ลุยต่อ! เข้ารับงานวันแรก เตรียมเปิดยุทธการปราบปรามผู้ล่าสัตว์ป่า ผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

ลุยต่อ! นายอรรพงษ์ เภาอ่อน อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รับตำแหน่งใหม่เป็น หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี เข้ารับงานวันแรก เตรียมเปิดยุทธการปราบปรามผู้ล่าสัตว์ป่า ผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

วันที่ 8 พฤศจิกายน 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรพงษ์ เภาอ่อน อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้เดินทางไปรับตำแหน่งใหม่เป็น หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จ.ราชบุรี โดยมี หัวหน้าส่วน ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมให้ การต้อนรับ ในโอกาสนี้นายอรรพงษ์ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี เพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่และร่วมประชุมสรุปผลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพประจำเดือนตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุมSMART PATROL ก่อนเริ่มวางแผนปฏิบัติการยุทธการเพื่อปราบปรามผู้ล่าสัตว์ป่า ให้หมดไปจากผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี

สำหรับการวางแผนปฏิบัติครั้งนี้อ้างอิงจากข้อมูลการลาดตระเวนที่ผ่านมา และสถิติภัยคุก คามจากฐานข้อมูล SMART Patrol โดยกำหนดกลยุทธให้ชุดลาดตระเวนปฏิบัติการให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงการล่าสัตว์ เน้นย้ำการลาดตระเวนตรวจตราพื้นที่เสี่ยง เก็บกู้อุปกรณ์กับดักสัตว์ป่า สืบค้นร่องรอยการกระทำผิด และจับกุมขบวนการลักลอบล่าสัตว์ เนื่องจากสถาน การณ์ปัจจุบันพบว่าในพื้นที่ยังมีกลุ่มบุคคลลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ป่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี จึงได้วางแผนเปิดยุทธการปราบปรามอย่างเป็นระบบ มีแบบแผนทางยุทธวิธี เพื่อจับกุมผู้กระทำผิด และจะปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่

ทั้งนี้ ได้กำชับและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อลดปัญหาการล่าและค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย และเป็นการอนุรักษ์ให้สัตว์ป่าได้ดำรงอยู่ต่อไปในระบบนิเวศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี ซึ่งเป็นมรดกโลกที่สำคัญของประเทศไทย


บรรณรต เพชรบุรี

ภาค7 แถลงผลการจับกุมคดีฆ่ารัดคอหญิงถ่วงน้ำคลองชลประทาน พื้นที่ สภ.บางเลน

แถลงผลการจับกุมคดีฆ่ารัดคอหญิงถ่วงน้ำคลองชลประทาน พื้นที่ สภ.บางเลน

วันนี้ 7 พ.ย.68 เวลา 15.30 น. ตามนโยบายของรัฐบาลด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.บก.สส.ภ.7 /ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พร้อมด้วย
พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง รอง ผบก.ภ. จว.นครปฐม, พ.ต.อ.วรัญญู กุลดิลก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อิทธิพล พรเทวบัญชา
รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.ต่อวงศ์ พิทักษ์โกศล รอง ผบก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ปิโยรส กัณ หะสิริ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.พัฒน์พงศ์ คนแรง, พ.ต.อ.ไพรัตน์ รอดทอง ผกก.กลุ่มงานสอบสวนฯ, พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กำเนิด ผกก.สภ.บางเลน, พ.ต.อ.ณัฐพิสิษฐ์ รัตนอุดมผล
ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.7, พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4)กสก.ศพฐ.7, พ.ต.ท.เดชศักดา แต้มรุ่งเรือง รอง ผกก.สส.สภ.บางเลน, พ.ต.ท.สถาพร พาหา รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางเลน
พ.ต.ท.เพชร ไชยป่ายาง สว.สส.สภ.บางเลน เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 และหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีฆ่ารัดคอหญิงถ่วงน้ำคลองชลประทาน พื้นที่ สภ.บางเลน
โดยสามารถจับกุมนายศุภโชค ศรีนคร อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ที่ จ.1286/2568 ลงวันที่ 5 พ.ย.68 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่น และซ่อนเร้นย้ายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย“ พร้อมของกลาง ดังนี้

  1. รถยนต์ยี่ห้อ HONDA สีเทา หมายเลขทะเบียน กต 8105 อุทัยธานี จำนวน 1 คัน (รถผู้ต้องหา)
  2. รถยนต์ยี่ห้อ NISSAN สีแดง หมายเลขทะเบียน 3 กถ 6181 กรุงเทพ จำนวน 1 คัน (รถผู้ตาย)
  3. แท่นปูนประกอบท่อน้ำ ยึดจากที่เกิดเหตุ จำนวน 1 ชิ้น
  4. แท่นปูนประกอบท่อน้ำ ยึดจากบ้านผู้ก่อเหตุ จำนวน 1 ชิ้น
  5. คีมตัดลวด จำนวน 1 ชิ้น (พบภายในรถผู้ตาย)
  6. พระเครื่อง จำนวน 1 องค์ (พบภายในรถผู้ตาย)
  7. แหวน จำนวน 1 วง (พบภายในรถผู้ตาย)

สถานที่จับกุม ภายในไร่อ้อย ม.9 ต.หนองโสน อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี จับกุมเมื่อวันที่ 7 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 10.15 น. นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ณ บริเวณลานหน้าอาคารตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เรือนจำกลางนครปฐม จัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นครปฐม – เรือนจำกลางนครปฐมจัดพิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ ส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง เรือนจำกลางนครปฐม จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย

ภายในพิธีมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี การยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัย และการลงนามในสมุดถวายความอาลัย ณ แดน 7 เรือนจำกลางนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สุพรรณบุรี เปิดศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร “ออโต้วัน สาขาโรบินสัน”

ออโต้วัน เปิดศูนย์บริการรถยนต์ครบวงวงจร “สาขาโรบินสันสุพรรณบรี” เพื่อยกระดับศักยภาพการดูแลรถยนต์ครบวงจร เข้าถึงง่าย ครอบคลุมทุกความต้องการของคนใช้รถ
ออโต้วัน ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรในเครือ เซ็นทรัล รีเทล เปิดสาขาใหม่ “สาขาโรบินสันสุพรรณบรี” เป็นสาขาที่ 50 ของออโต้วัน

โดยมีนางอภิญญา เอี่ยมอำภา รอง ผวจ.สุพรรณบุรี เป็นประธานเปิด ซึ่งมีนายสมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษารองกรรม ผู้จัดการใหญ่ออโต้วัน กล่าวรายงานและให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ นายจิตรติ รามเนตร ปลัดอาวุโส รักษาการนายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี, นางจงกลณี ไชยองค์การ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารศูนย์การค้า ห้างโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี, นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าสุพรรณบุรีและสื่อมวลชนที่มาร่วมแสดงความยินดี

ด้านนายสมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษารองกรรม ผู้จัดการใหญ่ออโต้วัน กล่าวว่าการเปิดสาขาใหม่ ที่โรบินสันสุพรรณบรี ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการขยายสาขาในการให้บริการด้านรถยนต์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนในระดับภูมิภาคสามารถเข้าถึงศูนย์บริการรถยนต์ที่มีมาตรฐาน โดยทางออโต้วัน มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการดูแลรถยนต์ของผู้ใช้รถทุคน ตามแนวคิดที่ว่า ‘ออโต้วัน ดูแล ทุกคัน ใส่ใจทุกคน'” ซึ่งทางศูนย์ออโต้วัน ได้จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้าชาวสุพรรณบุรี สามามารถร่วมลุ้นรับสิทธิ์จับฉลาก Lucky Draw ในการซื้อยางรถยนต์ราคาพิเศษ กับโปรโมชั่นซื้อยาง 1 แถม 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 – 9 พฤศจิกายน 2568 รวมถึงการให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 38 รายการ กับช่างผู้เชี่ยวชาญจากออโต้วัน

ซึ่งทาง ออโต้วัน เป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร สาขาโรบินสันสุพรรณบุรี ให้บริการครอบคลุมทุกด้าน อาทิเช่น เปลี่ยนและดูแลรักษายางรถยนต์, เปลี่ยนโช้คอัพและซ่อมระบบช่วงล่าง, ตรวจเช็ก ถ่วงล้อ และตั้งศูนย์รถยนต์, เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง, ตรวจสอบระบบไฟและเปลี่ยนแบตเตอรี่, ซ่อมระบบเบรกและแอร์รถยนต์, เติมลมไนโตรเจน และเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน

รวมทั้ง ออโต้วัน ยังมีความพร้อมในการดูแล รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยังเป็นศูนย์ EV Certified Service Shop ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการ ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของออโต้วัน ผ่านการอบรมเฉพาะทาง เพื่อให้บริการ ตรวจเช็กและซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ โดยมีเครื่องมือเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการขขยายเครือข่ายศูนย์บริการ ของออโต้วันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถทุกกลุ่ม ทั้งในด้านคุณภาพ ความ สะดวก และความมั่นใจในมาตรฐานการบริการระดับมืออาชีพ

สอบถามรายละเอียด ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-572-0601 หรือเยี่ยมชมเว็บ ไซต์ ได้ที่ www.auto1.co.th โดยทางออโต้วัน ยึดมันในความมุ่งมั่นที่จะ “ดูแลทุกคัน ใส่ใจทุกคน” ให้บริการอย่างเป็นกันเองมอบความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถทุกท่าน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ภาค7 แถลงข่าวระดมกวาดล้างอาชญากรรมอาชญากรรมทางออนไลน์และแก๊งค์สแกมเมอร์

ตามนโยบายของรัฐบาลด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์และแก๊งค์สแกม เมอร์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ. 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผบก.บก.สส.ภ.7, จังหวัดนคร ปฐม และตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ภายใต้การอำนวยการของ นางสาวอโรชา นันทมนตรี
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม

พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์สวัสดิ์ คำปาเชื้อ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง
รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.เทิดเกียรติ รักพานิชมณี รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ. อิทธิพล พรเทวบัญชา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม, พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดชผกก. สภ.สาม พราน ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมและผลการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.นคร ปฐม ดังนี้

  1. คดีทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ “ซุ้มอรัญ“
  2. คดีสกัดทุนเวียดนามเทา
  3. คดีฉ้อโกงออนไลน์ ปิดบัญชีแสงมีเงิน บจก.ม้าเทา

โดยมีการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย คดีฉ้อโกง จำนวน 6 ราย จำนวนเงินรวม 358,000 บาท

ในการนี้ ผบช.ภ.7 ได้มอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขา เซ็นทรัลนครปฐม เนื่องจากเป็นบุคคลสำคัญที่ช่่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบสวนคลี่คลายคดี จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในคดี “ปิดบัญชี แสงมีเงิน บจก.จำกัด“ ทั้ง 3 คดีอยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.สามพราน ภ.จว.นครปฐม ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารตำรวจภูธรภาค 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

กองกำลังนเรศวร จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ(ส่วนหน้า)แก้ไขปัญหาบุคคลต่างชาติลักลอบเข้ามายังพื้นที่จังหวัดตาก

กองกำลังนเรศวร รายงานแก้ไขปัญหาบุคคลต่างชาติลักลอบเข้ามายังพื้นที่จังหวัดตาก ของศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก

ตามที่ ปรากฏเหตุการณ์ เมื่อ 22 ต.ค. 2568 ทหารเมียนมาควบคุม พื้นที่โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจีน KK-Park บ้านเองจีเมี่ยง อำเภอเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา และ เตรียมส่งเจ้าหน้าที่เมียนมาเข้าตรวจสอบภายในพื้นที่โครงการฯ ส่งผลให้กลุ่มทุนและพนักงานในบ่อนฯ KK-Park ชาวต่างชาติภายในโครงการฯ เกิดความหวาดกลัว และได้ลัก ลอบหลบหนีข้ามมายังฝั่งไทย

จากนั้น ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก ได้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการ (ส่วนหน้า) แก้ไขปัญหาบุคคลต่างชาติลักลอบเข้ามายังพื้นที่จังหวัดตาก เพื่อดูแลบุคคลชาวต่างชาติ และบุคคลสัญชาติไทยซึ่งอาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ เข้าขบวนการศูนย์บูรณาการคัดแยกตามกลไกลการส่งต่อระดับชาติ NRM โดยทีมสหวิชาชีพ โดยมียอดสะสมรวม 1,598 คน จาก 28 ประเทศ

ทั้งนี้ 6 พ.ย. 68 ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก โดย รอง ผวจ.ตาก, ผบก.ภ.จว.ตาก, รอง ผบ.กกล.นเรศวร และ ผบ.ฉก.ราชมนู อำนวยความสะดวก ให้กับเอกอัครราชทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย ในการส่งกลับบุคคลสัญชาติอินเดียกลับประเทศต้นทาง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก จำนวน 2 เที่ยวบิน รวมจำนวน 270 คน


นที่ มีเดช รายงาน

มทบ.38 เปิด “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ประจำปี 2568 ร่วมกับจัดประเพณีลอยกระทง สืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มทบ.38 เปิด “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ประจำปี 2568 ร่วมกับจัดประเพณีลอยกระทง สืบสานวัฒนธรรมไทย พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ประจำปี 2568 และงานประเพณี ลอยกระทง โดยมี นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนชาวจังหวัดน่าน เข้าร่วมในพิธีอย่างคับคั่ง

โครงการถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับชุมชน เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างหน่วยทหารกับประชาชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนในพื้นที่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดน่านให้เป็น “ห้องรับแขกแห่งที่สองของเมืองน่าน” โดยจะเปิดจำหน่ายสินค้าทุกวัน อังคาร – พุธ ของทุกสัปดาห์ บริเวณหน้าค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

สำหรับงานประเพณีลอยกระทงในปีนี้ มณฑลทหารบกที่ 38 ได้ปรับรูปแบบการจัดงานให้เหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งการถวายความอาลัย ต่อการสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้จัดนิทรรศการแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ภายในงานยังมีกิจกรรมลอยกระทง เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของไทยที่แสดงถึงความกตัญญูต่อพระแม่คงคา และเป็นสัญลักษณ์ของการปล่อยเคราะห์ปล่อยทุกข์ พร้อมรับสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ตลอดจนมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การจำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมือง สร้างสีสันและบรรยากาศแห่งความสุขให้กับผู้มาร่วมงาน โครงการ “ถนนคนเดินหน้าค่ายสุริยพงษ์” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับชุมชนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านให้โดดเด่นและยั่งยืนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ ทภ.2 ต่อเนื่อง เยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล พร้อมให้กำลังใจครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตและประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ลงพื้นที่ ทภ.2 ต่อเนื่อง เยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล พร้อมให้กำลังใจครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตและประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา

วานนี้ (6 พฤศจิกายน 2568) พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ยังคงลงพื้นที่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลและให้กำลังใจครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชา การทหารบก ที่มุ่งเน้นการดูแลกำลังพล ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งด้านสวัสดิการ ความปลอดภัย และขวัญกำลังใจ

โดยในช่วงเช้า พลเอก อมฤต บุญสุยา พร้อมด้วย พลตรี ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ สิบเอก อัมรินทร์ ผาสุก ที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบล ราชธานี เพื่อพูดคุยกับมารดาของผู้เสียชีวิต สอบถามความเป็นอยู่และความต้องการเพิ่มเติม เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญและให้กำลังใจ โดยย้ำว่ากองทัพบกจะยังคงให้การดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความเป็นอยู่

ต่อมาได้เดินทางไปยังกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อพบปะและให้โอวาทกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ทั้งด้านที่พัก อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค และระบบสื่อสาร เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกำลังพล เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด สร้างบรรยากาศอบอุ่นและขวัญกำลังใจแก่ทหาร

ในช่วงบ่าย ได้เดินทางต่อไปยังฐานปฏิบัติการจุดตรวจสามแยก หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล โดยเฉพาะสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อให้กำลังพลมีสุขภาพที่แข็งแรง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง โอกาสนี้ ได้กล่าวมอบโอวาทให้แก่กำลังพล พร้อมกล่าวขอบคุณกำลังพลแทนคนไทยทั้งประเทศ ในการทุ่มเท เสียสละ ปกป้องแผ่นดินไทยด้วยชีวิต เน้นย้ำให้ทหารทุกนายไม่ประมาท หมั่นฝึกซ้อมทบทวนการปฏิบัติอยู่เสมอเพื่อให้พร้อมต่อทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต พร้อมยืนยันว่า กองทัพบกให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ และบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงและปลอดภัยให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข

จากนั้น ได้เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของสิบตรี ธีรยุทธ กระจ่างทอง ที่อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อมอบกำลังใจและติดตามการช่วยเหลือด้านสิทธิกำลังพล รวมทั้งความคืบหน้าในการก่อสร้างบ้านพระราชทาน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระเมตตาห่วงใยต่อครอบครัวของทหารผู้เสียสละ โดยกองทัพบกได้มอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 26 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการก่อสร้าง ทั้งนี้ ได้จัดสร้างบ้านน็อคดาวน์ชั่วคราวให้ครอบครัวพักอาศัยเป็นการเบื้องต้น ขณะที่บ้านพระราชทานซึ่งเป็นบ้านถาวรมั่นคงอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พร้อมติดตั้งระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

ล่าสุดวันนี้ (7 พ.ย.68) คณะฯ เดินทางไปยังกองบัญชาการกองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถือเป็นหน่วยหลักในการบังคับบัญชากำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 เพื่อติดตามและเน้นย้ำการดูแลกำลังพลให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชา การทหารบก ทั้งด้านสวัสดิการและปัจจัยพื้นฐาน การเสริมสร้างขวัญกำลังใจ การดูแลสุขภาพร่างกายและสภาวะจิตใจ รวมทั้ง การดูแลสิทธิต่างๆ ให้ได้รับอย่างเหมาะสม ก่อนเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของ สิบเอก จิรายุ สิงห์อ้น ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะในพื้นที่อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้กำลังใจและติดตามการดูแลด้านสิทธิและสวัสดิการทดแทนอย่างใกล้ชิดต่อไป

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลกำลังพลและครอบครัวอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ โดยกองทัพบกยังคงมุ่งมั่นดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ชาย แดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิต และพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

พ.อ. พิพัฒน์ฯ รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายโรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ ค่ายเม็งรายมหาราช มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา

พ.อ. พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายโรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ค่ายเม็งรายมหาราช มุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษา

เชียงราย – เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 พันเอก พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ตรวจเยี่ยมโรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ ค่ายเม็งรายมหาราช และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายเม็งรายมหาราช เพื่อรับทราบข้อมูลการดำเนินงาน รับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมถึงมอบแนวทางการปฏิบัติแก่คณะครูและบุคลากร เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและการบริหารจัดการของสถานศึกษาในสังกัด

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพทั้งทางด้านการศึกษาและด้านต่างๆ ของโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด พันเอก พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ การดูแลเอาใจใส่นักเรียนอย่างใกล้ชิด และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความไว้วางใจและเชื่อมั่นในการส่งบุตรหลานเข้าศึกษา ณ โรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ ค่ายเม็งรายมหาราช และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ค่ายเม็งรายมหาราช

รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ยังได้รับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาต่างๆ ที่คณะครูและผู้บริหารโรงเรียนประสบอยู่ เพื่อนำไปพิจารณาหาแนวทางแก้ไขและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อไป การมาเยือนในครั้งนี้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับคณะครูและบุคลากรเป็นอย่างมาก ในการมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาเพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนในพื้นที่

กองทัพบก #มณฑลทหารบกที่37 #ค่ายเม็งรายมหาราช #โรงเรียนทหารบกอุปถัมภ์ #การศึกษา #เชียงราย


นที มีเดช รายงาน

ผบ.มทบ.37 เปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

เชียงราย – ผบ.มทบ.37 เปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2

7 พฤศจิกายน 2568 พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ในฐานะผู้อำนวยการฝึก ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 อย่างเป็นทางการ ณ สนามฝึกของหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

ในพิธีอันทรงเกียรตินี้ พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ได้มอบธงประจำหน่วยฝึกทหารใหม่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและสัญลักษณ์แห่งความพร้อมเพรียง ก่อนจะกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลของหน่วยฝึกทหารใหม่และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกทหารใหม่ทุกนาย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลเอาใจใส่ทหารใหม่ทุกนายเป็นอย่างดีเสมือนน้องคนเล็กของกองทัพบก

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ยังได้กำชับให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนแก่หน่วยฝึกทหารใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นเกียรติแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ฝึกฝนทหารใหม่ทุกคน วัตถุประสงค์หลักของการฝึกครั้งนี้คือการบ่มเพาะทหารใหม่ให้เป็น “น้องคนเล็กของกองทัพบก” ที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องประเทศชาติต่อไปในอนาคต

การเปิดการฝึกในครั้งนี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นทหารอาชีพที่มีระเบียบวินัยและประสิทธิภาพสูงสุด

ฝึกทหารใหม่ #กองทัพบก #มทบ37 #ค่ายเม็งรายมหาราช #เชียงราย #พลตรีจักรวีร์ #ทหารไทย #น้องคนเล็กกองทัพบก


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