พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทาน เงิน 42,000,000 บาท เพื่อเป็นค่าก่อสร้างอาคาร รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาจังหวัดสุรินทร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานเงินแก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นค่าก่อสร้างอาคารโรงพยาบาล


วันนี้ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 10.15 น.ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เชิญเงินพระราชทาน จำนวน 42,000,000 บาท (สี่สิบสองล้านบาท) ไปมอบแก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นค่าดำเนินการก่อสร้างอาคารของโรงพยาบาล จำนวน 2 อาคาร ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุ การณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับ นายเวอร์นอน แฮร์รี่ อันสเวิร์ธ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ นายเวอร์นอน แฮร์รี่ อันสเวิร์ธ (Mr. Vernon Harry Unsworth) ผู้มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

วันนี้ 7 ตุลาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับ นายเวอร์นอน แฮร์รี่ อันสเวิร์ธ (Mr. Vernon Harry Unsworth) ซึ่งป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ และเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลี้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ นายเวอร์นอน แฮร์รี่ อันสเวิร์ธ เป็นล้นพ้น

นาย.เวอร์นอน แฮร์รี่ อันสเวิร์ธ (Mr. Vernon Harry Unsworth) เป็นนักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ ซึ่งได้เคยเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน นานกว่า 6 ปี และเมื่อเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี ทั้ง 13 คน ได้ประสบเหตุติดอยู่ในถ้ำหลวง เมื่อปี 2561 นายเวอร์นอน และเพื่อนนักสำรวจได้รับเชิญให้ เข้าร่วม อยู่ในทีมช่วยเหลือ ซึ่งนายเวอร์นอนได้ใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการสำรวจถ้ำหลวงและให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ทีมช่วยเหลือจากนานาชาติ รวมทั้งประสานงานขอความช่วยเหลือจากนักสำรวจต่างชาติคนอื่น ๆ จนทำให้สามารถวางแผนในการเข้าช่วยเหลือเยาวชนทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุตรดิตถ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบอุทกภัยโดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค และถุงพระราชทานสำหรับเด็ก ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์

วันนี้ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 11.02 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 3,000 ถุง และเชิญถุงพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน 100 ถุง

ซึ่งถุงพระราชทานสำหรับเด็ก บรรจุสิ่งของเครื่องใช้สำหรับเด็กเป็นพิเศษ ต่างจากถุงพระราช ทานทั่วไป ประกอบด้วย ตุ๊กตาผ้าห่ม เป้อุ้มเด็ก นมผง อาหารเด็ก ผ้าอ้อมสำเร็จรูป สำลี ฟอง น้ำเช็ดตัว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์ซักล้างสำหรับเด็ก รวมทั้งสิ่งของจำเป็นสำหรับเด็ก ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ต่อไป และมอบแก่ราษฎรอำเภอเมืองทองแสนขัน ณ อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ

ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 3 ครอบครัว ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา

ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจิตอาสาพระราชทานในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว


อช.แก่งกระจาน พบผีเสื้อหายากบนพะเนินทุ่ง

วันที่ 7 ตค. นาย อรรถพงษ์ เภ่าอ่อน หน. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่าได้รับรายงานจาก นายณัฐพล ฤทธิ์น้อย เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.19 (เขาพะเนินทุ่ง) ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้พบเจอผีเสื้อที่บนลานกางเต็นท์พะเนินทุ่ง ซึ่งเป็นผีเสื้อที่พบเจอยากมาก ไม่ค่อยได้พบเจอมาก่อน มีลักษณะ “ผีเสื้อหางยาว ตาเคียวปีกลายหยัก

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นผีเสื้อกลางคืน หรือมอทหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก
Moon Moth. มีชื่อไทย มอทหางยาวตาเคียวปีกลายหยัก ชื่อวิทยาศาสตร์ Argema maenas, Actias ignescens, Tropaea rosenbergii, Sonthonnaxia recta
มีการแพร่กระจายในประเทศ อินเดีย จีน เมียนมาร์ ไทย ตะวันตกของมาเลเซีย หมู่เกาะซุนดา อินโดนีเซีย (Java, Sulawesi) มีลำตัวมีขนหนา ปลายหนวดแตกเป็นขนนก, ปีกหน้า ตัวผู้ สีเหลืองมะนาว กลางปีกมีแถบสีน้ำตาลอมชมพู และสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแดง จุดตารูปเคียวสีทองแดง ที่กลางปีกติดกับขอบปีก ตัวเมีย สีจางกว่า เป็นสีเหลืองอ่อน จุดตารูปเคียวสีทองขนาดใหญ่ ,ปีกหลัง ตัวผู้ สีเหมือนปีกหน้า แต่มีหางยาวปลายหางรูปธง มีขนหนาที่ขอบปีกติดกับท้อง จุดตารูปไข่หรือกลม ตัวเมียจุดตาเป็นรูปไต สีส้มเหลืองถึงเหลืองจาง หางยาวปลายหางรูปธง ,ด้านท้อง ปีกหน้า ตัวผู้ สีจางกว่าด้านหลัง จุดและเส้นสีน้ำตาลเทา จุดตาสีน้ำตาล ปีกหลัง ตัวผู้ มีเส้นขวาง 2 เส้น ตัวเมีย มีเส้นขวาง 1 เส้น จุดตาสีชมพู รูปไข่ มองเห็นเส้นปีกชัด. ซึ่งปัจจุบันพบเห็นได้ ยากมากในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจาน มรดกโลก

หลังจากนี้จะประสานฝ่ายวิชาการฯ ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ลงพื้นที่เพื่อสำรวจประชากรผีเสื้อชนิดนี้อย่างละเอียดและชัดเจนต่อไป ทั้งนี้พะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตั่งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาสัมผัสทะเลหมอก เมืองเพชรบุรี ทุกท่าน อาจได้เจอกับผีเสื้อชนิดใหม่


//////////บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จังหวัดเพชรบุรี

รมช.มหาดไทย “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ประชุมติดตามงานสำคัญเร่งด่วนที่กาญจนบุรี เน้น 7 วาระหลัก ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

รมช.มหาดไทย “ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ประชุมติดตามงานสำคัญเร่งด่วนที่กาญจนบุรี เน้น 7 วาระหลัก ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

วันนี้ 6 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่การตรวจราชการเพื่อติดตามการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ณ จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาด ไทย นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวัชระ มาลัยมาตร ผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน นายธนัญชัย วรรณสุข รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รวมไปถึงผู้บริหารส่วนกลางที่เกี่ยวข้องฯ

โดยมี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พลตำรวจเอก พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรงมหาดไทย องค์การ์บริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรีและเทศบาลเมืองทั้ง 3 แห่ง เข้าร่วมประชุมฯ ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี

สำหรับการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำและติดตามการขับเคลื่อนงานตามนโยบายสำคัญ 7 ประเด็นหลัก ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนของจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีการนำเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่

  1. การจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสีย : มีการหารือเรื่องการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียอย่างเป็นระบบ โดยมีท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี และผู้จัดการสำนักงานจัดการน้ำเสีย สาขากาญจนบุรี เป็นผู้นำเสนอ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี และนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  2. การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด : ติดตามผลการดำเนินงานของปลัดจังหวัดกาญจนบุรี และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะผู้รับผิดชอบหลัก
  3. การจัดระเบียบพื้นที่ผิดกฎหมาย : ติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบพื้นที่ที่อาจมีการกระทำผิดกฎหมาย โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และปลัดจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้รายงาน
  4. การบุกรุกที่ดินของรัฐ: พิจารณาแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี, ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี, ธนารักษ์พื้นที่กาญจนบุรี, สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกาญจนบุรี และศูนย์ป่าไม้กาญจนบุรี
  5. การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว : ติดตามการจัดหางานและการตรวจสอบบุคคลเข้าเมืองในพื้นที่ โดยมีจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี, แรงงานจังหวัดกาญจนบุรี, ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี และปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเสนอ
  6. การจัดการปัญหาภัยพิบัติและภัยแล้ง : เน้นย้ำมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี และผู้อำนวยการโครงการชลประทานกาญจนบุรี เป็นผู้ให้ข้อมูล

ทั้งนี้ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ โดยขอให้ทุกภาคส่วนของจังหวัดกาญจนบุรี ทั้งข้าราชการระดับจังหวัด อำเภอ และผู้นำท้องถิ่น ร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำแนวทางการปฏิบัติราชการไปขับเคลื่อนต่อ เพื่อให้งานสำคัญตามนโยบายของรัฐบาลสามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของชาวจังหวัดกาญจนบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


#/// กัมพล ทันเวลา / ปชส.จ ก. / ภาพข่าว

ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยกระดับป้องกันความปลอดภัยร้านทองในพื้นที่ อ.ชายแดนสงขลา

สงขลา – ตำรวจและฝ่ายปกครองยกระดับป้องกันความปลอดภัยร้านทองในพื้นที่ อ.ชายแดนสงขลาสูงสุด หลังเกิดเหตุบุกปล้นร้านทองในห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก พบทุกแห่งเตรียมพร้อมสูงสุดบางร้านเตรียมปืนไว้ป้องกันตัวเองด้วย

วันนี้(8ต.ค.68) ที่จ.สงขลา หลังจากเหตุเกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านทองภายในห้างบิ๊กซี ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันก่อนได้ทองไปกว่า 600 บาท ในส่วนของพื้นที่จ.สงขลา ขณะนี้ได้มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยร้านทองในจ.สงขลา สูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชายแดนของจ.สงขลา เช่น ที่อ.สะเดา ซึ่งอยู่ติดชายแดนไทยมาเลเซีย ทางตำรวจสภ.สะเดาร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอ.สะเดา ได้ลงพื้นที่ตรวจร้านทองทั้งที่อยู่ในพื้นที่บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ติดแนวพรมแดนไทยมาเลเซีย และร้านทองที่่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ อ.สะเดา เพื่อดูความพร้อมด้านความปลอดภัยของร้านทองเช่นกล้องวงจรปิด และความพร้อมของตำรวจจะมาตรวจร้านทองทุก 2 ชั่วโมง และรับฟังข้อเสนอของร้านทองในการป้องกันเหตุ

จากการตรวจร้านทองใน อ.สะเดาพบว่า เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยร้านทองของกองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ในส่วนของเจ้าของร้านทองเองก็ไม่ประมาทบางร้านมีปืนเก็บไว้ในร้านเพื่อป้องกันตัวเอง และจะเฝ้าสังเกตุบุคคลต้องสงสัยหรือรถต้องสงสัยที่มีพิรุธตลอด และบางร้านเช่นร้านทองในห้างสรรพสินค้าขอให้ตำรวจเน้นมาตรวจช่วงเย็นถึงช่วงค่ำในช่วงร้านทองใกล้ปิด

ด้าน พ.ต.ท. จำลอง เขียวแก้ว สวป.สภ.สะเดาเปิดเผยว่า ภาพรวมร้านทองในพื้นที่อ.สะเดาพบว่าทุกแห่งมีระบบป้องกันดีอยู่แล้ว แต่ทางตำรวจและฝ่ายปกครองจะเพิ่มความเข้มในการออกตรวจร้านทองและออกตรวจพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันเหตุโจรกรรมร้านทอง


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา

นางสาวซาบีดา รมว.วัฒนธรรมเปิดงานตักบาตรเทโวโรหนะประชาชนหลั่งไหลทั่วสารทิศ เข้าร่วม

อุทัยธานี – ประชาชนหลั่งไหลทั่วสารทิศ ร่วมตักบาตรเทโว นางสาวซาบีดา รมว. วัฒนธรรมเปิดงาน

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่วัดสังกัสรัตนคีรี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานตักบาตรเทโวโรหนะ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ประธานวิปรัฐบาล สส.เขต 2 อุทัยธานี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี นางสาวปาณัดฌา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี พร้อมหน่วยงานข้าราชการในจังหวัดอุทัยธานี ร่วมเปิดงานประเพณีตักบาตรเทโวประจำปี 2568

โดยมีประชาชนทั่วสารทิศทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ภายในงาน มีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและข้าวต้มลูกโยน แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 500 รูป ที่เดินลงจากยอดเขาสะแกกรังตามขั้นบันได 449 ขั้น ท่ามกลางบรรยากาศศรัทธาอันงดงาม แฝงความหมายตามพุทธตำนานการเสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้า

หลังเสร็จพิธีทำบุญตักบาตร นักท่องเที่ยวและชาวอุทัยธานีต่างร่วมกันสักการะโต๊ะหมู่บูชาประดับงาช้างเก่าแก่ ในตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมชมขบวนแห่ตำนานพุทธประวัติเคลื่อนที่ไปตามถนนสายสำคัญของจังหวัด สร้างสีสันและความประทับใจแก่ผู้มาเยือน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ผู้ว่าฯ นครนายก นำข้าราชการและประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568 ณ วัดเขานางบวช

นครนายก-ผู้ว่าฯ นำข้าราชการและประชาชน ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา ประจำปี 2568 ณ วัดเขานางบวช

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่วัดเขานางบวช ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 29 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ในเทศกาลวันออกพรรษา โดยมี นายชุมพลภัทร์ เลาหะพานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา กล่าวรายงานต่อประธานในพิธี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก

องค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา ร่วมกับวัดเขานางบวช และสภาวัฒนธรรมตำบลสาริกา จัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 29 เพื่อ อนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันดีงามของตำบลสาริกา ให้เป็นที่รู้จักทั้งในระดับจังหวัดและในระดับประเทศ สนับสนุนการท่องเที่ยวของวัดเขานางบวช และยังเป็นการสร้างสังคมและชุมชนให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม มีการพัฒนาไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็ง และตระหนักถึงวันสำคัญและส่งเสริมพระพุทธศาสนา สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีพิธีตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษา โดยการเปิดงานมีขบวนเทวดา นางฟ้าโปรยดอกไม้ นำหน้าพระสงฆ์ สามเณร จำนวน 100 รูป เดินลงจากมณฑปบนเขาวัดเขานางบวช เพื่อรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน ที่มาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ช้างป่าน่ารัก อวดโฉมหน้าด่านจุดตรวจ จนท.ลั่นพี่ๆเชิญคับๆ

อุทัยธานี – ช้างป่าน่ารักกับเจ้าหน้าที่ โผล่ขอผ่านทางด้วย เดินอวดโฉม หน้าด่านจุดตรวจ จนท.ลั่นพี่ๆเชิญคับๆ

ใกล้รุ่งเช้า ผู้สื่อข่าวเผยคลิป ช้างป่าออกมาอวดโฉม ที่หน้าด่านจุดตรวจทางเข้า เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งหลายๆคน ส่วนมากมักจะกลัวช้างป่า เนื่องจากตัวใหญ่ และค่อนข้างดุ แต่ก็ยังมีมุุมของช้างบางตัว ที่มีความน่ารักของช้างอยู่บ้าง โดยช้างป่าตัวนี้ จนท.จะเห็นทุกวัน ในตอนใกล้รุ่งเช้า ที่ด่านจุดตรวจ ช้างป่าจะเดินต้วมเตี้ยมโผล่ขึ้นมาจากป่า แล้วก็เดินเข้ามายังจุดตรวจ คล้ายมาทักทายยามเช้าทุกวัน แล้วก็เดินผ่านจุดตรวจไป จนท.ก็จะคอยบอกช้างป่าว่า ผ่านมาได้เลยๆพี่ๆมาได้เลย เพื่อให้ช้างป่า นั้นเกิดการคุ้นเสียงคน

โดยช้างป่าตัวนี้ ไม่มีท่าทีดุร้าย พอเค้าเริ่มรู้ตัวเองว่าได้รับความปลอดภัย เค้าก็จะเดินผ่านจุดนี้ เป็นประจำ เริ่มคุ้นเสียงแล้ว สักพักเค้าก็เดินเข้าไปในป่าไปเอง โดยไม่ทำร้ายใคร แต่หากเป็นชาวบ้านก็ควรระวัง และไม่ประมาท


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ออกพรรษา !! ชาวบ้านเชื้อสายอีสาน จุดไฟตูมกาตะเกียงโบราณ ประดับแสงไฟ ถวายพุทธบูชาสืบทอดประเพณี

อุทัยธานี – ออกพรรษา !! ชาวบ้านเชื้อสายอีสาน จุดไฟตูมกาตะเกียงโบราณ ประดับแสงไฟ ถวายพุทธบูชาสืบทอดประเพณี

ช่วงใกล้ค่ำ ของวันที่ 07 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดทันสมัยพัฒนาราม ม.15 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นวันออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของชาวไทยเชื้อสายอีสานเป็นวันที่พระภิกษุสงฆ์ออกจากการจำพรรษา โดยในภาคอีสานมีประเพณีสำคัญ คือการจุดประทีปไต้น้ำมันหรือการจุดไฟประดับให้เกิดแสงสว่างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยชาวบ้านต่างเดินทางมารวมตัวกันที่วัด เพื่อตั้งหอประทีป หรือตะเกียงเทียนไฟโบราณ ที่ชาวบ้านทำขึ้นกันเอง โดยทำจากหมากตูมกา หรือผลตูมกา ที่หายากเกิดขึ้นอยู่ตามป่า โดยนำผลมาเจาะรูคว้านนำเนื้อด้านในออกและนำมาผ่าครึ่ง หยอดน้ำมันเชื้อเพลิงลงไป และก็ใส่ไส้เทียนไข คล้ายตะเกียงไฟโบราณ ที่มีความทนทานความร้อนได้ดี พร้อมกับธูปพันแบบโบราณ ที่ชาวบ้านทำจากไม้ที่มีกลิ่นหอมจากไม้ในป่า ใช้สำหรับจุดไหว้สักการะในวันออกพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีของชาวอีสานที่จะทำในทุกปีวันออกพรรษา เพื่อกราบไหว้สักการะบูชาและขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ส่วนบรรยากาศภายในงานเวลาประมาณสองทุ่ม ได้มีพิธีการกราบไหว้พระสวดมนต์ พร้อมกับนำประทีปไฟ หรือตะเกียงไฟ เดินวนรอบศาลาการเปรียญ จำนวน 3 รอบ ซึ่งถือเป็นงานบุญสำคัญอย่างหนึ่งของชาวอีสานที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน