ม.แม่โจ้ ผนึกกำลังเครือข่ายสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัย จัด KM “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมือชีพ”

ม.แม่โจ้ ผนึกกำลังเครือข่ายสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัย จัด KM “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมือชีพ”

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประภากร ธาราฉาย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายสื่อสารองค์กร “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมืออาชีพ” ซึ่งฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดขึ้นเพื่อร่วมแชร์ประสบการณ์และพัฒนาทักษะด้านการถ่ายภาพรูปแบบต่างๆ โดยมีคณะกรรมการเครือข่ายสื่อสารองค์กรจากทุกคณะ/วิทยาลัย/สำนัก รวมถึงนักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ กว่า 90 คน ณ Co working Space อาคาร แม่โจ้ 70 ปี มหา วิทยาลัยแม่โจ้

“ภาพถ่าย” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การสื่อสารสามารถเข้าใจและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายสื่อสารองค์กร “Reskill เทคนิคการถ่ายภาพโดยวิทยากรมืออาชีพ” ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์วิศาล น้ำค้าง วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ และ ผศ.จรัลศักดิ์ ลอยมี สาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพสร้างสรรค์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ ด้านการถ่ายภาพในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพกิจกรรม ภาพสถานที่ ภาพกีฬา ภาพบุคคล ฯลฯ ทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติ เป็นการช่วยพัฒนาศักยภาพด้านการถ่ายภาพ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ แชร์ประสบการณ์ระหว่างกัน

นอกจากนั้นยังเกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งคณะกรรมการเครือข่ายฯ และนักศึกษา ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันยุทธศาสตร์สำคัญของมหาวิทยาลัย และการจัดกิจกรรมใหญ่ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้คือ การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 “อินทนิลเกมส์” ระหว่างวันที่ 9-19 มกราคม 2569 ที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของมหาวิทยาลัยสู่สาธารณชนต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มช.จัดกิจกรรมลูกช้างขึ้นดอยสานต่อประเพณีสู่ปีที่ 61 “รับน้องขึ้นดอย ร้อยภู พันธุ์เผ่า หลากเหล่าชนเนา ล้วนวัฒนา” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มช. จัดกิจกรรมลูกช้างขึ้นดอยสานต่อประเพณีสู่ปีที่ 61 “รับน้องขึ้นดอย ร้อยภู พันธุ์เผ่า หลากเหล่าชนเนา ล้วนวัฒนา” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เช้าวันนี้ (22 พ.ย.68) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกิจกรรม “รับน้องขึ้นดอย” งานประเพณีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่จัดขึ้นต่อเนื่องสู่ปีที่61 โดยมี ศ.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม สำหรับปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “รับน้องขึ้นดอย ร้อยภู พันธุ์เผ่า หลากเหล่าชนเนา ล้วนวัฒนา” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนทุกหมู่เหล่า อันก่อเป็นคุณูปการภายใต้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ที่รวมถึงประชาชนในพื้นที่ราบสูง ให้ได้รับโอกาสได้มีอาชีพ และสามารถดำเนินวิถีชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขและมีคุณภาพ

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 03.30 น. โดยผู้แทนนักศึกษาจากคณะต่าง ๆ สวมชุดพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเชียงใหม่ร่วมกันอัญเชิญเครื่องสักการะพระบรมธาตุออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยตามลำดับ ประกอบด้วย

  1. คณะวิศวกรรมศาสตร์
  2. คณะเกษตรศาสตร์
  3. คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
  4. คณะแพทยศาสตร์
  5. คณะอุตสาหกรรมเกษตร
  6. คณะเศรษฐศาสตร์
  7. คณะสังคมศาสตร์
  8. คณะเทคนิคการแพทย์
  9. คณะสัตวแพทยศาสตร์
  10. คณะทันตแพทยศาสตร์
  11. คณะบริหารธุรกิจ
  12. วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี
  13. คณะเภสัชศาสตร์
  14. คณะการสื่อสารมวลชน
  15. คณะพยาบาลศาสตร์
  16. คณะศึกษาศาสตร์
  17. คณะมนุษยศาสตร์
  18. คณะนิติศาสตร์
  19. วิทยาลัยนานาชาตินวัตกรรมดิจิทัล
  20. คณะวิทยาศาสตร์
  21. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ
  22. คณะวิจิตรศิลป์

นอกจากนี้ยังมีขบวนของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมด้วยสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะสาธารณสุขศาสตร์ วิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ประเพณีการนำน้องใหม่ไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ “รับน้องขึ้นดอย” เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2507 เป็นต้นมา โดยนักศึกษาจะร่วมใจกันเดินขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นระยะทางรวมกว่า 14 กิโลเมตร ซึ่งทุกก้าวไม่ใช่แค่เส้นทางสู่ยอดดอย แต่คือการเดินทางสู่หัวใจของ “ชาวมหาวิทยาลัยเชียงใหม่” สองข้างทางน้อง ๆ ได้พบกับรอยยิ้มของพี่ๆ นักศึกษาปัจจุบันและนักศึกษาเก่า ได้สัมผัสถึงมิตรภาพ ความอบอุ่น และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการส่งน้ำ ยื่นมือให้กำลังใจ หรือเดินไปด้วยกันอย่างเข้าใจและเท่าเทียม เมื่อถึงบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพแล้ว พี่ๆ นำนักศึกษาน้องใหม่ทุกคน สักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตการศึกษา และการเริ่มต้นบทบาท “ลูกช้าง มช.” อย่างสมบูรณ์ นับว่าเป็นการรับน้องที่สร้างสรรค์ที่จัดสืบเนื่องต่อกันมาทุกปี


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพน้อยที่ 3 ร่วมพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ ประชุมการขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ 2569

แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) ร่วมพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ ประชุมการขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ 2569

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3/ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) เป็นประธานพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับกำลังพลในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติงานภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ณ กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

จากนั้น พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3/ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) เป็นประธาน การประชุมการขับเคลื่อนแผนการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ 2569 ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามนโยบายของ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

เเม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมเยือนและบรรยาย “เสริมสร้างแรงบันดาลใจ สู่เส้นทางฝันที่วาดไว้” ให้กับนักเรียน รร.สามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย พร้อมประชุมมอบนโยบายให้มทบ.37

เเม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมเยือนและบรรยาย “เสริมสร้างแรงบันดาลใจ สู่เส้นทางฝันที่วาดไว้” ให้กับนักเรียน รร.สามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย พร้อมประชุมมอบนโยบายให้มณฑลทหารบกที่ 37 และไปทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ ยกเสาเอก-เสาโท อาคารสำนักงานสนามกอล์ฟ ศูนย์พัฒนากีฬามณฑลทหารบกที่ 37 โดยมี ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยคณะ ฝ่ายเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ข้าราชการ พลเรือน เอกชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีฯ ในการนี้ พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานดำเนินงาน ได้นำกำลังพลและครอบครัว มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมในพิธีฯ ได้รับความเมตตานุเคราะห์จากคณะสงฆ์วัดเม็งรายมหาราช ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และชัยมงคลคาถา เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ พื้นที่ก่อสร้าง มณฑลพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารสำนักงานสนามกอล์ฟ ศูนย์พัฒนากีฬามณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ต่อมา พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยทหารในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย รับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา โดยมี พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้มอบนโยบายโดยเน้นย้ำให้เตรียมกำลังให้พร้อมรับทุกภารกิจ ปรับปรุงการทำงานให้ทันสมัยและมีประ สิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับการพิทักษ์สถาบันหลักของชาติ การช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ ณ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำ เภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ต่อจากนั้น พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณ อิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 , พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 , นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าของโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม เดินทางมาเยี่ยมเยือนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม โดยมี ว่าที่ร้อยโท ณัฐรัชต์ ใหญ่ผา ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม คณะผู้บริหารโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม คณะครูและนักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ เเม่ทัพภาคที่ 3 ได้บรรยาย “เสริมสร้างแรงบันดาลใจ สู่เส้นทางฝันที่วาดไว้” ให้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม และได้ตอบข้อซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักเรียนที่ร่วมกิจกรรม บรรยากาศเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพลังแห่งความฝันของเยาวชนสามัคคีวิทยาคม ณ หอประชุมโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

พร้อมกันนี้ ศิษย์เก่าทรงคุณค่า พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ส.น.ส. 24/27 พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ส.น.ส. 24/27 นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ส.น.ส. 28/31 ได้พบปะ ให้ข้อคิดเเละกำลังใจ ในการศึกษาเล่าเรียนเเก่นัก เรียน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นเเละความประทับใจที่ศิษย์เก่าโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ได้มาพบปะนักเรียนในรุ่นปัจจุบัน


นที มีเดช รายงาน

อช.กุยบุรี เร่งติดตามช้างป่าบาดเจ็บที่ขาหลัง พบมูลเหลวในพื้นที่ประเมินอาการใกล้ชิด เตรียมเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน

อช.กุยบุรี เร่งติดตามช้างป่าบาดเจ็บที่ขาหลัง พบมูลเหลวในพื้นที่ประเมินอาการใกล้ชิด เตรียมเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน

วันนี้ 23 พ.ย. 68 นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี
ได้รับรายงานจาก นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หลังรับแจ้งเหตุพบช้างป่าโตเต็มวัย 1 ตัว มีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหลัง ในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ในโครงการติดตามประชากรช้างป่าแบบบูรณาการ พบช้างป่าตัวดังกล่าวในพื้นที่ แปลงหญ้าอาหารสัตว์ป่า บ่อ 1 หมู่ 7 ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี โดยพบว่า เป็นช้างโตเต็มวัย (ไม่ทราบเพศ) มีบาดแผลบริเวณขาหลัง. และพบมูลเหลวในบริเวณใกล้เคียง และเนื่องจากเป็นเวลาใกล้ค่ำ เจ้าหน้าที่ประเมินว่าอาจเสี่ยงต่อความปลอดภัย จึงวางแผนติดตามตรวจสอบต่อในวันรุ่งขึ้น

โดยวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568​ เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามอีกครั้ง พบช้างป่าอยู่ในแปลงหญ้าเดิม จึงสั่งการให้ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าและทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี เข้าประเมินอาการอย่างละเอียด พร้อมเตรียมช่วยเหลือโดยเร็ว​ที่สุด


บรรณรต เพชรบุรี

พิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร “หลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ” ศรัทธามหาชนหลั่งไหลร่วมอาลัย ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง

พิธีประชุมเพลิงสรีระสังขาร “หลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ”ศรัทธามหาชนหลั่งไหลร่วมอาลัย ครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่น วัดป่าสำราญนิวาส จ.ลำปาง

วัดป่าสำราญนิวาส อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง จัดพิธีถวายเพลิงสรีระสังขาร หลวงปู่สม บูรณ์ กันตวัณโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสำราญนิวาส พระเถระผู้เป็นที่เคารพศรัทธาแห่งสายพระป่าอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 สิริอายุ 93 ปี 71 พรรษา โดยมีพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ และคณะสงฆ์จากทั่วประเทศหลั่งไหลมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างเนืองแน่นตลอดวันพิธี เมื่อวันที่22-23 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานฌาปนกิจวัดป่าสำราญนิวาส

พิธีเริ่มต้นขึ้นในเวลา 15.00 น. โดยพระเดชพระคุณพระเทพวชิราธิบดี เจ้าคณะภาค 6–7 (ธรรมยุต) เป็นประธานพิจารณาผ้าไตรบังสุกุล และพระครูวิมลธรรมรัต (ศรีนวล วิมโล) แสดงธรรมบนธรรมาสน์ ท่ามกลางบรรยากาศสงบ สำรวม และเต็มไปด้วยความอาลัยของศรัทธามหาชน ภายในพิธีมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน อาทิ พลตำรวจตรี วิชัย เชี่ยวเวทย์ อดีตผู้บังคับ การตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ประกอบพิธีจุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย และนายคมสันต์ ขวัญวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา จุดเทียนส่องธรรมอาราธนาธรรม พร้อมทั้งมีสาธุชนร่วมทอดผ้าบังสุกุลตามลำดับอย่างพร้อมเพรียง

งานพิธีที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–23 พฤศจิกายน สะท้อนพลังศรัทธาและความร่วมแรงร่วมใจของคณะสงฆ์และสาธุชนหลายภาคส่วน โดยมีพระอาจารย์ตะวัน วัดถ้ำแจ้ง ทำหน้าที่ประ สานงานหลักเพื่อให้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย วัดป่าสำราญนิวาสยังได้กราบอาราธนาพระมหาเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่จากหลายจังหวัดเมตตาร่วมงาน อาทิ พระพรหมมงคลวัชโรดม (โอภาส โอภาโส) อายุ 94 ปี 74 พรรษา, พระวชิรสีลาจารย์ หลวงปู่บุญมี กลมโล อายุ 99 ปี 78 พรรษา, พระครูมงคลเกษม หลวงปู่ครูบาเสน เขมจาโร อายุ 94 ปี 74 พรรษา, พระครูปัญญาศีลวิมล หลวงปู่สังวร ภทฺทสีโล อายุ 96 ปี 76 พรรษา, พระญาณวิเศษ หลวงปู่สุพรรณ กนโก อายุ 93 ปี 71 พรรษา, พระเทพญาณเวที หลวงปู่ศรีมูล มูลสิริ อายุ 90 ปี 70 พรรษา, พระครูสังวรญาณโสภณ หลวงปู่เจริญ ญาณวุฒฺโธ อายุ 95 ปี 75 พรรษา, พระครูอุดมภาวนาจารย์ หลวงปู่ทองสุก อุตตรปัญโญ อายุ 93 ปี 73 พรรษา, พระครูสิริโสมคุณ หลวงปู่สมยศ สิริจนฺโท อายุ 88 ปี 66 พรรษา, พระครูวิมลธรรมรัต หลวงพ่อมหาศรีนวล วิมโล อายุ 66 ปี 45 พรรษา, พระครูธรรมวิวัฒนคุณ หลวงปู่เจริญ จตฺตสลฺโล อายุ 75 ปี 55 พรรษา, พระครูจันท สีลคุณ หลวงปู่บุญจันทร์ จันทสีโล อายุ 80 ปี 60 พรรษา, พระครูปิยสีลโสภณ หลวงพ่ออาสน์ ปิยสีโล, พระเทพวชิราธิบดี หลวงพ่อฤทธิรงค์ ญาณวโร อายุ 64 ปี 44 พรรษา, พระราชสิริวชิโรดม หลวงพ่อสุขเลิศ กนฺตธมฺโม อายุ 59 ปี 39 พรรษา, พระครูฐิติธรรมปโภธิ หลวงพ่อสมโพธิ สคารโว พรรษา 44 และพระวิสุทธิวชิรคุณ หลวงพ่อชายแดน สีลสุทโธ อายุ 69 ปี 36 พรรษา ซึ่งต่างเดินทางมาร่วมพิธีด้วยความเคารพต่อคุณูปการของหลวงปู่สมบูรณ์ที่มีต่อพระพุทธศาสนา

ภายในงานยังจัดให้มีพิธีสวดพระอภิธรรม การถวายเครื่องสักการะ และพิธีประชุมเพลิงตามแบบอย่างพระป่ากรรมฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศได้ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมระลึกถึงคุณความดีของหลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ ผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวล้านนาและเป็นกำลังสำคัญของการเผยแผ่ธรรมะในภาคเหนือมากว่า 60 ปี

สำหรับประวัติของหลวงปู่สมบูรณ์ กันตวัณโณ ท่านเกิดในตระกูลนิ่มตระกูล ที่บ้านลำปางกลาง จังหวัดลำปาง เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้อง 6 คน ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย ก่อนย้ายไปค้าขายที่กาดเกาะจาวใกล้สถานีรถไฟลำปาง เมื่ออายุ 18–19 ปี ท่านย้ายมาอยู่กับตายายที่ตำบลเกาะคา และได้ร่วมช่วยงานวัดป่าสำราญนิวาสในช่วงเริ่มก่อสร้าง จนเกิดศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา ในปี พ.ศ.2498 ท่านได้ติดตามหลวงปู่แว่น ธนปาโล ไปภาคอีสาน และบรรพชาอุปสมบท ณ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2498 โดยมีพระมหาทองสุก สุจิตโต เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่แว่น ธนปาโล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสมบูรณ์ ปุณณาโภ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังการอุปสมบท ท่านได้จำพรรษาหลายแห่ง ทั้งวัดบ้านบัว จังหวัดสกลนคร วัดควนจง จังหวัดสงขลา วัดอโศการาม โดยถวายงานใกล้ชิดท่านพ่อลี ธัมมธโร และจำพรรษาที่วัดสันติธรรม จังหวัดเชียงใหม่ วัดถ้ำพระสบาย ก่อนกลับมาประจำวัดป่าสำราญนิวาสตามคำบัญชาของหลวงปู่แว่น ธนปาโล เพื่อช่วยงานหลวงปู่หลวง กตปุญโญ

ตลอดเส้นทางธรรม หลวงปู่สมบูรณ์ได้ถวายงานและศึกษากับครูบาอาจารย์สายกรรมฐานหลายท่าน เช่น หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม และหลวงปู่สิม พุทธาจาโร อีกทั้งยังร่วมงานสร้างวัดอโศการามในยุคท่านพ่อลี ท่านได้พัฒนาวัดป่าสำราญนิวาสให้เจริญงอกงาม และเป็นที่เคารพรักของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศจนวาระสุดท้ายของชีวิต


เอนก ธรรมใจ / รายงาน

ดร.แดน รับเทียบเชิญ พรรคไทยชนะ เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พรรคการเมืองเกิดใหม่มีสิทธิ์ลุ้นเสนอชื่อ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หรือที่ประชาชนรู้จักในนาม “Doctor Dan can do” เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะพิจารณารับเทียบเชิญจาก “พรรคไทยชนะ” ลั่นวิกฤตชาติต้องได้รับการแก้ไข

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2568 สถานการณ์การเมือง ใกล้ห้วงเวลายุบสภาต้องจับตาไม่กระพริบ! “พรรคไทยชนะ” บุกทาบทาม ดร.แดนฯ เชื่อเจ้าตัวส่งสัญญาณบวก ทบทวนการตัดสินใจสู่สนามเลือกตั้ง เพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองที่เกิดใหม่ให้ประชาชนได้เลือกตามผลสำรวจนิด้าโพล 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ที่ไม่รู้จะเลือกใครเป็นนายกฯ และยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใด

นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ พร้อมด้วย นายโกศล หกสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคฯ, นายประสงค์ แก้ววิจิตร กรรมการบริหารพรรคฯ เข้าพบ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ “Dr.DAN CANDO” เพื่อขอคำปรึกษาและเทียบเชิญ ขอเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคไทยชนะ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีความเป็นกันเอง จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นเมื่อมีการหารือถึงปัญหาปากท้องและวิกฤตศรัทธาของประเทศ ทำให้ Dr.DAN ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองเป็นนักวิชาการมีชื่อเสียง เริ่มแสดงท่าทีสนใจ โดยกล่าวว่า “สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้เปราะบางมาก หากความรู้ความสามารถของผมจะช่วยกอบกู้สถานการณ์ได้ ผมก็มิอาจเพิกเฉย ขอนำข้อเสนอนี้ไปไตร่ตรองด้วยหัวใจที่รักชาติ”

ถือเป็น สัญญาณบวก ที่ชัดเจนที่สุด ว่า Dr.DAN อาจจะตัดสินใจร่วมกับพรรคไทยชนะ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทยทันที


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“บิ๊กเผือก” ผบช.ทท. กำชับภารกิจเร่งด่วน นำสิ่งของอุปโภค บริโภคมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา

“บิ๊กเผือก” ผบช.ทท. กำชับภารกิจเร่งด่วน นำสิ่งของอุปโภค บริโภคมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.สงขลา

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.30 น. : พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. สั่งการให้ ตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ ดำเนินการนำรถวิทยุโฟวิลบรรทุกอาหารสด อาหารแห้ง และเครื่องดื่ม ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ผบช.ทท. และความอนุเคราะห์จากภาคเอกชน (ห้างแม็คโครหาดใหญ่) เพื่อนำไปแจกจ่ายและมอบให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนผู้ประสบภัยที่ติดค้างและขาดแคลนอาหารภายในพื้นที่โรงแรมแกรนด์พลาซ่าหาดใหญ่ ถนนเสน่หานุสรณ์ เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยืนยันความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในทุกสถานการณ์วิกฤต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมพัฒน์ฯ อุ่นเครื่อง เตรียมส่งเยาวชนไทย ชิงชัยเวทีฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ณ กรุงไทเป ปลายเดือนพฤศจิกายน 2568

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนากำลังคนของประเทศ โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพด้านทักษะอาชีพ พร้อมทั้งพัฒนาสมรรถนะในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านเทคนิค การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การบริหารจัดการเวลา การสื่อสาร และการทำงานภายใต้แรงกดดัน ซึ่งล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของแรงงานในโลกยุคใหม่ และเป็นปัจจัยที่นายจ้างให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้จัดแข่งขันฝีมือแรงงานในระดับต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาขีดความสามารถของกำลังแรงงาน และเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนด้านแรงงาน ส่งเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และแสดงให้ทั่วโลกยอมรับในมาตรฐานฝีมือแรงงานไทยด้วย

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี พ.ศ.2568 ไต้หวันจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการไทเปหนานกัง เขตหนานกัง ไทเป ไต้หวัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมแก่ผู้แข่งขัน ล่าม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่ง ขัน กรมได้จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-23 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมเดอะ พาลาสโซ กรุงเทพมหานคร

ซึ่งประเทศไทยได้จัดส่งผู้แข่งขันรวมทั้งสิ้น 19 คน ใน 16 สาขา ประกอบด้วย

1.สาขาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ประเภททีม)
2.สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม
3.สาขาเทคโนโลยีเว็บ
4.สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น
5.สาขาการแต่งผม
6.สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ประเภททีม)
7.สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม) 8.สาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม
9.สาขาการประกอบอาหาร
10.สาขาเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าภายในอาคาร 11. สาขาการสร้างโมเดลในเกมสามมิติ
12.สาขาการก่ออิฐ
13.สาขาการจัดดอกไม้
14.สาขาการซ่อมตัวถังรถยนต์
15.สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย และ
16.สาขาต่อประกอบมุมไม้

การสัมมนาครั้งนี้ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้เยาวชนทั้งด้านร่างกาย และ จิตใจ ฝึกฝนให้รู้จักการทำงานร่วมกัน ช่วยสร้างความเชื่อมั่น จนสามารถเอาชนะคู่แข่งในสนามจริง และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้แต่ ที่สำคัญที่สุดคือ การนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพได้ต่อไป นายสมาสภ์ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง มอบรถ Mini Bus สนับสนุนภารกิจมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบรถ Mini Bus สนับสนุนภารกิจมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมมอบค่าพาหนะ เครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ในโครงการออกหน่วยฯ ครั้งที่ 175 รวมงบฯ กว่า 3.1 ล้านบาท

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ, นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการฯ, นายชูเดช เตชะไพบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการฯ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ลงพื้นที่ มอบค่าพาหนะ พร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย เส้นหมี่ขาว, วุ้นเส้น, น้ำมันพืช, ขนมเบ็ดเตล็ด ,รองเท้าฟองน้ำ บรรจุถุงผ้าดิบมูลนิธิฯ ให้แก่ผู้รับขาเทียม และช่างอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 175 รวมจำนวน 175 คน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น 158,928.75 บาท

พร้อมมอบรถโดยสารขนาดเล็ก (Mini Bus) มูลค่า 2,950,000 บาท แก่มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมงบประมาณดำเนินการในครั้งนี้ทั้งสิ้น 3,108,928.75 บาท (สามล้านหนึ่งแสนแปดพันเก้าร้อยยี่สิบแปดบาทเจ็ดสิบห้าสตางค์) โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นประธานในพิธี ณ โดมอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

การสนับสนุนมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่การดำเนินการครั้งที่ 165 รวม 11 จังหวัด คิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4.9 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่างๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน