ทหารใหม่กองพันทหารสื่อสารที่ 4 เรียนรู้ประวัติศาสตร์กองทัพภาคที่ 3

ทหารใหม่กองพันทหารสื่อสารที่ 4 เรียนรู้ประวัติศาสตร์กองทัพภาคที่ 3 พระมหา กรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบูรพมหากษัตริย์ทุกพระองค์ บทบาทภารกิจของหน่วยทหารในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมศึกษาประวัติศาสตร์รากเหง้าของแผ่นดินเมืองสองแควที่อุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์

หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารสื่อสารที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 ได้นำทหารใหม่ กองพันทหารสื่อสารที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 ผลัดที่ 2/68 เข้าศึกษาและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทหารกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และ ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ทหารใหม่เรียนรู้ ประวัติความเป็นมากองทัพภาคที่ 3 บทบาทภารกิจของกองทัพไทย พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในการปฏิบัติราชการสนาม, ประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลกและพระราชวังจันทน์ และ พระราชประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตลอดจนบูรพพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ที่ทรงมีคุณูปปราการ ต่อแผ่นดินไทยมาอย่างช้านาน

ทั้งนี้ เพื่อให้ทหารใหม่มีความภาคภูมิใจในวีรกรรมบรรพชน เข้าใจหลักการเสียสละ ความกล้าหาญ และความจงรักภักดี พร้อมปลูกฝังให้รัก หวงแหน และยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ


นที มีเดช รายงาน

นักท่องเที่ยวคึกคัก !! แห่ชมทุ่งทานตะวันกำลังผลิบาน เหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง

จังหวัดลพบุรี – นักท่องเที่ยวคึกคักแห่ชมทุ่งทานตะวันกำลังผลิบานเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง

ดอกทานตะวัน ที่ไร่จำรัส จ.ลพบุรี ผลิบานเต็มพื้นที่แล้ว พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเช็กอิน ถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ มีฉากหลังเป็นเขาจีนแล-เขาโด่ สวยสะดุดตาวันหยุด เทศกาลวันปีใหม่ไปเที่ยวที่ไหนดี เปิดจุดเช็กอินถ่ายรูปสวย “ทุ่งดอกทานตะวัน” ไร่จำรัส จ.ลพบุรี ที่ขณะนี้เริ่มผลิบานเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง ท่ามกลางลมหนาวพัดผ่านทั้งวัน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือน

นักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อน มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ในช่วงวันหยุด และเทศกาลวันปีใหม่ ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชม ดอกทานตะวันภายในทุ่งทานตะวัน ไร่จำรัสใน จ.ลพบุรี ที่กำลังออกดอก ชูช่อรอรับแสงแดดยามเช้า ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติกลางหุบเขาจีนแล หรือเขาโด่ บ้านหนองขาม ต.นิคมสร้างตนเอง ลพบุรี เรียกได้ว่าเป็นทุ่งทานตะวันยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เฝ้ารอถ่ายรูปคู่กับดอกทานตะวันทุกปีทุ่งทานตะวันแห่งนี้ถือเป็นทุ่งทาน ตะวันที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย มีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอย่างมากมายท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ โลเคชั่นฉากหลังทานตะวันเป็นรูปเขาโด่ และทิวเขาเรียงรายลดหลั่น ที่แปลก สวยสะดุดตาไม่เหมือนใคร

สำหรับ ทุ่งทานตะวัน ไร่จำรัส ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 7 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมืองลพบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 160 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองลพบุรี ประมาณ 14 กิโลเมตร มีพื้นที่กว้างขวาง ซึ่งทุ่งทานตะวันแห่งนี้จะอยู่ใกล้ๆ กับสถานที่ท่องเที่ยว วัดเวฬุวัน (วัดเขาจีนแล) ซึ่งมีพระพุทธรูปใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา และอ่างเก็บน้ำซับเหล็ก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ วังนารายณ์ราชนิเวศน์ และศาลพระกาฬ

ทุ่งทานตะวันแห่งนี้ถือเป็นทุ่งทานตะวันที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย มีจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอย่างมากมายท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ โลเคชั่นฉากหลังทานตะวันเป็นรูปเขาจีนแล(เขาโด่) และทิวเขาเรียงรายลดหลั่น ที่แปลกไม่เหมือนใคร ในปีนี้เจ้าของไร่ได้ จัดเตรียมสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมีมุมให้นักท่องเที่ยวได้เลือกถ่ายภาพสวยงามได้หลายมุม อีกทั้งสร้างหอคอยมุมสูงให้เห็นทุ่งทานตะวันรอบรอบตัว ซึ่งทานตะวันแปลงนี้จะเบ่งบานไปจนถึงวีนที่ 17-18 ธ.ค.

ทานตะวันจังหวัดลพบุรี นอกจากจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่เกษตรกรเลือกปลูกเสริมแล้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำเงินให้กับเกษตรกรได้อย่างมาก โดยดอกทานตะวันนอกจากจะนำไปสกัดน้ำมันทำอาหาร อบแห้งเป็นอาหารทานเล่น นอกจากนี้ยังนำไปทำอาหารสัตว์ ดอกสามารถนำมาจัดดอกไม้ภายในงานพิธีต่างๆ ได้อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

รู้จัก “แม่ทัพเติ่ง” พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน

รู้จัก “แม่ทัพเติ่ง” พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 คนปัจจุบัน

“แม่ทัพเติ่ง” เป็นนักรบลูกอีสานขนานแท้ เกิดที่ บ้านยางกู่ ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ศิษย์เก่าโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย รุ่นที่ 74 ต่อมาเข้าศึกษาเตรียมทหาร รุ่นที่ 26
และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ผบ.ทบ.) และ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และ ที่ปรึกษา ผบ.ทบ. ในปัจจุบัน

เส้นทางชีวิตราชการก้าวมาอย่างมั่นคง
จากผู้หมวดเล็ก ๆ ที่ค่ายชายแดน → ผู้บังคับกองร้อย → ผู้พัน → ผบ.ร.16 ยโสธร จนถึงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ก่อนขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 2 และในที่สุด… 1 ตุลาคม 2568 ขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 อย่างสมบูรณ์

จากลูกชาวนาเมืองร้อยเอ็ด สู่ขุนศึกใหญ่แห่งแดนอีสานใต้ ชายแดนไทย–กัมพูชา จึงอยู่ในมือของนักรบที่ทั้งรู้พื้นที่ รู้คน และซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน

หลังถูก “ด้อยค่า” “ขนาดลวดหนามยังรักษาไม่ได้จะรักษาประเทศชาติได้อย่างไร” วันนี้ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เรียกศักดิ์ศรี “แม่ทัพ” กลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ
ที่ยอมอดทน อดกลั้น ไม่หวั่นไหวต่อคำด่า คำเสียดสี ทั้งหมดทั้งมวล ก็เพราะ “รอเวลา” เวลาที่ “ฮุน เซน” พลาด! เปิดก่อนใน วันที่ 7 ธันวาคม เพราะคิดว่าไทยไม่กล้า จึงขอความเห็นชอบที่จะตอบโต้เต็มรูปแบบกับกัมพูชา

เมื่อนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ผบ.ทบ.และ ผบ.เหล่าทัพไฟเขียว การตอบโต้จึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรง สาสม! จะทำให้จบและสั่งสอนกัมพูชาให้เข็ดหลาบไปตลอดชีวิต

เปิดภาพ “แม่ทัพเติ่ง” บัญชาการรบ สั่งยกระดับใช้กำลัง ลั่นไทยต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป

โดยเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ร่วมบัญชาการการรบในวอร์รูมอย่างใกล้ชิด ภายหลังเหตุปะทะระหว่างกองกำลังฝ่ายไทยและกัมพูชา
โดยสั่งการให้หน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เข้าสู่โหมด “รบทุกมิติ” เพื่อเฝ้าระวังและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง และมีคำสั่งชัดเจนว่า ให้ดำเนินการตอบโต้ภายใต้กรอบยุทธวิธีอย่างเป็นระบบ มุ่งปกป้องแผ่นดินไทย ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

“แผ่นดินไทยนี้ต้องไม่ถูกท้าทายอีกต่อไป ไม่มีพื้นที่สำหรับความลังเล มีเพียงหน้าที่ ศักดิ์ศรี และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ


ช่วงหยุดยาววันพ่อ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองเทศบาลเมืองน่านรับนักท่องเที่ยวแน่นขนัดเงินสะพัดเกือบ 10 ล้านบาท

น่าน – ช่วงวันหยุดยาววันพ่อ 5 – 7 ธ.ค.68 ห้องรับแขกเทศบาลเมืองน่าน เปิดถนนคนเดินกาดข่วงเมืองและลานขันโตกเทศบาลเมืองน่านสุดชิลล์ ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทั่วทุกภาคและชาวต่างชาติรับลมหนาวแน่นขนัด ที่พักเต็มหมดอากาศเย็นสบาย ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดเกือบ 10 ล้านบาท เป็นจำนวนมาก เป็นโอกาสดีสำหรับพ่อค้าแม่ขาย และสร้างสีสันให้กับเมืองน่าน.เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ออกมาถ่ายภาพ ที่ซุ้ม (อุโมงค์) ลีลาวดี สัมผัสเสน่ห์น่านยามค่ำคืน กับไฟประดับหลากสี ที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 เทศบาลเมืองน่าน โดย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่านพร้อมผู้บริหาร ร่วมกับ กลุ่ม อปพร.เทศบาลเมืองน่าน เปิดห้องรับแขกเทศบาลเมืองน่าน จัด “ถนนคนเดิน กาดข่วงเมืองน่านและลานขันโตก” ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว วันพ่อ 5 ธันวาคม 2568 วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นวันพ่อแห่งชาติ วันชาติไทยและวันดินโลก ระหว่าง 5 – 7 ธ.ค.68 กาดข่วงเมืองน่าน มีทั้งของกิน ของฝาก เสื้อผ้าพื้นเมือง และการแสดงวัฒนธรรมดนตรีสด มีขันโตกให้ทาน และเป็นแหล่งรวมสินค้า OTOP ของจังหวัดน่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น ถนนคนเดินข่วงเมืองน่านถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของชาวเมืองน่านอย่างแท้จริง

ถนนคนเดินนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง และสวนสาธารณะศรีเมืองที่ปรับปรุงใหม่ เหลือแต่ รูปปั้นมังกรและพญานาค บริเวณป้ายสวนสาธารณะศรีเมือง เพื่อร่วมขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ และร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ปี พ.ศ.2568 เป็นวาระ ครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างประเทศ ไทย กับ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประโยชน์สาธารณะ สร้างความสวยงาม รวมถึงเป็นแหล่งเรียบรู้ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้รับบริการที่สะดวกสบาย มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อร่วมขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO น่านได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย ในการยื่นใบสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้มานั่งทานอาหารเย็น และเดินออกกำลังกายย่อยอาหาร ได้ร่วมกิจกรรม “ดนตรีในสวน ณ สวนศรีเมือง” เพื่อส่งเสริมการพักผ่อนและสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยว ในช่วงเย็นของวันสุดสัปดาห์ “ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์” “มติใหม่อีกรูปแบบ”

“ถนนคนเดิน กาดข่วงเมืองน่านและลานขันโตก” นักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารมานั่งรับประทานที่ลานหน้าวัดภูมินทร์และข่วงเล็กศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน โดยมีบริการที่นั่งแบบขันโตก ให้บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ปกติโดยจัดเป็นประจำทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตั้งแต่ 17.00-22.00 น. บนถนนผากอง (ข้างวัดภูมินทร์)
ก่อนจะเดินชมถนนคนเดิน ซื้อของที่ระลึก และอาหารไปนั่งรับทาน ณ ลานขันโตก ฟังเพลง “เข้าไปไหว้พระขอพรพระประธาน 4 องค์:นั่งหันหลังชนกัน (เรียกว่า พระประธานจตุรทิศ) มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ ประทับบนฐานเดียวกันหันพระพักตร์ไป 4 ทิศ สื่อถึงพระพุทธเจ้าที่เสด็จมาแล้ว คือ พระกกุสันธพุทธเจ้า, พระโกนาคมนพุทธเจ้า, พระกัสสปพุทธเจ้า และพระโคตมพุทธเจ้า ที่ได้มาประกาศพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ในภัทรกัป และพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา). สร้างจากปูนปั้นลงรักปิดทอง รูปแบบศิลปะสมัยล้านนา สกุลช่างเมืองน่าน แต่ละองค์มีขนาดหน้าตักกว้าง 2 เมตร 70 เซนติเมตร ใน ช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา วัดภูมินทร์ มีการบูรณะพระประธานจัตุรมุข หลังเหตุแผ่นดินไหวหลายครั้งและความชื้น พระประธาน 4 องค์) กำลังอยู่ในช่วง “บ่มพื้นรัก” เพื่อเตรียม “ปิดทอง” ซึ่งเป็นงานบูรณะศิลปะล้านนา โดยพระพุทธรูปนี้จะถูกลงรักสีดำจากต้นรักก่อน เมื่อรักแห้งแล้วจึงจะปิดทองคำเปลว ซึ่งนักท่องเที่ยว ได้เข้าวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน เพื่อไหว้พระขอพร และชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน” หรือ “กระซิบรักบันลือโลก” อันโด่งดัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองน่าน โดยเฉพาะคู่รักที่นิยมไปขอพรให้รักสมหวังและยืนยาว โดยต้องลอดซุ้มพญานาคคู่ขวัญหน้าอุโบสถก่อน แล้วค่อยไปกระซิบคำรักกับคนรักตรงหน้าภาพปู่ม่านย่าม่านในอุโบสถ ลานขันโตกข่วงเมืองน่าน หน้าวัดภูมินทร์ เน้นอาหารพื้นเมือง สินค้า OTOP และการจัดการสิ่งแวดล้อม (ปลอดโฟม 100%) มีการแสดงดนตรี ทั้งลานข่วงเมืองหน้าวัดภูมินทร์ และข่วงเล็กวัฒนธรรม สร้างสีสัน

นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปีม้าทอง เทศบาลเมืองน่านเตรียมจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ ปีใหม่ 2569 ปีม้าทอง อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการขยายเวลาเปิด “ถนนคนเดิน กาดข่วงเมืองน่าน” เป็น 10 วันต่อเนื่อง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดว่าจะมีผู้คนหลั่งไหลมาเยอะมากจนที่พักอาจไม่พอ จึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวเตรียมเต็นท์มาด้วย เทศบาลเมืองน่านพร้อมทั้งขยายพื้นที่และกิจกรรมเสริม บรรยากาศคึกคัก จัดกิจกรรม COUNTDOWN 2026 เทศกาลเคาท์ดาวน์ “นันทบุรี 2569” & ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน เทศบาลเมืองน่านจัด “ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่าน” ฉลองปีใหม่ 2569 (เทศกาลนันทบุรี 2569) ขยายเวลาเป็น 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 บริเวณสี่แยกข่วงเมือง-สามแยกถนนจัทรประโชติ เยื้องหน้าวัดภูมินทร์ ถนนคนเดินกาดข่วงเมืองน่านปกติจะเปิดเฉพาะ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ แต่ช่วงปีใหม่จะขยายเวลาเป็นพิเศษ. 10 วัน ขอเชิญนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองน่าน ร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จังหวัดน่าน

นักท่องเที่ยวจะได้ชมพลุ” งานเทศกาล “น่านThe Legacy of love ศรีนคราฟื้นฟ้า สิเนหาสถิตในแผ่นดิน ถิ่นแห่งพระมหากรุณาธิคุณนิรันดร์” เพื่อประกอบการแสดงโดรนเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจแห่งความรัก ความศรัทธา และความงดงามของเมืองน่าน สร้างชื่อเสียง เศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่จังหวัดน่าน เป็นครั้งแรกที่มีการจุดพลุและการแสดงโดรนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

เชียงใหม่ ตรวจเครื่องชั่งสัมภาระภายในท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สร้างความมั่นใจและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ

เชียงใหม่ ตรวจเครื่องชั่งสัมภาระภายในท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สร้างความมั่นใจและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ

วันนี้ (8 ธ.ค. 68) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหารศูนย์ชั่งตวงวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ฯ โดยมีผู้บริหารการท่าอกาศยานจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะตรวจสอบเครื่องชั่งสัมภาระ ในสนามบินช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเครื่องชั่งสามารถแสดงน้ำหนักได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ

โดยในวันนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบเครื่องชั่งสัมภาระ จำนวน 58 เครื่อง ที่นำมาติดตั้งไว้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ภายในท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่ามีความเที่ยงตรง สามารถแสดงน้ำหนักได้อย่างถูกต้อง และให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ ซึ่งบรรยากาศภายในสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เป็นไปด้วยความคึกคัก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทยอยเดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่กันอย่างล้นหลาม บางรายต่อแถวเช็คอินและโหลดสัมภาระที่บริเวณเคาท์เตอร์ของสายการบิน และบางรายหันมาใช้บริการเช็คอินและโหลดสัมภาระด้วยตนเองเพื่อความรวดเร็วในการใช้บริการ

ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การตรวจสอบเครื่องชั่งสัมภาระภายในสนามบิน ทางจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้มาใช้บริการ ซึ่งขณะนี้ทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้นำเครื่องชั่งน้ำหนักสัมภาระมาประกอบใช้ร่วมกับตู้เช็คอินด้วยตนเอง โดยผู้โดยสารสามารถเช็คอินและโหลดสัมภาระได้ด้วยตนเองได้ เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการสนามบินเชียงใหม่ด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มงวด เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และสร้างความมั่นใจในการใช้บริการภายในท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยสูงสุด


นที มีเดช รายงาน

โฆษก ทบ. แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชาเปิดฉากโจมตี และพบท่าทีความเป็นปรปักษ์เพิ่มมากขึ้น

โฆษก ทบ. แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชาเปิดฉากโจมตี และพบท่าทีความเป็นปรปักษ์เพิ่มมากขึ้น ยืนยันกองทัพตอบโต้เฉพาะเป้าหมายทางทหารที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง พร้อมเร่งอพยพประชาชนเพื่อลดความสูญเสีย

วันนี้ (8 ธ.ค.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงต่อสื่อมวลชนกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชาเปิดฉากโจมตีจนทำให้สถาน การณ์มีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น โดยตั้งแต่วานนี้ (7 ธ.ค.68) ที่กัมพูชาได้เริ่มโจมตีใส่กำลังพลฝ่ายไทยในบริเวณพื้นที่ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกำลังดำเนินการปรับปรุงเส้นทางในเขตอธิปไตยไทย จนทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ซึ่งถือเป็นการกระทำที่รุนแรง แสดงถึงเจตนาในการมุ่งทำร้ายฝ่ายไทยอย่างชัดเจน ทำให้กำลังทหารไทยต้องตอบโต้ตามสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ยังพบการปะทะในพื้นที่อื่นๆ ของกองทัพภาคที่ 2 อาทิ ช่องอานม้า, ห้วยตามาเรีย, ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือน ที่พบว่าทางกัมพูชาได้ใช้อาวุธและเครื่องยิงสนับ สนุนโจมตีกำลังฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการตรวจพบการเพิ่มเติมกำลังพล อาวุธและยุทโธปกรณ์ในบริเวณชายแดน ซึ่งมีแนวโน้มว่ากัมพูชาระบุพิกัดการใช้อาวุธระยะไกลมายังพื้นที่ตอนใน ครอบคลุมพื้นที่ใกล้สนามบินบุรีรัมย์และบริเวณพื้นที่ใกล้โรงพยาบาล อ.ปรา สาท ที่ห่างจากพื้นที่ชายแดน 30 กิโลเมตร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของอธิปไตยไทยและความปลอดภัยของประชาชนในบริเวณชายแดน

โดยมีเหตุการณ์ที่สำคัญ ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาจนถึงในช่วงเช้าวันนี้ ที่ทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนโจมตีต่อกำลังทหารไทยในพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี และพื้นที่อื่นๆ จนทำให้กำลังพล เสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บ 8 นาย รวมทั้งการตรวจพบว่ากัมพูชาได้ใช้อาวุธจรวด BM21 โจมตีพื้นที่ชุมชนพลเรือน บ.สายโท 10 อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร และหวังทำร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชา ชนชาวไทย

ทั้งนี้ กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ออกประกาศและอำนวยความสะดวกประชาชน ในการเร่งอพยพเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อป้องกันผลกระทบจากการที่กัมพูชามุ่งเป้าโจมตีพื้นที่พลเรือนของประเทศไทย และลดการสูญเสียของประชาชนในกรณีที่สถานการณ์ลุกลาม

โฆษกกองทัพบกยังได้ย้ำว่ากองทัพบกไทยยืนยันในความพร้อมของกำลังตามแผนเผชิญเหตุ และจำเป็นต้องตอบโต้ตามสถานการณ์อย่างเหมาะสม ตามหลักกติกาสากล พร้อมทั้งได้ประสานร่วมกับกองทัพอากาศในการใช้กำลังทางอากาศสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ชายแดนเพิ่มเติมเนื่องจากสามารถระบุพิกัดและความแม่นยำของพื้นที่ได้อย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายเป็นฐานที่มั่นทางทหารของฝ่ายกัมพูชา หรือพื้นที่ที่มีการตรวจพบว่ามีการใช้อาวุธหนักเตรียมโจมตีกำลังทหารของฝ่ายไทย เพื่อเร่งยับยั้งการโจมตีของทหารกัมพูชา ยุติสถานการณ์ และป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกำลังทหารและประชาชนชาวไทย เพราะในการห้วงการปะทะเมื่อ ก.ค. 68 ที่ผ่านมา อาวุธดังกล่าวของกัมพูชาเคยโจมตีเข้าใส่พื้นที่พลเรือนของประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมถึงสถานที่สำคัญและที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจำนวนมาก



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 1,800,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 1,800,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 2 กองบังคับการควบคุมผาดง หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ ได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มบุคคลผ่านเข้ามาบริเวณพื้นที่ ช่องทางหนองกะลาง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 7 – 8 คน หน่วยจึงจัดกำลัง 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมาเมื่อเวลา 22.30 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวนประมาณ 20 – 25 คน แบกเป้สะพายหลังสีเขียว หน่วยจึงได้ให้สัญญาณเตือนให้หยุด เพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุค คลดังกล่าว ได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่เจ้าหน้าที่ จนเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที ฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มขบวนการได้อาศัยห้วงทัศนวิสัยจำกัด และความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ วางกำลังควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบของกลางเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 18 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,800,000 เม็ด, ลูกระเบิดแบบขว้าง จำนวน 2 ลูก, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และ ซองกระสุนพร้อมลูก 13 นัด

และเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก เดชาธร สายหยุด รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ เป็นผู้แทน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าว การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้น จึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 125 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 120 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 71,032,557 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 899 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 18 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 11,555.1 ล้านบาท (11,555,191,075 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

ทบ. โต้คำแถลงกัมพูชา อ้างไม่ได้ยิงเข้ามา ชี้หลักฐานชัดเจนฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิง จนกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ในเขตไทย

ทบ. โต้คำแถลงกัมพูชาอ้างไม่ได้ยิงเข้ามา ชี้หลักฐานชัดเจนฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิง จนกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ขณะปฏิบัติหน้าที่ในเขตไทย

จากกรณีที่วันนี้ (7 ธ.ค. 68) พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่า เมื่อเวลา 14.15 น. กองกำลังทหารไทยเป็นฝ่าย เปิดฉากยิงก่อน พื้นที่ พลาญธม อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร โดยอ้างว่าไทยใช้ทั้งปืนเล็ก ปืนกล อาวุธ B-40 และปืน ค. 60 มม. พร้อมอ้างว่ากัมพูชาไม่ได้ยิงตอบโต้นั้น

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า คำกล่าวของ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ไม่เป็นความจริง โดยข้อเท็จจริงคือ ทหารกัมพูชาได้นำกำลังเข้ามาในบริเวณพื้นที่ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ขณะฝ่ายไทยดำเนินการปรับปรุงเส้นทางในเขตไทย จากนั้นได้ยิงเข้าใส่ชุดรักษาความปลอดภัยของชุดปรับปรุงเส้นทาง จากนั้นฝ่ายไทยได้ทำการยิงปะทะตามกฎการใช้กำลัง และนำไปสู่การปะทะ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กำลังพลบาดเจ็บ 2 นาย ได้แก่
– สิบเอก อนุชาติ เรือนคำ ถูกยิงบริเวณขา
– พลทหาร พรชัย จำปาจุม กระสุนถูกเสื้อเกราะบริเวณหน้าอก

ดังนั้น การที่กัมพูชาอ้างว่าไม่ได้ทำการยิงมานั้น ไม่เป็นความจริง และเป็นการกล่าวอ้างโดยปราศจากหลักฐาน ดังเช่นที่กัมพูชามักปฏิบัติทุกครั้งเมื่อเป็นผู้กระทำต่อฝ่ายไทยก่อน ขณะที่ฝ่ายไทยมีหลักฐานชัดเจนยืนยันทั้งเวลา สถานที่ และผลกระทบต่อกำลังพลของไทย


นที มีเดช รายงาน

วัดหลวงพ่อห้ามจน จัดพิธีแต่งตั้ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) พร้อมขอเชิญร่วมพิธีบูชาเทวดานพเคราะห์ (บูชาดาว) 9 พระองค์ สวดมนต์ข้ามปี ต้อนรับปีใหม่ 2569

เพชรบูรณ์ – วัดหลวงพ่อห้ามจน จัดพิธีแต่งตั้ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) พร้อมขอเชิญร่วมพิธีบูชาเทวดานพเคราะห์ (บูชาดาว) 9 พระองค์ สวดมนต์ข้ามปี ต้อนรับปีใหม่ 2569

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชน ตลอดจนชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ได้เข้าร่วมพิธีแต่งตั้ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี (หนองโสน) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อวัด “หลวงพ่อห้ามจน” ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ และพิธีแต่งตั้งฐานานุกรม

โดยมี พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรานุวัตร กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าอาวาสวัดบพิตรพิมุข วรวิหาร กรุงเทพมหานคร เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ กล่าวให้โอวาท คติธรรม มีพระราชพัชรธรรมเมธี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง, พระครูอุปถัมภ์พัชรากร เจ้าคณะตำบลนาเฉลียง – เจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ประธานสงฆ์วัดใหม่สามัคคี – ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหา ธาตุ พระอารามหลวง พร้อมคณะสงฆ์ร่วมทำพิธี โดยมีนายสมชาย เย็นจิต ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.นาเฉลียง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

ตามคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ 107/2568 เรื่องแต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี อาศัยอำนาจตามความในข้อ 28 แห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้ง ถอดถอน พระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่4) พ.ศ.2561 จึงแต่งตั้งให้ พระสุเทพ ฉายา สนฺตจิตฺโต อายุ 48 พรรษา 6วิทยฐานะ น.ธ.เอก วัดใหม่สามัคคี ต.ห้วยโป่ง อ. หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี

พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ที่อยู่ในวัดดังกล่าวข้างต้น จงอยู่ในโอวาทของผู้ช่วยเจ้าอาวาสที่ได้รับแต่งตั้งแล้วนี้ ซึ่งปฏิบัติการโดยชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ มหาเถรสมาคม พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชและคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ขอให้พระสุเทพ ฉายา สนฺตจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดใหม่สามัคคี จง เจริญในธรรมเป็นนิตย์เทอญ

พร้อมกันนี้ พระครูปลัดปริยัติวัฒน์ หรือพระครูโอม ได้บอกบุญประชาสัมพันธ์ ขอเชิญร่วมพิธีบูชาเทวดานพเคราะห์ (บูชาดาว) 9 พระองค์ ปีที่ 5 พร้อมกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อห้ามจน เพื่อความเป็นสิริมงคล แก้ปีชง สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตา เสริมบารมีวาสนา และร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าปีใหม่ “ห้ามจนสามัคคี” ต้อนรับปีใหม่ 2569 (ปีมะเมีย) โดยมีกำหนดการ วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 เริ่มพิธี เวลา 21.00 น.เป็นต้นไป และในวันพฤหัสบดี ที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น.ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เวลา 09.00 น.ทอดผ้าป่าปีใหม่ ตามลำดับ

สำหรับ “หลวงพ่อห้ามจน” เป็นพระพุทธรูปที่ช่างพม่า แกะสลักขึ้นมาจากกิ่งไม้ยืนต้นตายพราย โดยชาวบ้านเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ใครที่ขัดสนเรื่องเงินทอง หรือติดขัดสิ่งใด หากไปขอพรก็จะได้สมความปรารถนา จนได้ชื่อว่า “หลวงพ่อห้ามจน” ทำให้มีผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา ต่างเดินทางมากราบไหว้ ขอพรกันอย่างไม่ขาดสาย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

สปก.เพชรบุรี ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำ

สปก.เพชรบุรี ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำ

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. นางสาวยุพา ราชจินดา ปฎิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เพชรบุรี ผู้เชี่ยวชาญฯ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารกองทุนและเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบความพร้อมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำ (สระ 10) และแปลงชุมชน ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ณ พื้นที่โครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ตำบลเขากระปุก ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี


พงศ์เทพ สาคร