ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับรถตู้หรูคาด่าน ดัดแปลงรถซุกยาเค มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับรถตู้หรูคาด่าน ดัดแปลงรถซุกยาเค มูลค่ากว่า 36 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราช การจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมาก จากบริเวณชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน

จึงสั่งการให้ พันเอก พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บัง คับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า และ พันตำรวจเอก ปริญญา ใคร่ครวญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ จัดกำลังพลร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135, ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ และ สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ บริเวณ จุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ ม.1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ต่อมาเวลา 21.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงประจำจุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ พบรถ ยนต์ ยี่ห้อ Toyota Alphad สีขาว หมายเลขทะเบียน 5ขว 2931 กรุงเทพมหานคร ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ขับมาจาก อ.สังขละบุรี มุ่งหน้า อ.เมืองกาญจนบุรี จึงให้สัญญาณหยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบ นายเมธี สุกะรินทร์ อายุ 39 ปี เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่พูดคุยสอบถาม นายเมธีฯ แสดงอาการพิรุธชัดเจน จึงขออนุญาตทำการตรวจค้น พบว่ารถตู้คันดังกล่าวถูกดัดแปลงตัวถังและคอนโซลภายในห้องโดยสาร เพื่อซุกซ่อนยาเสพติด จากการตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบของกลางยาเสพติด เคตามีน จำนวน 182 กิโลกรัม มูลค่า 36,400,000 บาท ถูกซุกซ่อนไว้ภายในรถตู้

สำหรับพฤติการณ์ของนายเมธีฯ ผู้ต้องหา ได้ให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างจาก นางดาฯ (ไม่ทราบชื่เสกุล) ด้วยเงินจำนวน 5,000 บาท ให้ขับรถตู้คันดังกล่าวจาก บ้านบ่อญี่ปุ่น อ.สังขละ บุรี ไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี และหลังจากนั้นจะมีบุคคลไม่ทราบชื่อมารับรถตู้คันดังกล่าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายเมธีฯ พร้อมของกลางยาเสพติดและรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ส่ง สภ. ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลการจับกุมต่อไป


#/// กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

ชาวประมงวอนขอความช่วยเหลือ เรือประมงล่มกลางทะเล 5 วัน ลูกเรือรอด 3 ยังสูญหายอีก 2 ราย ในทะเล

ชาวประมงวอนขอความช่วยเหลือ เรือประมงล่มกลางทะเล 5 วัน ลูกเรือรอด 3 ยังสูญหายอีก 2 ราย ในทะเล

วันนี้ 13 ธ.ค.68 ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191เพชรบุรี ได้รับแจ้งจาก นางอารีย์ ลิขิตานันททพงศ์ อายุ 63 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าของเรือประมงชื่อพรสมคิดว่า เรือประมงพรสมคิดขนาด 17.61 ตันกรอส เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ ขอตนได้แจ้งออกจากทะเล PIPO ปราณบุรี วันที่ 8 ธ.ค. จากนั้นไม่สามารถติดต่อเรือประมงของตนได้ ตั้งแต่เวลา 00.17 น. ของวันที่ 9 ธ.ค. บริเวณพิกัด แลต 12 องศา 19.500 เหนือ ลอง 100 20.500 ตะวันออก ห่างจากท่าเรือคลองวาฬประมาณ 49 ไมล์ ก่อนประสาน ศร.ชล. และตำรวจน้ำปราณบุรีให้เข้าช่วยเหลือแต่ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือ

ต่อมาได้รับแจ้งจากเรือประมงในพื้นที่ว่าพบเรือเรือประมงพรสมคิดล่มในทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 29 ไมล์ทะเล โดยมีเรือประมงสามารถช่วยลูกเรือที่ลอยคอในทะเลได้3คน แต่ไม่พบตัว นายเกรียงไกร ขำบางพูล อายุ56ปีไต๋เรือและนายบี ลูกเรือชาวพม่ายังสูญหายอยู่ในทะเล ก่อนนางอารีย์ อายุ63 เจ้าของเรือได้ประสานเรือประมงมาทำการลากเรือที่ล่มเข้าฝั่งในพื้นที่ชะอำ แต่ไม่สามารถลากเข้าฝั่งได้เนื่องจากติดแนวอวนหอยของชาวประมงรายอื่น เพราะหากลากไปชนกับอวนหอยของชาวประมงรายอื่นจะทำให้เสียหายนับล้านบาท จึงทำการเรือเข้ามาแล้วห่างจากฝั่งประมาณ 20 ไมล์ทะเล บริเวณหน้าหาดชะอำ สภาพเรือมีอวนพันอยู่ทั่วเรือ จมใต้น้ำลึกประมาณ 20-25 เมตร ตอนนี้จึงอยากได้หน่วยงานเข้าช่วยเหลือ และเจ้าหน้าที่กองร้อยกู้ชีพ ค่ายนเรศวร มาช่วยค้นหาไต๋เรือและลุกเรืออีก 2 คน ที่ยังคงสูญหายในทะแลหรือดำลงไค้นหาไต๋กับลูกเรือที่คาดว่าจะติดอยู่ภายในหัวเก๋งเรือจมไปกับเรือ


//////บรรณรต จ.เพชรบุรี

โรงพยาบาลบางเลน จัดกิจกรรม “ศุกร์สุขใจ” ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลและแบ่งปันโอกาสแก่ผู้ยากไร้

โรงพยาบาลบางเลนจัดกิจกรรม “ศุกร์สุขใจ” ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลและแบ่งปันโอกาสแก่ผู้ยากไร้

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.30 น. โรง พยาบาลบางเลน ภายใต้การอำนวยการของ นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผอ.รพ.บางเลน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และประชาชน/ผู้มารับบริการ จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ณ บริเวณชั้น 1 ตึกอำนวยการและอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลบางเลน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสให้แก่ผู้ยากไร้และผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูเกษมถาวรคุณ (ถาวร) สุนทรวิภาค ท่านเจ้าอาวาส พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จากวัดบางเลน จ.นครปฐม มารับบิณฑบาตจากเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

แสดงให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นโอกาสอันดีที่บุคลากรและประชาชนในชุมชนจะได้ร่วมกันทำความดี สร้างขวัญและกำลังใจ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมตามแนวทางของโรงพยาบาลบางเลน


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ส.ป.ก. บุรีรัมย์ส่งมอบธารน้ำใจสู่ศูนย์พักพิงชายแดน

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธค 68 เวลา 9.30 น. นายประเสริฐ กาญจนเกียรติกุล ปฏิรูปที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ นายแพทย์ ภูวดล กิตติวัฒนาสาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ พร้อมทีมงาน ส.ป.ก. บุรีรัมย์ รุดมอบสิ่งของใช้ที่จำเป็นให้กับเกษตรกร และผู้สูงอายุในเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอบ้านกรวด จำนวน 72 ชุด ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว รพ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา


พงศ์เทพ สาคร

สดุดี “จ.ส.อ.อนันดา อุดร” ทหารกล้าพลีชีพ ที่สมรภูมิภูมะเขือ พร้อมภาพความอบอุ่น ขณะ “จ.ส.อ.อนันดา” ดูแลน้องหมาชายแดน

สดุดี “จ.ส.อ.อนันดา อุดร” ทหารกล้าพลีชีพ ที่สมรภูมิภูมะเขือ พร้อมภาพความอบอุ่น ขณะ “จ.ส.อ.อนันดา” ดูแลน้องหมาชายแดน

วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากเหตุปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ตามแนวชายแดน ทำให้มีทหารเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ล่าสุด มีรายงานว่า จ.ส.อ.อนันดา อุดร ทหารสังกัด กรมทหารราบที่ 16 (ร.16 พัน 3) กองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร ได้พลีชีพในสมรภูมิภูมะเขือ หลังทหารกัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่หวังเข้ายืดพื้นที่ แต่ทหารไทยยืนหยัดต่อสู้ปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างเต็มที่โดยก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บ ถูกสะเก็ดระเบิดที่ริมฝีปาก ก่อนถูกส่งไปรักษาตัวที่ รพ.สุรินทร์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยในโลกออนไลน์เผยภาพความอบอุ่น ขณะ “จ.ส.อ.อนันดา” ดูแลน้องหมาชายแดน สุดเศร้าน้องมะลิจะรู้ไหมว่าพ่ออนันดา จะไม่กลับมาหาหนูแล้ว ตลอดระยะเวลาที่พ่ออนันดาอยู่ พ่อได้ดูแลน้องมะลิที่ชายแดนอย่างดี มาวันนี้พ่อไม่อยู่แล้วมะลิจะอยู่ยังไง เราจะจดจำชื่อ ”พ่อ อนันดา อุดร“ ไปตลอดกาลท่านคือวีรบุรุษที่ยอมสละชีพเพื่อประเทศชาติ จากนี้ดูแลตัวเองให้ดีนะมะลิ เพราะพ่อทหารที่คอยป้อนน้ำ อุ้มกล่อม และดูแลหนูทุกคืน คงไม่ได้กลับมาที่ภูมะเขืออีกแล้ว

ขอสดุดีความกล้าหาญของ “จ่าสิบเอกอนันดา อุดร”ชายผู้ปกป้องแผ่นดินจนวินาทีสุดท้าย และขอส่งกำลังใจยิ่งใหญ่ให้กับ“น้องมะลิ” หมาน้อยวัยเพียง 5 เดือน ที่จ่าอนันดาเก็บมาเลี้ยงเหมือนลูกแท้ๆอีกคน เมื่อวานมะลิยังอยู่ในอ้อมกอดพ่อในฐานกับลุงๆทหาร ก่อนบางสิ่งตกลงมา ทำให้พ่อถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล และไม่ได้กลับมาอีกเลย

จ่าอนันดาเคยสัญญากับมะลิว่า “ถ้าชายแดนสงบ เราจะกลับบ้านไปพร้อมกัน”แต่น่าเศร้าที่คำสัญญานั้นไม่มีวันเป็นจริงแล้ว


พรพิพัฒน์ รายงาน

“คณะสงฆ์–ส่วนราชการโคราช” ผนึกกำลัง แถลงจัดงานทำบุญเมือง 558 ปี ตักบาตรพระหมื่นรูป 8 มี.ค. 69

“คณะสงฆ์–ส่วนราชการโคราช” ผนึกกำลัง แถลงจัดงานทำบุญเมือง 558 ปี ตัก บาตรพระหมื่นรูป 8 มี.ค. 69”

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมปทุมญาณมุนี วัดบึงพระอารามหลวง คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น ได้แถลงข่าวเตรียมจัดงานมหามงคล “ทำบุญเมืองนครราชสีมา 558 ปี ตักบาตรพระ 10,000 รูป” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 06.00–08.30 น. บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ใจ กลางเมืองนครราชสีมา

การแถลงข่าวนำโดย พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เจ้าอาวาสวัดบึงพระอารามหลวง พร้อมด้วย พระมงคลรัตนสุธี รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) วัดศาลาลอย และ พระโกวิทกิตติสาร รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ร่วมประกาศเชิญชวนประชาชนชาวโคราชและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศร่วมงานบุญใหญ่ประจำปี

ภาครัฐและองค์กรท้องถิ่นร่วมสนับสนุนอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายพรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา, นายธนากร ประพฤธิพงษ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา, นายชุณห์ ศิริชัยคีรีโกศล ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา และ นายชัชวาล วงจร รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา

คณะสงฆ์จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสำนึกในความสำคัญของการธำรงพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรบนแผ่นดินไทย อีกทั้งยังเป็นวาระสำคัญเนื่องในโอกาสที่เมืองนคร ราชสีมามีอายุครบ 558 ปี โดยจะมีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 10,000 รูป ซึ่งถือเป็นกิจกรรมทางศาสนาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของจังหวัด

พร้อมกันนี้จะจัดพิธี ทักษิณานุปทาน น้อมถวายเป็นพุทธบูชาและอุทิศเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงอุทิศส่วนกุศลแด่ ท้าวสุรนารี วีรสตรีผู้ปกป้องเมืองนคร ราชสีมา

ทั้งนี้ คณะจัดงานเชิญชวนประชาชนชาวโคราชร่วมกันทำบุญใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชนในปี 2569


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ เป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชาย แดนกำลังเดือดร้อนและลำบาก

สถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน ในวันที่ใครๆก็ห่วงแต่ตัวเอง ซึ่งในโลกออนไลน์ ยังมีจิตอาสาทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเขายังรับราชการทหาร คือ จ่าสิบตรีบารมี พงษ์สีดา สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 กอง พลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักของกองทัพบก ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ตำแหน่งพลขับรถอดีตพลเอกธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่รู้จักในชื่อในโซเชียล “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ และ ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ เขาเลือกช่วยเหลือคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ และที่โด่งดังในโลกออนไลน์นั้นก็คือเขาเปิดรีสอร์ทให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท จนกว่าชายแดนจะปลอดภัย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาให้ชาวบ้านกว่า 300 คนเข้ามาอยู่ โดยไม่ถามว่าเป็นใครมาจากไหน แค่เห็นว่าเขาไม่มีที่ไป ก็เต็มใจ เปิดรีสอร์ทของตัวเองให้ทุกคนเข้ามาอยู่ได้เลย ถึงแม้จะต้องปฏิเสธหลายคนไปเพราะที่พักเต็ม แต่สิ่งที่ทำไปก็ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับในยามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนเลยจริงๆ

ปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ นอกจากรับราชการทหาร ยังประกอบธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าว รถไถ รถแทรกเตอร์ ในภาคอีสาน ในนาม ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ ที่อยู่ 173 หมู่ที่ 11 ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งยังรับซื้อรถจักรยาน ยนต์และรถยนต์มือสองอีกด้วย ซึ่งเส้นทางกว่า จะมาถึงวันนี้ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้เล่าให้ฟังว่าครั้งแรกทำธุรกิจหีบศพก่อน ต่อมาทำไร่ทำสวนก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เลยลองมารับซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง เริ่มมีรายได้หลักพันบาทต่อวัน พอมีทุนเลยหันมารับซื้อรถยนต์มือสอง ตอนแรกเริ่มจาก 1 คัน ต่อยอดจนมีรายได้หลักแสนบาท ทำอยู่ประมาณ 4 ปี คิดว่าน่าจะต่อยอดไปได้ไกลกว่าปัจจุบัน เลยพบโอกาสในธุรกิจการนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าวจากต่างประเทศ ที่เป็นเจ้าแรกๆในภาคอีสาน จนได้จับเงินล้านและขยายสาขาธุรกิจต่อยอดในภาคอีสาน จนเจริญรุ่งเรืองจากอดีจจันถึงปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเป็นผลบุญที่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนมาโดยตลอด

หลังจากประสบผลสำเร็จในธุรกิจ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ใช้เงินต่อบุญร่วมกับภาคีเครือข่ายออกช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่ผ่านมา ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ถือเป็นวิกฤต การณ์ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี และเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียบนโลกออนไลน์ คือ เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพอยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท และร่วมกับภาคีภาคเอกชนร่วมกันสร้างถนนให้กับทหารชายแดน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร เป็นทหารที่ปกป้องชาติแล้ว ยังเป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชายแดนกำลังลำบาก แต่เขาเลือกที่จะช่วยเหลือประชา ชนในทุกๆครั้งที่ประชาชนร้องขอในยามยากลำบาก ทุกๆการเดือดร้อนจะพบ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ยื่นมือและอากส เข้าช่วยเหลือโดยเฉพาะในยามศึกสงครามทั้งในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน โดยมีเหล่าแฟนเพจ และแม่ยก FC พร้อมภาคีเครือข่ายร่วมกันบริจาคสิ่งของ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง เข้าให้การช่วยเหลือหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และนอกพื้นที่ตลอดมา

ซึ่งในสถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนผู้มีใจบุญใจกุศล สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจที่อยากช่วยเหลือพี่น้องผู้อพยพ ภายในรีสอร์ท และในพื้นที่ชายแดน เปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของ ไม่รับเงินสด ทั้งของสด อาหารแห้ง น้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ โดยโทรศัพท์ประสานโดยตรง จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ เบอร์โทรศัพท์ 0932226343


พรพิพัฒน์ รายงาน

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ

ทหารสุดใจดี !!! เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจ เป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชาย แดนกำลังเดือดร้อนและลำบาก

สถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน ในวันที่ใครๆก็ห่วงแต่ตัวเอง ซึ่งในโลกออนไลน์ ยังมีจิตอาสาทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบันเขายังรับราชการทหาร คือ จ่าสิบตรีบารมี พงษ์สีดา สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 กองพลทหารราบที่ 6 (พล.ร.6) ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักของกองทัพบก ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ตำแหน่งพลขับรถอดีตพลเอกธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่รู้จักในชื่อในโซเชียล “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ เขาเลือกช่วยเหลือคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ และที่โด่งดังในโลกออนไลน์นั้นก็คือเขาเปิดรีสอร์ทให้ผู้อพยพกินฟรี อยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท จนกว่าชายแดนจะปลอดภัย นี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขาให้ชาวบ้านกว่า 300 คนเข้ามาอยู่ โดยไม่ถามว่าเป็นใครมาจากไหน แค่เห็นว่าเขาไม่มีที่ไป ก็เต็มใจ เปิดรีสอร์ทของตัวเองให้ทุกคนเข้ามาอยู่ได้เลย ถึงแม้จะต้องปฏิเสธหลายคนไปเพราะที่พักเต็ม แต่สิ่งที่ทำไปก็ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วสำหรับในยามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เป็นการทำความดีด้วยหัวใจโดยไม่เคยหวังผลตอบแทนเลยจริงๆ

ปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ นอกจากรับราชการทหาร ยังประกอบธุรกิจนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าว รถไถ รถแทรกเตอร์ ในภาคอีสาน ในนาม ห้างหุ่นส่วนจำกัด จ่าจึ๊ เซียงกงบุรีรัมย์ ที่อยู่ 173 หมู่ที่ 11 ตำบลสะแกโพรง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งยังรับซื้อรถจักรยานยนต์และรถยนต์มือสองอีกด้วย ซึ่งเส้นทางกว่า จะมาถึงวันนี้ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้เล่าให้ฟังว่าครั้งแรกทำธุรกิจหีบศพก่อน ต่อมาทำไร่ทำสวนก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เลยลองมารับซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง เริ่มมีรายได้หลักพันบาทต่อวัน พอมีทุนเลยหันมารับซื้อรถยนต์มือสอง ตอนแรกเริ่มจาก 1 คัน ต่อยอดจนมีรายได้หลักแสนบาท ทำอยู่ประมาณ 4 ปี คิดว่าน่าจะต่อยอดไปได้ไกลกว่าปัจจุบัน เลยพบโอกาสในธุรกิจการนำเข้าอะไหล่รถเกี่ยวข้าวจากต่างประเทศ ที่เป็นเจ้าแรกๆในภาคอีสาน จนได้จับเงินล้านและขยายสาขาธุรกิจต่อยอดในภาคอีสาน จนเจริญรุ่งเรืองจากอดีจจันถึงปัจจุบัน ซึ่งอาจจะเป็นผลบุญที่ได้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนมาโดยตลอด

หลังจากประสบผลสำเร็จในธุรกิจ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ได้ใช้เงินต่อบุญร่วมกับภาคีเครือข่ายออกช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่ผ่านมา ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ถือเป็นวิกฤตการณ์ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี และเป็นกระแสในโซเชียลมีเดียบนโลกออนไลน์ คือ เปิดรีสอร์ทของตัวเอง ให้ผู้อพยพอยู่ฟรี ไม่เอาเงินสักบาท และร่วมกับภาคีภาคเอกชนร่วมกันสร้างถนนให้กับทหารชายแดน ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร เป็นทหารที่ปกป้องชาติแล้ว ยังเป็นที่พึ่งให้ที่พักพิงในวันที่ชาวบ้านชายแดนกำลังลำบาก แต่เขาเลือกที่จะช่วยเหลือประชาชนในทุกๆครั้งที่ประชาชนร้องขอในยามยากลำบาก ทุกๆการเดือดร้อนจะพบ “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ ยื่นมือและอากส เข้าช่วยเหลือโดยเฉพาะในยามศึกสงครามทั้งในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน โดยมีเหล่าแฟนเพจ และแม่ยก FC พร้อมภาคีเครือข่ายร่วมกันบริจาคสิ่งของ ทั้งอาหารสดและอาหารแห้ง เข้าให้การช่วยเหลือหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และนอกพื้นที่ตลอดมา

ซึ่งในสถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในปัจจุบัน “จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ จึงขอประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนผู้มีใจบุญใจกุศล สร้างสังคมแห่งการให้และแบ่งปันน้ำใจที่อยากช่วยเหลือพี่น้องผู้อพยพ ภายในรีสอร์ท และในพื้นที่ชายแดน เปิดรับบริจาคเป็นสิ่งของ ไม่รับเงินสด ทั้งของสด อาหารแห้ง น้ำเปล่า เครื่องดื่มต่างๆ โดยโทรศัพท์ประสานโดยตรง จ่าจึ๊” เมืองบุรีรัมย์ เบอร์โทรศัพท์ 0932226343


พรพิพัฒน์ รายงาน

สตูลจับมือโคราช ดันอันดามันสู่ตลาดอีสาน เปิด Roadshow Andaman ครั้งที่ 3 กลางเซ็นทรัลโคราช

สตูลจับมือโคราช ดันอันดามันสู่ตลาดอีสาน เปิด Roadshow Andaman ครั้งที่ 3 กลางเซ็นทรัลโคราช

กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เดินหน้าขยายตลาดการท่องเที่ยวและสินค้าชุมชนสู่ภูมิภาคอื่นของประเทศ ล่าสุดจัดกิจกรรม “Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ” ครั้งที่ 3 อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 11 – 14 ธันวาคม 2568 โดยมีผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายการท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนการจัดงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุรินทร์, พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา, พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา, ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดสตูล, นายประคัลภ์ ศรีจุฑารัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช, ประธานอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา, ผู้แทนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จังหวัดภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล) รวมถึงผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร ผู้แทนภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ด้าน นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ในนามผู้แทนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล ในฐานะหน่วยงานหลัก มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนของกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งมีอัตลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ อุทยานธรณีโลกสตูล (UNESCO Global Geopark) ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย

การจัดงานครั้งนี้มุ่งนำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างโอกาสทางการตลาด เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม Roadshow and Consumer Fair Andaman ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการรวม 240 ผู้ประกอบการ แบ่งจัดครั้งละ 60 ผู้ประกอบการ โดยแต่ละจังหวัดจัดแสดงจังหวัดละ 10 บูธ นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมแล้วใน

  • ครั้งที่ 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (23 – 26 ตุลาคม 2568)
  • ครั้งที่ 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 กรุงเทพมหานคร (21 – 24 พฤศจิกายน 2568)
  • ครั้งที่ 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จังหวัดนครราชสีมา (11 – 14 ธันวาคม 2568) และเตรียมจัด ครั้งที่ 4 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 20 – 23 ธันวาคม 2568

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรม Table Top Sale เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้พบปะ แลกเปลี่ยน และเจรจาธุรกิจร่วมกับผู้ประกอบการในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสร้างเครือข่ายทางการค้าและต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว

ในโอกาสนี้ นางสาวภัชกุล ตรีพันธ์ ได้กล่าวขอบคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี และเชิญประธานกล่าวเปิดงาน Roadshow and Consumer Fair Andaman ครั้งที่ 3 อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักและความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

แถลงการณ์ด่วน ! กองทัพบกเปิดโปงพฤติกรรมกัมพูชา ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

แถลงการณ์ด่วน! กองทัพบกเปิดโปงพฤติกรรมกัมพูชา ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง!

พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการกระทำของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของพลเรือน โดยมีการละเมิดกฎกติการะหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องใน 5 ประเด็นสำคัญ:

  • ใช้โบราณสถานเป็นพื้นที่ทางทหาร: ขัดต่อหลักการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม และเสี่ยงต่อความเสียหายต่อโบราณสถานของมนุษยชาติ
  • ใช้พื้นที่ชุมชนพลเรือนเป็นฐานยิง: ละเมิดหลักมนุษยธรรม นำประชาชนมาอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายอย่างชัดเจน
  • ลักลอบใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล: ละเมิดพันธกรณีของอนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง
  • ใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนในพื้นที่ตอนในของไทย: ส่งผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องอพยพกว่า 200,000 คน
  • เผยแพร่ข้อมูลเท็จ: กล่าวหาไทยว่าเป็นผู้รุกรานและกล่าวหาเรื่องการใช้อาวุธเคมีโดยไร้หลักฐาน เพื่อทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทย

กองทัพบกขอยืนยันว่า ไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มต้นความรุนแรง และการปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดทำภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด

กองทัพบกขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกตรวจสอบและประณามการกระทำของกัมพูชา เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค


พรพิพัฒน์ รายงาน