ธารน้ำใจชาวสุพรรณ ส่งถึงพี่น้องชาวใต้ที่ประสบอุทกภัย

ที่สำนักงานเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี มีพี่น้องประชาชน ทุกสาขาอาชีพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมใจกันนำสิ่งของข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป เสื้อผ้า น้ำดื่ม มามอบให้กับทางเทศบาลเมือง ที่ได้ร่วมกับผู้บริหารและอาสาสมัครมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ในการรวบรวมสิ่งของขึ้นรถบรรทุกพ่วง มีนายธนกร ปวรธนน์ท์ เสี่ยเดียร์ เจ้าของบริษัทขนส่ง ในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์ จัดรถบรรทุกพ่วง มาบรรุก นำรถพ่วงมาช่วยขนส่งสิ่งของไปมอบให้พี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ฟรี

นายเอกพันธุ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ได้เปิดรับสิ่งของต่างๆ เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย น้ำท่วมบ้านเรือนข้าวของ ทรัพย์สิน ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส พวกเราในนามชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งประชาชน หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกพื้นที่ ผู้ประกอบการห้างร้าน ในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ทราบว่าเราได้เปิดจุดรับสิ่งของเพื่อนำไปช่วยพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนต่างพากันนำสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวสารอาหารแห้งอาหารสำเร็จรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จ อาหารน้องหมาน้องแมว มามอบให้อย่างไม่ขาดสาย

ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ก็ถูกน้ำท่วมหลายอำเภอ ถึงแม้บางพื้นที่เริ่มคลี่คลายแต่อีกหลายพื้นที่ยังยังมีไม่คลี่คลาย แต่เราในฐานะพี่น้องคนไทยด้วยกันได้รับความเดือดร้อนเราต้องช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมือเท่าที่เราจะช่วยได้ ถึงแม้ขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่ภาคใต้จะเริ่มลดลงแต่ความเดือดร้อนของพี่น้องยังไม่หมดไป ซึ่งตนยังหวั่นใจเหมือนกันว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้ายังจะมีพายุเข้ามาอีกซึ่งไม่ทราบว่าพี่น้องชาวภาคใต้จะถูกซ้ำอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตามพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรีขอส่งกำลังมาให้พี่น้องที่กำลังประสบภัย ขอให้เหตุการณ์คลี่ คลายโดยเร็ว ขอให้สู้ๆ

ในการนี้นายจองชัย เที่ยงธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้อาสาสมัครของมูลนิธิเสมอกันฯ นำเรือท้องแบน พร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือทางน้ำเดินทางไปช่วยพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน พร้อมประสานเจ้าของธุรกิจรถบรรทุกให้มาช่วยบรรทุกสิ่งของเพื่อนำไปช่วยพี่น้องชาวภาคใต้อย่างเร่งด่วน


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สคชจ.เพชรบุรี ร่วมกับ DSI จัดโครงการให้ความรู้ทางกฎหมาย “ก้าวไปพร้อมกับอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อพัฒนาชีวิตชาวโป่งลึก – บางกลอย” พร้อมมอบสิ่งของช่วยชาวโป่งลึก – บางกลอย

สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี (สคชจ.เพชรบุรี) ร่วมกับ DSI อำเภอแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี และกอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี จัดโครงการให้ความรู้ทางกฎหมาย “ก้าวไปพร้อมกับอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อพัฒนาชีวิตชาวโป่งลึก – บางกลอย” พร้อมมอบสิ่งของช่วยชาวโป่งลึก – บางกลอย

วันที่ 28 พ.ย.68 นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), อำเภอแก่งกระจาน, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี สำนัก งานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี และ กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย “ก้าวไปพร้อมกับอัยการคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อพัฒนาชีวิตชาวโป่งลึก – บางกลอย” พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค ณ ลานหมู่บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

โดยกิจกรรมประกอบไปด้วย การให้ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของประชาชน ตามกฎ หมาย พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ พ.ศ.2568 เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจด้านกฎหมาย โดย สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดเพชรบุรี (สคชจ.เพชรบุรี) การช่วยเหลือประชาชนของกระทรวงยุติธรรม โดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งจะเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ สิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงสิทธิของตนเองในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย การเข้าถึงบริการของรัฐ และโอกาสในการปกป้องสิทธิของตนอย่างเสมอภาค นอกจากนั้นยังมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องการปลูกพืช การรณรงค์หยุดเผา เพื่อลด PM2.5 โดย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบุรี และการตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน การจัดขึ้นทะเบียนเกษตรกร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี

พร้อมมอบสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องนุ่งห่ม ให้กับชาวบ้านโป่งลึก – กลอย จำนวน 300 ชุด พร้อมมอบหนังสือ “รวมกฎหมายน่ารู้ ง่ายนิดเดียว” ไว้ในห้องสมุดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก-บางกลอย และร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมบ้านมอบถุงยังชีพ และอุปกรณ์การแพทย์แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง จำนวน 5 ราย มอบยาและเวชภัณฑ์ให้กับสำนักสงฆ์บ้านโป่งลึก-บางกลอย

การจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่ให้ความรู้ด้านกฎหมาย เพียงเท่านั้นแต่ยังมีการนำสิ่งของจำเป็นทั้งในด้านเครื่องอุปโภคบริโภคไปแบ่งปันให้กับพี่น้องชาวหมู่บ้านบางกรอยและนักเรียนที่ โป่งลึก อันเป็นการแบ่งปันความสุขและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป


///////บรรณรต จ.เพชรบุรี

“สบอ.3 สาขาเพชรบุรี” จัดทีมสัตวแพทย์ ลุยทำหมันและเคลื่อนย้ายลิงแสมรอบเขาวัง พุ่งเป้าเดินหน้าแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองเพชรบุรี

“สบอ.3 สาขาเพชรบุรี” จัดทีมสัตวแพทย์ ลุยทำหมันและเคลื่อนย้ายลิงแสมรอบเขาวัง พุ่งเป้าเดินหน้าแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองเพชรบุรี

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี และเทศบาลเมืองเพชรบุรี พร้อมด้วยนายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ประจำส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ดำเนินกิจกรรมทำหมันลิงแสม เพื่อแก้ไขปัญหาลิงแสมรบกวนประชาชนบริเวณพื้นที่โดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

โดยมีนายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี, นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์, จ.อ. อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี, นายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี, นายสอย ปานแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหม้อ, นายสุขุม จันทโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบุรี, นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี และผู้อำนวยการส่วนในสังกัด เข้าร่วมกิจกรรม

ปัญหาลิงแสมรบกวนและสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบเขาวัง เพชรบุรี ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี โดยส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้จัดโครงการทำหมันลิงแสมเพื่อควบคุมจำนวนประชากร และเป็นการแก้ไขปัญหาลิงแสมสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้มีการเคลื่อนย้ายลิงแสมบริเวณรอบเขาวัง ไปแล้ว จํานวน 3 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 565 ตัว

ทั้งนี้ นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้สรุปราย งานผลการสำรวจประชากรลิงแสมในจังหวัดเพชรบุรี พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาลิงแสมรบกวนประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งในปีงบประมาณ 2569 ได้รับการสนับ สนุนงบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และจังหวัดเพชรบุรี ในการควบคุมประชากรลิงแสม แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และควบคุมประชากรลิงแสมให้สมดุลกับระบบนิเวศ โดยในวันนี้มีการสาธิตทำหมันลิงแสม จำนวน 10 ตัว และเคลื่อนย้ายลิงแสมที่ทำหมันแล้ว จำนวน 30 ตัว ไปยังกรงพักพิงสัตว์ป่า สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อดูแลตามหลักวิชาการต่อไป


บรรณรต เพชรบุรี รายงาน

“กองทัพบก” ส่งชุดแพทย์ทหารบินลัดฟ้า บ.ล.295 (C295) จากนครสวรรค์สู่หาดใหญ่ สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

“กองทัพบก” ส่งชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุฉุกเฉิน M-MERT และชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ MALS กองทัพภาคที่ 3 บินลัดฟ้า บ.ล.295 (C295) จากนครสวรรค์สู่หาดใหญ่ สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับกรมแพทย์ทหารบก ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3 ส่งชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุฉุกเฉิน M-MERT (Military Medical Emergency Response Team) และชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ MALS (Maritime and Aquatic Life Support หรือ MALS) พร้อมยุทโธปกรณ์ทางการแพทย์ และภารกิจค้นหาและกู้ภัย Search and Rescue (SAR) โดยประกอบกำลังจากโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก เพื่อเร่งสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้

การจัดกำลังครั้งนี้เป็นการระดมทรัพยากรแบบเต็มรูปแบบ ประกอบด้วยกำลังพลเฉพาะทางด้านการแพทย์ การกู้ชีพ–กู้ภัย พร้อมยุทโธปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ ชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุฉุกเฉิน ชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ ยา เวชภัณฑ์ รวมถึงชุดปฏิบัติการทางน้ำพร้อมเรือกู้ภัยสำหรับค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นทีมกู้ชีพทางน้ำที่มีความสามารถด้านการแพทย์ขั้นสูง สามารถปฏิบัติการในสถานการณ์ฉุกเฉินวิกฤตได้ โดยกองการบินศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก ได้จัดเครื่องบินลำเลียงทางยุทธการแบบ บ.ล.295 (C-295) จากนครสวรรค์ปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ เพื่อส่งกำลังสนับสนุนและยุทโธปกรณ์เร่งด่วน ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ในการนี้ พลโท เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก ได้เน้นย้ำให้การช่วยเหลือทางการแพทย์เป็นไปตามมาตรฐาน มีความปลอดภัยสูงสุด รวดเร็ว และครอบคลุมผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ พร้อมกำชับให้มีการวางแผนสับเปลี่ยนกำลังพลเป็นระบบ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจสามารถดำเนินต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

อีกทั้งพลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมด้วย พลตรี สมินท์ บุญลิขิต แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 3 ได้กำชับการปฏิบัติภารกิจ รวมถึงประเมินความพร้อมของกำลังพล ชุดปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัย ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือสนับสนุน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเป็นระบบตามมาตรฐานการปฏิบัติราชการทางทหาร

สำหรับชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุฉุกเฉิน M-MERT สามารถจัดตั้งโรงพยาบาลสนามของ กองทัพบกได้ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้บาดเจ็บ ผู้สูงอายุ เด็ก และกลุ่มเปราะบางในสถานการณ์วิกฤต รวมถึงสามารถอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมบูรณาการภารกิจด้วยชุดปฏิบัติการกู้ชีพและช่วยชีวิตทางน้ำ (MALS) สามารถค้นหาและกู้ภัย (SAR) โดยใช้อุปกรณ์ทางน้ำเฉพาะทางเพื่อให้การรักษาและฟื้นฟูเบื้องต้นควบคู่กับการลำเลียงผู้ป่วยวิกฤต ทั้งนี้มีการประสานปฏิบัติกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 4 อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ

กองทัพบกและกรมแพทย์ทหารบกยังคงมุ่งมั่นดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระดมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และระบบแพทย์ฉุกเฉินลงสู่พื้นที่วิกฤต โดยยึดหลักความรวดเร็ว แม่นยำ และประสานงานแบบไร้รอยต่อ ตามเจตนารมณ์ “กองทัพบกเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”


นที มีเดช รายงาน

ผบ.ทสส. เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่หาดใหญ่ ย้ำทุกภาคส่วน ต้องเข้าช่วยเหลือผู้ติดค้างอย่างเร่งด่วนที่สุด

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการ ประชุมติด ตามสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งการย้ำทุกภาคส่วน ต้องเข้าช่วยเหลือผู้ติดค้างอย่างเร่งด่วนที่สุด

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชา การทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรายงาน ผลการปฏิบัติ พร้อมเร่งช่วยเหลือและอพยพพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 /ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42 พลเรือตรี ชยากร พันธ์หล้า เสนาธิการกองทัพเรือภาคที่ 2 พันเอก วาทยุทธ ชูช่วย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา (ฝ่ายทหาร) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมหารือติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อปรับแผนการ เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างเร่งด่วนและทั่วถึงมากที่สุด และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน

จากสถานการณ์ในครั้งนี้ มีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยจากการประชุมรายงานสถานการณ์ว่า พบความเสียหายครอบคลุมพื้นที่ 15 ตำบล 57 หมู่บ้าน และ 162 ชุมชน คิดเป็นจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบสูงถึง 104,917 ครัวเรือน และมีประชาชนที่เดือดร้อนรวม 243,778 คน ในส่วนการดำเนินการช่วยเหลือได้มีการเร่งรัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อรองรับผู้ประสบภัยรวม 11 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีผู้อพยพพักพิงอยู่รวม 14,160 คน ในส่วนของการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ได้มีการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือ ไปแล้ว มียอดรวม 3,190 คน สำหรับภารกิจบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการใช้ อากาศยานปฏิบัติการไปแล้ว 29 เที่ยวบิน แม้ว่าสภาวะโดยรวมจะยังคงปกติ แต่ยังมี ฝนตกหนักในบางแห่ง ดังนั้น จึงมีการเน้นย้ำให้ทุกส่วนเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้าง โดยใช้ทั้งรถ เรือ และอากาศยาน ในการเข้าถึงพื้นที่ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการลำเลียงอาหารและการเร่งผลิตเสบียงให้เพียงพอและทั่วถึง และยังวางแผนถึงการฟื้นฟูบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนขยะที่เกิดขึ้นในพื้นที่

สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไป ได้มีการวางแผนเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพิ่มเติม เพื่อรองรับการอพยพที่อาจเพิ่มขึ้น รวมถึงการยกระดับบริการทางการแพทย์ โดยจะมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และศูนย์ฟอกไตของสภากาชาดไทยเพิ่ม ซึ่งจะเร่งดำเนินการจัดหาสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ป่วยให้รวดเร็วที่สุด

ท้ายที่สุดนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กล่าวแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกภาคส่วนที่ได้ปฏิบัติงานและทุ่มเทมาตั้งแต่เริ่มต้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและดีขึ้นในเร็ววัน พร้อมทั้งยืนยันจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ต ให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็วที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารที่รวดเร็วและต่อเนื่อง


นที มีเดช รายงาน

ผบ.กองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย – เมียนมา ด้านแม่สอด จ.ตาก และมอบของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย – เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และมอบของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่บ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะกิจราชมนู หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ และผู้นำหมู่บ้าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ชายแดนไทย–เมียนมา บริเวณ ท่าข้าม บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ หลังเกิดเหตุการปะทะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ บ้านนิลละป่าน ฝั่งประเทศเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้าน และจากสถานการณ์ ยกระดับการกวาดล้าง กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ (สแกมเมอร์) บริเวณอาคารนิลละป่าน จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ทำให้มีชาวต่างชาติหลายสัญชาติที่หวาดกลัวต่อสถานการณ์ จำนวนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมการหลบหนีข้ามแม่น้ำเมย เข้ามายังฝั่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังคงปักหลักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ประเทศเมียนมา

โดยในครั้งนี้ พลตรีไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ได้เตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เตรียมการปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง หรือ Rules of Engagement หากมีการละเมิดการรุกล้ำอธิปไตยของไทย และยังประสาน ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมการรองรับสถานการณ์หากเกิด ชาวต่างชาติ หลบหนีมายังฝั่งไทย เพื่อคัดกรอง และ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนการลงพื้นที่ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากวิถีกระสุน จากการสู้รบของฝั่งประเทศเมียนมา ตามแนวชายแดน

ซึ่งปัจจุบัน กองกำลังนเรศวรยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ

#กองกำลังนเรศวร #หน่วยเฉพาะกิจราชมนู #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่35 #ติดตามสถานการณ์ชายแดน #ช่วยเหลือประชาชน


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.เพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรมลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรมลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 พันเอก ธรรมรัตน์ เหรียญทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันตรี สมสกุล ทรงศรี รองหัวหน้าฝ่ายการข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรมลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 7 ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์

เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และรณรงค์ลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้กับฝ่ายปกครองอำเภอชนแดน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำเกษตรกร จำนวน 55 คน ได้รับทราบแนวทางการดำเนินงาน การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และรับฟังปัญหาพื้นที่ เพื่อร่วมมือบูรณาการในการแก้ปัญหาต่อไป


ทบ. รับมอบความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ทบ. รับมอบความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (27 พฤศจิกายน 68) เวลา 11.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพบกดำเนินการรับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทน ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้รับมอบความช่วยเหลือ ดังนี้

  1. คุณทวิท สิงห์ปลอด ที่ปรึกษาโรงงานผู้ผลิตขนมปังโกลด์เบรด บริษัท เอ็นซีเอสโกลด์เบรด จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ มอบขนมปังโกลด์ 150,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 1,500,000 บาท
  2. คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และคณะ มอบถุงนอน 200 ถุง, ยาทาป้องกันเชื้อรา น้ำกัดเท้า 500 ชิ้น และ Pampers สำหรับผู้ใหญ่ 100 แพ็ค
  3. คุณไปรยา ไทยชาติ ผู้บริหาร บริษัท ขายยาเพ็ญภาค จำกัด และคณะ มอบเครื่องดื่มสมุนไพรพญานาค และพญานาคพร้อมท์ พร้อมด้วยเครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม เพ็ญภาคซีซ่า มากกว่า 2,000 ขวด
  4. คุณอินทิรา ฉิวรัมย์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง และคณะ มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่สำคัญและมีความจำเป็นจำนวนมาก

กองทัพบก ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นพลังน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ในความห่วงใยในครั้งนี้ ทั้งนี้ กองทัพบกจะรีบดำเนินการนำไปมอบให้กับประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ อย่างเร่งด่วน และทั่วถึงทุกพื้นที่ต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,500,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,500,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กองกำลังผาเมือง โดย กองบังคับการควบคุมผาดำ หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรไชยปรา การ และ ชุดปฏิบัติการสุนัขทหาร ทำการจัดตั้งด่านตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ ด่านตรวจผาหงส์ บ้านผาหงส์ ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย (ช.1, ญ.1) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 1,500,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ (กระบะตู้ทึบ) จำนวน 1 คัน

และเมื่อเวลา 11.05 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทน ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้น จึงได้นำของกลางทั้ง หมดส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรไชยปราการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด กกล.ผาเมือง ณ วันที่ 27 พฤศจิกายนต์ พ.ศ.2568

ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 106 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 110 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 49,568,307 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 845 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 15 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพ มหา นคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 8,231.4 ล้านบาท (8,281,478,125 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #พิทักษ์อาณารักษาชายแดน #กองกำลังผาเมือง #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

สุดระทึก!! ชุดปฏิบัติการทางน้ำกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 ร่วม ดำน้ำค้นหา สาวใหญ่ ก่อเหตุกระโดดสะพาน จมสูญหาย

สุดระทึก ชุดปฏิบัติการทางน้ำกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 ร่วม หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญญสถาน ดำน้ำค้นหา สาวใหญ่ ก่อเหตุกระโดดสะพานพระราชวังจันทน์ลงแม่น้ำน่าน จมสูญหาย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กองพลทหารราบที่ 4 ได้รับแจ้งมีบุคคลกระโดดลงเเม่น้ำน่าน ที่บริเวณสะพานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จึงได้จัดกำลังพลสนับสนุนร่วมกับหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญญสถาน รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมชุดปฏิบัติการใต้น้ำ เร่งค้นหาร่างผู้สูญหาย

ต่อมาในเวลา 14.00 น. กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 จัดกำลังพลชุดกู้ภัยทางน้ำ ร่วมกับ มูลนิธิปราสาทบุญสถาน จังหวัดพิษณุโลก ทำการดำน้ำค้นหาบุคคลสูญหาย จากการกระโดดสะพานพระราชวังจันทน์ แม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก การค้นหา เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จากจุดกระโดดสะพานพระราชวังจันทน์ ผลการปฏิบัติไม่พบผู้สูญหาย ทีมกู้ภัยจึงยุติการปฏิบัติการค้นหาทางน้ำ เวลา 18.00 น.

ต่อมาสามีผู้สูญหายมาถึงที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นาง อ. ( นามสมมติ ) อายุ 47 ปี ภูมิลำเนา อยู่ ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย นายสมชาย (นามสมมุติ) สามี กล่าวว่า นาง อ. เป็นภรรยา มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาทำความสะอาดตามโรงแรม และ บ้านพักต่างๆ สาเหตุการจบชีวิตในครั้งนี้คาดว่า เครียดปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากรับเหมาทำความสะอาดโรงแรมแห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองพิษณุโลก และ ผู้ว่าจ้างไม่ยอมจ่ายเงินกว่า 40,000 บาท นางอ. จึงได้ตัดสินใจกู้เงินนอกระบบมาจ่ายให้ลูกน้องจำนวน 5 คน และ ถูกแก๊งหนี้นอกระบบข่มขู่ ทวงถาม จนนำทรัพย์สินที่บ้านไปขายมาใช้หนี้ก็ไม่พอ ครั้งนี้ นาง อ. จึงตัดสินใจจบชีวิตตนเอง

นายสมชาย (นามสมมุติ) สามี กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจ นาง อ. (ภรรยา) มาโดยตลอด และจะช่วยกันทำงานเพื่อใช้หนี้ใช้สินให้หมด ไม่ต้องคิดมาก ถ้าถามว่ามีปากเสียงทะเลาะกันไหม ยอมรับว่ามี ส่วนใหญ่เวลาที่ นาง อ.(ภรรยา) เมาสุราเท่านั้น

เบื้องต้นชุดปฏิบัติการใต้น้ำกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน จำนวน 5 นาย กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 จำนวน 9 นาย ใช้เวลาค้นหาประมาณ 4 ชั่วโมง เบื้องต้นยังไม่พบร่างผู้สูญหาย และยังค้นหาอย่างต่อเนื่อง


นที มีเดช รายงาน