พ่อเมืองเพชร นอภ.ชะอำ นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ณ ศาลาราชประชาสมาคมวังไกลกังวล และที่ว่าการอำเภอชะอำ

พ่อเมืองเพชร นอภ.ชะอำ นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ ณ ศาลาราชประชาสมาคมวังไกลกังวล และที่ว่าการอำเภอชะอำ

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นางชนินันท์ วงศ์ไตรรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอทั้ง 8อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบุรี เหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน สมาชิกสภาเทศบาลนครหัวหิน และประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีทุกหมู่เหล่า เดินทางเข้าร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวลหิวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ต่อมาช่วงบ่อยของวันเดี่ยวกัน นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วย นายนุกูล พรสมบูณณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายอนุรักษ์ พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศบาลตำบลนายาง ได้นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอชะอำ องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนชาวเมืองชะอำทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมทำพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ ที่ว่าการอำเภอชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

นางรำ 250 ชีวิต รำบวงสรวงพ่อปู่พญาเพชรคีรีใหญ่ที่สุดในประเทศครบรอบ 4 ปี และกฐินโดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดี่ยว

วัดถ้ำแจง นางรำ 250 ชีวิตรำบวงสรวงพ่อปู่พญาเพชรคีรีใหญ่ที่สุดในประเทศครบรอบ 4 ปี และกฐินโดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดี่ยว

วันนี้ 23 ตค. 68 ที่วัดถ้ำแจง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พระมหา ดร.วิชัย เตชธมฺโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้จัดงานพิธีรำถวายมือบวงสรวงองค์พ่อปู่พญาเพชรคีรี มหามุนี ศรีสุทโธนาคราช พญานาคใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีพระราชวชิรธรรมวิมล เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดหนองจอก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยนายสุวิชัย เจนธนอรรถกิจ เจ้าของโรงแรม Best Western Plus Carapace Hua Hin หรู 5 ดาว หัวหิน นายสุชิน อินทวาด เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดโชคสุชินคอนสตรัคชั่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอชะอำ นางรำ 250 ชีวิต นักท่องชาวไทย -ต่างชาติ เข้าร่วมงานนับ 1,000 คน

โดยภายในงาน พระมหา ดร.วิชัย เตชธมฺโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ได้จัดพิธีทอดผ้ากฐินโดยไม่รับเงินแม้แต่บาทเดี่ยว แต่รับเป็นแพมเพิสผู้ใหญ่ จำนวน 3,800 ตัว ข้าวสารถุงละ 5 กระสอบจำนวน 10 ตัน อาหารแห้ง ปลากระป๋องและน้ำมันพืช เพื่อนำไปส่งต่อให้ผู้ยากไร้และผู้ป่วยในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดเพชรบุรี พร้อมกันนี้พระราชวชิรธรรมวิมล เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ได้เป็นประธานในพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถ์หลังใหม่ของทางวัดถ้ำแจง โดยมี นางรำ นักท่องเที่ยว และประชาชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

โดยหลังจากพิธียกช่อฟ้าเสร็จนางรำนับ 100 ชีวิต ได้รำถวาย พร้อมแจกวัตถุมงคลเหรียญเจ้าสัวนาคารุ่นแรกเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ผู้มาร่วมพิธี ต่อมาในช่วงค่ำเจ้าอาวาสวัดถ้ำแจง ได้จัดพิธีบรวงสรวงพ่อปู่พญาเพชรคีรีเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี ก่อนนางรำจำนวน 250 คน ร่วมกันรำบวงสรวงอย่างสวยงามและพร้อมเพรียงกัน จากนั้นจุดพลุจำนวน 109 นัด อย่างยิ่งใหญ่อลังการ


บรรณรต เพชรบุรี รายงาน

กองทัพบก จัดงานน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

กองทัพบก จัดงานน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568

วันนี้ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2568) เวลา 08.08 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน กิจกรรมน้อมรำลึกครบรอบ 115 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 โดยมีผู้บังคับบัญชาชั้นสูง กำลังพล ชุมชนเขตพระนคร และผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ที่ตั้งภายในกองบัญชาการกองทัพบก เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการทหารบก นำคณะถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ห้องพระบารมีปกเกล้า ชั้น 3 อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันอังคารที่ 20 กันยายน 2396 ตรงกับ เดือน 10 แรม 3 ค่ำ ปีฉลู เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติ เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 15 ค่ำ ปีมะโรง พ.ศ. 2411 เสด็จสวรรคตเมื่อวันเสาร์เดือน 11 แรม 4 ค่ำ ปีจอ (23 ตุลาคม 2453) รวมพระชนมพรรษา 58 พรรษา

ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล กอปรด้วยพระปรีชาสามารถและทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของราษฎรของพระองค์ท่าน จึงทรงริเริ่มนำความเปลี่ยนแปลงในหลายด้านมาสู่สยามประเทศ พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย จนทรงได้รับพระราชสมัญญานามว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” คือเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการทรงยกเลิกระบบไพร่ นอกจากนี้ยังทรงป้องกันการเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและจักรวรรดิอังกฤษ นับเป็นที่มาของการเกิดระบบทหารอาชีพในประเทศไทย ทรงพัฒนาระบบการศึกษาวิชาทหารให้มีความเจริญก้าวหน้า ทัดทียมกับนานาอารยประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ให้เป็นสถาบันหลักที่ผลิตนายทหารรับใช้ประเทศชาติอย่างทรงเกียรติ

กองทัพบกในฐานะหน่วยงานที่พิทักษ์ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันอันสูงสุด ที่เป็นศูนย์รวมของจิตใจปวงชนชาวไทย ขอสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ในวาระคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

มทบ.37 ร่วมกอ.รมน.เชียงราย จัดพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568

มทบ.37/กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2568 จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.68 เวลา 08.30 น. พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 /รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย ผู้บังคับบัญชา มทบ.37, กำลังพล มทบ.37, สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มทบ.37 และกำลังพล กอ.รมน.จังหวัด ช.ร. ร่วมพิธีวางพวงมาลา และถวายราชสดุดี แด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยมหาราช ครบรอบ 115 ปี ประจำปี 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.ช.ร. เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ศาลากลางหลังแรก) ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.

วันปิยมหาราช คือ วันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี กำหนดขึ้นเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการ ทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า เรียกว่า “วันปิยมหาราช” กษัตริย์ที่เป็นที่เคารพรักของทวยราษฎร์ พระราชกรณียกิจสำคัญมากมายคือ การเลิกทาส, การปฏิรูประเบียบบริหารราชการ, การศึกษา, การศาล, การคมนาคม, การสุขาภิบาล, การต่างประเทศ, การศาสนา, การวรรณคดี


รองผู้บัญชาการ มทบ.32 ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง

รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง

เมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย พันเอก ทินกร วงค์ศรี หัวหน้ากองกำลังพลมณฑลทหารบกที่ 32 รักษาราชการแทน หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 32 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน และตรวจติดตามความก้าวหน้าของโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี

โดยมีหน่วยร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีฯ ทั้ง 7 หน่วย ได้แก่ โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี, ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 32, กองพันทหารราบที่2 กรมทหารราบที่17, กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3, กองร้อยทหารช่างที่ 4 กองพันทหารช่างที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4, หมวดดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 32 และกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้ให้คำแนะนำเรื่องการปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วย ให้มีความสวยงามและเหมาะสมต่อการดำเนินการเกษตร

ทั้งนี้ได้ให้แนวทางการดำเนินงานเพิ่มเติม เพื่อให้โครงการเป็นแหล่งเรียนรู้ และต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพล และประชาชนที่มีความสนใจด้านการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมรับฟังปัญหา ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วยร่วมโครงการทหารพันธุ์ดีฯ เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไข และพัฒนาโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วม แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วมกับ สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก จัดบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2568 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (1) และหัวหน้ากองยุทธการและการข่าว กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ให้การต้อนรับ นางสาว สมัชญา อยู่คง ผู้อำนวยการสถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลก และคณะ พร้อมทั้งเข้าร่วมรับฟังการประชาสัมพันธ์การรับสมัครงาน เพื่อไปทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ การบรรยายให้ความรู้ แนะแนวการพัฒนาทักษะฝีมือ ความรู้ด้านภาษาเพื่อเตรียมตัวในการทำงานในประเทศ และต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

สถานทดสอบฝีมือแรงงานพัฒนาอาชีพพิษณุโลกได้รับอนุญาตก่อตั้งเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน และการทดสอบฝีมือแรงงานในจังหวัดพิษณุโลก ให้ได้มาตรฐานแรงงานที่จะสามารถไปเป็นแรงงานได้ตรงตามความต้องการของต่างประเทศ ให้กับทหารกองประจำการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และกองพันหน่วยขึ้นตรงกองบัญชา การช่วยรบที่ 3 ที่จะครบกำหนดปลดออกจากกองประจำการ ณ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีทหารกองประจำการที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน 168 นาย ผลจากการบรรยายทหารกองประจำการมีความสนใจ และเป็นแนวทางสำหรับการประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำการ


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบลราชธานี

แม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จังหวัดอุบล ราชธานี

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดน รับทราบสภาพการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ รวมถึงติดตามความเป็นอยู่ของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน ไทย–กัมพูชา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความเข้มแข็ง และความอดทนภายใต้สภาพภูมิประเทศที่ทุรกันดาร และสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้การลำเลียงเสบียงและยุทโธปกรณ์บางส่วนเป็นไปด้วยความยากลำบาก

แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบแนวทางการปฏิบัติให้กับกำลังพลในพื้นที่ ให้บริหารจัดการระบบส่งกำลังบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เสบียงและสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีพของกำลังพลมีความเพียงพอและเข้าถึงทุกพื้นที่โดยไม่ขาดแคลน พร้อมกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กำลังพลมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อมต่อการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของกองทัพภาคที่ 3 ในการพิทักษ์รักษาอธิปไตย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยย้ำให้ทุกนายยึดมั่นในหน้าที่ ความสามัคคี และความเสียสละ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก บูรณาการทุกภาคส่วน รับมือชาวต่างชาติกว่า 600 คน หนีข้ามแดนเข้า อ.แม่สอด จ.ตาก

กองทัพบกบูรณาการทุกภาคส่วน รับมือชาวต่างชาติกว่า 600 คน หนีข้ามแดนเข้าอำเภอแม่สอด จ.ตาก หลังทางการเมียนมาเข้าตรวจสอบโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง

วันนี้ (23 ตุลาคม 2568) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังนเรศวร ได้รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ภายหลังทราบข่าวว่า ทหารเมียนมาควบคุมพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park บ้านเองจีเมี่ยง อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา และเตรียมส่งเจ้าหน้าที่เมียนมาเข้าตรวจสอบภายในพื้นที่โครงการฯ ส่งผลให้กลุ่มทุนและพนักงานใน KK-Park รวมถึงชาวต่างชาติภายในโครงการฯ เกิดความหวาดกลัว และได้ลักลอบหลบหนีข้ามมายังฝั่งไทยจำนวนมาก

ต่อสถานการณ์ดังกล่าว หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้จัดกำลังร่วมกับ ร้อย ตชด.346, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด, เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก, ฝ่ายปก ครองอำเภอแม่สอด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการควบคุมตัวกลุ่มบุคคลต่างชาติที่ลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องทาง/ท่าข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง หมู่ 9 ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้นได้ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยนำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง NRM (National Referral Mechanism) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และ ร้อย.ตชด.346

โดยปัจจุบัน ณ เวลา 07.00 น. ของวันนี้ (23 ตุลาคม 2568) พบว่ามีบุคคลต่างชาติที่ข้ามมายังฝั่งไทยบริเวณช่องทางบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง จำนวน 677 คน แยกเป็น ชาย 618 คน และหญิง 59 คน

ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้มีการเตรียมพื้นที่ควบคุมตัวสำรองเพิ่มเติม โดยจะใช้พื้นที่ของกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สอด และวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในกรณีที่พื้นที่เดิมไม่สามารถรองรับผู้หลบหนีเข้าเมืองได้อย่างเพียงพอ

กองทัพบกยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและหลักมนุษยธรรม พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย–เมียนมาอย่างใกล้ชิด


นที มีเดช รายงาน

มทบ.32 ต้อนรับ คณะผู้จัดการและผู้เข้าประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱

มณฑลทหารบกที่ 32 ต้อนรับ คณะผู้จัดการประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱 และผู้เข้าประกวด 𝗠𝗶𝘀𝘀 𝗪𝗲𝗹𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗪𝗼𝗿𝗹𝗱 𝟮𝟬𝟮𝟱 เยี่ยมชม ” บ้านป่องนัก ” พลับพลาที่ประทับแรมโรงทหารนครลำปาง ค่ายสุรศักดิ์มนตรี

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32(1), พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 (2), พันเอก ทินกร วงค์ศรี หัวหน้ากองกำลังพลมณฑลทหารบกที่ 32 รักษาราชการแทน หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย คุณอัญชสา ภิญโญ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 32 และสมาชิกฯ ให้การต้อนรับ คณะผู้จัดการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 และผู้เข้าประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 จำนวน 25 ชาติ ณ บ้านป่องนัก (พลับพลาที่ประทับแรมโรงทหารนครลำปาง) ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ในโอกาสทำกิจกรรมก่อนการประกวด

ทั้งนี้หน่วยได้จัดมัคคุเทศก์ นำชมบ้านป่องนัก เพื่อให้ผู้จัดการประกวดฯและผู้เข้ารับการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 ได้รับทราบถึงประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของหน่วย ซึ่ง คณะผู้จัดการประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 และผู้เข้าประกวด MISS WELLNESS WORLD 2025 มีความประทับใจในการเยี่ยมชมบ้านป่องนักเป็นอย่างยิ่ง

มทบ.32 บ้านป่องนัก #ท่องเที่ยวทหาร #บ้านป่องนักลำปาง #แอ่วลำปาง


นที มีเดช รายงาน

ปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงาน ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงาน ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่


เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 68 บก.ทท. (นทพ.) โดย พ.อ. ราชพล ทองอารีย์ ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ.ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ. เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนยานพาหนะและเครื่องจักรกล เพื่อออกปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลเป้าหมายของจังหวัดแม่ฮ่องสอนพร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทแนวทางการปฏิบัติงาน โดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย และยึดมั่นในจรรยาบรรณของผู้ปฏิบัติงานด้านพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ

สำหรับพื้นที่เป้าหมายภารกิจในปี 2569 จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยทำการสร้างถนน จัดหาน้ำกินน้ำใช้ และการพัฒนาช่วยเหลือตามแผนงานความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันทหารพัฒนา หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เข้าไปช่วยเหลือพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่อง สอน เช่นทำถนนเชื่อมต่อพื้นที่ห่างไกล ทำให้การเดินทางและขนส่งสะดวกยิ่งขึ้น สร้างระบบประปา สร้างถังเก็บน้ำ ฝึกอบรมอาชีพเพื่อยกระดับชีวิตและเพิ่มรายได้ และงานพัฒนาช่วยเหลือด้านอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ประชาชนในพื้นที่กันดารจังหวัดแม่ฮ่อสอนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น



ภานุเดช ไชยสกูล/ จ.แม่ฮ่องสอน