มุกดาหาร # ร้อย.ทพ.2110 ปิดล้อมตรวจค้น/จับกุม บุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า)

         เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 03.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 2110 จัดกำลังพลบูรณาการร่วมกับมว.คทร.ที่ 3 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ในพื้นที่ว่ามีการมั่วสุมเสพยาบ้า ในพื้นที่ บ้านเลขที่ 72 ม.2 บ.นาสะเม็ง ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังพลซุ้มเฝ้าตรวจบ้านหลังดังกล่าว ครั้นเมื่อเวลา 01.00 น. ได้มีวัยรุ่น 1 คน ขับขี่รถ จักรยานยนต์ตามข่าวมาจอดหน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ บุคคลที่ขับขี่รถดังกล่าวได้วิ่งเข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ตามไปเข้าควบคุมตัว และทำการตรวจค้น

         ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 14 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมรถจักรยานยนต์ Honda Wave 1 คัน และได้ทำการตรวจปัสสาวะ ผลปัสสาวะเป็นบวก ทราบชื่อภายหลังคือ นายอรรณพ คนไว (เหมา) อายุ 19 ปี พักอาศัยที่บ้านเลขที่ 8 ม.1 บ้านนาสะเม็ง ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร เพื่อทำการสอบสวนและขยายผลต่อไป

         เวลาต่อมาร้อย ทพ. 2110 (ชป.ผาสุข) ร่วมกับ มว.คทร.ที่ 3 ศป.ปส.อดอนตาล กองร้อย อส.ดอนตาล ที่ 5 ร่วมตรวจค้นบ้านเป้าหมายจากการขยายผล นาย อรรณพ คนไว (เหมา) เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 18 ม.5 บ.โคกพัฒนา ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร พิกัด VD 846981

          จากการตรวจค้น พบนาย ธานี พลราชม (น้อย) อายุ 30 ปี ทราบชื่อภายหลัง อยู่ภายในบ้านและพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด จำนานหนึ่ง จึงได้ตรวจปัสสาวะ นาย ธานี พลราชม (น้อย) จากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย จึงได้ควบคุมตัวมายังฐานปฏิบัติการ ร้อย ทพ. 2110 (ชป.ผาสุข) เพื่อทำการสอบสวนขยายผล และส่งเจ้าหน้าที่ตำตรวจ สภ. ดอนตาล ดำเนินการคดีตามกฏหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

สืบสวนสตม.- จับหนุ่มอเมริกันละเมิดทางเพศตามหมายจับ U.S.A. และรวบหนุ่มเกาหลีอยู่เกิน

สืบสวนสตม.จับหนุ่มอเมริกันละเมิดทางเพศตามหมายจับ U.S.A.และรวบหนุ่มเกาหลีอยู่เกิน ตกอับตระเวนลักทรัพย์ตาม Hostel ใจกลางกรุงมากกว่า 10 แห่ง

วันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม.​ และ​ พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุม​ 2​ คดีสำคัญ ดังนี้​

รายที่ 1 จับหนุ่มอเมริกันละเมิดทางเพศตามหมายจับ U.S.A.โดยเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.นำโดย พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.,พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ,พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม.,พ.ต.ต.วิชัย สังข์สอน,พ.ต.ต.จักรพล นาคแสง สว.กก.1 บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.สุภสิทธิ์ ไวเกษตรกรณ์ รอง สว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมกำลัง ได้ร่วมกันจับกุม นายโจเซฟ (MR.JOSEPH) อายุ 26 ปี สัญชาติอเมริกัน ถือหนังสือเดินทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการสหรัฐอเมริกาต้องการตัวในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหา​คือ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาติภูมิสหรัฐอเมริกา (DHS) สำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ (HSI) กรุงเทพฯ มีหนังสือถึง สตม. ขอให้ค้นหาและจับกุม นายโจเซฟฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการสหรัฐอเมริกา ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทำร้ายทางเพศเด็ก และประพฤติผิดทางเพศ กับผู้เยาว์ โดยมีที่มาของคดีคือในเดือนสิงหาคม 2562 ตำรวจท้องที่ในรัฐแอลิโซน่าได้รับแจ้งความจากเด็กหญิงอายุ 14 ปี ว่าเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 นายโจเซฟฯ ซึ่งเป็นพี่ชายของตนเองได้เข้าไปในห้องนอนของเธอ ในขณะที่เธอหลับอยู่ แล้วคลานขึ้นบนเตียงและใช้มือสัมผัสหน้าอกพร้อมกับลูบไล้และถูช่องคลอดของเธอ

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่านายโจเซฟฯ เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ประเภทวีซ่า คนอยู่ชั่วคราว (NON-90) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 และได้ไปเป็นนักบวชที่ชุมชนนักบุญแห่งหนึ่งในย่านมีนบุรี ผบก.สส.สตม. พิจารณาแล้วเห็นว่านายโจเซฟฯ มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมและเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และจากการไปตรวจสอบของ กก.1 บก.สส.สตม. พบนายโจเซฟฯ พักอาศัยและเข้ามาเป็นนักบุญบวชในชุมชนดังกล่าวจริง จึงได้ควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการผลักดันส่งกลับไปยังสหรัฐอเมริกาต่อไป

ส่วนรายที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.รวบหนุ่มเกาหลีอยู่เกินตกอับตระเวนลักทรัพย์ตาม HOSTEL ใจกลางกรุงมากกว่า 10 แห่ง​ โดยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.,พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ,พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส. สตม., พ.ต.ต.วิชัย สังข์สอน, พ.ต.ต.จักรพล นาคแสง สว.กก.1 บก.สส. สตม., ร.ต.อ.สุภสิทธิ์ ไวเกษตรกรณ์ รอง สว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมกำลัง ได้ร่วมกันจับกุม นายคิม (MR.KIM) อายุ 30 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางประเทศเกาหลีใต้

พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย กระเป๋าสะพายหลังสีเทายี่ห้อ EASTPAK 1 ใบ,ประแจแหวนข้างปากตายเบอร์ 14 จำนวน 2 ตัว,ถุงสีครีมลายดอกไม้สีแดง 1 ใบ,เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ 195 ดอลลาร์,เงินสกุลรูเปียร์ 424,000 รูเปียร์,เงินสกุลดอง 73,000 ดอง,เงินสกุลริงกิต 13 ริงกิต,เงินดอลลาร์สิงคโปร์ 6 ดอลลาร์,เงินสกุลเรียลกัมพูชา 3,000 เรียล,เงินสกุลปอนด์ 5 ปอนด์ และเงินสกุลหยวน 1 หยวน โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และลักทรัพย์โดยทำอันตราย สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ” นำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​

โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหา​คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากโรงแรมแห่งหนึ่งว่ามีลูกค้าเป็นคนสัญชาติเกาหลีใต้มีพฤติกรรมเข้ามาลักทรัพย์ภายในโรงแรม จึงได้ประชาสัมพันธ์ไปยังโรงแรมต่าง ๆ ให้เฝ้าระวัง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่า นายคิม (MR.KIM) ผู้ต้องหา ได้เข้าไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านสัมพันธวงศ์ จึงได้ไปตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และพบผู้ต้องหาซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงตามที่ได้รับแจ้งเดินลงมาบริเวณชั้น 1 พร้อมกระเป๋าสะพายหลังสีเทายี่ห้อ EASTPAK จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 27 กันยายน 2559 การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด เป็นเวลา 3 ปี 26 วัน และจากการตรวจค้นกระเป๋าสะพายหลังพบของกลางดังกล่าวข้างต้น จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าได้เข้ามาพักในโรงแรมที่เกิดเหตุ ห้อง 502 และได้นำประแจงัดแม่กุญแจที่ผู้เสียหายคล้องล็อคไว้ที่ช่องเก็บของส่วนตัวใต้เตียงนอนพักห้องเดียวกันออก แล้วดึงกระเป๋าสะพายหลังของผู้เสียหายออกมาแล้วล้วงเข้าไปลักถุงสีครีมลายดอกไม้สีแดงซึ่งภายในมีธนบัตรซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหาย โดยต่อมามีหญิงสัญชาติอังกฤษมาแสดงตัวเป็นผู้เสียหายและ ยืนยันว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ ดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อไป

อนึ่ง ผู้ต้องหาให้การว่าได้ตระเวนลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันนี้ในกรุงเทพมหานคร​ อีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ดังนั้น หากมีผู้เสียหายหรือโรงแรมแห่งใดเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวและสงสัยว่าผู้ต้องหา​ก่อเหตุจะเป็นคนเดียวกันกับ นายคิม (MR.KIM) หรือไม่ ขอให้ติดต่อขอดูภาพถ่ายนายคิม (MR.KIM) ได้ที่พนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ​ ตลอดเวลา

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ประชุม เชิงปฏิบัติการบูรณาการ บริหารจัดการความมั่นคงด้านสังคมและการเมือง

ประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการบริหารจัดการความมั่นคงด้านสังคมและการเมือง

          พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคง กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ.สง.ปรมน.ทร.) ร่วมฟังการแถลงผลและพิธิปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการบริหารจัดการความมั่นคงด้านสังคมและการเมือง โดยมีหัวข้อในการสัมมนา 3 หัวข้อ ได้แก่ แผนงานโครงการ ปี 63 ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่ได้รับมอบ ของหน่วยที่เกี่ยวข้อง เรื่องแนวคิดในการกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกชุมชนเข้มแข็ง และปัญหาข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะในการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์

          พลเรือโท เชษฐา ฯ กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้จัดโดย ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ณ โรงแรม เดอะ เล็คกาซี่ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยมี พลโทพิชัย เข็มทอง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธาน ในพิธี เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว จาก ปชส.สง.ปรมน.ทร.

นครนายก – ถั่วดำสุนัขติดไฟกระพริบ ที่ออกข่าว ถูกรถทับขาได้รับบาดเจ็บ

          เจ้าถั่วดำสุนัขจรจัดที่มีคนใจบุญนำไฟกระพริบมาติดไว้ที่ลำคอป้องกันถูกรถชน แต่เจ้าถั่วดำมานอนอยู่ท้ายรถยนต์ ที่เจ้าของรถมาจอดไว้มองไม่เห็นถอยหลังรถมาทับขาได้รับบาดเจ็บ ประชาชนสงสารช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลสัตว์นครนายก

         ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก ในซอยถนนไชยพันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก แม่ค้าตลาดสดและชาวบ้าน ได้มาพบสุนัขชื่อเจ้าถั่วดำติดไฟกระพริบที่ลำคอ เคยออกข่าวทีวีมาแล้ว ได้นอนตากแดดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เนื่องจากวานก่อนช่วงหัวค่ำเจ้าถั่วดำได้เดินอยู่แถวตลาดสดและมาหลบนอนอยู่ข้างทางท้ายรถยนต์ที่มาจอดทำธุระใกล้ตลาดสด เจ้าของรถยนต์คาดว่าอาจจะมองไม่เห็นเจ้าถั่วดำ ซึ่งนอนอยู่ท้ายรถจึงได้ถอยหลังมาทับที่ระหว่างโคนขาข้างขวาได้รับบาดเจ็บเป็นแผลอักเสบบวม ในช่วงเช้านี้ได้มานอนตากแดดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแม่ค้าในตลาดสดจึงมาช่วยกันอุ้มเจ้าถั่วดำไปนอนพักในแผงร้านขายของ เพื่อนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์นครนายก และทำการรักษาบาดแผลให้หายต่อไป

          นางเรียม บุตรเนียม แม่ค้าขายไข่ไก่ในตลาดสดเล่าว่า เจ้าถั่วดำสุนัขที่ติดไฟกระพริบเคยออกทีวีมาแล้ว ตัวนี้ได้ไปนอนอยู่ข้างทางริมถนนแล้วมีรถยนต์ที่มาจอดทำธุระได้ถอยหลังรถยนต์มาทับที่ขาได้รับบาดเจ็บจนบวมเปร็ง และมานอนตากแดดที่หน้าถนนใหญ่ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดตนกับเพื่อนแม่ค้าได้ช่วยกันอุ้มเจ้าถั่วดำมานอนพักที่ร้านค้าและมีประชาชนได้ช่วยกันนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์นครนายก ต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ตชด.234 สกัดจับ หนุ่มเดินสายจำหน่ายยาบ้า ให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.คำชะอี

(แถลงข่าว)มุกดาหาร ตำรวจตระเวนชายแดน 234 ร่วม ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ตำรวจน้ำ สกัดจับผู้ต้องหาขับรถจักรยานยนต์ตระเวนจำหน่ายยาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ถูกจับพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 548 เม็ด

         เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ร.ต.อ. ชัย วัฒน์ ศรีค้อ หน.ชปข.ร้อยตชด.234 จ.มุกดาหารนำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพร้อมผู้ต้องหานายแสนไกล แก้วอุดร อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.4 ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหารพร้อมของกลางยาบ้ารวมจำนวน 548เม็ดมาตั่งโต๊ะแถลงข่าว

         สืบเนื่องเมื่อกลางดึกวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 01.00 น.พ.ต.ท.เทิดฤทธิ สุวรรณประทัง ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีนายคิง ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ราษฎรบ้านทุ่งนางหนาย ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร กำลังตระเวนจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ต.หนองเอี่ยน จึงได้สั่งการ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ศรีค้อฯประสาร หน่วยงานข้างเคียงร่วมเข้าตรวจสอบ

         ที่เกิดเหตุพบชายผู้ต้องสงสัยอยู่ที่ถนนสายมุกดาหาร -คำ ชะอี ห่างจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.โพนตูมไปทาง องคำชะอี ประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวสอบถามทราบชื่อ นายแสนไกล แก้วอุดร ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจค้นในกระเป๋าพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสี่น้ำเงินลักษณะกดเปิด-ปิดปากถุง จำนวน 2 ถุงและยาบ้าอีกจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ในกระปุกพลาสติกอีกจำนวนหนึ่งรวมจำนวนยาบ้า 548 เม็ด

         เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน ยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายังที่ทำการกองร้อย ตชด.234 เพื่อสอบสวนหากลุ่มเครือข่ายและตรวจปัสสาวะผู้ต้องหามีผลเป็นบวก ก่อนตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดย

          หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอีเพื่อขยายผลหาเครือข่ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

อับดุล สารีเต๊ะ’ วิ่ง ๕๕ จังหวัด ระดมทุนซื้ออุปกรณ์แพทย์ ๓ รพ.ใต้วิ่งถึงปากท่อแล้ว

          “อับดุล สารีเต๊ะ” พร้อมหลานชาย ราษฎรชาวอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี จิตอาสาทำความดีถวายพ่อหลวงที่ออกวิ่งจากปัตตานี ขอรับบริจาคนำเงินจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ระยะทาง ๔,๒๐๐ กิโลเมตรวิ่งถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีแล้ว เผยยอดเงินที่ได้รับบริจาคล่าสุดเกือบ ๘ แสนบาท

          เมื่อเวลา ๑๒.๐๐ น. วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ ๔๕ ปี ราษฎรชาว อ.มายอ จ.ปัตตานี พร้อมหลานชายได้ออกวิ่งมาตามถนนมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย ตามโครงการ “น้ำใจไทย สู่จังหวัดชายแดนใต้ ช่วยโรงพยาบาลชุมชน” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลขนาดเล็กและโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ระยะทางรวมประมาณ ๔,๒๐๐ กิโลเมตร ซึ่งได้นำเงินที่ได้รับการบริจาค ช่วงระหว่างการวิ่งในเส้นทางที่ผ่านฝากไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เล็งเห็นถึงความมีจิตสาธารณะและการสร้างประโยชน์ต่อสังคมในการจัดกิจกรรมดังกล่าว 

          ทาง ธ.ก.ส.จึงได้ประสานสำนักงาน ธ.ก.ส.ทุกจังหวัดให้ช่วยอำนวยความสะดวกดูแลนายอับดุล สารีเต๊ะ นักวิ่งมาราธอน มีการประสานทีมแพทย์พร้อมจัดหน่วยปฐมพยาบาล รถฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางเขตรอยต่อแต่ละพื้นที่เพื่อให้นักวิ่งมาราธอนไปสู่จุดหมายปลายทางตามเจตนารมณ์

          ล่าสุดนายอับดุล สารีเต๊ะ นักวิ่งมาราธอนได้วิ่งมาจาก จ.เพชรบุรี เข้าสู่ จ.ราชบุรี โดยมีนายเฉลิมชัย ชาตะรัตน์ รองฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก และสิบเอก ชัยวัฒน์ หาญธนะกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.ราชบุรี พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน ได้มาคอยต้อนรับให้กำลังใจ

          นายอับดุล สารีเต๊ะ นักวิ่งมาราธอน เปิดเผยว่า วิ่งตามโครงการทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยการวิ่งจิตอาสาน้ำใจไทย สู่จังหวัดชายแดนใต้ โดยออกวิ่งจาก อ.มายอ จ.ปัตตานี ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน เพื่อวิ่งสู่ จ.เชียงราย และวกเข้าไปสู่พื้นที่ภาคอีสานแล้วกลับเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ต่อ โดยเงินที่ได้รับบริจาคมานี้จะนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลนาทวี โรงพยาบาลยะหริ่ง โรงพยาบาลมายอ

          ตอนนี้ได้ยอดเงินบริจาคแล้วประมาณเกือบ ๘ แสนบาท โดยนำไปฝากไว้ที่ธนาคาร ธ.ก.ส.ทุกสาขาที่ตนเองวิ่งผ่านพื้นที่ และรู้สึกสำนึกพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ให้ทุกคนทำความดี เพื่อพ่อ ตัวเราซึ่งเป็นนักวิ่งอยู่แล้วจึงมีแนวคิดอยากจะช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ 

          ส่วนตัวเองยังมีแรงอยู่จึงคิดว่าอยากจะวิ่งช่วยเหลือโรงพยาบาลสักครั้งหนึ่งในชีวิต ช่วงระหว่างการวิ่งมีการบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นธรรมดาของนักวิ่ง คิดว่าจะต้องวิ่งให้ถึงจุดหมายปลายทางให้ได้ คาดว่าจะวิ่งให้ถึงเส้นชัยประมาณวันที่ ๒๐ มกราคมปี ๖๓” นายอับดุล กล่าว.

         พร้อมกล่าวต่อว่า โดยรายได้ในการวิ่งในครั้งนี้ จะนำทูล เกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ในโอกาสที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์รักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ชาวบ้าน จะได้ไม่ต้องเดินทางไปรักษาในตัวจังหวัด ช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันเวลา

          นายเฉลิมชัย ชาตะรัตน์ รองฝ่ายกิจการ สาขาภาคตะวันตก กล่าวว่า ตนรับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันตกเรื่อยขึ้นมา ทางธนาคารได้สั่งการให้ทาง ธ.ก.ส.ช่วยดูแลนักวิ่งคนนี้ที่มีความประสงค์จะทำความดีเพื่อพ่อ ซึ่งทาง ธ.ก.ส.ในฐานะเป็นธุระเรื่องการรับฝากเงินเข้าบัญชีของนายอับดุล จึงอำนวยความสะดวกด้านอาหาร การเดินทางและเรื่องที่เกี่ยวข้องที่สามารถช่วยเหลือได้ 

          รวมทั้งประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนักวิ่งให้ได้ โดย ธ.ก.ส. ทั้ง ๕๕ จังหวัด ที่ผ่านมาและจะไปครบรอบในประเทศยินดีที่จะดูแลนักวิ่งตลอดเส้นทาง พร้อมประชาสัมพันธ์การรับบริจาคเงินในโครงการดังกล่าวให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องที่ดีเพื่อมาช่วยกันสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย แก้ไขปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ร่วมกัน

          อย่างไรก็ตาม หลังจากนายอับดุล สารีเต๊ะ ได้หยุดพักรับประทานอาหารบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพสาขาปากท่อเสร็จแล้ว ก็ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ที่บนศีรษะพร้อมกับออกวิ่งร่วมกับผู้บริหาร ธ.ก.ส.ไปตามถนนเพชรเกษม มีประชาชนร่วมบริจาคเงินระหว่างทางเป็นระยะ เพื่อเข้าสู่พื้นที่ อ.เมือง และจะหยุดพักที่ อ.เมืองราชบุรี ๑ คืน ก่อนจะวิ่งเข้าพื้นที่ จ.นครปฐมต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้.

สำนักข่าวความมั่นคง.

ปัตตานี – ร่วมกันมอบบ้าน หลังซ่อมแซมความเสียหาย จากเหตุปะทะวิสามัญฯ 2 โจรใต้

เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำศาสนา และประชาชนร่วมกันมอบบ้านหลังการซ่อมแซมความเสียหายจากเหตุปะทะ “คอลอตันหยง”

         วันที่ (27 พย.2562) ที่บ้านเลขที่ 124/1 ม.1 ต.คอลอตัน หยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ญาติ และประชาชนในพื้นที่ ต.คอลอตันหยง เข้าร่วมงานมอบบ้านให้แก่นางซะตียาเราะ แวซู อายุ 62 ปี หลังการซ่อมแซมความเสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่สนธิกำลังปิดล้อมไล่ล่าผู้ต้องหาคดีความมั่นคง จนวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย

         โดย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบเงินให้ทหารเข้ามาดำเนินการซ่อมบ้าน นอกจากนี้ นอภ.หนองจิก ผกก. สภ.หนองจิก และประธานกรรมการอิสลาม ยังได้ซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ทั้งทีวี ตู้เสื้อผ้า ตู้กับข้าว ที่นอน และพัดลม มอบให้แก่เจ้าของบ้านในครั้งนี้ด้วย

          นางซะตียาเราะ แวซู เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้น ไม่ติดใจอะไรแล้ว ทหารซื้อของและซ่อมบ้านให้จนดีกว่าเดิม จากเดิมบ้านเก่ากว่านี้ แต่แม่ทัพให้ทหารมาทาสีให้จนสวยงาม แต่ที่ยังกังวลคือ นายอับดุลเลาะ โต๊ะรายอ ยังไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างไรบ้าง เป็นห่วง เพราะนายอับดุลเลาะไม่รู้เรื่อง.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง.

ลพบุรี – คณะกรรมการแพทย์ มูลนิธิสายใจไทยตรวจเยี่ยมสมาชิก

         วันที่ 28 พ.ย.62 ที่ โรงพยาบาลอานันทมหิดล อ.เมือง จ.ลพบุรี มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พลโทนายแพทย์ ธำรงรัตน์ แก้วกาญจน์ กรรมการแพทย์มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะแพทย์ตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจ สมาชิกสายใจไทย ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี มีสมาชิกจำนวน 105 คน ซึ่งบาดเจ็บ-พิการจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ

          โดยมีพล.ต.ชัชชัย เต็มยอด ผอ.รพ.อานันทมหิดล จังหวัดลพบุรี ร่วมเข้าให้การต้อนรับ โดยในการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้จะมีการตรวจสภาพความพิการจากที่ได้รับบาดเจ็บจากการรบ โดยกรมการแพทย์ของมูลนิธิสายใจไทย ร่วมกับโรงพยาบาลอานันทมหิดล เช่น การตรวจสุขภาพทั่วไป, การบริการตรวจสภาพขาเทียมจากเจ้าหน้าที่แผนกแขน-ขาเทียมเคลื่อนที่, กองออร์โธปิดิกส์ รพ. พระมงกุฎ เกล้า พร้อมมอบอุปกรณ์ขาเทียม การพิจารณาเงินช่วยเหลือรายเดือนตามสภาพความพิการ การบริการทำบัตรสมาชิกสายใจไทย ตลอดจนรับคำร้องในการขอรับความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ ในเรื่องต่างๆ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนในจังหวัดต่างๆ กรุณาส่งอาจารย์มาแนะนำการฝึกอาชีพให้แก่สมาชิกสายใจไทยอีกด้วย

         การตรวจเยี่ยมสมาชิกสายใจไทย จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไปตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประทศเพื่อให้บริการแก่สมาชิกสายใจไทยอย่างทั่วถึง นอกเหนือจากการรับคำร้องหรือจดหมายรับความช่วยเหลือจากสมาชิกที่มีมาถึงมูลนิสายใจไทย

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

เพชรบูรณ์ ประชุมเตรียมพร้อม การจัดงาน “วันการศึกษาเอกชน ภาคเหนือ ประจำปีการศึกษา 2562”

เพชรบูรณ์ ประชุมเตรียมพร้อมการจัดงาน “วันการศึกษาเอกชน ภาคเหนือ ประจำปีการศึกษา 2562”

          ที่ห้องประชุมโรงเรียนแสงธรรมวิทยา ตั้งอยู่เลขที่ 959 หมู่ 2 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ดร.สุรศักดิ์ พงษ์สิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสำราญราษฏร์วิทยา ได้เป็นประธานกรรมการ เปิดการประชุมชี้แจง เตรียมความพร้อมการจัดงาน “วันการศึกษาเอกชน ภาคเหนือ ประจำปีการศึกษา 2562” เพื่อร่วมกำหนดรูปแบบการจัดงาน รวมทั้งวางแผนงานประชาสัมพันธ์ ทั้งก่อนดำเนินงาน ระหว่างดำเนินงาน และหลังดำเนินงาน ให้เป็นไปตามขั้นตอน อย่างมีระเบียบ และมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

         โดยมี ดร.เสรี ธรรมอาสา ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงธรรมวิทยา, นางทัศณี โชติกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนโชตวิทยา, นางแสงเดือน ธรรมอาสา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแสงธรรม, ดร.พงศ์พัฒน์ อักษรนิตย์ รอง.ผู้อำนวยการสาธิตเพชรบูรณ์, นางกาญจนา ศรีผักหอม ผู้อำนวยการโรงเรียนเพชรบูรณ์การ์เด้นฮิลล์ นายสนั่น โกหนองแวง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดซับบอนวิทยา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารสถานศึกษา เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง

          ทั้งนี้ งาน “วันการศึกษาเอกชน ภาคเหนือ ประจำปีการศึกษา 2562” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2563 สถานที่แข่งขัน ประกอบด้วย

  1. โรงเรียนเซนต์โยเซฟศรีเพชรบูรณ์
  2. โรงเรียนวัชรชัย
  3. โรงเรียนอนุบาลตริณศิลป์

          ซึ่งภายในงาน สามารถรับชมนิทรรศการ ผลงาน นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาของครูและนักเรียน พร้อมร่วมเป็นกำลังใจในการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ประกวดสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนโรงเรียนเอกชน ตามวันและเวลาดังกล่าว

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

จังหวัดยะลา มีความพร้อมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมทุกด้าน หลังอุตุฯ เตือนฝนหนัก 25-29 พฤศจิกายนนี้

จังหวัดยะลา มีความพร้อมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมทุกด้าน  หลังกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนหนัก 25-29 พฤศจิกายนนี้

          นายกาส เส็นโต๊ะเย็บ ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ในช่วงวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2562 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ ในระยะต่อไป ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ จะมีกำลังแรงขึ้น

          ทั้งนี้ จังหวัดยะลาได้มีการเตรียมความพร้อม และได้มีข้อสั่งการให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของแผนเผชิญเหตุ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

          พร้อมกันนั้น ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ได้ประกาศแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ ประกอบกับในห้วงนี้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงได้ปกคลุมในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดยะลาด้วย ซึ่งก็ได้แจ้งเตือนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารในการแจ้งเตือนภัยของทางภาคราชการ พร้อมกันนั้น ก็ได้แจ้งให้ทุกส่วนราชการในการเฝ้าระวัง ติดตาม พร้อมกับแจ้งเตือนภัย เตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุ ตลอด 24 ชั่วโมง

          ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยะลา ยังกล่าวด้วยว่า ทางจังหวัดยะลาก็ได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นของทางกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่ และขณะนี้ก็ต้องฝากพี่น้องประชาชนว่า คงไม่ใช้ว่ามีความมั่นใจ ต้องใช้คำว่าต้องเตรียมความพร้อม และรับสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขอฝากพี่น้องประชาชนให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเตือนภัยของหน่วยงานราชการ ว่าจะเตรียมความพร้อมกันอย่างไรในห้วงที่คาดว่าจะวิกฤต

#จังหวัดยะลา #รับมืออุทกภัยน้ำท่วมทุกด้าน #หลังอุตุฯ เตือนฝนหนัก #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews.prd.go.th