โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568

โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568

โรงพยาบาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นโรงพยาบาลกองทัพบก ระดับโรงพยาบาลกอง ทัพภาค สังกัดกองทัพภาคที่ 3 ดูแลรับผิดชอบการตรวจสุขภาพให้กับกำลังพล, ครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในระดับภูมิภาคของกองทัพบก (ภาคเหนือ) มีที่ตั้ง ณ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นโรงพยาบาลมาตรฐานชั้นนำ รวมทั้งให้บริการสุขภาพและการรักษาพยาบาลแบบองค์รวมอย่างมีคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมสุขภาพ เวชกรรมป้องกันแก่บุคลากร และชุมชนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างปัจจัยเกื้อหนุนที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ชุมชน รวมทั้งบริหารทรัพยากรสายแพทย์ในโรงพยาบาลกองทัพภาคที่ 3 ในฐานะเป็นโรงพยาบาล แม่ข่ายหลักให้ประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ จากผลงานการดำเนินงานของโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลงานเชิงประจักษ์ จึงได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทขับเคลื่อนเห็นผล ในผลงานชื่อ Ready Mobile Smart Field Hospital โรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ ในงาน เสวนาวิชาการ และพิธีมอบรางวัล เลิศรัฐ ประจำปี 2568 ” ภาครัฐอัจฉริยะ ขับเคลื่อนอนาคต Smart Government & Smart Services : Driving for the Future “ซึ่งพิจารณามอบให้กับหน่วยงาน ที่มีผลการดำเนินการที่เป็นเลิศในด้านการเพิ่มประสิทธิ ภาพ พัฒนาคุณภาพ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี พลตรี สมินท์ บุญลิขิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลฯ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่หน่วยสืบไป

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการช่วยเหลือประชาชนยามวิกฤตทุกโอกาส


“สายตรง แม่ทัพภาคที่ 3” ช่องทางให้ประชาชน รวมทั้งกำลังพล และครอบครัว ร่วมแจ้งเบาะแสงานความมั่นคง ในพื้นที่ภาคเหนือ

“สายตรง แม่ทัพภาคที่ 3” ช่องทางให้ประชาชน รวมทั้งกำลังพล และครอบครัว ร่วมแจ้งเบาะแสงานความมั่นคง ในพื้นที่ภาคเหนือ

ตามที่ นายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้ดำเนินการเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสด้านความมั่นคง ผ่านช่องทางการให้บริการ สายด่วน โทร. 1374 และ Facebook : 1374 แจ้งเบาะแส เพื่อความมั่นคง รวมทั้งสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนราชการดำเนินการจัดตั้งช่องทางของหน่วยรับแจ้งข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงอย่างแท้จริง นั้น

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสำคัญด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และการหลบหนีเข้ามาภายในราชอาณาจักรของแรงงานต่างด้าว อีกทั้งปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือยังคงเป็นปัญหาสำคัญยิ่ง อันเนื่องมาจากการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศ เพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จึงมีดำริให้เปิดการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารจากพลเมืองดี รวมทั้งกำลังพล และครอบครัว เพื่อเป็นการเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนตามกรอบแห่งรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2560 โดยสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสงานความมั่นคง ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ถึงแม่ทัพภาคที่ 3 โดยตรง ได้ที่ช่องทาง Applications Line “สายตรงแม่ทัพภาคที่ 3” ID Line : ISOC3 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับทราบข้อมูลและนำไปสู่การปฏิบัติ สร้างความมั่นคงให้สังคมไทยสืบไป


รอง ผว.เพชรบุรี นำกำลัง จนท.กว่า 200 นาย ลงพื้นที่ค้นหาหญิงวัย 58 ปี หลงป่านาน 4 วัน ยังไร้วี่แวว

รอง ผว.เพชรบุรี นำกำลัง จนท.กว่า 200 นาย ลงพื้นที่ค้นหาหญิงวัย 58 ปี หลงป่านาน 4 วันยังไร้วี่แวว

จากกรณีนางนวรัตน์ พลอยเขียว อายุ58ปี ชาวบ้าน ต.บางจาน อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ได้เข้าป่าไปหาเห็ดกับญาติรวม 4 คน ภายในป่าเขาแด่น ม.4 บ้านหนองไก่เถือน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ก่อนพลัดหลงกลับญาติๆภายในป่า เมื่อช่วงบ่ายวันของที่ 18 ตค.ที่ผ่านมา

