สุโขทัย-ประชาชนจิตอาสาร่วมกันพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาด ลำน้ำคูคลอง น้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ร.9

ประชาชนจิตอาสาร่วมกันพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาดสำน้ำคูคลองน้อมรำลึกเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ร.9

         วันที่13 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานประกอบกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เพื่อถวายพระราชกุศลและน้อมรำลึกพระมหา กรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ คลองแคน้อย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย
     

         โดยมีประชาชนจิตอาสาจำนวนมาก ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ทำความสะอาดสำน้ำคูคลอง โดยช่วยกันตัดแต่งกิ่งไม้ ริมคลอง กำจัดผักตบชวา เก็บขยะมูลฝอยบริเวณชุมชนริมคลอง และปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณพื้นที่ ทำความสะอาด ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และสะอาดตา

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

สุโขทัย-ประกอบพิธีพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร วางพวงมาลา และถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

สุโขทัยประกอบพิธีพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร วางพวงมาลา และถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

          วันที่ 13 ต.ค.62 เวลา 07.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธี

          จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 89 รูป เสร็จพิธี และในเวลา 08.30 น.ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

“ทนายหมู พัทยา” นำทีมร่วมยินดีฉลองเปิดร้านอาหารอินเดีย แห่งใหม่ ที่เมืองพัทยา

         วันที่ 12 ตุลาคม 2562 คุณศรชัย เชี่ยวชาญ “ทนายหมู พัทยา” ให้เกียรติเป็นประธานตัดริบบิ้นฉลองเนื่องในวันเปิดร้านอาหารอินเดีย บาร์แอนด์ดิสโก้ ชื่อร้าน “MADRAS CAFE & RESTAURANT CHANDNI DISCO BAR” ตั้งอยู่ชั้น2 อาคารไทยพลาซ่า พัทยา ตรงข้ามอัลคลาซ่าคาบาเร่โชว์พัทยา ริมถนนพัทยาสายสอง ต.หนองปรือ อ.บางละ มุง จ.ชลบุรี อย่างเป็นทางการ

         โดยมีผู้มีเกียรติ อาทิ นายห้างชุป กต.ตร.พัทยา, คุณโยธิน “แฟร้งพัทยา หัวหน้าข่าวสำนักข่าวความมั่นคง พัทยา” พร้อมด้วย ผู้กองสมชายและผู้กองบอล รวมถึงเพื่อนๆนักธุรกิจอินเดียและไทยมาร่วมงานแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง ขอให้กิจการรุ่งเรืองร่ำรวย

         สำหรับร้าน “MADRAS CAFE & RESTAURANT CHANDNI DISCO BAR” เปิดให้บริการทุกวัน มีบริการอาหารอินเดียเลิศรสและอาหารไทย พร้อมดนตรีเครื่องดื่ม รวมถึงห้องจัดเลี้ยงอาหารขนาดใหญ่รองรับลูกค้าทั้งอินเดียและไทยได้กว่า 200 คน บริหารงานโดย K.V.SATYANAYANANA (satyam) .

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีฯ นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9

          วันนี้ (13 ต.ค.62) เวลา 07.00 น. ที่สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ จำนวน 89 รูป โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต)/ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2562 โดยมีรองแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล อัยการ ข้าราชการพลเรือน ตุลาการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

         โอกาสนี้ผู้ว้าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสนับสนุน โครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทยด้วย..////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล / รายงาน

มุกดาหาร # กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สนธิกำลังร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 2,196 เม็ด ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ

         เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 19.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยกองร้อยทหารพรานที่ 2106 กรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบ รับ- ส่งยาเสพติด (ยาบ้า) บริเวณพื้นที่ท่าคลองส่งน้ำ บ้านท่าดอกคำ ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จึงได้ประสานวางแผนการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำการซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่เป้าหมายดังกล่าว

          ครั้นเมื่อเวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นเรือหางยาวแล่นเข้ามายังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และได้วางสิ่งของบางอย่างไว้บนฝั่งแล้วแล่นเรือกลับออกไปยังฝั่ง สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงซุ่มเฝ้าตรวจ จนกระทั่ง เวลา 22.30 น. ไม่พบเห็นว่าผู้ใดเข้ามายังบริเวณดังกล่าว จึงได้เข้าทำการตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 2,196 เม็ด จึงได้นำของกลางนำส่ง สถานีตำรวจภูธรเหล่าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร /เดวิด มุกดาหาร รายงาน

ตม.นราธิวาส​ จับกุมต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 08.30 น.ที่ตม.นราธิวาส​ : พ.ต.อ.ศุภชัย พละเดช.ผกก.ตม.จ.นราธิวาส สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวตคนเข้าเมืองจ.นราธิวาสได้ร่วมกันจับกุมตัว นายแวอาแด หะมะรอแมโน อายุ 46 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่ตามบัตร 28/3 หมู่ที่ 5 ต.ลูโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส​ โดยสามารถ​จับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ บริเวณหน้าด่านพรหมแดนสุไหงโก-ลก ต./อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

          รายที่2 ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว​ MR.GAGANDEEP SINGH (กากานดีพ ซิงห์) อายุ 37 ปี สัญชาติอินเดีย​ โดย​สามารถ​จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ บริเวณลานจอดรถด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ต./อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส​ เมื่อวันที่ 11​ ตุลาคม 2562 เวลา 11.00 น.โดยกล่าวหาว่า​ “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” โดยอยู่เกินกำหนดอนุญาตเป็นระยะเวลา 958 วัน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับผู้ใหญ่บ้านขายรถกันกระสุนให้แก๊งขนยาเสพติด

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 12 ต.ค.62 : เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป.,พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.ยุทธิวัสส์ กล่ำกล่อมจิตร์, พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ,พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รองผกก.4 บก.ป.​ และพ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป.

          ได้ร่วมกันจับกุม นายอุทิน พรพจน์ธนมาศ อายุ 48 ปีผู้ใหญ่บ้านใน​ อ.ศรีราชา​ จ.ชลบุรี​ อยู่บ้านเลขที่ 408/39 หมู่ 7 ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1082/2561 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2561ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “มียุทธภัณฑ์ (รถยนต์นั่งกันกระสุน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้บริเวณ ริมถนนบ้านค่าย-ระยอง หน้าโรงเรียนเขาคันทรง ตำบลเขาคันทรง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุบุรี

          ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการ​ปราบปราม​ ได้รับการประสานจากตำรวจทางหลวงที่ได้ตั้งจุดสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด อยู่บริเวณถนนพหลโยธิน บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้มีรถยกซึ่งบรรทุกรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน พร 3834 กทม ขับฝ่าด่านตรวจไปอย่างรวดเร็ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการไล่ติดตามรถยนต์คันดังกล่าว และได้ยึด     รถยนต์กระบะสี่ประตู สีบรอนซ์ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน พร 3834 กทม.

          จากการตรวจสอบ ของตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบสวนทราบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวมีลักษณะพิเศษคือ มีอุปกรณ์ห่อหุ้มป้องกันการกระแทกรอบคัน สามารถป้องกันกระสุนปืนได้ สันนิษฐานว่า จะนำไปใช้ในการขนยาเสพติดทางภาคเหนือ จากการตรวจสอบเจ้าของเบื้องต้นพบว่า มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดหลายคดีด้วยกัน จึงสืบหาที่มาของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว

          กระทั่งพบว่า มีนายแดง (นามสมมุติ) ได้รับซื้อมาจาก นายอุทินฯ และนาย อุทินฯ ก็ได้รับซื้อรถยนต์กระบะคันดังกล่าว มาจาก นายดำ (นามสมมุติ) จากการสืบสวนรถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียนดังกล่าว มีลักษณะแต่งเติมส่วนประกอบที่แข็งแรง เช่น ทำที่ครอบแบตเตอรี่ หม้อน้ำ ส่วนกระจกหน้าและรอบคันจะใช้กระจกใสอะครีลิค หนาประมาณ 4 นิ้ว ดัดแปลงแทนกระจกปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. จึงอนุมัติขอหมายจับผู้ต้องหา รวมทั้งหมด 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือนายอุทินฯ ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อำเภอศรีราชา มาดำเนินคดี

          กระทั่งวันที่11 ต.ค.2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบทราบว่า นายอุทินฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว ได้หลบหนี ไปอยู่ที่เขตพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชลบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและจับกุมตัวได้ในที่สุด

          ภายหลังจับกุม นายอุทินฯ ได้ให้การรับว่าได้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากนายดำ (นามสมมุติ) เพราะเห็นว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีกระจกหนากว่ารถยนต์ปกติ​ทั่วไป จึงขอซื้อมาในราคา 600,000 บาท เพื่อนำมาใช้ส่วนตัว​ และในงานปราบปราม ยาเสพติดในพื้นที่ ต่อมามี นายแดง (นามสมมุติ) ได้มาขอซื้อต่อ จึงขายไปในราคาเท่าทุน โดยนายอุทินฯ ไม่ทราบว่า นายแดง (นามสมมุติ) เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติด​ และไม่รู้เรื่องว่า นายแดงฯ จะนำรถยนต์คันดังกล่าวไปก่อเหตุขนยาเสพติดแต่อย่างไร


Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“ครูโอ๊ะ” ลงพื้นที่เมืองลุง ฟังเสียงพื้นที่ แจงเดินหน้าสานงานทะลุเป้า

          เมื่อ​วันที่​ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 14.00 น.ณ โรงเรียนวีรนาถศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,ดร.พะโยม ชินวงษ์ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม​ และติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย

          ดร. กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวในการพบปะผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชน ว่า “ภายหลังการตรวจเยี่ยม และรับฟังการทำงานของโรงเรียนเอกชนแล้วนั้น ทำให้ได้รับทราบปัญหาหลายอย่าง ได้ดำเนินการอย่างจริงจัง ได้กำหนดนโยบายสำคัญหลายประการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชน โดยมีนโยบายที่ดำเนินการสำเร็จเป็นรูปธรรม ได้แก่

1.เพิ่มเพดานการเบิกเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ของผู้อำนวยการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเอกชน จากไม่เกินคนละ 100,000 บาทต่อคนต่อปี มาเป็น 150,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่เพียงพอ โดยจะเริ่มเบิกจ่ายตามเพดานค่ารักษาพยาบาลใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

2.จัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายของกระทรวงฯ ปี 2562 ให้ สช. จำนวน 23 ล้านบาท เพื่อพัฒนาครูโรงเรียนเอกชน ตามนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ 5 เรื่อง ได้แก่
2.1 การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ปฐมวัย
2.2 การจัดการเรียนรู้วิชา Coding
2.3 การใช้ภาษาอังกฤษบูรณาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (EIS)
2.4 การสอนคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการคิด
2.5 การพัฒนาระบบการวัด​ และประเมินผลโดยกำหนดจัดอบรมตามเขตพื้นที่ของสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค​ และ กทม.ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2562

3.ผลักดันงบประมาณปี 2563 เพื่อพัฒนาผู้บริหาร และครูโรงเรียนเอกชนจำนวน 111 ล้านบาท (งบพัฒนาคุณภาพการศึกษาเอกชน 111,172,700 บาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 จำนวน 12.5 ล้านบาท) ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะใช้ดำเนินการตามนโยบายสำคัญ ได้แก่
3.1 อบรมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ เช่น
(1) อบรมผู้บริหารและครูโรงเรียนเอกชน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
(2) สะเต็มศึกษา Coding และพลังงานทดแทน
(3) อบรมครูปฐมวัย
(4) ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
(5) ศาสตร์พระราชา และการเสริมสร้างวัฒนธรรมการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(6) เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษา
(7) การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษและความสามารถพิเศษ
3.2 ส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ในโรงเรียนในระบบและนอกระบบ

4.ส่งเสริมกิจการลูกเสือในโรงเรียนเอกชน โดยสนับสนุนงบประมาณสำหรับการจัดอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ลูกเสือจิตอาสา และลูกเสือมัคคุเทศก์ ของโรงเรียนเอกชน โดยดำเนินการร่วมกับสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ

5.แก้ไขปัญหาการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชน โดยปกติ สช. จะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเรียนฟรี 15 ปี ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน ทำให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนกับโรงเรียนเป็นประจำทุกปี ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน และการจ่ายเงินเดือนครู​ จึงมีนโยบายให้มีการเกลี่ยงบประมาณภายในกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ครู และโรงเรียนเอกชน สำหรับปีงบประมาณนี้ได้เกลี่ยงบประมาณจากหน่วยงานอื่นให้ สช. จำนวน 250 ล้านบาท จึงทำให้ในปีงบประมาณ 2562 สามารถเบิกจ่ายเงินอุดหนุนได้ครบตามจำนวนและไม่ให้มีการค้างจ่ายเงินอุดหนุนโรงเรียน

6.ให้การช่วยเหลือโรงเรียนเอกชนที่ประสบอุทกภัย จำนวน 20 โรงเรียน โดยมอบหมาย สช. ลงพื้นที่ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือในเบื้องต้น โรงเรียนละ 10,000 บาท และสมาคม ปสกช.ร่วมสมทบอีก โรงเรียนละ 5,000 บาท

7.แข่งขันทักษะวิชาการ (นักเรียนเกรดอ่อน) ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะของนักเรียนตามความถนัด

8.นำเสนอ Best Practice ของโรงเรียนเอกชนทุกประเภทต่อสาธารณะ เช่น โรงเรียนพลังงานต้นแบบ (ศรีแสงธรรม)

9.ศึกษาแนวทางการปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนโรงเรียนเอกชน เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรของรัฐ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับเพิ่มเงินอุดหนุนร่วมกับ สช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

          จากนโยบายและการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาและจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาเอกชนที่ดิฉันได้ร่วมผลักดันในวันนี้ จะส่งผลให้โรงเรียนเอกชนมีความเข้มแข็ง และเป็นกำลังสำคัญร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับคุณภาพการศึกษาต่อไป“ รมช.ศธ.กล่าวในที่สุด

          จากนั้นได้เยี่ยมชมนิทรรศการของโรงเรียนเอกชน นิทรรศการผลงานด้านพัฒนาทักษะอาชีพของ กศน.ในจังหวัดพัทลุง และเปิดค่ายมวยวีรนาทยิมส์ ของโรงเรียนนีรนาทมูลนิธิ ตามโครงการส่งเสริมค่ายมวยในสถานศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านการกีฬา และให้เด็กที่สนใจได้มีโอกาสในการฝึกหัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬามวยไทยซึ่งกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก และเพื่อเป็นการช่วยรักษาศิลปวัฒนธรรมไทย สืบสานกีฬาอันเก่าแก่ของไทยไม่ให้สูญหาย ให้เยาวชนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าต่อไป

Cr.ประชาสัมพันธ์ศธ.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พิธีมอบสัญญาเช่าที่ ราชพัสดุโครงการ “ธนารักษ์ประชารัฐ ” ประจำปี พ.ศ. 2562

พิธีมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุโครงการ “ธนารักษ์ประชารัฐ ” ประจำปี พ.ศ. 2562

          เมื่อวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562​ ณ หอประชุมที่ว่าการ​ อ.หนองกุงสี จ.กาฬสินธุ์ : นายวารุจ ศิริวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุโครงการ “ธนารักษ์ประชารัฐ ” ประจำปี พ.ศ.2562 โดยมีนายยุทธนา หยิมการุณ พร้อมผู้บริหารกรมธนารักษ์ เข้าร่วมมอบสัญญาเช่า

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“เสมา3” ลงพื้นที่สงขลา ตรวจเยี่ยม และและติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 เวลา 10.30 น. ณ กศน.ตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม​ และติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย

          ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ.กล่าวว่า “ความสำเร็จในการจัดกิจกรรมการขับเคลื่อนงานการศึกษานอกระบบ​ และการศึกษาตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลที่เกิดกับผู้เรียนและองค์กร ถือเป็นความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นผลสะท้อนที่สำนักงาน กศน.จังหวัดสงขลา ที่ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุนและประสานงานเครือข่าย ให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและดำเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนชุมชนและแหล่งเรียนรู้อื่นในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีทางการศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการกระบวนการเรียนรู้ รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยอาศัยบุคลากรทุกคน

          โดยเฉพาะ ครู กศน. ซึ่งอยู่ในพื้นที่ และมีความใกล้ชิดกับชุมชนในการประสานงานกับภาคีเครือข่าย ปราชญ์ชุมชน และแหล่งเรียนรู้ต่างๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งการพัฒนาการศึกษาต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ การทุ่มเท และเสียสละการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชุมชน แหล่งเรียนรู้ต่างๆ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ตนในฐานะผู้กำกับดูแล ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ เพื่อเป็นแนวร่วมในการพัฒนาการศึกษา พัฒนาประชาชนให้ชุมชนของเรามีความเข้มแข็ง สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นพลังในการขับเคลื่อนงาน กศน.ต่อไป”

          นอกจากนี้ รมช.ศธ.ได้มอบเกียรติบัตร แก่เครือข่ายผู้ที่สนับสนุน กศน.อำเภอกระแสสินธุ์ ดีเด่น จำนวน 7 รางวัล และมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษา กศน.อำเภอกระแสสินธุ​ ์ประเภทเรียนดีแต่ยากจนจำนวน 3 ทุนและเยี่ยมชมนิทรรศการ กศน.สงขลา Wow ก้าวสู่ยุคดิจิตอล พร้อมทั้งพบปะให้กำลังใจแก่นักศึกษา ประชาชน ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน และบุคคลที่มาร่วมกิจกรรม

          จากนั้น รมช.ศธ.และคณะได้เดินทางปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกราม จำนวน 200,000 ตัว กลางทะเลหลวง ซึ่งเป็นทะเลที่เชื่อมต่อจากทะเลสาปสงขลาไปทะเลน้อย​ จังหวัดพัทลุง หมู่ที่​ 8​ แหลมคูลา​ ตำบลเกาะใหญ่​ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและสร้างระบบนิเวศวิทยาให้มีความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงเพื่อเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนเกิดความสามัคคี มีส่วนร่วมและเกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการ ดูแล รักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ รวมทั้งเป็นการสนับสนุนสร้างอาชีพและรายได้ให้กับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่อย่างยั่งยืน

Cr.ประชาสัมพันธ์ศธ.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​