อบต.ทุ่งขวาง จัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ ประจำเดือน ตุลาคม 2568

องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ได้ดำเนินการจัดโครงการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรม โรง เรียนผู้สูงอายุ ประจำเดือน ตุลาคม 2568 โดยมี นายจอมใจ กองเกตุใหญ่ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง เป็นผู้กล่าวเปิดโครงการ พร้อมด้วย นางแสงเทียน เศรษฐวิทยา รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นายสมทรง มากลัด ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งขวาง, นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวางผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, สมาชิกสภาฯ, สารวัตรกำนัน, แพทย์ประจำตำบล ,ผู้นำชุมชน, ชมรมผู้สูงอายุ, เจ้าหน้าที่ อบต.ทุ่งขวาง, เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ทุ่งขวาง เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศาลาเอนกประสงค์ หมู่ที่ 6

ในการนี้ นายวิเชียร คำจุ้ย กำนันตำบลทุ่งขวาง ได้นำน้ำส้มมาแจกให้กับผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ร่วมแถลงผลงาน สืบสวนภาค 1 จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ร่วมแถลงผลงาน สืบสวนภาค 1 จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่

ตามนโยบายของนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาด ไทย ได้ยกระดับนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและมาตการการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งอาชญากรรมอื่นๆ ตามมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อความมั่นคงของประเทศในอนาคต

วันอังคารที่ 14 ต.ค.2568 เวลา 11.00 น. ณ บริเวณหน้าอาคารตำรวจภูธรภาค 1 : พล.ต.ท. วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช. ภ.1, พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดที่มีอำนาจหน้าที่เร่งรัดสืบสวนปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 อย่างเด็ดขาดและจริงจัง

บก.สส.ภ.1 นำโดย พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก. ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.1 บก.สส.ภ.1

ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาขนบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 รายดังนี้

  1. นาย มัรวานฯ อายุ 23 ปี ชาว ต.ลำไพล อ.เทพา จ.สงขลา ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้ เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” และ
  2. นาย อิลรอเฮงฯ อายุ 28 ปี ชาว ต.ท่าน้ำ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560”

ของกลางที่ได้จากการตรวจยึด บุหรี่ไฟฟ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น 48,301 ชิ้น, รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น รีโว้ สีขาว จำนวน 1 คัน, รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น รีโว้ สีเทา จำนวน 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Nokia จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Oppo จำนวน 1 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung จำนวน 1 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ริมถนนสาธารณะ หมู่ 6 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร

มีพฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 28 ก.ย.2568 เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมนายจีรพิวัฒน์ฯ พร้อมด้วยของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 4,476 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 3,088,440 บาท ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้ามหรือที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ดำเนิดคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาจากการสืบสวนขยายผลพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้า จากพื้นที่ภาคใต้ ขึ้นมากระจายในพื้นที่ภาคกลาง เพิ่มเติม โดยพบรถยนต์กระบะตู้ทึบสีเทา และรถยนต์กระบะตู้ทึบสีขาว เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้คอยเฝ้าสังเกตการณ์และทำการติดตามจนตรวจพบขณะกลุ่มผู้ต้องหา ลักลอบลำเลียง บุหรี่ไฟฟ้าของกลางจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยได้เข้าแสดงตัวขอทำการตรวจค้น และจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 นายมัรวาน ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะสีขาว พร้อมด้วยของกลางบุหรี่ไฟฟ้า ยี่ห้อ M ZERO จำนวน 19,441 ชิ้น และผู้ต้อง หาที่ 2 นายอิลรอเฮง ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะตู้ทึบสีเทา พร้อมด้วยของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 28,640 ชิ้น รวมของกลางทั้งหมด 48,301 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยของกลางทั้งหมดถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ภาคใต้ และนำมาจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง มีของกลางมูลค่ารวมประมาณ 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาท)

ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการกระทำผิดดังกล่าวว่าได้มีกลุ่มบุคคลได้ลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้ามาจัดจำหน่าย ซึ่งอาจทำให้วัยรุ่นและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และประชาสัมพันธ์ว่าการมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในความครอบครอง มีความผิดทางกฎหมาย ทั้งนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว โดยใช้มาตรการลงโทษทางกฎหมายในฐานความผิดขั้นสูงสุด เพื่อเป็นแบบอย่างมิให้การกระกระทำความผิด และจะดำเนินการจับกุมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป โดยหากพบเห็นการกระทำผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดดังกล่าว สามารถแจ้งไปยังสายด่วน 191 เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป


“รมว.ธรรมนัส” ลงพื้นที่สมุทรสงคราม ติดตามภารกิจกรมประมง กำจัดปลาหมอคางดำ–ถอนเรือประมงจากระบบ สร้างสมดุลทรัพยากรทะเลอย่างยั่งยืน

“รมว.ธรรมนัส” ลงพื้นที่สมุทรสงคราม ติดตามภารกิจกรมประมง กำจัดปลาหมอคางดำ–ถอนเรือประมงจากระบบ สร้างสมดุลทรัพยากรทะเลอย่างยั่งยืน

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อติดตามความคืบหน้า 2 โครงการสำคัญของกรมประมง ได้แก่

  1. โครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ กรมประมงดำเนินการตาม “แผนปฏิบัติการ ปี 2567–2570” ผ่าน 7 มาตรการสำคัญ เช่น : กำจัดปลาหมอคางดำ ได้แล้วกว่า 7.32 ล้านกิโลกรัม ครอบคลุมพื้นที่ 19 จังหวัด เหลือการระบาดใน 17 จังหวัด โดยมีแนวโน้มลดลง ปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพง ปลาช่อน รวมกว่า 1.13 ล้านตัว แปรรูปปลาหมอคางดำ ไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ ปลาร้า และปลาป่น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 34 ล้านบาท จัดตั้งระบบแจ้งเตือน พร้อมออกประกาศ ห้ามเพาะเลี้ยงและเคลื่อนย้าย แล้ว 7 ฉบับ ดำเนินโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” ส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ ศึกษาการเลี้ยง ปลาหมอคางดำ 4n เพื่อควบคุมประชากรในระบบนิเวศ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำรวมกว่า 75 ล้านตัว หรือคิดเป็น 96.6% ของแผนปี 2568
  2. โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อจัดการทรัพยากรทะเลอย่างยั่งยืน รัฐบาลอนุมัติวงเงิน 1,622 ล้านบาท เพื่อชดเชยเรือประมง 923 ลำ ทั่วประเทศ มีเรือประสงค์ออกนอกระบบ 804 ลำ ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยแล้ว 726 ลำ รวมวงเงินกว่า 1,004 ล้านบาท

โครงการนี้มุ่งลดจำนวนเรือให้สอดคล้องกับศักยภาพทรัพยากรทะเล เพื่อให้สามารถฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ชาวประมงเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น

ในโอกาสนี้ รมว.ธรรมนัสฯ ได้ มอบป้ายโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ แก่ชาวประมงที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมย้ำถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรและชาวประมงทั้งด้านอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังและยั่งยืน


สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.60ปี)

สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโสองค์กรระหว่างประเทศ ลงพื้นที่หาแนวทางขับเคลื่อนโครงการสร้างบ้านให้ลิงแสมบางขุนเทียนพื้นที่ 12 ไร่

ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโสองค์กรระหว่างประเทศลงพื้นที่หาแนว ทางขับเคลื่อนโครงการสร้างบ้านให้ลิงแสมบางขุนเทียนพื้นที่ 12 ไร่

เมื่อเร็วๆนี้ทางมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง และ เครือข่ายอนุรักษ์และแก้ไขปัญหาลิงแสมบาง ขุนเทียน ขอขอบ พระคุณ ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโส องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และผู้ทรงคุณวุฒิ (กสศ.) ที่ได้ลงพื้นที่ ถิ่นเดิมคุณกะลา เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนโครงการสร้างบ้านให้ลิงแสมบางขุนเทียนในพื้นที่ 12 ไร่ เพื่อเป็น การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างลิงและคนในชุมชนที่มีลิงรบกวนในพื้นที่บางขุนเทียนที่มีปัญ หามาเป็นเวลาที่ยาวนานมาก

ปัญหาเกี่ยวกับลิงที่เกิดขึ้นในพื้นบางขุนเทียน มี 2 ประเด็นคือปัญหาลิงรบกวนชาวบ้านในชุมชนและซึ้งเกิดขึ้นในชุมชนเทียนทะเลซอย 22 และเอื้ออาทรแสมดำ 17 และที่ไร้ที่อยู่อาศัยคือบริเวณถิ่นเดิมคุณกะลา ทั้ง 2 สภาวะของคนความหวังที่จะสามารถจะแก้ปัญหานี้ได้คือพื้นที่ 12 ไร่ที่มีโฉนดเป็นของลิงแสมบางขุนเทียน ขอบพระคุณ ดร จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ อย่างสูงนะครับ ที่ท่านมาลงพื้นที่หลายครั้ง และยังพยายามหาทางขับเคลื่อนทั้งในพื้นและในนอกพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือในเรื่องนี่ให้ถึงที่สุด

#มูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง #กู้ภัย4ขาสมุทรปราการ #คลีนิกคุณกะลารักษาสัตว์ #เครือข่ายอนุรักษ์และแก้ไขปัญหาลิงแสมบางขุนเทียน #กรมอุทยาน #สำนักงานเขตบางขุนเทียน


นางสาวกวินภัสน์ มงคลเตชาพัฒน์ ประธานมูลนิธิ ให้ข้อมูลข่าวสาร

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อบรมเสริมพลังนักวิจัย–ภาครัฐและชุมชน เดินหน้าท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

อบรมเสริมพลังนักวิจัย–ภาครัฐและชุมชน เดินหน้าท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

เมื่อวันที่ 11–12 ตุลาคม 2568 ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยรศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท สังกัดคณะเกษตรศาสตร์ฯ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ “การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในภาคตะวันออก” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับ ทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ในหัวข้อการอบรม “การวิเคราะห์ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การประเมินศักยภาพพื้นที่เกษตร การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเทคนิคการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น การจัดการขยะ การใช้พลังงานทดแทน และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคาร์บอนต่ำ

บรรยากาศอบรมเต็มไปด้วยความคึกคักและสร้างแรงบันดาลใจ โดยทีมวิทยากรจากมหา วิทยาลัยนเรศวรเน้นให้ผู้เข้าร่วม “คิด ลงมือ และต่อยอด” เพื่อสร้างโมเดลการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ทั้งสร้างรายได้และรักษ์โลกไปพร้อมกัน สะท้อนจุดมุ่งหมายสำคัญของโครงการที่มุ่งขับเคลื่อน ภาคการท่องเที่ยวไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน

รวมผู้อบรม 60 คน จากสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เกษตรกร นักวิชาการการเกษตร และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ดร.ณัฏฐ์” หนุนกิจกรรม “เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน 2025” ฉลอง 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ฯ

“ดร.ณัฏฐ์” หนุนกิจกรรม “เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน 2025” ฉลอง 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ฯ

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ณ มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา กรุงเทพฯ : ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.) ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือการจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน 2025” เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี สภท.

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 04.00 น. ณ บึงพลาญชัย ลานสาเกตนคร (หอโหวด) จ.ร้อยเอ็ด โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานเปิดงานและปล่อยตัวนักกีฬา

รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาแก่ บุตร-ธิดาสมาชิกสมาคมฯ และโรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาในท้องถิ่น

ดร.ณัฏฐ์ฯ กล่าวสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว พร้อมชื่นชมวัตถุประสงค์ที่ดีในการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย มีสุขภาพที่ดี และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมส่งเสริมสังคมปลอดยาเสพติด และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชน

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย #มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา #เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน2025


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พสกนิกรชาวดอนเจดีย์ จัดกิจกรรมทำความดีถวายในหลวง ร.9

สุพรรณบุรี – พสกนิกรชาวดอนเจดีย์จัดกิจกรรมทำความดีถวายในหลวง ร9

ที่ลานพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พสกนิกรกลุ่มรักบ้า เกิด กลุ่มพันธมิตร จิตอาสา ผู้ประกอบการร้านค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันจัดกิจกรรมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึก เนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยนายสกนธ์ บุญศรีสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลดอนเจดีย์ ได้จัดตั้งเต็นท์ บริการให้พสกนิกรกลุ่มรักบ้านเกิด กลุ่มพันธมิตร จิตอาสา ผู้ประกอบการร้านค้า นำอาหาร คาวหวาน น้ำดื่ม มาบริการให้ประชาชนชาวอำเภอดอนเจดีย์และประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับประทาน นอกจากนี้ พระครูพิทักษ์ศาสนวงศ์ (หลวงพ่อไก่) ได้มอบหมายให้ คณะสงฆ์ แม่ชี วัดตรีวิสุทธิธรรม นำข้าวสาร บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัมน้ำตาลทรายขาว ถุงละ 1 กิโล อย่างละ 500 ถุงมามอบให้กับประชาชนเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และร้านเสริมสวยฝนพื้นที่ อำเภอดอนเจดีย์ ได้พร้อมใจกันมาออกร้านตัดผมฟรีให้ประชาชนทั้งชายหญิง

การจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ บรมชมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระ องค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นการน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไทยทุกพระองค์ ซึ่งพสกนิกรกลุ่มรักบ้านเกิด กลุ่มพันธมิตร จิตอาสา ผู้ประกอบการร้านค้า ประชาชนชาวอำเภอดอนเจดีย์ ทุกหมู่เหล่าได้จัดกิจกรรม ทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ ต่อเนื่องมาปีนี้เป็นปีที่ 9 และจะจัดต่อเนื่องทุกปีตลอดไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์งานตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง

วันที่ 12 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง คือ

1.) ตำรวจพายเรือลุยน้ำท่วม รับแจ้งความถึงหน้าบ้าน

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้านเรือน 200 หลัง ในชุมชนเกาะพระ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอบางปะอิน ยังเผชิญปัญหาน้ำท่วมสูง แม้เขื่อนเจ้าพระยาจะลดอัตราระบายน้ำท้ายเขื่อนเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเวลาออกไปทำธุระนอกบ้าน แถมตอนนี้ยังเดือดร้อนสมุดบัญชีหาย จะต้องไปแจ้งความก็ไปไม่ได้

แต่ไม่ต้องกังวล สภ.บางปะอิน มี โรงพักเคลื่อนที่ทางน้ำ โดยพันตำรวจเอก อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการ สภ.บางปะอิน นำพนักงานสอบสวน พายเรือลุยน้ำท่วมรับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันถึงบ้าน โดยประสานผู้ใหญ่บ้านรวบรายชื่อผู้เดือดร้อนที่ต้องการแจ้งความมา

นางอนันต์ บอกว่า บ้านถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน สมุดบัญชีธนาคารสูญหาย ไม่สะดวกเดินทางไปแจ้งความ ทำให้ไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ พอรู้มีตำรวจลงพื้นที่รับแจ้งความ รีบแจ้งความประสงค์ เพราะเกรงจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วม 9,000 บาท

ไม่ใช่แค่รับแจ้งความ แต่ความเดือดร้อนอย่างอื่นเช่น มีปัญหากับเพื่อนบ้าน หลังวัว-ควายมากินพืชผักที่ปลูกไว้ ตำรวจก็ลงพื้นที่ประสานเจรจา่ให้ ถึงแม้การทำงานในสภาพน้ำท่วมจะลำบาก แต่ตำรวจทุกปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ทอดทิ้งแม้ในยามวิกฤตน้ำท่วม

ขอบคุณทีมข่าวช่อง7HD

2.) ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอผักไห่

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ. ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรผักไห่ ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลกุฎี อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งลงเรือตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้กำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน

ในการนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตอนหนึ่งว่า “ตำรวจทุกนายมีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะอยู่เคียงข้างประชาชน และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์” นอกจากนี้ ยังได้มอบกรวยจราจรให้แก่สถานีตำรวจภูธรผักไห่ เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป

3.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

ตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของ ผู้ประสบอุทกภัย “ไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่ยังเป็นผู้พิทักษ์น้ำใจในยามทุกข์ภัย” ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน

ภายใต้การอำนวยการ ของ พ.ต.อ.ชาญภาค สุวรรณชื่น ผกก.สภ.ฯ ได้มอบหมายชุดสายตรวจออกตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ม.4 ต.คลองสะแก มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์และให้กำลังใจประชาชน

4.) 5 สาเหตุไฟไหม้ในบ้าน ที่ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันยังคงเกิดเหตุอัคคีภัยภายในบ้านพักอาศัยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำประชาชนให้ตระหนักถึง 5 สาเหตุหลักของการเกิดอัคคีภัยในครัวเรือน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและป้องกันได้ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนี้

  1. ระบบไฟฟ้าเก่าเสื่อมสภาพ — สายไฟที่ใช้งานมานานอาจชำรุด ฉนวนหุ้มกรอบ แตก หรือหลุดออก ทำให้เกิดการรั่วของกระแสไฟและไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย
  2. ปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐาน — ปลั๊กพ่วงราคาถูก ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ไม่มีสวิตช์ตัดไฟ หรือใช้งานเกินกำลังไฟที่กำหนด อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนไฟลุกไหม้
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด — เช่น สายไฟหลุด รอยไหม้บริเวณปลั๊ก หรือมีเสียงและกลิ่นผิดปกติ ควรซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
  4. แก๊สหุงต้มรั่วซึม — มักเกิดจากสายยางแก๊สแตกร้าว หัวปรับแก๊สหลวม หรือวาล์วแก๊สไม่ปิดสนิท เมื่อเกิดประกายไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดได้
  5. จุดไฟโดยไม่ระวัง — เช่น การจุดธูป เทียน หรือบุหรี่แล้วทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล ซึ่งเป็นสาเหตุไฟไหม้ในบ้านที่พบได้บ่อย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้พี่น้องประชาชน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์แก๊สเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว และหากได้กลิ่นแก๊สภายในบ้าน ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือจุดไฟโดยเด็ดขาด ให้รีบปิดวาล์วแก๊สและเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทันที

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเหตุเพลิงไหม้ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วนดับเพลิง 199 หรือ สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ไฟไหม้ #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ #Royalthaipolice


พล.ต.ต.ไพโรจน์ฯ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดผยว่า…….

วันที่ 10 ต.ค. 68 เวลา 07.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 ประธานพิธีฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช. ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต. ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1, คุณเนาวรัตน์ ยี่จีน ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

โดยมีการจัดกิจกรรม ดังนี้ 1.พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานฯ, 2.พิธีตักบาตรพระสงฆ์, 3.พิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมี คณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1, คณะ รอง ผบก.อก.ภ.1, รอง ผบก.สส.ภ.1, รอง ผบก.กค.ภ.1, ข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.อก.ภ.1, บก.สส.ภ.1 และ บก.กค.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีฯ ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1


พล.ต.ต.อภิรักษ์ฯ รอง ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยม และประชุม หน.จร.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ ณ สภ.บางแก้ว

วันที่ 9 ต.ค.68 เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1 ได้ตรวจเยี่ยม และประชุม หน.จร.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ ณ สภ.บางแก้ว โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมดังนี้
พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ. บางแก้ว, หน.จร. ทุก สภ.ใน ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ประชุม กำชับสั่งการและเน้นย้ำ หน.จร. ทุก สภ. ในการทำหน้าที่ในการอำนวยการจราจรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือในช่วงที่มีการจราจรติดขัด ให้มีมาตรการรองรับในการแก้ไขปัญหา และให้มีการประสานการทำงานระหว่างพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบ และนำเทคโนโลยี มาช่วยงานด้านการจราจร เช่น กล้อง cctv ที่ดูได้แบบ real time และระบบในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ดูตัวอย่างของ สภ.บางแก้ว ที่วางระบบไว้ดีแล้ว
ให้เข้มงวดในการกวดขันวินัยจราจร และช่วยกันส่งเสริมภาพลักษณ์ในการปฎิบัติหน้าที่ การถวายความปลอดภัยในเส้นทางเสด็จ ให้เรียบร้อย และสมพระเกียรติ และให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัด