มทบ.37 จัดเลี้ยงอาหารพิเศษ ขอบคุณทหารกองประจำการ ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง

เชียงราย – มทบ.37 จัดเลี้ยงอาหารพิเศษ ขอบคุณทหารกองประจำการ ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลัง

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) ได้จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารพิเศษแก่ทหารกองประจำการของหน่วย ณ โรงประกอบเลี้ยง มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อแสดงความขอบคุณและเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

โดย พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ได้มอบหมายให้ พันเอก ประณต ศิริพันธ์ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วยคณะฝ่ายเสนาธิการ มทบ.37 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการรับประทานอาหารพิเศษของกำลังพลด้วยตัวเอง

การจัดเลี้ยงในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขอบคุณทหารกองประจำการทุกนายที่ได้ทุ่มเทปฏิบัติงานภายในหน่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ จนภารกิจต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพบกและหน่วยเหนือสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

พิเศษกว่าครั้งไหนๆ คือทางหน่วยได้ร่วมมือกับ “ร้านบัวลอยป้าอ้วน” ซึ่งเป็นร้านขนมหวานชื่อดังและเป็นที่รู้จักของชาวจังหวัดเชียงราย มาร่วมจัดเมนูอาหารพิเศษ สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้กับเหล่าทหารกองประจำการที่ได้ร่วมรับประทานอาหารในบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จฯ ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”

นที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ น. สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหา ราชวัง พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธยถวายความอาลัย อีกทั้งทรงมีกำหนดจะทรงเข้าร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในช่วงค่ำของวันนี้

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงมีความผูกพันแนบแน่นกับพระราชวงศ์ไทย ทรงเคารพรักและเทิดทูนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันปวงชนชาวไทยต่างเคารพรักสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เช่นกัน และรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่เสด็จพระราชดำเนินมาถวายความอาลัยในครั้งนี้


รมช.มท. ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

รมช.มท. ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. : นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางตรวจเยี่ยมการดำเนินงานศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายอภิชัย อร่ามศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี,นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ,คณะกรรมการองค์การจัดการน้ำเสีย พร้อมด้วย นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่องค์การจัดการน้ำเสีย ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ

ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ ตั้งอยู่ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ออกแบบ ก่อสร้าง โดยองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย ตามข้อตกลงร่วมในการจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม ระหว่างองค์การจัดการน้ำเสีย กับ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 เริ่มบริหารจัดการ ควบคุม และดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 เป็นต้นมา

ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลลำโพ เป็นระบบบำบัดน้ำเสียที่มีส่วน
การบำบัดน้ำเสียอยู่ใต้ดิน มีการติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์ เพื่อทำการบำบัดน้ำเสีย มีความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และใช้พื้นที่ส่วนใต้ดินเป็นที่จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืดในรูปแบบพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (Aquarium) รวมทั้งสามารถมองเห็นกระบวนการบำบัดน้ำเสียผ่านผนังอะคริลิคแบบใส เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้สำหรับประชาชน และเยาวชนในพื้นที่ และบริเวณใกล้เคียง และเป็นตัวอย่างของการพัฒนารูปแบบระบบบำบัดน้ำเสียให้อยู่ร่วมกับประชาชน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมกันดูแลรักษาแหล่งน้ำ สนองพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน โดยพร้อมเพรียงกัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

MV TV จับมือ บริษัท 888 ร่ำรวย เปิดตัวซีรี่ส์ ป่าหลอนแดนนรก พร้อมจัดประกวดเดินแบบสยามแฟชั่นไทยประยุกต์ รัชกาลที่ 6 เฟ้นหานักเดินแบบและดารารุ่นใหม่ สร้างสีสันแห่งวงการบันเทิง ณ สยามวิลล่าสุวรรณภูมิ

MV TV จับมือ บริษัท 888 ร่ำรวย เปิดตัวซีรี่ส์ ป่าหลอนแดนนรก พร้อมจัดประกวดเดินแบบสยามแฟชั่นไทยประยุกต์ รัชกาลที่ 6 เฟ้นหานักเดินแบบและดารารุ่นใหม่ สร้างสีสันแห่งวงการบันเทิง ณ.สยามวิลล่าสุวรรณภูมิ

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ณ.สยามวิลล่า สุวรรณภูมิ ซอยร่มเกล้า 26 ลาดกระบัง กทม. : ดร.ศิรินา โชควัฒนา ปวโรฬารวิทยา ประธานบริหารสยามวิลล่า สุวรรณภูมิ คุณวรชาติ รอดถนอม รองประธานบริหาร MV TV พร้อมด้วย คุณปู วิดิฐ ธัญพันธ์ ผู้กำกับบริษัท 888 ร่ำรวย แถลงข่าวเปิดตัวซีรี่ส์ ป่าหลอนแดนนรก พร้อมจัดงานสยามแฟชั่นการประกวดเดินแบบไทยประยุกต์รัชกาลที่ 6 ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีเยาวชนผู้เข้าร่วมประกวดเดินแบบและผู้ปกครองเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งด้วยบรรยากาศอบอุ่น

ปู วิดิฐ ธัญพันธ์ ผู้กำกับร่วมกับบริษัท 888 ร่ำรวย เปิดเผยว่า คุณ ณชัยยุทธ ทวีปวรเดช บิ๊กบอสแห่ง MV TV ต้องการเปิดตลาดฮ่องกงและมีรายการซิทคอมเด็กน่ารักๆพร้อมกับซีรี่ส์ วาย หลังจากฉายซีรี่ส์จีนเกือบทุกเรื่อง จึงอยากมีซีรี่ส์ไทยที่มาร่วมสร้างความแปลกใหม่ และได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้ผลิตละครซีรี่ส์ เนื่องจากเห็นผลงานอยู่ในวงการมาตั้งแต่เป็นผู้กำกับหน้าใหม่รุ่นใหม่ยุคใหม่มานานจนผันตัวมาเป็นผู้ผลิตผลงาน MVTV จึงได้ร่วมกับบริษัท 888 ร่ำรวย สร้างสรรค์ละครซีรี่ส์เรื่องแรกป้อน MV TV วันนี้จึงถือโอกาสเปิดตัว ป่าหลอนแดนนรก และเชิญชม ทีเซอร์ เป็นครั้งแรกก่อนที่จะฉายให้ชมทาง MV TV พร้อมกันเร็วนี้

ป่าหลอนแดนนรก เป็นเรื่องของปัจจุบันและอนาคตที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านชังคะยอ มีครูขวัญได้เข้ามาพัฒนาจนเจริญก้าวหน้าขึ้น ทำให้เจ้าแม่ผู้หวังผลประโยชน์จากการใช้เดรฉานวิชา อ้างตัวเป็นผู้ปกปักรักษาถำ้พญางูไม่พอใจ ครูขวัญกับพวกได้เดินทางเข้าไปในถ้ำซึ่งไม่เคยมีใครรอดกลับมาได้ ครูขวัญได้เข้าไปเจอกับนางพญางูซึ่งเคยเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันมา และรอวันที่จะเจอครูขวัญเพื่อมอบสมบัติให้นำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนและพัฒนาหมู่บ้านให้เจริญยิ่งขึ้นต่อไป

”เราต้องการผลักดันเด็กรุ่นใหม่ที่มีใจรักการแสดง ทำให้ผู้ปกครองมีแรงผลักดันที่จะส่งเสริมให้บุตรหลานก้าวสู่วงการนักแสดงที่ดี ขอให้มีสปอนเซอร์ช่วยสนับสนุน เชื่อว่า ยังบลัดด้านการแสดงจะเกิดมากขึ้นอย่างแน่นอน“ ปู วิดิฐ กล่าวทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ

ด้าน ดร.ศิรินา โชควัฒนาปวโรฬารวิทยา ประธานบริหาร สยามวิลลา สุวรรณภูมิ ประธานจัดงานสยามแฟชั่นการประกวดเดินแบบประยุกต์รัชกาลที่ 6 ในโอกาส 100 ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เปิดเผยว่า สยามวิลล่า สุวรรณภูมิ มีเป้าหมายต้องการเก็บรักษาความเป็นสยามและภูมิปัญญาไทยด้าน

ประวัติศาสตร์ตั้งแต่ สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งจะทำให้ผู้มาเยือนไม่ลืมอดีตของประเทศไทย ส่วนตัวต้องการเห็นคนในประเทศมีสุขภาพดีมีความสุข คนไทยเป็นคนดีของสังคม มีสุขภาพแข็งแรง เราจึงพยายามเก็บประวัติศาสตร์ให้คนไทยเกิดความภูมิใจในชาติกำเนิดของเรา อยากให้สยามเป็นเมืองแห่งความสุขของคนทั้งโลกจากความสนใจในประวัติศาสตร์ และมีความประทับใจในพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในการผสานโลกตะวันตกกับวัฒนธรรมไทยได้อย่างกลมกลืน และอยากให้คนไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ซึ่งทรงจากพวกเราไปเป็นเวลา 100 ปีแล้ว

“รัชกาลที่ 6 ทรงสร้างคุณูปการให้กับบ้านเมืองมากมาย ทั้งด้านการศึกษา ทรงพระราชทานกำเนิด จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ทรงก่อตั้งกิจการลูกเสือและเสือป่า ทรงสร้างเส้นทางคมนาคม และทรงให้ความสำคัญกับแฟชั่น ทำให้คนไทยรู้จักแต่งตัว โดยทรงนำอารยะแบบตะวันตกมาผสมผสานกับวัฒนธรรมตะวันออกได้อย่างกลมกลืน

”สยามแฟชั่น ที่เราจัดประกวดในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่า คนไทยไม่จำเป็นจะต้องแต่งตัวเหมือนใคร เราสามารถแต่งแบบให้เป็นตัวเรา ด้วยการนำเสื้อผ้าแบบฝรั่งมาแต่งแบบไทยเป็นสยามแฟขั่นของเรา ทุกคนแต่งตัวฝรั่งครึ่งไทยได้ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในศิลปของไทย”

ดร.ศิรินาฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่อยากเห็นคือทำอย่างไรความเป็นไทยของเราจะเป็นที่ชื่นชม สืบสาน รักษา ต่อยอด ที่พระบาทสมเด็จพระวัชรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ชาวบ้านร้อง กมธ.กฎหมายฯ ขอความเป็นธรรม ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า หวั่นเป็นแพะรับบาป

ชาวบ้านร้อง กมธ.กฎหมายฯ ขอความเป็นธรรม ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า หวั่นเป็นแพะรับบาป

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2568 ที่ห้องแถลงข่าว อาคารรัฐสภา ส.ส.วรายุทธ ทองสุข พร้อมด้วยนายสุวรรณ บัวโรย ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวและที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นำผู้เสียหายเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเป็นธรรมในคดีถูกกล่าวหาบุกรุกป่า

ทั้งที่มีพยานและหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์อย่างชัดเจน เพื่อให้ตรวจสอบกระบวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 31/2568 สถานีตำรวจภูธรมะขาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งผู้ร้องเชื่อว่ามีความไม่เป็นธรรมในขั้นตอนการดำเนินคดี โดยมี ส.ส.เกียรติคุณ ต้นยาง ที่ปรึกษาคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน

ผู้ร้องประกอบด้วย นางอมรรัตน์ และ นายวีระเดช ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า และร่วมกันทำไม้หวงห้าม” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าทั้งสองเป็นเพียงผู้รับซื้อต้นยางพาราในที่ดินเอกสารสิทธิ์ ภ.บ.ท.5 และได้ดำเนินการโดยสุจริต ภายใต้การตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้

มีพยานบุคคลและเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ พยานผู้เห็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ให้การยืนยันว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้ตัดไม้หรือใช้เครื่อง จักรกลใดๆ ในพื้นที่ แต่เป็นบุคคลอื่น โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และเสียงบัน ทึกเหตุการณ์ที่สามารถระบุผู้กระทำผิดตัวจริงได้อย่างชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี เพื่อขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม หลังพบข้อพิรุธ โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจยึดของกลาง ซึ่งเป็นเพียงเลื่อยยนต์เก่าที่ผู้ร้องนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ตามคำขอของพนักงานสอบสวนเอง มิได้ใช้ในการกระทำผิดจริง

นายสุวรรณ บัวโรย กล่าวว่า คดีนี้มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าผู้ร้องกระทำโดยสุจริต มีเจ้าหน้าที่รัฐรับรองพื้นที่ก่อนการตัดไม้ แต่กลับถูกดำเนินคดีอาญาอย่างไม่เป็นธรรม จึงต้องขอให้คณะกรรมาธิการฯ ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้บริสุทธิ์ ขณะเดียว กัน ผู้ร้องยังขอให้คณะกรรมาธิการฯ มีหนังสือถึงสำนักงานอัยการจังหวัดจันทบุรี เพื่อให้สั่งสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงเรียกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ผู้ลงตรวจพื้นที่ มาชี้ แจงข้อเท็จจริง พร้อมเสนอให้มีมาตรการคุ้มครองพยาน เนื่องจากคดีนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

แพทย์ทหารเตือน “ไข้หวัดใหญ่ใกล้ตัว แนะประชาชนดูแลสุขภาพ”

แพทย์ทหารเตือน “ไข้หวัดใหญ่ใกล้ตัว แนะประชาชนดูแลสุขภาพ”

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือน โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่พบมากในช่วงอากาศชื้นและเย็น ช่วงนี้ประเทศไทยมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มอายุที่พบสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 5 – 9 ปี รองลงมา 0 – 4 ปี สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสสารคัดหลั่ง (น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ) ของผู้ป่วยผ่านการไอหรือจาม อาการของโรคจะคล้ายไข้หวัด แต่จะมีอาการปวดกล้ามเนื้อมาก ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และอ่อนเพลีย จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหารและครอบครัว ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว จึงขอให้ปฏิบัติตามมาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ปิด คือปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม หากเจ็บป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ควรใส่หน้ากากอนามัย ล้าง คือล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของร่วมกัน เลี่ยง คือหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือไปในสถานที่แออัด และหยุด คือเมื่อป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม แม้ผู้ป่วยจะมีอาการไม่มากก็ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ

ย้ำ 7 กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ควรได้รับวัคซีน ได้แก่

  1. หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
  2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  3. ผู้มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน
  4. ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
  5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
  6. โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งรวมผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ และ
  7. โรคอ้วน คือผู้ ที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือมีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง ช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยได้

ทั้งนี้หากมีอาการป่วยให้รีบพาไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส


โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก รับรางวัล “เภสัชกรดีเด่นแห่งปี 2568”

โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก รับรางวัล “เภสัชกรดีเด่นแห่งปี 2568”

โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก เป็นโรงพยาบาลกองทัพบก ระดับ 90 เตียง ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ดูแลรับผิดชอบการตรวจสุขภาพให้กับกำลังพล, ครอบครัว รวมทั้งประชาชนทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีความมุ่งมั่นให้บริการสุขภาพ และการรักษาพยาบาลแบบองค์รวม อย่างมีคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างเสริมสุขภาพ เวชกรรมป้องกันแก่บุคลากร และชุมชนให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี และสามารถพึ่งพาตนเองได้ สร้างปัจจัยเกื้อหนุนที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ชุมชน รวมทั้งการป้องกันโรค, การตรวจวินิจฉัยโรค, การรักษาพยาบาล, การฟื้นฟูสมรรถภาพ, การบริการการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก อย่างยั่งยืน นั้น

ทั้งนี้ จากนวัตกรรม “Rx Mobile” กล่องยาเคลื่อนที่เพื่อประชาชน ของ เภสัชกร พันตรี ธนัญชัย จวบประสพ สมาชิกทีม M-MERT (Military Medical Emergency Response Team) โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติใน จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดแพร่ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับโรงพยาบาล และหน่วยทหารทั่วภาคเหนือ เภสัชกรรุ่นใหม่แห่งกองทัพบก เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และหัวใจแห่งการอุทิศตน เพื่อประชาชนและประเทศชาติ

ซึ่งตลอดเส้นทางวิชาชีพ ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา นวัตกรรมเภสัชกรรม การช่วยเหลือสังคม และการบริบาลภาคสนาม อย่างโดดเด่น อาทิ

  • ผู้พัฒนาระบบบริการยาในสถานการณ์วิกฤติ
  • พัฒนาระบบบริหารยาในภาวะอุทกภัยและสถานการณ์ COVID-19
  • มีบทบาทสำคัญในโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 จังหวัดอุตรดิตถ์
  • ผลิตเจลแอลกอฮอล์เพื่อบริการประชาชน และทำวิจัย โปรแกรมติดตามการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในงาน HA Forum และตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ
  • ผู้ยกระดับสมุนไพรท้องถิ่นและงานวิจัยเพื่อชุมชน พัฒนาตำรับยาสมุนไพรจากพืชพื้นบ้าน เช่น มะแขว่น ว่านม้าเหลือง และหอมแดงโดยได้รับทุนสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกว.)
  • อาจารย์และผู้ถ่ายทอดความรู้สู่รุ่นต่อไป อาจารย์พิเศษและวิทยากรด้านเภสัชวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษาเภสัชศาสตร์รุ่นใหม่ จากผลงานของ เภสัชกร พันตรี ธนัญชัย จวบประสพ ที่ผ่านมานั้น เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้คัดเลือกเป็น “เภสัชกรดีเด่นแห่งปี 2568” สาขาเภสัชกรรุ่นใหม่ (Young Pharmacist) โดยมีพิธีมอบรางวัลเภสัชกรดีเด่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ งานประชุมเภสัชกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 13 (13th Thailand Pharmacy Congress) PRIS2025 ห้อง 205 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนานวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ทางทหารให้เกิดความหลากหลาย และเกิดประโยชน์ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืนสืบไป

จากผลงานของ เภสัชกร พันตรี ธนัญชัย จวบประสพ ที่ผ่านมานั้น เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้คัดเลือกเป็น “เภสัชกรดีเด่นแห่งปี 2568” สาขาเภสัชกรรุ่นใหม่ (Young Pharmacist) โดยมีพิธีมอบรางวัลเภสัชกรดีเด่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ งานประชุมเภสัชกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 13 (13th Thailand Pharmacy Congress) PRIS2025 ห้อง 205 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

ทั้งนี้ จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3 จะมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนานวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ทางทหารให้เกิดความหลากหลาย และเกิดประโยชน์ เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยั่งยืนสืบไป


รับสมัครคัดเลือกนักศึกษา “โครงการเพชรในตม ประจำปี 2569”

โครงการเพชรในตม ได้เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2529 โดย พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชา การทหารสูงสุด รักษาราชการ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของส่วนมวลชนและกิจการพิเศษ สำนักเลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) จัดทำโครงการ “เพชรในตม” โดยได้เล็งเห็นว่าการให้การศึกษาแก่ประชาชนในหมู่บ้านที่ห่างไกล จะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ จึงได้ประสานความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดรับสมัครนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (เกรด 5 เทอม : ไม่ต่ำกว่า 2.75) มีผลสอบ TGAT/TPAT5 และ A-LEVEL (วิชาภาษาไทย, วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์ 1) ตามองค์ประกอบ มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) มีผลการเรียนดี มีความสามารถ มีความประพฤติดี แต่ครอบครัวมีฐานะยากจน สมัครใจเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 จนถึงปัจจุบัน ได้ผลิตนิสิตโครงการเพชรในตม มาแล้ว 40 รุ่น จำนวน 290 คน

จากการติดตามผลการปฏิบัติงานของบัณฑิตที่จบการศึกษาไปแล้ว พบว่าได้รับคำชมเชยและยอมรับว่ามีคุณค่าจากโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งเป็นการบ่งบอกและแสดงถึงความร่วมมือของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นความภาคภูมิใจของสังคมเป็นอย่างยิ่ง

ปัจจุบัน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ได้ประกาศเปิดรับสมัครบุคคล เพื่อคัดเลือกเข้าเป็นนิสิตระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2569 TCAS รอบที่ 2 Quota โครงการเพชรในตม คณะศึกษาศาสาตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รุ่นที่ 41 เพื่อเข้าศึกษาต่อสาขาวิชาเอกการประถมศึกษาหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 34 คน (จังหวัดละ 2 คน) ระหว่างวันที่ 11 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 จากผู้สมัครที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.swu.ac.th หรือสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในจังหวัดทุกแห่งใกล้บ้านท่าน

กำหนดการสมัครและสอบคัดเลือก

  • 28 ตุลาคม 2568 – เริ่มลงทะเบียนใช้งานระบบ TGAT/TPAT5
  • 30 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2568 – สมัครสอบ TGAT/TPAT5
  • 30 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 – สมัครสอบ A-LEVEL
  • 14 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 – สมัครทางอินเทอร์เน็ต และอัปโหลดไฟล์แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)และส่งหลักฐานประกอบการสมัครไปกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดที่สังกัด
  • 24 เมษายน 2569 – ประกาศผลผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์
  • 27 – 28 เมษายน 2569 – การสอบสัมภาษณ์
  • 2 พฤษภาคม 2569 – ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือก
  • 2 – 3 พฤษภาคม 2569 – ยืนยันสิทธิ์
  • 7 พฤษภาคม 2569 – ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา

โรงพยาบาลศุภมิตร เปิดโครงการ 100 ดวงตา 35 ปี ศุภมิตร


โรงพยาบาลศุภมิตรสุพรรณบุรี ครบ 35 ปี รพ.ศุภมิตร จัดแคมเปญใหญ่ ผ่าตัดต้อกระจกฟรี 100 ดวงตา ตั้งเป้า ‘คนไทยไร้ต้อกระจก’ “โครงการ 100 ดวงตา 35 ปี ศุภมิตร” ผ่าตัดรักษาต้อกระจกแก่ ผู้ป่วยผู้ยากไร้และขาดโอกาสในการรักษาจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย จำนวน 100 ดวงตา โดยทีมจักษุแพทย์ ตั้งเป้าประเทศไทย ต้องปลอดตาบอดจากต้อกระจก

ที่โรงพยาบาลศุภมิตรสุพรรณบุรี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “100 ดวงตา 35 ปี ศุภมิตร” ผ่าตัดรักษาต้อกระจก แก่ผู้ป่วยผู้ยาก ไร้และขาดโอกาสในการรักษาจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย จำนวน 100 ดวงตา (ฟรี) โดยมี ดร.ทันตแพทย์อนุศักดิ์ คงมาลัย กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลศุภมิตรสุพรรณบุรี บริษัท โรงพยาบาลศุภมิตร จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับ และนายแพทย์เมธ โชคชัยชาญ ประธานกรรมการโรงพยาบาลศุภมิตรสุพรรณบุรี บริษัท โรงพยาบาลศุภมิตร จำกัด (มหาชน) กล่าวรายงาน

โดยมี พญ.ปริฉัตร คงมาลัย นพ.ปวีณ ภูจันทึก ทีมแพทย์จักษุโรงพยาบาลศุภมิตร นายหะริณ โชคชัยชาญ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร, ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารภาคเอกชน แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข และประชาชน เข้าร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งโครงการ “100 ดวงตา 35 ปี ศุภมิตร” เป็นการผ่าตัดรักษาต้อ กระจก ให้แก่ผู้ป่วยผู้ยากไร้และขาดโอกาสในการรักษาจากข้อจำกัด ด้านค่าใช้จ่าย จำนวน 100 ดวงตา โดยทีมจักษุแพทย์โรงพยาบาล มีเทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัย โดยได้รับการรับรองมาตราฐานจากการผ่าตัด ต้อกระจก จากสถานบัน AACI จากสหรัฐอเมริกา

ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลในการเดินหน้าตามแนวคิด “คนไทย ไร้ต้อกระจก” ประเทศไทย ปลอดตาบอด จากต้อกระจก “โรงพยาบาลศุภมิตร ได้รักษาผู้ป่วยด้าน โรคต้อกระจก มาแล้วกว่า 3 แสนดวงตา จึงทำให้เรามีประสบการณ์การรักษาด้านดวงตามาอย่างยาวนาน จึงมีความมุ่งมั่นที่จะขจัดโรคต้อกระจกให้หมดไปจากประเทศไทย ภายใต้แนวคิดหลักการ มุ่งเน้นการคืนแสงสว่างให้แก่ผู้ป่วยโรคต้อกระจกที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องชาวสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีรากฐานมาจากความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดต้อกระจกที่เป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลศุภมิตร โดยเฉพาะศูนย์ผ่าตัดต้อกระจก (Supamitr Cataract Unit) ที่เปิดให้บริการมากว่าสิบปีและเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ การจัดโครงการนี้ จึงเป็นการนำความเชี่ยวชาญมาใช้ตอบแทนสังคมอย่างตรงจุด เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นและมีคุณ ภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ซึ่งการจัดโครงการในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลักที่มุ่งเน้นการ “คืนแสงสว่างให้แก่ผู้ป่วยโรคต้อกระจกที่ขาดแคลนทุนทรัพย์” ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์อันแน่วแน่ของโรงพยาบาลในการผลักดันเป้าหมาย “คนไทย ไร้ต้อกระจก” ใช้ความเชี่ยวชาญ คืนโอกาส 100 ดวงตา กิจกรรมหัวใจสำคัญของโครงการ คือการมอบโอกาสในการ ผ่าตัดรักษาต้อกระจกฟรี จำนวน 100 ดวงตา ให้แก่ผู้ป่วยผู้ยากไร้ที่ประสบปัญหาด้านการมองเห็นและขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษาอันเนื่องมาจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือผู้ป่วยต้อกระจก ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถร่วมสนับสนุนโครงการผ่านบัญชีบริษัท โรงพยาบาลศุภมิตร จำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี 5912771747 ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน)


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นายอำเภอ เป็นประธานในที่ประชุมคัดเลือก กำนันตำบลดอนข่อย

วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานในที่ประชุมคัดเลือกกำนันตำบลดอนข่อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เนื่อง จากนายอำเภอกำแพงแสน ได้รับทราบตำแหน่งกำนันตำบลดอนข่อย ว่างลง เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๘ จึงประกาศกำหนดให้หอประชุมที่ว่าการอำเภอกำแพงแสน หมู่ที่ ๑ ตำบลทุ่งกระพังโหม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป็นสถานที่ประชุมคัดเลือกกำนัน และกำหนดให้วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐ น. เป็นต้นไป เป็นวันและเวลาที่ทำการประชุมคัดเลือกกำนัน

โดยประธานในที่ประชุม ได้ชี้แจงรายละเอียดการคัดเลือกกำนันเป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องและทำความเข้าใจในเรื่องรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และการรู้รักสามัคคี ตลอดจนการดำรงรักษาความเป็นมิตรเป็นเพื่อนบ้านและความเป็นญาติพี่น้องในพื้นที่ทั้งก่อนและหลังการคัดเลือกให้ผู้ใหญ่บ้านและราษฎรที่สนใจติดตามการคัดเลือกกำนันได้รับทราบ โดยผู้ใหญ่บ้าน ในตำบลดอนข่อย ได้รับทราบและเข้าประชุมครบทั้ง ๑๖ หมู่บ้าน

ในการนี้คณะกรรมการทั้ง ๗ ท่านได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเลือกกำนัน พ.ศ.๒๕๕๑ ได้กำหนดไว้ โดยในที่ประชุมมีผู้ใหญ่บ้านหนึ่งท่าน ได้เสนอชื่อ นายวรจักร ทองยอดเกรื่อง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ ตำบลดอนข่อย ซึ่งมีคุณสมบัติสมควรได้รับการคัดเลือกเป็นกำนันตำบลดอนข่อย เพียงคนเดียว ดังนั้น นายอำเภอกำแพงแสน จึงคัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงคนเดียวนั้นเป็นกำนันตำบลดอนข่อย ทั้งนี้ มีนายชรินทร์ ศรีสิริวัฒน์ นายธนพันธ์ โชคดำรงสุข สมาชิกสภาจังหวัดนครปฐม นายวันชัย น้อยอยู่ กำนันตำบลวังน้ำเขียว และประชาชนในตำบลดอนข่อยได้ให้ความสนใจติดตามการคัดเลือกกำนันด้วย

ขอแสดงความยินดีกับนายวรจักร ทองยอดเกรื่อง ผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นกำนันตำบลดอนข่อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผูสื่อข่าว นครปฐม