กอ.รมน.จังหวัดลำปางจัดกิจกรรม รณรงค์ประชาสัมพันธ์เคาะประตูบ้าน ชวนผู้นำชุมชน และประชาชน ช่วยกันป้องกันไฟป่าหมอกควันและลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในชุมชนหมู่บ้าน

กอ.รมน.จังหวัดลำปาง นำชุดปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันไฟป่ารอบดอยพระบาท ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง จัดกิจกรรม รณรงค์ประชาสัมพันธ์เคาะประตูบ้าน ชวนผู้นำชุมชน และประชาชน ช่วยกันป้องกันไฟป่าหมอกควันและลดฝุ่นละออง PM 2.5 ในชุมชนหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันตรี สุดิษฐ์ จัดดี รองหัว หน้าฝ่ายนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย ชุดปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันไฟป่าหมอกควัน บูรณาการร่วมกับ ทรัพยากรธรรม ชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำปาง, อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต (เตรียมการ), สถานีควบคุมไฟป่าเขลางค์ – พระบาท และผู้นำชุมชนร่วมลงพื้นที่เป้าหมาย 37 หมู่บ้านรอบดอยพระบาท รณรงค์ประชาสัมพันธ์เคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างการรับรู้ และการส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ชุมชนอิ่วเมี่ยน และชุมชนผาลาด หมู่ที่ 4 ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เพื่อสร้างแรงจูงใจในการช่วยกันป้องกันและลดการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง, พื้นที่การเกษตร, พื้นที่สาธารณะและเขตพื้นที่ป่า


นที มีเดช รายงาน

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 เตรียมความพร้อมชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยและเครื่องมืออุปกรณ์ สนับสนุนเหตุมหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา และภาคใต้ ร่วมกับ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4

กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อมด้วยหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจเตรียมความพร้อมชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยและเครื่องมืออุปกรณ์ สนับสนุนเหตุมหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา และภาคใต้ ร่วมกับ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบหมายให้ พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 พร้อม หัวหน้ากอง ฝ่ายเสนาธิการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจความพร้อมของ ชุดบรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และหน่วยขึ้นตรง ประกอบด้วย กำลังพลนายทหาร – นายสิบ, ยานพาหนะ (รถยนต์บรรทุกขนาด 2 1/2 ตัน FTS) และเครื่องมือ อุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย พร้อมเวชภัณฑ์ เพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ของไทย เมื่อได้รับการสั่งการ หรือร้องขอ พร้อมปฏิบัติได้อย่างทันสถานการณ์

โดยมี พันเอก ธีระพงษ์ จิระโภคิน ผู้บังคับกองพันส่งกำลัง และบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก วีระชาติ โชติวรอานนท์ ผู้บังคับกองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก เอกพงศ์ สุวรรณเวียง ผู้บังคับกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 23 กองบัญชา การช่วยรบที่ 3, พันเอก เกรียงศักดิ์ ชมภูน้อย ผู้บังคับกองพันทหารขนส่งที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และ พันเอก ลาภชัย เศรษฐะทัตต์ ผู้บังคับกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 นำตรวจ และซักซ้อมเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติ ณ ที่ตั้งหน่วยภายใน ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

มทบ. 39 พร้อมทุกเมื่อ เพื่อประชาชนภาคใต้ เพราะทหารและประชาชนคือครอบครัวเดียวกัน

มณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมทุกเมื่อ เพื่อประชาชนภาคใต้ เพราะทหารและประชาชนคือครอบครัวเดียวกัน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 เป็นประธานในการตรวจสภาพความพร้อมของชุดบรรเทาสาธารณภัย และจิตอาสาภัยพิบัติ เพื่อเตรียมการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดข้างเคียง เมื่อได้รับคำสั่ง

โดยยุทโธปกรณ์สำหรับช่วยเหลือประชาชน ประกอบด้วย เรือท้องแบน, เรือยาง พร้อมเครื่องยนต์เรือ ขนาด 40 แรงม้า, เสื้อชูชีพและชุดอุปกรณ์ลำเลียงผู้ประสบภัยจากที่สูง ในส่วนยานพาหนะสนับสนุนภารกิจ อาทิ รถบรรทุกขนาด 2 1/2 ตัน (FTS) และรถครัวสนามพร้อมกำลังพล

ซึ่งกำลังพลในชุดปฏิบัติการ และจิตอาสาภัยพิบัติ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ได้ผ่านการฝึกการช่วยเหลือประชาชนประกอบแผนเผชิญเหตุมาแล้ว และในครั้งนี้ได้ทำการฝึกทบทวนเพื่อเพิ่มความชำนาญและขีดความสามารถทั้งการใช้ยานพาหนะเรือท้องแบน และเรือยาง รวมไปถึงการช่วยเหลือประชนข้ามลำน้ำจากที่สูง ซึ่งกำลังพลได้รับการชี้แจงภารกิจจากคณะผู้บังคับบัญชา เพื่อให้มีความพร้อมในการออกปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง


นที มีเดช รายงาน

นาทีชีวิต ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ใช้เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตจาก รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ สู่ รพ.สงขลานครินทร์ อย่างปลอดภัย

นาทีชีวิต ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ใช้เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤตจาก โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ หาดใหญ่สู่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์อย่างปลอดภัย

วันที่ (26 พฤศจิกายน 2568) เวลา 11.30 น. ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้รับการประสานงานเพื่อขอรับการช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ และส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อทำการรักษาต่อไป

การเข้าให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ โดยใช้ เฮลิคอปเตอร์เพื่อรับผู้ป่วยสูงอายุ เพศหญิง มีอาการภาวะหัวใจล้มเหลว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งรับตัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยตลอดการเคลื่อนย้าย ผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และส่งถึงมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันท่วงทีและปลอดภัย ภารกิจนี้ เป็นการปฏิบัติการจาก ชุดปฏิบัติการบินทหารบก กองกำลังเทพสตรี (ชปบ.ทบ.กกล.เทพสตรี) ซึ่งทางทีมแพทย์ยังได้กล่าวขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารทุกท่านที่ให้ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ขณะนี้ กองทัพระดมกำลังพลช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเต็มกำลัง โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกภาคที่ 4 ส่วนหน้า เดินหน้าขยายการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า จึงได้ยกระดับการช่วยเหลือ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยลงพื้นที่เร่งด่วน โดยนำกำลังพล พร้อมเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย เข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ทหารมีไว้ทำไม #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #แม่ทัพภาคที่4 #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


นที มีเดช รายงาน

ทบ. ระดมเฮลิคอปเตอร์ อากาศยาน หน่วยแพทย์ และหน่วยรบพิเศษ เต็มสรรพกำลัง สนับสนุนเร่งช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยภาคใต้ให้ผ่านพ้นวิกฤต

ทบ. ระดมเฮลิคอปเตอร์ อากาศยาน หน่วยแพทย์ และหน่วยรบพิเศษ เต็มสรรพกำลัง สนับสนุนศูนย์บรรเทาสาธารณภัยภาค 4 ส่วนหน้า เร่งช่วยเหลือประชาชนจากอุทกภัยภาคใต้ให้ผ่านพ้นวิกฤต

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังคงมีความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ล่าสุดวันนี้ (26 พ.ย. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก / ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ได้สั่งการให้ระดมอากาศยานของกองทัพบก อุปกรณ์ทางการแพทย์ และส่งหน่วยรบพิเศษพร้อมเครื่องมือเคลื่อนย้ายโดยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพบก เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเร่งด่วน มีรายละเอียดดังนี้

ศูนย์การบินทหารบก จัดเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 17 (Mi-17) จำนวน 1 เครื่อง และเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 145 (EC-145) จำนวน 2 เครื่อง พร้อมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉินจากกรมแพทย์ทหารบก โดยจะเข้าพื้นที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพร้อมปฏิบัติภารกิจในเวลา 16.00 น. ของวันนี้

หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดกำลังชุดกู้ภัยทางอากาศ รวม 30 นาย พร้อมเครื่องมือ Rescue Platform สำหรับกู้ภัยทางอากาศ เดินทางด้วยเครื่องบินลำเลียงของกองทัพบก โดยจะถึงพื้นที่ประสบภัยและพร้อมปฏิบัติในช่วงเย็นวันนี้

นอกจากนี้ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ยังได้จัดชุดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทางน้ำ พร้อมยุทโธปกรณ์ รถยนต์บรรทุก FTS และรถยนต์บรรทุกหกล้อ จำนวน 17 คัน เรือยางติดเครื่องยนต์ จำนวน 8 ลำ และกำลังพลกว่า 40 นาย เข้าสนับสนุนในพื้นที่ประสบภัย โดยได้ออกเดินทางจากจังหวัดลพบุรีแล้วเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวังสูงสุด โดยจัดกำลังสนับสนุนการอพยพประชาชนทั้งทางเรือและรถยกสูงในพื้นที่น้ำท่วมฉับพลัน พร้อมส่งหน่วยรบพิเศษเข้าทำการโรยตัวช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างในพื้นที่เสี่ยง และจัดชุดแพทย์ทหารลงพื้นที่ดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างปลอดภัยและทั่วถึง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ร่วมประชุมเตรียมรับเสด็จฯ ในหลวง-พระราชินี ในโอกาสเสด็จฯ เปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงานโครงการหลวง ปี 2568 วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นี้

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมประชุมเตรียมรับเสด็จฯ ในหลวง-พระราชินี ในโอกาสเสด็จฯ เปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงานโครงการหลวง ปี 2568 วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นี้

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 มอบหมายให้ พันเอก ประวิทย์ พูลเทียบรัตน์ หัวหน้าฝ่ายยุทธการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เข้าร่วมประชุมร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงเปิดงานโครงการหลวง ประจำปี 2568 พร้อมทั้งทอดพระเนตรการแสดงประกอบดนตรี วิดีทัศน์ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง ชนกาธิเบศรดำริ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จัหงวัดเชียงใหม่ ในวันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่จะถึงนี้ ที่ ห้องประชุม 3 ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธาน พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ฯ

โดยหมายกำหนดการในเบื้องต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งมาถึงยังจังหวัดเชียงใหม่ ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 ในเวลาประมาณ 16.40 น. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และพสกนิกรชาวจังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ ต่อไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครง การหลวง ชนกาธิเบศรดำริ เพื่อประกอบพิธีเปิดอาคารเรียนรู้เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และงาน โครงการหลวงปี 2568 ในเวลา 17.00 น.

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการมอบหมายภารกิจหน้าที่ให้กับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมพระเกียรติ อาทิ การชี้แจงลำดับขั้นตอนของพิธีการ การจัดเตรียมสถานที่ การวางแผนถวายการรักษาความปลอดภัย การปรับภูมิทัศน์ตลอดเส้นทางเสด็จฯ การจัดเตรียมพื้นที่และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาเฝ้าฯ รับ-ส่งเสด็จ การเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม เตรียมการแสดง การอำนวยความสะดวกด้านจราจร การแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง และเพื่อให้การเตรียมงานเป็นไปตามแนวทางที่วางไว้ ถวายการรับเสด็จฯ ได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติ


นที มีเดช รายงาน

รองแม่ทัพภาคที่ 3 และ รองผบ.มทบ.39 ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร และถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 6 และวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ

รองแม่ทัพภาคที่ 3 และ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมพิธีเจริญพระ พุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร และถวายราชสักการะ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต รัชกาลที่ 6 และครบ 100 ปี วันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.30 น. พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พันเอก วิชา อมระดิษฐ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมพิธีเจริญพระ พุทธมนต์และทำบุญตักบาตร (ข้าวสารอาหารแห้ง) พระสงฆ์จำนวน 39 รูป เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต ครบ 100 ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (25 พฤศจิกายน) และพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ 100 ปี (24 พฤศจิกายน 2468)

โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ โดมเวทีกลาง ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

โดย พิธีประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ก่อนเข้าสู่การถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และพระรูป จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดได้วางพวงมาลา วางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ และจุดเครื่องทองน้อยตามลำดับ

ต่อด้วยพิธีทางศาสนา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร หัวหน้าส่วนราชการถวายเครื่องไทย ธรรม พระสงฆ์สดับปกรณ์ อนุโมทนา ถวายอดิเรก ผู้ว่าราชการจังหวัดกรวดน้ำ และถวายความเคารพ ก่อนเข้าสู่พิธีทำบุญตักบาตร ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนร่วมถวายบิณฑบาตแด่พระสงฆ์อย่างพร้อมเพรียง

ซึ่งกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีหน่วยงานราชการในจังหวัดพิษณุโลกร่วมกิจกรรม อย่างพร้อมเพรียง มีลำดับพิธีสำคัญๆ ดังนี้ พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ, พิธีเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ จำนวน 39 รูป ต่อเนื่องด้วยการทำบุญตักบาตร (ข้าวสารอาหารแห้ง) เสร็จพิธี

บรรยากาศเป็นไปด้วยความสง่างาม สมพระเกียรติ และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิ คุณอันหาที่สุดมิได้


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ ตาก ประชุมคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยจาก ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ปี 2568-2569

ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ประชุมคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยจาก ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดตาก ปี 2568-2569

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมตากสินมหาราช ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดตาก นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานการประชุมคณะกรรม การและเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยจาก ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จังหวัดตาก ปี 2568-2569 พร้อมด้วยนายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เเละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

โดยที่ประชุมรับทราบ การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 29) มาตรการควบคุม ป้องกัน แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่อนุรักษ์ และการจัดสรรงบประมาณ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และวนอุทยาน พร้อมทั้งการสร้างการรับรู้การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ในพื้นที่จังหวัดตาก

จากนั้นที่ประชุมได้ประชุมพิจารณา การกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดการดำเนินงานการป้องกันไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น ละอองขนาดเล็กจังหวัดตาก ปี 2568 – 2569 แผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ในพื้นที่ป่า และพื้นที่จังหวัดตาก เเละการกำหนดวันห้ามเผาเด็ดขาด จังหวัดตาก ประจำปี 2568 – 2569


นที มีเดช รายงาน

นบ.ยส.24 โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2104 ตรวจยึดยาบ้า ขนเป็นกองทัพมด จำนวน 100,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.หนองคาย ก่อนขนย้ายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

นบ.ยส.24 โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2104 ตรวจยึดยาบ้า ขนเป็นกองทัพมด จำนวน 100,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.หนองคาย ก่อนขนย้ายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.68 เวลา 00.30 น. กองทัพบก โดย ทภ.2/นบ.ยส.24 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) โดย ร้อย.ฉก.ทพ.2104 ฉก.ทพ.21(หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจาก ชุดปฏิบัติการข่าวที่ 3 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ประกอบกับได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลัก ลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ อ.โพนพิสัย บริเวณบ้านแดนเมือง ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จว.น.ค. โดยใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด สีแดง ทะเบียน กท 1146 ชัยภูมิ เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังซุ่มสกัดบริเวณดังกล่าว

จนกระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนโพนพิสัยพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ร้อย ฉก.ทพ.2104 ที่ทำการดักซุ่มอยู่ สังเกตุเห็นรถยนต์คันดังกล่าวขับขี่เข้าไปยังปากซอยแดนเมือง ซอย 12 และมีชาย 1 คน ลงมาจากรถและยกวัตถุต้องสงสัยขึ้นไปบนรถและกำลังจะถอยรถยนต์ทำการหลบหนี เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว ผู้กระทำความผิด จึงได้ขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทาง จว.น ค. และทิ้งวัตถุต้องสงสัยลงบริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 212 ห่างจากปากซอย 12 ประมาณ 200 เมตร จึงได้ขับรถติดตามอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรถยนต์ผู้ต้องหาเกิดเสียหลักที่บริเวณริมถนนทางหลวงชนบท นค.4004 ทางเข้าหมู่บ้านโคกเจริญ หมู่ที่ 16 ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัยฯ ผู้ต้องหาได้อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยที่ถูกทิ้งลงจากรถพบเป็นยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 100,000 เม็ด

หน่วยจึงประสานบูรณาการกำลังร่วมกับ หน่วยเรือโพนพิสัย, ชุดสืบสวนและสายตรวจ สภ.โพนพิสัย, ฝ่ายปกครอง อ.โพนพิสัย ร่วมทำการตรวจยึดยาเสพติด และตรวจนับโดยละเอียด จากนั้นได้นำส่ง พงส.สภ.โพนพิสัย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


นบ.ยส.24 ภาพ/ข่าว

กองทัพภาคที่ 2 พร้อมส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

กองทัพภาคที่ 2 พร้อมส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพลพัฒนาที่ 2 จำนวน 102 นาย ขนยุทโธปกรณ์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ครัวสนาม เครื่องปั่นไฟ เรือ สนับ สนุนกองทัพภาคที่ 4 ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

โดย พล.ต.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ตรวจความพร้อมของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ที่หน้ากองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราช สีมา เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนกองทัพภาคที่ 4