ขณะที่วันนี้ 21ต.ค. นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมด้วย นายกอบต.ห้วยลึก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ทหารรบพิเศษแก่งกระจาน ทหาร มทบ.15 จังหวัดเพชรบุรี กู้ภัยสว่างสรรเพชร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านลาด ทีมสุนัขค้นหาและกู้ภัย United SAR K9. เจ้าหน้าที่ป่าไม้สำนัก10 โดรนจับความร้อนศูนย์ตอบโต้ภัยพิบัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกว่า 200 นาย ได้กระจายกำลัง ลงพื้นที่ภายในป่า ร่วมค้นหานางนวรัตน์ตลอดทั้ง 4 วัน ที่ผ่านมาที่ยังคงหลงอยู่ในป่า รวม 4 วันแล้ว แต่ยังไร้วี่แวว

นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้บูรณาการ หลายภาคส่วนร่วมกันทำงาน โดยเจ้าหน้าที่ได้ กระจายกำลังหัวร้อนนายออกค้นหาภายในป่า พร้อมนำโดนจับความร้อน บิลค้นหาภายในป่าช่วง 01.00 น. วันที่ 19 ตค. แต่ก็ยังไม่พบตัว พร้อมให้เจ้าหน้าที่ออกเดินเท้าร่วมค้นหา กันตลอดทั้งวันทั้งคืนรวม 4 วันกว่า 200 นาย แต่ก็ยังไม่พบตัว วันนี้เจ้าหน้าที่นำสุนัข K9 ออกค้นหาในพื้นที่ แต่ยังไม่สามารถลงไปตรวจสอบบางจุดได้เนื่องจากเป็นหุบเขา โดยวันพรุ่งนี้จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบดู บริเวณหุบเขาต่างๆ หากเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบครอบคลุมทุกพื้นที่แล้วแต่ยังไม่พบตัว คงต้องรวมกำลังเจ้าหน้าที่อีกครั้งและวางแผนช่วยเหลือใหม่ หรืออาจจะประสานเฮลิคอปเตอร์จากค่ายนเรศวร เพื่อบินค้นหาผู้สูญหายภายในป่า แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหนเพราะอาจจะเห็นแต่ยอดไม้ และจะมีประสิทธิภาพสู้เดินเท้าปูพรหมค้นหาได้ดีกว่าหรือไม่

ในวันพรุ่งนี้จะจัดทีมออกค้นหาบริเวณเขาไร่-สันเนินราชภัฏ เพราะเจ้าหน้าที่สามารถจับสัญญามือถือของนางเนาวรัตน์ได้ครั้งสุดท้าย ก่อนสัญญาณขาดหายไป. พร้อมจัดกำลังอีก1 ชุด ออกสแกนพื้นที่ที่น่าสงสัย บริเวณจุดที่มีคนพบเห็นนางเนาวรัตน์ครั้งสุดท้าย. และบริเวณสันเนิดที่ยังไม่ได้เข้าไปค้นหาเพราะเป็นระยะทางที่ไกลมาก จึงขอฝากชาวบ้านผู้ที่ชื่นชอบขึ้นเขาไปหาเห็ดโคนในช่วงนี้ ที่เขาแด่นมีเห็ดโค้นขึ้นมาก จึงยากให้ช่วยกันสอดส่องค้นหาผู้สูญหายให้ด้วย หากพบเจอแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่ศูนย์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสูญหายบริเวณหน้าศาลพ่อปู่เขาแด่น อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

อบจ.นครปฐม จัดงานเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี พ.ศ. 2568

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม จัดงานเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยจัดอาหารเจ ให้ทานฟรี เป็นวันแรก มีประชาชนมาร่วมทานอาหารเป็นจำนวนมาก

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม จัดงานเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยจัดอาหารเจ ให้ทานฟรี ตลอดระยะเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 21-29 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 11.30-13.00 น.

โดยในวันนี้ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภรรยา นางสุภาภรณ์ สะสมทรัพย์ มารดา คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วย สมาชิกสภา อบจ., หัวหน้าส่วนราชการ อบจ. ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานจ้าง อบจ.นครปฐม และผู้มีจิตอาสาทุกท่าน ได้ร่วมกันเตรียมอาหารคาว หวาน สำหรับบริการให้แก่พี่น้อง ประชาชน ชาวไทยเชื้อสายจีน และบุคคลทั่วไปที่อยู่ในช่วงถือศีลกิจเจ ระหว่างวันที่ 21-29 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 11.30-13.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ สำหรับเมนูอาหารในวันนี้ คือผัดกระเพรา ผัดกะหล่ำปลี และถั่วเขียวต้มน้ำตาล

จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน มาร่วมรับประทานอาหารเจ ได้ที่หน้าสำนักงานอบจ.นครปฐม ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐมรายงาน

วอนช่วยสาววัย 20 สู้ชีวิตต้องเลี้ยงลูก เลี้ยงแม่ที่ป่วยติดเตียงแถมบ้านก็ไม่มีน้ำไฟใช้

วอนช่วยสาววัย 20 สู้ชีวิตต้องเลี้ยงลูก  เลี้ยงแม่ที่ป่วยติดเตียงแถมบ้านก็ไม่มีน้ำไฟใช้

ในวันนี้(21 ต.ค. 68) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องสู้ชีวิต  เป็นเสาหลักของครอบครัว ทั้งต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว  ต้องดูแลแม่ที่ป่วยติดเตียง และพ่อก็ประสบอุบัติเหตุขาหักทำให้ทำงานหนักไม่ไหว  แถมบ้านที่อยู่นั้นเป็นบ้านเช่าไม่มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้าใช้  ต้องทำงานทั้งกลางวันกลางคืนเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว  วอนสังคมช่วยเหลือเรื่องของนมเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผ้าอ้อมสำเร็จรูป  โดยหญิงสาวคนดังกล่าวอยู่ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 8 ต.จอมบึง  อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี  จึงเดินทางไปตรวจสอบ

โดยได้พบกับนางสาว น.ส.สุพรรษา  สุขวงศ์จันทร์  อายุ 20 ปี  อยู่กับนายไวทวิช  พิมอากาศ   อายุ 50 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเดินไม่ค่อยถนัดเพราะเกิดอุบัติเหตุขาหัก 3 ท่อน และ นางสุวรรณ  สุขวงศ์จันทร์  อายุ  48 ปี  ซึ่งเป็นแม่และเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  และต้องให้อาหารทางสายยาง  อยู่ภายในห้องเช่าเล็กๆไม่มีไฟฟ้าใช้อาศัยแผงโซล่าเซลล์เล็กๆที่เปิดใช้ไฟได้เพียงครั้งละ 1 ชั่วโมง ก็ต้องปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆไม่มีนอกจากพัดลม ที่สามารถใช้ได้เพียงแค่ไม่นานก็ต้องปิดเพราะกระแสไฟไม่พอ  ส่วนห้องน้ำก็อาศัยห้องน้ำเก่าที่คนงานก่อสร้างเคยมาเช่าพักแล้วสร้างไว้แต่ไม่มีหลังคา  ส่วนน้ำอุปโภคบริโภคนั้นต้องนำถังไปใส่มาเก็บไว้ใช้อย่างประหยัดเพราะแต่ละครั้งที่จะไปเติมน้ำใส่ถังต้องอาศัยยืมรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของเพื่อนที่ทำงานไปขนมาซึ่งมีระยะทางไกลกว่า 10 กิโลเมตร แต่ช่วงนี้โชคดีฝนตกก็อาศัยรอน้ำฝนใส่ถังไว้แต่เพราะมีแค่ถังเดียวจึงเก็บไว้ไม่ได้มาก   

จากการสอบถามน.ส.สุพรรษา  สุขวงศ์จันทร์  อายุ 20 ปี  ก็เล่าให้ฟังว่า ตนนั้นเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกชายอายุ 5 ขวบ แต่ตอนนี้ไปฝากคนอื่นเลี้ยงแต่ก็ต้องเสียค่าเลี้ยงดู เนื่องจากต้องดูแลแม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มซึ่งตอนนี้ต้องทำงานคนเดียวทั้งกลางวันและกลางคืน  โดยกลางคืนไปทำงานเป็นเด็กปั๊มน้ำมันตั้งแต่ 21.00 – 06.00 น. หลังจากก็จะกลับมาดูแลป้อนข้าวและเช็ดตัวให้แม่ ก่อนจะไปหารับจ้างเก็บผักตามไร่ และกลับมาป้อนข้าวแม่ตอนกลางวัน  และกลับไปทำงานต่อจนเย็นกลับมาป้อนข้าวแม่ ก่อนจะอาบน้ำไปทำงานที่ปั๊มน้ำมัน  มีเวลาพักแค่ชั่วครู่ชั่วยาม  ส่วนตอนกลางคืนก็จะมีพ่อคอยช่วยดูแลป้อนอาหารแม่ในช่วงก่อนนอนเพราะแม่ต้องกินนม 4 มื้อ  ต้องหาเงินเข้าบ้านทุกวันเพราะมีค่าใช้จ่ายเยอะโดยเฉพาะเรื่องนมของแม่นั้นจะขาดไม่ได้โดยจะต้องหาเงินซื้อนมให้แม่อาทิตย์ละ 800 บาท ต่อนม 1 กิโลกรัม แล้วยังมีค่าผ้าอ้อมสำเร็จรูป และส่งไปให้ลูกชายที่ฝากเขาเลี้ยงอีก   ส่วนพ่อก็ทำงานไม่ไหวเพราะขาหัก 3 ท่อนก็เลยให้คอยช่วยดูแลแม่  คอยช่วยพลิกตัวให้แม่ทุก 2 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้เป็นแผลกดทับ  ซึ่งเมื่อก่อนนั้นก็เคยมีบ้านอยู่แต่พื้นที่นั้นเป็นที่ตาบอดไม่มีทางเข้าออก  ทำให้ลำบากในการจะพาแม่ออกมาหาหมอ  จึงตัดสินใจชวนพ่อออกมาหาเช่าบ้านอยู่ข้างนอก ปัจจุบันที่แปลงนั้นก็เป็นของคนอื่นไปแล้ว   ซึ่งบ้านที่มาเช่านั้นเจ้าของก็ใจดีให้เช่าเดือนละ 500 บาท แต่เรื่องน้ำไฟต้องไปขอใช้เอาเอง ซึ่งตนเองนั้นไม่มีเงินแค่จะใช้จ่ายในแต่ละวันก็ไม่พออยู่แล้ว  บางครั้งต้องไปกู้หนี้ยืมสินคนรู้จักมา พอเงินเดือนออกก็เอาไปใช้เขา  ซึ่งจะหมุนอยู่อย่างนี้ทุกวันจึงทำให้ตนเองนั้นหยุดไม่ได้ต้องหาเงินให้ได้ทุกวัน  ส่วนห้องน้ำก็ไม่มีหลังคา ไม่มีประตู  เรื่องน้ำใช้นั้นก็ต้องไปขนมาเองระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร  สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือเรื่องของนมมาให้แม่  ผ้าอ้อมสำเร็จรูป และกระดาษทิชชู่  เพราะตนกับพ่อนั้นอดได้  แต่แม่จะขาดนมไม่ได้ต้องมีให้แม่กินเพราะแม่กินนมได้อย่างเดียว  ทั้งนี้หากมีของมาช่วยบ้างก็จะแบ่งเบารายจ่ายไปได้บ้าง   ซึ่งก็ยอมรับว่าเหนื่อยแต่ก็ต้องสู้เพราะตนเองนั้นเป็นลูกคนเดียว ต้องดูแลแม่ให้ดีที่สุด  ซึ่งแม่ก็จะคอยให้กำลังใจตลอด แม้ว่าบางครั้งจะแอบร้องไห้คนเดียวเพราะไม่รู้ว่าจะไปปรึกษาใครเพราะตนเองเป็นลูกคนเดียว   ตอนนี้ตนเองจะป่วยหรือจะเป็นอะไรไม่ได้เพราะแม่กับพ่อจะไม่มีใครดูแล

หากมีผู้ใจบุญจะช่วยสนับสนุนเรื่องของผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือนมเฉพาะสำหรับผู้ป่วยติดเตียงสามารถติดต่อไปได้ที่เบอร์ 0983587114  หรือสามารถบริจาคเข้าบัญชีธนาคารไทยพานิชย์  ชื่อ น.ส.สุพรรษา  สุขวงศ์จันทร์  เลขที่บัญชีออมทรัพย์  9402492734


ผบก. ภ.จว.นครปฐม ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและผลการติดตามการปฎิบัติแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด

ผบก. ภ.จว.นครปฐม ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและผลการติดตามการปฎิบัติแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม เป็นประธานฯ, พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.วัชรพัฒน์ กูลรัตน์กิติวงศ์ ผกก.ฝอ.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอง ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯ, พ.ต.อ.ธนภณ เตชะตานลท์ ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนฯ, พ.ต.อ. ปิโยรส กัณหะสิริ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครปฐม รอง ผกก.ฝอ.ฯ, สว.ฝอ.ภ.จว.นครปฐม และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม เข้าร่วมประชุม ศปก.ภ.จว.นครปฐม ครั้งที่ 1/2568
เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและติดตามผลการปฏิบัติแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.นครปฐม

โดยมี ผกก.สภ.ในสังกัด, รอง ผกก.ป.สภ.ในสังกัด และ สวป.สภ.ในสังกัด, สวป.(ชส.) สภ.ในสังกัด, หน.ชมส.สภ.ในสังกัด เฝ้าฟังการประชุมฯ ผ่านระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ZOOM ณ หน่วยที่ตั้ง


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

เอสวีแอล กรุ๊ป สืบสานงานบุญ ถวาย “กฐินสามัคคี” 14 วัด ประจำปี 2568 อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

ประจวบคีรีขันธ์ – เอสวีแอล กรุ๊ป สืบสานงานบุญ ถวาย “กฐินสามัคคี” 14 วัด ประจำปี 2568 อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ
   

เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) โดยคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จาก 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอสวีแอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SVL), บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด (LINE) และ บริษัท เอสวีแอล พร็อพเพอตี้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SVLP) ร่วมถวายปัจจัยจำนวน 70,000 บาท เพื่อร่วมเทศกาล “ทอดกฐินสามัคคี” ประจำปี 2568 โดยร่วมถวายแก่ 14 วัด ในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ

โดยมีนายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ในฐานะตัวแทนคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมสืบสานประเพณีอันดีงาม ร่วมงานบุญต่อเนื่องทุกปีกับพี่น้องชาวบางสะพาน

SVL Group ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม และศาสนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาองค์กรควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

จังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธการ “ปิดเมือง สยบแว้นนครปฐม”

จังหวัดนครปฐม แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธการ “ปิดเมือง สยบแว้นนคร ปฐม” หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการรวมกลุ่มมั่วสุมแข่งขันรถในเส้นทางสาธารณะ บริเวณถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จำนวนหลายคัน พบเป็นเยาวชนโดยเรียกผู้ปกครองมาตักเตือน 24 คัน และยึดรถจักรยานยนต์เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม 14 คัน

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม, พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม, พ.ต.ท.ตะวัน วัฒนรัง สรรค์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครปฐม และนายสืบสกุล อุดมกิจ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนคร ปฐม ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธการ “ปิดเมือง สยบแว้นนครปฐม” หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการรวมกลุ่มมั่วสุมแข่งขันรถในเส้นทางสาธารณะ บริเวณถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จำนวนหลายคัน สามารถจับกุมผู้ต้องหา ตามยุทธ การ “ปิดเมือง สยบแว้นนครปฐม” จำนวน 7 ราย และพบเป็นเยาวชนโดยเรียกผู้ปกครองมาตักเตือน 24 คัน และยึดรถจักรยานยนต์เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม 14 คัน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดี (ไม่ประสงค์ออกนาม) แจ้งเข้าศูนย์วิทยุ 191 นครปฐม เหตุมีการรวมกลุ่มมั่ว สุมแข่งขันรถในเส้นทาง ถนนสาธารณะเส้นทาง ถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม จำนวนหลายคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบวัยรุ่นกำลังรวมกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่มีการดัดแปลงและปรับแต่งรถขับขี่รถจักรยานยนต์ ด้วยความเร็ว ประมาณ 30-40 คัน จากบริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรหน้าศาลากลางไปจนถึงจุดกลับรถ ระยะทางประมาณ 2 ก.ม. แล้ววนกลับมาบริเวณแยกสัญญาณไฟถนนสาธารณะเส้นทาง ถนนศาลากลางตัดใหม่ ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนปิดล้อม โดยแสดงตัวพร้อมเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เมื่อกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเห็นสัญญาณไฟวับวาบจากรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เริ่มต้นขับขี่แยกย้ายกันหลบหนีไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมซึ่งตั้งจุดสกัด บริเวณแยกโคกสวนหลวง ม.4 ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม พอเห็นรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่หลบหนีมา เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้ชะลอความเร็วและหยุดรถ พร้อมทำการตรวจสอบและได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้งหมดเป็นของกลาง

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดต่างชักชวนกันออกมาเพื่อจะไปดูการรวมกลุ่มมั่วสุมแข่งรถในทางดังกล่าว เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขับขี่แยกย้ายหลบหนีกันไป จนกระทั่งถูกเรียกตรวจสอบและ ถูกจับกุมในเวลาต่อมา เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสิทธิ์ตามกฎหมายให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันพยายามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงานจราจร”


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

สภ.ห้วยยาง จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตร เนื่องในงานวันตำรวจ ประจำปี 2568

ประจวบคีรีขันธ์ – สภ.ห้วยยาง จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตร เนื่องในงานวันตำรวจ ประจำปี 2568

วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป., พ.ต.ท. จตุพงษ์ แป้นเขียว รอง ผกก.สอบสวน, พ.ต.ท.ธัญญะ จิตรจารุวงศ์ รอง ผกก.สส. สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.กฤษดา เหนี่ยวพึ่ง สวป., พ.ต.ต.พิเชษฐ์ วุฒาพานิชย์ สว.สส., พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร, พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ รัศมี สว.อก.สภ.ห้วยยาง พร้อมด้วย นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง คณะกรรมการ กต.ตร. และข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง พร้อมทั้งครอบครัว และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในงานวันตำรวจ ประจำปี 2568

โดยตั้งแต่เวลา 08.00 น. ข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยาง ร่วมกันเข้าแถวเคารพธงชาติร่วมพิธีบูชาศาลพระภูมิ ศาลเจ้าที่ และอุทิศส่วนกุศลให้กับข้าราชการตำรวจ สภ.ห้วยยางที่เสียชีวิต จากนั้น ข้าราชการดำรวจ และครอบครัว พร้อมบุตร-ธิดา ได้ร่วม พิธีมอบทุนฯ การศึกษาจำนวน 29 ทุน รวมเป็นเงิน 41,500 บาท และร่วมทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นศิริมงคล และในช่วงบ่ายร่วมแข่งขันกีฬากระชับความสามัคคี

สืบเนื่องจาก วันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง ต้องเดินทางไปรับผลการประเมินโครงการดำเนินงานตำบลยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด แบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ 2568 อันดับที่ 1 ของภาค 7 ( ดีเด่น) จาก พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 จึงได้มาดำเนินกิจกรรมในวันนี้


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดยุทธการปราบปรามต่อเนื่อง รวบ 2 ผู้ต้องหา พร้อมซาก “เม่นใหญ่” อาวุธปืน และพื้นที่บุกรุกปลูกพืชอาสิน

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดยุทธการปราบปรามต่อเนื่อง! รวบ 2 ผู้ต้องหา พร้อมซาก “เม่นใหญ่” อาวุธปืน และพื้นที่บุกรุกปลูกพืชอาสิน

ตามนโยบายนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการเน้นย้ำไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน เพื่อป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่าและตัดไม้ทำลายป่าอย่างเด็ดขาดนั้น

​นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า​ จากการเปิด “ยุทธ การปราบปรามผู้ล่าสัตว์ป่า” อย่างต่อเนื่องล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนแม่เสลียง ซึ่งปฏิบัติการลาดตระเวนในห้วงเวลา 12 – 19 ตุลาคม 2568 ในป่าลึกบริเวณ ผาใหญ่ – หุบเต่าดำ ได้ตรวจพบกลุ่มควันไฟลอยขึ้น จึงได้แกะรอยเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว​ เจ้าหน้าที่พบปางพักชั่วคราว มีบุคคล 2 คน เป็นหญิงและชาย โดยขณะนั้นพบว่าผู้หญิงกำลังชำแหละเนื้อสัตว์ป่า ซึ่งระบุว่าเป็น เม่นใหญ่ ส่วนผู้ชายนั่งสานไม้ไผ่อยู่ในปางพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น

​จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบซากเม่นใหญ่ถูกชำแหละเป็นชิ้นส่วนกองอยู่บนพื้นข้างกองไฟ และเมื่อตรวจค้นบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด ภายในปางพักซึ่งมุงด้วยใบตะคร้อ พบ ปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ดินปืน 1/2 ขวด ลูกตะกั่ว 46 เม็ด อุปกรณ์ดำรงชีพ และถังน้ำ 2 ใบ นอกจากนี้ยังพบ พื้นที่บุกรุกปลูกพืชผลอาสิน อยู่ติดกับปางพักด้วย

​เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนบุคคลทั้งสอง ทราบชื่อคือ นายเชออิ และ นางต่อ ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยทั้งสองยอมรับว่าของกลางทั้งหมด ทั้งอุปกรณ์การกระทำผิดและซากสัตว์ป่าที่พบเจอเป็นของตนจริง​ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำบันทึกตรวจยึด/จับกุม และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี