วัดสามง่าม จัดทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยมีชาวอินโดนีเซีย เดินทางมาเป็นประธานองค์กฐิน

วัดสามง่าม จัดทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยมีชาวอินโดนีเซีย เดินทางมาเป็นประธานองค์กฐิน

ณ วัดสามงาม (อรัญญิการาม) ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม จัดทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 สมทบทุนสนับสนุน การดำเนินงานด้านสาธารณูปการ งานการศึกษา งานเผยแผ่ งานสาธารณเคราะห์ของวัด โดย พระอธิการอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม (อรัญญิการาม) ประธานฝ่ายสงฆ์, นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานฝ่ายฆารวาส ซึ่งในการทอดกฐินครั้งนี้ มี นายอัลเบิรด์ เค บูดีมาน เป็นประธานองค์กฐิน, นายสมรัก มีใจดี ประธานดำเนินการ พร้อมด้วย นายจิราวัฒน์ ปิงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเศบาลสามง่าม และ คณะกรรมการวัดสามง่ามและชาวบ้านใกล้เคียงร่วมกันจัดงานทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ โดยมีสาธุชนร่วมบุญเป็นจำนวนมาก

พิธีการเริ่มด้วย นายอัลเบิรต์ เค บูดีมาน ประธานองค์กฐิน พร้อมด้วย นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอดอนตูมประธานฝ่ายฆารวาส และนายก สมรัก มีใจดี ประธานฝ่ายดำเนินการ จุดธูป เทียน บูชาพระรัตนตรัย ต่อด้วย บูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล พระสงฆ์จำนวน 4 รูป กล่าวอัปโลกนกรรม ต่อด้วย น้อมถวายผ้ากฐินแด่พระภิกษุผู้จำพรรษาถ้วนไตรมาส ต่อด้วยถวายจตุปัจจัย เครื่องไทยธรรม ต่อด้วย พระอธิการอนุชิต อนุชิโต เจ้าอาวาสวัดสามง่าม กล่าวสัมโมทนียกถา ต่อด้วยกรวดน้ำรับพร

หลังจากนั้น เจ้าอาวาสวัดสามง่าม ได้มอบของที่ระลึกให้กับประฐานองค์กฐิน และผู้ร่วมงานทุกท่านเป็นอันเสร็จสิ้นพิธี


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและช่วยเหลือ ในช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว เน้นย้ำ สะดวก ปลอดภัย และความเป็นธรรม นทท.

ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและช่วยเหลือ ในช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว เน้นย้ำ สะดวก ปลอดภัย และความเป็นธรรม นทท.

วันที่ 18 ต.ค. ที่บริเวณลานจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานปล่อยแถว เจ้าหหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กองกำกับการ1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว3, ตำรวจ สภ.ชะอำ, เจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองชะอำ, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอชะอำ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี, ตำรวจกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3, เจ้าหน้าที่กู้ภัย อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว ในการระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในช่วงเปิดฤดูท่องเที่ยว โดยมี พ.ต.ท.อาณัฐชัย ก้อนทอง สว.ส.ทท.2 กก.1 บก.ทท.3, นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ, ดร.ปณิดาภา สวนแก้ว ผู้อำนวยการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี, นายธเนศ นาเมือง ปลัดอำเภอชะอำ, พ.ต.อ.อภิรัก เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำชะอำ, ผอ.ททท.เพชรบุรี และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า วันนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ใน3มาตรการสำคัญ คือ ความสะดวก ปลอดภัย และความเป็นธรรม ตำรวจท่องเที่ยวมีมีศูนย์ 1155 และแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police Application (TPB App) ที่มีผู้ใช้งานกว่า 2 แสนคน ความปลอดภัยยังได้มีความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมบังคับใช้กฎหมายในคดีสำคัญที่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นความผิดที่ต้องมุ่งแน่นกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ความเป็นธรรมกรรีที่นักท่องเที่ยวประสบเหตุต่างๆ ต้องได้รับความเป้นธรรมข้อมูลดังกล่าวต้องรายงานถึงสถานทูตและกระทรวง สำหลังการเตรียมการในช่วงHigh Season ได้มีการอบรมอาสาสมัครทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 8,500 คน

นอกจากนี้ยังได้นำนวัตกรรมกล่องเอไอเข้ามาใช้ในแหล่งท่องเที่ยวเพื่อตรวจเช็คบุคลตามหมายจับตามแหล่งท่องเที่ยวต่างของไทย ที่ผ่านมาสามรารถจับกุมได้แล้ว 530 ราย เพื่อเป็นการสร้างพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดภัย และภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้จะมีรถโมบายอีกจำนวน 10 คัน จะมาอยุ่ในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่เพื่อไว้ค่อยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทุกกรณี ปัจจุบันสถิตินักท่องเที่ยวถือว่าดีขึ้น นโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเราแน่เรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและแน่เรื่องการเป็นเจ้าบ้านที่ดี

ฝากถึงพี่น้องประชาชนควรเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพและเป็นเจ้าบ้านที่แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในบ้านของเรา ทุกจังหวัดมีการเตรียมความพร้อมเปิดศูนย์ปฏิบัติความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานในพื้นที่ มีการลงพื้นที่ตรวจแหล่งท่องเที่ยว เตรียมความพร้อมในกรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น สายด่วน 01155 ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง บริการ 8 ภาษา ครอบคลุมทั่วประเทศ หากนักท่องเที่ยวไม่ได้รับความเป็นสามารถมาแจ้งได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 32 สถานีหรือสายด่วน 01155 เจ้าหน้าที่จะดูแลให้ความเป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน พาคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมเทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ ศาลปึงเถ่ากงน่านวันแรก

น่าน – ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมเทศกาลกินเจวันแรกศักดิ์สิทธิ์ได้ อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ วันแรกบรรยากาศคึกคัก ณ ศาลปึงเถ่ากงน่านอายุ 122 ปี

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ ศาลเจ้าปึงเท่ากงน่าน ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายธนากร รัชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากง พร้อมด้วยคณะกรรมการศาลเจ้าปึงเถ่าน่าน อายุ 122 ปี จัดเทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ บูชา 6 เทพเจ้า สวดเต็กก่าซิมเตี้ยงขอพรองค์จี้กง ให้ประชาชนผู้ที่มาร่วมกินเจได้อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญด้วย

อาหารเจผักผลไม้มงคล ได้แก่ ผักกวางตุ้ง (ความเจริญรุ่งเรือง), เห็ดหอม (ความสมหวัง), และมี่ซั่ว (อายุยืนยาว) ส่วนผลไม้มงคล ได้แก่ พุทราจีน (ร่ำรวย), แอปเปิ้ล (ความสงบสุข), ส้ม (โชคลาภ) และอาหารเจผักผลไม้มงคล ได้แก่ ผักกวางตุ้ง (ความเจริญรุ่งเรือง), เห็ดหอม (ความสมหวัง), และมี่สั้ว (อายุยืนยาว)

ส่วนผลไม้มงคล ได้แก่ พุทราจีน (ร่ำรวย), แอปเปิ้ล (ความสงบสุข), ส้ม (โชคลาภ) สับปะรด การนำสับปะรดมาใช้ในพิธีไหว้หรือเป็นส่วนประกอบในอาหาร เชื่อมโยงกับการอวยพรให้มีความเจริญรุ่งเรือง รูปลักษณ์ของสับปะรดที่ดูคล้ายดวงตาหลายดวง เชื่อกันว่าช่วยเสริมให้เกิดความรอบคอบ รอบรู้ และมองกาลไกล แก้วมังกร ชื่อว่านำความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ และความมั่งคั่งมาให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แก้วมังกรเนื้อสีแดง จะช่วยเสริมความเป็นมงคลได้เป็นสองเท่า นอกจากความหมายมงคลแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร (ความสมบูรณ์) นอกจากความหมายมงคลแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลให้ชาวนันทบุรีนครน่านและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมกินเจ

วันแรกบรรยากาศคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเวลา 09.30 น.ทำพิธีไหว้ สืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรม เนียมประเพณีเทศกาลกินเจของท้องถิ่นชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวนันทบุรีนครน่าน ให้ยั่งยืน เทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 20 – 29 ตุลาคม 2568 นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลงานบุญใหญ่ของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดน่านและชาวนันทบุรีนครน่าน มื้อกลางวัน โดยนางสาวภาธิณี บูรณะกิจไพบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่าน พร้อม คณะเจ้าหน้าที่ ประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมเทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าปึงเท่ากงน่าน เพื่อละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตและหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งที่โรงเจ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ได้จัดปรุงอาหารคาวหวานและผลไม้มาให้บริการ อีกทั้งเป็นการรักษาศีลเจริญจิตภาวนา สร้างสมดุลให้ชีวิต ทำความดีละเว้นความชั่ว เสริมสิริมงคลให้ชีวิต การกินเจ ถือว่าเป็นการรักษาสุขภาพที่ดี เพราะอาหารเจช่วยปรับสภาพร่างกายให้สมดุล รวมถึงช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปกติคนเรามักทานเนื้อสัตว์มากกว่าการทานผักและผลไม้ การงดเว้นทานเนื้อสัตว์ จึงเป็นการปรับสมดุลมากยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ช่วงเทศกาลกินเจ ยังถือเป็นการทำบุญ เพื่อชำระล้างใจให้ใสสะอาด ไม่เบียดเบียนสัตว์โลกทำให้จิตใจผ่องใส จิตใจเบิกบานเป็นสุขยิ่งขึ้นอีกด้วย

พิธีไห้วพร้อมทั้งถวายน้ำชา หมี่ซั่ว ข้าวสวย ขนมถ้วยพู ซาลาเปา ขนมหวาน ผลไม้มงคล ฝักศดที่จะนำไปประกอบอาหาร เริ่มจากจุดที่ 1 ขอพรองค์ฟ้า-ดิน จุดที่2,3,4 ภายในศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ประดิษฐานเทพเจ้าประจำศาลประกอบด้วย เทพเจ้าประธานคือ “องค์ปึงเถ่ากง” อยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่คอยรักษาคุ้มครองให้ปลอด ภัยด้านทิศเหนือเป็น “องค์กวนกง – เจ้าพ่อกวนอู” เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ และด้านทิศใต้เป็น องค์ตี่จู๊เอี้ย” หรือเทพเจ้าที่ จุดที่ 5, 6 ที่ศาลด้านทิศใต้ ศาลคุณธรมมสถาน “เต็กก่า” จีน้ำเกาะ เป็นที่ประดิษฐาน องค์เทพเจ้าจี้กง และ องค์เซียนซือทั้ง 5 องค์ คณะกรรมการสวดมนต์ด้วยบทสวดเต็กก่าซิมเตี้ยงขอพรองค์จี้กง และองค์เซียนซือทั้ง 5 องค์ ให้อาหารเจเป็นอาหารมงคลเมื่อทุกคนได้กกินอาเจศักดิ์สิทธิ์แล้วได้ อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ อายุยืนยาว เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครัว

โรงศาลเจ้าปึงเท่ากงน่านได้ ปรุงอาหารสุกรสอร่อยๆ ไว้ต้อนรับผู้กินเจทั้ง 3 มื้อ ตลอด 10 วัน ตั้งวันที่ 20 – 29 ตุลาคม 68 เมื่อวานนี้ วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม เป็นวันล้างท้อง วันนี้วันอังคารที่ 21 ตุลาคม 2568 เป็นวันแรก เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่สำคัญของคนไทยเชื้อสายจีนและชาวนันทบุรีนครน่าน และผู้ที่สนใจที่จะงดบริโภคเนื้อสัตว์และถือศีล เพื่อสร้างบุญจากการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ ปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลบริสุทธิ์ ทั้งกายและใจ รวมทั้งไห้สุขภาพได้พักจากการกินอาหารเนื้อสัตว์ ได้สุขภาพที่ดีกลับมา เทศกาลกินเจ ส่วนจะถือศีลหรือไม่ ก็ไม่มีข้อบังคับ อยู่ที่แต่ละคนจะเลือกปฏิบัติ ในยุคปัจจุบัน ผู้กินเจส่วนใหญ่จะกินแต่อาหารเจ จะไม่ถือศีล

สำหรับเวลารับประทานอาหารมื้อเช้า เวลา 07.30 น. – 09.00 น., มื้อเที่ยง 11.30 น. – 13.30 น., มื้อเย็น 16.30 น.- 18.00 น.ผู้ที่จะนำกลับไปรับประทานที่บ้าน ต้องนำภาชนะมาใส่อาหารกลับบ้านเอง วันนี้ 21/10/68 มื้อเช้าข้าวต้มเครื่อง ถั่ว ใน เห็ดหอม เต้าหู้, กลางวัน แกงเขียวหวาน ขนมจีน ผัดหมี่ซั่ว ของหวาน สาคูข้าวโพด, เย็นผัดกะเพา ผัดถั่วฝักยาว น้ำพริกกะปี


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

มทบ.37 จัดกิจกรรม “เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยโรคไข้เลือดออก” ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน จัดกิจกรรม “เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยโรคไข้เลือดออก “ ด้วยการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยไซ พร้อมกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดกิจกรรม “เคาะประตู สู่ความห่วงใย เตือนภัยโรคไข้เลือดออก “ ด้วยการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ บ้านห้วยหญ้าไซ หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารกับประชาชน เนื่อง จากห้วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ทำให้มีน้ำท่วมขัง เป็นบ่อเกิดของลูกน้ำยุงลาย อีกทั้งในพื้นที่มีการเกิดไข้เลือด จึงมีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชน จึงได้ให้แนะนำและวิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลายเช่น ปิดปากภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิดด้วยฝา ตาข่าย หรือผ้า เพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ ไม่ว่าจะเป็นโอ่งหรือถังสำหรับเก็บน้ำกินน้ำใช้ และภาชนะอื่น ๆ หากเป็นภาชนะเก็บน้ำที่จำเป็นต้องเปิดโล่ง เช่น แจกันดอกไม้ น้ำในเล้าไก่ กระถางพลูด่าง ไม่สามารถปิดให้มิดชิดได้ แนะนำให้เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุกๆ 7 วัน แทนกำจัดเศษวัสดุที่มีโอกาสเป็นแหล่งเก็บน้ำในบริเวณบ้านออกให้หมด ทั้งยางรถยนต์เก่า ขวด กระป๋อง เป็นต้น ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 ร่วมจัดกิจกรรมเนื่องใน “วันปิยมหาราช”

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องใน “วันปิยมหาราช” และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธี น้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณ เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณ ประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งมีหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทานเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานกองพลพัฒนาที่ 3, กอง พันทหารม้าที่ 9 กองพลทหารราบที่ 4, กองพันเสนารักษ์ที่ 4, กองพันทหารสื่อสารที่ 4, กองพลทหารราบที่ 4, กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4, โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช, ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3, จิตอาสาพระราชทาน และจิตอาสา 904 ภาค 3 เป็นต้น เข้าร่วมกิจกรรมฯ

โอกาสนี้ พลตรี สมินท์ บุญลิขิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้จัดเจ้าหน้าที่พยาบาล พร้อมด้วย จิตอาสา 904 ร่วมอำนวยความสะดวกดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อส่งเสริมให้กำลังพล และประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม อันสอดคล้องกับแนวทาง “รวมใจภักดิ์ รักพ่อ ทำความดี เพื่อแผ่นดิน” โดยมีกำลังพลจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ตลอดจนประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมกันทำความสะอาดบริเวณโดยรอบวัดพระศรี รัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราช ซึ่งเป็นวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนาและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การกวาดพื้นผิวการจราจร เก็บขยะและเศษวัสดุต่าง ๆ และฉีดล้างคราบสิ่งสกปรก เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสะอาด สวยงาม และเป็นระเบียบเรียบร้อย ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ศาสนสถานเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองสองแคว


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน เมียนมา – ไทย สั่งเข้มมาตรการดูแลความปลอดภัยชายแดน และให้กำลังใจราษฎร จังหวัดตาก

แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดน เมียนมา – ไทย สั่งเข้มมาตรการดูแลความปลอดภัยชายแดน และให้กำลังใจราษฎร จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่บ้านห้วยมหาวงก์ หมู่ที่ 9 ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์การสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังกลุ่มต่อต้าน ที่เกิดขึ้นบริเวณบ้านมินลาปั่น อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา

จากเหตุปะทะดังกล่าว มีกระสุนปืนเล็กยาวและกระสุนปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร ข้ามพรมแดนเข้ามาตกในฝั่งประเทศไทย ทำให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เสียหายรวม 9 หลังคาเรือน ได้แก่ หมู่ที่ 9 จำนวน 6 หลัง หมู่ที่ 2 จำนวน 2 หลัง และหมู่ที่ 4 จำนวน 1 หลังคาเรือน โดยในช่วงเกิดเหตุ ราษฎรบางส่วนได้อพยพออกจากหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัย

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหายของบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมพูดคุยให้กำลังใจกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงมอบถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมรับฟังปัญหาความต้องการจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบหมายให้ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ชายแดน ดำเนินการตรึงกำลัง เฝ้าระวัง และลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังติดอาวุธจากต่างประเทศ และป้องกันมิให้สถานการณ์ลุกลามเข้าสู่พื้นที่ฝั่งไทย โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ


นที มีเดช รายงาน

นักท่องเที่ยว ตลอดจนสายมู หลั่งไหลขอพรหลวงพ่อห้ามจน พร้อมเจิมเปิดดวงห้ามจน หนึ่งเดียวในเพชรบูรณ์ ไม่พลาดส่องเลขเด็ดสาวท้องดวงเฮง

เพชรบูรณ์ – นักท่องเที่ยว ตลอดจนสายมู หลั่งไหลขอพรหลวงพ่อห้ามจน พร้อมเจิมเปิดดวงห้ามจน หนึ่งเดียวในเพชรบูรณ์ ไม่พลาดส่องเลขเด็ดสาวท้องดวงเฮง

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยว ตลอดจนสายมูจากทั่วสารทิศ ยังคงหลั่งไหล เดินทางไปยังวัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวัด “หลวงพ่อห้ามจน” ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเข้ากราบไหว้ ปิดทองขอพรจาก”หลวงพ่อห้ามจน” องค์จริง หนึ่งเดียวในเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ช่างพม่า แกะสลักขึ้นมาจากกิ่งไม้ยืนต้นตายพราย โดยเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทอง หรือติดขัดสิ่งใด หากไปขอพรก็จะได้สมความปรารถนา จนได้ชื่อว่า “หลวงพ่อห้ามจน” ทำให้มีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา รวมทั้งสายมู ตลอดจนนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบไหว้ ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย พร้อมทั้งร่วมทำบุญ กราบสักการะ พระครูอุปถัมภ์พัชรากร เจ้าคณะตำบลนาเฉลียง เจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) โดยมี พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ทำพิธีเจิมเปิดดวงห้ามจน ที่สายมูทุกคนต้องห้ามพลาด

ขณะเดียวกัน ทางด้าน น.ส.ยุพาพร กุนะ อายุ 31 ปี สาวท้อง ซึ่งเดินทางมากับครอบครัว เพื่อกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อห้ามจนอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ ได้โชคถูกรางวัลล๊อตเตอรี่งวดที่ผ่านมากันถ้วนหน้า โดยหญิงสาวที่กำลังตั้งท้อง ก็ได้ตั้งจิตอฐิษฐาน ก่อนล้วงไหจับลูกปิง ปองเสี่ยงทาย ก่อนได้เลขเด็ด 445 ทำให้ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว ตลอดจนสายมูที่อยู่ข้างเคียง ต่างพากันขอถ่ายรูป และสอบถามตัวเลข เพราะเชื่อกันว่า สาวท้องมักดวงเฮง จะนำโชคมาให้ จึงเตรียมไปหาซื้อล๊อตเตอรี่ เพื่อเสี่ยงโชคกันตามระเบียบ

ทั้งนี้ ทางวัด “หลวงพ่อห้ามจน” ยังได้ร่วมเชิญญาติโยม พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เข้าร่วมทำบุญอายุวัฒน์ 34 ปี พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือ พระครูโอม ผู้สร้างตำนานปลดหนี้ร้อยล้าน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอหนองไผ่ ประ ธานสงฆ์วัดหลวงพ่อห้ามจน ในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้ ซึ่งภายในงาน มีหมอลำดัง คณะซานเล้าบันเทิงศิลป์ มาทำการแสดงให้ชมฟรี อีกด้วย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

อบอุ่นและชื่นมื่น ! งานเลี้ยงส่ง “ร.ต.อ.ยุทธพล บุญเกิด” สู่เส้นทางเกษตรกรทำสวนทุเรียน

อบอุ่นและชื่นมื่น! งานเลี้ยงส่ง “ร.ต.อ.ยุทธพล บุญเกิด” สู่เส้นทางเกษตรกรทำสวนทุเรียน

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่ร้าน “ลุงไสว ซีฟู้ด” เลขที่ 31/1 หมู่ 1 ตำบลนาจอมเทียน ร้านอาหารทะเลชื่อดังบรรยากาศติดชายทะเลหาดนาจอมเทียน ซึ่งสามารถรองรับลูก ค้าได้กว่า 180 โต๊ะ นายกนก สาหร่ายเพชร ผู้บริหารร้านได้จัดงานเลี้ยงส่งอย่างอบอุ่นให้กับ ร้อยตำรวจเอก ยุทธพล บุญเกิด รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ที่ตัดสินใจเออรี่รีไทร์เพื่อกลับไปประกอบอาชีพส่วนตัว ทำสวนทุเรียนกว่า 40 ไร่ ที่จังหวัดจันทบุรี

ภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น มีแขกผู้มีเกียรติร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน, นายสำราญ บำรุงทรัพย์ ประธานสภาเทศบาลตำบลเขาชีจรรย์, พ.ต.ท.อดิศร กองโกย, พ.ต.ท.อัครพนธ์ พลเดชา, พ.ต.ท.พลากร ตราชูนิตย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาจอมเทียน ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่

บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพ และความประทับใจ พร้อมอาหารทะเลสดๆ และเครื่องดื่มมากมาย ร่วมส่งแรงใจให้ “ร.ต.อ.ยุทธพล” เริ่มต้นเส้นทางใหม่ในอาชีพเกษตรกรด้วยความสำเร็จและความสุข


ข่าว/ภาพ
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

ตม.นครพนม รวบหนุ่มคราบนักบุญ ชาวสกลนครคาด่าน สะพาน 3 มิตรภาพไทย/ลาว ฐานฉ้อโกงยาย 85 เจ้าของธุรกิจ แม็คโคร

ตม.นครพนม รวบหนุ่มคราบนักบุญ ชาวสกลนครคาด่าน สะพาน 3 มิตรภาพไทย/ลาว ฐานฉ้อโกงยาย 85 เจ้าของธุรกิจ แม็คโคร

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 หลังจาก พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) ได้เดินทางมามอบนโยบายให้กับ พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ผกก.ตม.ฯ) และ ข้าราชการในสังกัด ตม.จว.นครพนม ให้ปฏิบัติหน้าในภารกิจหลักของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในการตรวจบุคคลและยานพาหนะ ควบคุมการเข้าออกประเทศ ซึ่งต้องเข้มงวดคัดกรองบุคคล เข้า-ออกราชอาณาจักร

หลัง ผบก.ตม.4 มอบหมายนโยบายแล้ว เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม ได้ตรวจพบผู้ต้องหาตามหมายจับชื่อนายขวัญชัย (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ภูมิลำเนาอยู่ อ.คำตากล้า จ.สกลนคร ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ยื่นกับเจ้าหน้าที่เพื่อเดินทางออกไปยัง สปป.ลาว พร้อมกับญาติพี่น้องรวม 7 คน

ซึ่งในหนังสือเดินทางจำนวน 7 เล่มนั้น มีเล่มของนายขวัญชัยเด้งขึ้นเป็นสีแดง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนนำไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.112/2563 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” จึงจับกุมตัวเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบสวนนายขวัญชัยได้อ้างว่าเมื่อปี 2563 ได้รู้จักกับคุณยายก่ำ (นามสมมติ) อายุ 85 ปี ซึ่งอดีตเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างใน จ.กาฬสินธุ์ และมีรถแบคโฮจอดทิ้งไว้ 1 คัน ตนเกิดความเสียดายจึงเข้าไปคุย เพื่อตกลงการทำงานด้วยกัน โดยสรุปว่าจะแบ่งเงินจากการไปรับเหมาทำถนนคนละครึ่ง ตนจึงนำรถแบคโฮคันดังกล่าวไปซ่อมหมดเงินไปหลายหมื่น และยังให้เงินแก่ยายก่ำเจ้าของรถไปอีกจำนวนหนึ่ง ต่อจากนั้นก็ขาดการติดต่อกันหลายปี และไม่รู้ว่าตนเองมีหมายจับ

ขณะที่ยายก่ำอดีตผู้รับเหมา ได้ให้การกับพนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ ไว้ว่านายขวัญชัยได้เข้าไปตีสนิท พร้อมขอยืมรถแบคโฮไปซ่อม และใช้สำหรับในการสร้างถนน โดยตกลงกันคนละครึ่งจากกำไรทั้งหมด ปรากฏว่าหลังจากนั้นมายายก่ำก็ติดต่อนายขวัญชัยไม่ได้ เชื่อว่าตนเองอาจจะถูกหลอกเอารถแบคโฮไปใช้ฟรีๆ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกง ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.กุฉินารายณ์ ได้ออกหมายเรียกนายขวัญชัยไปตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์ 2 ครั้ง แต่ไม่ยอมมาพบเจ้าหน้าที่ จึงออกเป็นหมายจับดังกล่าว รวมระยะเวลาที่ผู้ต้องหลบหนีหมายจับ 5 ปีเต็ม

ทั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 โดย พ.ต.อ.ภัทรพงศ์ อินวรรณา ผกก.ตม.นครพนม, พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รอง ผกก.ตม.นครพนม และ พ.ต.ท. เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.นครพนม จะทำหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ และป้องกันการเข้า-ออกประเทศไทยให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงดูแลชาวต่างชาติที่พำนักในไทย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง พร้อมทั้งควบคุมตรวจสอบป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

โดยมีผลงานชิ้นโบวแดงเมื่อเดือนมิถุนายน 68 ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ประสานหน่วยงานความมั่นคงของ สปป.ลาว ร่วมจับกุมพ่อค้ายาเสพติดชาวไทยรายสำคัญ มีรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท หลังหนีไปกบดานอยู่บ้านเมียชาวลาวตั้งแต่ปี 2565 และผันตัวเป็นผู้ประสานงานการค้ายาเสพติดข้ามชาติ จัดส่งยาเสพติดลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ซึ่งการติดตามจับกุมตัว ป.ป.ส. และ ตม. นครพนม ต้องอาศัยความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ สปป.ลาว ในการช่วยเหลือติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวไทย ที่ลักลอบหลบหนีเข้าไปอยู่ในประเทศลาว


เทพข่าวร้อน ฟร้องข่าวด่วน เพลิงพระกาฬ รายงาน

จุดจบโชว์ยิงปืน โพสต์ลงโซเชียลถูกเจ้าหน้าที่ตามจับถึงบ้าน

สงขลา – จุดจบโชว์ยิงปืนโพสต์ลงโซเชียบถูกเจ้าหน้าที่ตามจับถึงบ้าน ปฏิเสธหน้าดื้อๆไม่ได้ทำ สุดท้ายหายหลังเมื่อเจ้าหน้าที่เอารูปที่โพสต์มาให้ดู ส่วนพ่อแม่ตกใจไม่รู้ลูกชายเล่นปืนแม่เกือบเป็นลม

เมื่อเวลา 16.40 น. เมื่อวานนี้ (20ต.ค.68) กำลังเจ้าหน้าที่ 3 หน่วย ทั้งชุดช้างศึกสองเลของ ตชด.437 นำโดยว่าที่ พ.ต.ท.บารเมษฐ์ ยอดแดง ผบ.ร้อย ตชด.437, ร.ต.อ.พิจิตร รักทอง หน.ชปข.ร้อย ตชด.437/ ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดานำโดย นายธรรมรงศักดิ์ ดำโรม ปลัดป้องกันอำเภอสะเดา และตำรวจสภ.สะเดา ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.สะเดา, พ.ต.ท.อนุชัย สวยงาม รอง ผกก.สส.สภ.สะเดา และทหารฉก.ร.5/ ร้อย ร.5021 ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผบ.ฉก.ร.5, พ.ท.กิตติคุณ ณ วาโย เสธ.ฉก.ร.5, ร.ท.ดุลยวัต โปณะทองหน.ฝยก.ฉก.ร.5 ร.อ.นิติพันธ์ จันทร์รัศมี ผบ.ร้อย.ร.5021

สั่งการให้ ร.ท.วันเฉลิม เยื้องยุก รอง ผบ.ร้อย.ร.5021 /ผบ.มว.ปล.ที่ 2, ส.อ.กวีวัฒน์ บุญรังษี ส.ท.อติวัฒน์ ยกถาวร ลงพื้นที่ตรวจค้นที่บ้านพักไม่มีเลขที่ ม.2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สง ขลา และจับกุมตัวนายสมควร หรือกล้า อนุสิม อายุ 19 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมชอบยิงปืนโชว์และโพสโชว์รูปอาวุธปืนลงในโซเชียล แอพพลิเคชั่น Instagram และชอบพกพาอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิดและขนาดติดตัวอยู่เป็นประจำ และพาตัวไปค้นในบ้านพบอาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาดลูกซองเบอร์ 12 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก, ซองพกหนัง จำนวน 1 อัน วางอยู่บนชั้นวางของในตู้เสื้อผ้าภายในบ้าน

เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ไว้ในครอบครอง โดยที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ แต่จากการสอบสวน นายสมควร ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ยิงปืนโชว์ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เอารูปที่โพสต์ตอนยิงปืนมาแสดงให้ดูก็ถึงกับนิ่งหยุดพูดทันที ส่วนปืนถามที่แรกก็ยังอ้ำอึ้งกึ่งรับกึ่งปฏิเสธแต่เมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่าได้ไม่ยอมรับความจริงเดี่ยวพ่อจะเดือดร้อนด้วยหากเจอปืนในบ้าน สุดท้ายก็ยอมรับว่าเก็บไปไว้ในบ้านและพาเจ้าหน้าที่เข้าไปเอา โดยบอกว่ามีคนเอามาขายให้ที่บ้านในราคา 2,000 บาท

ในขณะที่พ่อกับแม่ตกใจมากที่เห็นตำรวจมาค้นที่บ้านเพราะไม่รู้มาก่อนว่าลูกชายมีพฤติกรรมชอบพกปืนและยิงปืนโพสต์ลงโซเชียล โดยเฉพาะแม่นั้นตกใจและร้องให้จนเกือบเป็นลม
สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็ควบคุมนายสมควร มายังกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อจัดทำข้อมูลประวัติ ถ่ายรูป และบันทึกการจับกุม เสร็จสิ้นแล้วจึงได้ควบคุมตัวส่งยัง สถานีตำรวจภูธรสะเดา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา