“บังดุล” นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี วิ่งภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” 60 จังหวัด ใต้ – เหนือ – อีสาน กว่า 2,500 กิโล เข้าสู่วันที่ 23 การวิ่ง และเข้าประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 2 แล้ว

ประจวบคีรีขันธ์ – “บังดุล” นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี วิ่งภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” 60 จังหวัด ใต้ – เหนือ – อีสาน กว่า 2,500 กิโล เข้าสู่วันที่ 23 การวิ่ง และเข้าประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 2 แล้ว

วันที่ 22 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บังดุล” หรือ นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ 51 ปี นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี ซึ่งออกวิ่งเป็นวันที่ 23 ของการวิ่ง และวันที่ 2 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอทับสะแก เข้าสู่อำเภอเมืองประจวบฯ ตามภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” โดยเริ่มต้นจาก อ.มายอ จ.ปัตตานี มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเชียงราย และจะวกกลับเข้าสู่ภาคอีสาน มุ่งหน้าสู่ ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ระยะทางรวมกว่า 2,500 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางร่วม 3 เดือน โดยหวังระดมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปสนับสนุนการสร้างกำแพงกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงจัดหาสิ่งของจำเป็นมอบให้ทหารในพื้นที่

สำหรับครั้งนี้ “บังดุล” เขาเริ่มต้นวิ่งโดยใช้เส้นทางสายเอเชีย ผ่านจังหวัดสงขลา สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจะเข้าสู่ภาคกลาง และ ราชบุรี สุพรรณ อ่างทอง นครสวรรค์ กำแพงเพชร เชียงใหม่ สุดที่เชียงราย ก่อนลงมาโซน อุตรดิตย์ เพชรบูรณ์ และเข้าสู่ภาคอีสาน ไปสิ้นสุดที่ศรีสะเกษ ซึ่งถือเป็นภารกิจวิ่งที่ยาวและเข้มข้นที่สุดของบังดุล โดยทุกวันจะวิ่งวันละราว 50 กิโลเมตร แบ่งเป็นเซตละ 10–15 กิโลเมตร

ในการวิ่งครั้งนี้ บังดุลไลฟ์ผ่าน TikTok ชื่อ “นักวิ่ง จิตอาสา” พร้อมสะพายสัมภาระและติดตั้งโทรศัพท์บนโครงเหล็กอลูมิเนียมเพื่อถ่ายทอดสด ระหว่างทางมีประชาชนที่พบเห็นต่างร่วมให้กำลังใจและบริจาคเงินตลอดเส้นทาง สำหรับบังดุล เขาคือสัญลักษณ์ของการเสียสละเพื่อชาติ และยืนยันว่า การกลับมาวิ่งเพื่อชายแดนไทยครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนว่า “คนไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานแผ่นดิน” สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ บัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปาลัส หมายเลข บ/ช 02-0088-256-366


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

นายก อบจ.นครปฐม พร้อมด้วย สจ.กลุ่มชาวบ้าน ได้จัดเตรียมอาหารเจไว้ต้อนรับประชาชนในจังหวัดนครปฐม

นายก อบจ.นครปฐมพร้อมด้วย สจ.กลุ่มชาวบ้าน ได้จัดเตรียมอาหารเจไว้ต้อนรับประชาชนในจังหวัดนครปฐม ณ ที่ อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และนางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา พร้อมด้วย สมาชิกสภาฯ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ อบจ.นครปฐม และผู้มีจิตอาสา ร่วมกันเตรียมอาหารเจ เพื่อบริการพี่น้องประชาชน โดยได้รับความกรุณาจาก คุณแม่ สุภาพร สะสมทรัพย์ มารดา ของ ท่านนายก จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นผู้กำกับดูแลในทุกขั้นตอน เพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้รับประทานอาหารที่ สด สะอาด อร่อย มีคุณภาพ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม จัดงานเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยจัดอาหารเจ ให้ทานฟรี ตลอดระยะเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 21-29 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 11.30-13.00 น. อบจ.นครปฐม ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทำอาหารเจ และผู้มีจิตศรัทธาบริจาควัตถุดิบต่างๆ เพื่อนำมาประกอบอาหาร ทำให้การจัดโครงการในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการกันอย่างเนืองแน่นในการกินเจ ในครั้งนี้


สมคิด ผู้สื่อข่าว นครปฐม

Sea (ประเทศไทย) จับมือ The Money Coach เปิดตัวหลักสูตรการเงิน “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” งบมุ่งปลูกฝังทักษะทางการเงิน เสริมรากฐานเยาวชนไทยสู่อนาคต

Sea (ประเทศไทย) จับมือ The Money Coach เปิดตัวหลักสูตรการเงิน “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” งบมุ่งปลูกฝังทักษะทางการเงิน เสริมรากฐานเยาวชนไทยสู่อนาคต

The Money Coach นำโดย โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ร่วมกับ Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Garena, Shopee และ Monee เปิดตัวหลัก สูตรการเงิน “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” หลักสูตรออนไลน์สำหรับเยาวชนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป ซึ่งเปิดให้เรียนได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มุ่งปลูกฝังทักษะความรู้พื้นฐานทางการเงินแก่เยาวชนไทย ส่งเสริมให้เรื่องการวางแผนการเงินเป็นทักษะชีวิตที่เข้าถึงได้ทุกครอบครัว ครู และนักเรียนทั่วประเทศ โดยออกแบบเนื้อหาให้เข้าใจง่าย เหมาะกับวัยรุ่นยุคใหม่ พร้อมวางแผนบูรณาการหลักสูตรสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

หลักสูตรออนไลน์ Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น ได้รับการริเริ่มและออก แบบโดย คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ “โค้ชหนุ่ม The Money Coach” โดยมี Sea (ประ เทศไทย) ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนด้านการกระจายการเข้าถึงและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครู ได้เรียนรู้และใช้เป็นเครื่องมือการเรียนการสอนเรื่องการเงินอย่างเป็นระบบ ให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจแนวคิดในการเริ่มต้นบริหารเงินและวางแผนการเงินเพื่ออนาคต โดยเนื้อหาครอบคลุม 8 หัวข้อ ได้แก่ การปรับมุมคิดเรื่องเงิน การใช้จ่ายอย่างมีสติ การวางแผนงบประมาณส่วนตัว การหารายได้ด้วยตนเอง การเก็บออมอย่างฉลาด การเริ่มต้นลงทุนง่ายๆ ตั้งแต่วัยเรียน การรู้เท่าทันภัยทางการเงิน และการตั้งเป้าหมายชีวิต พิชิตเป้าหมายเงิน

คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ หรือ “โค้ชหนุ่ม” The Money Coach กล่าวว่า “จากการให้คำปรึก ษาทางการเงินแก่คนไทยตลอดหลายปี พบว่าปัญหาหลักยังวนเวียนอยู่กับเรื่องสภาพคล่องและภาระหนี้สิน ซึ่งสะท้อนการแก้ปัญหาแบบ ‘งานซ่อม’ ที่มุ่งแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แต่ไม่ช่วยให้ปัญหาจบสิ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางมาเน้น ‘งานสร้าง’ หรือการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่ยั่งยืนให้คนไทยตั้งแต่ต้น กระทั่งพัฒนาเป็นหลักสูตร ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’ เพื่อปลูกฝังความรู้ด้านการเงินให้กับเยาวชนในระดับมัธยม ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองและพร้อมเรียนรู้เรื่องเงินในแบบที่นำไปใช้ได้จริง หลักสูตร Money for Teen ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และเน้นให้ผู้เรียนมีเป้าหมายทางการเงินชัดเจน ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบ 3C คือ เริ่มจาก กรณีศึกษา (Case) นำไปสู่การเรียนรู้ เนื้อหาหลัก (Content) และจบด้วย กิจกรรมหรือแบบทดสอบ (Challenge) เพื่อให้ผู้เรียนได้ทดลองคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะหัวใจสำคัญของการเงินคือ ‘การตัดสินใจ'”

หลักสูตร “Money for Teen” เปิดให้เรียนฟรี ผ่านทางเว็บไซต์ www.moneycoach.co.th ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน มีผู้เข้าเรียนแล้วมากกว่า 5,700 คน สะท้อนถึงความต้องการเรียนรู้เรื่องการเงินในหมู่เยาวชนไทย โดยในอนาคต หลักสูตรดังกล่าวยังจะสามารถเข้าถึงได้ผ่านแพลตฟอร์ม www.SeaAcademy.co ของ Sea (ประเทศไทย) เพื่อขยายการเข้าถึงในวงกว้างยิ่งขึ้น

คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ความรู้ทางการเงินคือทักษะชีวิตที่เยาวชนควรได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เนิ่น ๆ เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในอนาคต Sea (ประเทศไทย) จึงมุ่งมั่นส่งเสริมความรู้ด้านการเงินอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและสื่อการเรียนรู้ที่เข้าถึงง่ายและเหมาะสม โดยที่ผ่านมา เราได้พัฒนาบอร์ดเกม ‘Wishlist จัดสรรเงิน เติมความฝัน’ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องการเงินผ่านเครื่องมือการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพอย่างบอร์ดเกม นำมาสู่การต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’ ร่วมกับ The Money Coach ซึ่งเป็นหลักสูตรด้านการเงินที่สนุก เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง ทั้งในห้องเรียนและในครอบครัว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และวางรากฐานการเงินที่มั่นคงให้กับเยาวชนไทย ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็งในอนาคต”

หลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียนสำหรับวัยรุ่น แต่ยังเป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างเยาวชนกับผู้ปกครองและคุณครู โดยผู้ปกครองและคุณครู สามารถนำไปใช้สอนที่บ้านและที่โรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะปลูกฝังความรู้ความเข้าใจทางการเงินและทักษะชีวิตที่จำเป็นแก่เยาวชนเท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสสำคัญให้ครอบครัวได้เรียนรู้และพูดคุยเรื่องเงินกันอย่างเปิดใจ ขณะเดียวกัน โรงเรียนก็จะมีพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสารเรื่องการเงินอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนร่วมกัน”

ภายในงานเปิดตัวหลักสูตร “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “การเงินสอนลูกได้ไม่ต้องรอ” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายภาคส่วนถึงแนวทางการส่งเสริมความรู้ทางการเงินในครอบครัว และการขยายหลักสูตรเข้าสู่สถานศึกษาทั่วประเทศ โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ โค้ชหนุ่ม – คุณจักรพงษ์ เมษพันธุ์ The Money Coach คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และคุณจรูญศรี แจบไธสง รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พร้อมแขกรับเชิญพิเศษอย่าง คุณเบลล์–ยุภาพร ฤทธิญาณ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง (คุณแม่น้องชูใจ) ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การสอนลูกเรื่องการเงินในชีวิตจริง

ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า “การเรียนรู้เรื่องการเงินตั้งแต่วัยเยาว์คือรากฐานสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ เพราะเด็กที่เข้าใจคุณค่าของเงินย่อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักคิด วางแผน และใช้ชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบ การส่งเสริมหลักสูตร ‘Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น’ จึงไม่ใช่แค่การสอนให้รู้จักออมและใช้จ่ายเท่านั้น แต่เป็นการปลูกฝังทักษะชีวิตที่เชื่อมโยงกับความฉลาดรู้ทางการเงิน เพื่อให้เยาวชนไทย พร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่อย่างมั่นใจ และสามารถใช้ชีวิตบนพื้นฐานคุณธรรมอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข”

ด้านคุณจรูญศรี แจบไธสง รองผู้อำนวยการสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า “ทักษะด้านการเงินไม่เพียงช่วยให้เยาวชนจัดการชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว หลักสูตร ‘Money for Teen’ เปรียบเสมือนต้นกล้าแห่งความรู้ด้านการเงิน ที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องเงินได้ตั้งแต่วัยรุ่น มีแผนการใช้เงินในอนาคต ที่มั่นคงและยั่งยืน โดย สพฐ. มีแผนนำหลักสูตรนี้ขยายผลสู่โรงเรียนทั่วประเทศ โดยส่งเสริมให้ครูบูรณาการกับรายวิชาหรือจัดเป็นกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต ขึ้นอยู่กับความสมัครใจและจุดเน้นของสถานศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์ และนำความรู้ไปใช้ได้จริง เราเชื่อว่าการปลูกฝังเรื่องการเงินตั้งแต่วัยเรียน คือการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน และวางรากฐานสู่สังคมไทยที่มีวินัยทางการเงินในอนาคต”

Sea (ประเทศไทย) และ The Money Coach ยังมีแผนร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันให้หลักสูตร “Money for Teen” เข้าถึงโรงเรียนไทยในวงกว้าง โดยเริ่มต้นจากการนำร่องในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 10 แห่ง และอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อขยายผลสู่สถานศึกษาในภูมิภาค พร้อมกันนี้ ยังมีแผนเปิดตัว หลักสูตรระดับสูง (Advance) ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2569 สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งครอบคลุม 5 หัวข้อเนื้อหาด้านการเงิน ได้แก่ เครดิตและสินเชื่อ พื้นฐานการลงทุน การเป็นผู้ประกอบการ ภาษีเงินได้ และการบริหารความเสี่ยง เพื่อยกระดับองค์ความรู้ทางการเงินให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

หลักสูตรการเงิน “Money for Teen เรื่องเงินเรียนรู้ได้ตั้งแต่วัยรุ่น” ไม่เพียงช่วยส่งเสริมศักยภาพทางการเงินให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ แต่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานที่มั่นคงและผลกระทบที่ดีต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนหลักสูตรดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ www.moneycoach.co.th และ www.SeaAcademy.co


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช.แถลงข่าวฝีมือนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวทีประกวดนานาชาติ “Taiwan Innotech Expo 2025”

วช. แถลงข่าวฝีมือนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวทีประกวดนานาชาติ “Taiwan Innotech Expo 2025”

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าว “ผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ Taiwan Innotech Expo 2025” (TIE 2025) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร (วช.) นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ (วช.)

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ภายใต้กระทรวง (อว.) ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ของไทยสู่เวทีนานา ชาติอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับมอบหมายจากองค์กรประดิษฐ์ระดับนานาชาติให้เป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทย ในการเปิดรับสมัคร พิจารณา และกลั่นกรองผลงานเข้าร่วมประกวดในนามประเทศ นอกจากนี้ (วช.) ยังมุ่งแสวงหาความร่วมมือใหม่ในระดับนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยได้แสดงศักยภาพ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และพัฒนาผลงานให้ทันสมัย อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานผลงาน พร้อมสร้างโอกาสในการขยายตลาดสู่ระดับสากล และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ผ่านเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ

การจัดงานแถลงข่าวในวันนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยที่เข้าร่วมประกวดในเวที “Taiwan Innotech Expo 2025” (TIE 2025) ให้สาธารณชนได้รับทราบและภาคภูมิใจ พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจให้เยาวชน นักวิจัย และนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ สร้างสรรค์ผลงานที่จะยกระดับประเทศไทยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่เวทีโลก เวที TIE 2025 จัดโดย Taiwan External Trade Development Council (TAITRA) หรือสภาการค้าไต้หวัน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 ตุลาคม 2568 ณ Taipei World Trade Center Exhibition Hall เมืองไทเป ไต้หวัน โดยมีผลงานจากกว่า 20 ประเทศ รวมกว่า 400 ผลงาน อาทิ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐอินเดีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และไทย

ในปีนี้ ประเทศไทยได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจำนวน 37 ผลงาน จาก 10 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และสถาบันการศึกษา เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงในเวทีดังกล่าว เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งผลงานของนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทยสามารถคว้ารางวัล Special Prize on Stage จาก Korea Invention Promotion Association (KIPA) หน่วยงานด้านสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมแห่งสาธารณรัฐเกาหลี จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่

  1. ผลงาน “ตู้ขายพลังงานไฟฟ้าแบบจ่ายเงินล่วงหน้า” โดย นายปฏล บุศย์น้ำเพชร และ นายณัฐชัย ถนอมธรรม จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  2. ผลงาน “อุปกรณ์ช่วยยึดติดลิ้นหัวใจผลิตจากวัสดุฉลาด เพื่อผู้ป่วยลิ้นหัวใจรั่ว” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ทั้งนี้ (วช.) ได้เชิญผู้ได้รับรางวัลสำคัญและรางวัลระดับเหรียญทองมาร่วมแบ่งปันประสบ การณ์ผ่านเวทีเสวนาเรื่อง “Innovation Spotlight: ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยในเวทีนานาชาติ” ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพ ความมุ่งมั่น และความทุ่มเทของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยที่ได้รับการยอมรับบนเวทีโลก

ถัดมาเป็นการเสวนาในหัวข้อ “Innovation Spotlight: ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยในเวทีนานาชาติ” โดยผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากเวที TIE 2025 โดยมี

  • นางสาวปารณีย์ ทวีสุข จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กับผลงาน “อุปกรณ์ช่วยยึดติดลิ้นหัวใจผลิตจากวัสดุฉลาดเพื่อผู้ป่วยลิ้นหัวใจรั่ว”
  • นางสาวภาณุมาส บุบผามาลา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับผลงาน “เครื่องสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์สำหรับสัตว์เลี้ยง”
  • นายศิวัตม์ ลิ้มสุคนธ์ จากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี กับผลงาน “PET2MOF: วัสดุโครงข่ายโลหะ–อินทรีย์เชิงยั่งยืนจากขยะพลาสติก PET สำหรับการประยุกต์ใช้ด้านการดูดซับและการกักเก็บ”
    ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ การเข้าร่วมประกวดและได้รับรางวัลในเวที TIE 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการพัฒนานวัตกรรมสู่ระดับสากล และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

TaiwanInnotechExpo #TIE2025


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายความช่วยเหลือผู้พิการด้อยโอกาส มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ แพร่ และกำแพงเพชร รวม 400 คัน พร้อมค่าพาหนะ รวมมูลค่ากว่า 1.16 ล้านบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขยายความช่วยเหลือผู้พิการด้อยโอกาส มอบรถเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชัยภูมิ แพร่ และกำแพงเพชร รวม 400 คันพร้อมค่าพาหนะ รวมมูลค่ากว่า 1.16 ล้านบาท

ระหว่างวันที่ 8–21 ตุลาคม พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิกฯ พร้อมด้วย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และนางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพฯ นำทีมลงพื้นที่ มอบเข็นวีลแชร์ในโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สงเคราะห์สังคม” แก่ผู้พิการด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์,ชัยภูมิ,แพร่ และกำแพงเพชร จังหวัดละ 100 คัน พร้อมมอบค่าพาหนะแก่ผู้พิการคนละ 500 บาท รวม 4 จังหวัด คิดเป็นมูลค่า 1,160,000 บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนหกหมื่นบาทถ้วน) เพื่อบรรเทาความยากลำบากในการดำรงชีวิตและเพื่อให้มีความสามารถในการช่วยเหลือตนเองได้ โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย สมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี

สำหรับโครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง สงเคราะห์สังคม” โดยการมอบเข็นวีลแชร์แก่ผู้พิการ มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานับ 10 ปี ซึ่งในปี พ.ศ.2568 นี้ มูลนิธิฯ กำหนดดำเนินการมอบเข็นวีลแชร์พร้อมค่าพาหนะแก่ผู้พิการ รวม 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดบุรีรัมย์,ชัยภูมิ,หนองบัวลำภู,แพร่ และกำแพงเพชร คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 1,450,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนห้าหมื่นบาทถ้วน)

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##ป่อเต็กตึ๊งยึดมั่นอุดมการณ์อยู่เคียงข้างทุกวิกฤตไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

27-30 ตุลาคม นี้ ขอเชิญร่วมงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาส วช. ครบรอบ 66 ปี

27-30 ตุลาคม นี้ ขอเชิญร่วมงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาส วช. ครบรอบ 66 ปี เชิญเยี่ยมชมตลาดงานวิจัย พื้นที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ กิจกรรมจากงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศ ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.)

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าวการจัดงาน “NRCT Forum 2025” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา (วช.) ครบรอบ 66 ปี โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ (วช.)

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา (วช.) ครบรอบ 66 ปี ได้กำหนดจัดกิจกรรมภายใต้ชื่องาน “NRCT Forum 2025” ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์การเรียนรู้ให้กับผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย พร้อมด้วย นักประดิษฐ์ นักวิจัย ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก (วช.) ได้ร่วมนำเสนอผลงาน ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา (วช.) ได้พัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาในระดับประเทศ โดยเฉพาะการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรม ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายและน่าสนใจ อาทิ การจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรม การมอบรางวัล “NRCT Award” ให้แก่ผลงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก (วช.) ที่มีความโดดเด่น พร้อมกับกิจกรรม Highlight เช่น

  • การแข่งขันโดรนสำหรับเยาวชน”หนูน้อยจ้าวเวหา Young Pilot Coding Challenge : Special Edition”
  • กิจกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย”Invention to Business (I-2B) – Success & Beyond”
  • นิทรรศการ “งานวิจัยขายได้” พื้นที่สำหรับการช็อป ชิม และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย
  • นิทรรศการของเล่นไม้เพื่อการเรียนรู้
  • นิทรรศการ “ถ่ายทอดเฉดสีอัตลักษณ์ของวัดอารามหลวง” เชื่อมโยงมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเข้ากับงานวิจัยและพื้นที่สร้างสรรค์ส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น หอจดหมายเหตุ (วช.), หอศิลป์ร่วมสมัยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, NRCT Art & Science Gallery, ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม, NRCT Learning Space, ศูนย์พัฒนาสิ่งประดิษฐ์เพื่ออนาคตและความยั่งยืน, ศูนย์เกษตรวิถีเมือง นำเสนอองค์ความรู้และต้นแบบการเกษตรเมืองอย่างยั่งยืน, ศูนย์จัดการความรู้และถ่ายทอดผลงานวิจัย เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์งานวิจัยอย่างแพร่หลาย

ต่อมาเป็นการเสวนาพิเศษ หัวข้อ “66 ปี (วช.) ผสานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดยมีนักวิจัยร่วมเสวนา อาทิ รศ.ดร.น้ำฝน ไล่ศัตรูไกล สมาคมเพื่อการพัฒนาศิลปะและหัตถศิลป์ไทย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นายระพี บุญบุตร ผู้จัดการ บ.อาทิตย์จักรกล และ ดร.กฤติเดช อนันต์ บริษัท ดี แอนด์ ที โกลบอล จำกัด กล่าวถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก (วช.) พร้อมมานำเสนอและจัดแสดงในงานวันสถาปนาครบรอบ (วช.) 66 ปี ในครั้งนี้ โดยเน้นให้เห็นถึงการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์

ทั้งนี้ งาน NRCT Forum 2025 ในวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี (วช.) สานพลังองค์ความรู้ เชิดชูคุณค่านักวิจัย ยกระดับอนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัต กรรม” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2568 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ทาง https://66years.nrct.go.th


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กกท. และกองทุนฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันสมาคมฯ หนุนกีฬาอีสปอร์ต ต่อยอดการเพิ่มและพัฒนาบุคลากรกีฬาผ่านโครงการ “Domestic Power”

กกท. และ กองทุนฯ พร้อมเดินหน้าผลักดันสมาคมฯ หนุนกีฬาอีสปอร์ต ต่อยอดการเพิ่มและพัฒนาบุคลากรกีฬาผ่านโครงการ “Domestic Power”

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 : สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย โดยนาย สันติ โหลทอง นายกสมาคมฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการกีฬาเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรง สร้างอาชีพและรายได้ กีฬาเพื่อสร้างศักยภาพของประเทศ “Domestic Power” การพัฒนาเยาวชน Youth Development ประจำปี 2568” ชนิดกีฬาอีสปอร์ต ขึ้นที่ Thailand Esports Staium เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568

โดยได้รับเกียรติจาก นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดโครงการในครั้งนี้ โดยมี นายเกื้อ ชูศรี ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาภูมิภาค และ นายพันธุปรี ดาบเงิน ผู้อำนวยการกองพัฒนากีฬาภูมิภาค ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับโครงการ “โครงการกีฬาเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรง สร้างอาชีพและรายได้ กีฬาเพื่อสร้างศักยภาพของประเทศ “Domestic Power” การพัฒนาเยาวชน Youth Development ประจำปี 2568” ซึ่งในส่วนของกีฬาอีสปอร์ต ได้แบ่งการดำเนินงานตามโครงการเป็น 3 หัวข้อหลักคือ 1.การจัดการแข่งขันระดับชาติ,2.การจัดอบรมระดับชาติ และ 3.การส่งอบรมและการประชุมในต่างประเทศ ซึ่งแบ่งแผนงานออกเป็น 7 ด้านด้วยกันคือ

  1. การอบรมพัฒนาองค์ความรู้สำหรับนักกีฬาอีสปอร์ต
  2. การอบรมพัฒนาองค์ความรู้สำหรับผู้ตัดสินกีฬาอีสปอร์ต
  3. การอบรมพัฒนาองค์ความรู้สำหรับผู้ฝึกสอน
  4. การสร้างรากฐานพัฒนาบุคลากรสู่วงการอีสปอร์ตมืออาชีพ 5 ภาค
  5. การแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์ระดับเยาวชน (ESport Youth League) เพื่อมุ่งสู่ระดับอาชีพ 5 ภาค และ รอบชิงชนะเลิศ
  6. ศูนย์บ่มเพาะนักกีฬาอีสปอร์ตตั้งแต่ระดับเยาวชนสู่ระดับอาชีพ (E-Sports Excellent Center)
  7. การสร้างพื้นที่และโอกาสของเยาวชนไทยเพื่อต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ โดยการนำนักกีฬาอันดับ 1 จากการแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์ระดับเยาวชน (ESport Youth League) เพื่อมุ่งสู่ระดับอาชีพ 5 ภาค และ รอบชิงชนะเลิศ ประเภททีมชาย/ทีมหญิง จากประเภทเกม Mobile Legends Bang Bangส่งเข้าร่วมบูสแคมป์ระดับนานาชาติในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย ณ ประเทศฟิลิปปินส์

ซึ่งการแข่งขันอีสปอร์ตชิงแชมป์ระดับเยาวชน (ESport Youth League) ในปีนี้ ได้รับถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระบาทพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเกียรติยศอันสูงสุดและเป็นครั้งแรกของทางสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย และยังมีเงินรางวัลรวมทุกรายการมูลค่ากว่า 600,000 บาท พร้อมสิทธิ์ในการเข้าร่วมบูสแคมป์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งประเภทชาย และ หญิง

โดยระยะเวลาในการดำเนินการ “โครงการกีฬาเพื่อสร้างสังคมที่แข็งแรง สร้างอาชีพและรายได้ กีฬาเพื่อสร้างศักยภาพของประเทศ “Domestic Power” การพัฒนาเยาวชน Youth Development ประจำปี 2568” ชนิดกีฬาอีสปอร์ต อยู่ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568 สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการอบรม และแข่งขัน สามารถติดตามได้ที่แฟนเพจของ สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย หรือ TESF ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญ กิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว เปิดมณฑลพิธีภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง เนื่องในงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 พร้อมจัดบริการอาหารเจแก่สาธุชนฟรี ตั้งแต่วันนี้-29 ตุลาคม 2568 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 12.45 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ,นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ,นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิกฯ,นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ,คณะกรรมการฯ,ผู้ช่วยกรรมการฯ ร่วมในพิธีอัญเชิญกิ้วอ๊วงฮุกโจว (เทพเจ้า 9 องค์ หรือนัยหนึ่ง คือ ดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง) เปิดมณฑลพิธีงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 โดยคณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) โดยมี ดร.เสาวนีย์ เตชะไพบูลย์ ภริยาประธานกรรมการ ผู้บริหาร ศิษยานุศิษย์ สาธุชน เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี ณ ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีล อิ่มบุญ อิ่มใจ ศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ โดยตลอดเทศกาลกินเจ มูลนิธิฯ จัดให้มีบริการอาหารเจ [บรรจุใส่ถุง] แก่ประชาชนฟรี วันละ 2 มื้อ (เช้า และ กลางวัน) เริ่มมื้อเที่ยงของวันที่ 20 ตุลาคม-29 ตุลาคม 2568 ณ บริเวณทางเข้าสำนักงานมูลนิธิฯ ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ขอความกรุณาประชาชนผู้เข้ารับบริการอาหารเจ นำถุงหิ้ว/ถุงผ้า มาบรรจุอาหารด้วยทุกครั้ง

นอกจากนี้ ขอเชิญทุกท่านสักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยระหว่าง 21-29 ตุลาคม 2568 จะมีพิธีสวดชัยมงคลคาถา ภายในศาลเจ้าไต้ฮงกง โดย คณะสงฆ์อนัมนิกาย วัดอุภัยราชบำรุง (วัดญวนตลาดน้อย) รวมทั้งขอเชิญทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง

และในวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากเทพเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว [ทั้งนี้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์เข้าร่วมพิธี โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง พร้อมจัดเตรียมอุปกรณ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมพิธี]

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วิชชั่นใหม่ ระดมสมองจัดเสวนา “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศไทย” เตรียมตั้ง “พรรคของประชาชน” ชูธง “โปร่งใส” นำการเมือง

วิชชั่นใหม่ ระดมสมอง! จัดเสวนา “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศไทย” เตรียมตั้ง “พรรคของประชาชน” ชูธง “โปร่งใส” นำการเมือง

กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กลุ่มวิชชั่นใหม่ ได้จัดการเสวนาภายใต้หัวข้อ “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศ ไทย” กับกลุ่มวิชชั่นใหม่ (พ.ร.บ.โปร่งใส) เพื่อระดมความคิดเห็นจากแกนนำและตัวแทนทั่วประเทศในการแก้ไขวิกฤตชาติด้านการเมือง เศรษฐกิจ กฎหมาย และปัญหาคอร์รัปชัน

งานนี้นำโดย นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและอุตสาห กรรม ในฐานะประธานกลุ่มวิชชั่นใหม่ พร้อมด้วยแกนนำคนสำคัญ อาทิ พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ และ นายณัฐพล เนืองชมพู อดีตสมาชิกวุฒิสภา

ระดมสมองหาทางออกประเทศ : ย้ำ พรรคต้องเกิดจากฐานราก
ในช่วงเช้า มีการเสวนาในหัวข้อเดียวกัน โดยมี ดร.ณัฐพล เนื่องชมพู เป็นพิธีกร และมีวิทยากรร่วมเสวนาอย่างเข้มข้น ได้แก่ ดร.ดวง อันทะไชย อดีต สว.ร้อยเอ็ด,ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิรุจิลาลัย อดีต สว.-สส.,พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ และ นายนิวัติ แก้วล้วน อดีตเลขาธิการสภาทนายความ

นายพิเชษฐ์ สถิรชวาล เปิดเผยว่า การรวมตัวของอดีตนักการเมืองและข้าราชการที่เกษียณอายุแล้วในวันนี้ มีจุดร่วมเดียวกันคือ ความห่วงใยต่อประเทศชาติ และต้องการร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญกับเส้นทางที่ซับซ้อน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการเมืองที่เปลี่ยนไปจากอดีต โดยเฉพาะแนวคิด “วาระเพื่อยุทธศาสตร์” ที่แตกต่างจากหลายประเทศทั่วโลก

นายพิเชษฐ์ฯ ย้ำว่า “เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงพรรคการเมืองได้ หากต้องการหาทางออกที่แท้จริง” ดังนั้น กลุ่มวิชชั่นใหม่ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัว และคาดว่าจะประกาศจัดตั้ง “พรรคการเมืองของประชาชน” อย่างเป็นทางการในเดือนหน้า โดยพรรคนี้จะไม่ใช่พรรคของกลุ่มหรือบุคคลใด แต่เป็นพรรคที่นโยบายทุกอย่างต้องเริ่มจากฐานรากและประชาชนต้องรับรู้ก่อนประกาศใช้ ซึ่งต่างจากแนวทางเดิมที่นำไปสู่ความผิดพลาดและขาดการสนับสนุน “ประสบการณ์คือเข็มทิศ ความโปร่งใสคือพลังที่จะขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าได้อย่างมั่นคง” นายพิเชษฐ์กล่าวทิ้งท้าย

▪︎ ชี้ “สแกมเมอร์” คือภัยความมั่นคงของชาติ
ด้าน พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ ได้เน้นย้ำถึงปัญหา “สแกมเมอร์” ว่าได้ยกระดับเป็นภัยระดับโลกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเดิม เนื่องจากโครงสร้างภาครัฐยังขาดการบูรณาการข้อมูล โดยเปรียบเทียบว่า “สแกมเมอร์ทำงานด้วยระบบ 10G แต่ภาครัฐเรายังอยู่แค่ 5G”

พล.ต.ต.วิญญูฯ เสนอ 2 แนวทางแก้ไขที่ต้องทำทันที คือ :
▪︎ ยกระดับการจัดการสแกมเมอร์เป็น “ภัยความมั่นคงของชาติ” เพื่อให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันได้อย่างไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย
▪︎ โฟกัสที่ “ธนาคาร” เพื่อควบคุมบัญชีม้าที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบของกระบวนการทั้งหมด

“ถ้าเรายกระดับเรื่องนี้เป็นภัยความมั่นคง ผมเชื่อว่าใน 1 ปี เราจะหยุดขบวนการนี้ได้”

“ณัฐพล” ชู “ปฏิรูปการศึกษา” และ 6 นโยบายหลัก
ในช่วงบ่ายของการเสวนา ยังคงเน้นย้ำถึง “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศไทย” โปร่งใส โดยมี ดร.รัชฎะ สมรทินกร เป็นพิธีกร และ พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ กับ ดร.ณัฐพล เนื่องชมพู ร่วมเสวนา

ดร.ณัฐพล เนื่องชมพู อดีต สว.บึงกาฬ กล่าวว่า การเมืองไทยปัจจุบันเป็น “การเมืองแบบรางสังหรณ์” คือความหวังที่ไม่ค่อยสำเร็จ ดังนั้นพรรคการเมืองที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริงจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

ดร.ณัฐพลฯ ได้เปิดเผยนโยบายหลักที่จะผลักดัน โดยเฉพาะ “การปฏิรูปการศึกษา” ที่จะนำเทคโนโลยี AI มาช่วยยกระดับคุณภาพ เพื่อสร้างคน สร้างงาน และวางแผนเส้นทางชีวิตได้ตั้งแต่ระดับมัธยมต้น ส่วนนโยบายเศรษฐกิจ จะน้อมนำ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นกรอบ พร้อมเสนอให้ภาครัฐแต่งตั้งทูตเศรษฐกิจเพื่อขยายโอกาสการส่งออก

▪︎ กลุ่มวิชชั่นใหม่ มีนโยบายหลักรวม 6 ด้าน ได้แก่

  1. ความมั่นคง: ปกป้องแผ่นดิน เสริมสร้างความปลอดภัยชายแดนและป้องกันการลักลอบเข้าเมือง โดยไม่ปิดกั้นการค้าชายแดน
  2. การศึกษา : พัฒนาระบบให้สอดคล้องกับยุคใหม่และประยุกต์ใช้ AI
  3. เศรษฐกิจและปากท้อง : เกษตรกรต้องมีสิทธิ์ในการกำหนดราคาสินค้า ไม่ใช่ถูกกำหนดโดยพ่อค้าคนกลางหรือรัฐ
  4. กฎหมาย : ปฏิรูปกฎหมายเพื่อสร้าง “ความเสมอภาค” และยุติธรรมที่ไม่มีสองหรือสามมาตรฐาน
  5. สิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม : สร้างระบบยุติธรรมที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
  6. การพัฒนาสังคม : ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนประเทศ

รายละเอียดเชิงลึกของนโยบายทั้งหมดจะมีการเปิดเผยอีกครั้งในเวทีเปิดตัวพรรค “วิชชั่นใหม่” อย่างเป็นทางการในอนาคต

วิชชั่นใหม่ #ทางรอดประเทศไทย #พรรคการเมืองของประชาชน #การเมืองโปร่งใส #แก้วิกฤตชาติ #ระดมสมอง #พิเชษฐ์สถิรชวาล #วิญญูอำนวยสมบัติ #ณัฐพลเนืองชมพู


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง” เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-15 ธันวาคม 2568

เปิดรับสมัครแล้ว “หลักสูตรการจัดการเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง” เสริมสร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์และทักษะการบริหารเพื่อขับเคลื่อน Soft Power ของไทยสู่เวทีโลก ผ่านการเรียนรู้เชิงลึก และกิจกรรมดูงานเครือข่ายผู้บริหารระดับสูง ระยะเวลาอบรม: 13 มกราคม – 26 พฤษภาคม 2569 วันเรียน: ทุกวันอังคาร เวลา 13.00 – 17.00 น. สมัครได้ที่: www.creamssru.com

หลักสูตรเน้น “5F” ตามกรอบของกระทรวงวัฒนธรรม ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fighting, Festival มุ่งสร้างผู้นำระดับสูงที่พร้อมใช้ Soft Power ของไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ

โครงสร้างหลักสูตร (18 สัปดาห์ / 104 ชั่วโมง)

  1. Creative Economy
  2. Soft Power Management
  3. เทคนิคขับเคลื่อน Creative Economy & Soft Power
  4. เทคนิคการสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์
  5. การศึกษาดูงานในประเทศ (4 ครั้ง)
  6. การทำโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติการ พร้อมการนำเสนอผลงาน

สถานที่และเวลาอบรม

ทุกวันอังคาร 13.00 – 17.00 น. โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ เซ็นเตอร์ ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

ค่าธรรมเนียม

  • ตลอดหลักสูตร: 80,000 บาท (ไม่รวมศึกษาดูงานต่างประเทศ)
  • ดูงานต่างประเทศ (ประเทศญี่ปุ่น): ประมาณ 65,000 บาท

กำหนดการสำคัญ

  • เปิดรับสมัคร: ถึง 15 ธันวาคม 2568 (16.30 น.)
  • ประกาศรายชื่อ: 22 ธันวาคม 2568
  • ยืนยันเข้าร่วมอบรม: 22–26 ธันวาคม 2568
  • ปฐมนิเทศและลงทะเบียน: ณ สถานที่อบรม (ถ่ายภาพทำเนียบรุ่น)

📞☎️ผู้ประสานหลักสูตร : รศ.ดร.รจนา จันทราสา (ออโอ้) 094-415-5949 ,คุณพรทิพย์ เรืองปราชญ์ 081-834-5346


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน