ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.นครชัยศรี

ส.ส.อนุชา สะสมทรัพย์ ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอนครชัยศรี

วันนี้ ส.ส. อนุชาสะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้นำท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จำนวน 150 หลังคาเรือน เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชน พร้อมพูดคุยและอธิบายถึงสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้
ทั้งนี้ ยังได้มอบยาสามัญประจำบ้านและถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยหลายครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นด้วย ขอขอบคุณบริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ที่ได้นำยา และเวชภัณฑ์ มาช่วยผู้ประสบภัยในครั้งนี้ด้วย

#พรรคชาติไทยพัฒนา #พบง่ายติดดินไม่ทิ้งประชาชน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

แสดงความยินดีกับการได้เลื่อนยศตำแหน่ง ในอัตรา “พันเอก” ของ พันเอก เสรี ทองคู่ และพันตรี วุฒิชัย นาพุก

ขอแสดงความยินดีกับการได้เลื่อนยศตำแหน่ง ในอัตรา ” พันเอก ” ของ พันเอก เสรี ทองคู่ ที่แวดวงสื่อสารมวลชนและสื่อวิทยุทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี ผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย อีกทั้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและชิ้นงานมากมายในด้านสื่อสารองค์กร การตลาด วิทยุกระจายเสียง การผลิตสื่อมัลติมีเดีย การพากย์ สปอร์ตโฆษณา และอื่นๆอีกมากมาย และแสดงความยินดับ พันตรี วุฒิชัย นาพุก นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 นายทหารอีกคนที่มากด้วยความสามารถโดยเฉพาะงานด้านออกแบบ กราฟฟิค ขั้นเทพ ในโอกาสที่ได้รับแต่งตั้งยศสูงขึ้น ด้วย

ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายยศ ให้กับ พันเอก เสรี ทองคู่ นายทหารประจำสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมณฑลทหารบกที่ 31 และ พันตรี วุฒิชัย นาพุก นายทหารกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 ณ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

นอกจากนี้ พันเอก เสรี ทองคู่ ยังมีบทบาทที่ยาวนานในการเป็นพิธีกรในพิธีการสำคัญ ทั้งในรัฐพิธี พิธีการทางทหาร พิธีการทางศาสนา พิธีกรร่วมในภารกิจของจังหวัด องค์กร หน่วยงานภาคประชาสังคม และเป็นนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง ประจำสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพภาคที่ 3 มาอย่างยาวนาน รวมถึงดำรงตำแหน่งสำคัญในสมาคมองค์กรวิชาชีพด้านสื่อมวลชนและวิทยุกระจายเสียงของประเทศไทย

และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังในฐานะ รองหัวหน้าฝ่ายประชา สัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และปัจจุบันในปีงบประมาณ 2569 ดำรงตำแหน่ง ” หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ” ขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ด้านจิตอาสาการช่วยเหลือประชาชน การบูรณาการหน่วยงานด้านข่าวสารเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ที่หลากหลายคนอาจจะไม่รู้

เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี ที่ D.J. นก เสรี หรือ พันเอก เสรี ทองคู่ ที่จะโลดแล่นทำงานรับใช้ประชาชน ตอบแทนคุณแผ่นดิน และสนองงานนโยบายของกองทัพบก ก่อนที่จะครบกำหนดเกษียณอายุราชการ และจะยังคงทุ่มเทกำลังกาย กำลังสมองสติปัญญา หลังจากเกษียณอายุราชการทำคุณประโยชน์ให้กับประชาชนและแผ่นดินไทยต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 ผนึกกำลังคณะกรรมการ ม.ท.ศ. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมเยียน “นักเรียนทุนพระราชทาน” ติดตามผลการเรียน-ชีวิตความเป็นอยู่

เชียงราย – มทบ.37 ผนึกกำลังคณะกรรมการ ม.ท.ศ. ลงพื้นที่เชียงราย เยี่ยมเยียน “นักเรียนทุนพระราชทาน” ติดตามผลการเรียน-ชีวิตความเป็นอยู่

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 พันเอก สิงหนาท โลสุยะ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (รอง ผบ.มทบ.37) ได้ร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2568, หัวหน้าส่วนราชการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ และตัวแทนจากโรงเรียนบ้านปล้องวิทยาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบ้านของ นายชุติศรณ์ ชัยชนะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนปล้องวิทยาคม ซึ่งเป็นนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ของจังหวัดเชียงราย

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการเรียน, ความประพฤติ, และการใช้จ่ายเงินทุนพระราชทานของนักเรียนทุน ม.ท.ศ. รวมถึงการให้การสนับสนุนและช่วยเหลือในกรณีที่นักเรียนทุนฯ ประสบปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน, การเจ็บป่วย, หรือการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในการตรวจเยี่ยม ณ บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 6 ตำบลปล้อง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน เพื่อให้นักเรียนทุนพระราชทานสามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป.

มทบ37 #กองทัพภาคที่3 #ทุนการศึกษาพระราชทาน #มทศ #นักเรียนทุน #เชียงราย #บ้านปล้องวิทยาคม #การศึกษา #สนับสนุนการศึกษา #ข่าวเชียงราย #รองผู้ว่าราชการจังหวัด


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

ตำรวจภูธร ภาค 5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ภายใน 24 ชั่วโมง ยึดยาบ้าได้กว่า 13 ล้านเม็ด

ตำรวจภูธร ภาค 5 แถลงจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ภายใน 24 ชั่วโมง ยึดยาบ้าได้กว่า 13 ล้านเม็ด

วันนี้ (12 พ.ย. 68) ที่ ตำรวจภูธร ภาค 5 พลตำรวจโท กฤตพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยภาคที่ 3 , นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ , นายชัยณรงค์ นันตาสาย ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ , ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแพร่ , ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ และลำปาง โดยสามารถยึดของกลางยาบ้าได้รวมทั้งสิ้น 13,268,000 เม็ด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 คน ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการบูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติตามนโยบายรัฐบาล

คดีที่ 1 ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ปปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้นโกดังเลขที่ 393/76 ม.3 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย เพื่อจับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดของ นายกฤชร์ณชัย หรือเท่ (ผู้ควบคุมสั่งการ) โดยพบยาบ้าจำนวน 66 กระสอบ รวม 10,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในโซฟาจำนวน 34 ตัว และสามารถจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาได้ 5 คน จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มขบวนการค้ายาบ้าลำเลียงยาบ้าผ่านพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยใช้รถเก๋งเป็นรถนำทางและใช้รถกระบะในการลำเลียงขนส่งยาบ้า เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดจับรถทั้ง 2 คัน ได้ที่บริเวณ อ.สารภี และ อ.เมืองเชียงใหม่ ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 2,570,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระบะบรรทุก ซึ่งใช้ผลผลิตทางการเกษตรทับไว้ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายโชคชัย หรือโชค และนายอภิเชษฐ์ หรือต้น

คดีที่ 3 ที่จังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน เจ้าหน้าตำรวจ สภ.ห้วยไร่ ได้ทำการตั้งด่านตรวจเพื่อตรวจค้นสิ่งของกฎหมาย และได้พบรถต้องสงสัย จึงได้เรียกตรวจค้น แต่คนขับรถได้พยามหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการไล่ล่า จนพบรถคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ห่างจากด่านสกัดประมาณ 1 กิโลเมตร เมื่อตรวจค้นภายในรถจึงพบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่ท้ายกระโปรงรถ แต่ไม่พบผู้ขับ คาดว่าน่าจะหลบหนี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวได้ภายหลัง 1 คน คือ นายเจ๊ะ ดาโอ๊ะ

และ คดีที่ 4 ที่จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ ได้ตั้งด่านตรวจยาเสพติด ต่อมามีรถเก๋งต้องสงสัยผ่านมายังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอทำการตรวจค้น โดยระหว่างสอบสวนผู้ขับรถและผู้ที่ติดตามมาด้วยมีท่าทีพิรุธ จึงได้ขอทำการตรวจค้นอย่างละเอียด จนพบยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด พร้อมอาวุธปืนสั้นแบบไทยประดิษฐ์ จากนั้นจึงได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน คือ นายราชันย์ และ น.ส.มยุรา พร้อมของกลาง ไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดย พลตำรวจโท กฤตพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การจับกุมขบวน การค้ายาบ้าในครั้งนี้ ผู้ต้องหาได้อาศัยช่วงเทศกาลยี่เป็ง ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนพลุกพล่าน เป็นช่วงเวลาในการขนยาเข้ามาตามเขตชายแดน แล้วมาพักไว้ในแต่ละจังหวัด โดยทั้ง 4 คดีที่เกิดขึ้นสามารถจับกุมได้ภายในช่วงเวลา 24 ชั่วโมงเท่านั้น โดยห้วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 11 พฤศจิกายน 2568 รวม 42 วัน สามารถตรวจยึดยาบ้าได้แล้วเกือบ 50 ล้านเม็ด มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 1 เท่าตัว


นที มีเดช รายงาน

นบ.ยส.24 แถลงข่าวเปิดยุทธการ พิทักษ์ริมน้ำโขง ยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

นบ.ยส.24 แถลงข่าวเปิดยุทธการ พิทักษ์ริมน้ำโขง ยึดยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 เวลา 11.00 น. ตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 ได้บูรณาการร่วมกับ พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.มุกดาหาร และ พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตชด.23 จึงได้สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เปิดปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

มอบหมายให้ พ.อ.คมศักดิ์ พราวศรี รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24(4) ร่วมแถลงข่าว กรณี ร้อย.ฉก.ตชด.234 ตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 3,232,000 เม็ด, รถยนต์กระบะ 1 คัน, แมกกาซีนปืนและกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 13 นัด เมื่อวันที่ 13 พ.ย.68 ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.มุกดาหาร โดยมี นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน ณ ร้อย.ฉก.ตชด.234 อ.เมือง จ.มุกดาหาร


ภาพ/ข่าว : วัชรา ยืนทน /พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร

“นบ.ยส.24” สกัดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวน 3,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

“นบ.ยส.24” สกัดยาบ้าล๊อตใหญ่ จำนวน 3,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 68 เวลา 08.00 น. กองทัพบก โดย พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ. นบ.ยส.24 อำนวยการให้ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/สกัดกั้น ฯ ตอนบน/ บก.ควบคุมที่ 1 (ร.3) ร้อย. ฉก.ตชด.234 (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ บ.แก่งกะเบา อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เพื่อนำมาซุกซ่อนไว้บริเวณเชิงเขา บ.ตาเปอะ ต.บ้านค้อ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร จนท. จึงรายงานให้ ผบช. ทราบตามลำดับชั้น และได้นำกำลังเข้าทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบในพื้นที่เป้าหมาย

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. จนท.ชุดปฏิบัติการตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อ โตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน 9608 อุดรธานี จอดอยู่บริเวณเชิงเขา ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว จึงได้จัดกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ เพื่อรอผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งเวลา 1600 ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว จนท.ชุดปฏิบัติการจึงเข้าทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว จำนวน 3,200,000 เม็ด, แม็กกาซีนปืน จำนวน 1 ชิ้น และเครื่องกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 13 นัด (บรรจุในแม็กกาซีน) หลังจากตรวจยึดของกลางเรียบร้อยแล้ว ได้นำของกลางมายัง บก.ร้อย.ตชด.234 เพื่อดำเนินการตรวจนับอย่างละเอียด และจะนำส่ง สภ.บ้านค้อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : วัชรา ยืนทน /พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร

ทบ. รับมอบพิธีรับมอบต้นแบบยุทธโธปกรณ์ 3 รายการ จาก สทป. เพื่อใช้ในราชการ สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านความมั่นคง

ทบ. รับมอบพิธีรับมอบต้นแบบยุทธโธปกรณ์ 3 รายการ จาก สทป. เพื่อใช้ในราชการ สนับสนุนการพัฒนางานวิจัยด้านความมั่นคง

วันนี้ (13 พ.ย. 68) ภายในงานแสดงนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ Defense & Security 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กองทัพบกได้เข้ารับมอบต้นแบบยุทโธปกรณ์จากโครงการร่วมวิจัยและพัฒนา โดยสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ซึ่งมอบให้กองทัพบก นำไปประจำการในหน่วยที่เกี่ยวข้อง

พิธีรับมอบครั้งนี้ พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก รับมอบจาก พลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โดยมีคณะผู้บริหาร สทป. พร้อมด้วย พลโท ณัฐพร ขวัญแย้ม, พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์, พลตรี ระวี ตั้งพิทักษ์กุล และ พลตรี วรากร ฮุ่นตระกูล ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

สำหรับต้นแบบยุทโธปกรณ์จากโครงการร่วมวิจัยและพัฒนา มีจำนวนทั้งสิ้น 3 รายการ ได้แก่

  • ต้นแบบรถฐานยิงจรวดหลายลำกล้องอเนกประสงค์ (D11A)
  • ต้นแบบปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้งขนาด 105 มม. (CS/AH2) มอบให้ศูนย์การทหารปืนใหญ่ (ศป.)
  • ต้นแบบจรวดหลายลำกล้องนำวิถีแบบ DTI-1G มอบให้กองพลทหารปืนใหญ่ (พล.ป.)

การรับมอบยุทโธปกรณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ที่สามารถพัฒนาต้นแบบได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมช่วยเสริมขีดความสามารถของกองทัพบกในหลายมิติ ทั้งด้านการยิงสนับสนุน การตรวจการณ์ การควบคุมระบบอาวุธ และการพัฒนากำลังรบให้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่

กองทัพบกขอขอบคุณสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนางานวิจัยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ พร้อมย้ำว่า จะนำยุทโธปกรณ์ต้นแบบดังกล่าวไปประเมินผล ทดลองใช้ และพัฒนาต่อยอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ การพัฒนายุทโธปกรณ์ภายในประเทศ ไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า แต่ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อการพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

นักเดินทางท่องเที่ยวแสวงบุญในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 เข้าร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นจังหวัดลำพูน

นักเดินทางท่องเที่ยวแสวงบุญในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 (จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอน) เข้าร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นจังหวัดลำพูน

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. นายธวัชชัย อุบล พิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูนพร้อมด้วยเครือข่ายสื่อมวลชน, บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว, Influencer, คณะศรัทธา, พุทธศาสนิกชน นักเดินทางท่องเที่ยวแสวงบุญ ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) เข้าร่วมกิจกรรมเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแสวงบุญครูบาศรีวิชัย ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน1 ตามแผนงานโครงการส่งเสริมและพัฒนา Soft Power เพื่อเป็นต้นทุนพัฒนา ต่อยอดการท่องเที่ยวมูลค่าสูงกิจกรรมพัฒนาเส้นทางแสวงบุญ ครูบาศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาตามแผนปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 และกิจกรรมยกยอครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาเป็นบุคคลสำคัญของโลก ณ วัดบ้านปาง ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

จากนั้นเวลา 18.00 น. ณ ศาลา 150 ปี ชาตกาล ครูบาเจ้าศรีวิชัย วัดบ้านปาง ตำบลศรีวิชัย
อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน เป็นประธานฝ่ายฆราวาสพิธีเจริญ พระพุทธมนต์ สวดมนต์บารมี 30 ทัศครูบาศรีวิชัย และกิจกรรมยกยอ

ครูบาเจ้าศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนา เป็นบุคคลสำคัญของโลก พร้อมรับฟังพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับอัตชีวประวัติ วัตรปฏิบัติ ผลงาน คำสอน บารมีของครูบาศรีวิชัย โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน/เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดลำพูน พุทธศาสนิกชน คณะศรัทธาในพื้นที่จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอนรวมจำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรม


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ลำพูน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน และเดินทางไปยังจังหวัด ลำปาง เพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯลำปาง

ผู้ว่าฯ ลำพูน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน และเดินทางไปยังจังหวัดลำปาง เพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯลำปาง

ช่วงบ่ายวันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568) นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เข้ากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน ต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ได้แก่ พระเสตังคมณี อนุสาวรีย์, พระนางจามเทวี ศาลพระภูมิ ชัย มงคล ศาลตา – ยาย พระพุทธนวราชบพิตร กราบพระพุทธนวราชบพิตร แลพระเสตังคมณี (จำลอง) ณ ห้องคลังจังหวัดลำพูน และในห้องทำงาน ก่อนลงมาพร้อมกับนางสาวเด็บบี้ ดุสิตนานนท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน เพื่อรับดอกกุหลาบจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานภายในศาลากลางจังหวัดลำพูน ที่มาร่วมแสดงความยินดีฯ

จากนั้น ได้ออกจากศาลากลางจังหวัดลำพูน เพื่อเดินทางไปศาลากลางจังหวัดลำปาง
นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ผู้ว่า ราชการจังหวัดลำพูน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2567 เป็นต้นมา และเข้ามาปฏิบัติราชการที่จังหวัดลำพูนเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 โดยมีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ประมาณ 11 เดือน ก่อนราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสง ในสังกัดกระทราง 06:43 บริหารระดับสูง ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 45 ราย ในลำดับที่ 32

นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พ้นจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน สำนักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง สำนักงานปลัดกระทรวง มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อ ดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อ ดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืน”

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของกำลังพลในพื้นที่กองกำลังสุรนารี เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ การวิเคราะห์ข่าวกรอง และการปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมยกระดับความพร้อมรบของกำลังพล เพื่อป้องกันเหตุร้ายและรักษาเสถียรภาพพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญ ต่อการปกป้องชีวิตกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ได้เดินตรวจเยี่ยมการพัฒนาเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่นให้มีความมั่นคงแข็งแรง และสอบถามสารทุกข์สุกดิบต่อกำลังพล ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนให้มีกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้ให้แนวทางการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน มีระเบียบวินัย และให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ สร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป