งานแถลงข่าวการจัดงาน “วิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี” การกุศล ครั้งที่ 2

พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ประธานจัดงานวิ่งการกุศล มอบหมายให้ นายเอกอมร อักษรพิมพ์ บก.นสพ.ยุทธจักรดาวเงิน, นายโยธิน พรหมแตง หน.ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก, นายรัฐนนท์ มูลทา (ทนาย.กล้วย) ทนายความประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออก ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน”วิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี ” การกุศล ครั้งที่ 2 ซึ่งจะจัดในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 นี้ ณ สันเขื่อนอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชชโลทร อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี แถลงที่ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก ซอยทัพพระยา 15 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้มาร่วมในงาน นายเอกอมร อักษรพิมพ์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้นั้นเป็นครั้งที่ 2 แล้วจึงขอเชิญชวนนักวิ่งทุกๆ ท่านที่สนใจออกกำลังกายบรรยากาศเย็นสบายๆ หมอกลงยามเช้า ก้าวเท้าขึ้นเขาไหว้รอยพระพุทธบาท ได้มาร่วมงานกันจึงอยากขอเชิญทุกๆ ท่านได้ซื้อบัตร VIP กับเจ้าหน้าที่ได้เลย โดยทางผู้จัดจะส่งเสื้อวิ่งมาให้ การจัดงานในครั้งนี้จะจัดอย่างสุภาพ เป็นแบบอย่างที่ดีเนื่องจากการเสด็จสรรคตของพระราชินีพันปีหลวงฯ โดยจะปฎิบัติตามระเบียบที่ทางราชการกำหนดทุกประการ จึงเรียนมาเพื่อทราบ เงินรายได้ส่วนหนึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาเด็กนักเรียนยากจนโรงเรียนวัดเขานางนม และจัดซื้อรถเข็นมอบให้แก่ผู้พิการ และเชิญทุกท่านไปไหว้รอยพระพุทธบาทจำลองบนเขา วัดเขานางนม จึงเรียนมาเพื่อทราบ

หากท่านใดสนใจก็ติดต่อซื้อบัตรได้ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามโทร….033-641-289,,,08-1961-6054 ได้ในวันเวลาที่ทางราชการกำหนด……”วิเคราะห์เจาะลึก ขุนศึก ทุกวงการ” ยุทธจักรดาวเงิน “ก้าวชึ้นสู่ปีที่ 28”


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

ทั่วสารทิศ !! ร่วมบุญงานกฐิน แห่เจ้าอาวาสองค์เก่า วนรอบโบสถ์ ยอดบุญ 3 ล้านกว่า สุดฮือฮา พบเต่าคลานเข้าโบสถ์ร่วมบุญงานกฐิน

อุทัยธานี – ทั่วสารทิศ!! ร่วมบุญงานกฐิน แห่เจ้าอาวาสองค์เก่า วนรอบโบสถ์ ยอดบุญ 3 ล้านกว่า สุดฮือฮา พบเต่าคลานเข้าโบสถ์ร่วมบุญงานกฐิน

วันที่ 02 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดหนองผักกาด หมู่ 7 ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้จัดงานบุญมหากฐิน อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนายวีระจิตต์ เคลื่อนคล้อย และนายนิตินัย สุกกรี ชมรมฅนรักถิ่น กรุงเทพนนท์ 1 เมืองนนทบุรี เป็นประธานในงานกระฐิน นำยอดเงินบุญโดยรวมมาทั้งหมด สามล้านบาท พร้อมกับชาวบ้านทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมงานบุญกันอย่างหนาแน่น โดยชาวบ้านที่มาร่วมงานได้แต่งกายสวมใส่ชุดไทยโซนภาคเหนือ พร้อมกับติดริบบิ้นดำให้กับชาวบ้านที่มาร่วมงาน และยืนไว้อาลัยให้กับพระพันปีหลวง ด้วยความจงรักภักดี

ภายในงาน ได้มีนางรำ มารำถวายให้กับพระพันปีหลวง พร้อมกับแห่หลวงพ่อองค์เสมือนจริง พระครูอุเทศธรรมกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองผักกาด ที่ได้มรณภาพลง โดยมีจนท.ตำรวจสภ.ลานสัก มาคอยดูแลสังเกตการณ์ภายในงาน เนื่องจากมียอดจำนวนเงินบุญที่สูง รวม3,099,973 บาท

ทั้งนี้ ได้มีชาวบ้านที่มาร่วมงานบุญ พากันฮือฮาได้พบเต่า 1 ตัว มุ่งหน้าคลานช้าๆเดินเข้าไปในโบสถ์ สร้างความฮือฮา และแปลกใจให้กับชาวบุญเป็นอย่างมากเนื่องจากชาวบ้านไม่เคยพบเห็นมาก่อน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวันดี ในบุญงานกฐิน ขนาดเต่ายังอยากมาร่วมบุญ


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

โจ๋ต่างถิ่นชวนทะเลาะ ราวีไม่เลิกคู่อริหวั่นความปลอดภัย ลาออกจากวิทยาลัยกลางคัน

นครพนม – โจ๋ต่างถิ่นชวนทะเลาะ ควงมีดดาบ-ขว้างระเบิด ราวีไม่เลิกยิงปืนขู่ คู่อริหวั่นความปลอดภัย ลาออกจากวิทยาลัยกลางคัน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wilasinee Kheowsung โพสต์ข้อความว่า “ซื้อกล้องมาติดหน้าบ้านเพื่อให้พวกคุณเกรงใจไม่กล้ามาทะเลาะวิวาทหน้าบ้านของฉัน ผลปรากฎว่า….????” ซึ่งเป็นภาพวัยรุ่นต่างถิ่นจำนวน 5 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายมากัน 2 คัน ส่งเสียงท้าทายวัยรุ่นเจ้าถิ่น ที่นั่งกันอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งประมาณ 6-7 คน จากนั้นก็จอดรถพร้อมอาวุธมีดดาบยาว และขว้างปาวัตถุคล้ายระเบิดใส่วัยรุ่นที่วิ่งไล่ตาม โดยเหตุเกิด บริเวณถนนในหมู่ บ้านหนองบาท้าว หมู่ 2 ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าของกล้องได้นำมาลงในเฟซบุ๊ก เพื่อหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ล่าสุด วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ โดยได้พบกับนางรสรินทร์ ชัยราช หรือยายหลาด อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีวัยรุ่นต่างหมู่บ้านขับรถ จยย.ผ่านมาได้ร้องท้าอีกกลุ่มที่นั่งกินขนมกันอยู่ 6-7 คน ซึ่งต่อมาต่างฝ่ายก็ถืออาวุธวิ่งใส่กัน ตนจึงตะโกนว่า ”ตำรวจมาๆ” วัยรุ่นต่างถิ่นค่อยยอมสลายตัวขับ จยย.หลบหนี แต่เรื่องไม่จบแค่นั้นประมาณตีสามของวันที่ 2 พย. วัยรุ่นกลุ่มเดิมได้พวกขนมาเป็นรถกระบะ ขับชะลอดูหาตัวคู่อริ เมื่อไม่เจอใครก็ไปยิงปืนที่ท้ายบ้าน 2 นัด ฝากเจ้าหน้าที่ให้มาดูอย่าให้มาราวีกัน

นอกจากนี้ยายหลาดได้เล่าต่อว่า หัวโจกวัยรุ่นต่างถิ่นชื่อนายฟีฟ่า อายุประมาณ 17 ปี เป็นคนบ้านโพนงาม หมู่บ้านที่อยู่ห่างกันประมาณ 5 กิโลเมตร นิสัยอันธพาล ซึ่งเคยมาหาเรื่องน้องเต้หลานชายวัย 18 ปี ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีสงคราม และน้องเต้ก็ไม่กล้าไปเรียนหนังสือ เพราะกลัวถูกนายฟีฟ่ารุมทำร้าย จำเป็นต้องลาออกกลางคัน หันมาเรียน กศน. (การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย) แทน

สอบถามน้องเต้ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2567 เคยมีเรื่องกับนายฟีฟ่าในงานเทศกาลปลาศรีสงคราม จากนั้นก็กลายเป็นคู่อริกันมาถึงปัจจุบัน ก่อนเกิดเหตุพวกตนก็นั่งกัน 6-7 คนที่หน้าบ้าน กลุ่มนายฟีฟ่าผ่านมาก็ขว้างก้อนหินใส่ พร้อมกับคำท้าทายว่า”มึงเอากับกูบ่” พวกตนจึงลุกคว้าไม้ไล่ตามภาพในวงจรปิด

ทางด้าน นายเกรียงไกร ทาดี อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองบาท้าวหมู่ 2 ต.ศรีสงคราม เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุได้ไปปรึกษากับ นายอำเภอ ตำรวจ และ กำนันฯ เพื่อหามาตรการป้องกันเหตุ โดยมีรถสายตรวจวิ่งมาตรวจความเรียบร้อย ยอมรับว่าวัยรุ่น 2 หมู่บ้านยกพวกตีกันเกิดมานานแล้ว ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้านคนก่อน

โดยจากการตรวจสอบพบว่า ในจำนวนกลุ่มผู้ก่อเหตุ 5 คน มี 4 คนลักษณะการแต่งกายเหมือนกำลังเรียนอยู่ในระดับวิทยาลัย โดยมีนายฟีฟ่าเป็นหัวโจก ส่วนอีกคนสวมกางเกงขาสั้นสีกากี คาดว่าคงเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยม ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งวิทยาลัยควรหารือร่วมกัน เพื่อปรามและป้องกันการก่อเหตุ ที่อาจจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ “สมเด็จพระพันปีหลวง” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ “สมเด็จพระพันปีหลวง” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 13.00 นาฬิกา กองทัพภาคที่ 3 จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธี โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และกำลังพล เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ สำรวม และเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี ณ ห้องบันเทิงทัพ 1 สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดย พิธีเริ่มต้นด้วยการรับชมวีดีทัศน์พระราชกรณียกิจสมเด็จพระพันปีหลวง จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 ได้นำผู้ร่วมพิธีกล่าวคำอาลลัย และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อแสดงความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชน ชาวไทย พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างแห่ง “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุก ภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพและงานหัตถกรรมพื้นบ้านผ่าน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งนับเป็นแนวทางแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนและมั่นคง

ตลอดระยะเวลาที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรมและพระวิริยะอุตสาหะ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศเพื่อทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎร และทรงริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง พระราชจริยวัตรอันงดงามเหล่านี้ ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ทุกนาย ยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ เสียสละ และมุ่งมั่นทำความดีเพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพบก ประจำปี 2568 น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล

กองทัพบก จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพบก ประจำปี 2568 น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศล

วันนี้ (29 ตุลาคม 2568) กองทัพบก ได้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพบก ประจำปี 2568 ณ วัดวชิรธรรมาราม ตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลของกองทัพบกเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในการนำประกอบพิธี กรรมทางศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคลและความบริบูรณ์แห่งพิธีทอดกฐิน หารายได้สมทบทุน ในการจัดสร้างวัดวชิรธรรมาราม น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งในคราวนี้ คณะผู้บังคับบัญชา กำลังพลกองทัพบก หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันถวายปัจจัยสมทบทุน เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,611,786 บาท

กิจกรรมในพิธีประกอบด้วย พิธีสมโภชกฐิน พิธีสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิธีทอดกฐินภายในพระอุโบสถ และการถวายผ้าห่มพระพุทธเมตตาเสนานาถบนพระวิหารการเปรียญ โอกาสนี้ กำลังพลกองทัพบก พร้อมด้วยประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชนที่มาร่วมงาน อาทิ โรงครัวพระราชทานสำหรับประกอบอาหารแจกจ่ายประชาชน จุดบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ และการบริการประชาชนต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และแสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วนในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์อย่างพร้อมเพรียง

สำหรับวัดวชิรธรรมารามนั้น กองทัพบก ได้มีบทบาทสำคัญในการทำนุบำรุงอย่างต่อเนื่อง อาทิ การถวายพระพุทธเมตตาเสนานาถ เป็นพระประธานประดิษฐานในพระวิหาร เมื่อปีพุทธศักราช 2556 และได้ร่วมสนับสนุนการจัดสร้างอุโบสถจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งในปีพุทธศักราช 2568 กองทัพบก ได้ดำเนินการตามแผนพัฒนาวัดในการจัดสร้างซุ้มประตูทางเข้าวัด จำนวน 4 ประตูใหญ่ การปรับปรุงพื้นลานอุโบสถ รวมถึงการบูรณะกุฏิสงฆ์และศาลาเรือนไทยที่ชำรุดทรุดโทรม เพื่อให้วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา และเป็นสถานที่เผยแผ่ธรรมะอย่างสมบูรณ์ พร้อมรองรับศาสนกิจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่

การจัดพิธีทอดกฐินเป็นประเพณีสำคัญของพระพุทธศาสนาและสังคมไทย ที่ก่อให้เกิดความสามัคคีในชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา สืบทอดพระพุทธศาสนา และธำรงรักษาประเพณีอันดีงามของชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพบก ได้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีเป็นประจำทุกปี เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความดีงามในหมู่กำลังพล สะท้อนถึงบทบาทของกองทัพบกที่ยึดมั่นในการปกป้องเทิดทูนชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างมั่นคง

RTA #กองทัพบก



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

วันสุดท้ายเทศกาลกินเจ ชาวเมืองน่านในเขตเทศบาลเมืองน่าน ออกมากินอาหารเจศักดิ์สิทธิ์ แน่นศาลปึงเถ่ากงน่านอายุ 122 ปี

น่าน – เทศกาลกินเจวันสุดท้าย ชาวเมืองน่านออกมากินเจศักดิ์สิทธิ์ “ อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ ไหว้ขอพร 6 องค์เทพ 5 เซียนซือ เป็นสิริมงคล” แน่นศาลเจ้าปึงเท่ากงน่าน อายุ 122 ปี ระหว่างวันที่ 20 – 29 ตุลาคม ปี 2568 ต้องทำอาหารเพิ่ม พบกันปีหน้า 20 – 29 ตุลาคม 2569

วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ศาลปึงเท่ากงน่าน อายุ 122 ปี ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในช่วงเวลา 09.00 น. นายธนกร รัชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน พร้อมคณะกรรมการศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ประกอบพิธี สวดมนต์เต็กก่าซิมเตี้ยง ให้อาหารเจศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ชาวเมืองน่านทุกหมู่เหล่า นักท่องเที่ยว ที่ได้มากินอาหารเจศักดิ์สิทธิ์ ได้ “อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ ขอพรเป็นสิริมงคล จาก 6 องค์เทพเจ้า องค์ฟ้า-ดิน องค์ปึงเถ่ากง” ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าที่คอยรักษาคุ้มครองให้ปลอดภัยด้านทิศเหนือเป็น “องค์กวนกง – เจ้าพ่อกวนอู” เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ และด้านทิศใต้เป็น องค์ตี่จู๊เอี้ย” หรือเทพเจ้าที่ ณ พระตำหนัก คุณธรมมสถาน “เต็กก่า” จีน้ำเกาะ เป็นที่ประดิษฐาน องค์เทพเจ้าอรหันต์จี้กง และ องค์เซียนซือทั้ง 5 องค์

ครูบุบผา อุทัยธวัช หรือ ครูนาย กล่าวว่า วันนี้ 29/10/68 ช่วงเช้าเวลา 09.00 น. ที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน อายุ 122 ปี คณะกรรมการศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน โดยนายธนากร รัชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากง พร้อมด้วยคณะกรรมการศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน สวดมนต์เต็กก่าซิมเตี้ยง ให้อาหารเจเป็นอาหารศักดิ์สิทธิ์เป็นมงคล เมื่อทุกคนได้รับประทานอาหารเจศักดิ์สิทธิ์แล้วได้ อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้บุญ อายุยืนยาว เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว

ปีนี้มีคนมากินเจคึกคักมากกว่าปีที่แล้วต้องทำอาหารเพิ่มอีกเท่าตัว ปีที่แล้วหุงข้าววันละ 20 กิโล ค่าอาหารวันละ 6 พันบาท ปีนี้ต้องหุงเพิ่มเป็น 40 กิโล ค่าอาหารวันละ 1 หมื่นบาท ยังไม่รวมค่าพ่อครัวแม่ครัว แต่ไม่มีปัญหาสำหรับคณะกรรมการและผู้บริจาค นายธนกร รัชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน พร้อมคณะกรรมการศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่าน ขอให้ผู้มาร่วมกินเจ ได้อิ่มท้อง อิ่มบุญ อิ่มใจ ได้บุญ กลับบ้าน ขอบคุณท่านที่มาร่วมเทศกาลกินเจ ขอบคุณท่านที่มาบริจาคเงิน บริจาคของในเทศกาลกินเจ 2568 ขอทุกท่านและครอบครัว จงมีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง มั่งมีศรีสุข ร่ำรวย ร่ำรวย ร่ำรวย เฮง เฮง เฮง ปัง ปัง ปัง ทุกท่านเทอญ

บรรยากาศภายเมื่อเวลา 11.00 น. ในโรงเจศาลเจ้าปึงเถ่ากงน่านอายุ 122 ปี คับคั่งทั้งชาวพื้นเมือง ชาวไทยเชื้อสายจีน ในเมืองน่าน ข้าราชการ ได้ร่วมกันมากินอาหารเจมงคล ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ปี2568

  • มื้อกลางวันต้องทำอาหารเพิ่มเพราะประชาชนมาทานอาหารมากกว่าทุกวัน รวมทั้งผู้ที่อยู่ทางบ้านไม่สามารถมานั่งทานได้นำปิ่นโตมาใส่อาหารกลับบ้าน
  • อาหารมื้อเช้า 07.30 – 09.00 น. ข้าวต้มเครื่อง มัน ถั่ว เห็ดหอม เต้าหู้ มื้อเที่ยง 11.30 – 13.30 น.ต้มกะหล่ำน้ำแดง,หมี่ซั่ว ของหวาน ลอดช่องเมือง
  • มื้อ เย็น 16.30 – 18.00 น.แกงแดงมะเขือ ผัดมะนอยงู(บวบงู) ยำวุ้นเส้น

เทศกาลกินเจเป็นเทศกาลเพื่อความเป็นสิริมงคล สืบสานวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่นชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวนันทบุรีนครน่าน ให้ยั่งยืน เทศกาลกินเจอาหารศักดิ์สิทธิ์ ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 20-29 ตุลาคม 2568 นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลงานบุญใหญ่ของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดน่านและชาวนันทบุรีนครน่าน พบกันใหม่ปีหน้า 20 – 29 ตุลาคม 2569


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุบุตร NATION TV-NAN

ทบ. เชิญคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารฯ ชี้แจงสร้างความเข้าใจสถานการณ์ชายแดน ย้ำจุดยืนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมใช้กลไกทวิภาคีขับเคลื่อนข้อตกลงตามปฏิญญาร่วมใน ASEAN Summit สร้างสันติภาพชายแดน

ทบ. เชิญคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารฯ ชี้แจงสร้างความเข้าใจสถานการณ์ชายแดน ย้ำจุดยืนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมใช้กลไกทวิภาคีขับเคลื่อนข้อตกลงตามปฏิญญาร่วมใน ASEAN Summit สร้างสันติภาพชายแดน

วันนี้ (29 ต.ค.68) กองทัพบก โดยกรมข่าวทหารบก ได้จัดการบรรยายสรุปรอบไตรมาส (Quarterly Royal Thai Army Briefing) ประจำไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 ให้แก่คณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ณ กองบัญชาการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกไทยประจำต่างประเทศ ร่วมรับฟังผ่านระบบการประชุมทางไกล (VTC) ในหัวข้อ “ภาพรวมสถานการณ์อาชญากรรมข้ามชาติ รอบชายแดนไทย” (Overview of Transnational Crimes Beyond Thailand’s Borders) โดยมี พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก เป็นประธาน ซึ่งมีคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย เข้าร่วมรับฟัง รวม 26 นาย จาก 18 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น, อินเดีย, ฝรั่งเศส, ลาว, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, ตุรกี, สาธารณรัฐประชาชนจีน, บรูไน, รัสเซีย, ฟิลิปปินส์, เมียนมา, สิงคโปร์, แคนาดา, อินโดนีเซีย, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี และปากีสถาน

โดยเจ้ากรมข่าวทหารบกได้กล่าวต่อคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารฯ ว่าวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้พบปะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารฯ ในไตรมาสแรกของปี 2569 และเป็นครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งใหม่ ทุกท่านเป็นส่วนสำคัญที่จะร่วมขับเคลื่อนในทุกภารกิจระหว่างกันของกองทัพบกไทยและมิตรประเทศ วันนี้จึงได้มีการจัดการบรรยายเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการปฏิบัติและมุมมองระหว่างกองทัพบก พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากกองทัพ เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยเฉพาะประเด็นที่นานาชาติได้ให้ความสนใจในปัจจุบัน อาทิ ความคืบหน้าการดำเนินการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ซึ่งการบรรยาย เริ่มต้นด้วยการชี้แจงแนวทางการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของไทย ที่รัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นส่วนรับผิดชอบหลัก โดยมี พันตำรวจโท นิยม กาเซ็ง รองผู้กำกับฝ่ายความร่วมมือและกิจการระหว่างประเทศ กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บรรยาย โดยได้กล่าวถึงผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา และแผนการขับเคลื่อนงานต่างๆ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานร่วมกับองค์การตำรวจสากล (Interpol) และหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้านอย่างรอบด้าน ในการกำกับดูแลและวางแผนการปฏิบัติเพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

จากนั้น พันเอก พัฒนา พันธุ์มงคล รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรอง กรมข่าวทหารบก ได้ชี้แจงถึงแนวทางการปฏิบัติของกองทัพบกในการดำเนินการภายหลังการลงนามใน “ปฏิญญาสันติภาพไทย – กัมพูชา” (Kuala Lumpur Peace Accord) ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อวันที่ 26 ต.ค.68 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ที่ไทยมีจุดยืนสำคัญในการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีในทุกระดับ รวมทั้งชี้แจงประเด็นเชลยศึกกัมพูชา ที่กองทัพบกได้เตรียมการที่จะส่งกลับ โดยจะต้องพิจารณาจากผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตามที่ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องร่วมกันใน 4 ประการ ได้แก่ การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน, การเก็บกู้ทุ่นระเบิด, การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน

หลังเสร็จสิ้นการบรรยาย กรมข่าวทหารบกได้ชี้แจงแผนการปฏิบัติงาน และกำหนดการของผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย พร้อมเชิญคณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารฯ รับประทานอาหารร่วมกันด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ มุ่งพัฒนาขับเคลื่อนงานระหว่างกองทัพให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

อำเภอสบเมย ตรวจ DNA ราษฏร 227 ราย คืนความเป็นคนไทยติดแผ่นดินที่ตกหล่น ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ถวายเป็นพระราชกุศลฯ พระพันปีหลวง

อำเภอสบเมย ตรวจ DNA ราษฏร 227 ราย เพื่อค้นหาความสัมพันธ์ทางสายโลหิต คืนความเป็นคนไทยติดแผ่นดินที่ตกหล่น ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย!!! ถวายเป็นพระราชกุศลฯพระพันปีหลวง

29 ตุลาคม 2568 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอสบเมย อำเภอสบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการคุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ประชาชน สร้างสังคมที่เท่าเทียม ครั้งที่1 พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจ ได้รับการแก้ไขสถานะบุคคลตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข รวมถึงสวัสดิการที่พึงได้จากรัฐ

นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดโครงการคุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ประชาชน สร้างสังคมที่เท่าเทียม ครั้งที่1 พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2568 เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจ ได้รับการแก้ไขสถานะบุคคลตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข รวมถึงสวัสดิ การที่พึงได้จากรัฐ โดยมีผู้แทนนายอำเภอสบเมย หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมโครงการฯร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ทำการปกครองอำเภอสบเมย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้รับประสานจากศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพชาติพันธุ์ ว่ามีกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจโดยที่มีบิดา มารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ที่ยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎ หมาย ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพ และสิทธิอื่นๆที่ควรจะได้รับ ซึ่งที่ทำการปกครองอำเภอสบเมย และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่ ระหว่างวันกันยายน 2568 ที่ผ่านมา และพบข้อเท็จจริงว่ามีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์หรือชาวไทยภูเขาดั้งเดิมติดแผ่นดิน แต่ตกสำรวจจำนวน 96 ครอบครัว จำแนกเป็นบุคคลตกหล่นจำนวน 131 ราย และบุคคลอ้างอิง จำนวน 96 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายพบว่าบุคคลดังกล่าว มีคุณสมบัติได้รับสัญชาติไทยตามหลักสายโลหิต นายทะเบียนอำเภอพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสารพันธุ์กรรม เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการพิจารณาการเพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔) ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ

อำเภอสบเมย ได้การบูรณาการดำเนินการร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมดำเนินงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์หรือชาวไทยภูเขาดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจ ได้รับการแก้ไขสถานะบุคคลตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข รวมถึงสวัสดิการที่พึงได้จากรัฐ และการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในกลุ่มเปราะบาง

โดยการจัดงานครั้งนี้ มีกิจกรรมประกอบด้วย การดำเนินการเก็บตัวอย่างสารพันธุ์กรรม DNA ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวน 227 ราย กิจกรรมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน การจัดบูธนิทรรศการเกี่ยวกับการรับฟังปัญหาในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
การดำเนินการในวันนี้ ยังเป็นการถวายเพื่อเป็นพระราชกุศล ต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ ทรงมีต่อพี่น้องประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน พระราชกรณียกิจที่สำคัญ และเป็นที่ประจักษ์มีมากมายหลายด้าน



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

กองทัพภาคที่ 3 และศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ปรับปรุงภูมิทัศน์ วัดยาง เพื่อเตรียมสถานที่สำหรับจัดพิธีทอดกฐิน กองทัพภาคที่ 3 ประจำปี 2568

กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ วัดยาง จังหวัดพิษณุโลก เป็นการเตรียมการสถานที่สำหรับจัดพิธีทอดกฐินกองทัพภาคที่ 3 ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนา” เนื่องในพิธีทอดกฐินกองทัพภาคที่ 3 ประจำปี 2568 โดยมี ผู้บังคับหน่วยทหารหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 และผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย กำลังพลจิตอาสาจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เข้าร่วมกิจกรรมด้วยความพร้อมเพรียงและเสียสละ เพื่อร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่อส่วนรวม ที่ วัดยาง ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับการจัดกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่วัดและชุมชนโดยรอบให้มีความสะอาด เป็นระเบียบ และเอื้อต่อการประกอบพิธีทอดกฐิน กองทัพภาคที่ 3 ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ภายในกิจกรรมมีกำลังพลจิตอาสาร่วมกันดำเนินการหลายด้าน อาทิ การทำความสะอาดบริเวณวัด การเก็บกวาดขยะ ปรับภูมิทัศน์ และตกแต่งสถานที่ เพื่อให้เกิดความร่มรื่นและสวยงามสมกับเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมคุณธรรมและจิตสำนึกในการทำ ความดีของกำลังพลเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างกองทัพภาคที่ 3 กับประชาชนในพื้นที่ เสริมสร้างภาพลักษณ์ของกองทัพบกในฐานะ “กองทัพของประชาชน เพื่อประชาชน และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส” อย่างแท้จริง

วัดยาง มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระสัมฤทธิ์โกสีย์ นิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อเขียว เป็นพระปางประทานอภัย สูง 190 เซนติเมตร เป็นศิลปะอยู่ในยุคอมราวดีเป็นสกุลช่างอินเดียผสมผสานกับสกุลช่างกรีก ช่วงระหว่าง พ.ศ. 663–863 จากเนื้อพระที่เป็นสัมฤทธิ์ที่ผ่านกาลเวลาจนเกิดเป็นสนิมสีเขียวขึ้นมา จึงเป็นที่มาของหลวงพ่อเขียว

และห้วงปี 2512 -2515 กองทัพภาคที่ 3 ได้ใช้พื้นที่วัดยางเป็นตำบลรวบรวมศพจากการปฏิบัติหน้าที่เข้าปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์


นที มีเดช รายงาน

มทบ.39 จัดพิธี ร้อยรวมดวงใจ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “แม่แห่งแผ่นดิน”

มณฑลทหารบกที่ 39 จัดพิธี ร้อยรวมดวงใจ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ “แม่แห่งแผ่นดิน”

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 15.00 น. พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 จัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยมี พันเอก วิชา อมรดิษฐ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ฝ่ายทหาร พร้อมด้วย คณะผู้บังคับบัญชา, กำลังพลนายทหารชั้นสัญญาบัตร – ประทวน และทหารกองประจำการร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมประกายคารวะ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เพื่อกำลังพลของหน่วย ได้ร้อยรวมดวงใจ แสดงออกพลังแห่งความจงรักภักดี ที่พระองค์ทรงเป็น “แม่แห่งแผ่นดิน” เนื่องด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษา 93 พรรษา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 21.21 น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระปรีชาสามารถ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัป การ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาชาติให้มั่นคงและสงบสุขสืบไป ซึ่งในพิธีดังกล่าว ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ได้กรุณาบรรยายประกอบวีดีทัศน์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้กำลังพลได้ตระหนักซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์ท่าน จากนั้น หัวหน้ากองกำลังพลได้อ่านประกาศสำนักพระราชวัง ต่อเนื่องด้วยผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 อ่านบทความน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พร้อมกันนี้ กำลังพลผู้เข้าร่วมพิธีได้แสดงพลังถวายความอาลัยด้วยการนั่งกราบ, ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที และพร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีด้วยเศร้าโศกเสียใจ


นที มีเดช รายงาน