รองผู้ว่าฯ โคราช เปิดงานฉลองอุโบสถปิดทองฝังลูกนิมิต เก่าอายุรวม 100 กว่าปี วัดใหม่สระประทุม

รองผู้ว่าฯ โคราช เปิดงานฉลองอุโบสถปิดทองฝังลูกนิมิตเก่าอายุรวม 100 กว่าปี วัดใหม่สระประทุม

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ณ วัดใหม่สระประทุม ต.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงานฉลองอุโบสถปิดทองฝังลูกนิมิตเก่า อายุรวม 100 กว่าปี (ประธานร่วม) พร้อมด้วย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยมี กำนันตำบลโชคชัย, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน, คณะกรรมการวัดใหม่สระประทุม และพี่น้องประชา ชน เข้าร่วม

นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิด งานฉลองอุโบสถ ปิดทองฝังลูกนิมิตเก่าอายุรวมร้อยกว่าปี วัดใหม่สระประทุม ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราช สีมา งานฉลองอุโบสถ ปิดทองลูกนิมิตเป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา รวมถึงเฉลิมฉลองพระอุโบสถ ของวัดใหม่สระประทุม ที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ อย่างสวยงาม วิจิตร ตระการตาเป็นอย่างยิ่ง การที่ทุกท่านได้ร่วมบุญใหญ่ในครั้งนี้ ถือว่าได้สร้าง บุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ เป็นบุญกุศลอันสูงยิ่ง ขอขอบคุณ คณะกรรมการจัดงานทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท แรงกาย แรงใจ จัดเตรียมงาน อย่างยิ่งใหญ่ สวยงาม ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน และขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุน การจัดงานในครั้งนี้ เป็นอย่างดียิ่ง

ผมขอเปิดงานฉลองอุโบสถ ปิดทองลูกนิมิตเก่าอายุ ๑๐๐ กว่าปี วัดใหม่สระประทุม ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ณ บัดนี้

ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด กล่าวว่า ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติให้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานฉลองอุโบสถ ปิดทองฝังลูกนิมิตเก่า อายุ 100 กว่าปี ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดงานในครั้งนี้ จะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ทุกประการ ดิฉันขอขอบคุณทุกท่าน ที่ให้เกียรติ และ เสียสละเวลาของท่าน มาร่วมงานในวันนึ้


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

เลขาธิการ ส.ป.ก. เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดงานวันดินโลก ปี 2568

เลขาธิการ ส.ป.ก. เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวันดินโลก ปี 2568

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนัก งานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) เฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานวันดินโลก ปี 2568 ณ กรมพัฒนาที่ดิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวสุนิสา เอกธิการ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ด้วยกรมพัฒนาที่ดินกำหนดจัดงานวันดินโลก ปี 2568 ในหัวข้อ “Healthy Soils For Healthy Cities” ระหว่างวันที่ 5 – 9 ธันวาคม 2568 ณ กรมพัฒนาที่ดิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราถบพิตร ในเรื่องการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน และเชิดชูพระเกียรติยศในฐานะทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม รวมถึงการสร้างการรับรู้และความตระหนักในเรื่องดิน ซึ่งการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบกับการจัดการสิ่งแวดล้อมและโภชนาการที่ดี รวมทั้งการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหาร ดังนั้น การพัฒนาเมืองจึงต้องให้ความสำคัญควบคู่กับการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วย


พงศ์เทพ สาคร

ลพบุรี…จัดแสดงพลุดอกไม้ไฟ เทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

จังหวัดลพบุรี – จัดแสดงพลุดอกไม้ไฟเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ ตื่นตาตื่นใจ อลังการจัดแสดงพลุดอกไม้ไฟ ประกอบคำบรรยาย เทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี พุทธศักราช 2568

นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดลพบุรี ประธานในพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะ กล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และนำเหล่าพสกนิกรชาวจังหวัดลพบุรี ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อม เปิดการแสดงพลุดอกไม้ไฟ ประกอบคำบรรยาย เทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่าน ด้วย 20 ชุดการแสดง ณ เวทีกลางภายในงานฤดูหนาวลพบุรี ประจำปี 2568 ประกอบด้วย พลุการแสดงชุดดาวประดับฟ้า พราวฟ้าละอองดาว พฤกษายามราตรี แสงสว่างของชาวประชา เบิกฟ้าพระบารมี มงคลของปวงประชาทั่วฟ้าไทย รวมใจภักดิ์ รักแผ่นดิน ดวงประทีปพราวนภา เกริกก้องฟ้าทวีปฐมพี รัศมีแห่งพ่อ สถิตในใจไทยนิรันดร์ แสงศรัทธาถวายพ่อแห่งแผ่นดิน ผู้ทรงงานเพื่อปวงชน แสงสืบพระราชปณิธาน น้อมรำลึกพระเมตตาใต้ร่มพระบารมี เฉลิมพระเกียรติพ่อหลวงด้วยแสงประกายแห่งความดีงาม นิรันดร์ แสงดาราราชัน ส่องสว่างผืนแผ่นดินไทย แสงรุ่งเรืองแห่งพระราชปณิธาน สู่หัวใจไทยทุกดวง และชุดการแสดงปิดท้ายด้วย ประกายฟ้าถวายองค์ภูมิพล ผู้ทรงเป็นแสงนำทางแผ่นดิน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสดุดีเฉลิมพระเกียรติ แสดงออกซึ่งความจงรักภัคดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และ วันพ่อแห่งชาติ ประจำปี พุทธศักราช 2568 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ตำรวจจราจร เมืองคอน ทุ่มสุดตัว!! ปีนหลังคาศูนย์จราจร จัดป้ายผ้าแพรพิธีเปิด ถูกลมพัดปลิว

ตำรวจจราจร เมืองคอน! ทุ่มสุดตัวปีนหลังคาศูนย์จราจร จัดป้ายผ้าแพรพิธีเปิด ถูกลมพัดปลิว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ธันวามคม 2568 พ.ต.อ.สุทัศน์ สงสยม รอง ผบก.จว.นครศรี ธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก.สภ.เมือง, พ.ต.อ.เอกวิทย์ เกิดศิริ ผกก.สภ.บางขัน, พ.ต.ท.จาตุรันต์ สุริยธรรมกุล รอง ผกก.จร.และ พ.ต.ต.ธีรวุธ ประสบพิชัย สว.จร. พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.เมือง ร่วมพิธีเปิดอาคารที่ทำการศูนย์จราจร สภ.เมือง ซึ่งมีการย้ายที่ ทำการและสร้างใหม่ โดยการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา และผู้ประกอบการในพื้นที่

อย่างไรก็ตามพิธีเปิดอาคารศูนย์ วันนี้ตรงกับช่วงที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฝนตก ลมกรรโชก ส่งผลให้ก่อนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ มีฝนตกสลับลมพัดกรรโชกตลอดเวลา ทำให้ป้ายผ้าแพรพิธีปิด และป้ายไวนิวส์ที่ใช้ประกอบฉาก ถูกลมพัด ตำรวจจึงต้องใช้ก้อนอิฐวางทับ ส่วนป้ายผ้าแพรพิธีเปิดที่อยู่ด้านบนอาคาร ไม่สามารถใช้บันไดพาดขึ้นแก้ไขได้ ดาบตำรวจภัทรกร พิชัยยุทธ หรือ ดาบอ้วน ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ลงทุนลงแรงใช้บันไดพาดกำแพงข้างโรงพัก ก่อนจะปีนขึ้นไปบนหลังคาอาคารศูนย์จราจร เพื่อแก้ปัญหาป้ายผ้าแพร ให้เรียบร้อย ท่ามกลางเพื่อนตำรวจที่แซวดาบตำรวจ ว่า คนคลุ้มคลั่งปีนหลังคา ก่อนที่ประธานในพิธี และแขกผู้มีเกียรติร่วมกันทำพิธีเปิดป้ายศูนย์จราจร สภ.เมืองนคนศรีธรรมราช อย่างเป็นทางการ


ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหา และผลักดันการปรับปรุงฝ่ายพญาอุต ต.ริมปิง อ.เมืองลำพูน ป้องกันปัญหาอุทกภัย

รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดลำพูน รับฟังปัญหา และ ผลักดันการปรับปรุงฝ่ายพญาอุต ต.ริมปิง อ.เมืองลำพูน ป้องกันปัญหาอุทกภัย

วันนี้(วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568) นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ให้การต้อนรับ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหา และผลักดันการปรับปรุงฝ่ายพญาอุต ต.ริมปิง อ.เมืองลำพูน ภายใต้งบประมาณ 700 ล้านบาท และผลักดันงบประมาณเร่งด่วน 80 ล้านบาท เพื่อขุดลอกลำน้ำปิงระยะทาง 20 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากจังหวัดเชียงใหม่ รองรับปริมาณน้ำปิงที่จะไหลมาจำนวนมากจากการขุดลอกลำน้ำปิงที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยฝายพญาอุตได้สร้างมาตั้งแต่ปี 2532 มีการชำรุด ส่งผลให้ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำปิงที่มีปริมาณมากในช่วงฝนตกหนักและไหลมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตเมืองลำพูน อันเป็นปัญหาซ้ำซาก

โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้ร่วมรับฟังปัญหาทั้งเรื่องแนวทางการรับมืออุทกภัยในพื้นที่และปัญหาสินค้าเกษตรทั้งข้าวและลำไย ณ บริเวณหน้าฝายพญาอุต และ อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ต.ริมปิง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ภายหลังจากเข้ากราบสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยแล้วได้ปล่อยพันธุ์ปลาสุลต่าน จำนวน 10,000 ตัว และปลาตะเพียน จำนวน 20,000 ตัว ลงลำน้ำปิง จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้กล่าวต้อนรับ นายสุภรณ์วัฒน์ สุรการ ชล ประทานจังหวัดลำพูน ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่โดยเฉพาะฝายพญาอุต มีประชาชนในพื้นที่ร่วมรับฟังจำนวนมาก

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้รับทราบปัญหาแล้วและจะเร่งผลักดันให้เกิดการดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะว่าปัญหาอุทกภัยเป็นปัญหาใหญ่ และมักมีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่มากขึ้นกว่าอดีต โดยการลงพื้นที่วันนี้จะมีการบันทึกไว้เป็นข้อสั่งการของการตรวจราชการเพื่อเป็นแนวทางในการเร่งผลักดันต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.อ.ปัว จ.น่าน จัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอปัว จังหวัดน่าน จัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ปลูกป่าและสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดน่าน

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดน่าน เนื่องในวันคล้ายวัน “เฉลิมพระชนมพรรษา พระ บาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ“ นายพิพัฒน์ เพ็ชร์พิพัฒน์ นายอำเภอปัว พร้อมด้วย ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ เด็ก เยาวชน และประชาชนจิตอาสา ทั้ง 12 ตำบล ของอำเภอปัว ร่วมกันจัดกิจกรรม “ปลูกป่า 3​ อย่าง​ ประโยชน์​ 4 อย่าง เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำฯ“ ทุกตำบล จำนวน 12 แห่ง

โดยนายอำเภอปัว พร้อมด้วย นายกกิ่งกาชาดอำเภอปัว นำข้าราชการฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ และประชาชนจิตอาสา ตำบลเจดียชัย ร่วมกันปลูกป่าฯ และทำฝายชะลอน้ำ จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ คทช.ของ นางจีรภรณ์ ยะแสง ราษฎรบ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 6 ตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

เยี่ยมผู้ลี้ภัยชาวคาเรนนี

รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พ.ต.อ.พ.ต.อ.อภิวัฒน์ ชินภูมิวสนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน และ นางหฤทัย หอมชื่น หัวหน้าสำนักงานแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ลี้ภัยชาวคาเรนนี ศูนย์ อพนพบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น.นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ต.อ อภิวัฒน์ พ.ต.อ.อภิวัฒน์ ชินภูมิวสนะ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน นางณหฤทัย หอมชื่น หัวหน้าสำนักงาน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และทีมงาน หัวหน้าศูนย์พักพิงบ้านใหม่ในสอยเข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ผู้ลี้ภัยในศูนย์อพยพ แค้มป์ 2 บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

เนื่องจาก สิ้นปีนี้ องค์กรต่างประเทศและสหประชาชาติ งดให้การช่วยเหลือ ผู้ลี้ภัย ที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพทั้งหมดในไทย ส่งผลให้ทางการไทยต้องหาแนวทางในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่อยู่ในไทยอีกจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของกลุ่มเปราะบาง ทางต่างประเทศยังคงให้การช่วยเหลืออยู่ แต่ไม่มากเหมือนเดิม

ในการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการให้กำลังใจที่ให้ผู้ลี้ภัยในศูนย์อพยพออกไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือภาคกลาง เช่นเชียงราย ชลบุรี ระยอง ซึ่งก็มีปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ซึ่งมารับฟังปัญหาและนำกลับไปดำเนินการต่แก้ไขปัญหาอีกต่อไป


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,100,000 เม็ด ในพื้นที่เวียงแก่น จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,100,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 นาฬิกา กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 326 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 ร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 3104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 31 จัดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้อง กันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 18 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

เมื่อตรวจตราไปถึงบริเวณหมู่บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 18 ตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ได้พบความผิดปกติของพงหญ้าที่อยู่บนภูเขาโดยมีถุงพลาสติกสีดำวางสุมเอาไว้ภายใน เจ้าหน้าที่เห็นมีพิรุธเพราะบริเวณดังกล่าวเป็นป่าเขาและไม่ใช่สถานที่ที่จะมีคนนำถุงพลาสติกสีดำมากองเอาไว้ จึงได้เปิดพิสูจน์ดูภายในพบว่าบรรจุกระสอบฟางสีรุ้งเอาไว้อีกชั้นหนึ่งรวมจำนวน 6 กระสอบ เมื่อเปิดกระสอบฟางดูพบภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบๆ ละ 200,000 เม็ด จำนวน 5 กระสอบ และกระสอบละ 100,000 เม็ด จำนวน 1 กระสอบ รวมของกลางยาบ้าทั้งหมดประมาณ 1,100,000 เม็ด

และเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 31 เข้าร่วมการแถลงข่าวและตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจตระเวนชายแดน อำเภอเชียง ของ จังหวัดเชียงราย โดยมี พันตำรวจเอก รัฐกร อินทนิล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระ เวนชายแดนที่ 32 เป็นประธานในการแถลงข่าว ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สภ.เวียงแก่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 123 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 119 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 69,232,553 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 899 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 17 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 11,285.1 ล้านบาท (11,285,190,475 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

มทบ.39 ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่ารร.พิษณุโลกพิทยาคม เปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จัดงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” คึกคัก

มณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จัดงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” คึกคัก ศิษย์เก่า–ศิษย์ปัจจุบันรวมพลังรำลึก 126 ปี พิษณุโลกพิทยาคม สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ไขกุญแจเปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คืนสู่พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 05.45 น. ที่ บริเวณหน้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม พ.พ. รุ่น 06 และอดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าพิษณุโลกพิทยาคม, พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และนายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และศิษย์เก่า พ.พ. 27/30 ร่วมเป็นประธานเปิดงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และครูอาจารย์ ในโอกาสครบรอบ 126 ปี โรงเรียนพิษณุ โลกพิทยาคม

โดยมี นางทองหล่อ สวัสดิเทพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการสมา คมศิษย์เก่าพิษณุโลกพิทยาคม คณะครู และศิษย์ปัจจุบัน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุ โลก และประชาชนจากหลายจังหวัด เข้าร่วมเดิน–วิ่งระยะทาง 5.1 กิโลเมตร สร้างภาพความร่วมมืออย่างอบอุ่นและทรงพลังในสีม่วง–ขาวจำนวนมาก

ภายหลังจบเส้นทางเดิน–วิ่ง ได้จัดการแสดงพิเศษเนื่องในงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” โดย พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะคณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม อำนวยการจัดการแสดง และร่วมแสดงนำในพิธี เปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชุด “มหาราชกู้แผ่นดิน คืนถิ่นวังจันทน์” ร่วมกับนักแสดงจากสำนักดาบเรือนนเรศ และชมรมสืบสานล้านนา มหาวิทยาลัยนเรศวร สร้างบรรยากาศสง่างาม สมพระเกียรติ และได้รับเสียงชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก

จากนั้น คณะศิษย์เก่า–ศิษย์ปัจจุบันและผู้ร่วมงาน ได้ร่วมประกอบพิธี ถวายบังคมสักการะดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ศาลสมเด็จพระนเรศวร ภายในเขตโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมรำลึกถึงคุณูปการขององค์มหาราช เนื่องในวาระโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมครบรอบ 126 ปี

ด้าน พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะคณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม ได้อำนวยการกิจกรรมดังกล่าวฯ พร้อมกับร่วมแสดงนำในการแสดงพิธีเปิดประตูด้านหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในชื่อชุด “มหาราชกู้แผ่นดิน คืนถิ่นวังจันทน์” ร่วมกับนักแสดงสำนักดาบเรือนนเรศ และชมรมสืบสานล้านนามหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นไปแบบโบราณ สร้างความน่าตื่นเต้น และสมพระเกียรติ์ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมา จากนั้นได้ร่วมถวายบังคมสักการะดวงพระวิญญาณองค์สมเด็จพระนเรศวรพร้อมกัน บริเวณด้านในศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 39 นำทัพโดย พลตรี นพดล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ส่วนราชการ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และพี่น้องประชาชน ร่วมกันจัดพิธีบัณทึกประวัตศาสตร์ ของชาวพิษณุโลก ที่ทำการคืนพระราชวังจันทน์ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ แหล่งรากเหง้าของประวัติศาสตร์อันยาวนานนครสองแควเมืองพิษณุโลก และยังเป็นที่พระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหารราช พระมหากษัตริย์นักรบของชาติไทย ที่สถาที่แห่งนี้ประตูถูกปิดมานับ 10 ปี จากคำประกาศของ ผู้นำทัพเข้าคืนพระราชวังจันทน์ที่กล่าวไว้ในงานว่า ” นับแต่นี้เป็นต้นไป ผมขอส่งมอบพื้นที่พระราชวังจันทน์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระมหากษัตริย์หลายราชวงศ์ และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช คืนให้กับประชาชนชาวพิษณุโลกนับแต่นี้เป็นต้นไป “

ท่ามกลางเสียงโหร้องอื้ออึงและเสียงแสดงความดีใจของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่เข้าร่วมงานในวันนี้ และทุกคนได้นั่งลงถวายบังคมเพื่อถวายราชสักการะต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยกันอย่างพร้อมเพียง นับเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของคนพิษณุโลก ที่ได้ร่วมบัณทึกไว้ให้ลูกหลานของพวกเราได้จดจำวันสำคัญ ในวันนี้เสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568 วันเปิดปะตูศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชวังจันทน์ คืนประชาชนชาวพิษณุโลกอย่างถาวร

#ม่วงขาวคืนถิ่นวังจันทน์ #พิษณุโลกพิทยาคม #126ปีพพ


นที มีเดช รายงาน

ด่วน ! เหตุสลดเมืองปาย โรงงานทำขนมจีนระเบิด ดับ 1 ราย เจ็บอีกอื้อ จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ

ด่วน ! เหตุสลดเมืองปาย โรงงานทำขนมจีนระเบิด หญิงวัย 52 เจ้าของโรงงาน ดับ 1 ราย เจ็บอีกอื้อ จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2568 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่อง สอน ได้รับแจ้งเหตุ โรงงานทำขนมจีนระเบิด ( หม้อแรงดัน ) บริเวณหลังวัดนาจลอง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และ มีผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปาย พร้อมด้วยร้อยเวรงานป้องกันฯ พร้อมสายตรวจยนต์ จยย. ออกตรวจสอบร่วมร้อยเวรสอบสวนฯ แจ้งผู้เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 289 หมู่ 6 ต.แม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พบสภาพในโรงงานกระจุยกระจายจากแรงระเบิด ที่เกิดจากหม้อแรงดันสูง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ชื่อ น.ส.กิ่งแก้ว จันทร์เดือน อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 289 หมู่ 6 ต.แม่นาเติง ฯ (เจ้าของโรงงาน) และมีผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ 1.นาย จำนง ธรรมสอน (พี่ชายเจ้าของโรงงาน) 2.นาย วรวิทย์ กิทำ (สามีเจ้าของโรงงาน) จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถาม นายวิสุทธิ์ พันธ์หว้า ผู้อยู่ในเหตุการณ์ แจ้งว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้อยู่ในเหตุ การณ์ จำนวน 4 คน ขณะเกิดเหตุทั้งสี่คนกำลังช่วยกันทำขนมจีนอยู่ ทันใดนั้น หม้อแรงดันทำขนมจีน (ใช้ระบบไฟฟ้า) ได้ระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตดังกล่าว

อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะเร่งรายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาและแจ้งให้กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของการระเบิดอีกครั้ง


นที มีเดช รายงาน