กองทัพบก เผยสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา ยังคงเฝ้าระวังใกล้ชิด หลังแรงงานต่างชาติหลบหนีจากพื้นที่โครงการ KK-Park ข้ามมายังฝั่งไทยกว่า 1,500 คน

กองทัพบก เผยสถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมา ยังคงเฝ้าระวังใกล้ชิด หลังแรง งานต่างชาติหลบหนีจากพื้นที่โครงการ KK-Park ข้ามมายังฝั่งไทยกว่า 1,500 คน

กองทัพบกโดยกองกำลังนเรศวร ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–เมียนมา พื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อย่างใกล้ชิด หลังปรากฏสถานการณ์ที่ทหารเมียนมาเข้าควบคุมพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ KK-Park บ้านเองจีเมี่ยง อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ส่งผลให้กลุ่มทุน พนักงานที่มีความเชื่อมโยงกับการพนัน และชาวต่างชาติภายในโครงการเกิดความหวาดกลัว และทยอยหลบหนีเข้ามายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2568

โดยขณะนี้ หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ยังคงลาดตระเวนเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งประสานและได้ทำหนังสือประท้วงผ่านคณะกรรมการชาย แดนส่วนท้องถิ่นไทย–เมียนมา (TBC) เพื่อขอให้ฝ่ายเมียนมาดำเนินการอย่างระมัดระวังในการทำลายอาคารสิ่งปลูกสร้างภายในโครงการฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชา ชนในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศแล้ว

ล่าสุด ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.00 น. ว่า มีบุคคลต่างชาติ/ต่างด้าว และชาวไทย ข้ามมายังฝั่งไทยจากพื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park รวม 1,595 คน แบ่งเป็นชาย 1,330 คน และหญิง 265 คน

ได้แก่ ชาวอินเดีย 465 คน (ชาย 440 หญิง 25) รองลงมาคือ ฟิลิปปินส์ 220 คน (ชาย 122 หญิง 98), จีน 185 คน (ชาย 180 หญิง 5), เวียดนาม 151 คน (ชาย 129 หญิง 22) และเอธิโอเปีย 130 คน (ชาย 118 หญิง 12) นอกจากนี้ ยังมีบุคคลจากประเทศอื่น ๆ อีกกว่า 20 สัญชาติ เช่น เคนยา ปากีสถาน เนปาล ยูเครน อินโดนีเซีย ลาว แอฟริกาใต้ กานา ไนจีเรีย ศรีลังกา รวันดา เมียนมา และไทย

มีรายละเอียดบุคคลต่างชาติ/ต่างด้าว และคนไทยผ่านการคัดกรอง/ดำเนินคดี ดังนี้

  • พื้นที่สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 2 จำนวน 860 คน
  • พื้นที่สถานีตำรวจภูธรแม่สอด 712 คน โดยมีบุคคลต่างชาติ/ต่างด้าวถูกดำเนินคดี 680 คน ชำระค่าปรับ/ผลักดัน 439 คน, ไม่เสียค่าปรับ/เข้าเรือนจำ 241 คน และคนไทยเปรียบเทียบปรับ 32 คน
  • เข้าสู่กระบวนการตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) 23 คน โดยเข้าสู่กระบวนการ NRM 18 คน, เข้าสถานคุ้มครองจังหวัดพิษณุโลก 1 คน และสถานคุ้มครองจังหวัดเชียงราย 4 คน

ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก ยืนยันว่าทุกคนได้รับการคัดกรองตามขั้นตอนทั้งด้านความมั่นคงและสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยของประเทศและประชาชนในพื้นที่ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตากอย่างใกล้ชิด



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

มทบ.37 จัดพิธีรับ-ส่งทหารกองประจำการ ผลัด 2/68 เน้นย้ำความพร้อมก่อนเข้าประจำการ พร้อมร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

เชียงราย – มทบ.37 จัดพิธีรับ-ส่งทหารกองประจำการ ผลัด 2/68 เน้นย้ำความพร้อมก่อนเข้าประจำการ พร้อมร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

1 พฤศจิกายน 2568 – กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) จัดพิธีรับ-ส่งทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2 ประจำปี 2568 โดยมี พันเอกพิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในพิธี เพื่อต้อนรับทหารใหม่เข้าสู่รั้วของชาติ ณ ลานผู้กล้า และอนุสาวรีย์ผู้เสียสละ มทบ.37

พิธีเริ่มต้นขึ้นในเวลา 09.30 น. โดยรองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 นำกำลังพล, ทหารใหม่ และญาติทหารใหม่ที่มาร่วมพิธี ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความไว้อาลัยและน้อมรำลึกถึงมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที แสดงออกถึงความจงรักภักดีและความเคารพอย่างสูงสุด

ในโอกาสนี้ พันเอกพิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ ได้พบปะและให้โอวาทแก่ทหารใหม่ พร้อมทั้งพูดคุยกับญาติพี่น้องที่เดินทางมาส่งบุตรหลาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของทหารใหม่ทุกคน สำหรับยอดทหารใหม่ที่เข้ารับราชการในผลัดนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 740 นาย

จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 37 โดยได้ร่วมกับญาติ ทหารใหม่ ปรุงอาหาร ที่รถครัวสนาม และได้แจกจ่าย ให้กับญาติที่มาส่งทหารใหม่ ก่อนจะ ตรวจดูความเรียบร้อยและนำญาติทหารใหม่ ดูอาคารที่พัก ที่นอนของทหารใหม่ สร้างความพอใจ และลดความกังวลใจให้กับญาติที่มาส่งทหารใหม่เข้าประจำการในวันนี้

การจัดพิธีในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพในการต้อนรับกำลังพลใหม่ และความมุ่งมั่นในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรับใช้ประเทศชาติต่อไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

คณะกรรมการศาลปึงเถ้ากงน่านอายุ 122 ปี จัดพิธีตั้งกระถางธูปใหม่ในเทศกาลงานงิ้วชอบคุณเทพเจ้าเสี่ยซิ้ง ชมอุปรากรจีนไหหลำชื่อดัง 1 – 10 พ.ย.68

น่าน – คณะกรรมการศาลปึงเถ้ากงน่านอายุ 122 ปี ตั้งกระถางธูปใหม่แทนกระถางเก่าในเทศกาลงานงิ้วชอบคุณเทพเจ้าเสี่ยซิ้ง ชมการเชิดสิงโตจากคณะนักเรียน โรงเรียนซินจงจังหวัดน่าน ช่วงกลางคืนชมอุปรากรจีนไหหลำชื่อดังคณะมังกรทอง 10 คืน 1 – 10 พ.ย.68 และคนเดินน่าน 3 – 6 พ.ย.68

1 พฤศจิกายน 2568 ณ ศาลปึงเถ่ากงน่าน ตั้งอยู่ในตัวเมืองน่าน เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน อายุ 122 ถนนสุมนเทวราช อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นที่รวมใจและที่ยึดเหนี่ยวของชาวจีนเชื้อสายไทยเมืองน่าน เป็นที่เคารพนับถือของชาวไทยเชื้อสายจีน คนเมืองน่าน และคนทั่วไป นายธนกร รัชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากง พร้อมคณะกรรมการ จัดพิธีตั้งกระถางธูปใหม่ใบใหญ่แทนกระถางเดิม มีหลังคาคลุมแกะจากหินแกรนิตเพื่อรวมปักธูปในกระถางเดียว 3 กระถาง

โดยมีนายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน นางนุชนาถ เธียรสูตร คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ชาวไทยเชื้อสายจีน นักท่องเที่ยว ร่วมงานคึกคัก ได้ชมพิธีตั้งกระถางธูปแบบโบราณที่หาชมยาก คณะกรรมการศาลปึงเถ่ากงไม่เคยจัด เพิ่งจัดในครั้งนี้เป็นครั้งแรก มีการพิธีไหว้ของพรเทพเจ้าทุกองค์ สวดมนต์เต็กก่าที่พระตำหนัก คุณธรมมสถาน “เต็กก่า” จีน้ำเกาะ เป็นที่ประดิษฐาน องค์เทพเจ้าอรหันต์จี้กง และ องค์เซียนซือทั้ง 5 องค์ ปิดท้ายได้ชมการเชิดสิงโตโบราณ สิงโตฮากกา / สิงโตแคะ เป็นการเชิดสิงโตที่สืบ ทอดมาจากชาวจีนฮากกา มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์และสะท้อนถึงวัฒนธรรมจีนโบราณ การเชิดจะหนักแน่น มั่นคง เปรียบเสมือนการก้าวย่างของราชสีห์

ความสำคัญเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยปัดเป่าภัยพิบัติและความโชคร้าย และใช้ในการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลตรุษจีของคณะนักเรียนโรงเรียนซินจงจังหวัดน่าน

  • ที่ตั้งกระถางที่ 1 ชุดใหญ่ 88 ตั้งหน้าอาคารปึงเก่ากง องค์ปึงเถ่ากง” ซึ่งเป็นเทพเจ้าองค์สำคัญ ซึ่งเชื่อว่าเป็น เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและการค้า ช่วยปกปักษ์รักษาให้การค้าขายเจริญรุ่งเรืองและมีความสงบร่มเย็นเป็นสุข คอยรักษาคุ้มครองให้ปลอดภัย ถือเป็นสัญลักษณ์ของบรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเล องค์ด้านทิศเหนือเป็น “องค์กวนกง – เจ้าพ่อกวนอู” เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ และด้านทิศใต้เป็น องค์ตี่จู๊เอี้ย” หรือเทพเจ้าที่,
  • ที่ตั้งกระถางที่ 2 ชุดเล็ก 68 ตั้งที่หน้าพระตำหนัก คุณธรมมสถาน “เต็กก่า” จีน้ำเกาะ เป็นที่ประดิษฐาน องค์เทพเจ้าอรหันต์จี้กง และ องค์เซียนซือทั้ง 5 องค์
  • กระถางที่ 3 ตั้งบนแทนสาทีกง องค์ฟ้า-ดิน ตะเกียงฟ้าดิน เป็นแท่นบูชาหรือสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่หน้าศาลเจ้าเพื่อบูชา เทพยดาฟ้าดิน หรือ เง็กเซียนฮ่องเต้องค์เทพชั้นสูงที่มีความศักดิ์สิทธิ์

จากความเป็นมาจากรอยแกะสลักขอบ ซุ้มประทับ องค์ปึงเฒ่ากงอันดั้งเดิม มีสลักเป็นภาษาจีนไว้มีความหมายตามสภาพสิ่งแวดล้อมในสมัยนั้นตรงกับ รัชสมัยราชวงศ์ชิงสมัยต้าซีเต๊อะจงฮ่องเต้ ปีที่ 29 ตรงกับรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันตรุษจีนปี 2446 ได้มีกลุ่มชาวจีนจากจังหวัดอุตรดิตถ์ นำองค์เทพองค์หนึ่ง (องค์ปึงเถ่ากง) มาตามลำน้ำน่านและได้สร้างศาลไว้ริมแม่น้ำน่านฝั่งซ้ายตะวันตก ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ (บริเวณที่ตั้งศาลปึงเถ้ากงปัจจุบันแต่เขียนแผ่นป้ายเดิมเขียนศาลเจ้าปุงเถ้ากง) จึงได้นำองค์เทพขึ้นประทับ ณ ศาลแห่งนั้นและได้ตั้งชื่อว่าศาลปึงเถ่ากง

ปีนี้ ศาลปึงเถ่ากงครบรอบ 122 ปี ประกอบกับกระถางธูปเดิมเป็นกรถางทองเหลือใบเล็กวางนอกอาคารกลางแจ้งช่วงฝนตกน้ำขังในกระถางธูปเป็นประจำและไม่สง่างาม คณะกรรมการจึงประชุมมีมติให้จัดทำกระถาง ใหม่ใบใหญ่มีหลังคาคลุมแกะจากหินแกรนิต เพื่อรวมปักธูปในกระถางเดียว ส่วนกระถางเดิมเชิญไว้ด้านในอาคารไม่ปักธูปไหว้ ในช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้า “เสี่ยซิ้ง” มีงานแสดงงิ้ว ตั้งแต่วันที่ 1- 10 พ.ย 2568 เป็นงิ้วไหหลำ คณะมังกรทอง พากย์ไทยตลอดการแสดงและมีงานถนนคนเดินหน้าศาลเจ้าวันที่จันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน – วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน2568 สำหรับคืนนี้วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันดีศิริมงคล ทำพิธีตั้งกระถางธูปใหม่โดยเชิญซินแสในด้านนี้มาทำพิธี บรรยากาศในช่วงเช้ามืดฝนฤดูหนาวได้ตกลงมา ช่วงก่อนเริ่มพิธีฝนหยุดตก พอการแสดงเชิดสิงโตโบราณ สิงโตฮากกา / สิงโตแคะ ฝนได้โปรยลงมาเหมือนการพรมน้ำมนต์


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ผบ.กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพล ที่ขึ้นปฏิบัติงานราชการสนามชายแดน ประจำปี 2569

ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพล กอง พลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ที่ขึ้นปฏิบัติงานราชการสนามชายแดน ประจำปี 2569 พื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จังหวัดเชียงใหม่ พร้อม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ มอบสิ่งของบำรุงขวัญทหารชายแดน

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 พลตรี ศรัณย์ รอดบุญธรรม ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพล กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ที่ขึ้นปฏิบัติงานราชการสนามชายแดน ประจำปี 2569 พื้นที่ 5 อำเภอชายแดน จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ให้โอวาท มอบนโยบาย/แนวทางในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งมอบเงินและสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพล โดยมี พันเอก อำนาจ วชิรศักดิ์โสภานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ให้การต้อนรับ ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ต่อจากนั้น คุณอมรรัตน์ รอดบุญธรรม ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และคณะฯ เดินทางตรวจเยี่ยม, มอบของบำรุงขวัญ และให้กำลังใจกำลังพล ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง โดยมี พันเอก อำนาจ วชิรศักดิ์โสภานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ให้การต้อนรับ ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

ชุมชนมุสลิมอำเภอแม่สะเรียง รำลึกคุณแม่ของแผ่นดิน “พระพันปีหลวง” จัดนิทรรศการ ย้อนรอยตามเบื้องยุคลบาท มอบเงินช่วยเหลือสังคมและชุมชนผู้ประสบภัย

ชุมชนมุสลิมอำเภอแม่สะเรียง รำลึกคุณแม่ของแผ่นดิน”พระพันปีหลวง” จัดนิทรรศ การ ย้อนรอยตามเบื้องยุคลบาท มอบเงินช่วยเหลือสังคมและชุมชนผู้ประสบภัย

2 พ.ย.68 คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน มัสยิดญามีอาตุลอิสลาม และชุมชนมุสลิมแม่สะเรียง นำโดย นายสุริยา อร่ามวงค์ รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้จัดนิทรรศการรำลึกคุณแม่ของแผ่นดิน ย้อนรอยตามเบื้องยุคลบาท สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สร้างความดีโดยหลักการอิสลาม พร้อมมอบเงินช่วยเหลือสังคม “มุสลิมแม่สะเรียงรวมใจ” มอบเงินให้กับโรงพยาบาลแม่สะเรียง

โดยทาง นพ.บัณฑิต ดวงดี ผอ.รพ.แม่สะเรียง มอบหมายให้ ทพ.จักรพงศ์ คงศรีเจริญ ทันต แพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลแม่สะเรียง เข้ารับมอบเงินสมทบเป็นจำนวน 100,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง พี่น้องชาวมุสลิมอำเภอแม่สะเรียงได้มอบไว้เบื้องต้นแล้ว 200,000 บาท รวมเป็น 300,000 บาท พร้อมกันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือพี่น้องต่างศาสนิกที่ประสบภัยธรรมชาติน้ำป่าไหลหลากพัดพาบ้านเรือนราษฏรบ้านป่าหมากได้รับความเสียหาย พร้อมมอบเงินบรรเทาทุกข์เพื่อผู้ประสบภัย จำนวน 12 ครอบครัว เป็น จำนวนเงิน 24,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ทางชุมชนมุสลิมได้ทำการมอบก่อนหน้านี้จำนวน 134,000 บาท รวมเป็นเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากบ้านป่าหมาก รวม 158,000. บาท

นายสุริยา อร่ามวงค์. รองประธานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ได้เล่าเรื่องผ่านเครื่องใช้ ถึงชาติพันธ์มุสลิมในภาคเหนือที่เดินทางมาอยู่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ ฮ่องสอน จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และ ความภาคภูมิใจที่ครั้งหนึ่งมุสลิมอำเภอแม่สะเรียงได้มีโอกาสรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ พระพันปีหลวง ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเรื่องที่เล่าขานความปลาบปลื้มปิติของคนมุสลิมอำเภอแม่สะเรียงจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน ทางชุม ชนมุสลิมอำเภอแม่สะเรียง จึงได้พร้อมใจร่วมกันประกอบพิธีถวายอาลัยและร่วมละหมาดไว้ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อพสกนิกรชาวไทย รวมทั้งพี่น้องมุสลิมทั่วประทศ



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

นายกอบต.-สจ ลงมือเอง โหนสลิงฝ่ากลางน้ำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังน้ำป่าไหลหลาก

อุทัยธานี – นายกอบต.-สจ ลงมือเองโหนสลิงฝ่ากลางน้ำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังน้ำป่าไหลหลากพลัดสะพานหัก ไม่สามารถสัญจรได้

วันที่ 04 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน คลิป จากคุณชนาภัสส์ เตชะวิวัฒน์กุล เผยคลิปนายสมชาย นาคทัพ นายกอบต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี พร้อมนายธีระวุฒิ ศรีพนมวัลย์ สจ.เขต 2 อ.ห้วยคต ได้เข้าช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้ โดยโรยตัวโหนสลิง เพื่อข้ามไปอีกฝั่ง ฝ่าสายน้ำที่เชี่ยวไหลแรง ช่วงบริเวณสะพานสัญจรหัก เนื่องจากถูกกระแสน้ำ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยนำอาหารและเครื่องดื่มอุปโภคบริโภคไปให้กับชาวบ้าน ที่ไม่สามารถสัญจรได้ ในพื้นที่อีซ่า หมู่3 บ้านละว้า ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี เขตติดต่ออำเภอห้วยคต-อำเภอลานสัก จากเหตุฝนตกต่อเนื่องและน้ำป่าไหลหลาก ทำให้ฝายและสะพานในพื้นที่ ได้รับความเสียหาย การสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านเชื่อมต่อ พร้อมกับจนท.ตำรวจสภ.ห้วยคต ร่วมโหนสลิงมอบสิ่งของช่วยเหลือร่วมในครั้งนี้

ทั้งนี้ทางนายเผด็จ นุ้ยปรี นายกอบจ.อุทัยธานี เข้าดำเนินการ ร่วมกับสจ.ในพื้นที่ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ซึ่งเป็นเขตติดต่ออำเภอห้วยคต-อำเภอลานสัก เพื่อเข้าช่วยเหลือและซ่อมแซมให้ในเบื้องต้น เนื่องจากกระแสน้ำยังไม่คงที่


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 บูรณาการร่วมหลายหน่วยงาน ช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก 8 หมู่บ้าน ในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 ระดมกำลังจิตอาสาภัยพิบัติ ชุดบรรเทาสาธารณภัย เครื่องมือยุทโธปกรณ์ บูรณาการร่วมหลายหน่วยงานช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลาก 8 หมู่บ้าน ในอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 ได้รับแจ้งจาก นายธวัชชัย ศรีใส กำนันตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ถึงสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลาก จากลำห้วยแม่ไขและห้วยตาก เนื่องจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่หมู่ที่ 1, 3, 4, 5, 7, 10, 11 และ 12 ตำบลทุ่งกระเชาะ ถนนบางจุดไม่สามารถสัญจรได้

ต่อมากองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 จัดกำลังพลจิตอาสาภัยภิบัติ, ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ และชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ พร้อมด้วยยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เรือยาง เสื้อชูชีพ และเครื่องมือที่จำเป็น เข้าพื้นที่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตั้งแต่ 07.30 น.จนถึงปัจจุบัน ร่วมบูรณาการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, องค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก, อำเภอบ้านตาก นายกเทศบาลทุ่งกระเชาะ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 8 หมู่บ้าน ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก โดยได้ทำการขนย้ายสิ่งของ ขนย้ายผู้ป่วยติดเตียง อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย มอบถุงยังชีพสิ่งของอุปโภคบริโภค แจกข้าวกล่อง จำนวน 500 กล่อง) ให้กับประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นต้น

โดยในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 จะดำเนินการจัดกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน และชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย พร้อมจิตอาสาภัยพิบัติ เข้าช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยดังกล่าวเพิ่มเติมต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย MOU ความร่วมมือทางวิชาการ

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาด้านการศึกษา การวิจัย การพัฒนาความมั่นคงและป้องกันประเทศของบุคลากร และกำลังพลกระทรวงกลาโหม ระหว่าง กระทรวงกลาโหม กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันนี้ (3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568) เวลา 13.00 น. พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมลงนามในฐานะพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้า ใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ในการพัฒนาด้านการศึกษา การวิจัย การพัฒนาความมั่น คงและป้องกันประเทศของบุคลากร และกำลังพลกระทรวงกลาโหม ระหว่างกระทรวงกลาโหมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีพลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ สำหรับพิธีฯ ดังกล่าว พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นสักขีพยานการลงนาม ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือฯ ดังกล่าว เป็นการส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในด้านการบริหารงานวิชาการ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศและความมั่นคงของชาติ การแลกเปลี่ยนผลงานวิจัยและเทคโนโลยีร่วมกัน ส่งเสริมการบริหารจัดการด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ยังสร้างความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพ โดยอาศัยทรัพยากรและความเชี่ยวชาญของกำลังพล ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในด้านวิชาการและการปฎิบัติการ

โดยจัดฝึกอบรม สัมมนา และหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับความรู้และทักษะของบุคลากร สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันในโครงการต่างๆ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากร สื่อการสอน และการใช้ประโยชน์จากห้องสมุด เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และทรัพยากรระหว่างกัน โดยมีการจัดทำระบบหรือช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทหารกองประจำการแบบสมัครใจ รวมทั้งสร้างเสริมทักษะทางการศึกษาคู่ขนานกับการฝึกอบรมของกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กองทัพบก ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการพัฒนากำลังพลด้านการศึกษา และการฝึกอบรมให้แก่กำลังพลรวมถึงทหารกองประจำการ ซึ่งนำไปสู่ระบบทหารกองประจำการแบบสมัครใจ และสามารถนำไปต่อยอดการสอบคัดเลือกเข้าฝึกอบรมในโรงเรียนทหาร การบรรจุเข้ารับราชการในกองทัพบก หรือการประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ผบ.มทบ. 32 ลุยเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ บำรุงขวัญ บรรเทาทุกข์กลุ่มเปราะบาง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง

“ทหารห่วงใย” ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 นำจิตอาสาและชุดแพทย์โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ลุยเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ บำรุงขวัญ บรรเทาทุกข์กลุ่มเปราะบาง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พลตรีกวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 พร้อมด้วย พันเอก จรัญวิชญ์ สุขชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี, คณะผู้บังคับบัญชา และ จิตอาสา 904 เดินทางเข้าพื้นที่ หมู่ที่ 4 บ้านแม่เชียงรายบน ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง นำถุงยังชีพ ปตท.สผ., ถุงยังชีพ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตสาขาแม่เมาะ น้ำดื่ม และข้าวสาร มอบให้กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน จำนวน 10 ราย พร้อมชุดหมอเดินเท้า จาก โรงพยาบาลพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี เพื่อช่วยเหลือและเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน โดยทีมแพทย์ได้พบปะพูดคุย เพื่อ ให้รู้สึกผ่อนคลายความกังวลใจกับสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น สร้างรอยยิ้มและกำลังใจต่อครอบครัวผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก

ในการนี้ได้ประสานความร่วมมือกับ นายดำรงรัตน์ สุภาพัฒน์ ปลัดอำเภอแม่พริก รักษาราช การแทน นายอำเภอแม่พริก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็วต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ อุทัยธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจพื้นที่เกิดอุทกภัยจากภาวะฝนตกหนักในจังหวัดอุทัยธานี

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจพื้นที่เกิดอุทกภัยจากภาวะฝนตกหนักในจังหวัดอุทัยธานี

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 10.00 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบพื้นที่เกิดอุทกภัย จากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยนายบรรพต พึ่งพัก หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการจัดการ, นายกฤษดา ข้องพูน ผอ.โครงการชลประทานอุทัยธานี, นายนำโชค ไม้สนธิ์ รักษาราชการ นายอำเภอสว่างอารมณ์, นายสุชาติ สารีนนท์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไผ่เขียว, กำนันตำบลไผ่เขียว, ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง, ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่อำเภอสว่างอารมณ์, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภาพ.สว่างอารมณ์ ร่วมเป็นคณะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตามเส้นทางน้ำของลำแควตากแดด

โดยได้ลงพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำที่เขื่อนวังร่มเกล้า ดูปริมาณน้ำจากตอนบนไหลมาสมทบและถามสอบการระบายน้ำ จากนั้นติดตามสถานการณ์ที่ตำบลโคกหม้อ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ต่อมาเดินทางไปติดคามสถานการณ์น้ำลำแควตากแดด หน้าสำนักงานเทศบาลสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี และต่อจากนั้น ติดตามการเกิดเหตุอุกภัยจากคันคลองขาดที่ หมู่ที่ 3 บ้านหนองเข้ ตำบลไผ่เขียว ซึ่งมีมวลน้ำกระทบต่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่และได้สั่งการ องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่เขียว ให้ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดทั่วถึง