พล.ต.ท.วัฒนาฯ ผบช.ภ.1 ฝากประชาสัมพันธ์ด่วน หาตัวคนร้ายชิงทอง ด่วนที่สุดแจ้ง ตร.ทุกหน่วยและประชาชนพลเมืองดีทุกๆ ท่าน

“…ประกาศ ประกาศ ประกาศ… หาตัวจับตัวคนร้ายชิงทอง ด่วนที่สุดแจ้ง ตร.ทุกหน่วยและประชาชนพลเมืองดีทุกๆท่าน

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ฝากประชาสัมพันธ์ด่วนมา ขณะนี้ทางตำรวจภูธรภาค 1 โดย พลตำรวจ ตรีภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และ พล.ต.ตวรชาติแสนคำ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และชุดปฏิบัติการ สืบสวนปราบปราม ได้จัดเจ้าหน้าที่ ตำรวจไล่ล่าคนร้ายอยู่ แต่ยังไม่พบตัว

หากประชาชนหรือบุคคลใดพบเจอตัวคนร้ายในพื้นที่ กรณีคนร้ายชาวกัมพูชา ปล้นทองกลางห้างโลตัส City Park บางพลี ปล้นร้านทอง เยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัส City Park บางพลี สามารถโทรแจ้งเบาะแสได้ที่ หมายเลข 191 ได้ทันที หรือติดต่อแจ้ง สถานีตำรวจหรือหน่วยงานตำรวจ ที่อยู่ ใกล้ ที่สุดเพื่อสามารถจับตัวคนร้ายได้ทันท่วงที.

ล่าสุด พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผลก.อก.ภ.1ได้รับแจ้งจาก พล.ต.ต. ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการว่า หลังจากได้รับการสั่งการจากพลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ให้ไลล่ากดดันอย่างหนัก หนีหัวซุกหัวซุนหลบไป พยายามจะออก นอก ชายแดน ประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ล่าสุด ได้จับกุมตัวคนร้ายแล้วได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านแหลม จังหวัดจันทบุรี ได้จะทำการ ควบคุมตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผลและหา สาเหตุการกระทำผิดต่อไป

(พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ผู้แจ้งข่าวการจับตัว/หาตัว คนร้าย)


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ ฯ ประชาสัมพันธ์ภารกิจตำรวจภูธรภาค1 ห้วงวันที่ 17 ตค.68 จำนวน 7 เรื่อง

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า วันที่ 17 ต.ค. 68 ได้รับข่าวสาร เผยแพร่ข่าวสารนี้ให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจ และสังกัดพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ได้รับทราบเป็นความรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค ดังนี้

1.) ตรวจเยี่ยม ศูนย์บริหารคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นนทบุรี

วันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์บริหาร คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภ.จว.นนทบุรี พร้อมทั้งให้กำลังใจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่และประชาชนที่มาแจ้งความ ณ ศูนย์บริหารคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภ.จว.นนทบุรี

#ตำรวจภูธรภาค1 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

2.) “วันตำรวจ” 17 ตุลาคม 2568

“ … ผู้รับราชการเป็นตำรวจ ได้ชื่อว่า เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คือทำหน้าที่พิทักษ์รักษาสันติสุขของประชาราษฎร์ การจะทำหน้าที่ดังกล่าว นอกจากจะต้องมีความรู้ความสามารถแล้ว แต่ละคนยังต้องตั้งตนอยู่ในความสุจริต ทั้งในการปฏิบัติหน้าที่ และในการดำเนินชีวิต อันเป็นปรกติประจำวันด้วย

ความสุจริตนั้น มี ๓ ส่วนด้วยกัน คือการประพฤติปฏิบัติส่วนหนึ่ง คำพูดจาปราศรัยส่วนหนึ่ง และความคิดจิตใจอีกส่วนหนึ่ง

ถ้าทุกคนสามารถสำรวมระวังการกระทำ คำพูด และความคิดของตนให้ถูกต้องเป็นสุจริตอยู่เสมอ ก็จะเกื้อกูลการปฏิบัติภารกิจทุกอย่าง ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้องเหมาะสมทุกเมื่อ ส่งผลให้ประชาราษฎรมีความสงบสุขปลอดภัย และชาติบ้านเมืองก็จะมีความผาสุกมั่นคงได้อย่างแท้จริง …”

ความตอนหนึ่ง จากพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๓ ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๕

วันตำรวจ #วันตำรวจ2568#ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ#Royalthaipolice

3.) สารของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องใน “วันตำรวจ”
17 ตุลาคม 2568

“พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกท่าน วันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการตำรวจทุกนาย จะได้มาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด คน ๆ นั้นคือ “ตำรวจ”

ทุกท่านย่อมตระหนักดีว่า การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ แต่คือความมีสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจอยู่ทุกขณะ ในปีนี้ผมจึงขอให้ตำรวจทุกนายได้ร่วมกันทบทวนหน้าที่ของตัวเอง 2 ประการ

  • ประการที่หนึ่ง ความสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง สำนึกในหน้าที่ของการเป็นตำรวจ ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือ แก้ปัญหา เพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเหล่านั้น
  • ประการที่สอง ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ดูแล ปกป้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเต็มกำลัง รวมถึงครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากพวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีแล้ว ย่อมมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน สมบูรณ์

หากพวกเราทุกคนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และสำนึกในความเป็น “ตำรวจ” แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน ในฐานะ “ตำรวจ” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป

ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะ พระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกท่าน และครอบครัว มีความสุข ความเจริญ มีความก้าวหน้า ในชีวิตราชการ มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ” ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป”

#วันตำรวจ #วันตำรวจ2568 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ 3Royalthaipolice

4.) จาก ผบ.ตร. ถึงข้าราชการตำรวจ และประชาชน เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568

วันตำรวจ2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

5.) เกริกเกียรติตำรวจไทย ผบ.ตร.นำกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณ สวนสนามเนื่องใน “วันตำรวจ” 2568

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าธงชัย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นเครื่องหมายของสามสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นหลักสำคัญของบ้านเมือง เพื่อย้ำคำมั่นสัญญาในการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ในการพิทักษ์ปกป้องสถาบัน และดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน สังคม และประเทศชาติ

จากนั้นเป็นพิธีสวนสนามของข้าราชการตำรวจ และนักเรียนนายร้อยตำรวจ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568

#สวนสนามวันตำรวจ #วันตำรวจ2568 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #Royalthaipolice

6.) “วันตำรวจเป็นวันที่อยากให้ตำรวจทุกนาย ได้สำนึกในหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติ ในทุกเวลาอยู่ทุกขณะ เพื่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน ..” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

วันตำรวจประจำปี 2568 #ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #Royalthaipolice

7.) ตำรวจภูธรภาค 1 จัดกิจกรรมเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568

วันที่ 17 ต.ค.68 เวลา 08.19 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ประธานพิธีฯ, พล.ต.ต. ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต. วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1 ร่วมพิธี “วันตำรวจ“ ประจำปี 2568

โดยมีการจัดกิจกรรมและพิธีการ ดังนี้

  1. พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ ภ.1 ณ บริเวณวิหารพระพุทธโสธร ศาลพระภูมิเจ้าที่ และรูปหล่อ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์
  2. พิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน ณ ลานอนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน
  3. พิธีสงฆ์ บำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานและเจริญพระพุทธมนต์ ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1
  4. พิธีมอบโล่และใบประกาศเกียรติคุณ ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1 โดยมี ข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.อก.ภ.1, บก.สส.ภ.1 และ บก.กค.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีฯ ณ ตำรวจภูธรภาค 1

วันตำรวจ #วันตำรวจ2568#ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์


พันตำรวจเอก ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สืบสวน ภ.จว.สระบุรี รับรางวัลปราบปรามยาเสพติดดีเด่น

สร้างชื่อเสียงให้กับตำรวจภูธรภาค 1 ลำดับที่ 6 พันตำรวจเอก ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สืบสวน ภ.จว.สระบุรี รับรางวัลปราบปรามยาเสพติดดีเด่น

“…สนองนโยบาย นรม./ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.1 ความภูมิใจของตำรวจภูธรภาค 1 ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีเข้ารับรางวัลโล่ห์ปราบปรามยาเสพติดดีเด่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบงานแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ข่าว และ IO ข่าวตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ. จว.สระบุรี และคณะผู้บริหารและผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 1 ได้แสดงความยินดีและภูมิใจกับ พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติและมีคุณภาพ สร้างชื่อเสียง และภาพลักษณ์ให้กับหน่วยงานตำรวจภูธรภาค 1 ตลอดจนทำให้ประชาชน อุ่นใจและมั่นใจในการทำงานของตำรวจ ภูธรภาค 1


พล.ต.ต.เดชรพีฯ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจเยี่ยม สภ.ปลายบาง ฟังบรรยายสรุปพร้อมมอบนโยบาย 4 ขัอให้ปฏิบัติ

วันนี้ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ปลายบาง ได้พบ พ.ต.อ. รักศักดิ์ เมฆจินดา ผกก.สภ.ปลายบาง, พ.ต.ท. กฤษณะโชติ คำนิมิตร รอง ผกก.ป.สภ.ปลายบาง, พ.ต.ท.เฉลียว แดงยิ้ม รอง ผกก.(สอบ สวน) สภ.ปลายบาง, พ.ต.ท.กรณรงค์ ศุภนันทนานนท์ รอง ผกก.สส. สภ.ปลายบาง, พ.ต.ท. เอกณัฐ หอมกลิ่น สว.อก.สภ.ปลายบาง

ในโอกาสนี้ รับฟังบรรยายสรุปของสภ.ปลายบาง รายงานเหตุการณ์ปกติ จึงได้สอบถามถึงปัญหาขัอขัดข้อง พร้อมนี้มอบนโยบายดังนี้

  1. กำชับการปฏิบัติตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1
  2. กำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด บ่อนการพนัน บุหรี่ไฟฟ้า อบายมุข และเฝ้าระวังเหตุร้านทอง
  3. ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส สร้างภาพลักษณ์ของตำรวจที่ดี
  4. หารือการจัดหางบประมาณการปรับปรุงศูนย์บริการประชาชน

ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.ปลายบาง


“ผู้การโปรด ตม.3” สั่งลุยจับวันเดียวสองหมาย หนุ่มแดนมังกรหนีหมายจับ ซุกไทยฟอกตัว

“ผู้การโปรด ตม.3” สั่งลุยจับวันเดียวสองหมายหนุ่มแดนมังกรหนีหมายจับ ซุกไทยฟอกตัว

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้หน่วยในสังกัดได้แก่ กก.สส.บก.ตม.3, ตม.จว.สมุทรปราการ และตม.ชลบุรี สนธิกำลังร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติรายสำคัญ ซึ่งหนีหมายจับต่างประเทศดังนี้

เคสที่ 1 ตม.ร่วมกับ พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก.ตม.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยชุดสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัว Mr.Sung (นายซุง นามสมมติ) ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ เรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งหลบหนีหมายจับจากประเทศจีน และเข้ามาพำนักในประเทศไทยนานหลายเดือน โดยมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ ด้วยการเปลี่ยนที่พักและสถานอยู่ในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางจนกระทั่งมาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่สมุทรปราการ

เคสที่ 2 พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆสิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, ร.ต.อ.พงศ์เจริญ ทองไพบูลย์ รองสว.ตม.จว.ชลบุรี, ด.ต. ชัชวาล คุ้มภัย ผบ.หมู่ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกันสืบสวนจับกุม Mr.Li (นายลี นามสมมติ) บุคคลสัญชาติจีน อายุ 56 ปี ซึ่งกระทำความผิดฐานฉ้อโกง และถูกกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งเขตซงเจียง นครเซี่ยงไฮ้ ออกประกาศสืบจับไว้

ด้าน พล.ต.ต.ทรงโปรด ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า ทาง บก.ตม.3 ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศจีน ทำให้ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ได้ก่อเหตุในประเทศจีน และเมื่อทราบว่าตนน่าจะถูกหมายจับ จึงได้หลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย ซึ่งในขณะนั้นทางการจีนยังไม่ได้ประกาศหมายจับลงในระบบตำรวจสากล จึงมิได้ห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อมาภายหลังจากได้รับข้อมูลการประสานงานแล้ว จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไปดำเนินการสืบจับ

ตัวอย่างเช่น นายซุงทราบว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2560–2562 ระหว่างที่ทำงานอยู่ในบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในประเทศจีน ได้มีการเรียกรับเงินสินบนจากผู้รับเหมา รวมกว่า 800,000 หยวน (เป็นเงินไทยกว่า 3.6 ล้านบาท) โดยอ้างว่าเป็น “ค่าบริการทางเทคนิค” และ “ค่าความช่วยเหลือในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง” ก่อนจะหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี เป็นต้น

พล.ต.ต.ทรงโปรด ยังได้กล่าวอีกว่า ตนได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดประสานข้อมูล กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อติดตามพฤติกรรมของคนต่างด้าวซึ่งแม้อาจเดินทางเข้ามาถูกต้องแล้ว โดยอาศัยสถานะนักท่องเที่ยวหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย แต่เมื่อตรวจสอบพบว่ามีประวัติการกระทำผิด ก็ให้ทำการควบคุมตัวและดำเนินการตาม พรบ.คนเข้าเมือง ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันคนต่างชาติเหล่านี้ออกไป


พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ฯ ผบก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์งานตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ได้รับข่าวสาร เผยแพร่ข่าวสารนี้ให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจ และสังกัดพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ได้รับทราบเป็นความรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

วันที่ 14 ต.ค. 68 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 เรื่อง คือ

1.) สภ.ป่าโมก ภ.จว.อ่างทอง “มอบวัตถุดิบเพื่อประกอบเลี้ยง ณ ครัวชุมชนป่าโมก และสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 900 กล่อง”

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568 เวลา 10.00 น. ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 สั่งการให้หน่วยเร่งระดมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง นำโดย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.ป่าโมก, นายศราวุธ เผ่าพยัฒ นายก อบต.เอกราช / ประธาน กต.ตร.สภ.ป่าโมก, พ.ต.อ.สายชล โพธิ์ขอบ ผกก.สภ. โพธิ์ทอง, พ.ต.อ.กันตภณ ธนาธิปปิ่นสกุล ผกก.สภ.สามโก้ พร้อมคณะ กต.ตร.สภ.สามโก้, พ.ต.ท.เวทิศ สาลีสังข์ สวญ.สภ.รำมะสัก, พ.ต.ท.ธวัชชัย จันปุ่ม สวป.สภ.ป่าโมก ร่วมกันเป็นตัวแทนมอบวัตถุดิบในการประกอบอาหารเพื่อเลี้ยงผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอป่าโมก ณ ครัวชุมชนอำเภอป่าโมก หมู่ 6 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง

รายละเอียดสิ่งของที่มอบโดยประมาณ

  1. คุณกิตติพงศ์ พวงศิริ ประธานกรรมการบริษัทไผ่สิงห์ทอง /ที่ปรึกษากต.ตร.สภ.ป่าโมก
    ไข่ไก่ จำนวน 100 กล่อง (ประมาณ 3,000 ฟอง)
  2. คุณนงเยาว์ อ่ำตระกูล กต.ตร.สภ.ป่าโมก ข้าวสาร 50 กก. จำนวน 6 กระสอบ (รวม 300 กก.)
  3. สภ.ป่าโมก นำโดย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.ป่าโมก
    • น้ำดื่มสะอาดขวดใหญ่ 100 แพ็ค
    • ไข่ไก่ 100 แผง (ประมาณ 3,000 ฟอง)
    • ข้าวสาร 50 กก. จำนวน 4 กระสอบ (รวม 200 กก.)
  4. สภ.สามโก้ นำโดย พ.ต.อ.กันตภณ ธนาธิปปิ่นสกุล ผกก.สภ.สามโก้ พร้อมคณะ กต.ตร.
    • ข้าวสาร 2 กระสอบ
    • น้ำตาล 3 กระสอบ
    • น้ำดื่ม 50 แพ็ก
    • น้ำปลา, น้ำมัน, และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  5. สภ.โพธิ์ทอง
    • ข้าวสาร 4 กล่อง (ประมาณ 120 กก.)
    • น้ำดื่ม 15 แพ็ก
  6. สภ.รำมะสัก นำโดย พ.ต.ท.เวทิศ สาลีสังข์ สวญ.สภ.รำมะสัก
    • ลูกชิ้นหมูสาหร่าย จำนวน 20 กก.

โดยมีผู้แทนรับมอบดังนี้ นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอป่าโมก, นายมนตรี โตศิลปกิจ
นายก อบต.โผงเผง นายชัยวัฒน์ มั่นอก ผู้อำนวยการโรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ ภายหลังการมอบวัตถุดิบเสร็จสิ้น คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันประกอบอาหารมื้อกลางวันและบรรจุอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่

ต่อมา เวลา 11.30 น. นำโดย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.ป่าโมก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ป่าโมก และจิตอาสา เดินทางด้วยเรือไปยัง บ้านสวนยายส้ม หมู่ 4 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เพื่อมอบอาหารกลางวัน ไข่ไก่ และน้ำดื่มให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 900 กล่อง

2.) สภ.อินทร์บุรี ภ.จว.สิงห์บุรี ตรวจเยี่ยมประชาชน มอบของช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย​

วันที่ 13 ต.ค. 2568 เวลา 10:30 น. พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.อินทร์บุรี พร้อมชุดสายตรวจทางน้ำ ออกตรวจพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนและแจกน้ำให้แก่ผู้ประสบ​อุทกภัย​ ณ บริเวณวัดระนาม ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

ฝ่ายอำนวยการ5 #ตำรวจภูธรภาค1 #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

3.) แถลงข่าวผลการจับกุม ขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้าจากพื้นที่ภาคใต้ กระจายในพื้นที่ภาคกลาง ของกลางมูลค่ารวมยี่สิบล้านบาท

วันที่ 14 ต.ค. 68 เวลา 11.00 น. ณ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ. ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้า จากพื้นที่ภาคใต้ขึ้นมากระจายในพื้นที่ภาคกลาง
จับกุมผู้ต้องหาขนบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 ราย สถานที่จับกุม ริมถนนสาธารณะ หมู่ 6 ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จว.สมุทรสาคร ของกลางที่ได้จากการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น 48,301 ชิ้น, รถยนต์กระบะตู้ทึบ จำนวน 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 ก.ย.68 เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการจับกุมนายจีรพิวัฒน์ฯ พร้อมด้วยของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 4,476 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 3,088,440 บาท ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้ามหรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” นำส่งพนัก งานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี จว.ลพบุรี ดำเนิดคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมาจากการสืบสวนขยายผลพบกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงบุหรี่ไฟฟ้า จากพื้นที่ภาคใต้ขึ้นมากระจายในพื้นที่ภาคกลาง เพิ่มเติม โดยพบรถยนต์กระบะตู้ทึบสีเทา และรถยนต์กระบะตู้ทึบสีขาว เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้คอยเฝ้าสังเกตการณ์และทำการติดตามจนตรวจพบขณะกลุ่มผู้ต้องหา ลักลอบลำเลียง บุหรี่ไฟฟ้าของกลางจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางโดยได้เข้าแสดงตัวขอทำการตรวจค้น และจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1 นายมัรวาน ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะสีขาว พร้อมด้วยของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 19,441 ชิ้น และผู้ต้องหาที่ 2 นายอิลรอเฮง ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะตู้ทึบสีเทา พร้อมด้วยของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 28,640 ชิ้น รวมของกลางทั้งหมด 48,301 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยของกลางทั้งหมดถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ภาคใต้ และนำมาจำหน่ายในพื้น ที่ภาคกลาง มีของกลางมูลค่ารวมประมาณ 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาท)

ทั้งนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการกระทำผิดดังกล่าวว่าได้มีกลุ่มบุคคลได้ลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้ามาจัดจำหน่าย ซึ่งอาจทำให้วัยรุ่นและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และประชาสัมพันธ์ว่าการมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในความครอบครอง มีความผิดทางกฎหมาย ทั้ง นี้ทางตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว โดยใช้มาตรการลงโทษทางกฎหมายในฐานความผิดขั้นสูงสุด เพื่อเป็นแบบอย่างมิให้การกระกระทำความผิด และจะดำเนินการจับกุมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป

โดยหากพบเห็นการกระทำผิดหรือพบเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดดังกล่าว สามารถแจ้งไปยังสายด่วน 191 เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป


น้ำใจหลั่งไหล! กอ.รมน.-มวลชนภาคี (พคบ.-ทสปช.) ร่วมมือ อบต. น้ำเต้า ลงพื้นที่บางบาล อยุธยา แจกสิ่งของจำเป็นบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัย

น้ำใจหลั่งไหล! กอ.รมน. – มวลชนภาคี (พคบ. – ทสปช.) ร่วมมือ อบต. น้ำเต้า ลงพื้นที่บางบาล อยุธยา แจกสิ่งของจำเป็นบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ประสบภัย

วันนี้ 21 ต.ค. 68 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมี พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ (ผอ.สมท.กอ.รมน.) และผู้บริหารของสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศพร้อมด้วยเครือข่ายมวลช กอ.รมน. ประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย กลุ่มชมรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์เครือข่ายความมั่นคงระดับผู้บริหาร (ชมรม.พคบ.) นำโดย น.ส. ชลัยรัตน์ ภักดี และ ผู้แทนเครือข่ายไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) จากหลายรุ่น ได้ร่วมจัดกิจกรรมบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ตำบลน้ำเต้า อำเภอบางบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำข่วมขังสูงถูกตัดขาดจากเส้นทางการสัญจรมายาวนานกว่า 2 เดือน เป็นผลทำให้กระทบต่อสภาวะทางจิตใจและชีวิตความเป็นอยู่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและกลุ่มเปราะบาง

จากการลงพื้นที่ในวันนี้ รองผอ.รมน.จว.อยุธยา ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำเต้า(อบต.น้ำเต้า), และทหาร-ตำรวจ ในพื้นที่ จำนวน 30 นาย จัดเตรียมพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ห่างไกลจากการช่วยเหลือ พร้อมเรือติดเครื่องยนต์ เพื่อนำคณะฯ นำสิ่งของเครื่องใช้ (อุปโภค-บริโภค) และเครื่องใช้ที่จำเป็นให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ประสบภัย ได้แก่ ส้วมกระดาษ, ถุงขยะดำ เพื่อใช้ในการใส่ขยะ, อาหารพร้อมทานทั้งข้าวสวยและกับข้าว, เครื่องกระป๋อง, ขนมขบเคี้ยว, น้ำดื่ม พร้อมทั้งยากันยุง อาหารสุนัขและแมว และยารักษาโรคทั่วไป โดยทั้งหมดจะถูกบรรจุอยู่ในถุงยังชีพเพื่อมอบให้แก่เด็กและกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับเร่งด่วน

สำหรับสิ่งของที่ได้รับการบริจาคในครั้งนี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบรรเทาทุกข์และความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบภัยมาอย่างยาวนาน โดยการรวบ รวมจากมวลชน กอ.รมน. และผู้มีจิตศรัทธาจากทุกภาคส่วน กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการให้ความช่วยเหลือด้านสิ่งของเท่านั้น กลุ่มพลังมวลชน กอ.รมน. ยังได้ให้กำลังใจปลอบขวัญแก่ผู้ประสบภัยขณะที่ยังเกิดปัญหาในช่วงนี้ได้ใช้ชีวิตต่อไป

การเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นความร่วมมือในการบูรณาการความร่วมมือของ กอ.รมน. พร้อมมวลชนและกองทัพบก ในการสนับสนุนรถบัสทหารและรถขนสิ่งของ อีกทั้งรวมทั้งหน่วยงานราชการในพื้นที่ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. และพล.อยู่.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.ในฐานะรองผอ.รมน., พล.อยู่.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน.และผู้บังคับบัญชาทุกลำดับชั้นได้นำนโยบายไปปฎิบัติโดยเฉพาะการนำพลังมวลชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาและสนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคงได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในพื้นที่ ประชาชนอยู่ดีมีสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อทำให้ประเทศชาติพัฒนาได้อย่างยั่ง ยืนต่อไป


พล.ต.ท.ศิลปคมณ์ฯ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. จัดฝึกอบรมการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการปฏิบัติงาน รองรับผู้เข้าร่วมอบรม 550 นาย

พล.ต.ท.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. จัดฝึกอบรมการประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับการปฏิบัติงาน รองรับผู้เข้าร่วมอบรม 550 นาย

เมื่อวันพุธที่ 15 ตุลาคม 2568​พล.ต.ท.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ปฏิบัติหน้าที่​ หน.ส่วนอำนวยการและสนับสนุน ศปก.ตร.) ได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเสริมสร้างการปฏิบัติงานของ ศปก.ตร.” ระหว่างเวลา 09.30-16.00 น.

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเปิดรับข้าราชการตำรวจที่สนใจเข้าร่วมในห้องประชุมจำนวน 50 ที่นั่ง พร้อมทั้งเปิดช่องทางให้ข้าราชการตำรวจจากหน่วยต่างๆ ที่ไม่สะดวกเดินทางสามารถเข้าร่วมผ่านระบบ Zoom Meeting จำนวนกว่า 500 นาย รวมผู้เข้าอบรมทั้งสิ้นประมาณ 550 นาย โครงการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน​เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาองค์กรสู่ดิจิทัล

โดย​ พล.ต.ท.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์​ ผบช.ประจำ​ สง.ผบ.ตร. ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยี AI ถือเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับการปฏิบัติงานของตำรวจให้ทันต่อยุคสมัย เราต้องก้าวทันเทคโนโลยีเพื่อให้สามารถรับมือกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่และให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”


ผบช.ภ.1 ชูนโยบายการทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อประชาชน

ผู้บัญชาการต๋อง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ชูนโยบายการทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อประชาชนคือ…….”ยุติธรรม มีวินัย โปร่งใส เป็นที่พึ่งของประชาชน”

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการรับผิดชอบงานแถลงข่าว ประชาสัมพันธ์ข่าว และ IO ข่าวตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา และมีนโยบายในการขับเคลื่อนการทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านงานป้องกันและปราบปราม งานสืบสวน งานสอบสวน งานจราจร และงานอำนวยการ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยของประชาชนในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

พื้นที่รับผิดชอบ 9 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย 1.ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท (ภ.จว.ชัยนาท), 2.ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ภ.จว.นนทบุรี), 3.ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ภ.จว.ปทุมธานี), 4.ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา), 5.ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี (ภ.จว.ลพบุรี), 6.ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ (ภ.จว.สมุทรปราการ), 7.ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี (ภ.จว.สระบุรี), 8.ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี (ภ.จว.สิงห์บุรี), 9.ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง (ภ.จว.อ่างทอง) และอีก 4 หน่วยงานคือ 1.กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 1 (บก.อก.ภ.1), 2.กองบังคับการกฎหมายและคดี ตำรวจภูธรภาค 1 (บก.กค.ภ.1), 3.กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 (บก.สส.ภ.1) และ 4.ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 1 (ศฝร.ภ.1)

โดยนโยบายการทำงานของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 คือ ยุติธรรม มีวินัย โปร่งใส เป็นที่พึ่งของประชาชน

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน กล่าวว่าหากประชาชนพบการกระทำความผิดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจท้องที่ที่เปิดเหตุรับผิดชอบนั้นๆ หรือแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 191 ซึ่งจะมีระบบรับข้อมูลซึ่งใช้ระบบเทคโนโลยีมาควบคุมการแจ้งข้อมูลของประชาชนและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดต่อไป


แพทย์ทหารเตือน ผู้ปกครองเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปากในเด็ก หลังพบแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

แพทย์ทหารเตือน ผู้ปกครองเฝ้าระวังโรค มือ เท้า ปากในเด็ก หลังพบแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือน พบแนวโน้มของโรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก และโรคไข้หวัดใหญ่สูงขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคที่พบการระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนของทุกปี ทั้งสองโรคนี้เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็ก บางครั้งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ หากเด็กไม่สบาย หรือมีไข้ ผู้ปกครองควรพาไปพบแพทย์ และให้พักอยู่ที่บ้าน โดยโรคมือ เท้า ปาก พบได้ตลอดทั้งปี

สำหรับสาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ซึ่งอาการมักไม่รุนแรง แต่ในเด็กบางราย อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือก้านสมองอักเสบ จนเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ อย่างรวดเร็ว กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะในสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนอนุบาล หรือสถานที่แออัดที่สุขอนามัยไม่ดี หากมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูงผิดปกติ กินไม่ได้ ซึมลง ชักเกร็ง อาเจียนมาก หรือหายใจลำบาก ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที การป้องกันทำได้โดยการล้างมือด้วยน้ำ และสบู่เป็นประจำ และหมั่นทำความสะอาดของเล่นหรือของใช้ที่เด็กสัมผัส สำหรับเจลแอลกอฮอล์ไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อบุตรหลานของข้าราชการทหารและครอบครัว ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว จึงขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอจาม หรืออยู่ในสถานที่แออัด หรือที่ที่มีกลุ่มคนจำนวนมาก หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย หากบุตรหลานมีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือซึม ควรหยุดเรียน และรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส