กอ.รมน. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2568

กอ.รมน. จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2568

วันนี้ (10 ตุลาคม 2568) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พิธีจัดขึ้น ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น ๑ อาคารรื่นฤดี กอ.รมน. โดยมี พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง ข้าราชการ และกำลังพลของ กอ.รมน. เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

พลตรี ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า การจัดพิธีในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงอุทิศพระวรกายด้วยพระวิริยะอุตสาหะและพระปรีชาสามารถอย่างหาที่สุดมิได้ เพื่อธำรงความผาสุกและความเจริญมั่นคงของปวงชนชาวไทยตลอดรัชสมัย

พร้อมกันนี้ พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษก กอ.รมน. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลทางศาสนาในทุกพื้นที่ของประเทศเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยพร้อมเพรียง

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กอรมน#บูรณาการเพื่อความมั่นคง#มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา


ทีมโฆษก กอ.รมน.

ภารกิจใหม่แม่ทัพกุ้ง “จากสนามรบสู่ผืนนา” ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกรไทยสู่เศรษฐกิจสูงวัย(Silver Economy) คิกออฟ “ข้าวแม่ทัพไทย-สิรินข้าวสีสด” ร่วมขับเคลื่อนสิรินฟาร์มมาร์เก็ต

ภารกิจใหม่แม่ทัพกุ้ง “จากสนามรบสู่ผืนนา” ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกรไทยสู่เศรษฐกิจสูงวัย (Silver Economy) คิกออฟ “ข้าวแม่ทัพไทย-สิรินข้าวสีสด” ร่วมขับเคลื่อนสิรินฟาร์มมาร์เก็ต

พลโท บุญสิน พาดกลาง (แม่ทัพกุ้ง) อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 นายทหารผู้ทุ่มเทปกป้องแผ่นดิน ได้ประกาศภารกิจครั้งสำคัญในด้านความมั่นคงทางอาหารยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ ด้วยเกษตรอินทรีย์  ทั้งนี้ได้มีการเปิดตัวแบรนด์ข้าวคุณ ภาพ “ข้าวแม่ทัพไทย” และ “สิริน ข้าวสีสด” สร้างมิติใหม่ให้กับวงการเกษตรและสุขภาพสู่เศรษฐกิจสูงวัย(Silver Economy)เมื่อเร็วๆนี้ ณ สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา ทาวน์อินทาวน์

การเปิดตัวแบรนด์ข้าวนี้ถือเป็นส่วนสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการสิรินฟาร์มมาร์เก็ต( Sirin Farm Market )และ Grow Longevity Ecovillage ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ได้บริโภคอาหารปลอดภัยไร้สารพิษ และนำไปสู่ “สังคมสุขยืนยาว” (Longevity Society) อย่างยั่งยืน ผ่านการเน้นย้ำถึงการใช้เกษตรอินทรีย์ 100% จากนักรบสู่ชาวนาผู้พิทักษ์: ปณิธานเพื่อสุขภาพคนไทย

พลโท บุญสิน ได้กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “จากลูกชาวนาสู่ภารกิจความมั่นคงของแผ่นดินไทย ก้าวสู่ภารกิจใหม่สร้างความมั่นคงทางอาหารและสังคมไทย” โดยเน้นย้ำว่าการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการนี้ เพราะประทับใจในแนวคิดที่จะทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริง และไม่มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุด โดยชี้ว่าโครงการนี้คือ “ยุทธศาสตร์ความมั่นคงอีกแขนงหนึ่งของประเทศชาติ” นอกเหนือจากการป้องกันชายแดน และยังมีความชื่นชมในจุดยืนที่ต้องการสร้าง “บลูโซน” (Blue Zone) ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยมีอายุยืนยาว สุขภาพดี ด้วยการบริโภค อาหารดี อากาศดี และอารมณ์ดี

“โครงการนี้จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะ ระบบ AI มาใช้ในการสั่งสินค้าและบริหารจัดการผลผลิต เพื่อแก้ปัญหาการตลาดของโครงการทหารพันธุ์ดีและโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ก่อนหน้านี้ทหารต้องนำสินค้าไปจำหน่ายเองตามตลาด มาเป็นการจำหน่ายใน สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market)  ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักที่ไร้สารเคมี และข้าวสีสด ซึ่งเป็นข้าวบริสุทธิ์   เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งทหาร ประชาชนและเกษตรกร” พลโท บุญสิน กล่าว

ด้านนายชยดิษฐ์ หุตานุวัชร์ ประธานสถาบันทิวาและ Grow Longevity Ecovillage กล่าวว่า โครงการ Grow Longevity Ecovillage ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แห่งนี้ เป็นโครง การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบ Longevity Living และ Social Enterprise ที่ผสมผสานการทำฟาร์มแบบ Smart Farm เข้ากับการสร้างชุมชนเพื่อการมีสุขภาพดี โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการผลักดันให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเกษตรระดับโลก หรือ “Blue Zone” แห่งใหม่ของประเทศไทย ซึ่งจะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

“เศรษฐกิจของประเทศไม่ควรพึ่งพาแค่การส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้คนหนุ่มสาวสามารถกลับไปอยู่ต่างจังหวัดได้อย่างมีความสุข นำไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่ LongivityEconomy โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับการมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพดี มีการออกแบบชีวิตใหม่ที่ให้คนได้มีอากาศที่ดี อาหารที่ไร้สารเคมี และสามารถทำงานได้ในทุกที่ ท่ามกลางชุมชนที่เกื้อกูล จะทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น”  นายชยดิษฐ์กล่าว

การผนึกกำลัง สู่ Grow Longevity Ecovillage ในงานยังได้มีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย (MOU) การพัฒนารูปแบบนวัตกรรมและระบบของการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวความคิด “Longevity Farm Stay Destination” ต่อการส่งเสริมซอร์ฟพาวเวอร์ทางวัฒนธรรมไทยและอัตลักษณ์ของวิถีชุมชน เพื่อการยกระดับเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ในเขตพื้นที่ Blue Zone เพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568  ระหว่างสถาบันทิวา,กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 , Grow Longevity Ecovillage และ Grow Longevity Ecovillage :Khao Yaiโดยมีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ให้เกียรติมอบกระเช้าแสดงความยินดีและร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้วย

“สิริน ข้าวสีสด”: นวัตกรรมสีข้าวโชว์ ตอบโจทย์รสชาติและคุณค่าผลิตภัณฑ์เรือธงในงานนี้คือ “สิริน ข้าวสีสด” ชูจุดเด่นด้วยนวัตกรรม “สีสดใหม่ตามคำสั่งซื้อ” โดยในงานมีการ นำโรงสีขนาดเล็กมาสีข้าวให้ชมและชิมกันสดๆ เพื่อยืนยันถึงความสดใหม่และคุณภาพที่คงไว้ครบถ้วน “ข้าวสีสด” ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยรสชาติที่หอม อร่อย นุ่มหนึบ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หลักการคือการเก็บข้าวในรูปแบบ “ข้าวเปลือก” และสีเป็นข้าวสารเมื่อลูกค้าสั่งเท่านั้น ซึ่งตอกย้ำถึงคุณภาพ: ปลอดภัย 100%: เก็บในรูปแบบข้าวเปลือกที่จะรักษาคุณค่าได้ดีที่สุดและสีสดส่งตรงถึงมือผู้บริโภค คุณค่าเต็มเมล็ด: กระบวนการสีถูกออกแบบมาเพื่อรักษาส่วนของ “จมูกข้าว” และเยื่อหุ้มเมล็ดไว้

สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market):เพื่อสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์แบรนด์ข้าวเรือธงทั้งสองชนิดจัดจำหน่ายผ่าน สิรินฟาร์มมาร์เก็ต (Sirin Farm Market) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก 3 มิติ ได้แก่:

  1. ยกระดับคุณภาพชีวิตทหารและเกษตรกร: เป็นช่องทางหลักในการจัดจำหน่ายสินค้าจากโครงการ “ทหารพันธุ์ดี” ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ใน 20 ค่ายทหารภาคอีสาน เพื่อสร้างรายได้และอาชีพที่ยั่งยืน รวมถึงรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและชุมชนในราคาที่เป็นธรรม
  2. สร้างความมั่นคงทางอาหาร: ทำให้คนไทยเข้าถึงอาหารอินทรีย์ปลอดภัยและมีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้
  3. ขับเคลื่อน Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์: มุ่งเน้นการใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ผ่านแนวคิด Grow Low Carbon City และ Grow Organic AI Smart Farming

สิรินฟาร์มมาร์เก็ต(Sirin Farm Market) ประกอบด้วย พื้นที่บริการหลัก ได้แก่ SIRIN Market, SIRIN Gindee Restaurant และ สิริน ข้าวสีสด ทั้งนี้งานดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข.และบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการดำเนินงานเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพ และดำเนินต่อไปด้วยความยั่งยืน


อบจ.นครปฐม จัดโครงการประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครปฐม

อบจ.นครปฐม จัดโครงการประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครปฐม

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ลานกิจกรรมชั้น G เซ็นทรัลนครปฐม นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ดร.พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม นายปรีชา ดิลกพรเมธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ร่วมเปิดโครงการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครปฐม

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ได้มีแนวคิดในการจัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐม โดยมีเส้นทางท่องเที่ยว 7 เส้นทาง 7 อำเภอในจังหวัดนครปฐม ทั้งนี้การท่องเที่ยวไม่ได้มุ่งเน้นแต่วัดวาอารามเท่านั้น แต่เป็นการท่องเที่ยวแบบผสมผสานทั้งวัด คาเฟ่ ตลาดชุมชน รวมถึงร้านอาหารที่มีชื่อเสียงประจำอำเภอ โดยการท่องเที่ยวมุ่งเน้นให้ประชาชนจากจังหวัดอื่นๆ ได้มาเห็นสิ่งที่จังหวัดนครปฐมมี ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่านครปฐมเป็นจังหวัดใกล้กรุงเทพมหานคร เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบทางอาหารที่ใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ มีทั้งปลา กุ้ง หมู และผักผลไม้ที่ถูกส่งไปร้านอาหารใหญ่ๆในกรุงเทพฯหลายแห่ง

อบจ.นครปฐม ได้พยายามนำจุดด้อยมาเป็นจุดเด่นของจังหวัด สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ มานครปฐม ไม่ถึง 1 ชั่วโมง แต่สิ่งที่เราจะได้คือบรรยากาศในอีกรูปแบบที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯแน่นอน จะได้พบกับการท่องเที่ยวที่หลากหลายรูปแบบในแต่ละอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมประเพณี วิถีชุมชน ตลาดน้ำ ชมวิถีชีวิตริมแม่น้ำท่าจีน การเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งศาสนสถานที่สำคัญๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นต้นทุนทางสังคมที่ทรงคุณค่าและควรแก่การนำมาประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะที่สำคัญที่สุด จังหวัดนครปฐมมีคาเฟ่บรรยากาศดีให้ได้ใช้เวลาปล่อยใจกันในวันหยุดมากกว่า 400 แห่ง

สำหรับการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม ได้จัดเตรียมรถมินิบัสปรับอากาศ จำนวน 2 คัน มีคนขับที่ชำนาญอย่างดี รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐมคอยดูแลและให้บริการทุกท่านตลอดเส้นทางอีกด้วย

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม กล่าวต่ออีกว่า การท่องเที่ยวของเราไม่ได้เน้นเฉพาะผู้สูงอายุ หากแต่ทั้งครอบครัวสามารถมาเพลิดเพลินร่วมกันกับทริปของเราได้ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละทริปมีความหลากหลาย ทั้งศิลปะอันสวยงาม วัดวาอาราม ตลาดชุมชนให้เลือกซื้อสินค้าและวัตถุดิบราคาดีมีคุณภาพ และยังได้เช็คอิน ถ่ายรูปสวยๆตามคาเฟ่ต่างๆ

จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดในประเทศไทย หากมีโอกาสอยากให้ลองมาเที่ยวจังหวัดนครปฐม และเข้ามาร่วมโครงการท่องเที่ยวขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม แล้วท่านจะพบว่า “นครปฐมมีดีมากกว่าแค่ทางผ่าน นครปฐมมีดีกว่าที่ทุกคนคิด”


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

วัดแตก !! ประชาชนหลายพันคนแห่ทอดกฐินวัดหนามแดง ครอบครัวรุ่งเสมอ หลีน้อย เจ้าภาพใหญ่

สมุทรปราการ – วัดแตก !! ประชาชนหลายพันคนแห่ทอดกฐินวัดหนามแดง ครอบ ครัวรุ่งเสมอ หลีน้อย เจ้าภาพใหญ่

วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ณ วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย นาวาเอกหญิง สุนทรี รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณวีรชัย รุ่งเสมอ เรือโท ไพศาล รุ่งเสมอ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ทอดถวายแด่วัดหนามแดง และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อ น.ต. ประจวบ รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณแม่สุนีย์ หลีน้อย ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อสนองตามเจตนารมย์ของทางคุณพ่อและคุณแม่

โดยกฐินสามัคคีในปีนี้ทาง บุตร-ธิดา หลาน รุ่งเสมอ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ร่วมในพิธีทอดกฐินครั้งนี้ โดยมี นายชาตรี อยู่วัฒนะ รองนายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ พร้อมด้วย กำนันกิตติพงษ์ อยู่วัฒนะ กำนันตำบลเทพารักษ์ นางสาวขวัญเรือน นาคทิม กำนันตำบลบางเมือง ตลอดจนกัลยาณมิตรวัดพระธรรมกาย คณะเจ้าภาพ อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนชาวตำบลบางแก้ว ร่วมแห่องค์ผ้ากฐินสามัคคี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสงเคราะห์พระภิกษุตามพุทธบัญญัติ สนับสนุนให้พระภิกษุมีผ้าไตรจีวรใช้ และเป็นการเทิดทูนพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชา นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาคในงานกฐินยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาวัดหนามแดง

โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูวิทูรกิจจาทร (บุญเลิศ ปญฺญาธโร แก้วน้ำค้าง) พระอาจารย์จาบ เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิจารณาผ้ากฐินสามัคคี นำคณะสงฆ์วัดหนามแดงประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา เจริญพระพุทธมนต์แด่คณะเจ้าภาพ ครอบครัวรุ่งเสมอและแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมในพิธี

นอกจากนี้ ทางคณะเจ้าภาพยังได้มอบเงินสมทบทุนสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่บิดา มารดา

ทั้งนี้ สำหรับยอดผ้ากฐินสามัคคีในปีนี้ของวัดหนามแดงที่ญาติโยมร่วมกันทำบุญเบื้องต้นเกือบ 4 ล้านบาท



ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ขอเชิญร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ “127 ปี ชาตกาล ดร.ตั้ว ลพานุกรม” ย้อนรำลึกผู้บุกเบิกงานวิทยาศาสตร์ไทย “จุดประกายวิทยาศาสตร์ สร้างอนาคตชาติ”

กรมวิทยาศาสตร์บริการ ขอเชิญร่วมสัมมนาเชิงวิชาการ “127 ปี ชาตกาล ดร.ตั้ว ลพานุกรม” ย้อนรำลึกผู้บุกเบิกงานวิทยาศาสตร์ไทย “จุดประกายวิทยาศาสตร์ สร้างอนาคตชาติ”

ดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 127 ปี ชาตกาลของ ดร.ตั้ว ลพานุกรม ผู้บุกเบิกงานด้านวิทยาศาสาตร์ไทย สู่อนาคตแห่งการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมูลนิธิ ดร.ตั้ว ลพานุกรม จึงได้กำหนดจัดสัมมนาเชิงวิชาการ “127 ปี ชาตกาล ดร.ตั้ว ลพานุกรม” ขึ้นในวันที่ 21 ตุลาคม 2568

(วศ.อว.) จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจและให้ความสำคัญในงานด้านวิทยาศาสตร์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานเจตนารมณ์ของ ดร.ตั้ว ลพานุกรม รัฐบุรุษผู้บุกเบิกงานวิทยา ศาสตร์ของไทย พร้อมปาฐกกถาพิเศษและเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากนักวิจัยชั้นนำของประเทศ อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.สุวบุญ จิรชาญชัย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รางวัลนักวิจัยคุณภาพสูง ประจำปี 2568 ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกมากมาย และภายในงานจะมีพิธีประกาศเกียรติคุณ “นักวิทยาศาสตร์ผู้มีคุณูปการต่อวงการวิทยาศาสตร์ไทย” โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง (อว.) เป็นประธาน ณ ห้องประชุมภูมิบดินทร์ ชั้น 6 อาคารสถาบันพัฒนานักวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์บริการ

โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานฯ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. โดยลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรี ผ่าน QR Code บนโปสเตอร์ที่แนบมา นี้หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2201-7439 (ฝ่ายจัดกิจกรรม) อย่าพลาดโอกาสสำคัญนี้กันนะคะ !!

กรมวิทยาศาสตร์บริการ #DSS #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #อุดมศึกษา #วิจัยและนวัตกรรม

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

AGRITHON By ARDA Season 2 ปิดฉากสุดเข้มข้น ! เผยโฉม “CHAMP OF THE YEAR” บนเวที Toyota Farm Expo 2025 ชูสุดยอดนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต

AGRITHON By ARDA Season 2 ปิดฉากสุดเข้มข้น ! เผยโฉม “CHAMP OF THE YEAR” บนเวที Toyota Farm Expo 2025 ชูสุดยอดนวัตกรรมพลิกโฉมเกษตรไทยสู่อนาคต

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ รายการ AGRITHON By ARDA Season 2 เวทีประกวดนวัต กรรมเกษตรเชิงธุรกิจที่เฟ้นหาสุดยอดนักคิดนักพัฒนาแห่งวงการเกษตรไทย โดยจัดขึ้นภาย ในงาน Toyota Farm Expo 2025 ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์จากนักวิจัย เกษตรกรรุ่นใหม่ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ ARDA ให้เกียรติมอบโล่และเงินรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ “CHAMP OF THE YEAR” หลังจากผ่านการคัดเลือกเข้มข้นจากผู้ชนะประจำสัปดาห์ 20 คน ใน 4 หมวดนวัตกรรม มาร่วม Pitching สดบนเวทีใหญ่ เพื่อชิงชัยสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี

การแข่งขันในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรหลัก ได้แก่ ARDA Toyota CLP Engineering และ การยางแห่งประเทศไทย (RAOT) โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันนวัตกรรมเกษตรไทยสู่ “เกษตรมูลค่าสูง (High Value Agriculture)” ที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และแนวทาง การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ (SDGs)

สำหรับผู้ชนะการแช่งขันและได้รับรางวัลจาก AGRITHON By ARDA Season 2 ได้แก่

  • รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 (เงินรางวัล 100,000 บาท) “เส้นหวายรักษ์โลก” : คุณวรัญชลี สุวรรณพิมลกุล แนวคิดสุดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นรักษ์โลก ร่วมกับสมาคมผู้พิการและวิสาหกิจชุมชน สร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่า และลดขยะอย่างยั่งยืน พร้อมเตรียมต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นสีเขียวในอนาคต
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (เงินรางวัล 20,000 บาท) “ผงจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย : คุณจิรศักดิ์ นาคานารา นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่ใช้พลังของจุลินทรีย์ในการย่อยสลายของเสียจากภาคเกษตรและชุมชน ลดมลภาวะ คืนคุณภาพน้ำ และสามารถขยายใช้ได้ในฟาร์มทั่วประเทศ
  • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 (เงินรางวัล 10,000 บาท) “กับดักราแมลงกำจัดแมลงวันผลไม้” : คุณเชษฐธิดา ศรีสุขสาม เทคโนโลยีด้าน Agritech ที่เปลี่ยนแนวทางการจัดการสวนผลไม้ของไทย ด้วยกับดักราแมลงนวัตกรรมใหม่ ปลอดสารเคมี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

AGRITHON By ARDA นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ “คิด–สร้าง–เปลี่ยน” วงการเกษตรไทยอย่างแท้จริง โดยนำองค์ความรู้ทางวิจัยและเทคโนโลยีมาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ เกิดเป็นธุรกิจนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกษตรของไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นายศิโรจน์ฯ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลองค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยมแก่ คุณอรวรรณ บุณยธาดา บรรณาธิการ อาวุโสฯ

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลองค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยมแก่คุณอรวรรณ บุณยธาดา บรรณาธิการ อาวุโสฯ

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2568 ที่ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลองค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม (Excellent Collaboration) แก่คุณอรวรรณ บุณยธาดา บรรณาธิการ อาวุโส Times of Bahrain Thai

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รางวัล International ประกอบด้วย

  • องค์กรที่ให้ความร่วมมือที่ดีเยี่ยม (Excellent Collaboration)
    • Times of Bahrain Thai .
    • Arpan Weekly Newspaper Nepal.
  • บุคคลผู้ที่ให้ความร่วมมือที่ยอดเยี่ยม (Excellent Collaborator)
    • Mr. Chiran Shakya
    • Mrs. Chollakorn Achermann
    • Pong’s Thai Restaurant
    • Aroy Dee Thai
  • สำหรับรางวัลสุดยอดนักข่าวประจำปี 2566-2567 มี รองศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนันท์ ศิริเจริญ อาจารย์สอนวิชาสื่อสารมวลชน มหาวิทยาชั้นนำ อาจารย์เกษียณจากคณะนิเทศศาสตร์ มหา วิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ปัจจุบันสอนพิเศษที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน ผลดังนี้
  • ประเภท องค์กร
    • รางวัลสุดยอดข่าว สืบสวนสอบสวน อันดับ 1 สกู๊ป เปิดโปงขบวนการค้ายาเสพติด SEE TRUE สังกัด ไทยรัฐ ทีวี
    • รางวัลชมเชย ข่าวปอบแล้วไปไหน พิพากษาโดยศาลเตี้ย ไล่ออกจากชุมชน ความขัดแย้งมรดกผลักคนให้เป็นปอบ สังกัด สำนักข่าว เดอะ อีสานเรคคอร์ด
  • สำหรับรางวัลส่งเสริมนวัตกรรมการใช้โดรนในการถ่ายภาพข่าว นักข่าวอุปกรณ์พิเศษ (Reporter Special Accessories) ตัวย่อ (RSA) ด้วยการให้รางวัลในสาขานี้เป็นหมวกนักบินโดรน เพื่อเป็นเอกลักษณ์ รางวัลกิตติมศักดิ์ ได้แก่ นายอัมพร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าว พิเศษ สำนักข่าวไทย ประจำพัทยา จังหวัดชลบุรี กองข่าว ภาคกลาง ทีมโดรน ช่อง 9 MCOT HD และทีมโดรน ไทยรัฐ ทีวี
  • ประเภท บุคคล รางวัลนักข่าวยอดเยี่ยม
    • นายณัฐดนัย นะราช สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเปิดคลิปมัดแก๊งลูกตำรวจ ฆ่าป้าบัวผัน
    • นางสาวเพ็ญสิริ เอกพัฒนกุล สังกัด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ข่าวเน็ตไอดอลสาวชาวเมียนมา ถูกทิ้งศพหมกบ่อน้ำ
    • นายภาณุพงศ์ สุรภาพ สังกัด ช่องอมรินทร์ ข่าวน้องนุ่นถูกฆ่าเผานั่งยาง
  • รางวัลนักข่าวจิตอาสา
    • นายกิตติโชค ช่างเพชรผล สังกัด มหานครข่าว จากการใช้เวลาว่างไปเป็นโค้ชสอนเยาวชนให้เล่นฟุตซอล เพื่อห่างไกลจากอบายมุข และบริจาคเลือดให้สภากาชาดเป็นประจำมากกว่า 60 ครั้ง
  • รางวัลนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2566-2567 ประกอบด้วย
    • รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง อันดับ 1. ข่าวทางม้าลายไทย ปลอดภัยจริงไหม ของคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
    • รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง อันดับ 2.ข่าวปล่อยขบวนแห่พระ เทศกาลกินเจหาดใหญ่ ประจำปี 2566 ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
    • รางวัลชมเชย
      • ข่าวเรื่องนวดๆ ที่ทุกคนยังไม่มีใครรู้ ของ สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
      • ข่าวชีวิตในความมืดกับความท้าทายในการหางานทำ ของคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
      • ข่าวมิจฉาชีพหลอกลงทะเบียนรับคืนเงินจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ของ นางสาวพิชญาภา อินทร์แหยม สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้
      • ข่าวอย่าหาทำฟื้นคืนชีพถ่านไฟฉาย ของ นายนันท์มนัส ฮดคำ สังกัด เพจเด็กเก่งวันนี้
  • เพจข่าวป้ายแดง ยอดเยี่ยม ได้แก่ เพจเด็กเก่งวันนี้

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิบรรเทาภัย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคกลาง

มูลนิธิบรรเทาภัย ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคกลาง

มูลนิธิบรรเทาภัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา,อ่างทอง และสิงห์บุรี โดยมี คุณนภัค บุญณัขนิธินาถ รองประธานมูลนิธิบรรเทาภัย,นายชวเลิศ วิไล เลขานุการมูลนิธิบรรเทาภัย และ นายมนตรี ขวัญพราย กรรมการมูลนิธิบรรเทาภัย พร้อมด้วยทีมงานมูลนิธิบรรเทาภัย นำขบวนรถบรรทุกถุงบรรเทาภัยออกจากศูนย์ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

  • จุดแรก เวลา 09.30 น. ทีมลงพื้นที่บริเวณปากทางเข้าวัดสีกุก อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบถุงยังชีพจำนวน 70 ถุง ให้แก่ประชาชนกว่า 40 ครัวเรือน พระสงฆ์ 10 รูป และลงเรือเข้าไปมอบถุงบรรเทาภัยอีก 20 ถุงในพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง
  • จุดที่สอง เวลา 12.30 น. ที่โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มอบถุงยังชีพอีก 70 ถุง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่รอบโรงพยาบาล ผู้ป่วย รวมถึงมอบให้กับทางโรงพยาบาล เพื่อใช้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
  • จุดสุดท้าย เวลา 15.30 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ทีมมูลนิธิได้มอบของช่วยเหลือรวม 70 ชุด ให้แก่ประชาชนที่ร่วมทำฝายกั้นน้ำท่วมและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ พร้อมส่งมอบให้ อบต. ชีน้ำร้าย เพื่อกระจายความช่วยเหลือต่อ

คุณนภัค บุญณัขนิธินาถ รองประธานมูลนิธิบรรเทาภัย กล่าวถึงการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า “สิ่งของที่เรานำมามอบวันนี้อาจไม่มาก แต่เราอยากให้เป็นกำลังใจแก่พี่น้องที่ได้รับผลกระทบ ให้รู้ว่าคนไทยไม่ทอดทิ้งกัน ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนอยากช่วยแบ่งเบาความเดือดร้อน และจะยังคงร่วมมือกันต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” มูลนิธิบรรเทาภัย ยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้

น้ำท่วม2568 #มูลนิธิบรรเทาภัย #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #อยุธยาอ่างทองสิงห์บุรี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดลงพื้นที่ซับน้ำตา เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รุดลงพื้นที่ซับน้ำตา เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัย บริเวณต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง พร้อมมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรวม 7 ราย ณ บริเวณมูลนิธิสว่างพรกุศล จ.ระยอง

เมื่อวันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัยฯ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จำนวน 6 ครอบครัว 9 คน โดยมอบเงินสดคนละ 3,500 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภครายครอบครัว จำนวน 3 ชุด รายบุคคล จำนวน 3 ชุด และมอบเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 20,000 บาท รวม 7 ราย รวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้น 183,500 บาท

นอกจากนี้ มูลนิธิสว่างพรกุศล จังหวัดระยอง ร่วมมอบเงินค่าฌาปนกิจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 10,000 บาท รวมการช่วยเหลือทั้ง 2 องค์กรคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 253,500 บาท (สองแสนห้าหมื่นสามพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมี นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง พร้อมด้วย คณะมูลนิธิสว่างพรกุศล จังหวัดระยอง เป็นผู้ประสานและร่วมในพิธี ณ บริเวณมูลนิธิสว่างพรกุศล จังหวัดระยอง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอแสดงความเสียใจ และขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทุกท่านมา ณ ที่นี้

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายๆ ทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ดังปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ”ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต””

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” #แอปพลิเคชัน และ #สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.ทท. กำชับเข้ม ตร.ท่องเที่ยวอีสาน ดูแลนักท่องเที่ยวงานประเพณี “ไหลเรือไฟ – บั้งไฟพญานาค”

ผบช.ทท.กำชับเข้ม ตร.ท่องเที่ยวอีสาน ดูแลนักท่องเที่ยวงานประเพณี “ไหลเรือไฟ – บั้งไฟพญานาค”

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) สั่งการให้ พล.ต.ต. โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2, ว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร และ ตำรวจท่องเที่ยวภาคอีสาน เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลวันออกพรรษา โดยเฉพาะในงานไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และ งานบั้งไฟพญานาค จังหวัดหนองคาย ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันในวันที่ 7 ตุลาคม 2568

ตำรวจท่องเที่ยวนครพนม และ ตำรวจท่องเที่ยวหนองคาย ได้จัดชุดสายตรวจ,สายตรวจจักรยาน และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ประจำจุดและเดินเท้าดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในพื้นที่จัดงาน โดยนักท่องเที่ยวสามารถขอความช่วยเหลือได้ผ่านสายด่วน 1155 รองรับ 8 ภาษา หรือแอปพลิเคชัน “Thailand Tourist Police” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดยใช้กล้องวงจรปิด AI ที่เชื่อมข้อมูลบุคคลตามหมายจับกับ บช.ก. มาช่วยคัดกรองบุคคลตามหมายจับและบุคคลเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุให้นักท่องเที่ยว โดยในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอิสาน สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจากกล้อง AI แล้ว จำนวน 256 ราย จากยอดจับกุมผู้ต้องหาจากกล้อง AI ทั่วประเทศ จำนวน 520 ราย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน