำเภอไปหาถึงที่ เติมสุขถึงบ้าน

ทั้งนี้ ได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นที่ได้รับการสนับสนุนจาก วโรงงานไทยฟู้ดส์ จำกัด ไพรัตน์ฟาร์ม สมจิตรฟาร์ม ภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ผู้ประกอบการห้างร้านพื้นที่อำเภอกำแพงแสน และคหบดี พ่อค้าชาวกำแพงแสน ทั้งนี้อำเภอกำแพงแสนมีแผนในการลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเปราะบางเป็นประจำทุกเดือนอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและแก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้ว่ากาญฯ เปิดกว้าง รับข้อมูล จากสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี

ผู้ว่ากาญฯ เปิดกว้าง รับข้อมูล จากสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี และประชุมโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และติดตามผลงานตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันนี้ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.ที่ ห้องประชุมอาเซียน 2 โรงแรมพีลูส กาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุม ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ และนายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องฯ ผู้สื่อข่าวจากหลายสังกัด และสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมการประชุมฯ

จัดโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ภาคีภาคสื่อสารมวลชน จึงได้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและติดตามผลงานตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงในประเด็นที่สื่อมวลชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสนใจ การรับฟังปัญหาอันเกิดจากการดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล โครงการตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการเผยแพร่ประชาสัม พันธ์ผลการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานของหน่วยงานในจังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทางราชการ ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีได้รับทราบ โดยให้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางสื่อแขนงต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้จังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกลยุทธ์ “เที่ยวใกล้ ประหยัดพลัง งาน” โดยชู Soft Power ด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมเทศกาลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควบคู่ไปกับการส่งเสริม Green Travel และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคเกษตรกรรม ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดต้นทุนพลังงาน อาทิ การส่งเสริมบ่อก๊าซชีวภาพและระบบโซลาเซลล์ในฟาร์มปศุสัตว์และประมง พร้อมทั้งยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านอัตลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น เงาะทองผาภูมิ และทุเรียนทองผาภูมิ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงาน

ด้านการค้าและการลงทุน พบว่ามูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมาขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกผ่านด่านพระเจดีย์สามองค์ที่พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 44.59 ขณะที่ภาครัฐได้เร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัดและแคมเปญ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับภาคเอกชน สำหรับสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน ได้มีการเฝ้าระวังผลกระทบจากการสู้รบในเมียนมาอย่างใกล้ชิด พร้อมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและจุดตรวจสกัดที่เข้มงวดเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอที่ติดขอบชายแดน รวมไปถึงความก้าวหน้าด้านโครงการจุดตัดทางหลวงพิเศษ M81 ทั้งแยกวังสารภีและแยกแก่งเสี้ยนมีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนงาน เพื่อรองรับการจราจรในช่วงเทศกาล

นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายโครงข่ายคมนาคมและทางหลวงชนบทเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ระหว่างภูมิภาค โดยมีโครงการก่อสร้างสำคัญที่จะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปี 2570 – 2571 เพื่อเปลี่ยนโฉมการเดินทางในพื้นที่ อาทิ โครงการขยายทางหลวง ทล.323 และการศึกษาถนนวงแหวนรอบเมือง ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ แม้จะประสบความสำเร็จในการลดจุดความร้อนจากไฟป่าได้ถึงร้อยละ 41 แต่ยังคงเร่งแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง การจัดการขยะมูลฝอย และการบริหารจัดการปัญหาช้างป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

เทศบาลตำบลสามง่าม จัดโครงการวันเทศบาลประจำปี 2569

เนื่องในโอกาสวันที่ 24 เมษายนของทุกปี เป็นวันเทศบาลตำบลสามง่าม นำโดยนายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการแต่ละกอง/ฝ่าย สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม จัดโครงการวันเทศบาลประจำปี 2569 ขึ้นในวันศุกร์ ที่ 24 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. เพื่อเป็นการะะลึกถึงความสำคัญ และความเป็นมาของการก่อกำเนิดเทศบาล และได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะการปกครองท้องถิ่น รูปแบบเทศบาล ตลอดจนให้คณะผู้บริหารพนักงานเทศบาล ลูกจ้างและพนักงานจ้าง ได้มองเห็นความสำคัญของการบริการ และการอำนวยความสะดวกสร้างความเป็นธรรมความเสมอภาค ให้กับประชาชนที่มาใช้บริการของเทศบาล รวมทั้งสร้างความรักความผูกพัน ความสามัคคี ซึ่งจะก่อให้เกิดผลต่อการปฎิบัติหน้าที่ และราชการมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมในวันนี้มีการไหว้ศาลพระพรหม หน้าสำนักงานเทศบาล ไหว้มณฑปหลวงปู่เต๋คงทอง หน้าที่ว่าการอำเภอดอนตูม และพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุมชั้น 3 เทศบาลตำบลสามง่าม โดยมี นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบำรุงรักษา ทำความสะอาดรอบอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตเทศบาลตำบลสามง่าม มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.พร้อมคณะ ดูงานการบริหารจัดการขยะชุมชนแยกพลาสติกผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง

สุพรรณบุรี – ผู้อํานวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. นำคณะศึกษาดูงานการบริหารจัดการขยะชุมชนด้วยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติก และโครงการปลูกข้าวรักษ์โลกเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร ต้นเหตุของปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5

พล.ท. มนตรี สุพิเพชร ผู้อํานวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. (ผอ.ศปป.4 กอ. รมน.) พร้อมคณะ เดินทางมาศึกษาดูงานการบริหารจัดการขยะชุมชนด้วยการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติก และโครงการปลูกข้าวรักษ์โลกเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร อันเป็นต้นเหตุของปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5 ที่ มูลนิธิราษฎร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม ตำบลบางปลาม้า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังการบรรยายแนวทางและผลการดำเนินโครงการ

โดยมี นางพีรดา ปฏิทัศน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิราษฎร์พิทักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยาย ให้ความรู้ข้อมูลแนวทางการทำงานของมูลนิธิและผลของการดำเนินการที่ได้ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปขยายผล สร้างการรับรู้เรื่องการบริหารจัดการขยะ และรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาใช้เกษตรอินทรีย์ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ สามารถลดต้นทุนการผลิต เป็นการบูรณาการเชิงรุกในการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ลดปัญหามลพิษจากการเผาฟางข้าว และยกระดับรายได้เกษตรกร ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกันในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีเกษตรกรลักลอบเผาตอซังและฟางข้าวในนา กันจำนวนมากทุกวัน แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย และไม่ห่วงความปลอดภัยของคนอื่น เนื่องจากนาข้าวที่เกษตรกรเผาฟางมีทั้งกลางทุ่งนาและที่อยู่ใกล้ถนนซึ่งมีประชาชนใช้รถสัญจร ตลอดเวลา ทำให้มีกลุ่มหมอกควันไฟ ลอยฟุ้งกระจายครอบคลุมทั่วพื้นที่เกือบ 10 อำเภอ สร้างความเดือดร้อน กันทั่ว


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ทต.สามชุก มอบเครื่องอุปโภค-บริโภค ให้ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส

สุพรรณบุรี – เทศบาลตำบลสามชุกมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส

นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก, นายสุวัฒน์ ปานเพ็ชร นายกเทศมนตรีตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี, นางพรพรรณ ปานเพ็ชร รองนายกเทศมนตรีอำเภอสามชุก, นางสาวจิราภรณ์ จันทร์ลอย ปลัดอำเภอสามชุก, นางสาวศราวัณย์ วิริยะ ปลัดเทศบาลตำบลสามชุก, หัวหน้าส่วนราชการ, เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่กองช่าง และเจ้าหน้าที่งานพัฒนาชุมชน ลงพื้นหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 5 ตำบลสามชุก นำเครื่องอุปโภค – บริโภค ไปมอบให้กับสูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ตามโครงการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนของผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสเบื้องต้น โดยมีนายประเสริฐ ทรัพย์จีน กำนันตำบลสามชุก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ได้เข้าร่วมมอบด้วย


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี