ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงข่าวการจับกุมยาคีตามีนน้ำหนัก 300 กิโลกรัม และปฏิบัติการล้มคอกม้ายึดเงินสดได้คามือ 846,800 บาท

ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงข่าวการจับกุมยาคีตามีนน้ำหนัก 300 กิโลกรัม และปฏิบัติการล้มคอกม้ายึดเงินสดได้คามือ 846,800 บาท

วันอังคารที่ 4 พ.ย.2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 : พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม 2 คดี ยาคีตามีนน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม และปฏิบัติการล้มคอกม้ายึดเงินสดได้คามือ 846,800 บาท

คดีที่ 1 : บก.ภ.จ.สระบุรี โดย พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จ.สระบุรี ร่วมด้วย บก. สส.บช.ภ.1 ชุดขยายผลยาเสพติด, ศอ.ปส.ภ.1 ขกท., ขกท.ศปก.นสศ., ผบ.ขกท.ศปก.นสศ., สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 1 และเจ้าหน้าที่ในสังกัดฯ ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุม ผู้ต้องหาที่ทำหน้า ที่จัดเก็บและลำเลียงยาเสพติดกลุ่ม “นักขนยาเสพติดตะวันออก” จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ

  1. นายภาณุวัฒน์ฯ หรือน๊อต อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาที่ 1
  2. นายดนุพลฯ หรือมอส อายุ 25 ปี ภูมิลำเนา ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาที่ 2

พร้อมของกลาง คือ 1.คีตามีนซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 รวมน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม, 2.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีขาว ที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด จำนวน 1 คัน, 3.โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายยาเสพติด จำนวน 2 เครื่อง

พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมนายสุรัตน์กับพวกรวม 3 คน พร้อมยาบ้า 60,000 เม็ด ที่บริเวณสะพานต่างระดับสิงห์ใต้ หมู่ 2 ต.ม่วงหมู่ อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2568 จนทราบว่ามีกลุ่มของนายภาณุวัฒน์ฯ หรือน๊อต ผู้ต้องหาที่ 1 เคยจัดส่งยาเสพติดให้กลุ่มของนายสุรัตน์ฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ได้สั่งการให้สืบสวนติดตามกลุ่มของนายภานุวัฒน์หรือน็อต ผู้ต้องหาที่ 1 อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบนายภานุวัฒน์หรือน็อต ผู้ต้องหาที่ 1 ขับรถยนต์ของกลางที่ตรวจยึดได้ออกจากพื้นที่พักอาศัยมุ่งหน้าไปทาง จ.สุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปจนกระทั่งพบว่า นายภานุวัฒน์หรือน็อต ผู้ต้องหาที่ 1 ไปรับยาเสพติดของกลางมาจากพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี แล้วขับรถกลับมุ่งหน้าไปทาง จ.ฉะเชิงเทรา โดยใช้เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฝั่งใต้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงติดตามมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อนายภาณุวัฒน์หรือน็อต ผู้ต้อง หาที่ 1 ขับรถมาถึงบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฝั่งใต้ กม.11+900 แขวงแสม ดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าสกัดจับรถยนต์ของกลางที่นายภาณุวัฒน์หรือน็อต ผู้ต้องหาที่ 1 ขับมา โดยภายในรถมีนายดนุพลหรือมอส ผู้ต้องหาที่ 2 นั่งมาด้วย

จากการสอบถามนายภาณุวัฒน์ฯ หรือน็อต ผู้ต้องหาที่ 1 และนายดนุพลฯ หรือมอส ผู้ต้องหาที่ 2 ยอมรับว่าได้ไปรับยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดได้มาจริง และกำลังจะนำไปส่งให้กับผู้รับในพื้นที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาให้นายภาณุวัฒน์หรือน็อต ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายดนุพลหรือมอส ผู้ต้องหาที่ 2 ทราบว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน”

สถานที่เกิดเหตุ ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฝั่งใต้ กม.11+900 แขวงแสมดำ เขตบาง ขุนเทียน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 01.30 น. การจับกุมในครั้งนี้ เป็นการระงับยับยั้งการแพร่กระจายยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางน้ำหนักรวมจำนวน 300 กิโลกรัม หากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 150,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

คดีที่ 2 ล้มคอกม้า : บก.สส.ภ.1 ยึดเงินสดได้คามือ 846,800 บาท ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2568

ชุดบก.สส.ภ.1 ได้ทำการสืบสวนกลุ่มเครือข่ายคนไทยที่เป็นผู้จัดหาบัญชีม้าและฟอกเงิน ที่เป็นเครือข่ายฟอกเงินให้กลุ่ม scamnner โดยได้ทำการสืบสวนจนจนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลมีพฤติกรรมรวมตัวกันเป็นกลุ่ม จัดหาบัญชีม้าเพื่อรับเงินจากกลุ่มแก๊งอาชญากรรมคอลเซ็น เตอร์ระหว่างประเทศ โดยมีหัวหน้าชาวจีนคอยสั่งการหญิงชาวไทยให้รวบรวมจัดหากลุ่มบุคคลที่จะรับโอนเงินจากการหลอกลวง นำเงินดังกล่าวมาฟอกด้วยวิธีการนำเงินสดไปและเปลี่ยนเป็นเป็นเงินสกุลคริปโตเคอเรนชื่ แล้วส่งต่อกลับคืนไปให้หัวหน้าชายชาวจีน โดยกลุ่มคอกม้าจะได้เงินเป็นเปอร์เซ็นของการกดเงินได้เป็นค่าตอบแทน จึงได้ทำการสืบสวนเรื่อยมาจนกระทั่งทั่งนำไปสู่การสะกดรอย เฝ้าสังเกตการณ์ และนำไปสู่การตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลาง ในสถานที่ต่างๆ ดังนี้ 1.หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ ช.หมู่บ้านรัตนาธิเบศร์ 2/1 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี, 2.คอนโด ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นทบุรี, 3.ห้างสรรพสินค้าย่านลาดพร้าว และ 4.โรงแรม แขวงรัชดา เขตดินแดง กรุงเทพฯ

โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดจำนวน 8 คน โดยมีฐานความผิดแตกต่างกันตามพฤติกรรมความผิด ดังนี้

  1. ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและ มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่และสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเป็นช่องโจร หรือร่วมกันประชุมในที่ประชุมอั้งยี่หรือซ่องโจร
  2. ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด
  3. เปิดหรือยินยอมให้บุคคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด
  4. ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน

กลุ่มผู้ต้องหาประกอบด้วยกลุ่มผู้ควบคุมและสั่งการ (หัวหน้า/ผู้บริหารเครือข่าย)

  1. น.ส.ภูชิษาฯ (แจ๋ว/เบล) อายุ 43 ปี ควบคุมสั่งการ เลือกบัญชีธนาคารให้กลุ่มจีนใช้รับเงิน และรับเงินสดจากผู้ร่วมขบวนการ เพื่อนำไปส่งให้นายทุนชาวจีนกลุ่มจัดหา-ควบ คุมบัญชีม้า
  2. นส.ศติธรฯ (บุ๋ม) อายุ 38 ปี กดเงิน-รวบรวมเงินสดส่งให้ น.ภูชิษาฯ
  3. นายอดิศักดิ์ฯ (หนุ่ม) อายุ 38 ปี จัดหาบัญชีธนาคารใช้ใช้เป็นบัญชีม้าให้กับ นส.ศศิธรฯ และควบคุมคุมขี่ม้าที่โรงแรม
  4. นายเพชรฯ อายุ 30 ปี ควบคุมเจ้าของบัญชีม้า นัดหมายและพาไปตามจุดถอนเงินกลุ่มผู้มอบบัญชีให้ผู้อื่นใช้ (เจ้าของบัญชีม้า)
  5. นส.ฐญามนฯ อายุ 47 ปี บัญชีม้า-ถอนเงินสดแล้ว
  6. นายไชยเชฏฐ์ฯ อายุ 53 ปี บัญชีม้า
  7. นายสีชายฯ อายุ 44 ปี บัญชีม้า และ
  8. นายดนุพลฯ อายุ 27 ปี บัญชีม้า

จากการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดของกลางได้ ดังนี้ 1.เงินสด จำนวน 846,800 บาท, 2.บัญชีธนาคาร จำนวน 13 บัญชี, 3.บัตรกดเงินสด จำนวน 14 ใบ, 4.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 18 เครื่อง, 5.ชิมโทรศัพท์มือถือ จำนวน 23 ชิม, 6.เครื่องนับธนบัตร จำนวน 1 เครื่อง

จากการซักถามทราบว่า กลุ่มดอกม้าที่ถูกจับกุมได้ย้ายฐานสแกนหน้าจากประเทศกัมพูชามาดำเนินการในประเทศไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 เนื่องจากปัญหาแนวชายแดน โดยเฉลี่ยแล้วจะถอนเงินสดนำส่งให้ผู้จ้างานในวงเงินประมาณ 1-2 ล้านบาท ต่อวัน จะได้ค่าตอบแทนเหมารวมร้อยละ 4 ของยอดถอนเงิน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท นอกจากนี้จากการสืบสวนขยายผลพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการส่งผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิดกลับไปยังนายทุนชาวจีน โดยใช้วิธีการให้คนไทยนำเงินสดไปแลกเหรียญดีจิทัล จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจะโอนเหรียญดิจิทัลกลับไปให้นายทุนขาวจีน ซึ่งจะได้ทำการสืบสวนสวนขยายผลต่อไป

จากการปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจาก WARROOM PCT ตร.ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสามติดตามผู้เสียหาย โดยในเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียหายโอนเงินมายังกลุ่มคอกม้านี้ในวันที่ 2 พ.ย.2568 และได้ถอนเงินที่ได้จากหลอกลวงออกมาที่ห้างย่านลาดพร้าว คือ 1.นายชาญวิทย์ฯ ตรวจยึดเงินไว้ได้ 160,000 บาท ประสานเข้าแจ้งความที่ สภ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี, 2.นายอนุฏลฯ ตรวจยึดเงินไว้ได้ 9,700 บาท ประสานเจ้งความที่ สภ.หัวหิน จ.ประจาบคีรีขันธ์, 3.นส.สิริย์ปัญญาฯ ตรวจยึดเงินไว้ได้ 20,000 บาท ประสานเข้าแจ้งความที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี, 4.นางนิดานาถฯ ตรวจยึดเงินไว้ได้ 45.531 บาท ประสานเข้าแจ้งความที่ สถ.เมืองแพร่ จ.แพร่, 5.นางปิยะกรฯ ตรวจยึดเงินไว้ได้ 12,000 บาท ประสานเข้าแจ้งความที่ สน.นิมิตรใหม่ กรุงเทพฯ, 6.น.ส.พัทธนันทน์ฯ ตรวจยึดเงินไว้ได้ 45,000 บาท ประสานเข้าแจ้งความที่ สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ตำรวจภูธรภาค 1 โดย บก.สส.ก.1 จะได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินในรายอื่นๆประสานการคืนเงิน (Money cash back) ให้กับผู้เสียหาย ต่อไป

ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบบุคคล รถต้องสงสัย หรือมีข้อมูลการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดสามารถติดต่อให้ข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจที่ท่านสะดวก หรือ สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำข้อมูลดังกล่าวไปสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำผิดต่อไป

ขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวสารตำรวจภูธรภาค 1


การประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเพื่อบ้านเมือง (พบม.) ลำดับที่ 3 จังหวัดกาญจนบุรี (ภาคกลางตะวันตก) ชูนโยบาย 4 ปณิธานไทยนิยมสู่เป้าหมาย

การประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเพื่อบ้านเมือง (พบม.) ลำดับที่ 3 จังหวัดกาญจนบุรี (ภาคกลางตะวันตก) ชูนโยบาย 4 ปณิธานไทยนิยมสู่เป้าหมาย

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 9.30 น. ณ ห้องประชุมศาลการเปรียญวัดตลุงเหนือ ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ได้มีการประชุมจัดตั้งสาขาพรรคเพื่อบ้านเมือง ลำดับที่ 3 จังหวัดกาญจนบุรี (สาขาภาคกลางตะวันตก) โดยมีนายประสพ บุษราคัม หัวหน้าพรรคเพื่อบ้านเมือง พร้อมด้วยคณะกรรมการสาขาพรรคเพื่อบ้านเมือง เข้าร่วมประชุม และเปิดให้ชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิก พรรคฯ มีชาวบ้านเข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมากหลายร้อยคน จากนั้นหัวหน้าพรรคเพื่อบ้านเมือง ได้ทำพิธีเปิดการประชุม และขึ้นกล่าวปราศรัยนโยบายของพรรค และบรรยายจุดประสงค์ของพรรคเพื่อบ้านเมือง

มีดังนี้ พรรคเพื่อบ้านเมือง ได้เป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยพรรค การเมือง และตามสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568 แล้ว และเป็นพรรคการเมืองที่มี นโยบายที่จะส่งผู้มีคุณธรรม มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในนาม “พรรคเพื่อบ้านเมือง” ให้ครบทุกเขตทั่วประเทศในการเลือกตั้งครั้งต่อไป จึงถือเป็นก้าวสำคัญ ที่พวกเราในฐานะเป็นสมาชิกพรรคเพื่อบ้านเมือง จะได้มาประกาศอุดมการณ์ร่วมกัน ในวันนี้ว่า “เราพร้อมที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน บนเส้นทางสายเพื่อบ้านเมืองนี้ ด้วยพลังแห่งคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ในการขับเคลื่อน ปณิธาน ๔ ไทยนิยมไปสู่เป้าหมาย ในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องพี่น้อง ประชาชนและประเทศชาติในทุกด้าน ให้เป็นผลสำเร็จให้ได้ ในยุคสมัยของพากเรานี้ โดยไม่ท้อกอย”

ชี้แจง ปณิธาน อุดมการณ์ และนโยบายของพรรคเพื่อบ้านเมืองไว้เพื่อเป็นแนวหาทางในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคไปด้วยกันดังนี้ข้อ 1 “พรรคเพื่อบ้านเมือง” มีปณิธานทางการเมืองอันแน่วแน่ 4 ประการ /4 ไทยนิยม คือ 1.พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข, 2. ศาสนาพุทธคุ้มครองผ่องใส, 3.แผ่นดินนี้ต้องเป็นของลูกหลานไทย, 4.สังคมใหม่ต้องแบ่งสรรปันส่วนกัน รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน และการปก ครองใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนและพัฒนาประเทศศควบคู่กันไปทุกด้าน ทั้งด้านสังคมความมั่นคง เพื่อความอยู่ดีกินดีมีความผาสุกของ จะแก้ไขปัญหาด้านสังคม โดยการพัฒนาบุคคลให้มีคุณภาพคู่คุณ ธรรม ไปพร้อมกับการแก้ไข ของทุกครัวเรือน ทุกกลุ่มอาชีพ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยมาตรการสร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน จะแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยการให้มีปัจจัยสี่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค รวมทั้ง ส่งเสริมการผลิตหางการเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกมาตรการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้เช่นเดียวกัน

โดยการส่งเสริมการยึดมั่นในหลักการปกครองระบอบ ชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อความสงบสุขเรียบร้อย ประเทศมีการพัฒนามั่นคง จะดำเนินการเผยแผ่หลักธรรมพระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาจิตใจและปัญญา ในการที่มีคุณภาพคู่คุณธรรม โดยการยึดมั่นและส่งเสริมให้ประชาชนในชาติอยู่ร่วมกันได้ ด้วยความรัก ความสามัคคี อยู่ดีกินดี มีความสุข สงบ ปลอดภัยในชีวิต และปลดหนี้เกษตรกรและประชาชน “เพื่อทุกคนตั้งต้นใหม่”ลดราคาสินค้าอบโภคบริโภค/น้ำมันให้ถูกลงอย่างน้อย ๒๐ % “เพื่อลดรายจ่ายเหลือรายได้มาเพื่ออยู่ดีกินดีเป็นต้น

รายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อบ้านเมือง (พบม.) ลำดับที่ 3 จังหวัดกาญจนบุรี (สาขาภาคกลางตะวันตก) ประกอบด้วย

  1. นายประสพ บุษราคัม หัวหน้าพรรคเพื่อบ้านเมือง
  2. นายพนพภณษฏ์ ทองคำ = รองหัวหน้าพรรคเพื่อบ้านเมืองคนที่ 1
  3. นายสำเร็จพูลณ์ทวีฐ์ รุ่งเรือง = รองหัวหน้าพรรคเพื่อบ้านเมืองคนที่ 2
  4. นายราเชนทร์ ศิวะเสาร์แก้ว = เลขาธิการพรรคเพื่อบ้านเมือง
  5. นายชาตินักรบ อินสอน = ผู้อำนวยการพรรคเพื่อบ้านเมือง
  6. พลตรี ดร.ถิรเดช ทรัพย์เขื่อนขันธ์ = ที่ปรึกษาพรรค
  7. นายสมศักดิ์ ลีลาธนากุล = กรรมการบริหารพรรค
  8. นายณัฏฐ์ธา พงษ์วิทยานุกกฤต = กรรมการบริหารพรรค
  9. พ.ต.อ.บันดล วงศ์ระรื่น = ที่ปรึกษาพรรค
  10. นายวัชรพนต์ วัฒนาอาภรณ์ชัย = ที่ปรึกษาพรรค

สถานที่ทำการสำนักงานสาขาพรรคเพื่อบ้านเมือง ลำดับ 3 จังหวัดาญจนบุรี (สาขาภาคกลาว.ตะวันตก) บ้านเลขที่ 187 หมู่ที่ 3 ต. หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี


#/// กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

ความก้าวหน้าการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 8 ชั้น โรงพยาบาลนครปฐม

ความก้าวหน้าการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 8 ชั้น โรงพยาบาลนครปฐม

นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกองแบบแผนกระทรวงสาธารณสุข เเละ พญ.อุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ คณะผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้า การก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอก 8 ชั้น เพื่อวางแผนผังกำหนดจุดบริการในแต่ละชั้น และเร่งรัดการวางแผนเปิดบริการ โดยจะเปิดบริการ ในคลินิกอายุรกรรม เเละอายุรกรรมเฉพาะทาง คลินิกกุมารเวชกรรม และกุมารเวชกรรมเฉพาะทาง คลินิกจักษุ คลินิกโสต ศอ นาสิก คลินิกพรีเมียม เเละทันตกรรมพรีเมียม เเละศูนย์วิจัยทางคลินิก ซึ่งคาดว่า อาคารผู้ป่วยนอก8 ชั้น จะเปิดบริการได้ ประมาณ เดือนสิงหาคม 2569


ข้าราชการและประชาชนในจังหวัดนครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ข้าราชการและประชาชนในจังหวัดนครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น. ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียมรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ดร.พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ สมาชิดสภาผู้แทนนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวจังหวัดนครปฐม เข้าร่วมพิธีด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

โดยจังหวัดนครปฐม กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นเวลา 30 วัน อีกทั้งพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายพระราชกุศล เมื่อสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568, ปัณรสมวาร (15 วัน) ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568, ปัญญาสมวาร (50 วัน) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และสตมวาร (100 วัน) ในวันที่ 31 มกราคม 2569

ทั้งนี้ ทางจังหวัดได้เชิญชวนข้าราชการและประชาชน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ ทุกวัน เวลา 18.00 น. จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สำหรับผู้เข้าร่วมพิธี ข้าราชการ แต่งกายชุดปกติขาวไว้ทุกข์ และประชาชน แต่งกายชุดสุภาพไว้ทุกข์


ทับสะแก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศสมเด็พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ประจวบคีรีขันธ์ – อำเภอทับสะแก จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศสมเด็พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อช่วงเย็น วันที่ (30 ต.ค. 2568) เวลา 17.00 น. ที่วัดอ่างสุวรรณ ( หนองหอย) ตำบลอ่าง ทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส (จพง. ปค. ชำนาญการพิเศษ) ปฏิบัติหน้าที่ รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เจ้าอาวาสวัดหนองหอย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง นายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกอบต. อ่างทอง นายเชาว์ เอี่ยมสุขขา นายกอบต.นาหูกวาง นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ทับสะแก สภ.ห้วยยาง ผู้บริหารท้องิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว สมาชิก อส.อ.ทับสะแก ที่ 6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี



ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

รถบัส นร.รด. มาเต็มคัน เสียหลักชนเสาไฟข้างทาง นร.ได้รับบาดเจ็บหลายราย

รถบัส นร.รด. มาเต็มคัน เสียหลักชนเสาไฟข้างทาง นร.ได้รับบาดเจ็บหลายราย

เมื่อช่วงเย็น วันที่ 30 ต.ค.68 ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ191 สภ.หัวหิน จ.ประจวบฯ รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารชนเสาไฟฟ้าข้างทาง บริเวณถนนสายหัวหิน-หนองพลับ เขตเทศบาลนครหัวหิน จ.ประจวบฯ มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงประสานรถกู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถานรุดไปยังที่เหตุบริเวณทางลงช่อง เขาด่าน พบรถมินิบัสโดย สาร 6 ล้อ สภาพเก่า สีส้ม ป้ายทะเบียน 0400 ประจวบฯ วิ่งสาย เมืองหัวหิน-ปราณบุรี จอดอยู่ริมถนนในสภาพเพลารถขาด ล้อหน้าหลุด ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ด้านซ้ายเสียหายพังทั้งแถบ ภายในรถพบผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักศึก ษาวิชาทหาร (รด.) ชาย/หญิง ของโรงเรียนชื่อดังกลางเมืองหัวหิน จำนวน นับ 10 คน ร้องขอความช่วยเหลือ จึงช่วยกันนำตัวออกมาจากซากรถ พบผู้บาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกาย จำนวน 8 ราย กู้ภัยเร่งนำตัวส่ง รพ.หัวหิน ให้แพทย์รักษา

ด้าน นายวิทยา อ่อนกลิ่น อายุ 75 ปี คนขับรถบัสที่ไม่ได้รับบาดเจ็บให้การว่าตนขับรถบัสไปรับนักศึกษา รด. ประมาณ 20 คน ที่เสร็จการอบรมที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี จ.เพชรบุรี มาทางถนนบายพาสชะอำ-ปราณบุรี เข้าตัวเมืองหัวหินเพื่อมาส่งที่โรงเรียน ระหว่างทางมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งประกอบฝนตกถนนลื่น มีรถเก๋งขับอยู่ข้างหน้า ตนเบรกไม่ทันกลัวชนท้ายจึงหักหลบรถเก๋ง จนเสียหลักชนเข้ากับเสาไฟฟ้าและรถแบคโฮที่จอดอยู่ข้างทางอย่างจัง ก่อนรถไถลไปอยู่ข้างทางทำให้มีคนเจ็บจำนวนมาก


บรรณรต เพชรบุรี รายงาน

อำเภอดอนตูม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อำเภอดอนตูม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 15.00 น. นายนภเดช เกลียวศิริกุล นายอำเภอดอนตูม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี คณะสงฆ์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีฯ ณ ศาลา 96 ปี พระครูประยุตนวการ (หลวงปู่แย้ม) วัดสามง่าม ตำบลสามง่าม อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

คณะสงฆ์ ร่วมกับอำเภอกำแพงแสน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) อุทิศถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริติกิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คณะสงฆ์ ร่วมกับ อำเภอกำแพงแสน จัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) อุทิศถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริติกิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดบ่อน้ำจืด ตำบลดอนข่อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสนมอบหมาย นายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่งานบริหารงานปกครอง พร้อมด้วย นายวิรัตน์ วิโรจน์ชีวัน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม สาขากำแพงแสน นายสุวัจชัย เกียรติสกุลทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสระพัฒนา นายสาทิศ สระทองหน กำนันตำบลสระพัฒนา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน)

อุทิศถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริติกิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยปลัดอำเภอกำแพงแสน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนชาวอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมพิธีด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย
ทั้งนี้ อำเภอกำแพงแสน ร่วมกับคณะสงฆ์อำเภอกำแพงแสน กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดบ่อน้ำจืด เป็นเวลา 30 วัน

พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีล ฟังธรรม และปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศล ตลอดระยะเวลาตามประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก

#น้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณ #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


รพ.นครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โรงพยาบาลนครปฐม ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนคร ปฐม เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณา ธิคุณ ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม


นายอำเภอกำแพงแสน เข้าร่วมแสดงมุทิตาสักการะ อายุวัฒนมงคล ๕๖ ปี เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง

นายอำเภอกำแพงแสนเข้าร่วมแสดงมุทิตาสักการะ อายุวัฒนมงคล ๕๖ ปี เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง

วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอกำแพงแสน พร้อมด้วยนายชัยยุทธ หุ่นเจริญ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ปลัดอำเภอกำแพงแสน และ สมาชิก อส.สังกัดกองร้อย อส. อำเภอกำแพงแสน เข้ากราบแสดงมุทิตาอายุวัฒนมงคล ๕๖ ปี พระครูธรรมธรบุญยัง พลปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง ตำบลทุ่งลูกนก อำเภอกำแพง แสน จังหวัดนครปฐม

ในการนี้ นางสาวณัฏฐ์ชุดา จำเล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งลูกนก นายจิรายุทธ จำเล กำนันตำบลทุ่งลูกนก ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอกำแพงแสน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น เข้าร่วมแสดงมุทิตาสักการะด้วย

พระครูธรรมธรบุญยัง พลปุญฺโญ เจ้าอาวาสวัดไร่แตงทอง เป็นพระนักพัฒนาได้ขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ สาธารณสงเคราะห์ ศึกษาสงเคราะห์ ในพื้นที่ตำบลทุ่งลูกนก และข้างเคียง อาทิการมอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน สนับสนุนการพัฒนาสาธารณูปโภค การสงเคราะห์ผู้ยากไร้ เป็นต้น จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป โดยท่านได้เมตตาให้คำแนะนำในการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ ให้กับคณะขับเคลื่อนกิจกรรมตามโครงการ “บวร” ของอำเภอกำแพงแสนที่ได้เข้ากราบสักการะในวันนี้ด้วย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นคปฐม