กรมบังคับคดี ลงพื้นที่ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นคำขอรับชำระหนี้ คดีเหมืองทองอัครา

เพชรบูรณ์ – กรมบังคับคดี ลงพื้นที่อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ อำนวยความสะดวกประชาชนยื่นคำขอรับชำระหนี้ คดีเหมืองทองอัครา

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ วัดราษฎร์ศรัทธาราม อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ กรมบังคับคดีลงพื้นที่ให้บริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ในการยื่นคำ ขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่ง

สืบเนื่องจากประกาศศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ สว2/2559 คดีหมายเลขแดงที่ สว3/2562 ที่สั่งให้บริษัทจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตจากการทำเหมืองทองคำ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิในการเยียวยาอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว กรมบังคับคดีจึงจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับเอกสารและให้คำแนะนำในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาคดีแบบกลุ่มโดยตรง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการเดินทางของประชาชน โดยมี นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบัง คับคดี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่สังเกตการณ์ ติดตามการดำเนินงาน และให้คำแนะนำแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด

นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า ตามที่ศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวด ล้อม และวิถีชีวิตนั้น ผู้มีสิทธิได้รับการชดใช้จะต้องเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในช่วงปี พ.ศ. 2545 – 2559 โดยแต่ละรายจะได้รับค่าสินไหมทดแทนแตกต่างกันไปตามลักษณะและระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น การลงพื้นที่ในวันนี้มุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม อันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับสิทธิตามคำพิพากษาอย่างครบถ้วน

ซึ่งภายหลังจากการยื่นคำขอแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการตรวจสอบและมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่อไป ส่วนการจ่ายเงินเยียวยานั้น จะขึ้นอยู่กับกระบวนการบังคับคดีและการรวบรวมทรัพย์สินของบริษัทจำเลย ซึ่งกรมบังคับคดีจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชำระหนี้ในจำนวนมากที่สุด สำหรับการลงพื้นที่รับคำขอรับชำระหนี้ในครั้งนี้ จะให้บริการในพื้นที่ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2569 อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นคำขอ หรือไม่สามารถเดินทางมายื่นได้ทันตามกำหนด ยังสามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเพชรบูรณ์ และสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพิจิตร

ทั้งนี้ ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ครั้งนี้ นอกจากประชาชนชาวเพชรบูรณ์ในพื้นที่แล้ว ยังมีประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากพื้นที่จังหวัดพิจิตรเดินทางมายื่นคำขอด้วย กรมบังคับคดีจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ยื่นเอกสาร เร่งดำเนินการยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง โดยกรมบังคับคดีมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้กระบวนการเยียวยาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมต่อไป


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กลุ่มอนุรักษ์ชี้ “ป่าภูยูง” ยังสมบูรณ์ ไม่ได้เสื่อมโทรม สงสัยมีความพยายามทำให้ป่าเสียหายเพื่อรองรับโครงการพลังงานลม

มุกดาหาร – ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอน แก่น) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบป่าภูยูง ตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าภูยูง กรณีพบการถากเปลือกไม้ ตีตรา และพ่นสีบนต้นไม้จำนวนมากในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงบังอี่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการถากเปลือกไม้และการประทับตราบนต้น ไม้หลายจุด จึงได้บันทึกภาพและเก็บพิกัดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

กลุ่มอนุรักษ์ป่าภูยูงยืนยันว่า พื้นที่ป่าภูยูงยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้อยู่ในสภาพเสื่อม โทรมตามที่มีการกล่าวอ้าง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำบางอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อาจเข้าข่ายเป็นความพยายามทำให้ป่าเสื่อมสภาพ เพื่อสร้างเงื่อนไขรองรับการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในอนาคต

นอกจากนี้ กลุ่มอนุรักษ์ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกระบวนการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใส และขอให้ระงับกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ไว้ก่อน จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจะแล้วเสร็จ

ด้านเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบตามข้อร้องเรียนของประชา ชน และจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


จ.มุกดาหาร
ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
098-869-9888

สำนักงานอัยการภาค 2 จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

สำนักงานอัยการภาค 2 จัดพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

เวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายคำนึง วงษ์ทวีทรัพย์ อธิบดีอัยการภาค 2 พร้อมด้วยข้าราชการฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานคดีศาลสูงภาค 2 สำนักงาน อัยการจังหวัดพัทยา สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพัทยา สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ (สาขาพัทยา) ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ ณ บริเวณโถงชั้น 1 สำนักงานอัยการภาค 2 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ในการนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด กำหนดให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาฯ 4 รอบ โดยให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด ข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ ตกแต่งสถานที่ประดับพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินี พร้อมเครื่องราชสักการะ จัดพิธีลงนามถวายพระพรสำหรับข้าราชการฝ่ายอัยการและบุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุด


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
บรรณาธิการข่าวอาวุโส สำนักข่าวความมั่นคง รายงาน

บันทึกผ่านเลนส์เป็นประวัติศาตสร์ ภาพถ่ายจากสมรภูมิ

ไม่จำเป็นต้องเป็นมืออาชีพ เพราะสิ่งที่ลั่นชัตเตอร์ในวันนั้นคือ “หัวใจ” และ “สถานการณ์จริง” นี่คือภาพถ่ายจากทหารที่อยู่ในเหตุการณ์จริง แม้พวกเขาจะไม่ใช่ช่างภาพอาชีพ แต่ทุกชัตเตอร์ที่กดลงไปได้ทำหน้าที่ปกป้องและบันทึก ‘หน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุด’ ของชาติไทย ภาพเหล่านี้บ่งชี้ถึงความสามัคคี ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณของทหารไทยที่ไม่เคยยอมแพ้

#กองทัพบก #RTAกองทัพภาคที่2 #บันทึกผ่านเลนส์เป็นประวัติศาตสร์ #combatcamera #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒนื รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 รวมพลังปลูกป่า-หญ้าแฝก 1.2 แสนกอ พัฒนาอ่างเก็บน้ำในค่ายสุรนารี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

กองทัพภาคที่ 2 รวมพลังปลูกป่า-หญ้าแฝก 1.2 แสนกอ พัฒนาอ่างเก็บน้ำในค่ายสุรนารี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก ณ อ่างเก็บน้ำและสวนสุขภาพอิสระภักดี ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2569

กิจกรรมครั้งนี้ กองพลทหารราบที่ 3 ได้ร่วมแรงร่วมใจกำลังพล ครอบครัว และประชาชนรอบค่ายกว่า 400 คน ร่วมกันปรับปรุงสภาพแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยมีกิจกรรมสำคัญ 3 ส่วน คือ

  • ปลูกไม้ยืนต้น 380 ต้น: รอบอ่างเก็บน้ำและแนวลู่วิ่ง (ต้นสาธร, อินทนิล, กัลปพฤกษ์, เสลา, ทองอุไร และชะแมบทอง)
  • ปลูกหญ้าแฝก 120,000 กอ: บริเวณพื้นที่ลาดเอียงริมอ่างเก็บน้ำ เพื่อยึดเกาะและป้องกันการพังทลายของหน้าดิน
  • ฝึกอบรมกู้ชีพขั้นพื้นฐาน: ให้ความรู้เรื่องการทำ CPR, การใช้เครื่อง AED และวิธีช่วยเหลือคนจมน้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ผู้มาใช้บริการสวนสุขภาพ

งานนี้สำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่สนับสนุนพันธุ์กล้าไม้และหญ้าแฝก รวมถึงทีมวิทยากรและอุปกรณ์ฝึกอบรมจากโรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ (ศูนย์เพาะชำกล้าไม้นครราชสีมา/อุดรธานี, สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา, โรงพยาบาลค่ายสุรนารี, โรงพยาบาล ป.แพทย์, ปภ.เขต 5 และมูลนิธิพุทธธรรม 31)

กองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นปอดและสวนสุขภาพที่ปลอดภัยของชุมชนอย่างแท้จริง

#วันเฉลิมพระชนมพรรษา #จิตอาสาพระราชทาน 3กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #RTA


พรพิพัฒน์ รายงาน

กองทัพภาคที่ 2 นำร่องกองทัพบก! ปั้นทหารใหม่สู่ยุคดิจิทัลจัดการแข่งขันอากาศยานไร้คนขับ

กองทัพภาคที่ 2 นำร่องกองทัพบก! ปั้นทหารใหม่สู่ยุคดิจิทัลจัดการแข่งขันอากาศ ยานไร้คนขับ

พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและปิดการแข่งขันอากาศยานไร้คนขับเบื้องต้น สำหรับทหารใหม่ ผลัดที่ 1/69 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 โดย ศูนย์อากาศยานไร้คนขับ กองทัพภาคที่ 2 ณ สนามฝึก กรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัดนครราชสีมา

กองทัพภาคที่ 2 ถือเป็นหน่วยนำร่องของกองทัพบกที่ให้ความสำคัญกับการฝึกใช้อากาศ ยานไร้คนขับ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างทักษะการบินเบื้องต้น และการประยุกต์ใช้ทางยุทธวิธี เพื่อให้ทหารใหม่ทุกนายสามารถนำองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอด เป็นกำลังสำคัญที่เข้มแข็งของกองทัพบกต่อไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

“ปราสาทตาควาย–เนิน 350” คึกคัก เปิดชมอีกครั้ง 13–14 มิ.ย. 69

การเปิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์รอบแรก ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าชมกว่า 3,000 คน ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติแห่งใหม่ของพื้นที่ชายแดนไทย

สำหรับท่านที่พลาดโอกาสในรอบแรก ไม่ต้องเสียดาย! ยังมีรอบเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอีกครั้งในวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2569

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้สนใจ ร่วมเดินทางมาเยี่ยมชม “ปราสาทตาควาย – เนิน 350” สัมผัสความงดงามของโบราณสถาน เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และเก็บภาพความประทับใจไปพร้อมกัน วันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2569 ปราสาทตาควาย – เนิน 350
แล้วพบกันนะครับ

ปราสาทตาควาย #เนิน350 #ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ #เที่ยวไทย #UnseenThailand #กองกำลังสุรนารี #กองทัพภาคที่2 #RTA


พรพิพัฒน์ รายงาน

“Seamless Care for All” เขตสุขภาพที่ 10 เปิดเวทีวิชาการใหญ่แห่งปีที่มุกดาหาร ยกระดับระบบสุขภาพไร้รอยต่อ เชื่อมบริการทุกระดับ ดูแลประชาชนทุกช่วงวัย

มุกดาหาร – ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 เปิดการประชุมวิชาการประจำปี 2569 ชูแนวคิด “บูรณาการสุขภาพ ดูแลทุกวัย ห่วงใยไร้รอยต่อ” ระดมบุคลากรสาธารณสุข 5 จังหวัดกว่า 400 คน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาพกว่า 200 ผลงาน

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมมุกดาหาร แกรนด์ โฮเทล อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร มีพิธีเปิดการประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้แนวคิด “Seamless Care for All : บูรณาการสุขภาพเขต 10 ดูแลทุกวัย ห่วงใยไร้รอยต่อ” โดยมี นพ.ธิติ แสวงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารสาธารณสุขระดับเขตและระดับจังหวัด บุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจาก 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 10 เข้าร่วมกว่า 400 คน

ก่อนพิธีเปิด นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน ได้กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการประชุมว่า การประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพ ได้เผยแพร่ผลงานวิจัย นวัตกรรม และองค์ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับคุณภาพระบบบริการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร และโรงพยาบาลมุกดาหาร ได้รับมอบหมายจากสำนักงานเขตสุขภาพที่ 10 ให้เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานเขตสุขภาพที่ 10 และกำหนดวัตถุประสงค์สำคัญไว้ 3 ประการ ได้แก่

  1. บูรณาการการทำงานและเชื่อมโยงเครือข่ายบริการสุขภาพ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร ให้สามารถดำเนินงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงรุกครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่กลุ่มแม่และเด็ก วัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะประคับประคอง
  3. ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและระบบส่งต่อที่มีประสิทธิภาพมาใช้ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียม

ด้าน นพ.ธิติ แสวงธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 กล่าวว่า ปัจจุบันระบบสาธารณสุขของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ การเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความคาดหวังของประชาชนต่อคุณภาพบริการด้านสุขภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคตจึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานอย่างไร้รอยต่อ ทั้งในมิติของหน่วยบริการ ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ รวมถึงการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง

“แนวคิด Seamless Care for All สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ ยกระดับคุณภาพบริการสุขภาพทุกระดับ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาระบบสุขภาพ ภายใต้แนวทาง ‘หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี’” นพ.ธิติ กล่าว

สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 โดยมีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การนำเสนอผลงานวิชาการประเภท Oral Presentation และ E-Poster Presentation รวมกว่า 200 ผลงาน การจัดนิทรรศการนวัตกรรมเด่นจากทั้ง 5 จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 10 การบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาระบบสุขภาพในมิติต่าง ๆ

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้นกว่า 400 คน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การประชุมวิชาการเขตสุขภาพที่ 10 ประจำปีงบประมาณ 2569 ในครั้งนี้ นับเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมด้านสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมรอง รับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและโครงสร้างประชากรในอนาคต อันจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ การสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัยอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน


จ.มุกดาหาร – ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

ระทึกกลางแยก ! เก๋งคุณยายวัย 66 ควันท่วมใต้กระโปรงรถ โชคดี ปภ.มุกดาหาร ระงับเหตุทันท่วงที รอดหวุดหวิด 5 ชีวิต

มุกดาหาร — ระทึกกลางแยก! เก๋งคุณยายวัย 66 ควันท่วมใต้กระโปรงรถ โชคดี ปภ.มุกดาหาร รณรงค์หมวกนิรภัยอยู่ใกล้ สามารถระงับเหตุใว้ทันท่วงที รอดหวุดหวิด 5 ชีวิต

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. 2569 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร (หน.ปภ.ทม.มุกดาหาร) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่งานป้องกันฯ และเจ้าหน้าที่เทศกิจ ร่วมกันตั้งจุดออกรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย สวมใส่หมวกนิรภัย 100%” บริเวณสี่แยก ธ.ก.ส. มุกดาหาร เพื่อกวดขันวินัยจราจรและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในพื้นที่

ต่อมาในเวลา 09.00 น. ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่นั้น ได้มีรถยนต์เก๋งคันหนึ่งขับเข้ามาบริเวณแยก ธ.ก.ส. และเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อมีกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากใต้ฝากระโปรงหน้ารถอย่างน่ากลัว สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้สัญจรไปมา

เมื่อ นายอดุลย์ ศิริมันต์ เห็นเหตุการณ์วิกฤติตรงหน้า จึงไม่รอช้า สั่งการให้คนขับนำรถเข้าจอดแอบข้างทางในจุดที่ปลอดภัยทันที พร้อมทั้งประสานรถดับเพลิงในสังกัด ทม.มุกดาหาร ให้รีบเดินทางมายังจุดเกิดเหตุเพื่อฉีดพรมน้ำลดความร้อนและสกัดกั้นไม่ให้เปลวไฟลุกไหม้ลุกลามได้อย่างทันท่วงที

จากการตรวจสอบภายในรถ พบว่ามีผู้โดยสารนั่งรวมกันมาทั้งหมด 5 ชีวิต โดยมี นางถวิล มองขัน อายุ 66 ปี เป็นคนขับ เดินทางมาจากตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อพากันไปติดต่อราชการที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร (พมจ.) แต่กลับมาประสบเหตุดังกล่าวเสียก่อน

เหตุการณ์ในครั้งนี้ นับเป็นความโชคดีอย่างถึงที่สุด ที่ในขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ ปภ. และเทศกิจ กำลังตั้งจุดรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอยู่ในบริเวณนั้นพอดี ทำให้สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์และระงับเหตุร้ายไว้ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทั้ง 5 ชีวิตปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ส่วนสาเหตุของควันพวยพุ่งคาดว่าเกิดจากระบบเครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้ารถยนต์ขัดข้อง ซึ่งจะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป


วีระชัย บทมาตย์
ข่าวสาธารณะ รายงาน

หลอนเผานั่งยางตัวเอง ถามแม่ไปตายด้วยไหม พร้อมคำลา “ไปก่อนเด้อ” โอกาสรอดแค่ 10 %

นครพนม – หลอนเผานั่งยางตัวเอง ถามแม่ไปตายด้วยไหม พร้อมคำลา “ไปก่อนเด้อ” โอกาสรอดแค่ 10 %

วันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. ร.ต.ท.ณัฐพงษ์ ประเสริฐสังข์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองฮี อ.ปลาปาก จ.นครพนม ได้รับแจ้งจากนายเด่นศักดิ์ วงศ์ตาขน อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองเทาน้อย หมู่ที่ 2 ต.หนองเทาใหญ่ ว่า เกิดเหตุคนคลุ้มคลั่งใช้น้ำมันเบน ซินราดและจุดไฟเผาตัวเองในห้องน้ำบ้านเลขที่ 70 หมู่ 2 จึงเดินทางไปตรวจสอบ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปลาปาก ทราบว่าชื่อนายวศกร บุญก้อน หรือจัด อายุ 40 ปี โดยมีนางลำพร บุญก้อน อายุ 70 ปี ผู้เป็นแม่ที่ยังอยู่ในอาการตกใจ ญาติต้องคอยพยุงไว้ตลอดเวลา พร้อมกับพาไปชี้จุดเกิดเหตุที่อยู่ภายในห้องน้ำ มียางรถยนต์ที่มีร่องรอยไฟไหม้ และแกลลอนน้ำมันขนาด 5 ลิตร จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

นางลำพรเล่าว่า นายจัดผู้ก่อเหตุเป็นลูกคนที่ 4 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน แต่ก่อนก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ภายหลังเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จนเมียทนอยู่ด้วยไม่ได้ จากนั้นก็เริ่มมีอาการผิดไป จากเดิม และหนักขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีใครเข้าใกล้ แต่ไม่เคยทำร้ายใคร ก่อนจะจุดไฟเผานั่งยางตัวเอง ตอนค่ำวานนี้ (6 มิย.) นายจัดลูกชายมีอาการหลอน บอกให้แม่ไปหาที่หลบ เพราะจะมีคนมาตามฆ่า รุ่งเช้าก็จะเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน กระทั่งตอนเที่ยงก็เดินออกมาถามแม่ว่า “จะไปฆ่าตัวตาย แม่จะไปตายด้วยไหม” ตนจึงบอกไปแม่รักลูกยิ่งกว่าดวงตา และไม่ให้ลูกไปไหนทั้งสิ้น ก่อนนายจัดจะคว้าแกลลอนน้ำมันที่พ่อเขาสำรองไว้ตัดหญ้า เดินเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมคำพูดว่า “ไปก่อนเด้อ” แต่ไม่มีใครกล้าตามไปดูเพราะกลัวถูกทำร้าย สักพักก็มีเสียงไฟลุกพรึ่บในห้องน้ำ พร้อมกับร่างนายจัดผลักประตูห้องน้ำออกมานอนดิ้นด้วยความเจ็บปวด พวกญาติๆ รีบนำน้ำมาดับ พบสภาพนายจัดที่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ มีแผลพุพองจากรอยไฟไหม้ไปทั้งตัว จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านนำส่งโรงพยาบาลปลาปาก ซึ่งจากอาการดังกล่าว นายจัดคนเจ็บมีแผลไฟไหม้ทั้งร่าง ทางโรงพยาบาลต้องส่งตัวไปรักษายัง จ.อุดรฯ เพราะมีห้องปลอดเชื้อสำหรับคนไข้จากแผลไฟไหม้เฉพาะ โดยมีโอกาสรอดชีวิตแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ด้าน นางสาวสิรินรัตน์ ซาเสน อายุ 42 ปี พี่สาวนายจัด ยอมรับว่าน้องชายตกเป็นทาสยาเสพติด แสดงอาการตั้งแต่เช้าถึงตอนเที่ยงก็บอกกับแม่จะไปฆ่าตัวตาย พวกญาติก็คิดว่าเป็นการพูดเล่น จนเกิดเหตุขึ้นจริงๆจึงวิ่งหาน้ำไปดับ ตอนแรกน้องชายยังพอพูดได้ พอนำขึ้นรถกู้ชีพน้องก็หมดสติ เบื้องต้นคาดเกิดจากอาการคลุ้มคลั่ง ทำให้ประสาทหลอน รวมทั้งมียางรถ ยนต์เก่าวางอยู่หน้าห้องน้ำ คนเจ็บจึงนำเข้าไปปิดประตู ราดน้ำมันและจุดไฟเผาตัวเอง


เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคงจังหวัดนครพนม รายงาน