นายชวนินทร์ฯ รก.ผู้ว่าฯ อ่างทอง เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันนี้ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 16.30 น. นายชวนินทร์ วงสถิตจิรกาล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยรักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เข้าร่วมพิธีฯ ประกอบด้วย พล.ต.ต.กิตติ สกุลณี ผบก.ภ.จว.อ่าง ทอง, หัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง /ประชาชน ณ ศาลาการเปรียญ วัดอ่างทองวรวิหาร อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง


ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของตำรวจภูธรภาค 1ในห้วงวันที่ 27 ต.ค. 68 จำนวน 2 เรื่อง

วันที่ 27 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 2 เรื่อง คือ

1.) สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมภารกิจถวายความปลอดภัย ถวายพระเกียรติ ขบวนเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

#สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ #ตำรวจภูธรภาค1 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #Royalthaipolice

2.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติตีแผ่ 4 พฤติกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบตั้งฐานปฏิบัติการ หากพบขอให้รีบแจ้ง

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมักใช้กลอุบายหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ

ที่ผ่านมาพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์บางกลุ่มได้แฝงตัวตั้ง “ฐานปฏิบัติการ” ภายในที่พักอาศัย เช่น คอนโดมิเนียม หมู่บ้านจัดสรร หรือบ้านเช่า เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ และใช้โทรศัพท์หรือสื่อสังคมออนไลน์ในการหลอกเหยื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะกวาดล้างจับกุมทุกราย ไม่ให้สามารถมาตั้งฐานในไทยได้อย่างเด็ดขาด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอตีแผ่ 4 พฤติกรรมต้องสงสัยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสได้อย่างทันท่วงที ดังนี้

  1. มีกลุ่มชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ปรากฏอาชีพชัดเจน มักมาเป็นกลุ่ม 3–6 คน เช่าที่พักระยะสั้น และไม่สุงสิงกับคนในชุมชน และมีพฤติกรรมเข้า – ออกไม่เป็นเวลา ซึ่งอาจเป็นการรวมกลุ่มทำงานภายในห้องเพื่อปฏิบัติการหลอกลวงทางโทรศัพท์
  2. มีเสียงพูดโทรศัพท์ภาษาต่างประเทศตลอดเวลา มักได้ยินเสียงสนทนาภาษาต่างประเทศดังออกมาจากห้องเกือบตลอดทั้งวัน โดยมีลักษณะเหมือนการอ่านสคริปต์ซ้ำ ๆ ในการโทรหลอกเหยื่อ
  3. ปิดม่านตลอดเวลา ไม่เปิดไฟในตอนกลางวัน แต่เปิดไฟตลอดทั้งคืน เพราะมักทำงานในช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศต้นทางของเหยื่อ และปิดม่านเพื่อป้องกันไม่ให้คนภายนอกมองเห็นการทำงานภายในห้อง
  4. มีอุปกรณ์สายไฟหรือเครื่องมือสื่อสารจำนวนมาก บางห้องมีปลั๊กพ่วงหรือสายไฟพาดหลายเส้น มีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือเราเตอร์หลายเครื่อง และมักมีคนมาซ่อมหรือขนของเข้าออกบ่อยครั้ง

หากพี่น้องประชาชนพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว ขอให้อย่านิ่งนอนใจ เพราะอาจเป็น “ฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้บ้านคุณ โดยสามารถแจ้งเบาะแสพฤติกรรมต้องสงสัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบได้ทันที ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ปราบสแกมเมอร์ #ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #Royalthaipolice


พล.ต.ท.วัฒนาฯ ผบช.ภ.1 เป็นประธานฯ การประชุมบริหาร ภ.1 ประจำเดือน ต.ค. 68

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลง ข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า ได้รับข่าวสาร เผยแพร่ข่าวสารนี้ให้กับประชาชนและข้าราชการตำรวจ และสังกัดพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อให้ได้รับทราบเป็นความรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆที่มีประโยชน์ต่อข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศและในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1

วันที่ 27 ต.ค.68 เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ประธานฯ, พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1, พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.1 ร่วมประชุมบริหาร ภ.1 ประจำเดือน ต.ค. 68

โดยก่อนวาระการประชุมได้มีพิธีการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พล.ต.ท.สุรจิต ชิงนวรรณ์ จตร. และคณะ ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 โดยมี ผบก., รอง ผบก., ผกก/หัวหน้า สภ. ในสังกัด ภ.1, ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.1 เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1


รพ.นครปฐม จัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาตร์ ปี 2569

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาตร์ โรงพยาบาลนครปฐม ปี 2569

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิดโครง การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ โรงพยาบาลนครปฐม ปี 2569 พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา, แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร, แพทย์, พยาบาล และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุม มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายได้ร่วมกันกำหนดทิศทางของโรงพยาบาล สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงสาธารณ สุข มุ่งมั่นนำแผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม


มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังผู้มีจิตศรัทธานับพัน จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมพลังผู้มีจิตศรัทธานับพัน จัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในเทศ กาลกินเจ ประจำปี 2568 ตั้งจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคา ลัย รวมทั้งขอพรให้ทั่วทุกผืนแผ่นดินไทยผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ ทุกแนวชายแดนไทยปลอดภัยจากการรุกราน ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับ พลาไชย

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2568 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ, นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการฯ, คณะกรรมการ, ผู้ช่วยกรรมการฯ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธี “เวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2568 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรจากเทพเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง โดยมี เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมทั้งศิษยานุศิษย์ และสาธุชน ร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่น ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

“พิธีเวียนธูป ในเทศกาลกินเจ” เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ เป็นการสรรเสริญและรับพรจากเทพเจ้า 9 พระองค์ อันเป็นภาคหนึ่งของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ และพระโพธิสัตว์ 2 พระองค์ โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบานผ่องแผ้ว มีแต่ความสุข ความเจริญ โดยในแต่ละปี ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จะมีศิษยานุศิษย์และสาธุชน นุ่งขาว ห่มขาว ถือศีล กินเจ มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์กันอย่างเนืองแน่นขบวนแห่เวียนธูปของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดซุ้มประตูมังกร เพื่อให้ขบวนต่างๆ ผ่านด้านหน้าศาลเจ้าไต้ฮงกง แต่ละขบวนตกแต่งสวยงาม นำด้วยกองธงชาติ ธงธรรมจักร และธงมูลนิธิฯ ตามด้วยขบวนป้ายผ้าเทศกาลกินเจ ชุดตั่วล่อโก้ว (ชุดขบวนกลองใหญ่) ชุดกระถางธูป และขบวนพระผู้ประกอบพิธี ตามด้วยผู้แสวงบุญหลายพันคนตามขบวน

โดยในปีนี้ มูลนิธิฯ และ ผู้ร่วมขบวนแห่เวียนธูป 3 รอบ จะตั้งจิตอธิษฐานต่อเทพยดาฟ้าดิน ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลวงปู่ไต้ฮง ดังนี้

  • รอบที่ 1 ตั้งจิตอธิษฐาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
  • รอบที่ 2 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรให้ ทั่วทุกผืนแผ่นดินไทยผ่านพ้นโพยภัยพิบัติ ทุกแนวชายแดนไทยปลอดภัยจากการรุกราน
  • รอบที่ 3 ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรให้ตนเอง บิดา มารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ผู้มีพระคุณ และครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และอุทิศส่วนกุศลให้ทุกดวงวิญญาณและสรรพสัตว์ผู้ล่วงลับ ให้สู่สุคติ

เทศกาลกินเจ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ถือเป็นงานเทศกาลหลักซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะมีพิธีสำคัญต่างๆ ได้แก่ พิธีอัญเชิญ “กิ้วอ๊วงฮุกโจ้ว” หรือเทพเจ้า 9 พระองค์ พิธีสวดพระพุทธมนต์ ชัยมงคลคาถา พิธีเวียนธูปภายในศาลเจ้าพิธีเบิกเนตรองค์ยมทูต พิธีลอยกระทง โปรยทาน และพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้า เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งจัดให้มีบริการอาหารเจฟรีแก่ประชาชนตลอดช่วงเทศกาล พร้อมจัดการแสดงอุปรากรจีน (งิ้ว) ณ บริเวณลานสำนักงานมูลนิธิฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ทบ. นำผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผบ.ทบ. นำผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสนับสนุนส่วนราชการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างสมพระเกียรติ ขณะเดียวกันได้เน้นย้ำผู้บังคับการกรม สานต่อนโยบาย เตรียมกำลังให้พร้อมรองรับภัยคุกคามอย่างรอบด้าน

วันนี้ (27 ต.ค.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก/โฆษกกองทัพบกได้เปิดเผยถึงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 1/2569 วาระพิเศษ ที่มีการเชิญผู้บังคับหน่วยระดับผู้บังคับการกรมทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานฯ ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกในปีงบประมาณ 2569

โดยวาระก่อนการประชุม ผู้บัญชาการทหารบกได้นำคณะผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ประกอบพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประกอบด้วย การรับชมวิดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติ “น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท” และการกล่าวน้อมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อประเทศชาติและปวงพสกนิกรไทยมาโดยตลอด

จากนั้นกรมฝ่ายเสนาธิการได้ชี้แจงนโยบายการปฏิบัติงานของกองทัพบกเพิ่มเติมในปี 2569 ซึ่งเป็นนโยบายที่ต่อเนื่องจากปี 2568 และได้ปรับพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประกอบด้วย การกำกับดูแลและพัฒนากำลังพล รวมทั้งการพัฒนากระบวนการสอบสวนต่อข้อร้องเรียนต่างๆ ให้มีประ สิทธิภาพ รวดเร็ว เป็นธรรมและมีมาตรฐาน, การยกระดับคุณภาพการผลิตข่าวกรองให้สอดรับกับงานด้านยุทธศาสตร์และยุทธวิธี รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาประยุกต์เสริมประสิทธิภาพการทำงาน, การปรับและพัฒนาการจัดหน่วยเพื่อรองรับภารกิจ สามารถรับมือกับภัยคุกคามรอบด้าน ทั้งในส่วนกองกำลังป้องกันชายแดน และจังหวัดชายแดนภาคใต้, การสำรวจและซ่อมบำรุง เตรียมความพร้อมของสิ่งอุปกรณ์เพื่อให้พร้อมต่อทุกภารกิจ รวมทั้งงานด้านกิจการพลเรือน น้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเป็นหลักในการทำงาน พร้อมบูรณาการร่วมกับส่วนต่างๆ ดูแลช่วยเหลือประชาชน และแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเต็มที่

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า “ขอขอบคุณผู้บังคับหน่วยทุกนาย ซึ่งถือเป็นบุคคลหลักในการขับเคลื่อนงานของกองทัพบก ที่ได้กำกับดูแลกำลังพลและภารกิจของหน่วยให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีในห้วงที่ผ่านมา ขอให้ทบทวนนโยบายที่ได้รับ และสานต่อภารกิจต่างๆ ด้วยความต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศอย่างรอบด้าน ขอให้หน่วยเฝ้าติดตามประเด็นต่างๆ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมกำลังให้มีความพร้อมอยู่เสมอ ตามแนวทางที่กองทัพบกได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อรักษาความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ

และในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 กองทัพบกขอน้อมนำหลักการทรงงานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยึดมั่นตามรอยพระยุคลบาท พร้อมสืบสานพระราชปณิธาน 5 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ขณะเดียวกันผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้หน่วยขึ้นตรงกอง ทัพบกทุกพื้นที่ ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ จัดกิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ รวมถึงให้จัดกำลังพลเข้าสนับสนุนในพระราชพิธีต่างๆ อย่างเต็มความสามารถ เพื่อร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีในฐานะข้าราชการและปวงพสกนิกรไทยของพระองค์ท่าน”



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ยาบ้า จำนวน 1,200,000 เม็ด กลุ่มขบวนการเสียชีวิต 6 ราย ในพื้นที่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านม่วงชุม หมู่ที่ 10 ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากสืบทราบมาว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านมายังบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 06.49 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดเดินเข้ามาตามเส้นทางสะพานปางตอง หน่วยจึงจัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ เข้าสกัดกั้นบริเวณเส้นทางดังกล่าว และเมื่อเวลาประมาณ 07.25 นาฬิกา ตรวจพบกลุ่มขบวนการฯ จำนวนประมาณ 8 – 9 คน แบกเป้สะพายหลังสีเขียว หน่วยจึงให้สัญญาณให้หยุด แต่กลุ่มขบวนการฯ ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงมายังฝ่ายเรา จนเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที ผลการปฏิบัติ ฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต จำนวน 6 ราย พบกระเป๋าเป้สีเขียว จำนวน 8 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,200,000 เม็ด ปืนแก๊ปยาว 1 กระบอก ปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง

และเมื่อเวลา 13.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พลตรี สุชาติ พุ่มสุวรรณ ที่ปรึกษากองกำลังผาเมืองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว และได้นำของกลางส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรฝาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด อย่างต่อเนื่องต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 37 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 44 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 19,624,474 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 545 กิโลกรัม จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จำนวน 5 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 7 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 3,489.9 ล้านบาท (3,489,955,100 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.พิษณุโลก ร่วมเปิดนิทรรศการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดนิทรรศการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันเอก หญิง พัชรี จันทร์โต หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ภายใต้โครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ โดมเอนกประสงค์(ฝั่งทิศเหนือ) ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายบุญเหลือ บารมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มีนายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ก่อนเริ่มพิธีเปิด ได้มีพิธีกล่าวถวายอาลัยและยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน กล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ มีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 250,000 คนต่อปี และประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยจะเกิดภาวะอัมพาต ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและภาระต่อระบบสาธารณสุข ทั้งนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงได้จัดโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรค (No Stop No STROKE)”

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ จังหวัดพิษณุโลกจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 ภายในงานมีกิจกรรมตรวจสุขภาพและให้คำปรึกษา อาทิ ตรวจวัดความดันโลหิต น้ำตาลปลายนิ้ว คัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD Risk) ตรวจ Body Scan คลินิกเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า การคัดกรองสุขภาพใจ การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และนวัตกรรมสุขภาพต่าง ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน

ทั้งนี้ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 จะมีการจัดกิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต” พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนออกกำลังกายเป็นประจำ ลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี


นที มีเดช รายงาน

รองผบ.มทบ.34 นำคณะ เยี่ยมบ้านให้กำลังใจ ครอบครัวทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ ที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 นำคณะ เยี่ยมบ้านให้กำลังใจ ครอบครัวของทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ ที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 มอบหมายให้ พันเอก อำนวย ฤทธิบาล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 พร้อมด้วย หัวหน้ากองยุทธการมณฑลทหารบกที่ 34, สัสดีอำเภอเชียงม่วน, ผู้บังคับกองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34, จิตอาสาพระราชทาน และชุดแพทย์เคลื่อนที่ โรงพยาบาลค่ายขุนเจืองธรรมิกราช เยี่ยมบ้านและให้กำลังใจ ครอบครัวทหารกองเกิน ก่อนที่จะเข้าเป็นทหารกองประจำการ (ทหารใหม่) รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 ของหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 34 เพื่อสร้างความเชื่อมั่น คลายความกังวลของครอบครัว ของนายนพณัฐ เมืองก้อน ณ บ้านเลขที่ 117 หมู่ที่ 7 ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา สังกัด กองร้อยกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34

ในการนี้ พันเอก อำนวย ฤทธิบาล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 ได้มอบสิ่งของอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น, ผ้าห่ม และ ยาสามัญประจำบ้าน รวมถึง ชุดแพทย์ฯ ได้ดำเนินการตรวจสุขภาพ และแนะนำการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ให้กับครอบครัวทหารกองเกินดังกล่าว

#น้องคนเล็กของกองทัพบก #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

ผบช.ภ.5 ชื่นชม ตำรวจเชียงราย จับกุมผู้ต้องหา “ม้ากดเงิน” เพิ่มอีก 3 คน ขยายผลจากจับกุมม้ากดเงินชาวจีนพร้อมบัตร ATM 2,060 ใบ

ผบช.ภ.5 ชื่นชม ตำรวจเชียงราย จับกุมผู้ต้องหา “ม้ากดเงิน” เพิ่มอีก 3 คน ขยายผลจากจับกุมม้ากดเงินชาวจีนพร้อมบัตร ATM 2,060 ใบ

26 ต.ค.2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช. ภ.5 ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย กรณี สภ.เมืองเชียงราย ได้ร่วมกับ ภ.5 และ ภ.จว. เชียงราย ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมกลุ่มขบวนการ “ม้ากดเงิน” เพิ่มอีก 3 คน ขยายผลจากกรณีเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ได้ทำการจับกุม Mr.Hu สัญชาติจีน พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็ม 2,060 ใบ, เงินสด ประมาณ 540,000 บาท คอมพิว เตอร์และโทรศัพท์ นั้น

ต่อมาโดยผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญและได้มอบนโยบายให้ทำการสืบสวนติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้ร่วมกระทำความผิดได้ พบว่าเป็น น.ส.ศิรประภา อายุ 19 ปี ที่อยู่ ม.6 ต.หงส์หิน อ.จุน จ.พะเยา ได้พักอาศัยอยู่ที่แมนชั่น ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงได้เรียกให้บุคคลภายในห้องแสดงตัว ต่อมา น.ส.ศิรประภา แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจและแจ้งความประสงค์ขอทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบสมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม จำนวน 16 ชุด จากนั้นได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์พบว่าได้มีการติดต่อกับผู้ใช้แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ซึ่งติดต่อมาจำนวนหลายครั้ง สอบถามให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบุคคลดังกล่าวคือนายแมน ที่จะมารับตนไปดูบ้านเช่าที่จะนำบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มทั้งหมดไปซุกซ่อนไว้

ต่อมาในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ได้มีรถยนต์เก๋งเข้ามาจอดภายในบริเวณหอพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัว น.ส.ศิรประภาฯ อยู่ได้ให้สัญญาณเจ้าหน้าที่ที่วางกำลังโดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่คือนายพัทธนันท์ ที่ อยู่ ม.13 ต.ป่าแงะ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย และผู้โดยสารคือ น.ส.นงคราญ ที่อยู่ ม.25 ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย

โดยผลการตรวจสอบพบบัตรเอทีเอ็มระบุชื่อคนอื่นอยู่ภายในช่องเก็บของประตูฝั่งคนขับที่นายพัทธนันท์ฯ ขับขี่มา และพบบัญชีธนาคาร และซิมการ์ดโทรศัพท์ 2 ซิม จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ สอบถามรับสารภาพว่าบัญชีธนาคารดังกล่าวได้รับการว่าจ้างจากนายพัทธนันท์ฯ และก่อนหน้านี้ได้เปิดบัญชีให้กับนายพัทธนันท์มาก่อนจำนวน 1 บัญชี โดยตนจะได้รับเงินตอบแทนรวม 40,000 บาท จากนั้นจึงได้เดินทางไปตรวจค้นห้องพักที่อยู่ ม.15 ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย บ้านพักของนายพัทธนันท์ฯ ผลการตรวจค้นพบเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด (โดยได้ตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่อให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป), บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ, สมุดบัญชี 3 เล่ม, ซิมการ์ดโทรศัพท์ 4 ซิม, คอมพิวเตอร์ 1 ชุด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในการปฏิบัติการขยายผลในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีทั้งหมด 3 ราย คือ

  1. น.ส.ศิรประภา อายุ 19 ปี ดำเนินคดีข้อหา “มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้อื่นไว้เพื่อออกใช้โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เป็นธุระจัดหา โฆษณา ไขข่าวด้วยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีธนาคาร และซิมการ์ดโทรศัพท์ ตามมาตรา 10 และ 11 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
  2. นายพัทธนันท์ ดำเนินคดีฐาน “มีบัตรอิเล็กทรอนิกส์ผู้อื่นไว้เพื่อออกใช้โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เป็นธุระจัดหา โฆษณา ไขข่าวด้วยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีธนาคาร และซิมการ์ดโทรศัพท์ ตามมาตรา 10 และ 11 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
  3. น.ส.นงคราญ ดำเนินคดีฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยประการที่ควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ตาม ม.9 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”

รวมของกลางทั้งหมดที่ได้จากการขยายผลการจับกุม 3 คดี
1.สมุดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็ม 16 ชุด
2.บัตรเอทีเอ็ม 4 ใบ
3.สมุดบัญชี 4 เล่ม
4.ซิมการ์ดโทรศัพท์ 6 ซิม
5.คอมพิวเตอร์ 1 ชุด
6.เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด

ในการนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้ชื่นชมผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมซึ่งสามารถขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 3 รายดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้สั่งการให้ขยายผลจับกุมกลุ่มผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม และได้ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนหากพบเบาะแสผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย รับซื้อขายบัญชีม้า ม้ากดเงิน ตลอดจนอาชญากรรมทุกประเภท โปรดโทรแจ้งสายด่วน 191 หรือแจ้งส่งข้อมูลผ่านช่องทาง Line ไอดี@police5 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง


นที มีเดช รายงาน