ชป. ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

ชป.ทยอยปรับลดน้ำเจ้าพระยา ภาคใต้ฝนลดลง เร่งระบายน้ำคลี่คลายสถานการณ์

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ รวมกันประมาณ 69,747 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 91% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวม 24,580 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานช่วงฤดูแล้งนี้

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เช้าวันนี้ เวลา 06.00 น. ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,900 ลบ.ม./วินาที (วานนี้ 2,020 ลบ.ม./วินาที) กรมชลประทาน ได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลง จากปริมาณน้ำเหนือที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เหลืออัตรา 700 ลบ.ม./วินาที ในช่วงวันที่ 17–18 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่คลองโผงเผง อ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด อ.ผักไห่จ.พระนครศรี อยุธยา

สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ที่กำลังประสบกับปัญหาน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดปริมาณฝนได้ลดลงแล้ว แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และมีน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำสายต่างๆ ในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี, สงขลา, ตรัง, สตูล, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส กรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ตอนบน ลงไปเสริมกำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง พร้อมตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประตูระบายน้ำ (ปตร.) คลองหรือระบบระบายน้ำ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตม.ปทุมธานี รวบหนุ่มปากีสถานแอบมุดเข้าไทย โดยทางการปากีสถานแจ้งมีประวัติใช้เอกสารทางการเงินปลอมขอวีซ่าท่องเที่ยว

ตม.ปทุมธานี รวบหนุ่มปากีสถานแอบมุดเข้าไทย โดยทางการปากีสถานแจ้งมีประวัติใช้เอกสารทางการเงินปลอมขอวีซ่าท่องเที่ยว

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ พล.ต.ต.ธนิศ ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงของกลุ่มบุคคลต่างด้าว โดยมุ่งเน้นจับกุมการกระทำความผิดของคนต่างด้าว เกี่ยวกับคนต่างด้าวที่มีหมายจับ การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง กฎหมายอาญา กฎหมายการทำงานของคนต่างด้าว การทำงานในลักษณะนอมินี หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นั้น

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 20.05 น. ภายใต้การสั่งการของ ว่าที่ พ.ต.อ.ดุสิต จิตรขุนทด ผกก.ตม.จ.ปทุมธานี, พ.ต.ท.จิรัฏฐวัฒน์ กาญจนวรางกูร รอง ผกก.ตม.จ.ปทุมธานี, พ.ต.ท.หญิงสุภางค์กาญจน์ มนตรีพิศาล สว.ตม.จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ตม. จ.ปทุมธานี ได้สืบสวนทราบว่า มีนายอาหะหมัด อายุ 22 ปี ชาวปากีสถาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามมบัด ได้มีหนังสือแจ้งมายังทางการไทย ว่าบุคคลดังกล่าวมีการใช้เอกสารทางการเงินปลอม(Bank statement) ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวที่ประเทศปากีสถาน จึงได้ปฏิเสธคำร้องขอรับการตรวจลงตรา

ซึ่งพฤติการณ์เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรนั้น ได้หลบหนีเข้ามากบดานอยู่ภายในซอยมัสยิดอัลละลา ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงได้ราย งานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งตามวันเวลาดังกล่าวข้างต้น พบบุคคลต่างด้าวลักษณะมีตำหนิรูปพรรณคล้ายกับนายอาหะหมัด เดินอยู่บริเวณดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตม.จ.ปทุมธานี ขอตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าไม่สามารถนำมาแสดงได้

จึงได้เชิญตัวมาตรวจสอบข้อมูลบุคคลต่างด้าวในระบบสารสนเทศ (BIOMETIC) ซึ่งในระบบแจ้งว่าบุคคลดังกล่าวคือนายอาหะหมัด ชาวปากีสถาน คนเดียวกันกับที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอิสลามมบัด ได้มีหนังสือแจ้งมายังทางการไทยจริง จากการสอบถามยอมรับว่าเมื่อเดือน พ.ค.2568 ได้เดินทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส จึงได้จับกุมใน ข้อหา“เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่ง สภ.คลองหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มท.4 นำทัพ Kick Off “ปลุกกระแส เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี”

มท.4 นำทัพ! Kick Off “ปลุกกระแส เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี”

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. : นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี” จัดโดยองค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ณ ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (เกาะพีพี) พร้อมประกาศให้ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นต้นแบบในการสร้างสมดุลของระบบนิเวศ ช่วยยกระดับให้เกาะพีพีเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อีกทั้งเป็นการประกาศหมุดหมายที่เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลภายใต้นโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นให้มีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่การส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เติบโตไปพร้อมกันกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (เกาะพีพี) เป็นระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน ที่ออกแบบ ก่อสร้าง ควบคุม ดูแล บริหารจัดการโดยองค์การจัดการน้ำเสีย ได้รับรางวัล Winner in Landscape Architecture–Park and Garden Landscape จากการประกวด Built Design Awards (BLT) 2025 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสามารถในการรองรับและบำบัดน้ำเสีย 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน น้ำที่ผ่านการบำบัดมีคุณ ภาพตามมาตรฐาน สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยศูนย์ฯ แห่งนี้มีการออกแบบลักษณะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแบบก่อสร้างใต้ดิน พร้อมติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์สำหรับกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านบน ให้เป็นแหล่งนันทนาการสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงใช้เป็นสถานที่จัดงาน “เปลี่ยนน้ำเสีย คืนน้ำใส ให้พีพี” ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปลุกกระแสให้ประชาชนทุกภาคส่วนตระหนัก รับรู้ ให้ความสำคัญ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการปัญหาน้ำเสีย ตลอดจนเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ “เมืองกระบี่ยั่งยืน สะอาด สวยงาม ปลอดภัย”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” กับการกลับมาของบทประพันธ์อมตะร่วมสมัยที่ทุกคนรอคอย

“สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” กับการกลับมาของบทประพันธ์อมตะร่วมสมัยที่ทุกคนรอคอย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้างซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ : “สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” กับการกลับมาของบทประพันธ์อมตะร่วมสมัยที่ทุกคนรอคอย พร้อมเปิดม่านสื่อแสดงรักอมตะรับวันวาเลนไทน์ โดยจัดการแสดง เพียง 5 รอบเท่านั้น 13-14-15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงละคร M Theatre

ค่ายดีแอค บริษัท ดีแอค ฟิล์ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวละครเวทีฟอร์มยักษ์แห่งปี “สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” อย่างเป็นทางการในวัน 27 พฤศจิกายน 2568 โดยมีผู้กำกับและทีมนักแสดงนำเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมเปิดเผยถึงความพิเศษของการนำเสนอเรื่องราวความรักโศกนาฏกรรมในรูปแบบมิวสิคัลสมัยใหม่ ที่ยังคงกลิ่นอายความคลาสสิกของบทประพันธ์เดิม

ละครเวทีเรื่องนี้อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ โดย ภคมินทร์ อุปะโยคิน ผู้จัดละครและผู้กำกับการแสดงถอดหัวใจถ่ายทอดความรู้สึก “รักเท่าชีวิต” การโหยหา ความพลัดพราก และการสะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมสตรีของ “แม่ญิงคนเมือง เอื้องล้านนา”

ผ่านบทเพลงไพเราะและการแสดงอันทรงพลัง โดยได้ทีมนักแสดงคุณภาพมาร่วมถ่ายทอดบทบาทสำคัญ ได้แก่น้องพลอยใส AF 12 ร้อยโทหญิง ธัญลักษณ์ โชคธนเดช รับบทเป็น “เครือฟ้า” ต้นน้ำ กานต์ธีรา เมืองคำ รับบทเป็น “ร้อยตรีพร้อม” อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ รับบทเป็น “เจ้าดารารัศมี” แม็กซ์ จิรายุทธ คันธยศ (แม็กซ์ เดอะ สตาร์) รับบทเป็น “เจ้าสายน้ำผึ้ง”

สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล ไม่ใช่เพียงแค่การนำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ แต่เป็นการตีความใหม่ที่เข้มข้นขึ้น มีความร่วมสมัยมากขึ้น ทั้งในส่วนของดนตรีและโปรดักชั่นเพื่อให้เข้าถึงผู้ชมทุกช่วงวัย โดย ภคมินทร์ อุปะโยคิน ผู้กำกับการแสดงกล่าวต่อไปว่า ทุกคนได้ทุ่มเทใส่ใจรายละเอียดเชิงศิลป์อย่างเต็มที่เพื่อมอบประสบการณ์ทางศิลปะการแสดงที่ดีที่สุด และหวังว่าเรื่องราวความรักของเครือฟ้าและร้อยตรีพร้อมจะยังคงอยู่ในใจผู้ชมตราบนานเท่านาน

การจัดแสดงละครเวที เรื่อง “สาวเครือฟ้า เดอะ มิวสิคัล” มีกำหนดจัดขึ้นในรอบสื่อมวลชน ในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ วันเสาร์ที่ 14 และวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงละคร M Theatre บัตรเข้าชมมีจำหน่าย ณ วันนี้ผ่านทาง ThaiTicketMajor.com และผ่านช่องทาง ณ บริษัทฯ ค่ายดีแอคฯ มุ่งมั่นในการผลิตละครเวที ภาพยนตร์ และละครซีรี่ย์คุณภาพที่มุ่งมั่นนำเสนอผลงานที่ทรงคุณค่าทางศิลปะให้เป็นการยกระดับวงการละครเวทีให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ค่ายดีแอค บริษัท ดีแอคฟิล์ม เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด สำนักงานใหญ่ 999/9 ชั้น 29 อาคาร ดิ ออฟฟิศเซศ ออฟ เซ็นทรัลเวิร์ล พระราม 1 ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
อีเมล์ : dactfilm.ceo@gmail.com โทรศัพท์: 02 207 2309


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เริ่มแล้ว! พิธีเปิดศึกฝีมือยิ่งใหญ่ WorldSkills Asia Taipei 2025 เด็กไทย 19 คนพร้อมโชว์ศักยภาพ คว้าชัยกลับไทย

เริ่มแล้ว! พิธีเปิดศึกฝีมือยิ่งใหญ่ WorldSkills Asia Taipei 2025 เด็กไทย 19 คนพร้อมโชว์ศักยภาพ คว้าชัยกลับไทยการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 3 เริ่มแล้ว สะท้อนวิสัยทัศน์พัฒนาทักษะเยาวชนเอเชีย

นายสมชาติ สุภารี รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันนี้ (26 พฤศจิกายน 2568) มีพิธีเปิดการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชียครั้งที่ 3 ณ กรุงไทเปไต้หวัน ซึ่งมี ดร.มูบารัก อัล ชัมซี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมีตัวแทนจาก 31 ประเทศสมาชิก ร่วมประชันฝีมือในเวทีระดับภูมิภาค ขณะที่ประเทศไทยส่งผู้แข่งขัน 19 คน ใน 16 สาขา ร่วมแสดงศักยภาพสู่สายตานานาชาติ

นายสมชาติฯ กล่าวต่อไปว่า การแข่งขัน WorldSkills Asia Taipei 2025 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการไทเป ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากผู้แทนหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียที่เดินทางเข้าร่วมเพื่อประชันความสามารถด้านทักษะอาชีพสมัยใหม่บนเวทีมาตรฐานสากล ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเป็นการยกระดับแรงงานเอเชียผ่านระบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการแข่งขันที่สร้างแรงบันดาลใจ ขอชื่นชมไต้หวันที่รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพอย่างมีประสิทธิภาพและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

สำหรับปี 2025 การแข่งขันครอบคลุมหลากหลายสาขาทักษะ ทั้งด้านเทคโนโลยี การผลิต การบริการ และงานสร้างสรรค์ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม งานช่างฝีมือ การประกอบอาหาร และงานดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้เข้าแข่งขันแต่ละประเทศจะได้แสดงความสามารถเชิงลึกและแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านทักษะอาชีพร่วมกัน ในส่วนของประเทศไทยได้จัดส่งผู้เข้าแข่งขัน รวม 19 คน ใน 16 สาขา โดยตัวแทนไทยทุกคนผ่านการฝึกซ้อมเข้มข้นและการประเมินมาตรฐานระดับนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความพร้อมของประเทศไทยในการยืนบนเวทีทักษะอาชีพระดับภูมิภาค ช่วยเปิดโอกาสให้ประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พัฒนาเครือข่าย และร่วมยกระดับมาตรฐานทักษะสู่ระดับโลก

ขอเชิญทุกท่านร่วมส่งแรงใจ และร่วมเชียร์ทีมชาติไทยให้ทำผลงานอย่างสุดความสามารถ เพื่อสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับประเทศในการแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชีย และก้าวสู่การคว้าชัยในระดับโลกต่อไปได้ โดยติดตามผ่านเพจ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือ WorldSkills Thailand รองสมชาติฯ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

LONGi เปิดตัว HIBC 700W แผงโซลาร์เซลล์เชิงอุตสาหกรรมประสิทธิภาพสูงสุดของโลก ยกระดับมาตรฐานพลังงานแสงอาทิตย์ให้ไกลกว่าเดิม

LONGi เปิดตัว HIBC 700W แผงโซลาร์เซลล์เชิงอุตสาหกรรมประสิทธิภาพสูงสุดของโลกยกระดับมาตรฐานพลังงานแสงอาทิตย์ให้ไกลกว่าเดิม

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 : LONGi (ลอนจี) จัดงานเปิดตัวเทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์ใหม่ล่าสุด HIBC กำลังการผลิตสูงสุด 700วัตต์ ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในอุตสาหกรรม ด้วยการจัดงานเปิดตัวเทคโนโลยี HIBC (Hybrid Interdigitated Back Contact) ภายใต้แนวคิด ‘Define Evolution, Illuminating the Future’ โดยมีไฮไลท์คือแผงโซลาร์เซลล์สำหรับภาคอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ที่ทำกำลังผลิตได้สูงถึง 700วัตต์ ซึ่งเป็นแผงโซลาร์เซลล์เชิงอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลกในปัจจุบัน การเปิดตัวครั้งใหญ่นี้ไม่เพียงแต่ทำลายสถิติเดิมๆ แต่ยังเป็นการนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านพลังงานสะอาดในทุกกลุ่ม เร่งการผลักดันโลกสู่ยุคพลังงานสะอาดที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยมีผู้สนใจเรื่องนวัตกรรมพลังงานเข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ

คุณหม่า เหมิง ผู้จัดการประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงเจตนารมณ์ที่ทาง LONGi มุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของโลก โดยเน้นการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานพลังงานสะอาด จนได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จได้ในระดับโลกว่า “นับตั้งแต่ปี 2017 LONGi ได้บุกเบิกการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี HPBC (Hybrid Passivated Back Contact) จนกระทั่งเข้านำเข้ามาในประเทศไทยในปี 2022 และในปีนี้เทคโนโลยี BC (Back Contact) ขั้นสูงของเราอย่าง HIBC ได้สร้างสถิติโลกด้านประสิทธิภาพเซลล์ ซึ่งตอกย้ำว่าเทคโนโลยี BC คือมาตรฐานแห่งอนาคตที่คาดว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลกถึง 50% ภายในปี 2028 ด้วยวิสัยทัศน์นี้ LONGi จึงเป็นผู้ผลิตรายหลักเพียงรายเดียวที่มุ่งเน้น BC ในตลาดไทยตั้งแต่ปี 2023 และด้วยความไว้วางใจจากลูกค้า ทำให้กำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ HPBC ของเราในประเทศไทยเติบโตถึง 800 เมกะวัตต์ (MW) แล้วในปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความร่วมมือที่เรามีร่วมกันในการบุกเบิกการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อสร้างอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานสะอาดและยั่งยืน”

กำหนดนิยามใหม่ของประสิทธิภาพด้วย HIBC 700W LONGi HIBC 700W คือโมดูลโซลาร์เซลล์ระดับเรือธงที่พลิกโฉมวงการ ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าที่สูงกว่า 700 วัตต์ และบรรลุประสิทธิภาพโมดูลสูงสุดถึง 25.9% ในโมดูลขนาดมาตรฐาน คือ 2382 × 1134 มม. ได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากเทคโนโลยี HIBC (Hybrid Interdigitated Back-Contact) ที่รวมข้อดีของเซลล์ HJT เข้ากับโครงสร้าง Back-Contact ช่วยเพิ่มพื้นที่รับแสงเต็มที่ ทำให้ได้ความหนาแน่นพลังงานที่โดดเด่นถึง 259 วัตต์ต่อตารางเมตร แผงนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการติดตั้งในพื้นที่จำกัดที่ต้องการผลผลิตสูงสุด

การนำโมดูล HIBC 700W ไปใช้งานในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (Utility-Scale) และโครงการเชิงพาณิชย์ (C&I) จะสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างชัดเจน “ด้วยกำลังไฟที่เพิ่มขึ้นอย่างมากต่อโมดูล ทำให้จำนวนโมดูลที่ต้องใช้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการ ลดต้นทุนรวมในการติดตั้งระบบ (BOS Cost) รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน ขาตั้ง และสายเคเบิล ทำให้โครงการต่างๆ มี อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่สูงขึ้น มีระยะเวลาคืนทุนที่สั้นลง และสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าในระยะยาว” คุณณัฐภาส ไทยสีหราช ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ กล่าวถึงความสำคัญของ HIBC 700W Champion Technology Driving an Era of Transformation

นอกจากนี้ LONGi ได้นำเสนอสิ่งที่เรียกได้ว่า ‘มาตรฐานใหม่’ ของงานติดตั้งบนหลังคา C&I โซลูชันที่รวมทั้งความปลอดภัย น้ำหนักเบา และประสิทธิภาพเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นวัตกรรมนั้นก็คือ Hi-MO X10 Guardian Light Design The Ideal Solution for Low-Capacity C&I Roofs โมดูลที่ถูกคิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาจริงของผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะสถานที่ที่โครงสร้างหลังคามีน้ำหนักรับจำกัด แต่ยังต้องการพลังงานสะอาดระดับสูงสุด

รวมถึงโซลูชันที่คิดใหม่ทั้งระบบเทคโนโลยีที่ไม่ได้เป็นเพียงโมดูลบนหลังคา แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคารอย่างแท้จริง เป็นความคิดใหม่ของการบูรณาการสถาปัตยกรรมและพลังงานโซลาร์ที่ไม่ใช่แค่ติดตั้งบนโครงสร้าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนั้น และเทคโนโลยีที่ทำให้สิ่งนี้เป็นจริง ได้แก่ Hi ROOF S Structural Skin Solar Rethink Integration. Engineered for EPC ด้วยการออกแบบแบบ Structural Skin Hi ROOF S เปลี่ยนภาพลักษณ์ของหลังคา และเปิดโอกาสใหม่ให้กับงานออกแบบอาคาร รวมถึงช่วยลดขั้นตอนการติดตั้ง เพิ่มความปลอดภัย และตอบโจทย์ EPC ที่ต้องการโซลูชันที่ติดตั้งง่าย แข็งแรง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

และสุดท้ายกับตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ระดับที่อยู่อาศัย (Residential Solar) ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด ความคุ้มค่า และดีไซน์ที่เข้ากับบ้านสมัยใหม่ LONGi ได้ออกแบบนวัตกรรมที่รวมทั้งประสิทธิภาพ, ความงามและความเข้ากับวิถีชีวิต เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โซลูชันนั้นก็คือ LONGi EcoLife Series – Redefine the Residential Level PV Module ซีรีส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐาน ของโมดูลโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เพียงให้พลังงานสูงขึ้น แต่ยังกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมของบ้านในทุกสไตล์สวยงาม ทนทาน ปลอดภัย และตอบโจทย์ครัวเรือนยุคใหม่ที่ต้องการพลังงานอัจฉริยะและคุ้มค่าที่สุด

ภายในงาน ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางกลยุทธ์ ที่จะเป็นหมุดหมายใหม่ในการผลักดันเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และสร้างการเติบโตไปพร้อมกันในอนาคต โดยมีหน่วยงานร่วมลงนาม ได้แก่ บริษัท ศิวาโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด, บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เมก้า อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด), บริษัท คิวทีซี อาร์อี จำกัด, บริษัท เอ็นแม๊กซ์ โซล่าร์ 1 (อีพีซี) จำกัด, บริษัท เฮลิโอเทค เอเนอร์จี้ โซลูชั่นส์ จำกัด, บริษัท ปิโตรพลัส เอ็นเนอร์จี จำกัด, บริษัท โซลาร์ วิง เอนเนอร์ยี่ จำกัด, บริษัท จอห์นโซลาร์ เอนเนอร์จี จำกัด, บริษัท แพลนเน็ตอีเอสจี จำกัด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาร่วมศตวรรษ LONGi มุ่งเน้นการพัฒนาการบริการที่ดีและเลือกใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า พร้อมทั้งมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาศักยภาพในการให้บริการพลังงานสีเขียว สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ LONGi (ลอนจี) ได้ที่ www.longi.com, Facebook : LONGi Thailand


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ล่ม..ไม่เป็นท่า

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน 68 เวลาประมาณ 11.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ตามที่ชาวบ้าน หมู่บ้านพฤกษา26 หมู่4 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้ร้องขอให้สื่อมวลชนไปร่วมสังเกตการณ์ การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 เพราะหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยสมาชิกหมู่บ้านพฤกษา26 ได้ให้เหตุผลว่าไม่มีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 เพื่อชี้แจงรายรับ-รายจ่าย การใช้เงินค่าส่วนกลางของหมู่บ้าน และการบริหารงานต่างๆ ของนิติ ให้สมาชิกฯได้รับทราบ และลงมติกันในที่ประชุมฯ ตามข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรบ้านพฤกษา26 ก่อนจะเริ่มการประชุมได้มีสมาชิกถามคณะกรรมการนิติว่า การประชุมครั้งนี้ส่งหนังสือเชิญประชุมให้กับสมาชิกไม่ตรงตาม ข้อบังคับนิติบุคคลหมู่บ้านพฤกษา26 การประชุมจึงล่ม..ไม่เป็นท่า และสมาชิกหมู่บ้านพฤกษา26 ให้นิติบุคคล ดำเนินการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี2567 ครั้งที่ 2 ต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมชลประทาน มอบรางวัลประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน”

พิธีมอบรางวัล โครงการประกวดภาพถ่าย และวีดีโอคอนเทนต์ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน” (Water for Life, Flow for Future) กรมชลประทาน มอบรางวัลประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน”

กรมชลประทาน จัดงานประกาศผลการประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อเปิดเวทีให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และช่างภาพทั่วประเทศได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราว ความงดงาม และคุณค่าของน้ำ ผ่านมุมมองเชิงสร้างสรรค์ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์จากผู้ที่ได้รับรางวัล

นายพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและออกแบบ) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแก่ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ ภายใต้หัว ข้อ “สายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต สร้างไทยยั่งยืน” (Water for Life, Flow for Future) การประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกวดภาพถ่าย ในหัวข้อ “ชีวิตคู่สายน้ำ” (Life with Water) และ “โครงการน้ำสร้างอนาคต” (Water Works, Water Wisdom) และ การประกวดวีดีโอคอนเทนต์ ในหัวข้อ “นวัตกรรมน้ำขับเคลื่อนอนาคต” (Smart Water Move) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ นักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

การประกวดได้รับการตอบรับจาก ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และช่างภาพทั่วประเทศ มีผู้ส่งผลงานทั้งหมด 430 คน เป็นผลงานประเภทภาพถ่าย 780 ภาพ แบ่งเป็น หัวข้อ “ชีวิตคู่สายน้ำ” (Life with Water) จำนวน 566 ภาพ และ “โครงการน้ำสร้างอนาคต” (Water Works,Water Wisdom) จำนวน 214 ภาพ ผลงานประเภทวิดีโอคอนเทนต์ หัวข้อ “นวัตกรรมน้ำขับเคลื่อนอนาคต” (Smart Water Move) จำนวน 77 ผลงาน แบ่งเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา 63 ผลงาน และกลุ่มประชาชนทั่วไป จำนวน 14 ผลงาน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการร่วมตัดสินและคัดเลือกผลงาน

ภาพถ่ายที่ได้รับรางวัล ได้แก่ คุณวรนันทน์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติ ปี 2552 สาขาทัศนศิลป์ ด้านภาพถ่าย, ศ.ดร.วราวรรณ สุวรรณผาติ อาจารย์สาขาวิชาศิลปะภาพถ่าย มหาวิทยาลัยรังสิต, คุณเกรียงไกร ไวยกิจ ช่างภาพอิสระ, คุณพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา (ด้านสำรวจและหรือออกแบบ),  คุณธีรกฤติ อภิรักษ์ขิต ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ร่วมกันตัดสินเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

ส่วนการประกวดวิดีโอคอนเทนต์ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการร่วมตัดสินและคัดเลือกวิดีโอคอนเทนต์ ได้แก่ คุณวรพล พุฒจ้อย ที่ปรึกษาโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยด้านรายการ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ บริษัท อสมท. จำกัด คุณชนินทร์พงษ์ วิศปาแพ้ว ผู้จัดการ Hot Chilli Film Studio และ คุณเลอบุญ อุดมทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศกรรมชลประทาน (ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา มีผลการตัดสิน ดังนี้

  • การประกวด ภาพถ่าย หัวข้อ “ชีวิตคู่สายน้ำ” (Life with Water)
    • รางวัลชนะเลินายสุทัศน์  ฟองมูล
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 นายพลฤทธิ์ ฐิติวริทธินันท์
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 นายเฉลิมชัย อ่อนละออ
  • หัวข้อ “โครงการน้ำสร้างอนาคต” (Water Works, Water Wisdom)
    • รางวัลชนะเลิศ นายจามิกร ศรีคำ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 นายชิษณุพงศ์ กาทิพย์
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 นายพลฤทธิ์ ฐิติวริทธินันท์
  • การประกวด วิดีโอคอนเทนต์ ประเภท นักเรียน นักศึกษา
    • รางวัลชนะเลิศ เด็กหญิงกชกร พรหมเกตุ, นางสาวศศิวิมล แก้วยิ้ม, นายยุทธพงษ์ จุติผล
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 นายเดโชดิษฐ์ อธิชโย
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 นางสาวภควดี สมัครการ, นายรักกอบกิจ บุญเส็ง
  • การประกวด วิดีโอคอนเทนต์ ประเภท ประชาชนทั่วไป
    • รางวัลชนะเลิศ นายพีรพัฒน์ วิสัยโสภณกุล, นายต้นตะวัน ขุนเจริญ, นายพงษ์พัฒน์ สำรองกิจ, นายธวินท์นวัชร์ มงคลธนตระกูล
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 นางสาวชญานิศ แก้วประเสริฐ, นางสาวรัดเกล้า กลันทกสุวัณณ
    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 นายนรินทร์ จารุกิจวณิชย์

โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน นักศึกษา ช่างภาพและประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคลังภาพถ่าย และวิดีโอคอนเทนต์ที่สามารถนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์ หรือสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลของหน่วยงานรัฐ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของน้ำในมิติที่หลากหลาย ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ

อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ผสานระหว่างการประชาสัมพันธ์ภารกิจของภาครัฐ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างแรงบันดาลใจผ่านงานศิลปะในรูปแบบภาพถ่ายและวิดีโอคอนเทนต์ ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสังคม และนำไปสู่การร่วมกันดูแล “สายน้ำ” ของไทย อย่างรู้คุณค่าและยั่งยืนต่อไปในอนาคต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

‘โอกาสใหม่’ ช่วย ‘หาดใหญ่’ ระดมทีม เรือ-วิทยุทรานซิสเตอร์-ถุงยังชีพ หนุนภารกิจช่วยชาวใต้ กระทบมหาวิบัติน้ำท่วมใหญ่

‘โอกาสใหม่’ ช่วย ‘หาดใหญ่’ ระดมทีม ‘เรือ-วิทยุทรานซิสเตอร์-ถุงยังชีพ’ หนุนภารกิจช่วยชาวใต้ กระทบมหาวิบัติน้ำท่วมใหญ่

วันที่ 26 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ลานหน้าสำนักงานพรรคโอกาสใหม่ ได้มีการจัดสรรสิ่งของจำเป็น โดยปล่อยออกไปเป็นขบวนคาราวาน เพื่อช่วยน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่หาดใหญ่ ซึ่ง นายจตุพร บรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่พร้อม กับ คณะกรรม การบริหารพรรค และ เครือข่ายอาสาสมัครนำทัพ

ทั้งนี้ นายจตุพรฯ ได้กล่าวฝากถึงพี่น้องชาวใต้และชาวหาดใหญ่ทุกคนด้วยว่า “พรรคโอกาสใหม่ ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปถึงทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งนับว่ารุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา ขอให้ทุกท่านเข้มแข็ง อดทน และเชื่อมั่น ว่าเหตุการณ์นี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เชื่อว่าภาครัฐและหน่วยงานทุกฝ่ายพร้อมช่วยเหลือท่านอย่างเร่งด่วน ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว พรรคโอกาสใหม่พร้อมเป็นอีกแรงที่พร้อมช่วยเหลือประชาชนในอุทกภัยครั้งนี้ทุกด้าน ทุกจังหวัด”

ผู้สื่อข่ารายงานอีกว่า ก่อนหน้านี้ ทางพรรคโอกาสใหม่ ได้จัดทีมลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ ส่วนล่าสุดหรือในขณะนี้ ก็ได้เสริมการช่วยเหลืออีกระลอก ด้วยการส่งคาราวานสิ่งของช่วยเหลือยังชีพจากส่วนกลางลงไปช่วยผู้ประสบภัย โดยขบวนคาราวานนี้ได้ระดมกำลังพลอาสาสมัคร 30 นาย และอุปกรณ์กู้ภัยที่จำเป็นทั้งสิ้น อาทิ 1.วิทยุทรานซิสเตอร์ 2,000 เครื่อง, 2.ถุงยังชีพ 2,000 ชุด และ น้ำดื่ม 1,000 แพ็ค, 3.เรือท้องแบน 8 ลำ, 4.เครื่องปั่นไฟ 2 ชุด, 5.เสื้อซูชีพ 100 ชุด, 6.รถยกสูง 10 คัน, 7.ผ้าห่ม 200 ชุด

อย่างไรก็ตาม นายจตุพรฯ ได้เปิดเสริมอีกว่า แม้ทางพรรคโอกาสใหม่จะมีการระดมช่วยเหลือไปเป็นช่วงๆ แล้ว แต่จากนี้ก็จะยังได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป เพราะยามนี้คือช่วงเวลาที่คนไทยทุกภาคส่วนควรแสดงออกถึงพลังแห่งความสามัคคี และพร้อมให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามที่คนในชาติลำบาก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมศุลกากร ขอแสดงความห่วงใย พร้อมระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล และอีกหลายพื้นที่ในเขตภาคใต้ตอนล่าง กรมศุลกากรขอแสดงความห่วงใยไปยังประชาชนในทุกพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ พร้อมระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน

โดยเมื่อวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2568 หน่วยสืบสวนและปราบปรามสตูล–ปากบารา ส่วนสืบสวนปราบปราม 2 กองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ได้เร่งดำเนินการเข้าให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ อ.ควนโดน และอ.ควนสตอ จ.สตูล โดยนำน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ขวด ลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบประสานผ่านผู้นำชุมชน เพื่อกำหนดจุดกระจายการแจกจ่ายน้ำ รวมถึงลงพื้นที่บ้านเรือนที่เข้าถึงยากและพื้นที่น้ำท่วมเฉพาะจุด เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่ม พร้อมทั้งสนับสนุนเสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการจมน้ำในพื้นที่ระดับน้ำสูง ให้การสนับสนุนเรือและกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง อีกทั้งได้เร่งประสานงานกับหน่วยท้องถิ่นและหน่วยกู้ภัยอื่นๆ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

โดยในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 กรมศุลกากรได้เข้าพื้นที่ ช่วยเหลือชาวบ้านบริเวณตำบลเกาะหมี จังหวัดสงขลา เพื่อนำผู้ประสบอุกภัยออกจากพื้นที่โดยเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ ยังมีพื้นที่ที่ต้องการอาหาร น้ำดื่มและรอคอยความช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก กรมศุลกากรจึงได้บูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่นในการสำรวจครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือต่อไป

อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า “กรมศุลกากรมุ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยที่มีศักยภาพด้านภารกิจทางน้ำเตรียมความพร้อมและระดมกำลังเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง โดยเราจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมสนับสนุนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”

ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของ และเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ เพื่อส่งให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ ห้องโถง ชั้น 1 กรมศุลกากร คลองเตย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมสามารถติดต่อผ่าน โทร. 02 271 6000 หรือช่องทางสื่อสารของกรมศุลกากร


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน