“แม่ทัพกุ้ง” ถึงอมยิ้ม “ เห็น Standee ตนเอง” สุดฟีเว่อร์ ประชาชน เด็กนักเรียนแห่กรี๊ดสนั่นฟังบรรยายพิเศษ “ กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และปลูกฝังความรักชาติแก่เยาวชน และประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก” ถ่ายทอดชีวิตทหาร ย้ำ สำ คัญคนรุ่นใหม่ ต้องรักสถาบันหลักชาติ จัดโดย กองทัพภาคที่ 3
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความรักชาติให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ ตามดำริของ แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนในมิติด้านความมั่นคงทางสังคม การเสริมสร้างค่านิยมที่ถูกต้อง และการปลูกฝังความตระหนักรู้ต่อบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะพล เมืองดีของชาติ โดยมี พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณ อิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และน้อง ๆ เยาวชนจากสถานศึกษาในจังหวัดพิษณุโลก ประชาชน จิตอาสาพระราชทาน เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก ณ ห้องประชุมโรงละคร อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
โดยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก มาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เยาวชนไทย ร่วมใจรักชาติ รักแผ่นดิน” โดยเนื้อหาการบรรยายมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมตระหนักถึงความสำคัญของชาติบ้านเมือง ความจำเป็นของการธำรงรักษาเอกราชและความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนความรับผิดชอบร่วมกันของประชาชนทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต
พลโท บุญสิน พาดกลาง ได้กล่าวถึงบทบาทของเยาวชนไทยในยุคปัจจุบันว่า ควรมีความรู้ควบคู่คุณธรรม มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมีจิตสาธารณะ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงค่านิยมที่ช่วยสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความคิด” ทำให้เยาวชนสามารถแยกแยะข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รู้เท่าทันสถานการณ์ และยืนหยัดบนหลักการที่ถูกต้องเพื่อส่วนรวม นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักชาติในเชิงสร้างสรรค์ อาทิ การประกอบตนเป็นพลเมืองดี การเคารพกฎหมาย และการร่วมมือกันรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม
โดยที่ช่วงเย็นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปกองบัญชาการมณทลทหารบกที่ 39 คล้ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณทลหทารบกที่ 39 ให้การต้อนรับ จากนั้นได้ทำการตรวจแถวทหาร ยืนตรงเคารพเพลงชาติไทย โดยมี กำลังพลทหารของมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมยืนตรงต้อนรับ
โดย พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า “ชายแดนไทยเขมร มีความขัดแย้ง สุดท้ายมีกำลังทหารพวกเรา(ทหาร)ที่ต้องปกป้องอธิปไตยของชาติ ตามที่พวกเราได้เลือกเส้นทางแล้ว กำลังพลกองทัพภาคที่ 3 บางส่วนได้เข้าไปช่วยรบ ซึ่งเมื่อถึงเวลา ทหารก็ต้องไปช่วยเหลือกัน เลือดสีเดียวกัน ต้องรักษาเกียรติภูมิของทหารไว้”
“เตือนใจให้พวกเราทำหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เชื่อฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ต้องมีวินัย เพราะทุกคนต้องการกองทัพเข้มแข็งเพื่อประเทศชาติ”
จากนั้น ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ได้มอบของที่ระลึก เป็น ตุ๊กตา และยาดม ของสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 39 เป็นผู้ผลิต ซึ่ง พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ว่า จะช่วยโปรโมท เพราะมีแฟนคลับจำนวนมาก
ต่อจากนั้น พลโทวรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก พร้อมเดินทางไปถวายสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขตโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และเดินทางไปสักการะบูชาพระพุทธชินราช ที่พระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีประชาชนเข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ พลโท บุญสิน พาดกลาง หรือ “ แม่ทัพกุ้ง ” เป็นชาวอีสานโดยกำเนิด ศึกษาระดับประถมที่โรงเรียนชุมชนบ้านดุง และมัธยมศึกษาที่โรงเรียนบ้านดุงวิทยา จากนั้นเข้าสู่โรง เรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 37 มาสายนักรบ เป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 (ปฎิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) เสธฯกองพลทหารราบที่ 3, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3, รองแม่ทัพภาคที่ 2, แม่ทัพน้อยที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 2
ทั้งนี้ บรรยากาศที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก เต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อประชา ชนและแฟนคลับจำนวนมากหลั่งไหลมารอต้อนรับ “แม่ทัพกุ้ง” พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในกิจกรรมส่งเสริมคุณ ธรรม จริยธรรม และความรักชาติ จัดโดยกองทัพภาคที่ 3
ทันทีที่ แม่ทัพกุ้ง เดินทางมาถึง บริเวณด้านหน้าอาคารเต็มไปด้วยเสียงปรบมือและช่อดอก ไม้จากประชาชนที่มารอให้กำลังใจ บางรายนำป้ายข้อความสีสันสดใสมาเชียร์อย่างอบอุ่น ขณะที่แฟนคลับต่างยืนล้อมแน่นเพื่อถ่ายภาพและขอพูดคุยสั้น ๆ ทำให้บรรยากาศเป็นกัน เองและเปี่ยมด้วยความรักความศรัทธา
ภายในงาน พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยคุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ได้ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการพัฒนาเยาวชนในมิติความมั่นคงทางสังคม ผ่านการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องและจิตสำนึกความเป็นพลเมืองดี
จุดไฮไลต์ของงานอยู่ที่การบรรยายพิเศษหัวข้อ “เยาวชนไทย ร่วมใจรักชาติ รักแผ่นดิน” โดย พลโทบุญสิน พาดกลาง ซึ่งได้รับความสนใจล้นหลาม เนื้อหาครอบคลุมทั้งการพัฒนาตนเอง ความสำคัญของชาติบ้านเมือง การธำรงรักษาเอกราช ความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความคิด” ให้เยาวชนรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และยืนหยัดบนหลักการที่ถูกต้องเพื่อส่วนรวม ผู้เข้าร่วมต่างตั้งใจฟัง บันทึกภาพ และจำนวนมากเผยว่าได้รับแรงบันดาลใจเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง
หลังจากการบรรยายของ อดีตแม่ทัภาคที่ 2 นั้น ได้เปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษา ได้สอบ ถาม ซึ่งน้องบางคนได้สอบถามว่า อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าในการสู้รบครั้งนี้ช่วงเวลาไหนที่หนักใจที่สุด พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า คือช่วงประ กาศปิดประสาทตาเมืองธม ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสู้รบ ซึ่งหากไม่ประกาศปิด ก็อาจเกิดการปะทะของประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายได้ ทำให้ต้องตัดสินใจปิดประสาท หลังจากนั้นก็ได้มีการสู้รบเกิดขึ้นในที่สุด
อีกหนึ่งความประทับใจภายในงาน คือการแสดงความสามารถของ นายณฐกร น้อยกรุต อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ที่ได้แต่งเพลงลำตัด เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และขับร้องสดต่อหน้า “แม่ทัพกุ้ง” สร้างความปลื้มปิติและเสียงชื่นชมจากผู้เข้าร่วมจำนวนมาก สะท้อนศักยภาพของเยาวชนไทยที่สามารถนำความรู้และความเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองมาถ่ายทอดอย่างสร้างสรรค์
ซึ่ง กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของกองทัพภาคที่ 3 ในการดำเนินงานด้านกิจการพลเรือน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทย โดยเน้นการพัฒนาคนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความรักชาติให้คงอยู่ในจิตใจของเยาวชนและประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างความร่วมมือระหว่างกองทัพกับประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด อันจะนำไปสู่ความมั่นคงและความสงบสุขของประเทศในระยะยาว
นที มีเดช รายงาน