ผบช.ภ.1 จัดทำข้อมูลข่าวสาร การตรวจพื้นที่ต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์งานตำรวจภูธรภาค 1 เผยแพร่ ต่อประชาชน

วันนี้ (อังคาร) ที่ห้องแถลงข่าวอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1, พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้จัดทำข้อมูลข่าวสาร การตรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตลอดจนเป็นคลิปวีดีโอ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน ในด้านต่างๆ ดังนี้

วันที่ 11 พ.ย. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 6 เรื่อง คือ

1.) รถขนฝัน vs รถดับฝัน ดับฝันแน่ หากรับจ้างเปิดบัญชีเป็น “บัญชีม้า“ เป็นขบวนการ ”สแกมเมอร์“ หลอกลวงประชาชน ผิดกฎหมาย รับโทษหนัก หมดอนาคต

#เตือนภัยออนไลน์ #บัญชีม้า #หมอนทองวิทยา #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

2.) สภ.ป่าโมก รายงานสถานการณ์น้ำท่วม

วันที่ 11 พ.ย.68 เวลา 07.00 น. น้ำยังคงท่วมทางหลวงหมายเลข 33 สุพรรณบุรี-ป่าโมก-สายเอเชีย บริเวณแยกหมวดการทางป่าโมก พื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ตั้งแต่ปั๊ม ปตท. ถึงหน้าหมู่บ้านทำกลอง ระยะทางประมาณ 500 เมตร ระดับน้ำลึกประมาณ 50- 60 ซ.ม.รถยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว โดยให้ใช้เส้นทางแทน และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
เส้นทางเลี่ยง

  • จากอยุธยา ให้ไปทาง แยกป่าโมก เข้าตัวเมืองอ่างทอง แล้วออกแยกป่างิ้ว ไป อ.วิเศษ
  • จากสุพรรณบุรี ให้ใช้ทาง โพธิ์พระยา – ท่าเรือ เข้ามาเมืองอ่างทอง
  • จากผักไห่ จะมาอ่างทอง ให้ใช้ทาง แยกหน้าโคก เข้าวิเศษ เข้าตัวเมืองอ่างทอง

#น้ำท่วม #ป่าโมก #อ่างทอง

3.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนภัย แผนประทุษกรรมใหม่แก๊งสแกมเมอร์ AI หลอก AI เปลี่ยนเหยื่อเป็นผู้ร้าย

วันนี้ (11 พฤศจิกายน 2568) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามจับกุมแกะรอยแผนประทุษกรรมของขบวนการสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพบกลวิธีใหม่ขบวนการสแกมเมอร์ล่อลวงเหยื่อ ใช้เทคโนโลยี AI หลอก AI เปลี่ยนเหยื่อให้ตกเป็นผู้ร้าย โดยทำให้เหยื่อกลายเป็นบัญชีม้าทางผ่านเงินที่ได้จากการหลอกลวง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบกลวิธี AI หลอก AI จากปฏิบัติการเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเข้าทลายรังวอร์รูมของหน่วยการเงินของแก๊งสแกมเมอร์ ที่หนีจากประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่งย้ายมาเช่าห้องในกรุงเทพมหานครด้วยยุทธวิธีบุกจับอย่างฉับพลัน ทำให้สามารถจับกุมชาวจีน 4 ราย พร้อมคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง และโทรศัพท์ 60 เครื่อง ตรวจข้อมูลคอมพิวเตอร์ พบการใช้ AI หลอก AI ซึ่งทันทีที่ทราบว่าแก๊งมิจฉาชีพนำกลวิธีใหม่มาหลอกลวงผู้อื่น แม้จะเป็นการหลอกลวงเหยื่อในต่างประเทศ แต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติห่วงใย ย้ำว่าตำรวจต้องออกมาเตือนภัย สร้างวัคซีนให้ประชาชนอย่างเร่งด่วน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อจากกลวิธีนี้

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขั้นตอนการหลอกลวง AI หลอก AI มีดังนี้

  1. คนร้ายหาเหยื่อผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Telegram หรือในแพลตฟอร์โซเชียลมีเดียอื่น ๆ
  2. คนร้ายชักชวน ออกอุบายให้เหยื่อส่งภาพถ่ายใบหน้าตรง และข้อมูลส่วนตัว แลกกับเงิน 100-150 หยวน หรือ 460 – 700 บาท
  3. คนร้ายนำภาพของเหยื่อ ใช้ AI เจนเนอเรทให้เป็นภาพเคลื่อนไหว หันซ้าย หันขวา กระพริบตา และอ้าปาก
  4. คนร้ายนำคลิปวิดีโอที่ได้จากการเจนเนอเรทโดย AI ไปสมัครบัญชีธนาคารทางออนไลน์ โดยนำไปหลอกกับระบบ AI การ KYC หรือการยืนยันตัวตนลูกค้าของธนาคารหรือแอปพลิเคชันเงินดิจิทัล
  5. เมื่อจะทำการรับโอนเงินหรือโอนเงินออก คนร้ายใช้วิธีตั้งกล้องโทรศัพท์ที่เปิดแอปพลิเคชันการ KYC ของธนาคาร แล้วหันกล้องไปที่คอมพิวเตอร์ซึ่งกำลังเปิดคลิปวิดีโอภาพเคลื่อนไหวใบหน้าผู้เสียหาย ทำให้สามารถผ่านระบบยืนยันตัวตนของธนาคารได้

พล.ต.ต.ธีรเดชฯ กล่าวว่า กลวิธีนี้ทำให้แก๊งสแกมเมอร์สามารถโยกเงินได้โดยที่ไม่ต้องให้เหล่าบัญชีม้าไปรอสแกนใบหน้า และกลวิธีนี้จะทำให้เหยื่อตกเป็นผู้ต้องหาได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น หากมีโทรศัพท์ ไลน์ แชต ติดต่อมาอ้างว่าตัวท่านมีคดีเกี่ยวพันสิ่งผิดกฎหมาย ชักชวนหารายได้เสริม หรือชวนลงทุน แล้วพยายามขอข้อมูลส่วนตัว ขอภาพถ่ายหน้าตรง ต้องระวัง ขออย่าส่งให้เด็ดขาด เพราะอาจเป็นกลวิธีที่หลอกลวงโดยนำ AI มาสร้างภาพ แล้วนำไปใช้เปิดบัญชี เป็นทางผ่านเงินของแก๊งสแกมเมอร์ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถาม หรือแจ้งความ โทร.1441 หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น

#เตือนภัยออนไลน์ #ปราบสแกมเมอร์ #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ #Royalthaipolice

4.) สภ.สรรพยา ภ.จว.ชัยนาท กรอกกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ

วันที่ 11 พ.ย.68 เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วย คณะครูนักเรียนจากโรงเรียนเขื่อนเจ้าพระยา, ผู้นำชุมชน และประชาชนในชุมชน ร่วมกรอกและลำเลียงกระสอบทราย เพื่อเสริมแนวกั้นน้ำ บริเวณชุมชนบางกระเบื้อง ต.บางหลวง อ.สรรพยา จว.ชัยนาท ภารกิจเสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อย สามารถเสริมแนวกั้นน้ำได้สำเร็จ ประชาชนเกิดความพึงพอใจและเชื่อมั่นในความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการช่วยเหลือประชาชนทุกสถานการณ์

5.) สภ.ป่าโมก ภ.จว.อ่างทอง “ร่วมด้วยช่วยกัน มอบวัตถุดิบประกอบอาหาร”

วันที่ 11 พ.ย. 68 เวลา 09.00 น. นายสุธี อ่ำตระกูล ที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.ป่าโมก ครอบครัวตำรวจจราจร สภ.ป่าโมก โดย นางสาวสริตา ภูแข่งหมอก ได้ร่วมกันมอบ วัตถุดิบประกอบอาหาร (ไก่สด จำนวน 100 กิโลกรัม) ให้กับ ครัวชุมชนอำเภอป่าโมก หมู่ 6 ต.โผงเผง อ.ป่า โมก จว.อ่างทอง เพื่อใช้ในการปรุงอาหารแจกจ่ายแก่ ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือและป้องกันภัยในพื้นที่ น้ำใจในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีและการแบ่งปันของคนในชุมชน ที่พร้อมยื่นมือช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก

6.) ภ.จว.สิงห์บุรี ดูแลประชาชน การจราจร พื้นที่น้ำท่วม

วันที่ 11 พ.ย. 68 เวลา 18.00 น. พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ลงพื้นที่บริเวณน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ดูแลประชาชน และการจราจร ณ บริเวณสะพานบางระจัน ชุมชนบางแคใน อ.เมือง จว.สิงห์บุรี


ภารกิจผู้บังคับบัญชา พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ. จว.สิงห์บุรี

วันอังคาร ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผบก.ภ. จว.สิงห์บุรี, พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.อินทร์บุรี, พ.ต.ท.รัตนเดช พิรุณสาร รอง ผกก ป.สภ.อินทร์บุรี ลงพื้นที่สำรวจจุดคันกั้นน้ำพังน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ณ แนวคันกั้นน้ำ หมู่ 6 ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี

และลงพื้นที่บริเวณน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ดูแลประชาชน และการจราจร ณ บริเวณสะพานบางระจัน ชุมชนบางแคใน อ.เมือง จว.สิงห์บุรี


พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจเยี่ยม พร้อมรับฟังบรรยายสรุปของสภ.บางใหญ่

วันนี้ (10 พ.ย.68) เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ. ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก. ภ.จว.นนทบุรี ได้ตรวจเยี่ยม สภ.บางใหญ่ ได้พบ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ
ผกก.สภ.บางใหญ่, พ.ต.ท.ราเชนทร์ ถนัดพจนามาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.บางใหญ่, พ.ต.ท.สุเมธ ธิราพืช รอง ผกก.หน.(สอบสวน).สภ.บางใหญ่, พ.ต.ท.ปิยณัฐ สุวรรณ์ธนากุญช์ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.บางใหญ่, พ.ต.ท.วิวรรธน์ แก้วพลู รอง ผกก.สส. สภ.บางใหญ่ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ สภ.บางใหญ่

โอกาสนี้ได้รับฟังบรรยายสรุปของสภ.บางใหญ่ รายงานเหตุการณ์ปกติ สอบถามปัญหาขัอขัดข้อง กำชับการปฏิบัติตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 การป้องกันเหตุ ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย บ่อนการพนัน สถานบริการเฝ้าระวังเหตุร้านทอง ธนาคาร ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.บางใหญ่


ทีมงานกลุ่มบ้านใหญ่ใจดี พร้อมกับทีมงานกลุ่มชาวบ้านนครปฐม ได้นำข้าวต้ม ขนม น้ำดื่ม และน้ำดื่มสมุนไพร ไปให้บริการกับพี่น้องประชาชนที่มาทำการตรวจสุขภาพ เจาะเลือด ตรวจคัดกรองโรค ที่โรงพยาบาลห้วยพลู

ทีมงานกลุ่มบ้านใหญ่ใจดี พร้อมกับทีมงานกลุ่มชาวบ้านนครปฐม ได้นำข้าวต้ม ขนม น้ำดื่ม และน้ำดื่มสมุนไพร ไปให้บริการกับพี่น้องประชาชนที่มาทำการตรวจสุขภาพ เจาะเลือด ตรวจคัดกรองโรค ที่โรงพยาบาลห้วยพลู

วันนี้ ทางด้านท่าน สส.อนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อม ท่านนายกจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ซึ่งวันนี้ได้มอบหมายให้คุณสุมลรัตน์ สะสมทรัพย์ ภรรยา ของท่านสส.อนุชา สะสมทรัพย์ และ คุณสุราพรจิรักษา ประธานกลุ่มบ้านใหญ่ใจดี ประธาน กต.ตร.สภ.นครชัยศรีเป็นตัวแทน ในครั้งนี้

และวันนี้ คุณสุมลรัตน์ สะสมทรัพย์ได้เยี่ยมเยียนพบปะพูดคุยกับคนไข้ที่มาทำการรักษาทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลห้วยพลู และต้องขอขอบคุณท่านที่ให้การสนับสนุนในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และขอขอบคุณเจ๊หนิง ชัยศรี พร้อมด้วยคณะกรรมการ กต.ตร.สภ นคร ชัยศรี พี่สมศักดิ์ เก้ากัญญา น้องนัท น้องเชอรี่ ใหญ่สีมา เจ๊นุช พี่แดง เจ๊พิน ผู้ใหญ่ อ.ดอน อบต.จุ๋ม ช่างวิชิต ผู้ช่วยสุริยง และต้องขอขอบคุณคณะผู้บริหารโรงพยาบาลห้วยพลูและผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ทุกๆท่าน ที่ให้การต้อนรับ

พบง่าย,ติดดิน,ไม่ทิ้งประชาชน


สมคิด พรมมี ผ้สื่อข่าว นครปฐม

การอบรมเชิงปฏิบัติการ แพทยศาสตร์ศึกษา สำหรับอาจารย์แพทย์ใหม่ ประจำปี 2569

การอบรมเชิงปฏิบัติการ แพทยศาสตร์ศึกษา สำหรับอาจารย์แพทย์ใหม่ ประจำปี 2569

พญ.อัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ ROOKIE to READY: Building Strong Foundations in Medical Education สำหรับอาจารย์แพทย์ใหม่ ประจำปี 2569 โดย นพ.กอบชัย จิรชาญชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ กล่าวต้อนรับ ผศ.นพ.วิสุทธิ์ ล้ำเลิศธน รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มาบรรยายภาพรวมหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และ นพ. สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม บรรยายประสบการณ์การบริหารจัดการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาครูแพทย์ด้านแพทยศาสตรศึกษา ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ณ โรงแรม Livist Resort จังหวัดเพชรบูรณ์


น.ส. ลาวัลย์ แสงสว่าง ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ตำรวจ สภ.ชะอำ สนธิกำลังหลายหน่วย บุกทลายโรงงานผลิตสติ๊กเกอร์ตกแต่งรถ 10 ล้อปลอม มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

ตำรวจ สภ.ชะอำ สนธิกำลังหลายหน่วยบุกทลายโรงงานผลิตสติ๊กเกอร์ตกแต่งรถ 10 ล้อปลอม มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ต.อ.ธานินทร์ ฉัตรเจริญพร, พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญ รอง ผบก. ภ.จว.เพชรบุรี, พ.ต.อ.อภิรักษ์ เพิ่มชัย ผกก.สภ.ชะอำ, พ.ต.ท.ธีรพงษ์ รักษาเวียง รอง ผกก. สส.สภ.ชะอำ, พ.ต.ต.อภิชาติ โพธิอะ สว.สืบสวน สภ.ชะอำ พร้อมนายจิรศักดิ์ แพรเขียว ตัว แทนเจ้าของแบรนด์สินค้า 7 เทพเจ้าโชคลาภญี่ปุ่นทีซีพาร์ท ( เจ้าของลิขสิทธิ์) เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี และชุดสืบสวน สภ.ชะอำ ร่วมสนธิกำลังนำหมายค้นศาลจังหวัดเพชรบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 273 ริมถนนคันคลอง ม.7 บ้านหนองยาว ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังสืบทราบว่าลักลอบเปิดเป็นโรงงานผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ

ขณะเข้าตรวจค้นโรงงานดังกล่าวพบเครื่องจักรใหญ่ 4 ตัว เครื่องตีแบบ 5 ตัว คนงานชาย หญิง จำนวน 10 คน กำลังทำงานอยู่ โดยมีนายสยาม ประชัน, นางบุญรัตน์ เหมียวมะโนที และนายธนาชาติ ประชัน (พ่อแม่ลูกชาย) รับเป็นเจ้าของบ้าน โดยขณะเข้าตรวจนายธนาชาติ ได้ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม. ขึ้นมาพยายามข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมไว้ และตรวจค้นเพิ่มเติมพบของกลางเป็นสติ๊กเกอร์แผ่นอะคริลิค ลาย 7 เทพเจ้าโชคลาภญี่ปุ่น ไว้สำหรับติดตกแต่งข้างประตูรถ รถ 10 ล้อ รถเทรลเลอร์ แตรลม พัดลมไฟฟ้า ติดรถ เป็นจำนวนมาก

นายจิรศักดิ์ แพรเขียว ตัวแทนเจ้าของแบรนด์สินค้า 7 เทพเจ้าโชคลาภญี่ปุ่น ของบริษัททีซีพาร์ท กล่าวว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2565 มีการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์แบรนด์สินค้า 7 เทพเจ้าโชคลาภญี่ปุ่นทีซีพาร์ท แต่เจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ขายให้ ต่อมาสืบทราบว่ามีการขายสินค้าลอกเลียนแบบในพื้นที่ เจ้าของลิขสิทธิ์จึงได้มอบอำนาจให้ตนเข้ามาดำเนินการ และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบมีการล่อซื้อสินค้า พบว่ามีการลอกเลียนแบบ และละเมิดลิขสิทธิ์ ผลิตสินค้าแบรนด์ 7 เทพเจ้าโชคลาภญี่ปุ่นทีซีพาร์ทจำหน่ายนาน และกระจายจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในหลายจังหวัด จึงดำเนินการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าค้นจับกุม เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายที่มีการลักลอบลอกเลียนแบบจำหน่ายภายใน 2 ปี ประมาณ 10 ล้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจยึดของกลาง และนำตัวบุคคลทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.ชะอำ แจ้งข้อหา ร่วมกัน ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า โดยการ ขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขาย โดยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้อยู่แล้วว่าเป็นงานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ และไม่ขออนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


บรรณรต จ.เพชรบุรี

เก๋งแม่ – ลูก เสียหลักชนต้นไม้ริมทาง เจ็บสาหัส 4 ราย คาดหลับใน

เก๋งแม่ – ลูก เสียหลักชนต้นไม้ริมทาง เจ็บสาหัส 4 ราย คาดหลับใน

เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 11 พ.ย.68 พ.ต.ท.สุขาติ รุ่งเรือง รอง สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน อำเภอทับสะแก เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาลงใต้ ช่วงระหว่างหลักกม.ที่ 361-362 หมู่ที่ 3 ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วยอาสา กู้ภัยมูลนิธิสว่างรุ่งเรืองฯ กู้ชีพโรงพยาบาลทับสะแก กู้ชีพเทศบาลตำบลทับสะแก กู้ภัยตร.ทางหลวง นำรถพยาบาล และรถอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์เก๋งสีแดง ยี่ฮ้อ นิสสัน มาร์ช สภาพด้านหน้าชนอัดติดกับต้นไม้ ตัวถังอัดติดเข้าอัดกับห้องโดยสาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นสุภาพสตรี 4 ราย ติดภายใน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 4 ราย ออกมาอย่างทุลักทุเล พร้อมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวทั้ง 4 ราย ส่งรักษายัง รพ.ทับสะแก ทราบชื่อ 1.น.ส.จินดา เหมทานท์ อายุ 51 ปี อยู่หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา, 2.น.ส.พิชชาภา วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป๋า จ.พังงา, 3.น.ส.พิชชาภรณ์ วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 3 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา และ 4.นางเพ็ญศิริ วิบูรณ์ธนโชติ อายุ 54 ปี สัญชาติ ไทย อยู่หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่ารถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับอยู่เลนขวาและจู่ๆ ก็เสียหลักแฉลบลงข้างทางซ้าย ชนต้นไม้อย่างแรงโดยไม่ได้เฉี่ยวรถคันอื่นจนได้รับความเสียหาย และได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าวตนเองก็รีบจอดรถและลงเข้ามาช่วยเหลือกันและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ จากการสอบถามคนขับ ทราบว่ากำลังกลับจากชลบุรี ไปบ้านที่พังงาและได้มาประสบอุบัติเหตุดังกล่าว



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

“รรท.พตร.” นำบุคลากรทางการแพทย์ร่วมแสดงพลัง ประกาศเจตนารมณ์ เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม พร้อมปฎิญานตน ความจงรักภักดี อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ

รรท.พตร. ”นำบุคลากรทางการแพทย์ร่วมแสดงพลัง ประกาศเจตนารมณ์“ เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม พร้อมปฎิญานตน ความจงรักภักดี อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ

เมื่อวันจันทร์ที่ 10 พ.ย.2568 เวลา 13.30 น. ที่บริเวณลานจอดรถ อาคารศรียานนท์ รพ.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นพ.(สบ 8) รพ.ตร. รรท.พตร.เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย พล.ต.ต.เกษม รัตนสุมาวงศ์ รอง พตร., พล.ต.ต.หญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ รอง พตร., พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ รอง พตร., พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน รอง พตร. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์พยาบาล สหวิชาชีพ ข้าราชการตำรวจ และบุคลากร รพ.ตร.

โดยบุคลากรทางการแพทย์ ได้เปล่งว่าจาในการร่วมแสดง พลังแห่งความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมกล่าวอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ และ “ประกาศเจตนารมณ์เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม” อย่างพร้อมเพียง เสียงดังสนั่นบริเวณ บริเวณดังกล่าว ”รรท.พตร.กล่าว“

สำหรับ อุดมคติตํารวจ 9 ข้อคือ จริยธรรม แนวทางการปฏิบัติตนที่ตำรวจต้องพึงระลึก ยึดมั่น และนำไปใช้ในอาชีพตำรวจ เพื่อให้มีพื้นฐานในการเป็นตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี มีวินัย เที่ยงธรรมในอาชีพ และการรับใช้ประชาชน โดยอุดมคติตํารวจ มีที่มาจากบทร้อยกรองที่นิพนธ์ในพ.ศ.2499 โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฎฐายีมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 16 ซึ่งได้กลายมาเป็น อุดมคติตํารวจ 9 ข้อที่ประกอบด้วย เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่,กรุณาปรานีต่อประชาชน,อดทนต่อความเจ็บใจ,ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก,ไม่มักมากในลาภผล,มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน,ดำรงตนในยุติธรรม,กระทำการด้วยปัญญา และรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต

เราจะมาอธิบายอุดมคติตํารวจ 9 ข้อ พร้อมความหมาย ดังต่อไปนี้

  1. เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ : เพราะหน้าที่ของตำรวจมีหน้าที่ป้องกัน และปราบปรามให้เกิดความสงบสุขในสังคม บ้านเมือง ให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีปลอดภัย เมื่อดำรงอาชีพตำรวจก็คือข้าราชการคนหนึ่งที่รับเอางานของพระราชามาทำ ซึ่งการรับงานเหล่านี้มาทำต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่มีความรับผิดชอบเท่ากับมีความเคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
  2. กรุณาปราณีต่อประชาชน : ตำรวจเป็นอาชีพที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมาก รับรู้ความทุกข์ยากของประชาชนจากการเผชิญเรื่องเดือดร้อนต่างๆ ในทุกวัน เช่น ขโมยขึ้นบ้าน ถูกจี้ ถูกชิง ถูกทำร้าย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ที่ประชาชนพบเจอเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความทุกข์ เมื่อเราเป็นตำรวจไม่ควรมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เราควรที่จะช่วยเหลือ และแก้ไขความทุกข์ เพื่อความเป็นอยู่อาศัยของประชาชน
  3. อดทนต่อความเจ็บใจ : อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องเจอกับความเหนื่อยในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะคำพูดไม่ดี คำบ่น คำว่าร้าย เพราะคำพูดจาทั้งหลายเหล่านี้จะทำให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในอาชีพนี้ต้องรู้สึกแย่ เกิดความเจ็บใจ ฉะนั้นต้องมีความอดทนอดกลั้นให้มากกับสิ่งที่ต้องเผชิญในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่
  4. ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก : ความยากลำบากในที่นี้คือความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะหน้าที่ทั้งหลายในอาชีพนี้มีทั้งหนัก ทั้งเบา ซึ่งเมื่อเริ่มต้นเส้นทางในอาชีพตำรวจแล้ว เริ่มต้นด้วยความตั้งใจมักจะทำสิ่งต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ได้ดี ฉะนั้นจงอย่าย่อท้อต่อความยากลำบากที่เผชิญในหน้าที่
  5. ไม่มักมากในลาภผล : คนที่เป็นตำรวจต้องยึดมั่นในความพอดี ไม่สร้างเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เช่น การกลั่นแกล้งประชาชนเพื่อรีดไถ หรือหวังผลประโยชน์ของประชาชน เป็นต้น ฉะนั้นการห้ามใจตัวเองไม่ได้ และเปราะบางต่อความโลภไม่ควรเป็นสิ่งที่มีในคนที่ดำรงอาชีพตำรวจ
  6. มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน : การทำประโยชน์ สร้างความอบอุ่น ความสงบสุขให้ประชาชนคือหน้าที่ของตำรวจที่ปฏิบัติ ซึ่งหน้าที่เหล่านั้นก็เปรียบได้ว่าเป็นการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
  7. ดำรงตนในยุติธรรม : ตำรวจคือผู้รักษากฎหมาย เป็นผู้ที่ทำดำรงให้เกิดความยุติธรรมในสังคม ซึ่งต้องรักษาทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย กติกาที่สังคมกำหนด และที่สำคัญตำรวจไม่ควรทำตัวเองเป็นกฎหมาย
  8. กระทำการด้วยปัญญา : อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องพิสูจน์ความจริง ต้องอยู่กับความจริงเสมอ ทำอะไรต้องใช้ปัญญา ฉะนั้นตำรวจต้องหมั่นหาความรู้ให้ตัวตลอดเวลา เรียนรู้เพิ่มเติม เรียนรู้อยู่เรื่อยๆ เสมอ และไม่ควรทำอะไรด้วยการคาดเดา หรือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  9. รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต : ข้อสุดท้ายคนที่ดำรงอาชีพตำรวจต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่ควรเป็นคนกล้าบ้าบิ่นในการทำสิ่งต่างๆ รวมถึงในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะคนที่กล้าบ้าบิ่นคือคนที่มีความประมาท ขอให้ยึดมั่นไว้ว่าการเป็นตำรวจต้องมีความไม่ประมาทให้ชีวิตอยู่รอดอย่างปลอดภัย

อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความรับผิดชอบ และยังทำให้เป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ทำให้หลายๆ คนอยากที่จะเลือกเดินเส้นทางนี้ ใครที่มุ่งมั่นตั้งใจย่อมเป็นไปได้ เมื่อเป็นได้ และได้ดำรงอาชีพนี้แล้วก็อย่าลืมที่จะยึดมั่นในอุดมคติตํารวจ 9 ข้อด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากใครมีความต้องการอยากจะเป็นตำรวจและต้องการคำปรึกษาในการเตรียมตัวสอบตำรวจ หรือมีความสนใจติวสอบตำรวจเพื่อพิชิตความฝัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วศ.อว. ต้อนรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตฯ พร้อมโชว์ศักยภาพศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (T-CAVs) ก่อนเปิดเป็นทางการต้นปี 2569

วศ.อว. ต้อนรับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตฯ พร้อมโชว์ศักยภาพศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (T-CAVs) ก่อนเปิดเป็นทางการต้นปี 2569

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ปาษาณ กุลวานิช ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมหุ่นยนต์และยานยนต์อัตโนมัติ ให้การต้อนรับนางยุพิน บุญศิริจันทร์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ (TCAVs) และสนามทดสอบยานยนต์เชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติ ณ โครงการวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง เพื่อแลกเปลี่ยนแนว ทางการทดสอบยานยนต์สมัยใหม่ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ใช้ เพื่อสร้างโอกาสให้กับอุตสาห กรรมยานยนต์ มุ่งประโยชน์สูงสุดในการรักษาฐานการผลิตในประเทศ เพิ่มทางเลือกให้กับภาคเศรษฐกิจ สังคมและอุตสาหกรรมไทย

สนามทดสอบรถอัตโนมัติ CAV Proving Ground ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ เป็นสนามทดสอบระบบยานยนต์สมัยใหม่ที่เน้นการทดสอบระบบขับขี่แบบอัตโนมัติ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และระบบเชื่อมต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม รองรับการให้บริการทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ และการยกระดับคุณภาพของยานยนต์แห่งอนาคตที่พัฒนาและผลิตในประเทศให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล อีกทั้งใช้เป็นสนามทดสอบระบบรถอัตโน มัติระดับ SAE AV Level 3-5 โดยในปี พ.ศ.2568 มีการขยายพื้นที่สนามทดสอบฯ รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมความพร้อมสนามทดสอบยานยนต์แบบเชื่อมต่อและขับขี่อัตโนมัติให้สามารถเปิดบริการได้อย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ.2569 ต่อไป

กรมวิทยาศาสตร์บริการ #DSS #กรมวิทย์ฯบริการ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #กระทรวงอว #อว #อุดมศึกษา #วิจัยและนวัตกรรม #นิทรรศการ #CAV #ดูงาน #ระยอง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

แพทย์ทหารแนะ ยึดมาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

แพทย์ทหารแนะ ยึดมาตรการ “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข “ไข้หวัดใหญ่” เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้ออินฟลูเอนซาไวรัส (Influenza Virus) มีการระบาดเป็นช่วงๆ ในฤดูฝนและฤดูหนาว ติดต่อผ่านการหายใจรับละอองฝอยจากน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย และติดต่อผ่านมือสัมผัสกับละอองฝอยที่ปนเชื้อ แล้วนำมาสัมผัสกับจมูกหรือตา สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ แต่จะพบมากในเด็ก กลุ่มเสี่ยงเสียชีวิต ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการ ไข้สูงเฉียบพลัน ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ หนาวสั่น อ่อน เพลีย ปวดเมื่อยตามตัว มีน้ำมูก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่สำหรับคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ สำหรับ 7 กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง หรือเสียชีวิต ควรได้รับวัคชีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี เพื่อลดอาการรุนแรงจากโรค ได้แก่ 1) เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี, 2) ผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไป, 3) ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้, 4) ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน, 5) ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง, 6) ผู้ที่ป่วยเป็นโรคอ้วน และ 7) หญิงตั้งครรภ์ ที่อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และแพทย์ทหาร มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหารและครอบครัว ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว จึงขอแนะนำให้พี่น้องประชาชน ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ปิด : ปิดปาก จมูก เมื่อไอ จาม ทุกครั้ง ด้วยผ้า หรือทิชชู่ หากป่วย ควรสวมหน้ากากอนามัย เมื่อมีอาการไอ จาม หรืออยู่ในที่แออัด, ล้าง : ล้างมือ ก่อนกินอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ ด้วยน้ำ และสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ, เลี่ยง: หลีกเลี่ยงการสัมผัส ใกล้ชิด คลุกคลีกับผู้ป่วย หรือเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนแออัด, หยุด : หยุดเมื่อป่วย หยุดงาน หยุดเรียน แม้อาการไม่มาก ควรพักรักษาตัวอยู่บ้าน จนกว่าจะหายดี เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ

พร้อมเน้นย้ำ “หยุด วงจร ไข้หวัดใหญ่ด้วย DMH” D : Distancing คือ การรักษาระยะห่าง M : Mask Wearing คือ การสวมหน้ากากอนามัย และ H : Hand Washing คือ การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ กลุ่มเสี่ยง ควรไปรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ทั้งนี้ ถ้าหากอาการไม่ดีขึ้น เช่น หอบเหนื่อย ซึมลง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส