กอ.รมน.จ.สุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย

กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาในที่โล่ง ในพื้นที่อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 พันเอก พงศธร นิพภยะ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับ กองพันซ่อมบำรุงที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ลงพื้นที่ประชา สัมพันธ์รณรงค์ แบบเคาะประตูบ้าน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้ประชาชนทราบถึงภัยอัน ตรายจากการเผาในที่โล่ง และภัยอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm2.5) ให้กับประชา ชนในพื้นที่ ต.วังลึก, ต.ตลิ่งชัน, ต.วังน้ำขาว และต.วังตะคร้อ อ.บ้านด่านลานหอย จว.สุโขทัย เพื่อให้ข้อมูลโดยตรงแก่ประชาชนถึงอันตรายของการเผาเศษวัสดุต่างๆ ในที่โล่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจ

พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางลดมลพิษทางอากาศ เช่น การใช้วิธีไถกลบแทนการเผา การทำปุ๋ยหมักจากเศษวัสดุ และวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน


เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมการจัดสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69

เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเตรียมความพร้อมการจัดสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 09:30 น. พลตรี เสมอแจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมการเตรียมการจัดสถานที่สำหรับผู้เข้ารับการสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย การฝึก หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ตามที่ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้ประกาศรายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือก หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 จึงได้กำหนดการคัดเลือกผู้สมัครประสงค์เข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตร จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จังหวัดอุทัยธานี, จังหวัดนครสวรรค์, จังหวัดพิจิตร, จังหวัดเพชรบูรณ์, จังหวัดกำแพงเพชร, จังหวัดสุโขทัย, จังหวัดตาก, จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก


นที มีเดช รายงาน

ที่ปรึกษา ศอ.จอส.ภาค 3 ร่วมประชุมหารือขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง

ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 และ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุมหารือประสานการปฏิบัติกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำปาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 น. พลเอก วิทยา แก้วพรม ที่ปรึกษา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) และ พลตรี ณรงคฤทธิ์ สนองคุณ เลขานุการ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3/ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติ ภาค 3 (ไฟป่าหมอกควัน) ร่วมประชุม หารือ ประสานงาน ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดลำปาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนและการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อบูรณาการสร้างเครือข่ายประสานความร่วมมือและให้การปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประสิทธิภาพ

โดยมี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง และ พันเอก พิทยา ราชะพริ้ง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ฝ่ายทหาร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ฯ ณ ห้องประชุมห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง


นที มีเดช รายงาน

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก เสริมความพร้อม เพื่อดูแลน้องทหารใหม่ อย่างใกล้ชิด และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ดูแลน้องคนเล็กของกองทัพบก – เสริมความพร้อม เพื่อดูแลน้องทหารใหม่ อย่างใกล้ชิด และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ แผนกส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ ร่วมกับ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4 ดำเนินการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัว ใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉินในการดูแลทหารใหม่ได้อย่างทันท่วงที ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 4

การฝึกครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องในการช่วยชีวิตในสถานการณ์วิกฤต เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน การหมดสติ หรืออุบัติเหตุระหว่างการฝึก ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยกองทัพบกให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยชีวิตอย่างทันท่วงที ตลอด 24 ชั่วโมง ตามมาตรการกองทัพบก เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของทหารใหม่ในทุกสภาวะ

หลังการฝึก เจ้าหน้าที่หน่วยฝึกและทหารใหม่มีความมั่นใจมากขึ้นในการดำเนินขั้นตอนช่วยชีวิต สามารถประยุกต์ใช้ทักษะ CPR และ AED ในสถานการณ์จริงได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เป็นการยกระดับมาตรการดูแลทหารใหม่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการดูแล “น้องคนเล็กของกองทัพบก” ให้มีความปลอดภัยสูงสุดในทุกขั้นตอนของการฝึก

ด้วยความมุ่งมั่นตามนโยบายของกองทัพบก กรมแพทย์ทหารบก และมณฑลทหารบกที่ 31 โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติยังคงยึดมั่นในการดูแลทหารใหม่ในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อให้มีความพร้อม มีความสุข และปลอดภัย อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนากำลังพลคุณภาพของกองทัพบกอย่างยั่งยืน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มภาคภูมิ


นที มีเดช รายงาน

ยกระดับทักษะกู้ชีพสู่มาตรฐานกองทัพ “รพ.ค่ายกาวิละ” เดินหน้าจัดอบรมปฐมพยาบาลและ CPR แก่ทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง

ยกระดับทักษะกู้ชีพสู่มาตรฐานกองทัพ รพ.ค่ายกาวิละ เดินหน้าจัดอบรมปฐม พยา บาลและ CPR แก่ทหารใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความมั่นใจในการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต

โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 โดยทีมส่งเสริมสุขภาพและเวชกรรมป้องกัน ได้จัดการอบรมให้ความรู้ด้าน “การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR)” แก่ทหารใหม่ผลัดที่ 2/68 ณ ค่ายโสณบัณฑิตย์ กองพันทหารราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 7 อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมของน้องทหารใหม่ ให้สามารถรับมือเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ทีมวิทยากรได้บรรยายและสาธิตเนื้อหาครบถ้วน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เช่น การประเมินอาการของผู้บาดเจ็บอย่างเป็นระบบ, การปฐมพยาบาลในสถานการณ์ที่พบบ่อย, วิธีเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุให้ปลอดภัย, การฝึกทำ CPR ที่ถูกต้องตามมาตรฐานปัจจุบัน และการใช้งานเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED)

ทหารใหม่ทุกนายได้ลงมือปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมหน่วยหรือประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกองทัพบกที่มุ่งพัฒนากำลังพลให้เป็น “ที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

การให้ความช่วยเหลือที่ถูกต้องตั้งแต่นาทีแรกของเหตุฉุกเฉิน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บ ลดอัตราการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ โรงพยาบาลค่ายกาวิละจึงยังคงเดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพกำลังพลให้มีทั้งทักษะ ความรู้ และจิตอาสา ตามพันธกิจของเหล่าทหารแพทย์ในการ “อนุรักษ์กำลังรบ และดูแลประชาชน” อย่างเต็มกำลังความสามารถ


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. พลตรี จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานนำกำลังพลจิตอาสาพระราชทานจาก มทบ.37 โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช, หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.37, สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตเชียงราย ตลอดจนคณะครูและนักเรียนโรงเรียนอนุบาลกองทัพบกอุปถัมภ์บริบูรณ์ธนวัฒน์ เข้าร่วมดำเนินกิจกรรมดังกล่าว ณ แปลงนาสาธิต โครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

กิจกรรม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” จัดขึ้นภายใต้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัด การพื้นที่การเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ ตามศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายในงานมีกิจกรรมปลูกข้าวในโครงการทหารพันธุ์ดี เพื่อรอการเก็บเกี่ยวในภายหลัง เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและการสืบสานวิถีเกษตรกรรมไทย ร่วมกันดำเนินกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยใช้พื้นที่ศูนย์การเรียนรู้โครงการทหารพันธุ์ดีเป็นแหล่งสาธิตและเผยแพร่ความรู้ด้านเกษตรกรรมให้แก่กำลังพล ส่วนราชการ นักเรียน และประชาชนทั่วไป เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านการพึ่งพาตนเอง และสืบสานแนวทางตามพระราชปณิธานอันงดงามของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ #ศอจอสพระราชทาน #มทบ37 #ทหารพันธุ์ดี #ศาสตร์พระราชา #เศรษฐกิจพอเพียง #วันพ่อแห่งชาติ #วันชาติไทย #ร9 #เชียงราย #จิตอาสาพระราชทาน #ค่ายเม็งรายมหาราช


นที มีเดช รายงาน

พบแล้ว ผู้สูญหายบนเขาหัวหมาก หลังระดมกำลังค้นหาข้ามคืน ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย

นครนายก – พบแล้ว ผู้สูญหายบนเขาหัวหมาก หลังระดมกำลังค้นหาข้ามคืน ก่อนช่วยได้อย่างปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีบุคคลสูญหายบนเขาหัวหมาก ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก ซึ่งต่อมาทราบชื่อคือนายสันติ แซ่โคว้ อยู่บ้านเลขที่ 201/12 ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรี อยุธยา นายสันติฯ ได้มาแข่งขันวิ่งเทล บริเวณน้ำตกกระอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 68 ซึ่งจุดสุดท้ายที่มีคนพบเห็นคือบริเวณเส้นทาง เขาหัวหมาก มุ่งหน้าขึ้นเนินเขาพาโน ซึ่งได้มีนักกีฬาท่านอื่นๆได้ถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ก่อนจะไม่พบเห็นตัวอีก ซึ่งเจ้าหน้า ที่ตำรวจ สภ.บ้านนา ได้รับแจ้งคนหาย ในวันที่ 1 ธ.ค.68 ต่อมาชุดสืบสวน สภ.บ้านนา ได้ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก ได้ลงพื้นที่วางแผนการค้นหาในทันที

ล่าสุดทีมค้นหานำโดย พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก (ผู้กำกับโต) ได้ระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่องตลอดคืนทั้งคืนและในช่วงเช้าของวันนี้ (วันที่ 2 ธ.ค. 68) จนสามารถพบตัวผู้สูญหาย ในสภาพอิดโรยได้อย่างปลอดภัย

ปฏิบัติการค้นหาแบบปูพรมได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยมีการประชุมวางแผนสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีกำลังจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมปฏิบัติการ ประกอบด้วย ทหารจาก พัน. ร.จปร. ทหารจากโคราช พร้อมสุนัข K-9, เจ้าหน้าที่ป่าไม้พร้อมโดรนจับความร้อน, พรานป่า อาสากู้ภัย และชาวบ้านในพื้นที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งทั้งหมดมีภารกิจมุ่งเน้นการค้นหาใน Zone พาโน (E, F, G) และสำรวจร่อง D ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งแคมป์ ในเวลาประมาณ 11:00 น. ทีมค้นหาทั้งหมดได้ประสบความสำเร็จในการพบตัว นายสันติ แซ่โคว้ ในสภาพที่ยังรู้สึกตัวแต่มีอาการอิดโรย เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำ อาหารน้ำดื่ม ให้ในทันที จากนั้นได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นพบบาดแผลขีดข่วนตามแขนขาน่าจะเกิดจากการเดินลุยป่า และมีเพียงร่างกายอ่อนแรงเนื่องจากขาดน้ำ และอาหาร

จากการสอบถาม​นายสันติเล่าว่าตนหลงป่า 4 วัน 3 คืน เพราะมาเดินออกกำลังกายซึ่งก็เดินเป็นปกติประจำอยู่แล้ว รู้สึกตัวว่าเริ่มหลงทางตั้งแต่วันที่ 29 เวลาประมาณ 15.00 น. ​สาเหตุเกิดจากการจำทางผิด ตั้งใจจะเดินตัดทางลงเขา แต่จำสลับกัน คือทางจริงต้องออกซ้าย แต่ตนเดินเลี้ยวไปทางขวา ทำให้หลุดเข้าไปในป่าลึกซึ่งตนยืนยันหนักแน่นว่ามาเดินเที่ยวออกกำลังกาย ไม่ได้ขึ้นมาเพื่อฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน ในช่วงเวลากลางคืน เห็น​โดรนของทีมค้นหาบินวนอยู่ จึงพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด้วยการส่องไฟจากนาฬิกา เพราะเป็นแสงไฟเดียวที่ตนนั้นมีอยู่ แต่โดรนก็มองไม่เห็น ตนพยายามเดินวนอยู่หลายเส้นทางแต่ก็ไม่สามารถหาทางลงจากเขาได้ จนมีเจ้าหน้าที่มาเจอในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และทีมงานทุกคนที่ติดตามค้นหาตนจนพบขอบพระคุณมากๆครับ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ช่วยกันลำ เลียงด้วยเปลพยาบาล ออกจากพื้นที่อย่างยากลำบาก เนื่องจากทางลงเขาเป็นทางชัน ต้องใช้เชือกทำแนวเกาะกันลงมา เมื่อลงมาถึงกองอำนวยการ ได้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาล เพื่อตรวจร่างกายและทำการรักษาต่อไป


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

“กองทัพภาคที่ 2” บรรจุญาติของทหารที่เสียชีวิตจากการรบ เพื่อเข้ารับราชการทดแทน

“กองทัพภาคที่ 2” บรรจุญาติของทหารที่เสียชีวิตจากการรบ เพื่อเข้ารับราชการทดแทน

การปฏิบัติหน้าที่ของทหารในการป้องกันประเทศเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ความเสียสละ เพื่อรักษาอธิปไตย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชน แม้ในยามที่ประเทศต้องเผชิญกับภัยคุกคามหรือสถานการณ์รบ การยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญของทหารทุกนาย คือหลักฐานของความจงรักภักดีและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของเหล่าทหารหาญ จากเหตุปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในห้วงที่ผ่านมานั้น ส่งผลให้ สิบเอก นพพล บุญเลิศ พลลาดตระเวน กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 6 ได้เสียชีวิตจากจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศ

กองทัพบกมีมาตรการให้การดูแลครอบครัวของผู้เสียสละอย่างเหมาะสม โดยหนึ่งในมาตร การที่สำคัญ คือ การบรรจุญาติของผู้เสียชีวิตเข้ารับราชการแทน เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้ครอบครัว และเชิดชูเกียรติคุณของผู้เสียชีวิตในฐานะผู้ปกป้องแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการบรรจุ นางสาว สุวิมล บุญเลิศ (น้องสาว) เข้ารับราชการเป็นนายทหารประทวน สังกัด มณฑลทหารบกที่ 22 และได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568

กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ขอยกย่องความเสียสละของผู้พลีชีพเพื่อชาติ และเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการประคับประคองครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคง รวมถึงแสดงความห่วงใยของกองทัพบกที่มีต่อกำลังพล การบรรจุญาติของทหารที่เสียชีวิตจากการรบ ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าเกียรติของผู้กล้าจะได้รับการเชิดชูต่อไปตราบนานเท่านาน


กองทัพภาคที่2

พรพิพัฒน์ รายงาน

เลขาธิการ ส.ป.ก. ติดตาม รองนายกฯ นำ 4 กระทรวง ลงพื้นที่กู้หาดใหญ่ หลังวิกฤตน้ำท่วมคลี่คลาย

เลขาธิการ ส.ป.ก. ติดตาม รองนายกฯ นำ 4 กระทรวง ลงพื้นที่กู้หาดใหญ่ หลังวิกฤตน้ำท่วมคลี่คลาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) นายสุรชัย ยุทธชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัด และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ติดตามคณะ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่กู้หาดใหญ่ หลังวิกฤตน้ำท่วมคลี่คลาย เร่งเก็บกวาด เคลียร์พื้นที่ ตั้งโรงครัวเติมพลัง พร้อมแจกแผงโซลาร์เซลล์แก้ปัญหาไฟเข้าไม่ถึง ส่งกำลังใจถึงมือทุกบ้าน

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารข้าราชการทั้ง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผนึกกำลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน Big Cleaning หลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่คลี่คลาย

โดย ร้อยเอก ธรรมนัส ได้นำทีมจัดการยานพาหนะบนพื้นผิวจราจร เนื่องจากมีรถของประชา ชนที่นำมาจอดเอาไว้และยังไม่สามารถขยับเคลื่อนออกได้ จากนั้นกรมชลประทานระดมเครื่องจักรเครื่องมือและรถบรรทุก เข้าดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายบริเวณวงเวียนหน้าหมู่บ้านฉัตรทอง เขต 8 โดยเร่งทำความสะอาด เก็บขยะ และเคลียร์พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ยังได้ตั้งโรงครัวที่โรงเรียนนานาชาติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เนื่องจากถึงแม้ว่าน้ำจะลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากสภาพบ้านที่อยู่อาศัยเสียหายอย่างหนัก และในพื้นที่ยังหาอาหารรับประทานได้ยาก รวมถึงโครงสร้างไฟฟ้าภายในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมจนเสียหาย แม้การไฟฟ้าจะสามารถจ่ายไฟได้ประมาณ 80% แล้ว แต่ปลั๊กไฟ สายไฟ และตู้ไฟภายในบ้านหลายหลังยังใช้งานไม่ได้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงได้นำแผงโซลาร์เซลล์มาแจกจ่ายให้กับประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องไฟฟ้า

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ ได้มีประชาชนกล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณ พร้อมทั้งขอถ่ายรูปกับ ร้อยเอก ธรรมนัส เป็นที่ระลึกอีกด้วย


พงศ์เทพ สาคร

ชาวลพบุรี ร่วมโครงการ “รวมใจภักดิ์ รักสถาบัน”

จังหวัดลพบุรี – จังหวัดลพบุรีร่วมกับเทศบาลตำบลกกโก จัดโครงการ “รวมใจภักดิ์ รักสถาบัน” เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติอันเป็นศูนย์รวมใจและพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

โดยเมื่อเช้าวันนี้ นายปรัชญา เปปะดัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี รักษาราชการผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในการเปิดโครงการ “รวมใจภักดิ์ รักสถาบัน” ณ ลานอเนกประสงค์วัดดงน้อย ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี สำหรับในการจัดงานดังกล่าวได้มี ผู้มาร่วมงานจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลกกโก หัวหน้าส่วนราชการพนักงานเทศบาลตำบลกกโก พันเอกชัยภัทร หริกุล ผู้อำนวยการกองกิจการมวลชน กรมกิจการพลเรือนทหารบก ผู้แทนจากมณฑลทหารบกที่ 13 ผู้แทนจากกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา นักเรียน นักศึกษา และประชาชน สำหรับหรับการจัด โครงการ “รวมใจภักดิ์ รักสถาบัน” ดำเนินการโดยเทศบาลตำบลกกโก

ซึ่ง นายก่อภณ ฮุ้นสกุล นายกเทศมนตรีตำบลกกโก ได้กล่าวถึงในการจัดโครงการ “รวมใจภักดิ์ รักสถาบัน” ว่า ต้องการให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ตระหนักให้ความสำคัญถึงคุณค่าความสำคัญของสถาบันหลักของชาติอันเป็นศูนย์รวมใจและพลังสำคัญ/ในการพัฒนาประเทศชาติ เพื่อที่จะให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี สร้างจิตสำนึก ปลูกฝัง/ความรัก ความภาคภูมีใจ และความ ทวงแทนในสถาบัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสืบสานรักษาและต่อยอดคุณค่าอันดีงามให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม นอกจากนี้ยังจะให้ประชาชนและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับกิจกรรมภายในโครงการผู้ร่วมกิจกรรมจะได้แสดงถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที การปฏิญาณตนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพิทักษ์สถาบัน กิจกรรมเสวนาเรื่อง “พระมหากรุณาธิ คุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ มอบเสื้อและหมวกให้กับสมาชิก อส.กร.ใหม่ การแสดงของชุดขุนศึกจากกองพันปฎิการจิตวิทยา หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานและแสดงให้เห็นถึงในยุคสมัยต่างๆ ของบูรพมหากษัตริย์ไทยกว่าที่จะมาถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090