ทหารพรานจับมือกับปลัดหญิง สนธิกำลังยึดยาบ้า 190,000 เม็ด ทิ้งริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร ก่อนขับเรือหางยาวข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อบ้าน

มุกดาหาร – ทหารพรานจับมือกับปลัดหญิง สนธิกำลังยึดยาบ้า 190,000 เม็ด ทิ้งริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร ก่อนขับเรือหางยาวข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อบ้าน

เมื่อเวลา 24 พ.ย.68 เวลา 12.00 น. ที่จังหวัดมุกดาหาร ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

ได้รับทราบจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่าจะมีการลักลอบทำผิดกฎหมาย โดยการนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยจึงได้จัดชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พื้นที่จุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง ตามภาพข่าว บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ.นาเวียงแก ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

ครั้นเวลา 17.30 น.เจ้าหน้าที่ที่ทำการเฝ้าตรวจได้ตรวจการณ์พบ เรือหาปลาต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นเรือมาจากฝั่ง สปป.ลาว มายังฝั่งไทย ขับวนเลียบตลิ่งไปมามีกระสอบสิ่งของต้องสงสัยอยู่บนเรือ ใกล้กับจุดที่เจ้าหน้าที่ทำการเฝ้าตรวจอยู่ จากนั้นเรือลำดังกล่าวได้แล่นเข้ามาจอดตรงพื้นที่ และมีบุคคลบนเรือ ทำการยกสิ่งของขึ้นมาบนฝั่ง แล้วรีบขับเรือกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว

หน่วยจึงเฝ้าสังเกตุการณ์ แต่ไม่มีบุคคลมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ จึงเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยในกระสอบ จำนวน 2 กระสอบ พบเป็น ยาบ้า บรรจุแพคอยู่ในกระสอบทั้ง 2 กระสอบจำนวน 190,000 เม็ด จึงได้ดำเนินการขนย้ายมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ. 2105 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

สตช. มอบโล่ 15 กองบัญชาการ – สถานีตำรวจ ปราบยาเสพติดดีเด่น จับ ยึด ขยายผล อายัดทรัพย์ เด็ดขาด – ผบ.ตร. ยกย่องผลงาน กำชับขยายผลรายใหญ่ รายย่อยไม่ละเว้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบโล่ 15 กองบัญชาการ – สถานีตำรวจ ปราบยาเสพติดดีเด่น จับ ยึด ขยายผล อายัดทรัพย์ เด็ดขาด – ผบ.ตร. ยกย่องผลงาน กำชับขยายผลรายใหญ่ รายย่อยไม่ละเว้น

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ. ตร.) เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมีหน่วยงานระดับกองบัญชาการถึงสถานีตำรวจได้รับรางวัล 15 รางวัล พิจารณาผลงานเป็นที่ประจักษ์ตามหลักเกณฑ์ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. กล่าวชื่นชมยกย่องทุกหน่วยที่มุ่งมั่นปราบปรามจนเห็นผล และย้ำว่า ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชน และต้องดำเนินการปราบปรามทั้งเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยในชุมชนอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการป้องกันตนเองจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้ยึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้อง เพื่อกอบกู้และรักษาศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. /รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ทั้งในด้านการปราบปราม การขยายผลยึดทรัพย์ และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

โดยหน่วยที่ได้รับรางวัล 15 รางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้

  • รางวัลหน่วยงานระดับกองบัญชาการดีเด่น จำนวน 3 รางวัล ได้แก่
    • อันดับ 1 : ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ต.ธนรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 2 : ตำรวจภูธรภาค 4 โดน พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 3 : ตำรวจภูธรภาค 3 โดย พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลหน่วยงานระดับกองบังคับการดีเด่น จำนวน 3 รางวัล ได้แก่
    • อันดับ 1 : ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มี พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 2 : ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช มี พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 3 : ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย มี พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลระดับสถานีตำรวจดีเด่น จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
    • สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี มี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เป็นผู้แทนรับมอบ
    • สถานีตำรวจภูธรทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ มี พ.ต.อ.บุญเลิศ นาคทั่ง ผกก.สภ.ทองแสนขัน เป็นผู้แทนรับมอบ
    • สถานีตำรวจภูธรบางสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี มี พ.ต.ท.สุริยัน เพชรช่วย สวญ.สภ.บางสวรรค์ เป็นผู้แทนรับมอบ
    • สถานีตำรวจภูธรบ้านแก้ง จ.ชัยภูมิ มี พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ จิโรจธนพงษ์ สว.สภ.บ้านแก้ง เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายตัวชี้วัดดีเด่น จำนวน 5 รางวัล ได้แก่
    • ดีเด่นด้านการจับกุมยาเสพติดข้อหาร้ายแรง ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 8 มี พล.ต.ต.จารุต ศรุตยาพร รอง ผบช.ภ.8 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นด้านการจับกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเปรียบเทียบกับเป้าหมายตามตัวชี้วัด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 4 มี พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นด้านการดำเนินคดีฐานความผิดสมคบสนับสนุนช่วยเหลือหรือพยายามต่อจำนวนการจับกุมคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล มี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นด้านการดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มูลฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 5 มี พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นผลการดำเนินดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 7 มี พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 เป็นผู้แทนรับมอบ

ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดนั้น จำเป็นที่จะต้องทำงานอย่างมุ่งมั่นมานะ เสียสละ เพราะต้องมีการวางแผนและการหาข่าวเป็นเวลานาน ซึ่งรางวัลที่ ผบ.ตร. ได้ตั้งใจมอบให้นั้น ถือว่าเป็นกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจที่พร้อมจะปกป้องประชาชนและสังคมให้ห่างจากยาเสพติด รวมถึงการดำเนินการในการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด และการให้ความรู้แก่เยาวชนและชุมชน เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้สังคมต่อไป


ผอ.ประชาสัมพันธ์เขต 4 บุกพื้นที่ มอบนโยบาย “PRD4-FAST” เข้มยกระดับงานสื่อรัฐ เน้นซื่อสัตย์–รับผิดชอบ–บริการประชาชน–ทำงานทันเวลา

เพชรบูรณ์ – ผอ.ประชาสัมพันธ์เขต 4 บุกพื้นที่ มอบนโยบาย “PRD4-FAST” เข้มยกระดับงานสื่อรัฐ เน้นซื่อสัตย์–รับผิดชอบ–บริการประชาชน–ทำงานทันเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศ ไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมให้กำลังใจและมอบนโยบายการทำงานแบบเข้มข้น โดยมี นายธีระชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ นางสุวัฒนา พันธ์ภูมิ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของหน่วยงานในพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผอ.เขต 4 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนนโยบาย PRD4-FAST “เร็ว แรง น่าเชื่อถือ” เพื่อยกระดับคุณภาพงานประชาสัมพันธ์ของรัฐในพื้นที่ โดยประกอบด้วย

  • F – FAITHFUL : ซื่อสัตย์ โปร่งใส น่าเชื่อถือ
  • A – ACCOUNTABILITY : รับผิดชอบรอบด้าน
  • S – SERVICE MIND : มีจิตบริการเพื่อประชาชน
  • T – TIMELINESS : ทำงานทันเวลา เที่ยงตรง รวดเร็ว

ทั้งนี้ ได้กำชับให้พัฒนาคุณภาพรายการ เพิ่มจำนวนผู้ฟังวิทยุและช่องทางสื่อสารของสถานี พร้อมประชาสัมพันธ์รายการเด่นอย่างต่อเนื่อง รายงานข่าวสารภารกิจสำคัญของรัฐบาลและจังหวัดให้ครบถ้วน รวมถึงติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์และสถานีวิทยุกระจายเสียงฯ ทำงานประสานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสื่อสารของรัฐในพื้นที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะเดียวกัน ผอ.เขต 4 ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเผยแพร่ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และงานที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และต่อเนื่อง


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 800,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 800,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.30 นาฬิกา กองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 1 กองกำลังผาเมือง ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่าตรวจพบถุงพลาสติกสีดำต้องสงสัย จำนวน 4 กระสอบ บริเวณสวนส้มโอ ท้ายหมู่บ้าน บ้านแก่งปันเต๊า หมู่ที่ 10 ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยจึงได้จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ชุดสุนัขทหารที่ 3 หมวดสุนัขทหาร กองกำลังผาเมือง และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว ประจำด่านตรวจบ้านแก่งปันเต๊า เข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว ผลการปฏิบัติ ตรวจพบถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 4 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 800,000 เม็ด

และเมื่อเวลา 11.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการตรวจยึดยาเสพติดดังกล่าว พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 102 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 107 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 47,547,114 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 845 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 14 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 7,978.3 ล้านบาท (7,978,374,625 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา ณ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24จังหวัดพะเยา

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา ณ หอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24จังหวัดพะเยา

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.00 น. นายยศกร สุขสอาด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายบรรเทาทุกข์ ร่วมพิธีมอบผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน และกระเป๋านักเรียนพระราชทาน แก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา เพื่อสนับสนุนการศึกษาเล่าเรียน และสร้างขวัญกำลังใจแก่นักเรียน โดยมี นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ โปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดส่งผ้าห่มกันหนาวพระราชทาน จำนวน 470 ผืน และกระเป๋าเป้นักเรียนพระราชทาน จำนวน 470 ใบ เพื่อมอบแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อสนับสนุนการศึกษาเล่าเรียน และสร้างขวัญกำลังใจแก่นักเรียน การได้รับสิ่งของพระราชทานครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงให้ความห่วงใยและสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นของคณะครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 จังหวัดพะเยา


กองทัพบกรับมอบโดรน 100 ระบบ จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เสริมศักยภาพเพิ่มเติม ปกป้องชายแดนไทย–กัมพูชา

กองทัพบกรับมอบโดรน 100 ระบบ จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เสริมศักยภาพเพิ่มเติม ปกป้องชายแดนไทย–กัมพูชา

วันนี้ (24 พ.ย. 68) เวลา 11.00 น. ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทน ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีรับมอบอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จำนวน 100 ระบบ มูลค่า 13,910,000 บาท โดยมี พลโท พรเทพ ยังรักษา เจ้ากรมการทหารสื่อสาร เป็นผู้รับมอบจาก อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และคณะ ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ร่วมสมทบทุนในโครงการผลิตโดรนชนิดพิเศษต่างๆ ผ่านมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อลดการสูญเสียของทหารหาญในการลาดตระเวน และเพิ่มแสนยานุภาพโจมตีและป้องกันตัว จากการรุกล้ำพื้นที่ผืนแผ่นดินไทย ซึ่งทางมูลนิธิฯ ได้ดำเนินกาาจัดหาโดรนและแอนตี้โดรนมาอย่างต่อเนื่อง จากพลังน้ำใจของคนไทยที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ในโอกาสนี้ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และคณะ รวมทั้งพี่น้องประขาชนคนไทยที่เสียสละระดมทุนในการจัดหาอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือทหารในพื้นที่ ให้มีความรวดเร็ว ก้าวทันเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีความปลอดภัย ในการป้องกันการรุกล้ำอธิปไตย และที่สำคัญเป็นฝีมือจากคนไทยอีกด้วย ทั้งนี้ กองทัพบกจะรีบนำไปมอบให้กองกำลังในพื้นที่ เพื่อดำเนินการวางแผนแจกจ่ายการใช้งานตามความเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

มทบ.37 จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติทหารใหม่ ผลัด 2/68 ตอกย้ำ “เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน” เสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ครอบครัวและกำลังใจให้น้องทหาร!

มทบ.37 จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติทหารใหม่ ผลัด 2/68 ตอกย้ำ “เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน” เสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ครอบครัวและกำลังใจให้น้องทหาร!

เชียงราย, 23 พ.ย. 68 – มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) ได้จัดกิจกรรม “วันเยี่ยมญาติทหารใหม่ผลัดที่ 2/68 (ครั้งที่ 2)” อย่างอบอุ่น ณ ลานหน้า ร้อย.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37/ผู้อำนวยการฝึกฯ พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกิจกรรม
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สร้างความเชื่อมั่นให้กับครอบครัว เสริมกำลังใจให้น้องทหารใหม่” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคลายความกังวลใจของครอบครัวเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของน้องทหารใหม่ภายในค่าย และสร้างความมั่นใจในกระบวนการดูแลของกองทัพบก ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลทหารใหม่เสมือนคนในครอบครัว

บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน การได้พบปะพูดคุยกับครอบครัวโดยตรง ทำให้ทั้งผู้ปกครองคลายความกังวล และน้องทหารใหม่ได้รับกำลังใจกลับไปอย่างเต็มเปี่ยม นับเป็นการตอกย้ำพันธกิจของ มทบ.37 ที่มุ่งเน้นการดูแลกำลังพลอย่างดีที่สุด เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน

มทบ37 #เยี่ยมญาติทหารใหม่ #ทหารใหม่ #ผลัด268 #กองทัพบก #ค่ายเม็งรายมหาราช #เชียงราย #เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน #สร้างความเชื่อมั่น #กำลังใจให้น้องทหาร


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 500,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านผ่านเข้าในพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยจึงได้จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ จากกองร้อยทหารพรานที่ 3201 ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณบ้านป่ากุ๋ย หมู่ที่ 3 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.30 นาฬิกา ชุดปฏิบัติการ ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 5- 8 คน เดินเท้าสะพายเป้มาตามเส้นทางภูมิประเทศ หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเรา ทำให้เกิดการปะทะกันประมาณ 5 นาที เมื่อสิ้นสุดการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของไว้ และใช้ความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังพลเพิ่มเติม 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบกระสอบดัดแปลง จำนวน 4 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนประมาณ 500,000 เม็ด

และะเมื่อเวลา 11.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก กิตติ นาใจ ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าว การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้กับ สถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 105 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 108 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 48,068,307 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 845 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 15 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 8,056.5 ล้านบาท (8,056,553,575 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามผลการเรียน ตลอดจนรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันของนักเรียนทุน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 15-17

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามตรวจเยี่ยมนักเรียนทุน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 15-17 พร้อมส่งเสริมสนับสนุเยาวชนให้เติบโตไปเป็นบุคคลากรที่มีคุณภาพของสังคม

วันนี้ (26 พ.ย. 68) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางวิยะดา นราดิศร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมนักเรียนทุน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 15-17 ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย และโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเยี่ยมและติดตามผลการเรียน ตลอดจนรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันของนักเรียนที่ได้รับทุน ม.ท.ศ. โดยมีนายคงกระพัน เวฬุสาโรจน์ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ นำผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษาของทั้งสองโรงเรียน ร่วมให้การต้อนรับ และนำเสนอผลการดำเนินงานร่วมกับนักเรียนที่ได้รับทุน

โดย “โครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” หรือ ทุน ม.ท.ศ. เป็นทุนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำริให้ดำเนิน “โครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ขึ้นเมื่อปี 2552 ทรงให้นำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามพระราชปณิธานที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มั่นคงแก่เยาวชนไทยที่ประพฤติดี มีความสามารถในการศึกษา ให้ได้รับโอกาสศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายต่อเนื่องจนสำเร็จปริญญาตรีตามความสามารถของแต่ละคน อันเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและศักยภาพแก่เยาวชนไทย

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้พูดคุยให้แนวทางการปฏิบัติตนกับนักเรียนทุน พร้อมเน้นย้ำให้ตระหนักถึงการเป็นจิตอาสาทั้งในชีวิตประจำวันและการทำภารกิจต่างๆ ของโรงเรียน เป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นที่พึ่งของเพื่อนในโรงเรียน ด้านการใช้ชีวิตในสังคมได้เน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงหรือไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังมีการระบาดในกลุ่มวัยรุ่น ขอให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการแนะนำเพื่อนหรือคนใกล้ชิด ให้ตระหนักถึงโทษของยาเสพติดทุกชนิด นอกจากนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีแสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ขอให้นักเรียนทุน ดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทุกรูปแบบ ตลอดจนขอให้ตั้งใจเรียนมีความสม่ำเสมอในการเรียน การทำกิจกรรม ดำรงชีวิตด้วยความพอดีพอเพียงและมีเหตุผล รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อให้เติบโตไปเป็นบุคคลากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก บูรณาการทุกภาคส่วน เร่งช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง

กองทัพบก บูรณาการทุกภาคส่วน เร่งช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ หลายจังหวัดได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมสูง ซึ่งมีแนวโน้มขยายวงกว้างไปหลายพื้นที่ และคาดว่าสถานการณ์อาจทวีความรุนแรงขึ้นจากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน เส้นทางสัญจร และโครง สร้างพื้นฐาน รัฐบาลจึงประกาศให้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้สามารถบูรณาการและระดมสรรพกำลังจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก (ศบภ.ทบ.) สั่งการให้ทุกหน่วยทหารบูรณการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ภายใต้การอำนวยการของศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดและศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.ฉก.) เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนและครอบคลุมทุกมิติ โดยมีการปฏิบัติ ดังนี้

  • การอพยพประชาชน และช่วยขนย้ายสิ่งของ : ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 (ส่วนหน้า) ดำเนินการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย จำนวน 3,000 คน ยอดสะสม 7,250 คน มีการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้
    • กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 5 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 : ช่วยอพยพประชาชน รวมทั้ง ผู้ป่วยติดเตียงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว และช่วยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 : ช่วยอพยพประชาชนในพื้นที่อำเมืองยะลา จังหวัดยะลา ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
    • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 153 : ช่วยอพยพผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านมะนังยง อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี
    • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 : ช่วยอพยพ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และหญิงตั้งครรภ์ ไปยังศูนย์อพยพโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
    • หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข โดย ชุดสันติสุขที่ 505 ร่วมกับชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ที่ 551 : ช่วยอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย และขนย้ายสิ่งของไปยังที่สูง พร้อมแจกจ่ายสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
    • หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 : ช่วยอพยพประชาชน ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว และขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
    • หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 : จัดกำลังพลลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และช่วยอพยพประชาชนที่ติดค้างในบ้านเรือนจากพื้นที่ถนนกาญจนวณิช อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มายังพื้นที่ปลอดภัย
    • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 5 : จัดกำลังพลช่วยอพยพ และเคลื่อนย้ายสิ่งของ พร้อมทั้งแจกจ่ายสิ่งของอุปโภคบริโภค ในพื้นที่อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล
  • การแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค : ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 (ส่วนหน้า) ลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม รวมจำนวน 16,300 ชุด พร้อมจัดตั้งโรงครัวพระราชทานเพื่อแจกจ่ายอาหาร 2 แห่ง จำนวน 3 คัน ตั้งแต่วันที่ 22 – 25 พฤศจิกายน 2568 รวมแจกจ่ายอาหาร 7,800 กล่อง มีการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้
    • กองพันมณฑลทหารบกที่ 42 : จัดกำลังพลสนับสนุนการแจกจ่ายอาหารให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
    • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 : จัดกำลังพลลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมให้กำลังใจและสอบถามความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส
    • กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 153 : จัดกำลังพลสนับสนุนการแจกจ่ายน้ำดื่มให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี และจัดตั้งโรงครัวสนาม ณ ที่ว่าการอำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
    • หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 : จัดกำลังพลลงพื้นที่มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
  • การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการบริการทางการแพทย์ : ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 (ส่วนหน้า) : ดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย จำนวน 85 คน ยอดสะสม จำนวน 132 คน มีการปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้
    • ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 46 : สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหญิงที่เป็นโรคไต จากศูนย์พักพิงชั่วคราววัดประจันธาราม ตำบลบ้านนอก อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ไปรับการฟอกไตที่โรงพยาบาลปัตตานี พร้อมได้นำถังออกซิเจนสำหรับใช้ในโรงพยาบาลที่หมดแล้วของโรงพยาบาลปะนาเระ ไปบรรจุใหม่ที่โรงพยาบาลปัตตานี และนำส่งกลับให้โรงพยาบาลปะนาเระใช้ต่อไป
    • กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 : สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และหญิงตั้งครรภ์ จากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ไปยังศูนย์อพยพโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
    • กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 : จัดกำลังพลสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้โรงพยาบาลยะหริ่ง ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน และเวชภัณฑ์สำคัญไปยังโรงพยาบาลปัตตานี
    • กองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 ร่วมกับกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 และกองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 : สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง จำนวนรวม 9 ราย ในพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลเทพา นอกจากนั้น ได้จัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ร่วมส่งกลับทางอากาศยาน ผู้ป่วยเด็กทารก มีอาการปอดอักเสบรุนแรง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ร่วมกับทีมแพทย์ของสาธารณสุข จากสนามเฮลิคอปเตอร์ ค่ายลพบุรีราเมศวร์ ไปยังโรงพยาบาลสงขลา
    • หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 : จัดชุดแพทย์เดินเท้า ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชน ในพื้นที่เกิดอุทกภัยและที่ศูนย์พักพิงในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อตรวจสุขภาพ แจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น พร้อมมอบกำลังใจและสอบถามความช่วยเหลืออื่นๆ เพิ่มเติม

นอกจากนั้น หน่วยบินทหารบกอโณทัย ได้นำเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 (Bell 212) และเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนติดอาวุธ (AS550) สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินด้วยอากาศยาน จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และช่วยในการขนย้ายสิ่งของจำเป็น ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ พร้อมทั้งถุงยังชีพ ไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา

พร้อมกันนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จัดกำลังพลจากกองพลรบพิเศษที่ 1 และศูนย์สงครามพิเศษ โดยจัดชุดปฏิบัติการกู้ภัยทางอากาศ (Rescue Platform) พร้อมเรือยาง และรถยนต์บรรทุกทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ลงพื้นที่สนับสนุนการช่วยประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์ติดต่อขอรับความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้โดยใช้ช่องทางต่อไปนี้

  1. ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า ณ กองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา เบอร์โทรศัพท์ : 025014850 – 55 และ 074695050
  2. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 (ส่วนหน้า)/ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42 ณ มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เบอร์โทรศัพท์ : 0982233364, 0615865574, 074232145 – 8 และ 074586685
  3. ผู้แทน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก (ส่วนหน้า)/ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก
    -พันเอก เกียรติศักดิ์ สุริยะโยธิน เบอร์โทรศัพท์ : 0838380111
    -พันโท กิตติศักดิ์ จรจรัญ เบอร์โทรศัพท์ : 0650744349
  4. ผู้ประสานงาน กองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 42 ณ มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    -พันเอก สุรินทร์ ทองเต็ม เบอร์โทรศัพท์ : 0818929644
  5. ผู้ประสานงานกรมการทหารสื่อสาร
    -พันเอก กษิดิษฐ์ ทรงวรวิทย์ เบอร์โทรศัพท์ : 0656919491
  6. กองพันทหารสื่อสารที่ 24 ณ มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
    -พันโท ชูเดช ทองดีเวียง เบอร์โทรศัพท์ : 0966691539 กองทัพบก พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก