จังหวัดจันทบุรี – จัดการประชุมเตรียมความพร้อม การจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019

จังหวัดจันทบุรี จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019 ในวันที่ 21-24 ธันวาคม 2562 ณ อาสนวิหารปฎิสนธินิรมล วัดโรมันคาทอลิก จันทบุรี ขยายเวลาการจัดงานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

          วันนี้ ( 21 ต.ค.62 ) ที่ห้องประชุมสื่อสารชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อม การจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas “Festival of Lights 2019” ที่กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 21 ถึง 24 ธันวาคม 2562 ส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมชุมชนชาวคริสต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

          โดยจังหวัดจันทบุรีร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งเทศกาลคริสต์มาศเป็นเทศกาลแห่งความรัก ความศรัทธา และการแบ่งปันเป็นงานประเพณีเฉลิมฉลองของชุมชนชาวคริสต์ เชื้อสายเวียดนามที่อยู่อาศัยในจังหวัดจันทบุรีมานานกว่า 300 ปี ซึ่งนอกเหนือจากกิจกรรมทางคริสต์ศาสนาแล้ว ยังมีการแสดง 3D อนิเมชั่น แสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารที่สวยงามตระการตา ชิม ช็อป อาหารท้องถิ่น การแสดงของเยาวชนนักเรียนจากโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ โรงเรียนลาซาล จันทบุรี และสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านยอแซฟพิทักษ์ เป็นการแสดงที่สื่อถึงความหมายของเทศกาลคริสต์มาส เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกศาสนาสามารถร่วมกิจกรรมได้ ฟรี รวมทั้งเก็บภาพแห่งความประทับใจ

           นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของโบสถ์ยังมีการประดับตกแต่งอุโมงค์ไฟ มุมถ่ายภาพสวยงามสะพานดาวข้ามแม่น้ำจันทบุรี ทั้งนี้การแสดงแสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารฯ จะจัดขึ้นวันละ 3 รอบ ระหว่างวันที่ 21ถึง 24 ธันวาคม 2562 ไม่มีการเก็บเงินค่าเข้าชมแต่อย่างใด และ ในวันอังคารที่ 24 ธ.ค.62 ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส เวลา 22.00 น.จะมีพิธีเฉลิมฉลองคริสต์มาสไปจนถึงเที่ยงคืน มีการแบ่งปันความสุข อาหาร และ ขนมแก่ผู้ร่วมงานทุกคน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จิตอาสา จ.จันทบุรี – ร่วมกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทาง บริเวณรอบศูนย์ราชการ อ.นายายอาม

จิตอาสาจังหวัดจันทบุรีร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางบริเวณรอบศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม น้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         วันนี้ ( 22 ต.ค.62 ) ที่ศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. ข้าราชการทหาร, ตำรวจ, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน, กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน, ประชาชน และเยาวชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางบริเวณรอบศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม รำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถวายเป็นพระราชกุศล

         ทั้งนี้ ตลอดราชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อเนกประการ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศ ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งจวบจนกาลปัจจุบัน ด้วยพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ พสกนิกรต่างน้อมใจ ถวายพระสมัญญา-ภิไธยว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” และรัฐบาลได้เฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” รวมทั้ง ทรงได้รับการประกาศพระเกียรติคุณยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกในสาขาการศึกษาวัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา การพัฒนาสังคมและการสื่อสาร พระเกียรติคุณของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

          โอกาสนี้ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้นำน้ำดื่มและลูกอมแจกจ่ายให้แก่จิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – เกษตรกรชาวประมง และชาวบ้าน แห่จับปูแป้น หรือปูใบไม้

เกษตรกรชาวประมงจ.จันทบุรี และชาวบ้านแห่จับปูแป้น หรือปูใบไม้ที่ออกมาลอยคอตามธรรมชาติ เป็นจำนวนมากบางรายหาเป็นรายได้เสริมกว่าคืนละ 1,000 บาท

         ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูกาลที่ปูแป้น หรือปูใบไม้จะออกมาลอยคอตามธรรมชาติเพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ ในลำคองที่เชื่อมต่อทะเลอ่าวไทยจำนวนมาก โอกาสนี้ ชาวบ้าน ชาวประมงพื้นบ้าน และนักท่องเที่ยวจะพากันนำอุปกรณ์ สวิง หรือกระชอน ดักตักปูแป้นเพื่อนำมาประกอบเป็นอาหาร

          ซึ่งที่ ท่าเทียบเรือขลุง หมู่10 ตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นจุดหนึ่งในหลาย ๆ แห่ง ที่เป็นลำคลองน้ำทะเล น้ำกร่อยที่ปูแป้นหรือปูใบไม้จะลอยตามน้ำออกมาจากป่าจาก ป่าโกงกาง มีชาวบ้านนำอุปกรณ์มาดักรอตักปูแป้นเพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารรับประทาน รวมทั้ง บางรายตักเพื่อนำไปจำหน่ายโดยมีการดัดแปลงอุปกรณ์สวิงต่อด้วยด้ามไม้ไผ่ขนาดยาวเพื่อให้ตักได้ระยะไกล รวมทั้งมีไฟฉายส่องสว่างให้มองเห็นปูแป้นที่ลอยตามน้ำมา หากคืนไหนน้ำขึ้นสูงก็จะมองเห็นปูแป้นลอยตามน้ำจำนวนมากกว่าเวลาน้ำลง เพราะน้ำขึ้นส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของปูแป้นในป่าชายเลน หรือรูปูแป้นถูกน้ำท่วมปูแป้นก็จะออกมาลอยคอเพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ในทะเล หรือที่น้ำเค็มตามความเหมาะสม และจะออกเป็นประจำทุกปีหลังเทศกาลออกพรรษา แต่ปีนี้ปริมาณปูแป้นตามคลองต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย มีปริมาณปูแป้นที่น้อยลงกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านบอกว่าอาจจะเป็นเพราะลมหนาวยังมาไม่มาก หากมีลมพัดแรงปูก็จะออกเยอะ

         แต่ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์เริ่มให้ความเป็นห่วงทรัพยากรธรรมชาติ และการดำรงชีวิต สืบ พันธุ์ของปูแป้น ที่เกรงว่ามนุษย์ตักมาบริโภค หากปูยังไม่ได้ขยายเผ่าพันธุ์ ก็มีความเป็นไปได้สูง ที่ห่วงโซ่ วงจรชีวิตของธรรมชาติทางทะเลจะเสียสมดุลยและมีโอกาสที่ปูแป้นหรือปูใบไม้จะสูญพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมนำอุปกรณ์ตักปูแป้นที่เราไม่รู้ว่าธรรมชาติของเค้าออกมาได้ขยายพันธุ์ในลำคลองแล้วหรือยัง ก่อนที่จะถูกตักไปบริโภค อย่างไรก็ตาม

          ปูแป้นที่ชาวบ้านตักได้นอกจากจะนำไปแปรรูปเป็นอาหาร อาทิ แช่น้ำปลา ยำ หรือเป็นส่วนผสมของก๋วยเตี๋ยวผัดแล้ว ความนิยมในการบริโภคปูแป้นยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันราคาซื้อขายสดอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 150 บาท ถึง 250 บาท บางรายสามารถจับปูแป้นขายได้มากกว่าคืนละ 1,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมของชาวประมงพื้นบ้านในช่วงฤดูนี้ที่มีระยะสั้นประมาณ 1 – 2 เดือน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดอบรม “โครงการ Happy Media, Happy Money”

https://youtu.be/Q7zXqFHNYNQ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดอบรม โครงการ Happy Media, Happy Money” เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการวางแผนการเงินและการออมให้แก่สื่อมวลชนในจังหวัดจันทบุรี

         วันนี้ ( 22 ต.ค.62 ) ที่โรงแรมมณีจันท์ รีสอร์ท จ.จันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money” โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการวางแผนการเงินและการออมให้แก่สื่อมวลชนในจังหวัดจันทบุรี สอดคล้องวิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” พัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกคน

         โดยเล็งเห็นว่าสื่อมวลชน เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ที่มีความเข้าใจและใกล้ชิดกับชุมชนเป็นอย่างดี รวมถึงทักษะการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร ผ่านสื่อดิจิทัลตามไลฟ์สไตล์ของผู้รับสารที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสื่อมวลชนจะได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการออมและการบริหารเงินสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในวงกว้าง

          ซึ่งจังหวัดจันทบุรีถือเป็นเมืองรองที่มีศักยภาพทั้งเศรษฐกิจและเครือข่ายสื่อมวลชนที่เข้มแข็ง ซึ่งในการอบรมมีการบรรยายในหัวข้อ “เรื่องเงิน ใกล้ๆ ตัว” และ “จากสื่อดั้งเดิมสู่สื่อดิจิทัล…โพสต์อย่างไรให้ปัง” จันทบุรี โดยมีสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีเข้าร่วมกว่า 50 ราย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – พบศพชายลอยอืด ในคลองมา 4 วัน

https://youtu.be/8TOq4qpuUnQ

ชาวบ้านออกตัดหญ้าได้กลิ่นเหม็นเน่าเดินไปดูพบศพชายลอยอืดอยู่ในบ่อบัว

          ร.ต.อ.มนตรี ไกรรักษ์ ร้อยเวร สภ.ปากพลี จ.นครนายก ได้รับแจ้ง จากนายสมชาย บุญอร่าม อายุ59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.1 ต.โคกกรวด อ.ปากพลี จ.นครนายก ว่า พบศพชายเสียชีวิตลอยอืดอยู่ในคลองเม่า หลังซอยวัสดุก่อสร้าง ม.1 ต.โคกกรวด อ.ปากพลี จ.นครนา ยก จึงได้รุดไปยังที่เกิด พร้อมด้วยแพทย์เวร ร.พ.ปากพลี และมูลนิธิร่วมกตัญญู

          ในที่เกิดเหตุ พบศพชายลอยอืดอยู่ในคลอง มูลนิธิฯได้ช่วยกันนำศพขึ้นมาบนฝั่งทราบชื่อนายชิ้น แต้มบัว อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.1 ต.โคกกรวด อ.ปากพลี จ.นคร นายก สภาพศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ ตรวจดูตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ และในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ ซึ่งเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน.

         จากการสอบถามนายสมชาย ให้การว่า นายชิ้นผู้ตายได้หายตัวไปตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีงานกฐินที่วัดข้างบ้านและมีมโหรสพตอนกลางคืน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ตามหาก็ไม่เจอ จนกระทั่งวันนี้ ตนได้ออกมาตัดหญ้าและได้กลิ่นเหม็นจึงมาดูก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว ในเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายคงจะดื่มเหล้าจนเมา แล้วเดินพลัดหลงมาและได้พลัดตกคลองเสียชีวิตตายเองดังกล่าว.

สัมภาษณ์นายสมชาย บุญอร่าม คนมาพบ
สัมภาษณ์นายวิโรช แต้มบัว ลูกชาย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – พลังศรัทธา ปชช.ร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี-บางปะอิน ประชาชนได้เดินทางมาร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 34 เมตร

          บรรยากาศภายในพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทางอาศรมฤๅษีเณร ได้สร้างเป็นวิหารโดยมีองค์ปู่ฤๅษีประทับนั่ง สูง 34 เมตร ภายในพิธีมี หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดนครปฐม จุดเทียนชัย มีประชาชนมาร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งวิหารพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ตามความประสงค์ของอาจารย์ฤๅษีเณร

          นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ให้ประชาชนได้มากราบไหว้ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เกิดความรักสามัคคีกันในประเทศและภายในชุมชน ทั้งนี้ฤๅษีเป็นการถือศีลขั้นสูงสุดของศีลที่เรียกว่า อาศรม 4 ดังนี้ 1. พรหมจรรย์ (อัตถะ) 2. คฤหัสถย์ (กามะ) 3. วานปรัสถย์ (ธรรมะ) และ4. สันนยาสะ (โมกษะ) สำหรับพระฤๅษีพรหมเมศร์ ทรงมีทั้งบุญฤทธิ์อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ และตบะบารมีอย่างมากมาย ไม่มีผู้ใดที่จะเทียบเท่าได้ ชอบช่วยเหลือม้วนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายโดยทั่วไป.

CR.ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

นราธิวาส – รถเก๋งเสียหลัก ชนต้นไม้ พังยับเยิน ที่ตากใบ

         เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 62 เวลา​ 06.40 น. รับแจ้งอุบัติเหตุ ออกตรวจสอบพบเป็น รถยนต์​เก๋ง Suzuki ciaz ป้าย กจ 6314 นราธิวาส​ ชน​ต้นไม้พังยับเยิน​ ขาเข้า ​อ.ตากใบ​ กู้ภัยร่​มเมือง​ตากใบ​

          ออกตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ชื่อวีระวัฒน์ สุวรรณศรี ที่อยู่ 12/2 ม.1 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตรวจสอบตามร่างกายมีแผลถลอกเล็กน้อยและปวดต้นคอ อาสาฯ​ ได้ใส่​ Collar​ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตรวจสอบ​ร่างกาย​ไม่มีรอยแตกหักของกระดูก​ จากนั้นเคลื่อนย้าย​ผู้บาดเจ็บ​ขึ้นรถ​ กู้ชีพ​ อบต.ไพรวัน​ นำส่ง รพ.ตากใบ​ เรียบร้อย.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

สงขลา – คนร้ายยิงราษฎร ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ที่เทพา

         เมื่อ 22 ต.ค.62 เวลา 17.03 น.เกิดเหตุ คนร้ายจำนวน 2 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ก่อเหตุยิงราษฎรทราบชื่อ นายประเสริฐ ทองเป็นเพชร ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 94/1 ม.11 ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา

           เหตุเกิดในพื้นที่ วัดโคกนา ต.ท่าม่วง อ.เทพา จว.สงขลา ลักษณะคนร้าย คนขับขี่ใส่เสื้อสีขาว คนซ้อนท้ายใส่เสื้อสีดำ ปิดบังใบหน้า ขับขี่ จยย.ยี่ห้อ ซุซุกิ รุ่น สแมส สีน้ำเงิน เป็นยานพาหนะ ภายหลังก่อเหตุได้หลบหนีไป ปัจจุบันผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ รพ.เทพา อาการโดนยิงบริเวณ คอ 2 แผล ขณะนี้รู้สึกตัวดี ความคืบหน้าแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ภาพ/ข่าว อับดุมาลิก เจ๊ะตีรอกี.

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

มุกดาหาร # นรข.ศรีเชียงใหม่ เขตหนองคาย จับกุมและตรวจยึดยานรก

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย สถานีเรือเรือศรีเชียงใหม่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย ร่วมกับชุดสุนัขทหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีจับกุมและตรวจยึดยาบ้า ในพื้นที่ จ.หนองคาย

         เมื่อวันที่ 20 ต.ค.62 เวลา 19.40 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย สถานีเรือศรีเชียง ใหม่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตหนองคาย พร้อมชุดปฏิบัติการข่าว และชุดสุนัขทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับข่าวจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบส่งยาบ้า ในบริเวณพื้นที่ถนนทางการเกษตรดอนเขียว อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

          จึงได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจในพื้นที่เพ่งเล็งดังกล่าว จึงสามารถจับกุมและตรวจยึดยาเสพติด พร้อมผู้ต้องหาเป็นชาย จำนวน 2 ราย พร้อมของกลาง

  1. ยาบ้าสีส้มประทับตราอักษร WY อีกด้านหนึ่งเรียบ จำนวน 199 เม็ด
  2. ยาบ้าสีเขียวประทับตราอักษร Y1 อีกด้านประทับตราอักษร A จำนวน 2 เม็ด รวมยาบ้า 201 เม็ด
  3. รถจักรยานยนต์ คือ ยี่ห้อ Honda รุ่น Wave 100 i สีดำ-แดง เลขทะเบียน 1กฎ 5773 อุดรธานี จำนวน 1 คัน
  4. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น Beat สีม่วง-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน
  5. โทรศัพท์ มือถือ ยี่ห้อ Samsung จำนวน 1 เครื่อง

           เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ ณ บริเวณถนนทางการเกษตรดอนเขียว อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าบ่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

มุกดาหาร # ผู้ว่า สั่งดำเนินคดีถนน 4 เลน ที่พบแร่หินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า

https://youtu.be/VbSocPhVUMQ

มุกดาหาร ถนน 4 เลน ที่ชาวบ้านแห่เข้าค้นหาหินแร่คิดว่าเป็นทองคำเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้บอกยังไม่ได้อนุญาตให้สร้างถนน 4 เลน กันเลย ส่วนผู้ว่าฯสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปแจ้งความดำเนินคดีกับถนน 4 เลน สายมุกดาหาร – กุฉินารายณ์ โดยที่มีการระเบิดหินภูเขาแล้วนำไปขายโค่นต้นไม้หวงไม้ จำนวน 140 ต้นยังไม่พบว่านำไปเก็บอยู่ที่ไหน

         โดยวันพรุ่งนี้ (วันที่ 22 ต.ค.62) ทางตัวแทนแม่ทัพภาคที่ 2 จะเดินทางลงมาดูถนนเจ้าปัญหากันอีกครั้งหนึ่ง ว่าได้ขออนุญาตสร้างถนน 4 เลน บริเวณบ้านคำพอก ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร ที่ชาวบ้านแห่กันเข้าไปค้นหาแร่หินที่เข้าใจว่าเป็นทองคำ จนเป็นข่าวโด่งดังนั้น ด้านเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้แจ้งว่ายังไม่ได้อนุญาตให้สร้างถนน 4 เลนเลย เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 ต.ค.62 นายวุฒิ คนหาญ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บ้านคำพอก ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร

         กล่าวว่า ในวันนี้(วันที่ 21 ต.ค.62) นายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมาประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ที่ห้องประชุมอำเภอหนองสูง จ.มุกดาหาร ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ประชุมอำเภอหนองสูง จ.มุกดาหาร โดยนายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมเกี่ยวกับถนน 4 เลน ดังกล่าว หน่วยงานที่รับผิดชอบและผู้รับเหมาก่อสร้างถนน 4 เลน ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายที่ถูกต้องตามระบบของทางราชการถูกต้องหรือไม่

         และทางด้านสุรเดช อัคราช ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่าในส่วนของถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์กัน ดังกล่าวในพื้นที่กว้าง 80 เมตร ยาว 327 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน จ.มุกดาหาร และพื้นที่ของกรมป่าไม้อีกด้วยและหน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมทางหลวง ยังไม่ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ที่จะทำถนน 4 เลน ที่ผ่านพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และตลอดจนกรมป่าไม้อีกด้วยซึ่งถือว่าการก่อสร้างถนน 4 เลน ดังกล่าวกระทำการผิดกฎหมาย 3 ข้อหาคือ 1. ข้อหาบุกรุก แผ้วถางป่าป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต 3. เก็บหาของป่า(หินภูเขา)โดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ส่วนหินภูเขาที่ถูกระเบิดภูเขากันทั้งลูกผู้รับเหมาได้นำหินภูเขาบรรทุกใส่รถบรรทุกออกไปขายให้ผู้รับเหมาสร้างเขื่อนอยู่ริมฝั่งโขง

          และในส่วนของต้นไม้หวงห้ามเช่นไม้เต็ง ไม้ประดู่ จำนวน 140 ต้น เมื่อโค่นล้มลงไปแล้วได้นำไปเก็บซ่อนเอาไว้ตรงไหนอย่างนี้เป็นต้นซึ่งทางนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้กำชับลงมาว่าให้หน่วยงานที่รับผิดชอบที่เกิดความเสียหายไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายทั้ง 3 ข้อหา ด้านนายบุญช่วย น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่าทางนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งกำชับลงมาให้ตนเองลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกันอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าสำหรับในวันพรุ่งนี้(วันที่ 22 ต.ค.62)ทางตัวแทนแม่ทัพภาคที่ 2 คือพลตรีวิชัย มารศรี ผอ.ศปม.กอ.รมน.ภาค 2 จะเดินทางลงมาตรวจสอบดูข้อเท็จจริงกันอีกครั้งหนึ่ง

         และทางผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ก็จะได้รายงานให้ตัวแทนแม่ทัพภาคที่ 2 ทราบข้อเท็จจริงว่าได้ดำเนินการและกระทำการที่ผิดพลาดกันอย่างไรและผิดกฎหมายกันด้วยหรือไม่ส่วนนายสมพงศ์ คุ้มสวรรณ นายอำเภอหนองสูง จ.มุกดาหาร กล่าวว่าถนน 4 เลน สายมุกดาหาร-กุฉินารายณ์ เป็นถนนตัดใหม่ในระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร และในส่วนของตนอยากให้ดำเนินการให้ถูกต้องเพราะคาดว่า สตง. คงจะลงมาตรวจสอบกันแน่ๆ เช่น ถนน 4 เลนเส้นนี้ เป็นถนนในโครงการพระราชดำริกันด้วยหรือไม่, และถนน 4 เลนเส้นนี้ สร้างขึ้นเพื่อความมั่นคงกันด้วยหรือไม่, ตลอดจนได้ไปศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาถูกต้องกันด้วยหรือยัง, อย่างนี้เป็นต้น ตลอดจนได้กระทำผิดมาตรา 157 กันอยู่อีกด้วยหรือไม่.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //////