รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วางพวงมาลาถวายสักการะ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในฐานะมิตรประเทศ

รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วางพวงมาลาถวายสักการะ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในฐานะมิตรประเทศ

วันนี้ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.33 น. นางปานี ยาท่อตู้ รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะผู้ติดตาม ไปวางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายความอาลัย และพระเกียรติสูงสุด ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมหาราชวัง
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพ เสริมสร้างความร่วมมือ และความสัมพันธ์ทวิภาคี อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมทั้งประชาชนทั้งสองประเทศอีกด้วย

โอกาสนี้ รองประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และคณะผู้ติดตาม ได้ลงนามแสดงความอาลัย ณ อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ด้วย


ฝนตกน้ำเอ่อล้นท่วม วัดโบราณสถาน ริมแม่น้ำสะแกกรัง

อุทัยธานี – ฝนตกน้ำเอ่อล้นกระทบท่วม วัดโบราณสถานริมแม่น้ำสะแกกรัง

ผู้สื่อข่าวรายงาน สภาพอากาศแปรปรวนจนทำให้ฝนตกติดต่อในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำป่าในหลายพื้นที่อำเภอและส่งผลให้น้ำในแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำสายหลักของจังหวัดเพิ่มสูงขึ้น ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมวัดอุโปสถาราม โบราณสถานสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี ถูกน้ำท่วมสูง รวมถึงพื้นที่ด้านหน้าวัดซึ่งติดกับแม่น้ำสะแกกรังถูกน้ำท่วม ส่งผลให้กิจในวัด กิจกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงร้านค้าที่ค้าขายในพื้นที่วัดอุโบสถารามทั้งหมดต้องหยุดชะงัก ชาวบ้านระบุว่า ในรอบปีนี้วัดถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมมาแล้ว 4 ครั้ง แต่ครั้งนี้นับว่าเอ่อท่วมระดับสูงกว่าก่อนหน้า โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมาน้ำท่วมสูงกว่า 20 เซนติเมตร

นอกจากนี้ชุมชนที่ตั้งริมแม่น้ำสะแกกรัง บ้านเรือนราษฎร ในพื้นที่ตำบลสะแกกรัง ตำบลท่าซุง และชุมชนพื้นที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ตำบลหาดทนง ตำบลเกาเทโพ ก็ถูกน้ำเอ่อท่วมเป็นบริเวณกว้าง ประชาชนได้รับผลกระทบนับร้อยครัวเรือน เช่นกัน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ยิม 5 ชาติ ดาหน้าล่าแชมป์ ล้วงตับสาวไทยก่อนซีเกมส์

นักกีฬายิมนาสติกลีลา 5 ชาติพาเหรดเดินทางมาล่าแชมป์ที่เมืองไทย “น.ต. ศรายุทธ” ให้เรียนรู้จาก ญี่ปุ่น และ รัสเซีย พร้อมเก็บรายละเอียดคู่แข่ง “สิงคโปร์” มั่นใจ ซีเกมส์ ปลายปีนี้ผลงานต้องดีกว่าทุกปี

น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ กรรมการบริหารสหพันธ์กีฬายิมนาสติกนานาชาติ (FIG) และ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันยิมนาสติกลีลา ราย การ JRC ยิมนาสติกลีลา สตาร์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ครั้งที่ 4 กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2568 ณ ยิมเนเซี่ยม สปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม

ในพิธีเปิดการแข่งขัน ดำเนินการอย่างสุภาพ เรียบง่าย และสวยงาม ซึ่งก่อนเริ่มผู้บริหาร, กรรมการ, นักกีฬา, ผู้ปกครอง และ ผู้ชม จำนวนหลายร้อยคน ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นจึงเป็นการแสดงของเหล่าบรรดานักกีฬายิมนาสติกแดนซ์ ระดับยุวชน, ระดับเยาวชน และ รุ่นประชาชน จากทุกชาติ สร้างความสวยงามและประทับใจแก่ผู้ชมรอบสนาม

สำหรับการแข่งขันปีนี้ มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 5 ชาติ ประกอบด้วย ไชนีสไทเป (ไต้หวัน), ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, รัสเซีย และ ไทย จำนวน 24 สโมสร แบ่งเป็นรุ่นยุวชน (5-12 ปี ) / รุ่นเยาวชน อายุ 13-15 ปี และ รุ่นประชาชน รวมทั้งสิ้น 250 คน แยกเป็น ยิมนาสติกลีลากรุ๊ป และ ยิมนาสติกลีลาแด๊นซ์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานนักกีฬาเพิ่มพูนประสบการณ์ เรียนรู้พัฒนาทักษะยิมนาสติกลีลา ให้ทัดเทียมกับนักกีฬายิมนาสติกระดับนานาชาติ

น.ต.ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า เป็นความโชคดีของนักกีฬายิมลีลาไทย เนื่องจาก มีทั้ง ญี่ปุ่น,รัสเซีย ที่เคยผ่านเวทีระดับโลกเดินทางมาแข่งขันส่งผลดีกับนักกีฬายิมนาสติกของไทยอย่างมาก ขณะที่ “สิงคโปร์” ส่งนักกีฬาชุดเตรียมซีเกมส์ เดินทางหยั่งเชิงทีมสาวไทย ทำให้เราได้เห็น ได้เรียนรู้ ได้พัฒนาจากคู่แข่งชาวญี่ปุ่น กับ รัสเซีย และได้ รับรู้การพัฒนาของนักยิมนาสติกสิงคโปร์ อย่างน้อย ซีเกมส์ ครั้งนี้เราต้องดีกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

สำหรับในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 จะมีการแข่งขันตลอดทั้งวัน เริ่มช่วงเช้าเป็นรุ่นเยาวชน ส่วนช่วงบ่าย จะเป็นการแข่งขันรุ่นประชาชน เฉพาะอุปกรณ์ (ห่วง-คฑา-บอล–ริบบิ้น) จากนักกีฬา 5 ชาติ ผู้สนใจเข้าชมได้ฟรี ที่ยิมเนเซี่ยม สปอร์ตคอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยเทคโน โลยี ราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา จังหวัดนครปฐม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วยหน่วยงานในเครือ ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินให้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว น้อมนำผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2568 ไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ มหานคร

โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ, นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, คณะกรรมการฯ, ผู้ช่วยกรรมการฯ และผู้บริหารมูลนิธิฯ, คณะผู้บริหารจากโรงพยาบาลหัวเฉียว, มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว เป็นประธานร่วมในพิธี โดยมี ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วย ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (เขตปทุมวัน) นายปสิทธิ์พงษ์ ชินประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดบรมนิวาส นายเจริญ วณิชเจริญพงษ์ ไวยาวัจกรวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ร่วมในพิธี

ทั้งนี้ ได้มีผู้มีจิตกุศลร่วมถวายจตุปัจจัย บำรุงและบูรณะพระอาราม ทำบุญกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 2,182,514.44 บาท (สองล้านหนึ่งแสนแปดหมื่นสองพันห้าร้อยสิบสี่บาทสี่สิบสี่สตางค์)

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบ.ตร.ส่งกำลังใจครอบครัว 2 ตำรวจกล้า “สารวัตรสอบสวน สภ.เชียงคำ – ผบ.หมู่ สน.มักกะสัน” เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่

ผบ.ตร.ส่งกำลังใจครอบครัว 2 ตำรวจกล้า “สารวัตรสอบสวน สภ.เชียงคำ – ผบ.หมู่ สน.มักกะสัน“ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ตร.มอบเงินช่วยเหลือ ปูนบำเหน็จ กำชับดูแลตำรวจนราธิวาสถูกลอบยิง สั่งเข้มด้านความปลอดภัย

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 : พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติสูญเสียข้าราชการตำรวจระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ถึง 2 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 นาย จากการปฏิบัติงานต่างหน้าที่และต่างพื้นที่กัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียใจ ในนามสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความอาลัย และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวตำรวจทั้ง 2 นาย โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แสดงความเสียใจ ส่งกำลังใจให้ครอบครัว พร้อมกำชับให้ดูแลด้านสิทธิประโยชน์ สวัสดิการต่างๆ อย่างเต็มที่ กำชับผู้บังคับบัญชาให้ดูแลครอบครัว และจัดพิธีศพอย่างสมเกียรติ

สำหรับข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ 2 นาย ประกอบด้วย

  1. พ.ต.ท.ธมน คิดอ่าน สารวัตร (สอบสวน) ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ จ.พะเยา เสียชีวิตระหว่างขับขี่รถยนต์นำตัวอย่างดีเอ็นเอในคดียาเสพติดไปส่งตรวจที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 จ.ลำปาง รถยนต์ได้เกิดเสียการควบคุมจนเสียหลักลงร่องกลางถนนแล้วข้ามขึ้นไปเฉี่ยวชนกับรถบรรทุกสิบล้อ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.ธมนฯ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นประมาณ 2,360,000 บาท พร้อมเสนอ ความชอบพิเศษ เลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 3 ขั้น เลื่อนยศเป็น พล.ต.ท.
  2. จ.ส.ต.อนุรักษ์ โคตรพงษ์ ผู้บังคับหมู่ งานป้องกันปราบปรามสน.มักกะสัน ปฏิบัติราชการฝ่ายสืบสวน ได้ออกสืบสวนภายในพื้นที่รับผิดชอบในห้วงระดมกวาดล้างอาชญากรรม ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ของทางราชการออกหาข่าวต่อเนื่องถึงบริเวณเขตติดต่อ สน.คลองตัน เกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกกะทันหัน ล้มลง หมดสติ ถูกช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลสุขุมวิทเพื่อทำการรักษา และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 22.30 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นประมาณ 486,000 บาท พร้อมเสนอความชอบพิเศษ เลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 1 ขั้น เลื่อนยศเป็น ด.ต.

ขณะที่ในวันเดียวกันเวลาประมาณ 17.00 น.ที่ จ.นราธิวาส ขณะที่ ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ทองโอ ผู้บังคับหมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการ นปพ.41 ในพื้นที่ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ และได้ออกไปปิดแผงกั้นหน้าประตูฐานปฏิบัติการ ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงเข้าใส่ ทำให้ ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ฯ ได้รับบาดเจ็บ

กรณีของ ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ฯ ที่ได้รับบาดเจ็บ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบเป็นเงินสวัสดิ การช่วยเหลือเบื้องต้น 267,000 บาท โดย ผบ.ตร.กำชับให้ดูแลรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่ พร้อมฝากให้กำลังใจให้ทั้งตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ และตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในฐานดังกล่าว รวมถึงตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกนาย ให้ผู้บังคับบัญชาไปดูแลขวัญกำลังใจ และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยของกำลังพลให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ตำรวจนั้น ในทุกๆ สายงานต้องอาศัยความทุ่มเท เสียสละทั้งกำลังกายใจ และเวลา หลายภารกิจเสี่ยงภัยอันตรายจากการต่อสู้ ปะทะ ลอบทำร้าย รวมไปถึงเสี่ยงอุบัติเหตุ เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ตำรวจที่เสียชีวิตทั้ง 2 นาย ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเต็มกำลังความสามารถจนวาระสุดท้ายของชีวิต ขอยกย่องในคุณงามความดีที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มภาคภูมิ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจท่องเที่ยว รวบ 3 บัญชีม้ารายสำคัญ เปิดเพจทริปท่องเที่ยวปลอม มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

ตำรวจท่องเที่ยว!! รวบ 3 บัญชีม้ารายสำคัญ เปิดเพจทริปท่องเที่ยวปลอม สร้างโปรไฟล์สวยหรู หลอกลวงนักท่องเที่ยวให้หลงเชื่อและเข้าไปจอง สุดท้ายสูญทั้งเงิน เสียทั้งความรู้สึก มีมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท

กองบัญชาการตำรวจ ท่องเที่ยวเปิดปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นระดมกวาดล้างอาชญากรรมในฐานความผิด 10 กลุ่มต้องห้าม ที่ทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม พร้อมกันทั่วประเทศในช่วง High Season ตามนโยบายรัฐบาล

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ทั่วประเทศ ระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่ส่งกระทบต่อนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวง ฉ้อโกง เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว

ผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ บัญชีม้าได้ 3 ราย จากเพจปลอมหลอกลวงนักท่องเที่ยวรับจอง “ทริปดำน้ำ” ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ดังนี้ คือ 1.น.ส.ปิ่นแก้วฯ อายุ 20 ปี (หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม) จับกุมได้ที่ จ.ลพบุรี, 2.นายฤทธิชัยฯ อายุ 29 ปี (หมายจับศาลอาญาธนบุรี) จับกุมได้ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และ 3.นายณรงวิทย์ฯ อายุ 31 ปี (หมายจับศาลจังหวัดพิมาย) จับกุมจากระบบกล้อง AI จ.นครราชสีมา

จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องทั้ง 3 ราย เป็นกลุ่มที่เปิดบัญชีม้าให้แก่มิจฉาชีพที่สร้าง เพจเฟซบุ๊กปลอมเลียนแบบผู้ประกอบการทัวร์ดำน้ำ ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ชื่อ “เจ้นันโฮมสเตย์แสม สาร ที่พักติดทะเล พร้อมทริป ดำน้ำตกหมึก ตกปลา” และ เพจ De’ Mer รีสอร์ท ในพื้นที่ จ.ระยอง โดยใช้ภาพที่สวยงามและเสนอแพ็กเกจดำน้ำในราคาถูกกว่าปกติหรือโปรโมชั่นพิเศษเพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและติดต่อจองทริปคนร้ายจะส่งเลขบัญชีธนาคารให้โอนเงินค่ามัดจำหรือค่าทริปเต็มจำนวน ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่จ้างมาเปิด เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว กลุ่มมิจฉาชีพจะตัดการติดต่อไปทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถเดินทางไปดำน้ำได้จริง และต้องสูญเสียเงินไปจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท ชุดสืบสวนได้สืบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มคนร้ายได้ปลอมเพจ เจ้นันโฮมสเตย์ฯ 2 เพจ และ De’Mer รีสอร์ท จำนวน 5 เพจ สร้างความเสียหายจำนวนมาก และพบว่า บัญชีม้าของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีผู้เสียหายรวม 16 ราย และเกี่ยวข้องกับเพจปลอมอื่นๆ กว่า 12 เพจเช่น หลอกจองที่พัก หลอกขายบัตรคอนเสิร์ต หลอกขายโทรศัพท์ อิ่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำส่ง พงส.ท้องที่ตามหมายจับ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนไปยังประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่มีความประสงค์จะจองทริปท่องเที่ยวต่างๆ หรือสนใจซื้อโปรแกรมนำเทึ่ยวผ่านเพจ หรือช่องทางออนไลน์ เพื่อไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนว่า บริษัทหรือเพจนั้น ได้จดทะเบียนกับกรมการท่องเที่ยวฯ ถูกต้องหรือไม่ ผ่านเว็ปไซน์กรมการท่องเที่ยวฯ หากมีข้อสงสัย ให้สอบถามได้ที่ สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Thailand Tourst Police ตลอด 24 ชั่วโมง

#ตำรวจท่องเที่ยว #TouristPolice #1155 สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและการขายสินค้าอัตโนมัติ(AGVB) จับมือ สสส.–มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เพจ.ชณทัตลุยครับ ดันธุรกิจเกมสร้างสรรค์ หรือตู้คีบ เข้าสู่ระบบกฎหมาย โปร่งใส และยั่งยืน

“สมาคมธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและการขายสินค้าอัตโนมัติ“ (AGVB) จับมือ สสส.– มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เพจ.ชณทัตลุยครับ ดันธุรกิจเกมสร้างสรรค์ หรือตู้คีบ เข้าสู่ระบบกฎหมาย โปร่งใส และยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและการขายสินค้าอัตโนมัติ (AGVB) เดินหน้าขับเคลื่อน “ตู้คีบ หรือตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ“ ผลักดันธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ให้ถูกกฎ หมาย” ร่วมกับ สสส. มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และผู้ก่อตั้งเพจ ชณทัตลุยครับ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ณ 17.00 น. สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย เลขาธิ การมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ ผู้ประกอบการสมาคมธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและการขายสินค้าอัตโนมัติ ได้จัดการประชุมหารือเพื่อร่วมกันผลักดันแนวทางการขับเคลื่อน ธุรกิจเกมอาเขต ตู้คีบ และตู้ขายสิน ค้าอัตโนมัติในห้างสรรพสินค้าให้ดำเนินการอย่างถูกกฎหมายและโปร่งใส

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องเล่นเกมอาเขตและตู้คีบของรางวัลจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการในห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้กว่า 30 ราย ต่างมีความตั้งใจเดียวกันในการผลักดันให้เกิดการจัดระเบียบอุตสาหกรรมให้ชัดเจน เนื่องจากธุรกิจนี้เป็นกิจกรรม เพื่อความบันเทิงและสร้างสรรค์ ที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี และหากมีการบริหารจัดการและควบคุมให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างชัดเจน คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเป็น มากกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี

นาย ชณทัต ปัทมะภูวดล กล่าวว่า จากปัญหาที่ได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ประกอบการถึงคำสั่งของ กระทรวงมหาดไทย ที่ผ่านมา ที่มีการตีความครอบคลุมตู้คีบและตู้เกมทุกประเภท ทำให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและชำระภาษีอย่างโปร่งใสได้รับผลกระทบโดยตรง จึงเกิดการรวมตัวของภาคเอกชนเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา เสนอข้อคิดเห็น และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดการจัดระเบียบที่แยกแยะระหว่าง “ธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อความบันเทิง” กับ “กิจกรรมที่เข้าข่ายการพนัน” อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างระบบนิเวศของธุรกิจสร้างสรรค์ที่โปร่งใส เป็นมิตรต่อเยาวชน และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ โดยยึดหลัก “ทำถูกกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้” เพื่อให้ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมเครื่องเล่นเกมที่เติบโตได้อย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผู้กำกับ สน.เพชรเกษม นำทีมปฏิบัติการแหกคอกม้าทะลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยึดเงินสด 1,400,000 กว่าบาท

ผู้กำกับ สน.เพชรเกษม นำทีมปฏิบัติการแหกคอกม้าทะลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องล่าสุดยึดเงินสด 1,400,000 กว่าบาท

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 16.35 น. เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท สยามบุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก. น.9, พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.นฤพนธ์ ธนกฤตานนท์ รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม,พ.ต.ท.เด่นดนัย วัฒนวิจิตรนนท์ รอง ผกก.สอบสวน สน.เพชรเกษม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม

ได้ร่วมกันขยายผลเพื่อตัดวงจรเครือข่ายบัญชีม้า ภายใต้ “ปฏิบัติการยุทธการแหกคอกม้า” ได้ตรวจค้นยานพาหนะต้องสงสัย ยี่ห้อ Mercedez Benz รุ่น C350 e สีขาว ป้ายทะเบียน 1 ขถ 33xx กรุงเทพฯ ที่บริเวณ ลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้า โฮมโปร สาขา เพชรเกษม โดยมี น.ส.กุสุมาภัสน์ (สงวนนามสกุล) แสดงตนเป็นผู้ครอบครอง รถยนต์คันดังกล่าว

ผลการตรวจค้นพบ 1.ธนบัตรรัฐบาลไทยจำนวน 906 ฉบับ รวมเป็นเงิน 960,000 บาท บรรจุอยู่ในถุงผ้าสีฟ้าวางอยู่เบาะหลังคนขับ ของรถคันดังกล่าว, 2.โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ แอปเปิ้ล รุ่น ไอโฟน 17 โปรแม๊กซ์ สีส้ม จำนวน 1 เครื่อง อยู่ภายในรถคันดังกล่าว, 3.โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ แอปเปิ้ล รุ่น ไอโฟน 11 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง ถืออยู่ในมือของ น.ส.กุสมาภัสน์ฯ

และตรวจค้นตัวนายธนกฤต (สงวนนามสกุล) ซึ่งยืนอยู่ที่เดียวกันกับ น.ส.กุสุมาภัสน์ฯ ผลการตรวจค้นพบ 1.ธนบัตรรัฐบาลไทยจำนวน 500 ฉบับ รวมเป็นเงิน 500,000 บาท บรรจุอยู่ในซองเอกสารน้ำตาล อยู่ภายในกระเป๋าที่ นายธนกฤตฯ สะพายอยู่ในขณะตรวจค้น, 2.โทร ศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ แอปเปิ้ล รุ่น ไอโฟน 16 โปร สีดำ จำนวน 1 เครื่อง กระเป๋าที่นายธนกฤตฯ สะพายอยู่ในขณะตรวจค้น จึงได้เชิญตัวทั้งสองคน มาที่สน.เพชรเกษม

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลแล้วเชื่อมโยงกับกลุ่มบัญชีม้าที่หลอกลวงผู้เสียหายที่พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วทั้งสองคนมีความเชื่อมโยงกัน และสามารถยึดเงินไว้ได้ถึง 1,406,000 บาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคน ‘ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า กรณีนี้เป็นการสืบสวนขยายผล เพื่อตัดวงจรกลุ่มเครือข่ายบัญชีม้า ที่ได้ใช้หลอกลวงผู้เสียหาย จนเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ทางรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการระดมกวาดล้างอย่างเด็ดขาด ซึ่งในเคสนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการวางแผนทะลายเครือข่ายมาตลอด และที่สำคัญสามารถยึดเงินคืนให้กับผู้เสียหายไปก่อนนี้แล้วเป็นเงิน 800,000 บาท ซึ่งจะได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ร่วมเฝ้าระวังการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ เสริมความมั่นคงด้วยนโยบาย Quick Win รัฐมนตรี “สุรศักดิ์”

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ร่วมเฝ้าระวังการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ เสริมความมั่นคงด้วยนโยบาย Quick Win รัฐมนตรี “สุรศักดิ์”

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศที่กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง จากความขัดแย้งทางการเมืองและการทดสอบอาวุธยุทธศาสตร์ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ประเด็นความมั่นคงทางนิวเคลียร์ จึงกลับมาเป็นที่จับตาของประชาคมโลกอีกครั้ง สอดคล้องกับคำแถลงล่าสุดของนายโรเบิร์ต ฟลอยด์ เลขาธิการบริหารองค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (CTBTO) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่เรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกันอย่างจริงจังในการผลักดันให้สนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (CTBT) มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้โลกหวนกลับสู่ยุคของการทดลองอาวุธนิวเคลียร์

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวต่อไปว่า “หากมีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อตรวจสอบการทดลองนิวเคลียร์ภายใต้สนธิสัญญา CTBT อีกทั้งยังสอดรับกับนโยบาย “Quick Win – วิทย์พิชิตภัย” ของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่มุ่งผลักดันให้ทุกหน่วยงานนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกที่ให้สัตยาบัน CTBT ตั้งแต่ปี 2561 โดยมี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ได้แสดงบทบาทสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค การส่งเสริมการใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์สาธารณะ และการเสริมสร้างความร่วมมือกับประชาคมโลกด้านการตรวจสอบการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ โดยในปัจจุบัน ประเทศไทยมี สถานีเฝ้าตรวจการทดลงอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้ระบบเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ (International Monitoring System: IMS) จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

  1. สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี RN65 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็น 1 ใน 3 สถานีในภูมิภาคอาเซียน และอยู่ระหว่างการติดตั้งระบบตรวจวัดก๊าซเฉื่อยกัมมันตรังสี (Radionuclide Noble Gas System) ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการตรวจจับนิวไคลด์กัมมันตรังสีจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างละเอียดและแม่นยำ
  2. สถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพ PS41 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การดำเนินงานของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนจากการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกและส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ (International Data Centre: IDC) ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมี ศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ (National Data Center: NDC) ซึ่งแบ่งเป็นศูนย์ข้อมูลด้านนิวไคลด์กัมมันตรังสี ณ ปส. กรุงเทพมหานคร และศูนย์ข้อมูลด้านคลื่นไหวสะเทือน ณ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากทั้งสองสถานี รวมถึงจากเครือข่าย IMS ทั่วโลก ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงช่วยตรวจสอบการทดลองนิวเคลียร์เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้สนับสนุนภารกิจพลเรือน เช่น การเตือนภัยแผ่นดินไหว สึนามิ และการเฝ้าระวังภัยทางรังสี เพื่อความปลอดภัยของประชาชนไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ ตรวจเยี่ยม สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และห้องรับรองพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมคณะฯ เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ท่าอากาศ ยานสุวรรณภูมิ และห้องรับรองพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2568 เวลา 14.00 น. ณ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ห้องรับรองพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ : พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต. อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุด ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.มนต์เสก ตระกูลพานิชย์ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และห้องรับรองพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี พ.ต.อ.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้การต้อนรับ

โดยรับฟังบรรยายการเตรียมความพร้อมภารกิจการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจราจร ในการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียนครั้ง ที่ 43 และร่วมเปิด ทก.ส่วนหน้าภารกิจประชุมตำรวจอาเซียนครั้งที่ 43