กุลดิศวิทยานุสรณ์ จัด “โครงการโรงเรียนบ้านสานสัมพันธ์” ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี Ai นำมาปรับใช้ระบบโรงเรียน

เพชรบูรณ์ – กุลดิศวิทยานุสรณ์ จัด “โครงการโรงเรียนบ้านสานสัมพันธ์” ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 ก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี Ai นำมาปรับใช้ระบบโรงเรียน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ที่บริเวณห้องประชุม โรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินการจัดประชุมผู้ปกครองนักเรียน ครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 ภายใต้ชื่อกิจกรรม “โครงการโรงเรียนบ้านสานสัมพันธ์” เพื่อเปิดให้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆของโรงเรียน เพื่อเป็น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความร่วมมือกันระหว่างบ้านกับโรงเรียน ในการหาแนว ทางป้องกัน แก้ไขและสนับสนุนนักเรียนในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้ปกครองพบครูประจำชั้น รับผลการสอบในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 และเพื่อรองรับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งก่อนเริ่มพิธีการในลำดับต่างๆ ทางคณะผู้บริหาร ครู และผู้ปกครอง ได้ร่วมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง

จากนั้น นางสาวกุลนิษฐ์ ครุฑางคะ ผู้จัดการโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์แก่ ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ ประธานในพิธี กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย มิสวรรณวิมล ครุฑางคะ ผู้อำนวยการโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ กล่าวต้อนรับผู้ปกครอง ที่เข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น

โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีในห้องประชุม ทางผู้ปกครองนักเรียน ต้องแยกย้ายไปพบปะครูประจำชั้นแต่ละห้องเรียน เพื่อได้พูดคุย สอบถามข้อมูลการเรียน พฤติกรรมของบุตรหลาน ซึ่งถือเป็นส่วนช่วยกำหนดแนวทาง สนับสนุนให้เกิดการพัฒนานักเรียนในทุกมิติ โดยเฉพาะเทคโนโลยี Ai ที่เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งทางโรงเรียน ก็ได้ก้าวล้ำเข้าสู่ Ai เพื่อนำมาปรับใช้กับระบบโรงเรียน และใช้ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงรุก ในการพัฒนา ส่งเสริมผู้เรียนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ต่อไป

สอบถาม นางสาวกุลนิษฐ์ ครุฑางคะ ผู้จัดการโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ เผยว่า เรามีการส่งเสริมเทคโนโลยี Ai เข้ามา เนื่องจากว่าในยุคปัจจุบัน Ai เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ทางโรงเรียนก็พยายามสอนให้เด็กๆ ได้ใช้เทคโนโลยี รวมถึงการนำมาปรับใช้ในระบบโรงเรียน อีกด้วย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

“ทหารพราน 32” นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาว ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว

“ทหารพราน 32″ นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาว ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอบ่อเกลือ, อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ร่วมกับ ผู้นำหมู่บ้าน และ อสม. จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” โดยลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้ยากไร้ ผู้พิการ และ ผู้สูงอายุ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป จำนวน 4 พื้นที่ รวมทั้งสิ้น 13 ราย ดังนี้

  1. พื้นที่ บ้านห้วยลอย หมู่ที่ 6 ตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน มอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 2 ราย
  2. พื้นที่ บ้านนาบง หมู่ที่ 14 ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน มอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 2 ราย
  3. พื้นที่ บ้านน้ำสอด หมู่ที่ 8 ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน มอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 4 ราย
  4. พื้นที่ บ้านชำนาญจุ้ย หมู่ที่ 9 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก มอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 5 ราย

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง


นที มีเดช รายงาน

ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 และ ประธานสมาคมฯ เยี่ยมเยียน และติดตามความเป็นอยู่กำลังพลที่มีบุพการีพิการทุพพลภาพ

ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 และ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมทหารพรานที่ 32 เยี่ยมเยียน และติดตามความเป็นอยู่กำลังพลที่มีบุพการีพิการทุพพลภาพ

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 พันเอก ปิยะพงษ์ พรดา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 32 พร้อมด้วย ทันตแพทย์หญิง ภัทราวรรณ พรหมโชติ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมทหารพรานที่ 32 นำคณะนายทหาร พร้อมด้วยคณะแม่บ้าน เดินทางเข้าพบปะเยี่ยมเยียน นาย ประพัฒ ยาโน บิดาของ จ.ส.ต. นิพนธ์ ยาโน ในพื้นที่ บ้านนาซาว ต.ดู่ใต้ อ.เมือง จ.น่าน และ นาง ทองใบ สีโน มารดาของ อส.ทพ. เมธี สีโน ในพื้นที่ บ้านบุปผาราม ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน

พร้อมทั้งได้มอบเงินทุนยังชีพจาก สมาคมแม่บ้านทหารบก และผ้าห่มกันหนาว สิ่งของอุปโภค/บริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมถึงได้ติดตามความเป็นอยู่กำลังพลที่มีบุพการีพิการทุพพลภาพ เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยได้สอบถามปัญหาและความต้องการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของกำลังพลในขั้นต้น

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง จัดกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ทหารพรานจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวให้ราษฎรที่ยากจนในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง จัดกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ทหารพรานจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวให้ราษฎรที่ยากจนในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 กองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านตำบลสันต้นหมื้อ, อาสาสมัครสาธารณสุขตำบลสันต้นหมื้อ นำผ้าห่มกันหนาวพร้อมด้วยถุงบำรุงขวัญ เพื่อนำไปมอบให้กับผู้ที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ ตำบลสันต้นหมื้อ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ นาย เสาร์ สันใจ อายุ 82 ปี ผู้ยากไร้ฐานนะยากจน

เพื่อปฏิบัติช่วยเหลือและปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” โดยมีเป้าหมายในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งการ แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว และการให้บริการด้านสุขภาพ โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ยากไร้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารตามแนวชายแดน ณ บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 1 บ้านโล๊ะ ตำบลสันต้นหมื้อ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่


กองทัพบก ระดมกำลังพลเต็มกำลัง ช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ หลังสถานการณ์อุทกภัยขยายวงกว้าง

กองทัพบก ระดมกำลังพลเต็มกำลัง ช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ หลังสถานการณ์อุทกภัยขยายวงกว้าง

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก เดินหน้าขยายการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง หลังสถานการณ์อุทกภัยยังไม่คลี่คลาย และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากปริมาณฝนที่ตกสะสมตลอดทั้งคืน ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 จึงได้ยกระดับการช่วยเหลือ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยลงพื้นที่เร่งด่วน

โดยนำกำลังพล พร้อมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้

  • จังหวัดสงขลา
    • หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 5 จัดกำลังพล พร้อมด้วยยานพาหนะ ช่วยส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ในพื้นที่อำเภอเมือง จำนวน 7 ราย ไปยังโรงพยาบาลสงขลา และช่วยอพยพประชาชนที่ติดค้างไปยังพื้นที่ปลอดภัย
    • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 153 จัดกำลังพลลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในอำเภอทุ่งยางแดง โอกาสนี้ได้ช่วยประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากการลื่นล้มในบ้านจนแขนซ้ายหักผิดรูป ส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งยางแดง
    • กองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 ได้จัดตั้งหน่วยพยาบาล ให้บริการรักษาและส่งกลับผู้ป่วย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในอำเภอเทพา
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 จัดกำลังพลชุดบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยชุดแพทย์เคลื่อนที่ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดกรองและตรวจรักษาโรคเบื้องต้นในพื้นที่อำเภอระโนด และได้นำส่งผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังโรงพยาบาลระโนด นอกจากนั้นในอำเภอสทิงพระ ได้จัดกำลังพลช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้แก่ประชาชนอีกด้วย
    • มณฑลทหารบกที่ 42 จัดกำลังพลลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ทั้งการแจกจ่ายสิ่งของอุปโภคบริโภค การอพยพผู้สูงอายุ และการช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่
    • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 5 จัดกำลังพลพร้อมยานพาหนะช่วยอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการสัญจร เนื่องจากเส้นทางถนนสายรัตภูมิ – สตูล ในพื้นที่อำเภอรัตภูมิมีดินสไลด์กีดขวางการจราจร
  • จังหวัดนราธิวาส : สถานการณ์น้ำที่ท่วมสูงเพิ่มมากขึ้นในอำเภอบาเจาะ ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ได้จัดกำลังพลลงพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร นอกจากนั้นในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ได้จัดกำลังพล พร้อมยานพาหนะ ช่วยอพยพประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็ก ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว
  • จังหวัดนครศรีธรรมราช :
    • กองพันทหารสารวัตรที่ 41 จัดกำลังพลลงพื้นที่อำเภอหัวไทร เร่งทำแนวกั้นคลื่น เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำทะเลหนุนสูง จนเกิดคลื่นซัดชายฝั่งทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย
    • กองพันทหารม้าที่ 16 กองพลทหารราบที่ 5 จัดกำลังพลลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ พร้อมน้ำดื่มให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมสอบถามความช่วยเหลือเพิ่มเติม ในพื้นที่อำเภอนาบอน
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 จัดกำลังพล พร้อมเรือท้องแบนลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์
  • จังหวัดปัตตานี :
    • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 จัดกำลังพล พร้อมยานพาหนะ ช่วยอพยพเด็กจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงมายังศูนย์พักพิงโรงเรียนบ้านกะลาพอ ในอำเภอสายบุรี
    • กรมทหารพรานที่ 44 จัดกำลังพลลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมติดตามความช่วยเหลือเพิ่มเติมในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง

ทั้งนี้หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือจากกองทัพบก สามารถประสานได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 เบอร์โทรศัพท์ 074-383-405 ตลอด 24 ชั่วโมง

กองทัพบก มุ่งมั่นให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ


นที มีเดช รายงาน

“ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3” เยี่ยมเยียนการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน

“ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3” เยี่ยมเยียนการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน


เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 เดินทางไปตรวจเยี่ยมเยียนการดำเนินงานของสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน ในการนี้ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 38 , สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2 และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 ได้นำผลิตภัณฑ์จากโครงการพัฒนาผลิต ภัณฑ์และอาชีพเสริม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มาจัดแสดงให้คณะฯ ได้เยี่ยมชม อาทิเช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน ข้าวเกรียบปลา กล้วยหนึบ กล้วยกรอบ น้ำพริกปลากรอบ น้ำพริกแคบหมู น้ำพริกหมูคั่ว พรมเช็ดเท้า และที่รองเขียง ณ สโมสรนายทหารค่ายสุริยพงษ์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมี ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 38, ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 15 กรมทหารม้าที่ 2, ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองพันทหารม้าที่ 10 กรมทหารม้าที่ 2 และสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบกในพื้นที่จังหวัดน่าน ร่วมให้การต้อนรับ


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง จัดกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” นำจิตอาสามอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง จัดกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” นำจิตอาสามอบผ้าห่มกันหนาวให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้านบ้านสันทราย, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, อาสาสมัครสาธารณสุขบ้านสันทราย หมู่.9 ได้นำผ้าห่มกันหนาว พร้อมด้วย ยาสามัญประจำบ้าน ไปมอบให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และผู้ที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ บ้านสันทราย จำนวน 2 ราย ได้แก่

  1. นาง แสง สุภา อายุ 83 บ้านเลขที่ 26 บ้านสันทราย หมู่.9 ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ
  2. นางเอ้ย ทองคำสุข อายุ 78 บ้านเลขที่ 54 บ้านสันทราย หมู่.9 กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุและผู้ยากไร้

ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือและปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” โดยมีเป้าหมายในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งการ แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว และการให้บริการด้านสุขภาพ ณ บ้านสันทราย หมู่.9 ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย


นที มีเดช รายงาน

ตร.เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้โบสถ์เหรียญบาท มือดีย่องขนหลักฐานทิ้งกลางดึกก่อนพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด อ.ทับสะแก

ประจวบฯ – ตร.เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้โบสถ์เหรียญบาท มือดีย่องขนหลักฐานทิ้งกลางดึกก่อนพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด อ.ทับสะแก

23 พ.ย.68 คลิปจากชาวบ้านบันทึกขณะเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ภายในโบสถ์ ชาวบ้านหลายรายช่วยกันลากสายยางมาฉีดน้ำผ่านทางหน้าต่างด้านข้างเพื่อสกัดเพลิงระหว่างรอรถดับเพลิง ทราบว่าโบสถ์ดังกล่าวเป็น “โบสถ์เหรียญบาท” ของวัดบ้านทุ่งเคล็ด ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเคยเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างพระสงฆ์สองฝ่ายเกี่ยวกับตำแหน่งเจ้าอาวาส และยังอยู่ในกระบวนการต่อสู้คดีกันในชั้นศาล

ล่าสุด พระประสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด (ปัจจุบัน) เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท. วินัย ลายละเอียด สว.สืบสวน สภ.ทับสะแก ระบุว่า พระอาทิตย์ อดีตเจ้าอาวาส พร้อมพวก ได้เข้าไปขนย้ายทรัพย์สินออกจากโบสถ์หลังเพลิงสงบ โดยไม่แจ้งให้ตนทราบ ทั้งที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังไม่สรุปสาเหตุเพลิงไหม้ ว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาท ซึ่งก่อนเกิดเหตุมีการประกอบพิธีทางสงฆ์ภายในโบสถ์เหรียญบาท

ขณะเจ้าอาวาสวัดทุ่งเคล็ดพาผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบภายในโบสถ์ พบว่ามีการทำความสะอาดพื้นที่อยู่ โดยพบพระอาทิตย์ อดีตเจ้าอาวาส กำลังควบคุมการทำความสะอาดร่วมกับชาวบ้าน เมื่อผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ พระอาทิตย์ปฏิเสธไม่ขอให้ข้อมูลใด ๆ และให้ไปสอบถามร้อยเวร พร้อมสั่งไม่ให้ถ่ายภาพ หากมีภาพใบหน้าจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ด้านนายบุญมา หรือ “เล็ก” อายุ 51 ปี ชาวบ้านในละแวก เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงเรียกให้ช่วย จึงรีบออกมาดูและพบว่าไฟกำลังลุกไหม้ภายในโบสถ์ จึงช่วยกันลากสายยางฉีดน้ำดับไฟ หลังเพลิงสงบพบว่าโต๊ะหมู่บูชาที่ใช้วางดอกไม้ธูปเทียนถูกไฟไหม้จนไม่เหลือซาก รวมทั้งฐานไม้บูชาพระแก้วมรกตถูกไฟไหม้ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปยังผนังโบสถ์และเครื่องปรับอากาศหลายตัว ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่าเหตุไม่น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อาจเกิดจากความประมาทของผู้ที่ประกอบพิธีและไม่ดับธูปเทียนก่อนออกจากโบสถ์

พระประสิทธิ์เล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พระอาทิตย์ได้เปิดโบสถ์เพื่อประกอบพิธีสงฆ์ โดยไม่แจ้งให้ตนทราบ ต่อมาประมาณสามทุ่มกว่า ตนได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ในโบสถ์ ชาวบ้านจึงช่วยกันดับไฟ และหลังร้อยเวรเข้าตรวจที่เกิดเหตุพร้อมถ่ายภาพก่อนกั้นพื้นที่ไว้เพื่อรอพิสูจน์หลักฐานในตอนเช้า ช่วงกลางดึกคืนเดียวกันกลับพบว่าพระอาทิตย์และพวกได้เข้าไปขนย้ายสิ่งของที่เสียหายจากไฟไหม้ไปทิ้ง รวมถึงนำชาวบ้านเข้ามาปัดกวาดเช็ดถูจนเรียบร้อย จึงสงสัยว่าอาจมีเจตนาทำลายหลักฐานก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหรือไม่

ด้าน พ.ต.ท.วินัย ลายละเอียด สว.สอบสวน สภ.ทับสะแก เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องแจ้งความจากพระประสิทธิ์แล้ว และจะตรวจสอบว่าการขนย้ายทรัพย์สินก่อนพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้—ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทจากการประกอบพิธีทางสงฆ์—ต้องรอผลพิสูจน์ ซึ่งได้เร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก


นครินทร์ ประจวบฯ รายงาน

ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 บูรณาการปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า ทำลายเส้นทางลำเลียงยานรกให้สิ้นจากหมู่บ้าน

มุกดาหาร – ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 บูรณาการปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า ทำลายเส้นทางลำเลียงยานรกให้สิ้นจากหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 23 พ.ย.68 เวลา 09.30 น. ในพื้นที่ซอยคำภูเงิน ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรี บุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังจากสืบทราบว่าแก๊งค้ายาบ้าในพื้นที่ ลักลอบขายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย จึงเข้าแจ้งเบาะแสให้กับ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน ปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า จำนวน 2 เป้าหมาย

โดยเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านเลขที่ 35 ซอยคำภูเงิน ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรีบุญ เรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด(ยาบ้า)ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ชุดปฏิบัติร่วมฯ จึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งแหล่งข่าว ตรวจพบ นายวรวิทย์ อายุ 38 ปี อาศัยอยู่ภายในบ้าน จึงได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 3 ถุง จำนวน 139 เม็ด วางอยู่บนแท่นพระบนประตูทางเข้าภายในบ้านพักของนายวรวิทย์ จันทิมพ์ (ทราบชื่อภายหลัง) จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไป

และดำเนินการต่อเนื่องเข้าทำการตรวจค้นบริเวณบ้านเลขที่ 371 ซอย 7 ต.ศรีบญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ซึ่งภายในพบ น.ส.นพมาศ และ น.ส.สมนึก (ทราบชื่อภายหลัง) อาศัยอยู่ภายในบ้าน จึงได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบก้อนวัตถุพันด้วยกระดาษไขภายในห่อหุ้มด้วยซองบุหรี่เปิดดูภายในพบเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 211 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 2 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 213 เม็ด พร้อมโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง บก.ร้อย. ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าเพิ่มเติม จึงได้ทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบ สวนตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

จังหวัดลำพูน แถลงข่าวงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาว ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พย. – 7 ธค. 68

จังหวัดลำพูน แถลงข่าวงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568) เวลา 17.00 น. ณ สะพานขัวมุงท่าสิงห์ ต.ในเมือง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานแถลงข่าว “งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568” โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแถลงข่าว มีประเด็นการแถลงข่าวดังนี้ กิจกรรมบนเวทีกลางภาคค่ำของแต่ละคืน โดยนายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, ประเด็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน การจำหน่ายสลากกาชาด ประจำปี 2568 โดยนางณัษฐพร ชูวงศ์ รักษาการนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน, ประเด็นกิจกรรมการเดินแบบ “การส่งเสริมการใส่ผ้าไทยพระราชนิยม” โดยนางลัดดา พรหมเมือง พัฒนาการจังหวัดลำพูน และการประกวดนางสาวลำพูน ประจำปี 2568 โดยท้องถิ่นจังหวัดลำพูน

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน กำหนดจัดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประ จำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 ณ พื้นที่เอกชน บ้านแม่สารป่า แดด อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์เมืองลำพูน ผู้ทรงก่อตั้งนครหริภุญไชยมาแล้วกว่า 1,300 ปี ซึ่งในปีนี้จัดภายใต้การแสดงความอาลัยถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจังหวัดลำพูน มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดรับกับช่วงเวลาของการไว้อาลัยพระองค์ท่าน โดยเฉพาะกิจกรรม ณ เวทีกลาง ภาคค่ำ และบูธนิทรรศการต่างๆ

อย่างไรก็ตาม การจัดงานดังกล่าวยังคงเป็นการส่งเสริมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าไว้เป็นของฝาก ของที่ระลึก ของขวัญ ในช่วงปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยจะมีพิธีเปิดในวันแรกของการจัดงาน คือ วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ในเวลา 18.30 น.

นอกจากนี้ ตลอดการจัดงาน 10 วัน 10 คืน ยังมีกำหนดการ ดังนี้

  • วันที่ 28 พฤศจิกายน: พิธีเปิดงานฯ ,กิจกรรมเปิดตัวผู้เข้าประกวดนางสาวลำพูน ปี 2568 และการประกวดมิสเตอร์ลำพูนประจำปี 2025
  • วันที่ 29 พฤศจิกายน: การประกวดหนูน้อยลำพูน ประจำปี 2568
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน: การแสดงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • วันที่ 1 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนลำพูนพัฒนา และกิจกรรม “พื้นที่สร้างสรรค์…ทูบีนัมเบอร์วันลำพูน”
  • วันที่ 2 ธันวาคม : การประกวดราชินีแห่งความงามลำพูน (Queen of beauty Lamphun) ประจำปี 2568
  • วันที่ 3 ธันวาคม : การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านและสตรีแม่บ้าน
  • วันที่ 4 ธันวาคม : การแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์
  • วันที่ 5 ธันวาคม : การแสดงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
  • วันที่ 6 ธันวาคม : การประกวดนางสาวลำพูน ประจำปี 2568 รอบตัดสิน)
  • วันที่ 7 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดจังหวัดลำพูน, การหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศลจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568

สำหรับนิทรรศการในปีนี้ เป็นนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และการปกป้องสถา บันสำคัญของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้กำหนดกรอบแนวคิดในการจัดนิทรรศการฯ ภายใต้กรอบแนวคิด “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และเพื่อสืบสานแนวพระราชดำริสู่คนรุ่นใหม่ เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การระลึกถึง และการถ่ายทอดพระราชจริยวัตรในมิติที่อบอุ่นและมีชีวิต ผ่านสื่อผสมผสานระหว่างศิลปะ เทคโนโลยี และเรื่องราวจากหัวใจของพสกนิกรไทย ประกอบกับเพื่อเป็นการแสดงผลงานและกิจกรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 10 เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข
ด้านการจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด

ในแต่ละคืนจะมีการจำหน่ายบัตรมัจฉากาชาด ในราคาฉบับละ ๒๐ บาท เพื่อให้ได้ลุ้นของรางวัล เช่น รถจักรยานยนต์ ทีวี ตู้เย็น พัดลม จักรยาน เครื่องใช้ไฟฟ้า และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมาย โดยจำหน่ายบัตรตั้งแต่ เวลา ๑๗.๐๐ – ๒๓.๐๐ น. ตลอดการจัดงาน (ยกเว้นคืนวันที่ 5 ธันวาคม 2568) ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ประโยชน์ ในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดลำพูน

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ภายใต้โครงการธงฟ้า ราคาประหยัดลดค่าครองชีพ ปีงบประมาณ 2569 จังหวัดลำพูน โดยมีการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ ลดราคาไม่น้อยกว่า 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ สินค้าจัดจำหน่ายภายในงาน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ น้ำมันพืช ข้าวสาร บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป ไข่ไก่สดเบอร์ 2 และน้ำตาลทราย และกิจกรรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าชุมชน และสิน ค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น จำนวนกว่า 10 ร้านค้า จากผู้ประกอบการพื้นที่จังหวัดลำพูน

และสำหรับไฮไลท์หนึ่งในปีนี้ คือ กิจกรรมเดินแบบ “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระ มารดาแห่งไหมไทย” ในงานสักการะพระนางจามเทวี และงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีกลางของงาน โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน กำหนดจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างสำคัญในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยร่วมอนุรักษ์และสืบสานผ้าไทยให้ดำรงไว้คู่แผ่นดิน จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย”

โดยการเดินแบบผ้าไทยในปีนี้ จะประกอบไปด้วยผ้าไทย 2 ประเภท ได้แก่

  • ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “จากรากเหง้าวัฒนธรรม สู่ความสง่างามร่วมสมัย” เพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายตามแบบไทยที่เป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เพื่อให้ผู้ที่ร่วมชมกิจกรรมในวันนั้นได้สัมผัสถึงความสง่างามของเครื่องแต่งกายไทยตามแบบพระราชนิยม ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี-พันปีหลวง ได้พระราชทานชื่อชุดทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย ชุดไทยเรือนต้น, ชุดไทยจิตรลดา, ชุดไทยอมรินทร์, ชุดไทยบรมพิมาน, ชุดไทยดุสิต, ชุดไทยจักรี, ชุดไทยศิวาลัย, ชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 ชุด จะถูกสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารภาคเอกชนของจังหวัดลำพูน
  • ชุดผ้าลำพูน “ถิ่นภูษา ผ้าลำพูน” เพื่อนำเสนอเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบและตัดเย็บจากผ้าลำพูนที่หลากหลาย ทั้งผ้ายกดอกที่เป็นทั้งไหมและฝ้าย ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก ผ้าพิมพ์ลาย และผ้าชนเผ่า รังสรรค์ให้มีความสวยงาม ร่วมสมัย มีสไตล์ โดยยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมล้านนาและอัตลักษณ์ลวดลายของผ้าลำพูน ในธีม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งจะสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ภาคีภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร สมาคม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ การนำเสนอความงดงามของผ้าไทยทั้ง 2 รูปแบบ บนเวทีเดียวกัน จะเป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่าง “คุณค่าของวัฒนธรรมดั้งเดิม” กับ “ความสร้างสรรค์ร่วมสมัย” เป็นการส่งต่อความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของไทย รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ผ้าลำพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายต่อไป

จังหวัดลำพูน โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน จึงขอเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ภาคีภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร สมาคม และพี่น้องประชาชนที่สนใจ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” ในประเภท ชุดผ้าลำพูนในธีม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพื่อร่วมกันแสดงให้เห็นว่าผ้าลำพูนของเรามีความสวยงามและสามารถตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายได้อย่างสวยงามและหลากลาย

โดยแบ่งประเภทของการรับสมัครออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • ประเภท เดินเดี่ยว ค่าใช้จ่าย คนละ 3,000 บาท
  • ประเภท เดินคู่ ค่าใช้จ่าย คู่ละ 2,000 บาท
  • ประเภท เดินกลุ่ม (ไม่เกิน 6 คน) ค่าใช้จ่าย กลุ่มละ 5,000 บาท

โดยสามารถสมัครได้ตั้งแต่ วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ณ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน หรือติดต่อเพื่อสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน โทรศัพท์ 0 5351 1166 รวมถึงติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์การรับสมัครกิจกรรมเดินแบบได้ที่ Facebook “เหล่ากาชาด จังหวัดลำพูน” ทั้งนี้ รายได้จากการจัดกิจกรรมหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบกิจกรรมสาธารณะกุศลตามภารกิจของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน และเหล่ากาดชาดจังหวัดลำพูนต่อไป


นที มีเดช รายงาน