“ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” จังหวัดน่าน เปิดเข้าชมภายใน ครั้งแรกฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย

วันที่ 5 ธันวาคม 68 นี้ “ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร” จังหวัดน่าน เปิดเข้าชมภายใน ครั้งแรก หัวใจของการเปลี่ยนผ่าน “น่าน” เมืองแห่งวัฒนธรรมมีชีวิต ก้าวสู่เมืองสร้างสรรค์ของไทยในเวทีโลก เปิดให้เข้าชมภายในครั้งแรก! เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจอง วันที่ 5 ธันวาคม 68 นี้จากนั้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน อังคาร – อาทิตย์ เวลา 09.00 – 17.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ และวันนักขัตฤกษ์)

ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร เปิดโลกการเรียนรู้ ผ่านศิลปะ วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์

  • ห้องที่ 1: ห้อง Auditorium: รับแรงบันดาลใจ (Short Film)/Workshop and Gamification พลวัตกลุ่ม และสร้างระบบคิด นำ The(pre) Mission Impossible ไปเสนอในระบบ “ประชาคมเยาวชนเพาะพันธุ์ปัญญา”สรุปและสะท้อนบทเรียน
  • ห้องที่ 2: ห้องพระราชประวัติ ร.9 และรถแลนด์โรเวอร์ : คำสอนเพื่อให้แก้ไขปัญหาพื้นฐานด้วยหลักเหตุและผลเพื่อการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนอย่างพอเพียง
  • ห้องที่ 3: ห้องสมบัติน่าน : เข้าใจที่มาและที่ไปในรากเหง้าของความเป็นน่านตามกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
  • ห้องที่ 4: ห้องประวัติศาลากลางเดิม : เข้าใจประวัติศาสตร์และความเป็นมาและปรัชญา ของศาลากลางจังหวัด
  • ห้องที่ 5: ห้องเทคโนโลยีกับมนุษย์ : โลกกว้างมีเทคโนโลยีและวิทยาการที่ลดความลำบากใน การใช้ชีวิตของมนุษย์ และเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาได้
  • ห้องที่ 6: ห้อง NAN Simulation : แสดงให้เห็นปัญหาและผลกระทบต่อสังคม เด็กจะนำข้อมูลที่ได้จากการเรียนรู้ทั้งหมด มาใช้ในการแก้ปัญหา และสร้างเมืองยั่งยืน

#น่าน #ศูนย์การเรียนรู้นันทสิปปาคาร


นที มีเดช รายงาน

รายงานการพบ “เหมยขาบ” อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ฤดูหนาวปี 2568

รายงานการพบเหมยขาบ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ฤดูหนาวปี 2568

ครั้งที่ 1 วันที่ 24.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 4 องศาเซลเซียสที่กิ่วแม่ปาน (06.00 น.) อุณห ภูมิต่ำสุดของหนาวปีนี้ พบบริเวณ ลานจอดรถ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ อน.5 (ยอดดอย) (t=5°C ,tยอดหญ้า=0.7°C)

ครั้งที่ 2 วันที่ 25.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) พบบริเวณ ลานจอดรถ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ อน.5 (ยอดดอย) (t=5°C ,tยอดหญ้า=0.2°C)

ครั้งที่ 3 วันที่ 26.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 3 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) พบบริเวณ ลานจอดรถ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ อน.5 (ยอดดอย)

ครั้งที่ 4 วันที่ 27.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 2 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) พบบริเวณ ลานจอดรถ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ อน.5 (ยอดดอย)

ครั้งที่ 5 วันที่ 28.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 3 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) พบบริเวณ ลานจอดรถ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ที่ อน.5 (ยอดดอย)

ครั้งที่ 6 วันที่ 29.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 7 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) พบเหมยขาบบริการหน้าหน่วยพิทักษ์ ยอดดอย แล้วลานจอด อุณหภูมิยอดหญ้า 0.1 องศา

ครั้งที่ 7 วันที่ 30.11.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 8 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) พบเหมยขาบบริการหน้าหน่วยพิทักษ์ ยอดดอย แล้วลานจอด อุณหภูมิยอดหญ้า -0.5 องศา

ครั้งที่ 8 วันที่ 1.12.2568 อุณหภูมิต่ำสุด 8 องศาเซลเซียส หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อน.5 (ยอดดอย)(06.00 น.) พบเหมยขาบบริการลานจอดรถ(ยอดดอย) อุณหภูมิยอดหญ้า -0.1 องศา


นที มีเดช รายงาน

“ฟื้นฟูไว อุ่นใจประชาชน” แพทย์ทหารดูแลสุขภาพกาย–สุขภาพใจครบมิติ ให้กับประชาชนหลังน้ำท่วม

“ฟื้นฟูไว อุ่นใจประชาชน” แพทย์ทหารดูแลสุขภาพกาย–สุขภาพใจครบมิติ ให้กับประชาชนหลังน้ำท่วม

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ชุดแพทย์ทหารเผชิญเหตุฉุกเฉินกองทัพบก (M-MERT) กอง ทัพภาคที่ 3 จัดกำลังแพทย์เดินเท้า ซึ่งประกอบไปด้วยโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ โรงพยา บาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก เข้าพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อดูแลและฟื้นฟูสุขภาพจิตของประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยทีมแพทย์ได้ประเมินระดับความเครียด ความวิตกกังวล และปัญหาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ พร้อมให้คำปรึกษารายบุคคล ช่วยผ่อนคลายความเครียด รวมถึงติดตามอาการกลุ่มเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และผู้ที่เผชิญเหตุการณ์สะเทือนขวัญโดยตรง ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นอกจากนี้ ยังได้จัดกำลังชุดแพทย์ทหารเดินเท้าออกให้บริการตรวจรักษาแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ครอบคลุมทั้งโรคผิวหนัง น้ำกัดเท้า โรคติดเชื้อที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม โรคฉี่หนู และปัญหาระบบทางเดินหายใจ พร้อมทั้งให้บริการทำแผล ดูแลผู้ป่วยเรื้อรังที่ขาดยาต่อเนื่อง และให้คำแนะนำด้านสุขอนามัยหลังน้ำท่วมเพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาดในชุมชน

นอกจากนี้ ยังมีการคัดกรองภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) และติดตามสุขภาพจิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการดูแลครบวงจรทั้งด้านร่างกายและจิตใจควบคู่กันไป พร้อมแจกจ่ายยารักษาเบื้องต้น รวมถึงสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึง

ภารกิจครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของกองทัพบกในการยืนเคียงข้างประชาชนในยามเดือดร้อน ตามเจตนารมณ์ “กองทัพบกเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”


นที มีเดช รายงาน

ภารกิจเร่งด่วน ! เจาะปฏิบัติการ MERT ทร.กลางสนามรบแห่งความหวัง กลางวิกฤตน้ำท่วมสงขลา วันที่4 ของการปฏิบัติภารกิจ

ภารกิจเร่งด่วน ! เจาะปฏิบัติการ MERT ทร.กลางสนามรบแห่งความหวังกลางวิกฤตน้ำท่วมสงขลา วันที่4 ของการปฏิบัติภารกิจ

รายงานการปฏิบัติของชุดปฏิบัติการทางการแพทย์ในภาวะภัยพิบัติ พร. วันที่ 30 พ.ย.68 ปฏิบัติงานสมทบกับชุดปฏิบัติการของ ฐท.สข. ลงพื้นที่รอบนอกตัวเมืองที่เข้าถึงยาก ดังนี้

ชุดที่ 1 สมทบหน่วยยานเกราะล้อยาง AWAV ออกปฏิบัติภารกิจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพื้นที่ ต.บ้านหัวป่า หมู่ 6 อ.ระโนด จ.สงขลา พื้นที่ส่วนใหญ่น้ำท่วมขังเนื่องจากอยู่ติดทะเล น้ำเริ่มเน่าเสีย การสัญจรต้องใช้เรือทั้งหมด ชุดช่วยเหลือต่าง ๆ เข้าถึงไม่ได้ บางพื้นที่น้ำตื้นเขิน บางพื้นที่ลึก ต้องใช้รถ AWAV เข้าจากโรงสูบน้ำริมทะเลวิ่งลงทะเลอ้อมเข้ามาในคลองบริเวณปากน้ำ ชาวบ้านนำเรือหางยาว/เรือเล็กมารับมอบ จากนั้นทีมแพทย์ลงเรือหางยาวลัดเลาะเข้าไปในชุมชน มอบยารักษา 80 ชุด ยารักษาน้ำกัดเท้า 20 หลอด แป้งโรยเท้า 20 กระป๋อง ภาวะสุขภาพที่เป็นปัญหาคือน้ำกัดเท้า และมีโอกาสเกิดโรคระบาดต่าง ๆ เช่นไข้เลือดออก โรคฉี่หนู และโรคระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เริ่มเน่าเสีย และมีครัววกลางของชุมชนในการประกอบอาหารและกระจายแจกจ่ายในชุมชน

ชุดที่ 2 สมทบกับหน่วยยานเกราะล้อยาง AWAV ออกปฏิบัติภารกิจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พื้นที่ บริเวณริมทะเลสาบสงขลา ต.ปากรอ อ. สิงหนคร จ.สงขลา ตรวจรักษาผู้เจ็บป่วย แจกชุดยาสามัญ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเด็ก ร่วมกับ กองพันลาดตระเวน (แจกอาหารและน้ำดื่ม)
ผลการปฏิบัติ แจกชุดยาสามัญ จำนวน 30 ชุด (น้ำกัดเท้า /แผลเปิดขนาดเล็กไข้หวัด /ปวดตามตัว, ปฐมพยาบาลทำแผลจากอุบัติเหตุ

อุปสรรคในการปฏิบัติ ระดับน้ำ หมู่ 3 ยังสูง รถ AWAV เข้าถึงยากเนื่องจากถนนแคบ ต้องเดินเท้า เข้าเยี่ยมบ้านที่มีผู้สูงอายุ และเด็กอ่อน ยาและ ถุงยังชีพ drop ไว้ที่ โรงเรียน

ชุดที่ 3 จัดกำลังพลมอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์แก่ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ม.7 และ ม.8 ต.ท่าบอน อำเภอระโนด และศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก

  1. แจกถุงยังชีพ ผป.ศูนย์พักพิง 30 ชุด
  2. ตรวจรักษา จ่ายยาเบื้องต้น ผป.ในศูนย์พักพิง จำนวน 15 ราย ส่วนใหญ่ ผป.น้ำกัดเท้า และพูดคุย กับผู้สูงอายุ ให้กำลังใจ
  3. มอบชุดเด็ก + แพมเพิส นมผง ให้เด็กวัย 2 เดือน ที่อยู่ในศูนย์พักพิงกับ คค.
  4. ร่วมมอบข้าวสารอาหารแห้ง ให้ศูนย์พักพิง ร่วมกับชุดลาดตระเวน
  5. แจกถุงยังชีพ พร้อมชุดยาให้กับ ผป.ติดเตียง และผู้สูงอายุ ใน พท. ม.7 และ ม. 8 จำนวน 20 หลังคาเรือน

อุปสรรคในการปฏิบัติ ในพื้นที่นี้ยังมีน้ำท่วมขังลึกระดับอก ทำให้การเดินทาง ออกมาจากบ้านยากลำบาก

#HeroofMERT #srkhospital #กรมแพทย์ทหารเรือ #กองทัพเรือ


ปิดฉากการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568

ปิดฉากการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568 แชมป์แต่ละรุ่นต้องลุ้นกันเหนื่อย “น้องเนย” ฌัชชา กล่อมกมล และ”น้องซี” ธัชพงศ์ สะอาด คว้าดับเบิ้ลแชมป์ โดยมี นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2568 : ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี วันสุดท้ายของการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 ซึ่งกรมพลศึกษา ร่วมกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พ.ย.2568 โดยมีผลการแข่งขันในรุ่นต่างๆ ดังนี้

  • หญิงเดี่ยว 12 ปี เด็กหญิงนกรณ์ เกตุมะยูร จากนครนายกยังครองแชมป์ในรุ่นนี้อย่างเหนียวแน่นหลังหวดชนะ เด็หญิงวรัญญา ศรีเพ็ง ในรอบชิงชนะเลิศ 4-1 รองชนะเลิศอันดับสองร่วมได้แก่เด็กหญิงณัฐนรี สาสาร และเด็กหญิงณิชาภัทร ผ่องจำปี
  • ชายเดี่ยว 12 ปีแชมป์เป็นของเด็กชายปิยะวัฒน์ มั่งคล้าย จากพิจิตรที่หวดชนะเด็กชายธนกร ไชยลังการ จากพระนครศรีอยุธยา ในรอบชิงชนะเลิศ 4-1 รองชนะเลิศอันดับสองเด็กชายสุทธิวิชญ์ อุไรวงค์ และเด็กชายชวนากร ธนีภาพ
  • หญิงเดี่ยว 15 ปีแชมป์เป็นของเด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ นักหวดสาวลูกครึ่งไทย-กาน่าจากพิจิตรหลังหวดชนะเด็กหญิง ใบบุญ ไกรโชค 4-0 รองชนะเลิศอันดับสองร่วมเด็กหญิงปิยะวรรณ ยั่งยืนกูล และเด็กหญิงกันยกร เกิดแก้ว
  • ชายเดี่ยว 15 ปีนายภูมิภัทร เธียรชัยพงษ์ จากพิจิตรคว้าแชมป์ด้วยการหวดชนะนายกฤศวัฒน์ จันทร์ต๊ะแก้ว 4-0 รองชนะเลิศอันดับสองร่วมนายธนกร ไชยลังการ และเด็กชายชัชฌานนท์ บรรจงศิริ
  • หญิงเดี่ยว 18 ปีนางสาวชิญญาดา วิทูประพัทธ์ คว้าแชมป์หลังโค่นสาวน้อยลูกครึ่งไทย-กาน่า เด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ ไปได้ 4-2 รองชนะเลิศอันดับสองนางสาววรรณิกา เพ็งประไพ และนางสาวสุภาวดี ศรีเพ็ง
  • ชายเดี่ยว 18 ปีนายธัชพงศ์ สะอาด นักหวดหนุ่มวัย 16 ปีจากศรีสะเกษคว้าแชมป์หลังดวลเดือดชนะ นายนภัทร์ แซ่จีน จากสมุทรสงคราม 4-2 รองชนะเลิศอันดับ 2 นายปิยะสุวรรณ มั่งคล้าย จากพิจิตร และนายธนกฤษ พงศ์เศวต จากพิษณุโลก
  • หญิงเดี่ยว 20 ปีนางสาวฌัชชา กล่อมกมล คว้าแชมป์กลับสุโขทัยหลังหวดชนะนางสาวอลิชา มายา ซีกเลอร์ สาวน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน จากศรีสะเกษ 4-1 รองชนะเลิศอันดับสองเด็กหญิงศิริกร พูนผล จากพิษณุโลก และเด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ จากพิจิตร
  • ชายเดี่ยว 20 ปีแชมป์เป็นของนายภูมิภัทร เธียรชัยพงษ์ จากพิจิตรหวดชนะนายกฤติธี ปลื้มใจ จากสมุทรสงคราม 4-1 รองชนะเลิศอันดับ 2 นายธนกฤษ พงศ์เศวต จากพิษณุโลก และนายจิตติพัฒน์ อุ่นเจริญ
  • หญิงเดี่ยวทั่วไป “น้องเนย” นางสาวฌัชชา กล่อมกมล คว้าแชมป์ที่ 2 ด้วยการหวดชนะนางสาวยิ่งลักษณ์ เจริญรักษ์ธนกุล จากกรุงเทพฯ 4-2 รองชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวชฎามาส ไตรตระกูลสินธุ์ และเด็กหญิงเบลินด้า เอนจิ
  • ชายเดี่ยวทั่วไป “น้องซี” นายธัชพงศ์ สะอาด นักหวดหนุ่มจากศรีสะเกษคว้าดับเบิ้ลแชมป์กลับบ้านหลังหวดชนะ นายส่งเสริม แก้วสุขศรี 4-1 รองชนะเลิศอันดับ 2 นายอรรถพล อิศรางกูร ณ อยุธยา และนายธนกฤษ พงศ์เสวต

นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานในการมอบถ้วยรางวัล-เหรียญรางวัล และเกียรติบัตรแก่นักกีฬาชนะเลิศลำดับต่างๆ และได้กล่าวหลังพิธีการมอบรางวัลว่า “การแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสกีฬาระหว่างโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2568 ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จที่น่าพอใจด้วยจำนวนนักกีฬาซอฟท์เทนนิสที่สมัครเข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น ถือเป็นการเพิ่มประชากรซอฟท์เทนนิสให้มากขึ้น และมั่นใจได้ว่าการแข่งขันในปีหน้าจะยังคงมีนักกีฬาซอฟท์เทนนิสหน้าใหม่เข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น ท้ายนี้ต้องขอขอบคุณกรมพลศึกษา,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี,กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ,นักกีฬา,ผู้ตัดสิน ตลอดจนผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งจนการแข่งขันปิดฉากลงด้วยความสำเร็จตามวัตถุประสงค์” นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิส กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสองค์การอนามัยโลกเตือน การปฏิเสธแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบ จะคร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 ล้านคน

อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสองค์การอนามัยโลกเตือน การปฏิเสธแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบ จะคร่าชีวิตผู้คนกว่า 100 ล้านคน

สำนักข่าว AP รายงานบทความจาก 2 อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ที่เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ยอมรับแนวทางการลดอันตรายจากยาสูบเพื่อช่วยชีวิตคนกว่า 100 ล้านคนก่อนการประชุม COP11 ของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยา สูบขององค์การอนามัยโลก (WHO FCTC) ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อเร็วๆนี้

อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์การอนามัยโลก 2 คน ได้แก่ Derek Yach หนึ่งในผู้มีส่วนร่วมในการร่างกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบ และ Tikki Pang อดีตผู้บริหารฝ่ายวิจัยนโยบายขององค์การอนามัยโลก เรียกร้องให้มีการปฏิรูปอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (FCTC) ครั้งใหญ่ โดยพวกเขาให้เหตุผลว่าการปฏิรูปนี้อาจช่วยชีวิตผู้คนได้มากกว่า 100 ล้านคนภายในปี 2060

ทั้งสองระบุว่าประเทศที่ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบจะประชุมกันที่เจนีวา ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน เพื่อหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าของนโยบายควบคุมยาสูบทั่วโลก ซึ่งประเทศต่างๆ จะต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องให้เพิ่มข้อจำกัดสำหรับผลิตภัณฑ์นิโคตินที่เสี่ยงน้อยกว่า โดย Yach และ Pang ยืนกรานว่าข้อเรียกร้องเหล่านี้ต้องถูกปฏิเสธ บทความของเจ้าหน้าที่อาวุโสทั้งสองให้ข้อเสนอแนะว่า “รัฐบาลต้องกล้าท้าทายหลักคำสอนเก่าๆ ภาคอุตสาหกรรมต้องกล้าจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับระบบสาธารณสุข และภาคประชาสังคมต้องกล้าสนับสนุนหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าอุดมคติ”

Yach และ Pang ส่งเสียงเรียกร้องไปที่วารสารทางวิทยาศาสตร์และสมาคมการแพทย์ที่สร้างหลักการที่บิดเบือนแก่วงการแพทย์ โดยพวกเขาระบุว่า “หน่วยงานต่างๆ ต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบทางจริยธรรมของตน เพื่อให้มั่นใจว่าประโยชน์ของการลดอันตรายเป็นที่เข้าใจอย่างกว้างขวางในหมู่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งแพทย์ที่ได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องยังคงเป็นกำแพงสำคัญที่ขัดขวางการยอมรับในเรื่องการลดอันตราย นอกจากนี้ หน่วยงานเหล่านี้ยังไม่ยอมรับว่าการลดอันตรายส่งผลต่อประเทศยากจนอย่างไร”
เนื้อหาส่วนหนึ่งในบทความระบุว่า

“ประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางจะต้องเผชิญกับความตึงเครียดด้านสุขภาพและเศรษฐกิจมหาศาลเป็นเวลาหลายทศวรรษ หากไม่ดำเนินมาตรการเร่งด่วน ผู้เขียนเชื่อว่าที่ประชุม COP11 จะต้องยอมรับความจริงที่ว่า การลดอันตรายจากยาสูบไม่ใช่การถกเถียงในเชิงทฤษฎี แต่เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลลัพธ์ที่สามารถช่วยชีวิตคนได้”

ผู้เขียนยังเปรียบเทียบความก้าวหน้าในประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนาที่นโยบายการควบคุมยาสูบของ WHO มักไม่ได้รับการตั้งคำถาม

“การใช้ผลิตภัณฑ์แบบไม่เผาไหม้เพิ่มสูงขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี โปแลนด์ และเยอรมนี และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณา จักร รัสเซีย และโรมาเนีย ซึ่งอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศเหล่านี้ลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้คนหลายล้านคนหันไปใช้ทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า”

ในขณะเดียวกัน ประเทศสวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ มีการใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินที่ไม่ใช่บุหรี่แบบดั้งเดิมอย่างแพร่หลายส่งผลให้ให้อัตราการสูบบุหรี่และอัตราการเกิดโรคมะเร็งอยู่ในระดับต่ำสุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาทั่วโลก ประเทศเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของมนุษย์สามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อผู้บริโภคได้รับทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้

ในทางตรงกันข้าม ในประเทศ เช่น อินโดนีเซีย จีน อียิปต์ และจอร์แดน อัตราการสูบบุหรี่ของผู้ชายยังคงสูงเกิน 45% ซึ่งเป็นระดับที่พบเห็นครั้งสุดท้ายที่อังกฤษในช่วงทศวรรษ 1960

ผู้เขียนสรุปว่า “สำหรับผู้แทนจำนวนมาก ที่ไปร่วมการประชุมกรอบอนุสัญญาของ WHO การเรียกร้องให้พิจารณาการลดอันตรายใหม่มักเป็นเรื่องลำบากใจสำหรับพวกเขา” ในการประชุม COP11 ปีนี้ ผู้แทนจากประเทศนิวซีแลนด์ หนึ่งในประเทศที่ยึดหลักการลดอันตรายจากการสูบบุหรี่ ผสมผสานกับหลักการ MPOWER ขององค์การอนามัยโลก ได้กล่าวสุนทรพจน์แสดงความก้าวหน้าในการดำเนินการตามอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบและการลดอัตราการสูบบุหรี่

ผู้แทนจากประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า “ตั้งแต่ปี 2012 อัตราการสูบบุหรี่ต่อวันของผู้ใหญ่ในนิวซีแลนด์ลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง และปัจจุบันอยู่ที่ 6.9% ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการสูบบุหรี่ของผู้ใหญ่ต่ำที่สุดในโลก เราใกล้บรรลุเป้าหมายที่น้อยกว่า 5% แนวคิดเรื่องการรวมพลังเพื่อคนรุ่นใหม่ที่ปลอดบุหรี่นั้นได้รับการตอบรับอย่างแข็งขัน เรามุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนี้และประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยจำนวนผู้ที่สูบบุหรี่ทุกวันในกลุ่มคนอายุ 14-24 ปี มีเพียง 3% และในกลุ่มอายุ 15-17 ปี มีเพียง 0.6% เท่านั้น”

“คนรุ่นใหม่กำลังเติบโตมากับสังคมปลอดบุหรี่ ความก้าวหน้าของเราสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินมาตรการ MPOWER ของ WHO FCTC อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมปลอดบุหรี่ การขึ้นภาษี บรรจุภัณฑ์เรียบง่าย และคำเตือนด้านสุขภาพ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากแคมเปญการตลาดเพื่อสังคม การสนับสนุนให้เลิกบุหรี่ และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด การให้การสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมและตรงเป้าหมายแก่ประชาชนเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง มาตรการเหล่านี้ส่งผลให้อัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปี 2018”

“ตั้งแต่ปี 2019 อัตราการสูบบุหรี่ลดลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น เนื่องมาจากการดำเนินมาตรการลดอันตรายจากยาสูบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า สำหรับประชากรชาวเมารีพื้นเมืองของเรา การสูบบุหรี่ทุกวันลดลงมากกว่า 60% จาก 37.7% ในปี 2012 เหลือ 14.7% ในปี 2024 ซึ่งถือเป็นการลดลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน“

“เราปฏิบัติตามคำแนะนำของ FCTC MPOWER โดยบังคับใช้กฎระเบียบที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้พร้อมสนับสนุนให้ผู้คนเลิกสูบบุหรี่ ในขณะเดียวกันก็ลดโอกาสการเข้าถึงของเยาวชน นิวซีแลนด์ยังคงเข้มงวดการควบคุมกฎระเบียบเพื่อปกป้องเยาวชน ตั้งแต่กฎระเบียบด้านการค้าปลีก การควบคุมสินค้า และการตลาด และมาตรการเหล่านี้กำลังได้ผล โดยข้อมูลปี 2025 แสดงให้เห็นว่าอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง”

“นิวซีแลนด์ยังคงมุ่งมั่นที่จะลดอันตรายอันใหญ่หลวงที่เกิดจากการควบคุมยาสูบ โดยทำให้การควบคุมยาสูบทั้งสามด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย กลยุทธ์ด้านอุปทาน อุปสงค์ และการลดอันตราย เป็นกลางตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 1D ของอนุสัญญา เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์และเรียนรู้จากผู้อื่น ขณะที่เราร่วมมือกันเพื่อโลกที่การสูบบุหรี่จะไม่คร่าชีวิตผู้คนนับล้านอีกต่อไป”

ที่มา : Two Former WHO Leaders Warn : Rejecting Harm Reduction Will Cost 100 Million Lives | AP News
(1) Michael Landl on X : “🇳🇿New Zealand reaffirmed its commitment to harm reduction. Since 2012, smoking rates halved. Practical support and risk-based regulation of vaping products are driving the decline, bringing the country close to smoke-free status. #COP11 #VoicesUnheard #FCTCCOP11 https://t.co/TFrjernyjT” / X


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สัญลักษณ์ใหม่แห่งเนื้อไทยคุณภาพพรีเมียม! คอมพานี บี เปิดตัว “งัวแดง” พลิกภาพลักษณ์เนื้อไทยทัดเทียมสากล

สัญลักษณ์ใหม่แห่งเนื้อไทยคุณภาพพรีเมียม! คอมพานี บี เปิดตัว “งัวแดง” พลิกภาพลักษณ์เนื้อไทยทัดเทียมสากล พร้อมรุกตลาด Horeca และ Modern Trade ตั้งเป้า พาเนื้อวัวไทยสร้างรายได้เกษตรกรกว่า 840 ล้าน

บริษัท คอมพานี บี จำกัด ผู้นำในธุรกิจร้านอาหารและผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์เนื้อวัว คุณ ภาพเยี่ยม เปิดตัวโปรเจคการสร้างสรรค์เนื้อวัวสายพันธุ์ Beef Master คุณภาพสูงในประเทศ ผ่านโครงการ “งัวแดง : การผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพเพื่อทดแทนการนำเข้า และสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทย” ลุยตลาดเปิดตลาดแบรนด์ใหม่ “งัวแดง–แก่นแท้ งัวเนื้อไทย” พร้อมเปิดตัวเนื้อวัวพรีเมียม “Copper Prime” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แสวงหาเนื้อวัวคุณภาพแทนเนื้อนำเข้า

ที่ผ่านมา ร้านอาหารในเครือของบริษัท คอมพานี บี เคยพึ่งพา “เนื้อนำเข้า” จากออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เพื่อใช้ในร้านอาหารอย่าง “เนื้อแท้” แต่ตลอดหลายปีของการร่วมพัฒนาระหว่างทีมวิจัยและฟาร์มพันธมิตร ได้นำไปสู่การสร้าง สายพันธุ์และระบบการเลี้ยง “งัวแดง” ที่เหมาะกับภูมิอากาศไทยอย่างแท้จริง การร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเกษตรกรของโครงการงัวแดงในครั้งนี้ ทางคอมพานี บี ทำหน้าที่เป็นผู้รับซื้อปลายทาง เป็นแหล่งวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารในเครือและต่อยอดพัฒนาไปสู่สินค้าอื่นๆในอนาคต ด้วยการใช้เนื้อวัวสายพันธุ์ Beef Master ขุนด้วยธัญพืชสูตรเฉพาะ ทำให้เราสามารถผลิตเนื้อที่ นุ่ม หอม ไขมันแทรกแบบพอดี และได้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ตามแบบฉบับของ “เนื้อแท้”

เพื่อยืนยันคุณภาพในระดับพรีเมียม บริษัทฯ ได้เตรียมเปิดตัว “Copper Prime” การคัดเลือกเฉพาะ Prime Cut ชั้นเยี่ยมที่สุดจากโครงการงัวแดง ผ่านระบบคัดเกรดที่โปร่งใส เข้มงวด และตรวจสอบย้อนกลับได้ 100% ทำหน้าที่เป็น “Trusted Mark” ที่สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและร้านอาหารทั่วประเทศ

โครงการ “งัวแดง” ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ให้แก่บริษัท คอมพานี บี อย่างมหาศาล โดยมีแผนการขยายธุรกิจต่อไป เตรียมแผนรุกตลาดค้าปลีก (Modern Trade) ในอนาคต เพิ่มทางเลือกให้แก่ตลาดเนื้อสดคุณภาพสูง โดยการนำผลิตภัณฑ์เนื้อวัวจากโครงการงัวแดงเข้าสู่ช่องทาง Modern Trade หลัก อาทิ Makro,Lotus’s,Big C และตลาดกลุ่ม Horeca ตอบโจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจรับจัดเลี้ยง ที่ต้องการเนื้อวัวคุณภาพพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้และมีแหล่งผลิตที่ชัดเจน

ขยายผลิตภัณฑ์สู่สินค้าแปรรูป วางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) จากเนื้อวัวโครงการงัวแดงในอนาคต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง นี่คือก้าวแรกของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้เนื้อวัวไทยทั้งระบบ งัวแดงและ Copper Prime จะกลายเป็นสัญลักษณ์ของเนื้อไทยคุณภาพจริง มาตรฐานจริง และเศรษฐกิจหมุนเวียนจริง การขยายการซื้อขายสู่ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และตลาด Horeca นี้ จะช่วยส่งเสริมและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเนื้อวัวไทย รวมถึงให้ความช่วยเหลือและสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกรไทยกว่า 864 ล้านบาท/ปี เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจที่เราพัฒนาด้วยมือของคนไทยเอง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“กลุ่มจิ๊กซอสองเก้า” รวมพลัง สาน “การเมืองใหม่” เพื่อประชาชน

“กลุ่มจิ๊กซอสองเก้า” ถือกำเนิด! รวมพลังพรรคกว่า 10 พรรค ประกาศเจตนารมณ์ “การเมืองใหม่เพื่อประชาชน” ลั่น “เสียงประชาชนซื้อไม่ได้” การรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ จุดเปลี่ยนการเมืองใหม่

โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น – 29 พ.ย.2668 ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในแวดวงการเมืองไทยได้เกิดขึ้นในการจัดงานเสวนา “จิ๊กซอว์ความตั้งใจของพรรคเล็กที่ใหญ่กว่า…” เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

จากการเสวนาดังกล่าว กลุ่มพรรคการเมืองได้ประกาศรวมตัวจัดตั้งเป็น “กลุ่มจิ๊กซอสองเก้า” อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการผนึกกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ และกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายที่มุ่งเน้นผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนอย่างแท้จริง โดยกลุ่มฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ว่าจะไม่ยอมปล่อยให้ปัญหาบ้านเมืองดำเนินไปโดยปราศจากการแก้ไขจากฝ่ายผู้แทนประชาชน

การรวมพลังของหลากหลายพรรคการเมือง

การรวมตัวครั้งนี้ถูกยกให้เป็น “จุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ” ที่รวบรวมพรรคการเมืองที่มีจุดยืนชัดเจน และเป็นตัวแทนของประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีพรรคการเมืองที่ร่วมก่อตั้งกลุ่มมากกว่า 10 พรรค อาทิ พรรครวมพลังประชาชน, พรรคไทยสมาร์ท, พรรคพร้อม, พรรคกรีน, พรรคไทยก้าวหน้า, พรรคประชาไทย,พรรคพลังประชาธิปไตย,พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย,พรรครวมใจไทย และพรรคอื่นๆ อีกหลายพรรค

เน้นย้ำศักดิ์ศรีประชาชน: “เสียงของประชาชนไม่สามารถจัดซื้อได้”

“กลุ่มจิ๊กซอสองเก้า” ได้กำหนดเป้าหมายสำคัญคือการ ผลักดันนโยบายร่วมกัน และ ขับเคลื่อนการเมืองใหม่ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทุกคน โดยเน้นย้ำถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของประชาชน ด้วยการประกาศถ้อยคำที่ทรงพลังว่า “เสียงของประชาชนไม่สามารถจัดซื้อได้” เพราะประชาชนทุกคนมีศักดิ์ศรีที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและประเทศชาติ

มติเลือกแกนนำกลุ่ม
ที่ประชุมมีมติเลือก ดร.อรุณ คงเจริญ เป็น ประธานกลุ่ม และ นายวัฒนา จำปาดิบรัตนกุล เป็น โฆษกประจำกลุ่ม เพื่อทำหน้าที่เป็นแกนนำในการประสานงาน สื่อสารทิศทางการทำงาน และขับเคลื่อนวาระสำคัญของกลุ่ม “จิ๊กซอสองเก้า” ให้สาธารณชนรับทราบต่อไป

#กลุ่มจิ๊กซอสองเก้า #การเมืองใหม่ #พรรคการเมือง


สุุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

แฟนคลับอบอุ่น “ทูน หิรัญทรัพย์” จัดมีตติ้งสุดพิเศษบนเรือหรู ส่งใจถึงพี่น้องหาดใหญ่

แฟนคลับอบอุ่น! “ทูน หิรัญทรัพย์” จัดมีตติ้งสุดพิเศษบนเรือหรู ส่งใจถึงพี่น้องหาดใหญ่

เมื่อค่ำคืนวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น. บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุข ในงาน “Meeting FC Toon (ทูน หิรัญทรัพย์)” ซึ่งจัดขึ้นอย่างเป็นกันเองบนเรือสำราญสุดหรู วันเดอร์ฟูล เพิร์ล (Wonderful Pearl) ที่ล่องไปตามสายน้ำเจ้าพระยาอันงดงาม

งานนี้เป็นโอกาสพิเศษที่แฟนคลับตัวจริงของนักแสดงรุ่นใหญ่ ทูน หิรัญทรัพย์ ได้มารวมตัวกันอย่างใกล้ชิด โดยภายในงานนอกจากจะเป็นการสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดีร่วมกันแล้ว คุณทูนยังได้ใช้โอกาสนี้ ส่งความห่วงใยและกำลังใจ ไปยังพี่น้องชาวหาดใหญ่และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ที่อาจกำลังประสบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ในงานยังมีการผนึกกำลังเพื่อสังคม โดยมี จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ที่ได้ประกาศตัวเป็น ศูนย์กลางในการเปิดรับบริจาค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนในพื้นที่ภาคใต้ โดยเน้นย้ำว่า ไม่ขอรับบริจาคเป็นเงินสด แต่ขอเป็นสิ่งของจำเป็น อาทิ ข้าวสาร และอาหารแห้ง ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถนำสิ่งของมาบริจาคได้ที่ พหลโยธิน 52 แยก 3

การรวมตัวครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการพบปะของแฟนคลับเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงน้ำใจและความห่วงใยที่พร้อมจะส่งต่อถึงเพื่อนร่วมชาติในยามที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

ทูนหิรัญทรัพย์ #FCMeeting #วันเดอรุฟูลเพิร์ล #WonderfulPearl #ล่องเจ้าพระยา #ส่งกำลังใจ #หาดใหญ่ #ภาคใต้ #จ่าคิงส์แตงทิม #เปิดรับบริจาค


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” รวมพลัง ส่งต่อธารน้ำใจ สู้ภัยน้ำท่วม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2568 : ด้วยความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ ที่ประสบเหตุมหาอุทกภัยน้ำท่วมอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จึงสั่งการให้นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ฯ เป็นตัวแทน พร้อมคณะผู้บริหาร พนักงานและอาสาสมัครช่วยกันลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ ที่ได้รับมอบจากสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน และผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยลำเลียงขึ้นรถเทรลเลอร์ และรถบรรทุก จำนวน 4 คัน ออกเดินทางไปยัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัยฯ,แผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพฯ และแผนกบรรเทาสาธารณภัยฯ เดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อมอบถุงยังชีพให้พี่น้องประชาชนและศูนย์พักพิงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ รวมทั้งสำรวจข้อมูลภายในพื้นที่เพื่อประเมินการช่วยเหลือ รายละเอียดต่างๆ ในการช่วยเหลือจะเรียนให้ทราบต่อไป

#ฝ่ายสื่อสารองค์กรมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง #ป่อเต็กตึ๊งช่วยน้ำท่วมภาคใต้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน