กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อพันธกิจพัฒนาเมืองน่าอยู่ จัดสร้าง อาคารห้องน้ำสาธารณะ-ป้อมยาม-ประตูเลื่อนกั้นทางเข้าออก ยกระดับ “สวนลุมพินี” สู่พื้นที่สาธารณะมาตรฐานใหม่ใจกลางกรุง

กลุ่มเซ็นทรัล สานต่อพันธกิจพัฒนาเมืองน่าอยู่ จัดสร้าง อาคารห้องน้ำสาธารณะ-ป้อมยาม-ประตูเลื่อนกั้นทางเข้าออก ยกระดับ “สวนลุมพินี” สู่พื้นที่สาธารณะมาตรฐานใหม่ใจกลางกรุง

เมื่อวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 กรุงเทพฯ ; พื้นที่สาธารณะคือหนึ่งในหัวใจสำคัญของเมืองที่น่าอยู่ โดยเฉพาะในมหานครอย่างกรุงเทพฯ ที่ผู้คนหลากหลายกลุ่มใช้ชีวิตร่วมกัน “สวนลุมพินี” ในฐานะสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นจุดหมายปลายทางของประชาชนจำนวนมากในแต่ละวัน จึงควรได้รับการดูแลให้เหมาะสมต่อการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเพื่อการออกกำลังกาย พักผ่อน และทำกิจกรรมของชุมชน

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมดูแลสังคมไทยอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล โดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงสนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 17.6 ล้านบาท เพื่อจัดสร้าง อาคารห้องน้ำสาธารณะ ป้อมยาม และประตูเลื่อนกั้นทางเข้า-ออก ภายในสวนลุมพินี เพื่อยกระดับมาตรฐานพื้นที่สาธารณะใจกลางเมือง ให้พร้อมรองรับการใช้งานของประชาชนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

โครงการนี้จัดขึ้นภายใต้ “โครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อสาธารณประโยชน์” เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและกรุงเทพมหานคร ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่ลงนามเมื่อปี 2568 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมภาพลักษณ์สวนลุมพินีในฐานะ “ปอดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ”

รายละเอียดโครงการที่กลุ่มเซ็นทรัลดำเนินการ ประกอบด้วย

  • อาคารห้องน้ำสาธารณะ 2 อาคารหลัก ตั้งอยู่บริเวณถนนวิทยุและถนนพระราม 4 ก่อสร้างใหม่ทั้งหมดแทนอาคารเดิม ครอบคลุมงานระบบ โครงสร้าง สุขภัณฑ์ และการตกแต่ง ออกแบบตามหลัก Passive Design ที่เน้นการใช้แสงธรรมชาติเพื่อลดการใช้พลังงาน พร้อมระบบถ่ายเทอากาศที่ดี และ Universal Design มาตรฐานสากล เพื่อรองรับการใช้งานของทุกกลุ่ม ทุกเพศวัย รวมถึงครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้พิการแต่ละอาคาร มีพื้นที่ใช้สอย 298 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้องสุขาชาย 10 ห้อง ห้องสุขาหญิง 12 ห้อง ห้องน้ำคนพิการ 1 ห้อง ห้องน้ำครอบครัว 1 ห้อง ห้องอาบน้ำชาย-หญิงอย่างละ 4 ห้อง และล็อกเกอร์ชาย-หญิงอย่างละ 27 ตู้ เป็นต้น
  • ป้อมยามจำนวน 12 จุดทั่วพื้นที่สวนลุมพินี โดยเปลี่ยนหลังคาเป็นเมทัลชีท เพื่อลดการรั่วซึมและกันความร้อนได้ดีขึ้น ม่านผ้าใบกันแดด-ฝนแบบชักรอก การติดตั้งรางและท่อระบายน้ำฝน การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน
  • ประตูเลื่อนกั้นทางเข้าออก 1 จุด บริเวณทางเข้าหลัก สร้างจากวัสดุสแตนเลสคุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน เลื่อนเก็บได้สะดวก เพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่

คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อมั่นว่าพื้นที่สาธารณะที่ดีคือรากฐานสำคัญของเมืองที่น่าอยู่ และควรเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม

ในวาระมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลุ่มเซ็นทรัลจึงขอร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในทุกมิติ โดยอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังกับภาครัฐและภาคประชาชน

การสนับสนุนโครงการพัฒนาสวนลุมพินีในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการส่งมอบพื้นที่สาธารณะที่ ‘สะดวก สะอาด ปลอดภัย’ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของกลุ่มเซ็นทรัลในการร่วมสร้างเมืองให้น่าอยู่ ด้วยสิ่งแวดล้อมที่ดี ระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐาน และการออกแบบที่ใส่ใจคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง”

พิธีส่งมอบโครงการ จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ สวนลุมพินี โดยได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีรับมอบ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากกลุ่มเซ็นทรัล นำโดย คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล , คุณบุษบา จิราธิวัฒน์ ที่ปรึกษากลุ่มเซ็นทรัล, คุณคุณายุทธ เดชอุอม, คุณรุจิเรศ นีรปัทมะ และคุณคุณอรุณพงษ์ แจ่มกระจ่าง ร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสสำคัญนี้

นอกเหนือจากโครงการล่าสุดแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังมีส่วนร่วมพัฒนาสวนลุมพินีในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในปี 2561 อาทิ การปรับปรุงลานตะวันยิ้ม ซึ่งเป็นลานสำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น การรำไทเก็ก การเล่นเครื่องเล่นเด็กหลากชนิดและการออกกำลังกาย, การสนับสนุนร่มสนามจำนวน 1,200 คัน มูลค่า 1.5 ล้านบาท เพื่อสร้างร่มเงาให้กับผู้มาเยือนได้พักผ่อนในบรรยากาศที่ร่มรื่น, การปรับปรุงอาคารห้องน้ำจำนวน 9 อาคาร งบประมาณ 15 ล้านบาท โดยสนับสนุนสุขภัณฑ์และงานตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร และการก่อสร้างอนุสรณ์มิตรภาพไทย-อิตาลี “Alveo–ทวิธารา” สัญลักษณ์แห่งมิตรไมตรีอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศกว่า 150 ปี เป็นต้น

กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่าพื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพเกิดขึ้นได้จากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันดูแลรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกในสวนลุมพินีให้อยู่ในสภาพที่สะอาด ปลอดภัยและพร้อมใช้งาน เพื่อให้สวนลุมพินีเป็นพื้นที่ของความสุขที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันได้อย่างแท้จริง


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมบรรเทาสาธารณภัยลงพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดทีมบรรเทาสาธารณภัยลงพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ด้วยสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ทองแสนขัน อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เมื่อวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 ทางคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงสั่งการด่วน ให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ฯ จัดทีมบรรเทาสาธารณภัยฯนำโดยนายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการฯ นำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย,กู้ชีพ จำนวนประมาณ 50 คน พร้อมโรงครัวเคลื่อนที่, เรือท้องแบน 4 ลำ, รถกู้ชีพ-กู้ภัย รถยกสูง 4×4, รถโรงครัวเคลื่อนที่ จำนวน 12 คัน, อุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ, เสื้อชูชีพ 100 ตัว อาหารหมาแมว

และเมื่อ เวลา 03.00 โดยประมาณ ทีมบรรเทาสาธารณภัยได้ถึงพื้นที่ จัดตั้งกองอำนวยการ ณ วัดพลอยสังวรนิรันดร์ อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ เบื้องต้นลงพื้นที่ช่วยเหลืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบอุทุกภัยน้ำท่วม (รายละเอียดต่างๆจะรายงานให้ทราบต่อไป)


ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งรายงาน

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กอ.รมน. เร่งบูรณาการกำลังและเครื่องมืออุปกรณ์จากทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่วิกฤต พร้อมร่วมประสาน การปฎิบัติยกระดับการเข้าช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

กอ.รมน. เร่งบูรณาการกำลังและเครื่องมืออุปกรณ์จากทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่วิกฤต พร้อมร่วมประสานการปฎิบัติยกระดับการเข้าช่วยเหลือตลอด24ชั่วโมง

วันที่ 4 ต.ค. 68 พล.ท.ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศในฐานะหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ได้กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดจากอิทธิพลของพายุ “บัวลอย”ส่งผลให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือและในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบลงมายังพื้นที่ตอนกลางของประเทศนั้น

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ได้มีความห่วงใยต่อประชา ชนที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมขังสูง จึงได้สั่งการเข้าช่วยเหลือย่างเร่งด่วนที่ สุด โดยมอบให้ กอ.รมน.ภาค3 และกอ.รมน.ภาค1 ผ่านไปยังรองผอ.รมน.จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ร่วมประสานงานกับ”ศูนย์ประสานงานร่วม“(Joint Coordination Center) บูรณาการความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังในพื้นที่ที่เผชิญกับภาวะน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังสูง โดยได้ดำเนินการวางฐานเสาไฟฟ้าและติดตั้งแผ่นไม้เพื่อใช้เป็นแนวบังคับทิศทาง การไหลของน้ำจากแม่น้ำยมเข้าสู่ลำคลองในพื้นที่ เพื่อช่วยระบายและลดแรงดันน้ำริมตลิ่ง ป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อท่วมล้นเข้าพื้นที่ตอนใน พร้อมเร่งแจกถุงยังชีพ การจัดตั้งโรงครัวพระราช ทาน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ร่วมประสานงานด้านการอพยพ พร้อมการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่ว คราว

สำหรับการประสานงานร่วมกับหน่วยทหารในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคกลางได้ดำเนินการวางกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมล้นตลิ่ง พร้อมระดมพลังมวลชนในกลุ่มของทสปช. ดำเนินการแจกจ่ายถุงยังชีพและน้ำดื่มที่ได้รับมอบ จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้ประสบภัยและกลุ่มเปราะบาง

นอกจากนี้ พล.อ. ชัยพฤกษ์ ฯ เลขาธิการ กอ.รมน. ยังได้กล่าวว่านายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ. รมน. ได้ให้จัดเตรียมแผนรับมือพายุ “แมตโม” สำหรับการปฎิบัติในห้วงต่อไป จะดำเนินการบูรณาการและประสานงานเพื่อเฝ้าระวังพายุที่กำลังจะเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา แม้จะไม่เข้าสู่ประ เทศไทยโดยตรง โดยได้สั่งการให้ กอ.รมน. ภาค และ กอ.รมน.จว. ให้ทุกหน่วยติดตามสถาน การณ์อย่างต่อเนื่องและมีการประชาสัมพันธ์เชิงรุก จัดเจ้าหน้าที่แจ้งเตือนประชาชนให้ติด ตามข่าวสารจากทางราชการอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะประกาศแจ้งเตือนการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา อีกทั้งการประสานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเตรียมพร้อมศูนย์พักพิง และประสานในการจัดเตรียมสถานที่และสิ่งของจำเป็นสำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราว หากมีความจำเป็น ต้องอพยพประชาชนได้อย่างทันเวลา ให้มีการเฝ้าระวังจัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์พายุและปริมาณน้ำฝนร่วมกับ ปภ.จังหวัด ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินความเสี่ยงและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที

สำหรับแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด ให้เตรียมแผนการฟื้นฟูเยียวยา โดยจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหาย ทั้งบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป ทั้งนี้ กอ.รมน. ขอยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กอ.รมน. 1374 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


แกงค์เด็กแว้นหนีสุดชีวิต หลังปลัดอำเภอ จ.สุพรรณบุรี เปิดปฏิบัติการ “คืนสงบ หลับสนิท”

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อเวลา 00.30 น. ถึงเวลา 03.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2568 นางสาวธัญญารัตน์ กาญจนรัตน์ นายอำเภอศรีประจันต์ และ พ.ต.อ.เอกชัย ศรีเมือง ผกก.สภ.ศรีประจันต์ มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถในทางสาธารณะอำเภอศรีประจันต์ บูรณาการ่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี กำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน เปิดปฏิบัติการ “คืนสงบ หลับสนิท” หลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าที่ถนนสายโพธิ์พระยา – ท่าเรือ บริเวณบ้านลาดตาล สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายสิทธา ภูมิฐานนท์ ปลัดอำเภอ จึงบูรณาการกำลังรวมกว่า 50 นาย ออกตรวจสอบพบมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันริมถนนสาย 340 เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปที่ถนนสาย โพธิ์พระยา – ท่าเรือ จึงตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เพื่อบังคับใช้กฎหมาย ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ถนนสายดังกล่าวระหว่างนั้นมีกลุ่มรถจักรยายนต์รวมตัวขับขี่แข่งขันกันเสียงดังสนั่นเข้ามาเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจอยู่กลุ่มวัยรุ่นจึงเร่งเครื่องหลบหนีไปคนละทิศละทางเพื่อหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่พยายามไล่ตามวัยรุ่นที่ซิ่งรถจักรยานยนต์หนีและส่งสัญญาณตะโกนให้จอดแต่วัยรุ่นไม่ยอมจอดกลับเร่งเครื่องหนีท้าทายแบบไม่คิดชีวิตไกลเกือบ 10 กิโล สุดท้ายเด็กแว้นหลบเข้าถนนในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ที่ติดตามจับกุมต่างลุ้นระทึกเพราะถนนที่เด็กแว้นใช้หลบหนีนั้นแคบ กลัวจะพลาดตกถนนส่วนเด็กแว้นหนีไปได้ และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเด็กแว้นยึดรถจักรยานยนต์ไว้ได้ 10 คัน

สำหรับพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และอำเภอศรีประจันต์ จะมีกลุ่มวัยรุ่นจากหลายพื้นที่ทั้งจังหวัดสุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง นัดรวมกันช่วงวันศุกร์ – เสาร์ ช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00- 03.00 น.จะมีแกงค์เด็กแว้น มาแข่งขันกันที่ถนนสาย 357 เส้นทางเลี่ยงเมือง จำนวนมาก 200-33 คันสร้างความเดือดร้อนรำคาญเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจทำได้แค่ขับรถยนต์สายตรวจเปิดไปวับวาบ ไล่ให้สลายตัว แต่แกงค์เด็กแว้นไม่กลัวไม่สำนึก กลับตะโกนด่าท้าทายเจ้าหน้าที่ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ประชาชนที่มีที่พักอาศัยอยู่ใกล้ถนนได้รับผลกระทบ ได้รับความเดือดร้อน จึงร้องเรียนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด กระทั่งมีการบูรณาการสนธิกำลังปฏิบัติการ เปิดปฏิบัติการ “คืนสงบ หลับสนิท”ขึ้นดังกล่าว

ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ดัดแปลงสภาพ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ท่อไอเสียเสียงดัง ไม่มีเอกสารการเป็นผู้ครอบครองจำนวน 10 คัน จัดทำประวัติบุคคล 23 ราย ซึ่งเด็กแว้นที่ถูกจับมีอายุตั้งแต่ 14 – 18 ปี จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่ง พงส.ดำเนินคดีต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

น้ำล้นสปินเวย์ ! หนองไผ่ ยังน่าห่วง – บางจุดน้ำจ่อทะลักแม่น้ำป่าสัก ชาวบ้านริมน้ำเริ่มได้รับผลกระทบ

เพชรบูรณ์ – น้ำล้นสปินเวย์! หนองไผ่ ยังน่าห่วง – บางจุดน้ำจ่อทะลักแม่น้ำป่าสักชาวบ้านริมน้ำเริ่มได้รับผลกระทบ

วันที่ 5 ตุลาคม 2568 สถานการณ์น้ำในพื้นที่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังต้องจับตาใกล้ชิด หลังฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้ อ่างเก็บน้ำคลองกง น้ำล้นสปินเวย์แล้วกว่า 20 เซนติเมตร ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักบางจุดก็เริ่มแตะระดับวิกฤต

นายเสกสรรค์ กลิ่นพูล นายอำเภอหนองไผ่ รายงานว่าจุดวัดระดับน้ำแม่น้ำป่าสักที่ S.51 ตำบลนาเฉลียง ระดับตลิ่งอยู่ที่ 9.18 เมตร ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 6.76 เมตร เหลืออีกเพียง 2.42 เมตรจะล้นตลิ่ง ส่วนที่บริเวณ สะพานท่าแดง ระดับตลิ่งอยู่ที่ 8 เมตร ปัจจุบันระดับน้ำอยู่ที่ 6.80 เมตร ทรงตัว หากเพิ่มอีกเพียง 1.20 เมตร ก็จะล้นตลิ่งเช่นกัน ในขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำคลองกง มีปริมาณน้ำเกินความจุ โดยสามารถกักเก็บได้ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้มีน้ำถึง 49.33 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้น้ำล้นสปินเวย์แล้ว 20 เซนติเมตร

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นและน้ำท่วมขังมีดังนี้

  • บ้านวังสะตือ หมู่ 1 ตำบลวังโบสถ์ มีน้ำท่วมบ้าน 2 หลัง
  • บ้านวังรี หมู่ 1 ตำบลนาเฉลียง ท่วม 11 หลังคาเรือน
  • ตำบลวังท่าดี หมู่ 1, 3, 4 และ 5 น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมผิวถนนบางส่วน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ระดับน้ำเริ่มมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อรับมือและเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขอให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือหากเกิดน้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำท่วมฉับพลัน


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวเพชรบูรณ์

กรรมตามทัน หนุ่มพิการลักรถพ่วงข้างวัดดังภูเก็ต ขับชนเสาไฟฟ้า ตร.ตามรวบถึงรพ.

กรรมตามทันมาในรูปตำรวจ-หนุ่มพิการลักรถพ่วงข้างในวัดดังภูเก็ต ขับมานครศรีชนเสาไฟฟ้าตามรวบถึงโรงพยาบาล

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ขณะที่ชายพิการรายหนึ่งกำลังเข้าไปโจรกรรมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของวัดราไวย์ ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต ก่อนที่จะขับหลบหนีไป เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา โดยมีเบาะแสเพียงว่าชายรายนี้ได้เร่ร่อนมาอาศัยวัดเป็นที่ พัก และข้าวก้นบาตรประทังชีวิต ต่อมาพระในวัดได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองภูเก็ต

โดยล่าสุดพบว่าบุคคลรายนี้ได้ถูกจับกุมไว้ได้ที่นครศรีธรรมราช หลังจากกรรมได้ตามทัน เมื่อ 5 ตุลาคม 2568 นี่เป็นภาพเหตุกาณ์ขณะที่พันตำรวจโทนัฐพล ดาวเวียง สารวัตรกองกำกับการ 5 บก.ปคม.และพันตำรวจตรีอภิรักษ์ จันทร์วิเศษ สารวัตรสืบสวน สภ.ท่าศาลา นครศรีธรรมราช คุมตัวนายประวิทย์ ศรีลา อายุ 42 ปี ชาวหมู่ 7 ตำบลทุ่งพอ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุโจรกรรมในวัดราไวย์ โดยนายประวิทย์ ได้ถูกคุมตัวได้ที่โรงพยาบาลท่าศาลา นครศรีธรรมราช ขณะรักษาตัวจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พ่วงข้างชนเสาไฟฟ้าในพื้นที่ท่าศาลา หลังจากนั้นได้แจ้งการจับกุมตามหมายจับถึง 3 หมาย จากศาลแขวงจังหวัดภูเก็ต ในคดีลักทรัพย์ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในคดีลักทรัพย์ในเคหะสถาน และหมายจับศาลจังหวัดนาทวีในคดีเสพยาเสพติดประเภท 1

ก่อนหน้าตำรวจจะเข้าจับกุม ได้มีการตรวจสอบพบว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนนายประวิทย์ ได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันหนึ่งมาประสบอุบัติเหตุ และต่อมาตรวจสอบพบว่าเป็นรถจักรยาน ยนต์พ่วงข้างที่โจรกรรมมาจากจังหวัดภูเก็ต ส่วนนายประวิทย์ผู้ขับขี่มีอาการพิการที่ขารักษาตัวที่ รพ.ท่าศาลา ขณะเดียวกันพบว่าได้มีการออกหมายจับกุมไว้แล้วเจ้าหน้าที่จึงเข้าคุมตัว โดยรับสารภาพว่าได้โจรกรรมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของวัด จากนั้นตั้งใจจะเอามาขายให้กับเพื่อนที่นครศรีธรรมราช จึงขับรถเรื่อยมากระทั่งเกิดอุบัติเหตุโดยรับว่าอาจเป็นบาปกรรมที่เข้าไปก่อเหตุในวัด ขณะที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาอ่านหมายจับกุมทั้ง 3 หมาย และแจ้งประสานพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุมารับตัวไปดำเนินคดีต่อไปแล้ว.


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

เริ่มแล้ว!! งานมหัศจรรย์ โรตารีเกษตรแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7

จังหวัดลพบุรี – เริ่มแล้ว งานมหัศจรรย์ โรตารีเกษตรแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค


โดยที่ บริเวณลานหน้าที่ว่าอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย ร้อยโทคมสัน เกตุถาวร นายกสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี และมวลสมาชิกสโมสร ได้ร่วมกันเปิดงาน มหัศจรรย์งานเกษตรโรตารีแฟร์ ของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 7 ประจำปี 2568 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง โดยบรรยา กาศภายในงาน และสถานที่ใกล้เคียงของการจัดงาน มีการตกแต่งสถานที่ ประดับไฟแฟงสี สวยงามยิ่งใหญ่ตระการตา (ภาพมุมสูง )

ซึ่งงานดังกล่าว สโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี และจังหวัดลพบุรี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และเป็นการส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรได้นำผลผลิตทางการเกษตร สินค้าแปรรูทางการเกษตร รวมถึง เครื่องมือทางการเกษตร และ สินค้า OTOP มาจำหน่ายให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง ถือเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการสินค้าทางการเกษตร และสินค้า OTOP ได้มีโอกาสนำสินค้าชุมชน สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาวางจำหน่ายภายในงาน เป็นการฟื้นฟู และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นให้เกิดการหมุนเวียน ตลอดจนเพื่อจัดหารายได้ บำเพ็ญประโยชน์ การบริการด้านชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชา ชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาความยากจน ด้วยความมุ่งมั่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ของสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี

สำหรับภายในงาน นอกจากจะมีการจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ แล้ว ยังมีการแสดงดนตรี เพื่อเป็นการผ่อนคลายความ เหน็ดเหนื่อย และความเครียดของประชาชน และการจัดหารายได้ เพื่อการกุศล” สมทบทุนในการจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดเป็นรูปธรรม การสาธิต การต่อยอดผลิตภัณฑ์ สินค้าการเกษตร การยกระดับ สินค้าอุปโภค บริโภค ตั้งแต่ระดับ 3 ดาว ถึง 5 ดาว เพื่อให้ประชาชนที่สนใจนำไปปรับใช้ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินคาของตนเอง โดยงานดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2568 นี้ เปิดให้เที่ยวชมฟรี ทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย

ซึ่งในวันเปิดงาน และ วันปิดงาน ยังมีการแจกคูปองริสแบนด์กระดาษ ให้แก่ผู้ร่วมงาน เพื่อรับข้าวสาร ฟรี ถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 600 ถุง และสิ่งของต่างๆ จาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และสมาชิกสโมสรโรตารีพระราเมศวรลพบุรี เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ยากไร้ และผู้มีรายได้น้อย เป็นการช่วยเหลือสังคม ชุมชน และประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

หนีแต่ไม่รอด! รวบ 2 หนุ่ม วัย 17 ปี ยิงอริ แต่พลาดไปโดนคนอื่น

หนีแต่ไม่รอด! รวบ 2 หนุ่ม วัย 17 ปี ยิงอริ แต่พลาดไปโดนคนอื่น

วันที่3 ต.ค. 68พ.ต.ท.นรากร เอียดช่วย รอง ผกก.ป.สภ.ท่าศาลา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าศาลาและ พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สารวัตร กก.5บก.ปคม นำกำลังชุดสืบสวน ปคม.เข้าติดตามผู้ต้องเป็นวัยรุ่นอายุ 17 ปี ตามหมายจับคดีพยายามฆ่าของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นคู่หูกัน หลังจากก่อเหตุในพื้นที่ อ.ท่าศาลา ได้มาหลบกบดานอยู่ในท้องที่หมู่ 1 ต.นาเคียน อ.เมืองนครศรีธรรมราช โดยหลังจากเจ้าหน้าที่จู่โจมผู้ต้องหาได้วิ่งหลบหนีเข้าป่า แต่สามารถจับกุมไว้ได้คือนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายสอง (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี โดยทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 34-35/2568 ของศาลเยาวชนและครอบครัวนครศรี ธรรมราช ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืน ร่วมกันพกพาอาวุธปืน

สืบเนื่องจากทั้งคู่ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงคู่อริบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลใกล้เคียงหาดบ่อนนท์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่กระสุนพลาดเป้าถูกนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ได้ไปเที่ยวพักผ่อน 2 คน ได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นได้หลบหนีกระทั่งมีการออกหมายจับและตำรวจติดตามจับกุมตัวไว้ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบพบว่าก่อนที่จะมาถูกจับกุมนั้น ทั้งคู่เคยต้องคดีพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน คดีอยู่ในชั้นศาล หลังจากนั้นมาก่อเหตุในคดีนี้ที่ถูกออกหมายจับ และในช่วงที่กำลังหลบหนีได้ไปก่อเหตุยิงข่มขู่คู่อริอีกรายแต่คู่กรณีไม่กล้าเข้าแจ้งความ และยังพบว่าทั้งคู่มีอารมณ์รุนแรง หากไม่พอใจคู่อริ จะใช้อาวุธปืนข่มขู่หรือก่อเหตุไล่ยิง โดยที่มักไม่มีการแจ้งความ กระทั่งย่ามใจไล่ยิงจนมีคนถูกลูกหลงบาดเจ็บ มีการดำเนินคดีจนจับกุมตัวได้ในที่สุด


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

รถบรรทุกนมยางระเบิด เสียหลักหมุนชนท้ายเทรลเลอร์ปูนจอดข้างทาง คนขับเสียชีวิตคาที่

ลำปาง – รถบรรทุกนมยางระเบิดเสียหลักหมุนชนท้ายเทรลเลอร์ปูนจอดอยู่ข้างทาง คนขับถูกอัดติดคารถเสียชีวิต คนนั่งข้างได้รับบาดเจ็บ

วันศุกร์ที่3 ตุลาคม 2568 เวลา16:45 น. เกิดอุบัติรถบรรทุกขนนมกล่องยางระเบิดเสียหลักหมุนชนท้ายเทรลเลอร์ปูนจอดอยู่ข้างทาง มีคนติดอยู่ภายใน จุดเกิดเหตุบริเวณถนนทางคู่ขนาน สายลำปาง-เชียงใหม่ เลยหมู่บ้านไร่ข่วงเปา ก่อนถึงปากทางบ้านทุ่งกู่ด้าย ขาออกเมืองลำปาง ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะตู้ทึบ เสียหลักพลิกตะแคงหัวเก๋งยุบติดคาอยู่ท้ายรถเทรลเลอร์มีคนติดภายในจำนวน2ราย รู้สึกตัวดี1ราย อีก1รายไม่รู้สึกตัว สมาคมกู้ภัยลำปางใช้เครื่องตัดถ่างนำผู้ติดภายในทั้ง2รายออกจากตัวรถ

พบผู้ได้รับบาดเจ็บชาย1รายรู้สึกตัวดี รถกู้ชีพจากโรงพยาบาลลำปางนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลลำปาง ส่วนอีก 1 ราย ยืนยันเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ เป็นชายอายุ 24 ปี(คนขับรถขนนม) ชุดนิติเวชฯสมาคมกู้ภัยลำปางออกตรวจสอบร่วมกับร้อยเวรฯสภ.เมืองเขลางค์นคร และแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลลำปาง ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายชนะชัย อาศัยอยู่บ้านหมู่ที่ 11 ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง

ทางแม่ของผู้เสียชีวิตและทางญาติเดินทางมายังจุดเกิดเหตุต่างร้องไห้เสียใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น ทางแม่ผู้เสียชีวิตได้เล่ากับทางผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานได้คุยกับลูกชายเรื่องทำงาน ลูก ชายอยากสอบรับราชการตำรวจ วันนี้ก่อนเกิดเหตุ 10 นาที ยังโทรติดต่อคุยกันกับลูกอยู่เลย ไม่คิดว่าจะเป็นการโทรคุยกับลูกครั้งสุดท้าย คนเป็นแม่รู้สึกเสียใจและยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียลูกชายในเหตุการณ์นี้

หลังจากการชันสูตรเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ ชุดนิติเวชสมาคมกู้ภัยลำปาง ได้ทำการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลลำปาง เพื่อให้ญาตินำหลักฐานมารับร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป


ศรัญญู วังกาวี ข่าวลำปาง รายงาน

ภ.1 กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จับกุมผู้ต้องหาหลอกขายสินค้าทางออนไลน์

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบงานแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ข่าว เปิดเผยว่า….

วันนี้ (29 ก.ย.68) ภายใต้การอำนวยการสั่งการ ของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1, จนท.ตร. ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ภูริทัต ปิติณัฐเดช พร้อมด้วยกำลังสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.ภ.1

ด้วยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 ได้ตรวจพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยพบ มีผู้รายงาน เพจมิจฉาชีพ หลอกขายสินค้าทางออนไลน์ โดยผู้โพสต์ ขายล้อแม็กซ์ ผ่านทางกลุ่มเพจเฟสบุ๊คชื่อ ALPHARD VELL THAILAND และ กลุ่มอื่นๆ ทางสาธารณะ โดยได้มีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชน เป็นจำนวนมาก เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการสืบสวน พบข้อมูลบัญชีธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 1034375269 ชื่อบัญชี นายกวีม กลับเกษม ซึ่งเป็นบัญชีหลอกรับโอนเงิน จาก การ ตรวจสอบ พบผู้เสียหาย โอนเงินซื้อล้อแม็ก จำนวน 44,000 บาท แต่ไม่ได้รับล้อแม็ก และถูกแจ้งความที่ สภ.คูคต และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับ นายกวีม กลับเกษม ผู้ต้อง หาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 739/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิงเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน “

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมตัวนายกวีม กลับเกษม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 739/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ในความผิดฐาน”ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิด เบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน “บริเวณ ภายในซอยเจริญกรุง 103 แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

สอบถามนาย กวีมฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้นำบัญชีของตนเองไปให้นายธนากร สิทธิสูงเนิน ยืมและนาย กวีมฯ ได้ไปกดเงินที่ได้จากการกระทำความผิดให้ โดยได้ค่าจ้างในการกดเงิน จำนวน 1,000 บาท จากการสืบสวนขยายผลจึงได้ ทำรายงานสืบสวนให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาล โดยศาลจังหวัดธัญบุรี ได้ออกหมายจับที่ 774/ 2568 ลงวันที่ 3 กันยายน 2568 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้ งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิงเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน “

ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมตัวนายธนากร สิทธิสูงเนิน ผู้ต้องหา หมายจับที่ 774/2568 ลงวันที่ 3 กันยายน 2568 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชานชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิงเตอร์ที่เป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” บริเวณ คอนโดแกรนวุฒากาศ ถ.วุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดนายธนากรฯ พบประวัติคดีฉ้อโกง จำนวนมาก ซึ่งมีแผนประทุษกรรมหลอกขายสินผ่านทางสื่อออนไลน์ และไม่ส่งสินค้าให้กับผู้เสียหาย จึงได้ทำการจับกุมตัวนายธนากรฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
และจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ถูกฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าวให้ดำเนินคดีแจ้งความร้องทุกข์ และประชาสัมพันธ์เตือนภัย ให้ประชาชนระมัดระวัง ในการ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ต่อไป