กองร้อยทหารพรานที่ 3203 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว”

กองร้อยทหารพรานที่ 3203 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาวตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3203 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพล จิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ร่วมกับ ผู้นำชุมชน, อาสาสมัครสาธารณสุขบ้านนุชเทียนฯ จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” โดยลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ ในพื้นที่ บ้านนุชเทียน หมู่ 7 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป จำนวน 6 ราย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ ตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” โดยมีเป้าหมายในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งการ แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว และการให้บริการด้านสุขภาพ โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ยากไร้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารตามแนวชายแดน

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังนเรศวร เร่งเครื่องประชาสัมพันธ์ ประชาชนร่วมป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

กองกำลังนเรศวร ระดมชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน พร้อมจิตอาสา บูรณาการผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง เร่งเครื่องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนร่วมป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 301 ชุดปฏิบัติการกิจการพล เรือนที่ 302 ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 303 ชุดปฏิบัติการกิจกการพลเรือนที่ 304 ชุดปฏิบัติการกิจกการพลเรือนที่ 305 กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วยจิตอาสาภัยพิบัติ ประสานบูรณาการผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครอง พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชน เพื่อประสานงานด้านกิจการพลเรือน, ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ บ.ช่องแคบ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ, ที่ทำการกำนันตำบลพระธาตุผาแดง อ.แม่สอด, บ.แม่ระมาดน้อย ต.ขะเนจื้อ อ.แม่ระมาด, บ.แม่ต้าน ต.แม่ต้านอ.ท่าสองยาง และ บ.เซอทะ ต.หนองหลวง อ.อุ้มผาง จ.ตาก

นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 306 และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 308 กองกำลังนเรศวร พร้อมด้วยจิตอาสาภัยพิบัติ ประสานบูรณาการผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครอง พบ ปะพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชน เพื่อประสานงานด้านกิจการพลเรือน, ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่ บ.ห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย และ บ.แม่ละนา ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน


นที มีเดช รายงาน

“ลอยกระทงสวรรค์ 1,000 ดวงใจ รวมพลังแห่งภักดี” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

“ลอยกระทงสวรรค์ 1,000 ดวงใจ รวมพลังแห่งภักดี” น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

14 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อคืนที่ผ่านมา นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ ฮ่องสอน พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัด นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และเหล่าพสกนิกร ประชาชน นักเรียน นักศึกษา จัดกิจกรรม ถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สวนสาธาณะหนองจองคำ ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และบริเวณหน้าวัดจองคำ จองกลาง เหล่าพสกนิกร ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา ประชาชน ได้ร่วมกัน “ลอยกระทงสวรรค์ 1,000 ดวงใจ รวมพลังแห่งภักดี” ขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงามน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ น้อมถวายความอาลัยอย่างหาที่สุดไม่ได้ แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวถวายความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ผู้ทรงอุทิศพระวรกายพระสติปัญญาและพระราชหฤทัย เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่ปวงชนชาวไทย ตลอดพระชนมชีพ ทรงเป็นดังแสงแห่งพระเมตตา ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวแม่ฮ่องสอนเสมอมา ข้าพระพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกร จังหวัดแม่ฮ่องสอน จะมุ่งมันสืบสานพระราชปณิธานธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์สืบไป

เหล่าปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายความอาลัย และขอน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ พระปรีชาสามารถ และพระราชจริยวัตรอันงดงาม จะยังคงสถิตอยู่ในใจของปวงชนชาวแม่ฮ่องสอน และชาวไทยตลอดไป


ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ สดุดีทหารกล้า สละชีพปกป้องแผ่นดินไทย

ทบ. จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ สดุดีทหารกล้า สละชีพปกป้องแผ่นดินไทย

จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้กำลังพลกองทัพบกซึ่งปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ กองทัพบกจึงได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่ทหารหาญผู้กล้า เพื่อเชิดชูเกียรติและสดุดีการอุทิศชีวิตเพื่อประเทศชาติอย่างสมเกียรติ

โดยในวันนี้ (13 ธันวาคม 2568) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีพระราชทานเพลิงศพกำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 3 นาย ดังนี้

จ่าสิบเอกศตวรรษ สุจริต
สังกัดกองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 6 ตำแหน่งพลขับรถถัง ตอนรถถัง หมวดลาดตระเวน เสียชีวิตจากการสะเก็ดระเบิดในพื้นที่ฐานป้องไพร ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชเพลิงศพ และพลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ วัดพรหมพิทักษ์วนาราม อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานเลื่อนชั้นยศเป็น พลตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 12,072,652 บาท

พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย
สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 ตำแหน่งพลยิงเครื่องยิงลูกระเบิด กองร้อยอาวุธเบาที่ 2 เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดกระสุน BM-21 บริเวณพื้นที่ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 โดยมีพลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดกลางขุขันธ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานเลื่อนชั้นยศเป็น ร้อยตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,335,825 บาท

สิบเอกชวกร เดชขุนทด
สังกัดกองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ตำแหน่งนายสิบประจำหมวด กองร้อยทหารม้า เสียชีวิตจากเหตุโดรนทิ้งระเบิดของฝ่ายตรงข้าม ขณะเคลื่อนย้ายออกจากบังเกอร์ในพื้นที่ฐานบ้านต้นพยุง อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 โดยมีพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี และพลเอก ไพศาล หนูสังข์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดหนองบัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี
กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานเลื่อนชั้นยศเป็น พันตรี และจะได้รับเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ, เงินสินไหมทดแทนในการประกันชีวิตของกองทัพบก (ภัยสงคราม), เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ของกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและเงินบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท และเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรีและเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบฯ ตามมติ ครม. รวมประมาณ 11,700,481 บาท

สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

กองทัพบกขอสดุดีแด่กำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลสิทธิ สวัสดิการ และความเป็นอยู่ของครอบครัวและทายาทของทหารกล้าทุกนายอย่างดีที่สุด ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความจงรักภักดีที่ทหารหาญทั้งสามนายได้อุทิศให้แก่ประเทศชาติ นับเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของกองทัพบก และจะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ และอยู่ในหัวใจของประชาชนไทยตลอดไป


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

เผยภาพ “แม่ทัพภาค2” บัญชาการรบ แนวหน้า แต่ต้อง ดูแนวหลังด้วย สั่งด่วน! ช่วยเหลือ ผู้นำชุมชน–ชรบ.–อส. ที่อาสาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนยารักษาโรค ชุดปฐมพยาบาล

เผยภาพ “แม่ทัพภาค2” บัญชาการรบ แนวหน้า แต่ต้อง ดูแนวหลังด้วย สั่งด่วน! ช่วยเหลือ ผู้นำชุมชน–ชรบ.–อส. ที่อาสาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนยารักษาโรค ชุดปฐมพยาบาล

การสู้รบในวันที่ 7 กองทัพภาค2 โดย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมบัญชาการรบ ในที่ทำการ ที่มั่นคงแข็งแรง โดยมีคำสั่งด่วน ให้หน่วยงานในพื้นที่ เร่งตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้นำชุมชน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสารักษาดินแดน (อส.) รวมถึงประชาชนที่อาสาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานว่าหลายพื้นที่ประสบปัญหาความขาดแคลนสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะยาสามัญประจำบ้าน และชุดปฐมพยาบาล เนื่องจากร้านยาปิดให้บริการ ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ไม่สามารถเข้าถึงเวชภัณฑ์ขั้นพื้นฐานได้อย่างเพียงพอ

แม่ทัพภาคที่ 2 จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการประชุมระดับพื้นที่ เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ สนับสนุนยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลความปลอดภัยและขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่

#แม่ทัพเติ่ง #แม่ทัพภาค2 #กัมพูชาต้องสิ้นสภาพทางการทหาร


พรพิพัฒน์ รายงาน

ผู้แทนคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าร่วมพิธีรับศพ พลฯ วายุ ขวัญเสือ ผู้พลีชีพในสมรภูมิปราสาทตาควายในสมรภูมิการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

ผู้แทนคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าร่วมพิธีรับศพ พลฯวายุ ขวัญเสือ ผู้พลีชีพในสมรภูมิปราสาทตาควายในสมรภูมิการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพู ชาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้มอบหมาย ดร.นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ กรรมาธิการการทหารฯ และสมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมพิธีตามที่จังหวัดปทุมธานีได้จัดพิธีรับศพ เคารพศพ และรดน้ำศพทหารกล้า พลทหาร วายุ ขวัญเสือ ในวันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลา 14.00 น. ณ วัดสว่างภพ ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมด้วยชม รมทหารผ่านศึก และข้าราชการทหาร พ่อค้าประชาชนร่วมพิธีด้วย โดยมีกำหนดพิธีสวดพระอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 10 -16 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น.

ทั้งนี้ พลทหาร วายุ ขวัญเสือ อายุ 20 ปี สังกัด ร31 พัน3 ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บจุดปะทะ เนิน 225 ปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพนมดงรักษ์และได้เสียชีวิตใจเวลาต่อมา นำมาซึ่งเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ขอแสดงความเคารพต่อวีรชนทหารกล้า และ สดุดีในการเสียสละในการปฎิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างสมเกียรติสมศักดิ์ศรี


พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา และกรรมาธิการ ร่วมพิธีปัญญาสมวาร

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิ สภา และกรรมาธิการ ร่วมพิธีปัญญาสมวาร

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2568 วุฒิสภาจัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

  • เวลา 07.00 น. ถวายภัตตาหารเช้า พระสงฆ์ 10 รูป
  • เวลา 07.45 น. พิธีสวดพระพุทธมนต์
  • เวลา 08.20 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป (ข้าวสาร/อาหารแห้ง)

ในการนี้ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิ สภา และกรรมาธิการ ได้เข้าร่วมในพิธีปัญญาสมวารดังกล่าวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในนามคณะกรรมาธิ การการทหารฯ เป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบปัญญาสมวาร (50 วัน) ณ บริเวณริมสระมรกต อาคารรัฐ สภา ฝั่งสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิ คุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงที่ทรงมีต่อปวงพสกนิกรชาวไทยตลอดมาอันหาที่สุดมิได้


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลเฝ้าฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี และคณะเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงิน สมทบทุนมูลนิธินักเรียนทุนพระราชทาน มทศ./ และให้คณะนายกสภา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

วันนี้ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 12.26 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ดังนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน สมทบทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)

โครงการทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้ดำเนินการด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินที่ราษฎรทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล และจัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้น เรียกโดยย่อว่า ม.ท.ศ. ตั้งแต่ปี 2552 โดยทรงเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิ ฯ ที่ผ่านมามูลนิธิ ฯ ได้จัดสรรทุนพระราชทาน ฯ ทุกปีเพื่อให้นักเรียนที่มีฐานะยากจนมีความประพฤติดีมีความสามารถในการศึกษา ได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลายสายสามัญ สายอาชีพ จนถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่า พร้อมจัดให้มีระบบการดูแลและพัฒนาศักยภาพ นักเรียนทุนพระราชทาน ฯ บ่มเพาะให้มีทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม

ศาสตราจารย์พิเศษสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำ คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย พร้อมครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และสูจิบัตรแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี

ด้วย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญกับการกีฬาและการออกกำลังกายมาโดยตลอด พระปรีชาสามารถด้านการกีฬาล้วนเป็นที่ประจักษ์ ทรงร่วมการแข่งขันกีฬาในฐานะนักกีฬาตัวแทนประเทศไทย อาทิ การแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทาน “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” การแข่งขันเรือใบข้ามอ่าว “มหกรรมกีฬาเรือใบเฉลิมพระเกียรติพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” การแข่งขันเรือใบรายการ “ปอร์โต พอร์ทัลส์ ฟิฟตี้ทู ซูเปอร์ ซีรีส์ เซลิ่ง วีค” (Puerto Portals 52 Super Series Sailing Week) ณ ราชอาณาจักรสเปน การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งกระชับมิตรระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย นอกจากนี้ ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการวิ่งและกีฬาจักรยาน ด้านสุขภาพอนามัยและการออกกำลังกาย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานและพระอัจฉริยภาพด้านการกีฬา
และการออกกำลังกายเป็นที่ประจักษ์ ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และแบบอย่างแก่นักกีฬา มีน้ำพระราชหฤทัยด้วยความเป็นนักกีฬา และทรงส่งเสริมให้ประชาชนสนใจในการดูแลสุขภาพและพลานามัยของตนเอง


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสัมวาร 50 วัน ถวายพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสัมวาร 50 วัน ถวายพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันนี้ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 10.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
ปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระ บรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สม เด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎล
มหาเศวตฉัตร ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล จบแล้ว พระสงฆ์ 30 รูป ถวายพรพระ

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประเคนภัตตาหารแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ จนครบ 10 รูป ภัตตาหารนอกนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระราชวงศ์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ประเคนพระสงฆ์ตามลำดับ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรอีกเที่ยวละ 10 รูป พระสงฆ์สดับ ปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 2 เที่ยว ต่อจากนั้น เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 11 รูปในจำนวน 93 รูป ที่จะสดับปกรณ์เท่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ แล้วสวดมาติกา จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรเที่ยวแรก 11 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรอีกเที่ยวละ 11 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 2 เที่ยว เสร็จแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 3 เที่ยวและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ทรงปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 3 เที่ยว ครบ 93 ไตร เท่าพระชนมพรรษาสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าพระโกศพระบรมศพ

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่นเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ด้านตะวันออก และด้านตะวันตก
ณ มุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50วัน) ถวายพระบรมศพ “สมเด็จพรมราชชนนีพระพันปีหลวง”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50วัน) ถวายพระบรมศพ “สมเด็จพรมราชชนนีพระพันปีหลวง”

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 17.05 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกดิ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตราชกัญญา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปีกลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนัก งานพระราชพิธีเชิญไปปักที่โต๊ะ ข้างธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม เสร็จแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระ รมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สำหรับพระบรมศพทรงธรรม แล้วทรงศีล พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ถวายศีลและถวายพระธรรรมเทศนา เรื่อง “นาถกถา“ จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำ เนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกมุกที่หน้าพระแท่นมุก พระสวดธรรมคาถา เมื่อพระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถาจบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัย ไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถาพระสงฆ์สดับปกรณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบที่หน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระแท่น เตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตก ณ มุขเหนือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท จากนั้น เสด็จลงจากพระที่นั่งดุสิต ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งนี้ ในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ปัญญาสมวาร (50วัน)ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์หนังสือ พระราชทาน แก่ผู้ที่มา ร่วมในพิธี เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประกอบ ด้วย หนังสือ 1ชุด จำนวน 5 เล่ม ได้ แก่

  1. จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระนามพระราชโอรส พระราชธิดา และพระราชนัดดา
  2. ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ
  3. หอแสดงผ้าไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ
  4. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ กับงานประณีตศิลป์
  5. ตำนานสภากาชาดสยาม ตอนที่ ๑-๒