ศูนย์การแพทย์ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว. เปิดห้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบสองค่าพลังงาน

นครนายก – ศูนย์การแพทย์ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว เปิดห้องเอกซเรย์คอมพิว เตอร์แบบสองค่าพลังงาน

วันที่ 23 กันยายน 2568 ที่ศูนย์การแพทย์ฯ คณะแพทย์ศาสตร์ มศว.องครักษ์ จ.นครนายก ผศ.พญ.นันทนา ชุมช่วย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มศว พร้อมด้วย ผศ.นพ.ฐิติณัฐ ดิลกหัตถการ ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์ฯ และคณะผู้บริหาร ร่วมเป็นประธานในพิธีตัดริบบิ้นเปิดห้อง เอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบสองค่าพลังงาน (Dual-energy CT)

โดยห้องตรวจใหม่นี้จะช่วยให้การตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา และติดตามอาการของผู้ป่วยเป็นไปอย่าง แม่นยำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารได้เข้าเยี่ยมชมห้องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และห้องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แผนกรังสีวิทยา ชั้น 1 อาคารศูนย์การแพทย์ฯ คณะแพทยศาสตร์ มศว องครักษ์


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

กมธ.ทหารฯ เชิญร่วมเสวนาทางวิชาการ เรื่องจุดยืนของไทยในบริบทนิติสงครามภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์โลก “นิติสงครามภูมิรัฐศาสตร์”

กมธ ทหารฯ เชิญร่วมเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “จุดยืนของไทยในบริบทนิติสงครามภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์โลก” “นิติสงครามภูมิรัฐศาสตร์”

วันที่ 23 กันยายน 2568 เวลา 14.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) คณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการการหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ และโฆษกคณะกรรมาธิการการฯ แถลงข่าวเชิญร่วมเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “จุดยืนของไทยในบริบทนิติสงครามภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์โลก” “นิติสงครามภูมิรัฐศาสตร์” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 24 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมสัมมนา B1-1 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา

โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดเสวนาเพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวคิด “นิติสงคราม” (Lawfare) และบทบาท ของกฎหมายในฐานะเครื่องมือในการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างรัฐ รวมทั้งเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ และแนวโน้มของภูมิรัฐศาสตร์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของไทย พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมอง ระหว่างนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความมั่นคง ผู้แทนภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการประเมินภัยคุกคามจากนิติสงครามที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

อีกทั้งเสนอแนวทาง ในการกำหนด “จุดยืน” และ “นโยบาย” ของไทยในการรับมือกับ นิติสงครามอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ และเพื่อเชื่อมโยงบทบาทของไทยในสมดุลอำนาจภูมิภาคกับการใช้หลักกฎหมายอย่างเหมาะสม ซึ่งการจัดเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และแนวทาง เชิงยุทธศาสตร์จากนักวิชาการ นักกฎหมาย ผู้กำหนดนโยบาย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ ตระหนักรู้ และกำหนดท่าทีของประเทศไทยอย่างมีหลักการและสอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติในระยะยาว


พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ เป็นประธานการประชุม ขับเคลื่อนการบริหารราชการงานสืบสวนสอบสวน ของ ตร. ครั้งที่ 9/2568

วันนี้ (วันอังคาร ที่ 23 ก.ย.68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) เป็นประธานการประชุม “ขับเคลื่อนการบริหารราชการงานสืบสวนสอบสวน ของ ตร. ครั้งที่ 9/2568“ ผ่านโปรแกรม Zoom Meeting พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.(สส1), พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส5) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 ตร. แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพ มหานคร


พรรคไทยชนะ เชื่อรัฐบาลเกมเร็ว เตรียมพร้อมไพรมารึ่โหวต

พรรคไทยชนะ เชื่อรัฐบาลเกมเร็ว เตรียมพร้อมไพรมารึ่โหวต

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมประจำหมู่บ้าน ม.16 ต.ต้า อ.ขุนตาล จ.เชียงราย พรรคไทยชนะได้มีการจัดประชุมตั้งตัวแทนพรรคไทยชนะ ประจำจังหวัดเชียงราย โดยมีนายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ เป็นประธานที่ประชุม พร้อมด้วย นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ เลขานุการในที่ประชุม พร้อมทั้งคณะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้และมีเจ้าหน้าที่ กกต.จังหวัดเชียงรายร่วมสังเกตการณ์

ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งตัวแทนพรรคไทยชนะประจำจังหวัดเชียงราย โดยมีตำแหน่งดังนี้

  • นายธนพัต รักเรียน เป็นตัวแทนพรรคไทยชนะ ประจำจังหวัดเชียงราย ลำดับที่ 1
  • นายพรชัย ประเสริฐสุขกุล เป็นตัวแทนพรรคไทยชนะ ประจำ จ.เชียงราย ลำดับที่ 2
  • นายวีระศักดิ์ ศักภูไท เป็นตัวแทนพรรคไทยชนะ ประจำจังหวัดเชียงราย ลำดับที่ 3 โดยที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์

การจัดตั้งประชุมตั้งตัวแทนพรรคไทยชนะประจำจังหวัดเชียงรายครั้งนี้ถือก้าวสำคัญของพรรคไทยชนะ ที่มุ่งปักธงขยายเครือข่ายในภาคเหนือเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง และสร้างความเข้มแข็งทางการเมืองของพรรคโดยเฉพาะภาคเหนือเนื่องจากหัวหน้าพรรคเป็นคนภาคเหนือและเป็นการเปิดรับว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคไทยชนะในทุกเขตเลือกตั้ง ในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ ของพรรคไทยชนะสู่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่ ชัยชนะในการเลือกตั้ง ครั้งหน้า

#พรรคไทยชนะ #พรรคการเมืองของประชาชน #พรรคการเมืองเกิดใหม่


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายสันธนะ ยื่นเอกสารข้อมูลนักการเมืองระดับผู้บริหารของพรรคภูมิใจไทย มีส่วนรู้เห็นหรือได้รับผลประโยชน์ทางตรงหรือโดยอ้อมจากการลงทุนธุรกิจบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

นายสันธนะ ประยูรรัตน์ (รองต่อ) ยื่นเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลนักการเมืองระดับผู้บริหารของพรรคภูมิใจไทย มีส่วนรู้เห็นหรือได้รับผลประโยชน์ทางตรงหรือโดยอ้อมจากการลงทุนธุรกิจบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร : นายสันธนะ ประยูรรัตน์ (รองต่อ) อดีตตำรวจสันติบาล เดินทางมายื่นเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลนักการเมือง 4 คน ระดับผู้บริหารของพรรคภูมิใจไทย มีส่วนรู้เห็นหรือได้รับผลประโยชน์ทางตรงหรือโดยอ้อมจากการลงทุนธุรกิจบริเวณพื้นที่ชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“DIT” จับมือ “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” เปิดพื้นที่ช่วยเกษตรกร ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพ ที่พารากอน

กรมการค้าภายใน (DIT) ร่วมกับ กูร์เมต์มาร์เก็ต จัดงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together” เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18–29 กันยายน 2568 ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สาขาพารากอน เพื่อเป็นพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรไทยให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าคุณภาพได้โดยตรงถึงมือผู้บริโภค และเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาสินค้า

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมกับ เดอะมอลล์กรุ๊ป จัดงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together” ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมมือกันมาตลอด เช่น การนำผลไม้แต่ละภูมิภาคมาจัดเป็นงาน Thai Fruit Festival ในส่วนของงานวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมนำสินค้าที่ดีในหลากหลายภาคส่วนของประเทศมาเปิดช่องทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นเกษตรผู้ปลูกผลไม้ กลุ่มปศุสัตว์ รวมถึงผู้ปลูกข้าวที่ชนะการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศ โดยนำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายโดยตรงถึงมือผู้บริโภค ซึ่งสถานที่ตั้งของกูร์เมต์มาร์เก็ต สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยตอนนี้ที่มีเป้าหมายจะเป็นจุดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกลุ่มต่างชาติที่ย้ายมาทำงานในประเทศไทยชั่วคราวหรือที่เราเรียกว่ากลุ่มดิจิทัลนอแมด Digital Nomad ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

อธิบดี DIT กล่าวว่า “นอกจากนี้ งานนี้ไม่เพียงให้วิสาหกิจชุมชนมีช่องทางจำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นเสมือนเวทีประกวดนางงาม ที่นำสินค้าเข้ารอบ คุณภาพดี มาจำหน่ายในเมือง โดยหากสินค้าใดมียอดจำหน่ายสูง และสอดคล้องกับความต้องการทางการตลาดของกูร์เมต์มาร์เก็ต ก็จะมีการนำสินค้ามาเชื่อมโยงขายในห้างเป็นสินค้าขายประจำห้างต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรผู้ผลิต ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวยังเป็นการสร้างแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรได้เรียนรู้ด้านการตลาดและความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน”

ภายในงานได้รวบรวมผลผลิตเกษตรคุณภาพกว่า 80 สินค้า มาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่ได้รับรางวัลจากการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ซึ่งจัดโดย DIT มายาวนานกว่า 42 ปี เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 ตราข้าวนาคุณตาณรงค์ จากอุบลราชธานี (รางวัลชนะเลิศปี 2566) ข้าวหอมมะลิอินทรีย์นครพนม (รางวัลชนะเลิศปี 2564) และยังมีข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพเป็นเลิศและชนะการประกวดในหลายๆ ปี มาร่วมจำหน่าย รวมถึงนำข้าวมาแปรรูปในอีกหลายรูปแบบ เช่น ไอศกรีมที่ทำจากข้าวชนิดต่างๆ ที่ยังคงเอกลักษณ์ของข้าวแต่ละชนิดไว้ ข้าวหุงพร้อมทาน เป็นต้น

นอกจากข้าวแล้ว DIT ยังได้เชื่อมโยงผลไม้ทั้งผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้ของเกษตรกรมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรงและพิเศษสุดในโซนผลไม้คุณภาพ ที่คัดเกรดระดับพรีเมียมในราคาสุดพิเศษ อาทิ ลำไยจากจันทบุรี ลองกองจาก จ.อุตรดิตถ์ มะพร้าวน้ำหอม GI และฝรั่งไส้แดงจากราชบุรี สับปะรดภูแล GI จากเชียงราย ส้มโอขาวน้ำผึ้งจากสมุทรสงคราม อะโวคาโดจากเพชรบูรณ์ ทุเรียนทอดกรอบจากจันทบุรี และน้ำลำไยหิมะ/ลำไยอบแห้งจากลำพูน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาผลไม้ล้นตลาด ที่ DIT ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้วย

และภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทยจากกิจกรรม “หน้าเนื้อ ใจสยาม” ที่นำเนื้อโคไทยคุณภาพหลากหลายสายพันธุ์จากเกษตรกรไทย 5 กลุ่มมาจำหน่าย ได้แก่ เนื้อสยามวากิวลูกผสมแองกัส บีฟมาสเตอร์ หรือชาโรเลส์รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคไทย เช่น เนื้อย่างเสียบไม้ เนื้อแดดเดียว ไส้กรอกเนื้อ ไส้อั่วเนื้อ รวมทั้งยังมีการจำหน่ายกุ้งและผลิตภัณฑ์กุ้งแปรรูปจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร อาทิ กุ้งต้มพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ด กุ้งสดแช่แข็ง กุ้งเทมปุระ และกุ้งป๊อป เพื่อกระตุ้นการบริโภคกุ้งในประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทย รองรับความเสี่ยงจากผลกระทบจากนโยบายด้านการแข่งขันทางการค้าจากต่างประเทศในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการนำสินค้าไก่งวงและผลิตภัณฑ์ไก่งวงแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี เช่น จ๊อไก่งวง ไส้กรอกไก่งวง ไส้อั่วไก่งวง บาร์บีคิวไก่งวง มาจำหน่าย เพื่อสร้างการรับรู้และการส่งเสริมการบริโภคไก่งวงในประเทศ ตลอดจนเป็นแนวทางการขยายตลาดให้แก่เกษตรกรไทย รวมถึงปลาทูหน้างอคอหักจากแม่กลอง ในหลายรูปแบบ ทั้งปลาทูสด ปลาทูทอด ปลาทูมัน ปลาทูต้มเค็ม มาจำหน่ายอีกด้วย

นายวิทยากรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอขอบคุณกูร์เมต์ มาร์เก็ต และเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่เล็งเห็นความสำคัญของเกษตรกรไทย เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยได้นำสินค้ามาจำหน่ายโดยตรง ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร สำหรับพี่น้องประชาชน ขอเชิญชวนมาร่วมอุดหนุนสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรไทยในราคาที่เหมาะสม ภายในงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน มาร่วมอุดหนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย และเป็นการให้กำลังใจกับเกษตรกรผลิตสินค้าคุณภาพต่อไป”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

SPMS EST ฉลองครบรอบ 25 ปี เปิดตัว “เบียร์ ใบหยก” แบรนด์แอมบาสเดอร์ฟิล์มกรองแสง 3M พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยเครือข่าย 3M PRO SHOP

ผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ 3M รายเดียวในประเทศไทย ชู “3M PRO SHOP” ร้านค้าที่ได้รับรองมาตรฐานจาก 3M ครบวงจร : ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มใสกันรอย สติ๊กเกอร์เปลี่ยนสี และ น้ำยา หรือผลิตภัณฑ์ เคลือบเซรามิก

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 กรุงเทพฯ : บริษัท เอส พี มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เซลส์ (2001) จำกัด และ บริษัท อี เอส ที (2014) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสง 3M อย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี แห่งความสำเร็จ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ “คุณเบียร์ ใบหยก” ผู้บริหารนิวเจนแห่งตระกูลใบหยก ตอกย้ำภาพลักษณ์ฟิล์มกรองแสงรายแรก และเป็นแบรนด์คุณภาพระดับโลกที่ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ โดยมี หมวย–ดร.อริสรา กำธรเจริญ ทำหน้าที่พิธีกร ณ RARIN Bangkok Riverside Venue ยกระดับบริการด้วยเครือข่าย 3M PRO SHOP SPMS EST เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วย “3M PRO SHOP” ร้านค้าที่ได้รับรองมาตรฐานสูงสุดจาก 3M

สำหรับการติดตั้งฟิล์ม3M และผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์แบบครบวงจร ครอบคลุม :
-ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 3M Automotive Window Film
-ฟิล์มใสกันรอย 3M Paint Protection Film
-สติ๊กเกอร์สีตกแต่ง/เปลี่ยนสีรถยนต์ 3M Car Wrap Film
-บริการเคลือบเซรามิก 3M Ceramic Coating

3M PRO SHOP มุ่งสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วเครือข่าย ด้วยช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน 3M กระบวนการติดตั้งพิถีพิถัน การใช้ผลิตภัณฑ์วัสดุแท้ของ 3M เครื่องมือและแพตเทิร์นตัดเฉพาะรุ่นรถ ห้องติดตั้งที่ควบคุมความสะอาด รวมถึงการออกใบรับประกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความอุ่นใจของบริการหลังการขาย

คุณปรีดา ขจรโกวิทย์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ (Founder & Chairman) กลุ่มบริษัท SPMS EST เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะฟิล์มกรองแสง 3M ที่เราได้รับสิทธิ์จำหน่ายรายเดียวในประเทศไทยในปี 2020 และสามารถขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมรถยนต์ ร้านคาร์แคร์ ร้านประดับยนต์ ร้านติดฟิล์ม หรือดีลเลอร์รายใหญ่ ซึ่งปัจจุบัน เรามีดีลเลอร์หรือตัวแทน มากกว่า 500 ราย พร้อมทั้งทีมงานมืออาชีพกว่า 25 ปีในสายยานยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจของบริการที่เหนือความคาดหมาย”

คุณธนกฤต ขจรโกวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท SPMS EST (Group CEO) กล่าวว่า “การเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การสื่อสารและขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ เรามีแผนการประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนตลอดทั้งปี โดยจะเน้นสร้างการรับรู้และขยายกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อดิจิทัล ทั้งโซเชียลมีเดียและสื่อข่าวสารที่ครอบคลุม ตลอดจนการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค”

ขอกล่าวเสริมถึงบทบาทของ 3M PRO SHOP ว่า “3M PRO SHOP คือจุดหมายปลายทางสำหรับคนรักรถที่ต้องการงานติดตั้งคุณภาพตามมาตรฐาน 3M ครบ จบ ในที่เดียว ทั้งฟิล์มกรองแสง ฟิล์มใสกันรอย สติ๊กเกอร์เปลี่ยนสี และ เคลือบเซรามิก เราเชื่อว่าการยกระดับมาตรฐานหน้าร้านและคุณภาพการให้บริการ จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความพึงพอใจให้ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน”

ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่เปิดตัว/ตอกย้ำในงาน

  • 3M Crystalline: ด้วยเอกสิทธิ์ เฉพาะของ 3M เนื้อฟิล์มบางมากกว่ากระดาษโพสต์อิท®-โน๊ต โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Multilayer Optical Film “200 ชั้น” ที่ถูกออกแบบให้ทำงานประสานกันอย่างแม่นยำ ช่วยในการกรองแสงได้อย่างยอดเยี่ยม และป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมคงความใส ชัด และสวยหรูในทุกมุมมอง ด้วยความใสที่ “เห็นชัด” ดีต่อทัศนวิสัยในการขับขี่
  • 3M Ceramic Ultra Clear: ฟิล์มเซรามิคแท้ ที่ใช้เทคโนโลยีเซรามิคโมเลกุลระดับนาโนที่ล้ำสมัยด้วยนวัตกรรมของ 3M ออกแบบให้มีโทนสีเทาฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงามแต่ยังมีประโยชน์ ด้วยคุณสมบัติ Glare Reduction ช่วยให้การขับขี่สบายตามากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่มีแสงจ้าจากดวงอาทิตย์ หรือไฟหน้ารถคันอื่น อีกทั้งยังมีความเข้มหลายระดับให้เลือก ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกระดับความเข้มที่เหมาะกับความต้องการ และสภาพการใช้งานของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่มีแสงจ้ามาก หรือการเดินทางไกลที่ต้องเผชิญกับสภาพแสงที่หลากหลาย
  • 3M Paint Protection Film Series (PPF): ยกระดับการดูแลรถด้วยฟิล์มใสกันรอยจาก 3M ที่ออกแบบมาเฉพาะ พร้อมกาวคุณภาพสูงจาก 3M ที่แนบสนิท ผิวเนียนกลืนไปกับสีรถ ลอกออกไม่ทิ้งคราบ ไม่ทำลายสีผิวรถปกป้องอย่างรอบด้านโดยไม่สูญเสียความเงางามหรือการมองเห็นรายละเอียดของสีและผิวตัวถัง ไล่น้ำเป็นเม็ดกลม และยังสามารถคืนสภาพเมื่อเกิดรอยขีดข่วน ด้วยเทคโนโลยี Self-Healing
  • 3M Ceramic Coating: บริการเคลือบเซรามิก 3M ใน PRO SHOP ช่วยยกระดับการดูแลผิวสีรถ ให้ความเงางาม ง่ายต่อการเช็ดล้างด้วยคุณสมบัติ Hydrophobic ลดการเกาะตัวของคราบน้ำ คราบสกปรก และช่วยลดการเกิดคราบฝังแน่นจากการใช้งานประจำวัน ทั้งยังเอื้อต่อการดูแลรักษาในระยะยาวเมื่อทำงานร่วมกับฟิล์มใสกันรอย 3M PPF
  • 3M PRO SHOP (โปรช็อป)-มาตรฐานหน้าร้านรับรองโดย 3M เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการที่ครบและมั่นใจในคุณภาพ SPMS EST เดินหน้าขยายและสนับสนุนเครือข่าย “3M PRO SHOP” ซึ่งเป็นร้านค้าที่ได้รับรองมาตรฐานจาก 3M

สำหรับงานติดตั้งและดูแลรถยนต์แบบครบวงจร โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
บริการที่ครอบคลุมใน 3M PRO SHOP
-ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 3M ครบทุกรุ่น
-ฟิล์มใสกันรอย 3M Paint Protection Film (PPF) สำหรับชิ้นส่วนสำคัญและทั้งคัน
-สติ๊กเกอร์ฟิล์มสีตกแต่ง/เปลี่ยนสีรถยนต์ (Wrap) เพื่อปรับโฉมและปกป้องผิวรถ
-เคลือบเซรามิก 3M Ceramic Coating บริการเคลือบเพื่อเพิ่มความเงางามและการปกป้องมาตรฐานและกระบวนการติดตั้งช่างเทคนิคผ่านการอบรมและทดสอบตามมาตรฐาน 3M ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ 3M เครื่องมือเฉพาะทาง และแพตเทิร์นดิจิทัลตามรุ่นรถ ห้องติดตั้งควบคุมความสะอาด ลดฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมขณะทำงาน
การตรวจรับงานเป็นขั้นตอน พร้อมคำแนะนำการดูแลรักษาและเอกสารรับประกัน
-วิธีเข้าถึงบริการและข้อมูลเพิ่มเติม
ค้นหา 3M PRO SHOP ใกล้คุณและตรวจสอบบริการได้ที่ : https://spms-est.com

เกี่ยวกับบริษัท เอส พี มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เซลส์ (2001) จำกัด และ บริษัท อี เอส ที (2014) จำกัด SPMS และ EST เป็นผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ 3M รายเดียวในประเทศ ไทย และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับรถยนต์ 3M อย่างเป็นทางการ บริษัทมุ่งมั่นคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและยกระดับมาตรฐานการบริการด้วยเครือข่ายคู่ค้าทั่วประเทศ ครอบคลุมโชว์รูมรถยนต์ ร้านคาร์แคร์ ร้านประดับยนต์ ร้านติดฟิล์ม และดีลเลอร์รายใหญ่ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในอุตสาหกรรมยานยนต์

สอบถามเพิ่มเติมและขอภาพข่าว/ข้อมูลประกอบ กรุณาติดต่อผ่านเว็บไซต์: https://spms-est.com, คุณปอนด์-ธนัชชา (ฝ่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ) โทร.082-229-0571, Line : Pond..zupzip


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

โรงรับจำนำลงพื้นที่ จัดกิจกรรม สธค. โรงรับจำนำเพื่อสังคม

สุพรรณบุรี – สำนักงานธนานุเคราะห์จัดโครงการ “รู้จัก สธค. โรงรับจำนำเพื่อสังคม” ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุพรรณบุรี เขต 1 จังหวัดสุพรรณบุรี

นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “รู้จัก สธค. โรงรับจำนำเพื่อสังคม” โดยมีนางสาวนภัส หลักคำ รองผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการ มีนายสรชัด สุจิตต์ สส.พรรคชาตไทยพัฒนา จังหวัดสุพรรณบุรี, ดร.ชบา พันธุ์ศักดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา สุพรรณบุรี เขต1, ผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการ คณะครู ผู้ปกครอง นัก เรียนร่วม ให้การต้อนรับ

นายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ กล่าวว่าโครงการ “รู้จัก สธค. โรงรับจำนำเพื่อสังคม” มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งสำนักงานธนานุเคราะห์ได้จัดขึ้นในวันนี้การดำเนินงานของสำนักงานธนานุเคราะห์มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบ การจัดโครงการครั้งนี้นับเป็นการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงภารกิจ บทบาท และความแตกต่างของ สธค. จากโรงรับจำนำเอกชน ตลอดจนเป็นเวทีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรกับชุมชนในพื้นที่

นอกเหนือจากการให้บริการด้านการเงินแล้ว สำนักงานธนานุเคราะห์ยังตระหนักถึงความสำคัญในการตอบแทนสังคม และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ในโอกาสครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนา สำนักงานธนานุเคราะห์ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนสังคมหลายด้าน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มอบชุดนักเรียนจำนวน 200 ชุด เพื่อสนับสนุนการศึกษา การมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด

สำหรับโครงการ “รู้จัก สธค. โรงรับจำนำเพื่อสังคม” ได้ดำเนินโครงการครั้งที่ 1 เมื่อวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่สำนักงาน เทศบาลเมืองสามควายเผือก ตำบลสามควายเผือก อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ได้มอบชุดนักเรียนจำนวน 200 ชุด เพื่อสนับสนุนการศึกษา การมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อย และการมอบอุปกรณ์กีฬาจำนวน 50 ชุด ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระครอบครัวผู้มีรายได้น้อยในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

กิจกรรมในวันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประชาสัมพันธ์บทบาทและภารกิจของสำนักงานธนานุเคราะห์เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ สธค. เป็นที่รู้จัก เข้าใจ และเชื่อมั่น ในฐานะ “โรงรับจำนำเพื่อสังคม” ที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สุโขทัย แถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ของกลางยาบ้า ประมาณ 4 แสนเม็ด

สุโขทัย แถลงข่าวจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ของกลางยาบ้า ประมาณ 4 แสนเม็ด

วันนี้ (22 กันยายน 2568) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมศรีนคร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ของกลางยาบ้า 396,000 เม็ด โดยมี พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ร่วมแถลงข่าว ในการนี้ นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย, พ.อ.พิทยา ราชะพริ้ง รอง ผอ.รมน. จังหวัด ส.ท.(ท.), นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย, พ.ต.อ.การุญ วงศ์จันทรมณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย, ข้าราชการตำรวจ, หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

จากนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสุโขทัย ตระหนักและเห็นว่ายาเสพติดคือปัญหาสำคัญของชาติ ให้ทุกจังหวัดดำเนินการทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้า สกัดกั้นการลำ เลียงไปยังพื้นที่ต่างๆในประเทศ การปราบปรามจับกุมทั้งผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อย รวมถึงการบำบัดผู้เสพ การปราบปรามยาเสพติดอย่างเร่งด่วน ตำรวจภูธรภาค 6 ได้กำชับให้ตำรวจภูธรจังหวัดในพื้นที่ที่รับผิดชอบดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีพื้นที่เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือสู่ภาคกลาง จึงให้ทุกสถานีดำเนินการสืบสวนหาข่าวและข้อมูลต่างๆ และใช้มาตรการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจอย่างเข้มงวด

โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ได้รับแจ้งจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 ประสานให้ช่วยติดตามรถต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จำนวน 2 คัน สืบเนื่องจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธร ภาค 5 ตรวจพบการเดินทางรถยนต์กระบะแคป ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น รีโว่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผท 6555 จังหวัดระยอง ส่วนคันที่ 2 เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌค 7193 จังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องสงสัยว่ามีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งยาบ้ามาจากจังหวัดเชียงราย

ตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด นำกำลังออกตรวจสอบพื้นที่ รับผิดชอบตามที่ได้รับแจ้ง โดยตำแหน่งล่าสุดได้รับแจ้งว่าน่าจะอยู่บริเวณหน้าโรงเรียนวัดท่าฉนวน จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าฉนวน เพื่อช่วยกันทำการเข้าตรวจสอบ และแสดงตัวขอตรวจค้น โดยเข้าจับกุมผู้ต้องหา 3 คน, ของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 396,000 เม็ด, รถยนต์ 2 คัน, อายัดทรัพย์สิน โทรศัพท์ และแท็บเล็ต รวมจำนวน 8 เครื่อง รวมมูลค่าทรัพย์ สินที่ตรวจยึดประมาณ 1,300,000 บาท จากการสอบถามปลายทางในการลำเลียงครั้งนี้มีจุดหมายไปยังเขตพื้นที่จังหวัดระยอง

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 6, จังหวัดสุโขทัย, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลจากเจ้าหน้าที่อื่นๆจึงเกิดผลสัมฤทธิ์ดังกล่าว โดยจังหวัดสุโขทัยจะเน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างเข้มข้นเพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดอันจะส่งผลกระทบกับประชาชนต่อไป


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

“จากฟาร์มถึงช้อน สะท้อนนวัตกรรมอาหารไทย” จัดยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัลโคราช

“จากฟาร์มถึงช้อน สะท้อนนวัตกรรมอาหารไทย “จัดยิ่งใหญ่ที่เซ็นทรัลโคราช

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) (TCEB) เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ2 พาณิชจังหวัดนครราชสีมา เกษตรจังหวัดนครราชสีมา อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6 และ องค์กรภาครัฐและเอกชน จัดงานแสดงสินค้า เตรียมจัดงาน Agro FEX 2025 (ฟู้ดเด้อ Fooder) ภายใต้แนวคิด “จากฟาร์มถึงช้อน สะท้อนนวัตกรรมอาหารไทย” งานแสดงสินค้าและ นวัตกรรม ด้านการเกษตร และอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช

นางธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปืดเผยว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารเกษตรและแปรรูปอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยมีกิจกรรมงานที่หลากหลาย อาทิกิจกรรม Business.Matching เชื่อมโยงการค้าระหว่างผู้ประกอบการ Exhibitor จาก ทั่วประเทศ และ Visitor ที่เป็นนักธุรกิจทั้งในประเทศ ผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึง คู่ค้าจากกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีนี้พิเศษ คือ เราจะนำสินค้าเครื่องดื่มที่เป็นท้องถิ่น เช่นสุราท้องถิ่น เบียร์ คราฟ มาจัดแสดง และจัดเบียร์ทอร์ค และ.เบียร์ เทสติ้ง เพื่อคนที่สนใจต่อยอดธุรกิจ

นางธิดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานAgro FEX 2025 ไม่เพียงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี แต่ยังเป็นประตูสู่โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการในการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นโอกาสที่ประชาชน จะได้สัมผัสสินค้าคุณภาพและเรียนรู้วิถีอาหารปลอดภัย ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าภายในงานกว่า.1,550 ล้านบาท

ทางด้านนายสุวัชชัย นิมมานเทวินทร์ ผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมาเป็นหนึ่งในจังหวัดเมืองไมซ์ซิตี้ ที่มีศักยภาพความพร้อมในการรองรับการจัดงานแสดงสินค้า อย่างมีมาตรฐาน งาน AgroFex 2025 จะยิ่งเสริมเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและต่อยอดทางธุรกิจ การค้าการลงทุน และองค์ความรู้ระยะยาว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเกษตรอาหาร และอุตสาหดรรมต่อเนื่อง โดยปีนี้ งาน AgroFex เชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบาย และ วาระแห่งชาติ หลายด้าน

“ทีเส็บ (TCEB) ได้ทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้งานแสดงสินค้า อย่าง AgroFex เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงธุรกิจเกษตรไทยกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยสนับสนุนงานภายใต้โครงการที่ชื่อว่า Empower Thailand Exhibition (EMTEX) ที่มุ่งยกระดับงานแสดงสินค้าที่มีศักยภาพ ขึ้นระดับภูมิภาค โดยใช้กิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดเป็นตัวนำ และเป็นที่ปรึกษาร่วมวางกลยุทธ การขายตลาด สนับสนุนให้เกิดการเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) สร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการให้มากที่สุด เพื่อให้งานแสดงสินค้านี้ เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีที่ทันสมัย ของภูมืภาคตะวันออกเฉียงเหนือในอนาคต นายสุวัชชัย กล่าวทิ้งท้าย


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน