บุ๋ม ปนัดดา ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้วิกฤตหนักสุด ระดมอาหาร-น้ำดื่ม ส่งกำลังใจภาคใต้

บุ๋ม ปนัดดา ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้วิกฤตหนักสุด ระดมอาหาร-น้ำดื่ม ส่งกำลังใจภาคใต้

วันที่ (26 พฤศจิกายน 2568) เวลา 21.30 น. ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี มูลนิธิองค์กรทำดี ได้เดินทางให้การช่วยเหลือและได้จัดเตรียมอาหารน้ำดื่มเพื่อบริจาคในอำเภอเมืองหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดสตูลและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้

บุ๋ม ปนัดดา ได้เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ เนื่องจากอำเภอหาดใหญ่เป็นพื้นที่กว้างทำให้การช่วยเหลือลำบาก และยังมีการตัดกระแสไฟฟ้า ประชาชนที่ยังติดอยู่ในบ้านยังมีอีกจำนวนมาก ผู้ประสบภัยแต่ละคนมีความต้องการค่อนข้างหลากหลาย ทำให้ทีมบริหารจัดการค่อนข้างจะลำบากเช่นเดียวกัน และในทุกครั้งที่มีวิกฤตเราจะเห็นพลังน้ำใจของคนไทย และนั่นทำให้เป็นพลังสำคัญที่มูลนิธิเดินหน้าต่อไปได้ ทุกครั้งที่มีวิกฤตไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่จังหวัดไหนภาคไหนก็ตามเราจะได้เห็นอีกหนึ่งมุมของคนไทย รวมพลังกันเข้ามาช่วยในสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ และการช่วยเหลือของผู้ประสบภัยไม่สามารถที่จะรอได้เราต้องเร่งมือทำให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมบริจาคเข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สุดท้ายนี้ยังได้ส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยไม่ว่าจะเป็น จังวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และในทุกจังหวัดของภาคใต้ ขอให้ทุกคนอดทนและสู้ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ต้องการช่วยเหลือทุกคนอย่างทั่วถึงและเต็มที่ อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือหลังจากน้ำลดในส่วนของโรงเรียนและจุดต่างๆขอให้ทุกคนสู้อดทนและผ่านมันไปด้วยกัน

ทหารมีไว้ทำไม #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #แม่ทัพภาคที่4 #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


นที มีเดช รายงาน

นศ.วปอ.กว่าพันห้าร้อยคน ดูงานปกป้องรักษาอธิปไตย

จังหวัดลพบุรี – สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นำคณาจารย์ และนักศึกษา วปอ.และหลักสูตรต่าง ๆ กว่า 1,500 คน ศึกษาดูงานด้านการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ ของหน่วยทหารในพื้นที่ จ.ลพบุรี

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ แหล่งสมาคมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี พลเอก สิทธา มหาสันทนะ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พร้อมด้วย พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้นำคณาจารย์นักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 รวมถึง คณะสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และ หลักสูตรต่างๆ ของกองทัพบก และกองทัพอากาศ อีกหลายสถาบัน อาทิ วิทยาลัยเสนาธิการทหาร หลักสูตรเสนาธิการทหารบก หลัก สูตรเสนาธิการทหารอากาศ หลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก หลักสูตรจิตวิทยาความมั่นคง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และสำนักศึกษาทางทหารรวมกว่า 1,500 คน เดินทางเข้าศึกษาดูงานด้านการทหารของกองทัพบก และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

โดยมี พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พร้อมด้วย นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวให้การต้อนรับ และร่วมบรรยายสรุป พร้อมตอบข้อซักถาม เกี่ยวกับจังหวัดลพบุรี และภารกิจของหน่วยทหารรบพิเศษ ให้คณะได้รับฟัง

โอกาสเดียวกัน ยังได้นำคณะเข้ารับชมการสาธิต การปฏิบัติการทางทหารของหน่วยรบพิเศษ ณ สนามกองพลรบพิเศษที่ 1 ค่ายเอราวัณ อาทิ การปฏิบัติการรบพิเศษ ทั้งทางอากาศ และ ภาคพื้นดิน อาทิ การยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การช่วยเหลือตัวประกัน ร่วมกับอากาศยานของศูนย์การบินทหารบก ตลอดจนรับชม การใช้สื่อการแสดง เพื่อสร้างความรู้รักสามัคคี และเทิดทูนสถาบัน ของวงดนตรีกองทัพบก SMILE ARMY โดยกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา และการแสดง Static display เกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารรบพิเศษการปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นเขี้ยวเล็บ ที่สำคัญยิ่งของหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพไทย โดยได้รับความสนใจและเป็นที่ชื่นชอบของคณะเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นในช่วงบ่าย คณะยังได้เดินทางไปยัง ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อรับชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ และการสาธิตการยิงปืนใหญ่ โดยมี พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ให้การต้อนรับ พร้อมนำชมการปฏิบัติการของเหล่าทหารปืนใหญ่ และอำนาจการยิงปืนใหญ่ชนิดต่างๆ ที่ผลิตโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อำนวยการป้องกันประเทศและพลังงานทหาร รวมถึง ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ของหน่วยทหารปืนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ในการปฏิบัติงานร่วมกับอากาศยานที่ใช้ในกองทัพบก ของศูนย์การบินทหารบก ทั้งด้านการป้องกันแนวชายแดน และงานด้านการบรรเทาสาธารณภัย ในการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุภัยพิบัติต่างๆ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สภากาชาดไทย มอบถุงยังชีพประชาชนลพบุรีกว่า 500 หลังคาเรือนจากผลกระทบน้ำท่วม

จังหวัดลพบุรี – สภากาชาดไทย มอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งพบว่ามีจำนวนกว่า 500 หลังคาเรือน และจะสำรวจให้การช่วยเหลืออีก

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2568 ที่หอประชุมอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ ปลัดจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในการมอบถุงยังชีพ ของสภากาชาดไทย โดยสำนัก งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี กาชาดจังหวัดลพบุรี ซึ่งก่อนที่จะเริ่มพิธีได้มีพิธีการยืนไว้อาลัยต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที ซึ่งเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และเป็นการแสดงความจงรักภักดี โดยถุงยังชีพดังกล่าวได้มอบให้กับผู้นำชุมชุนของ 3 อำเภอประกอบด้วยอำเภอเมืองลพบุรี อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าวุ้ง

โดยมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวน 539 ชุด เพื่อที่ผู้นำชุมชนจะได้นำถุงยังชีพที่ได้รับจากสภากาชาดไทยไปมอบต่อให้กับประชาชน ทั้งนี้เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ซึ่งได้มีการจัดกำลังจิตอาสาพระราชทานจากศูนย์การบินทหารบกมาให้การช่วยเหลือในการจัดส่งถุงยังชีพในครั้งนี้ด้วย

สำหรับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่จังหวัดลพบุรีในปีนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นน้ำที่ทางกรมชลประทานได้ประสานกับทางจังหวัดลพบุรี เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเกษตรที่เป็นนาข้าวที่ได้เก็บเกี่ยวแล้วรับน้ำจากประตูระบายน้ำต่าง ๆ จากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มายังทุ่งลพบุรี ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของปริมาณน้ำไม่ให้ไหลลงไปทางจังหวัดตอนล่างที่มีน้ำท่วมขังมาเป็นเวลานานแล้ว โดยมีบ้านเรือนประชาชนในบางพื้นที่ของ 3 อำเภอที่อยู่ในพื้นที่ราบต่ำได้รับผลกระทบดังกล่าวตามไปด้วย

นอกจากจะได้รับถุงยังชีพในครั้งนี้แล้วทางจังหวัดลพบุรีก็จะได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน เพื่อที่จะได้นำเสนอขอเงินเยียวยาตามที่ทางรัฐบาลกำหนดมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นตอนต่อไป ขณะที่สถานการณ์น้ำของจัง หวัดลพบุรีในปัจจุบันปริมาณน้ำที่ท่วมขังอยู่เริ่มที่จะลดระดับลงบ้างแล้ว


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวประจำปี 2568 ของจังหวัดลำพูน

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวประจำปี 2568 ของจังหวัดลำพูน วันแรกของการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมงานจำนวนมาก ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568) เวลา 18.00 น. ณ พื้นที่เอกชนบ้านแม่สารป่าแดด ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราช การจังหวัดลำพูน, นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, หัวหน้าสำนักงานจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน, เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน, ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมอย่างคึกคักท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น

รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน กำหนดจัดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 ณ พื้นที่เอกชนบ้านแม่สารป่าแดด อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์เมืองลำพูน ผู้ทรงก่อตั้งนครหริภุญไชย มาแล้วกว่า 1,300 ปี ซึ่งในปีนี้จัดภายใต้การแสดงความอาลัยถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจังหวัดลำพูน มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดรับกับช่วงเวลาของการไว้อาลัยพระองค์ท่าน โดยเฉพาะกิจกรรม ณ เวทีกลาง ภาคค่ำ และบูธนิทรรศการต่างๆ

สำหรับการจัดงานดังกล่าวยังคงเป็นการส่งเสริมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าไว้เป็นของฝาก ของที่ระลึก ของขวัญ ในช่วงปีใหม่ พ.ศ.2569

ตลอดการจัดงาน 10 วัน 10 คืน ยังมีกำหนดการ ดังนี้

  • วันที่ 28 พฤศจิกายน: พิธีเปิดงานฯ ,กิจกรรมเปิดตัวผู้เข้าประกวดนางสาวลำพูน ปี 2568 และการประกวดมิสเตอร์ลำพูนประจำปี 2025
  • วันที่ 29 พฤศจิกายน: การประกวดหนูน้อยลำพูน ประจำปี 2568
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน: การแสดงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • วันที่ 1 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนลำพูนพัฒนา และกิจกรรม “พื้นที่สร้างสรรค์…ทูบีนัมเบอร์วันลำพูน”
  • วันที่ 2 ธันวาคม : การประกวดราชินีแห่งความงามลำพูน (Queen of beauty Lamphun) ประจำปี 2568
  • วันที่ 3 ธันวาคม : การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านและสตรีแม่บ้าน
  • วันที่ 4 ธันวาคม : การแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์
  • วันที่ 5 ธันวาคม : การแสดงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการเดินแบบผ้าไทยการกุศล “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดา – แห่งไหมไทย”
  • วันที่ 6 ธันวาคม : การประกวดนางสาวลำพูน ประจำปี 2568 รอบตัดสิน)
  • และวันที่ 7 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดจังหวัดลำพูน, การหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศลจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568

ภายในงานยังมีนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด กิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ภายใต้โครงการธงฟ้า ราคาประหยัดลดค่าครองชีพ ปีงบประมาณ 2569 จังหวัดลำพูน โดยมีการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ และกิจกรรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าชุมชน และสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น จำนวนกว่า 10 ร้านค้า จากผู้ประกอบการพื้นที่จังหวัดลำพูน

และสำหรับไฮไลท์หนึ่งในปีนี้ คือ กิจกรรมเดินแบบ “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระ มารดาแห่งไหมไทย” ในงานสักการะพระนางจามเทวี และงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีกลางของงาน โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน กำหนดจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างสำคัญในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยร่วมอนุรักษ์และสืบสานผ้าไทยให้ดำรงไว้คู่แผ่นดิน จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย”

โดยการเดินแบบผ้าไทยในปีนี้ จะประกอบไปด้วยผ้าไทย 2 ประเภท ได้แก่

1.ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “จากรากเหง้าวัฒนธรรม สู่ความสง่างามร่วมสมัย” เพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายตามแบบไทยที่เป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เพื่อให้ผู้ที่ร่วมชมกิจกรรมในวันนั้นได้สัมผัสถึงความสง่างามของเครื่องแต่งกายไทยตามแบบพระราชนิยม ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี-พันปีหลวง ได้พระราชทานชื่อชุดทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย (1) ชุดไทยเรือนต้น, (2) ชุดไทยจิตรลดา, (3) ชุดไทยอมรินทร์, (4) ชุดไทยบรมพิมาน, (5) ชุดไทยดุสิต, (6) ชุดไทยจักรี, (7) ชุดไทยศิวาลัย, ชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 ชุด จะถูกสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารภาคเอกชนของจังหวัดลำพูน และ

2. ชุดผ้าลำพูน “ถิ่นภูษา ผ้าลำพูน” เพื่อนำเสนอเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบและตัดเย็บจากผ้าลำพูนที่หลากหลาย ทั้งผ้ายกดอกที่เป็นทั้งไหมและฝ้าย ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก ผ้าพิมพ์ลาย และผ้าชนเผ่า รังสรรค์ให้มีความสวยงาม ร่วมสมัย มีสไตล์ โดยยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมล้านนาและอัตลักษณ์ลวดลายของผ้าลำพูน ในธีม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งจะสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ภาคีภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร สมาคม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ ลำพูน กล่าวให้กำลังใจและโอวาท แก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดน จ.ลำพูน 36 นาย ก่อนไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัย จ.สงขลา

รองผู้ว่าฯ ลำพูน กล่าวให้กำลังใจและให้โอวาท แก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลำพูน จำนวน 36 นาย ก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัยน้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา

วันนี้(วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณด้านหน้า ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน ตลอดจนคณะหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้กำลังใจและให้โอวาท แก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลำพูน จำนวน 36 นาย ก่อนเดินทางไปอำเภอหาด ใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุกทกภัยน้ำท่วม

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชา ชนที่ประสบอุทกภัย และมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องให้กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจากกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดต่างๆ ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจังหวัดลำพูนได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมและคัดเลือกกำลังพลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรคประจำตัว มีระเบียบวินัยดีเยี่ยม และที่สำคัญคือมีจิตอาสาพร้อมเสียสละเพื่อประชาชน พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวให้โอวาทและเน้นย้ำถึงแนวปฏิบัติว่า ขอให้ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง อดทน ระมัดระวัง รักษาความปลอดภัยของตนเองและดูแลประชาชนเสมือนคนในครอบครัว ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการไปปฏิบัติหน้าที่ แต่คือการนำน้ำใจของชาวลำพูนไปช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้

โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ จากสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางและปฏิบัติภารกิจของกำลังพลครั้งนี้อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

“กองทัพบก” ส่งทหารช่างกองพลพัฒนาที่ 4 ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูทันทีหลังระดับน้ำลด

“กองทัพบก” ส่งทหารช่างกองพลพัฒนาที่ 4 ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูทันทีหลังระดับน้ำลด

หลังสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เริ่มคลี่คลายและระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง กองทัพบก โดยกองพลพัฒนาที่ 4 ได้ระดมกำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือช่างหลากหลายชนิด อาทิ รถบรรทุกขนาดใหญ่, รถตักบรรทุก, รถบรรทุกเทท้าย 10 ตัน, รถลากจูง 25 ตัน, รถกึ่งพ่วงชานต่ำ, รถบรรทุกราดน้ำ 6,000 ลิตร, รถขุด, รถโกยตัด และรถปั้นจั่น เข้าพื้นที่โดยทันที เพื่อเร่งฟื้นฟูและคืนสภาพพื้นที่ให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

สำหรับการปฏิบัติในวันนี้ (28 พฤศจิกายน 2568) หน่วยทหารช่างได้ลงพื้นที่ทำความสะอาดและเก็บขยะบนถนนบริเวณสามแยกคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมสำคัญของเมือง อยู่ในย่านชุมชนหนาแน่น ใกล้สถานศึกษาและพื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัด จึงต้องเร่งฟื้นฟูให้ระบบการสัญจรและการดำเนินชีวิตของประชาชนกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ในห้วงต่อไป หน่วยจะเข้าสำรวจความเสียหายของบ้านเรือน ถนน และระบบสาธารณูปโภค พร้อมจัดชุดซ่อมสร้างเคลื่อนที่เร็วเข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน รวมทั้งการสนับสนุนการเปิดเส้นทางสัญจร การซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

กองทัพบกยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ พร้อมเดินหน้าภารกิจฟื้นฟูทันที เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ยืนยัน แม่น้ำสาละวิน ปลา ผัก ไม่เป็นอันตรายรับประทานได้ ไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน

ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ยืนยัน แม่น้ำลาละวิน ปลา ผัก ไม่เป็นอันตรายรับประทานได้ ไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันนี้ 28 พ.ย.68 นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่อง สอน พร้อมด้วยนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด, ผอ.สำนักงานสิ่งแวด ล้อมและควบคุมมวลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, เกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงผลการตรวจสารหนูในแม่น้ำสาละวิน ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หลังจากมีข่าวแม่น้ำสาละวินชายแดนไทยเมียนมา พื้นที่อำเภอสบเมย อำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ปนเปื้อนสารหนูทำให้ชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำสาละวินและประชาชนทั่วไปผวาไม่กล้ารับประทานปลาสาละวินและผักที่ปลูกในพื้นที่ ตั้งแต่มีข่าวสารแม่น้ำปนเปื้อนสารหนู จังหวัดได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยว ข้องทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกษตร สาธารณสุข ประมง ร่วมกันนำน้ำและดินโคลนในแม่น้ำสารวินมาตรวจหาสาเหตุเป็นระยะ ซึ่งผลตรวจยืนยันได้ว่าไม่พบสารหนูปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานแต่อย่างใด ประชาชนสามารถรับประทานปลาสาละวินได้ตามปกติ

นายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมวลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ชี้แจงว่า ผลการตรวจวิเคราะห์หาการปนเปื้อนสารหนูในตัวอย่างสิ่งแวดล้อม จากกระแสข่าวการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำสาละวินเกินค่ามาตรฐาน 5 เท่า เมื่อวันที่ 27 – 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการตรวจสอบตัวอย่างน้ำ สัตว์น้ำ ผักสด เมล็ดพันธุ์พืชท้องถิ่น ตะกอนดินใต้ท้องน้ำ และตะกอนดินริมน้ำ

โดยผลการตรวจวิเคราะห์ดังนี้ ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12-13 พฤศจิกา ยน 2568 ในลำน้ำสาละวินจำนวน 13 จุด และลำน้ำสาขา (ฝั่งประเทศไทย) 5 จุด แบ่งเป็น ตัวอย่างน้ำที่ผ่านการกรองตะกอน และตัวอย่างน้ำที่ไม่ผ่านการกรองตะกอน

  • ตัวอย่างน้ำที่ผ่านการกรองตะกอน (กรองในห้องปฏิบัติการ) พบว่าค่าการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก 8 ชนิด ไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้งในลำน้ำสาละวิน และลำน้ำสาขา
  • ตัวอย่างน้ำที่ไม่ผ่านการกรองตะกอน โดยวิธีการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีตามประกาศกรมควบคุมมลพิษและ standard methods for the examination of water and wastewater พบว่าค่าการปนเปื้อนสารหนู ดังนี้ ลำน้ำสาขา ค่าการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก 8 ชนิด ไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 5 จุด
  • ลำน้ำสาละวิน ตรวจพบค่าการปนเปื้อนสารหนู เกินค่ามาตรฐาน อยู่ในช่วง 0.023 – 0.029 มก./ลิตร ทั้ง 13 จุด และตรวจพบค่าตะกั่วเกินมาตรฐาน ในบริเวณบ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีค่า 0.076 มก./ล
  • ตัวอย่างตะกอนดิน โดยวิธีการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์ ด้วยวิธีตามประกาศ กรมควบคุมมลพิษและ standard methods for the examination of water and wastewater พบว่าค่าการปนเปื้อนสารหนู พบว่าค่าการปนเปื้อนสารหนูในตะกอนดิน ดังนี้ ตะกอนดินลำน้ำสาขา ตรวจพบค่าการปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน จำนวน 1 จุด ที่หย่อมบ้านพะละอึ โดยมีค่า 70 มิลิกรัม/กิโลกรัม ตะกอนดินลำน้ำสาละวิน ตรวจพบค่าการปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ระดับที่ไม่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดิน อยู่ในช่วง 48 – 73 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ทั้ง 13 จุด

นายธนดล นวลจันทร์ ประมงจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ทำการเก็บตัวอย่างสัตว์น้ำส่งห้องปฏิบัติการ จำนวน 2 ครั้ง

  • ครั้งที่ 1เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เก็บตัวอย่างจำนวน 2 จุด บริเวณบ้านแม่สามแลบ และบ้านสบเมย อำเภอสบเมย ได้ตัวอย่างสัตว์น้ำจำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ปลากดหัวเสียม, ปลากดคัง, ปลายอนเขี้ยว, ปลาหมู และปลาแค้ ผลการตรวจวิ เคราะห์พบว่า ค่าการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก ไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 2 จุด
  • ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน 2568 เก็บตัวอย่างจากจุดเดิมจำนวน 2 จุด ได้ตัวอย่างสัตว์น้ำจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ปลายอนเขี้ยว ปลาไข่ออง และกุ้งแม่น้ำสาละวิน ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่าค่าการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก ไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 2 จุด

นายพยุงศักดิ์ สิทธิลภ เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผักสด เมล็ดพันธุ์พืชท้องถิ่น ทำการเก็บตัวอย่างพืช เมื่อวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2568 โดยส่งตรวจการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในห้องปฏิบัติการ จำนวน 4 จุด ได้แก่บริเวณ บ้านท่าตาฝั่ง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง, บ้านจอท่า ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง, บ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย, บ้านสบเมย ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย โดยเก็บตัวอย่างพืชทั้งหมด 10 ชนิด พบว่าค่าการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก ไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 4 จุด

นายแพทย์ทศพล ดิษฐ์ศิริ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้ทำการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงได้แก่ผู้อาศัยในเรือนแพริมน้ำและผู้มีอาชีพประมง โดยเก็บตัวอย่างปัสสาวะและตัวอย่างเลือดของกลุ่มเสี่ยงจำนวน 10 คน ใน 4 ชุมชน พบว่าค่าการปนเปื้อนสารหนูในปัสสาวะ ไม่เกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 10 คน

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า มาตรการเบื้องต้นแม้ในปัจจุบันข้อมูลการใช้ประโยชน์จากน้ำสาละวินโดยตรงของชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะมีไม่มาก ทำให้ผลกระทบทางตรงต่อสุขภาพประชาชนในระยะสั้นยังอยู่ในระดับต่ำ และค่าการปนเปื้อนสารหนูในปลา พืชผัก และตัวมนุษย์ที่ตรวจวัดยังไม่เกินมาตรฐาน แต่จังหวัดแม่ ฮ่องสอน ก็ไม่ได้มองข้ามความเสี่ยงในประเด็นการสะสมของสารหนูในระบบนิเวศระยะยาว ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพประชาชนในอนาคตได้

เบื้องต้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนขอให้ถือปฏิบัติดังนี้

  • การบริโภคน้ำจากลำน้ำสาละวินโดยตรง จากการสำรวจในพื้นที่ไม่พบมีประชาชนบริโภคน้ำสาละวินโดยตรง หากจำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสาละวินในการบริโภคควรมีการกรองตะกอน และผ่านการฆ่าเชื้อด้วยการต้มก่อนบริโภค เนื่องจากสารหนูที่พบเป็นสารหนูที่มาในรูปตะ กอน หากมีการกรองน้ำก็สามารถใช้ได้ตามปกติ
  • การใช้น้ำเพื่อชำระล้างร่างกายยังสามารถดำเนินการได้ หากจำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่น้ำสาละวินในการชำระล้างควรมีการตกตะกอนด้วยสารส้ม และกรองใช้เฉพาะน้ำใสที่ผ่านการกรองแล้ว น้ำจากลำน้ำสาขา (ฝั่งประเทศไทย) สามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ตามปกติ ซึ่งผลตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการไม่พบสารหนู และโลหะชนิดอื่นเกินมาตรฐาน แต่อย่างไรก็ยังคงต้องมีการกรองและฆ่าเชื้อก่อนนำไปบริโภคเช่นกัน
  • การบริโภคปลาแม่น้ำสาละวิน และการบริโภคพืชผักที่ปลูกบริเวณแม่น้ำสาละวิน สามารถบริโภคได้ตามปกติ ซึ่งจังหวัดจะมีแผนตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องพร้อมกับคุณภาพน้ำ จัดการหาแหล่งน้ำสำรองในฤดูแล้ง และเพิ่มจุดกรองน้ำสะอาดในชุมชนที่ยังใช้น้ำสาละวินเพื่อการบริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ในการใช้น้ำสาละวินเพื่ออุปโภค บริโภค การเกษตร และประมง พร้อมทั้งแนวทางป้องกันผลกระทบจากสารหนู ที่ปนเปื้อนในน้ำ การใช้น้ำสาละวินเพื่อการสัญจร และการท่องเที่ยวยังสามารถดำเนินกิจกรรมดังกล่าวได้เป็นปกติ

การดำเนินงานของจังหวัดแม่ฮ่องสอนจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เตรียมการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำสาละวิน และคณะทำงานติดตามตรวจสอบสถาน การณ์สารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำสาละวินไว้แล้ว เพื่อเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาและตรวจติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม การหาแหล่งน้ำสำรองเพื่อการอุปโภคบริโภคในอนาคต และการนำกลไกทางทหารเข้ามามีบทบาทเพื่อหาความร่วมมือระหว่างรัฐ ทั้งนี้ จังหวัดจะมีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา และแนวทางติดตาม เฝ้าระวังเพิ่มเติมในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 และจะรายงานผลและประกาศมาตรการอื่นๆให้ประชาชนทราบต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปว่า เป็นแม่น้ำนานาชาติ ความยาว 2,200 กิโล เมตร ที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในธิเบต ไหลผ่านประเทศจีน รัฐฉาน รัฐคะยา และผ่านพรมแดนประเทศไทยในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นระยะทาง 127กิโลเมตร ก่อนจะวกไหลเข้าสู่ประเทศพม่า ลงสู่ทะเลอันดามัน ที่อ่าวเมะตะมะ เมืองมัวเมน บริบทการใช้น้ำและระบบสาธารณสุข ในบริเวณที่แม่น้ำสาละวินไหลผ่าน (127 กิโลเมตร) มีจำนวนพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง 2 อำเภอ คืออำเภอสบเมย จำนวน 1 อปท. คือ อบต.แม่สามแลบ และอำเภอแม่สะเรียง จำนวน 2 อปท. คือ ทต.แม่ยวม และ อบต.แม่คง มีประชากรที่เกี่ยวข้อง และใช้น้ำสาละวินรวมทั้งสิ้น 830 ครัวเรือน ลักษณะการใช้น้ำ การทำการเกษตร และการประมงในพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปว่า การจัดการน้ำสะอาดเพื่อการบริโภค พื้นที่ อบต.แม่สามแลบ อ.สบเมย ประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำประปาภูเขาและน้ำในลำห้วย เป็นแหล่งน้ำหลักของชุมชน พื้นที่ ทต.แม่ยวม และ อบต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ใช้น้ำจากประปาส่วนภูมิภาค (สาขาแม่สะเรียง) ซึ่งเข้าถึงทุกพื้นที่ใน ทต.แม่ยวม และบางพื้นที่ในอบต.แม่คง โดยแหล่งน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตประปามาจากน้ำแม่ยวม การใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการประกอบอาชีพไม่มีการนำน้ำสาละวินมาเป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อการผลิตประปา ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องกังวล

อย่างไรก็ตามในพื้นที่ริมแม่น้ำสาละวิน มีเรือนแพจำนวน 4 ครัวเรือน (สัญชาติไทย) มีการนำน้ำสาละวินไปใช้ในการอุปโภคบริโภค โดยทุกหลัง จะมีการกรองและต้มเบื้องต้นก่อนนำมาใช้ ครัวเรือนที่ทำการประมงในแม่น้ำสาละวิน มีจำนวน 330 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 15 ทำการจับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จำนวน 48 ราย พื้นที่ทำการเกษตร 228ไร่ โดยประมาณ ในช่วงปลายฝนต้นหนาวจะปลูกพืชริมฝั่งแม่น้ำสาละวินเพิ่มเติมจากการปลูกพืชหลัก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีดินตะกอนที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกพืช โดยอาศัยน้ำฝนและน้ำซึมทรายในการหล่อเลี้ยงพืช พืชที่ทำการเพาะปลูกอาทิ ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วขาว และพืชผักอื่นๆ เพื่อบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายในชุมชน



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานทุ่นลอยน้ำและโดรนค้นหา–กู้ภัย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจด้านช่วยเหลือประชาชน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุ่นลอยน้ำและโดรนค้นหา–กู้ภัย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจด้านช่วยเหลือประชาชน

ในช่วงที่หลายจังหวัดกำลังเผชิญอุทกภัย การทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเข้าถึงพื้นที่น้ำท่วมหนักหรือเส้นทางที่สัญจรลำบากได้อย่างรวดเร็ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุ่นลอยน้ำและโดรนสำหรับการค้นหา–กู้ภัย เพื่อสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อุปกรณ์เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการสำรวจพื้นที่น้ำท่วม ค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดค้าง ขนส่งอาหารและสิ่งของจำเป็น รวมถึงตรวจสอบเส้นทางน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำขึ้น ลดเวลาในการเข้าถึงผู้ประสบภัย และเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานในพื้นที่เสี่ยง

พระราชทานการสนับสนุนครั้งนี้ ช่วยตอบสนองความต้องการด้านเครื่องมือที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจริงของทีมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ หน่วยกู้ภัย อปพร. หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ต้องทำงานแข่งกับเวลาในสภาวะวิกฤต การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด #พระราชทานทุ่นลอยน้ำและโดรนค้นหากู้ภัย


ที่มา : ธรรมนาวา วัง – เรือหลวงแห่งธรรม

กองทัพบกร่วม ธ.กรุงไทย ผนึกพลังความอบอุ่นสู่ชายแดน เสริมความเข้มแข็ง แบ่งปันไออุ่นให้พี่น้องประชาชนสู้ภัยหนาว

กองทัพบกร่วมธนาคารกรุงไทย ผนึกพลังความอบอุ่นสู่ชายแดน เสริมความเข้มแข็ง แบ่งปันไออุ่นให้พี่น้องประชาชนสู้ภัยหนาว

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 นาฬิกา ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลโท บรรยง ทองน่วม รองเสนาธิการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีรับมอบงบประมาณสนับสนุนการจัดหาเสื้อกันหนาวจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณกิตติพัฒน์ เพียรธรรม ผู้บริหารสายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนธนาคารฯ มอบงบประมาณสนับสนุน จำนวน 500,000 บาท เพื่อใช้ในการจัดหาเสื้อกันหนาวช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยหนาว ของกองทัพบกในพื้นที่ชายแดน

โดยในช่วงฤดูหนาวของทุกปี พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดารในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็นถึงหนาวจัด ส่งผลต่อภาวะสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งยังขาดแคลนเครื่องกันหนาวอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา กองทัพบกในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนรัฐบาลด้านการบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดกำลังพลลงพื้นที่ แจกจ่ายเครื่องกันหนาวและสิ่งของจำเป็นร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนและถิ่นทุรกันดารอย่างต่อเนื่อง

การรับมอบงบประมาณสนับสนุนจากธนาคารกรุงไทยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึง “ความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง และการแบ่งปันความอบอุ่นอย่างมีความหมาย” ที่เกิดจากการบูรณาการระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลแนวชายแดนได้คลายจากความหนาวได้อย่างแท้จริง ตอกย้ำเจตนารมณ์ “กองทัพบกเคียงข้างประชาชน ทุกฤดูกาล ทุกสถานการณ์” อย่างมั่นคงและอบอุ่น



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

พันเอก กฤติฯ รองผบ. กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (1) เป็นประธานการอบรมศีลธรรม วัฒนธรรมทหาร ประจำเดือน พ.ย.68

เมื่อวันศุกร์ ที่ 28 พ.ย.68 เวลา 08.30 น. ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 มอบหมายให้ พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (1) เป็นผู้แทน/ ประธานการอบรมศีลธรรม วัฒนธรรมทหาร ประจำเดือน พ.ย.68 ของ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และการสวดมนต์เจริญจิตภาวนา ถวายพระพรชัยมงคล แด่ ” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ” เพื่อให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร การอบรมฯ เพื่อเป็นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม รวมถึงสืบสาน ขนบธรรมเนียมประเพณีทางศาสนา และวัฒนธรรมทางทหาร

ผู้ร่วมการอบรม พันเอก ศักดิ์สิทธิ์ นิลจันทร์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 (2), พันเอก รัฐวิชญ์ ณรงค์พนารัตน์ เสนาธิการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก ภิญโญ สุรฤทธิ์โยธิน รองเสนาธิการ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, ฝ่ายอำนวยการ, กำลังพลนายทหาร นายสิบ พลทหาร สังกัด กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และหน่วยขึ้นตรง

การอบรมในหัวข้อเรื่อง ” ความมีวินัยเป็นมงคลอันอันประเสริฐสูงสุด ” โดยนิมนต์ พระสิทธิธรรมเทศ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นองค์บรรยายธรรม ณ อาคารอเนกประสงค์ กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก…ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย …


(ศูนย์ประชาสัมพันธ์ บชร.3 รายงาน)