‘ชวน’ กรีดซื้อเสียง ‘มหันตภัยทำลายชาติ’ ติง “กกต.” ต้องเร่งสางคดีฮั้ว สว.

“อดีตนายกฯ ชวน” ชี้การเมืองซื้อเสียงคือมหันตภัยทำลายชาติ ส่งผลให้แต่งตั้งข้าราชการทุจริตเป็นลูกโซ่ กรีด กกต. เมินคดี “ฮั้ว สว.” หวั่นกระทบสรรหาในองค์กรอิสระ ลั่นกฎหมายไทยไม่ได้อ่อนแอ จี้บังคับใช้จริงจัง ทำให้ศักดิ์สิทธิ์ วอนสังคมแยกแยะปมทุจริตวงการสงฆ์ ห่วงคนทำบุญน้อยวัดขาดปัจจัยจ่ายค่าไฟ-น้ำ

ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “Anti-Corruption Awards 2025” ส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น และส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี 2568 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “คอร์รัปชั่น มหันตภัยทำลายชาติ”

นายชวน กล่าวว่า สถานการณ์ทุจริตในไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้าง โดยเฉพาะการซื้อเสียงของนักการเมือง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายร้ายแรง เมื่อพรรคการเมืองต้นสังกัดได้เป็นรัฐบาลและตัวเองได้เป็นรัฐมนตรี บุคคลเหล่านี้มักแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงที่มีพฤติกรรมทุจริต ทำให้แวดวงข้าราชการไทยตกอยู่ในวงจรการทุจริตคอร์รัปชั่น
นายชวน ได้กล่าวตำหนิการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าขาดความจริงจังในการตรวจสอบ เปิดช่องให้นักการเมืองบางกลุ่มทำการซื้อเสียงกันได้ง่ายๆ โดยตนเคยทำหนังสือถึงประธานและเลขาธิการ กกต. เพื่อแจ้งเบาะแสและจี้ให้แก้ปัญหา แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการตอบรับหรือแก้ไขที่เป็นรูปธรรม จวบจนปัจจุบันนี้พ้นตำแหน่งไปแล้วก็ยังไม่ได้รับคำตอบ

พร้อมแสดงความห่วงใยต่อการฮั้วเลือก สว. ซึ่งคดีนี้อยู่ในอำนาจของ กกต. ในการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้คนทำผิดได้เข้ามาทำหน้าที่ และปล่อยให้ สว.กลุ่มนี้ เข้าไปมีส่วนร่วมในการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลในองค์กรอิสระ เพราะหากต้นทางขาดความชอบธรรม ย่อมส่งผลให้การตัดสินคดีต่างๆ ขององค์กรอิสระขาดความชอบธรรมไปด้วย

นายชวน กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญว่า เป็นองค์กรที่มีความสำคัญมากในการสร้างความยุติธรรม และการปราบปรามการทุจริต กรณีคดียุบพรรคการเมือง มีการวิ่งเต้นล้มคดียุบพรรค ซึ่งมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พยายามวิ่งเต้นจ่ายสินบน 30 ล้านบาท ผ่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน แต่ตุลาการท่านนั้นปฏิเสธ แม้ว่าท้ายที่สุดพรรคดังกล่าวจะถูกยุบ แต่กรณีนี้สะท้อนว่าวงจรการทุจริตได้หยั่งรากลึก และขยายวงกว้างออกไป จำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการสรรหาบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต เพราะหากได้คนดี มีความสุจริตเป็นที่ตั้ง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะมีน้อยลง

อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้สะท้อนปัญหาสังคมเรื่องวิกฤตศรัทธาในพุทธศาสนา จากข่าวพระทุจริต ทำให้ประชาชนทำบุญน้อยลง จนบางวัดเหลือเงินทำบุญเพียงร้อยละ 40 และไม่มีเงินชำระค่าน้ำค่าไฟ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง จึงอยากขอให้สังคมไทยได้แยกแยะระหว่างบุคคลกับศาสนา เพราะวัดส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมหลอกลวงฉ้อฉล เหมือนวัดและพระที่ตกเป็นข่าวแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้เกิดวิกฤติศรัทธา คนไม่ทำบุญ ส่งผลให้วัดหลายแห่งขาดสภาพคล่องไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำ และไฟฟ้า เป็นต้น

นายชวน ยังเน้นย้ำว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทยไม่ได้อ่อนแอ แต่ที่เป็นปัญหาคือการบังคับใช้ กฎหมาย จึงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนช่วยกันทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ โดยทำทุกอย่างให้เป็นความจริง ตรงไปตรงมา ตนเชื่อว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ก็น่าจะลดน้อยลงไปได้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ลดค่าประเมินช่างไฟ เหลือ 100 บาท โปรนับถอยหลังถึงสิ้นปี

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกาศปรับลดค่าธรรมเนียมการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถช่างไฟฟ้าภายในอาคาร จาก 1,000 บาท เหลือเพียง 100 บาท ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น ช่างไฟฟ้าเร่งเข้ารับการประเมินก่อนหมดสิทธิ

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ระบบไฟฟ้า มีความสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ที่ทำงาน การขนส่ง หรือเครือข่ายการสื่อสาร ต่างขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ดังนั้น ช่างไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ทันสมัย เพื่อความปลอดภัยของตนเองและสาธารณะ ปัจจุบันมีผู้ปฏิบัติงานด้านไฟฟ้าที่ผ่านการรับ รองความรู้ความสามารถ จำนวนกว่า 140,000 คน และหนังสือรับรองหมดอายุแล้ว ประมาณ 100,000 คน และผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่เคยเข้ารับการประเมินความรู้ความสามารถอีกจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ช่างไฟฟ้าดังกล่าว ต้องระวางโทษปรับตามกฎหมาย ไม่เกิน 5,000 บาท

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการลดภาระให้แก่ช่างไฟฟ้าให้เข้าถึงการประเมินความรู้ความสามารถ กฎกระทรวงได้ประกาศลดค่าธรรมเนียมการประเมินและรับรองความรู้ความสามารถเหลือเพียง 100 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ก่อนจะกลับไปใช้อัตราเดิม 1,000 บาท จึงขอให้ช่างไฟฟ้าทุกท่านรีบดำเนินการก่อนสิทธิจะหมด ทั้งนี้ จะต้องเข้ารับการประเมินกับสถาบันหรือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานเท่านั้น หากเข้ารับการประเมินกับศูนย์ประเมินของเอกชนหรือสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะไม่ใช่ราคานี้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดงานมอบรางวัล “ANTI-CORRUPTION AWARDS 2025” ส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น และส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี 2568

“สื่อต้านคอร์รัปชั่นฯ” ชู “บิ๊กเต่า-ผู้กองธร-ก้อย” มือปราบทุจริต ยกย่อง“มิสเตอร์จิโร่-บิ๊กกุ้ง-บิ๊กปตท.-ออมสิน-ซีพีออลล์” ผู้นำธรรมาภิบาล ขณะที่“ศูนย์สอบมธ.-สื่อน้ำดี”ซิวโล่ห์เกียรติยศ งานมอบรางวัล“ANTI-CORRUPTION AWARDS 2025”

ที่อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จัดงานมอบรางวัล “ANTI-CORRUPTION AWARDS 2025” ส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น และส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี 2568 โดยมี นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีมอบรางวัล พร้อมกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “คอร์รัปชั่น มหันตภัยทำลายชาติ”

ดร.เอก เหลืองสอาด นายกสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และประธานสภาธรรมาภิบาลสื่อมวลชนแห่งชาติ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกย่อง เชิดชู เป็นกำลังใจให้กับองค์กร หน่วยงาน บุคคล และสื่อมวลชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของสมาคมฯ 14 ปีที่ผ่านมา ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่นับวันจะทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้น โกงกินกันมากเท่าไรก็จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในวงกว้าง การทุจริตทำให้ทรัพยากรที่ควรนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมถูกบิดเบือน เกิดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมในสังคม

สมาคมฯ จึงมุ่งเน้นไปที่เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ เข้าไปปลุกจิตสำนึกด้านความซื่อสัตย์สุจริตให้กับพวกเขา โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ สนับสนุนและส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนของชาติเห็นคุณค่าของการทำความดี นำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการขจัดปัญหาการทุจริตทุกรูปแบบ

ดร.เอก์ฯ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณมูลนิธิต่อต้านการทุจริต องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศ ไทย) และภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติต่อต้านการทุจริตด้วยดีตลอดมา

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น มีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรต่างๆ สื่อมวลชน และสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วมงานจำนวนมาก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของสมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ภายใต้การนำของ ดร.เอก์ เหลืองสอาด อย่างแท้จริง

สำหรับรางวัลส่งเสริมการต้านคอร์รัปชั่น ประจำปี 2568 ประเภทองค์กร ได้แก่ ศูนย์สอบธรรมศาสตร์ ประเภทสื่อสารมวลชน ได้แก่ ศูนย์ข่าว Policy Watch สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน และนายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการข่าว 3 มิติ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 ประเภท บุคคล ได้แก่ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร้อยตำรวจเอก นิติธร ประชันกาญจนา รองสารวัตร กองกำกับการ5 กองบังคับการปราบปราม และคุณพัสนีย์ พูลสุข

ส่วนรางวัลส่งเสริมธรรมาภิบาล ประจำปี2568 ประเภทองค์กร ได้แก่ บริษัท พีซี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน ประเภทบุคคล ได้แก่ พันโท หนุน ศันสนาคม “มิสเตอร์จิโร่” ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และพลโท บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 2

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้มอบเกียรติบัตร “สถาบันการศึกษาดีเด่น ด้านส่งเสริมธรรมาภิบาล” จำนวน 11 มหาวิทยาลัย ได้แก่
1.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
2.มหาวิทยาลัยนเรศวร
3.มหาลัยอุบลราชธานี
4.มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
5.มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
6.มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
7.มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
8.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
9.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
10.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ
11.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กระแส EV เกินต้าน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมเต็มอัตราพัฒนาคนสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

กระแส EV เกินต้าน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมเต็มอัตราพัฒนาคนสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า “ปัญหาใหญ่ของแรงงานไทย คือ ความสามารถและทักษะไปไม่ถึงตลาดแรงงาน เนื่องจากขาดทักษะในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การ Up Skill / Re-Skill ให้แรงงานไทยก้าวทันเทคโนโลยี ด้วยการพัฒนาทักษะทางดิจิทัล ให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต จึงเป็นหนึ่งใน 5 นโยบายหลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หลักสูตรหลักๆ ที่มอบเป็นนโยบายเร่งด่วน คือ การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและความชาญฉลาด อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (EV), รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ, รถยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ (Connected Car) สอดคล้องกับความต้องการ จากกำลังแรงงานและสถานประกอบกิจการในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ต้องการให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เร่งพัฒนาทักษะฝีมือและผลิตแรงงานด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ป้อนสู่อุตสาหกรรม

ซึ่งปัจจัยเรียกร้องเกิดขึ้นจากที่ประชาชนเริ่มให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความต้องการแรงงานสูงตามไปด้วย จึงมอบหมายให้สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ (AHRDA) หน่วยงานที่มีภารกิจพัฒนาทักษะแรงงานในสาขานี้ จัดฝึกหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดเปิดอบรมอีก 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า จำนวน 2 รุ่น รุ่นที่ 1 อบรมระหว่างวันที่ 15-18 ธ.ค. 68 รุ่นที่ 2 อบรมระหว่างวันที่ 22-25 ธ.ค.2568 หลักสูตรการซ่อมบำรุงและดัดแปลงจักรยานยนต์ไฟฟ้า อบรมระหว่างวันที่ 18-19 และ 22-23 ธ.ค.2568 หลักสูตรการติดตั้งและทดสอบสถานีอัดประจุไฟฟ้า อบรมระหว่างวันที่ 16-19 ธ.ค.2568 อบรมที่สถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ถ.เทพารักษ์ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

“การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานจะต้องมีการปรับตัวตามกระแสของอุตสาหกรรมที่กำลังจะเติบโต เพราะเป็นแหล่งจ้างงาน แรงงานที่มีทักษะฝีมือจะได้รับการจ้างโดยค่าแรงงานที่สูง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงพร้อมปรับตัวให้เข้ากับกระแส พัฒนาหลักสูตร วิทยากร เทคโนโลยีในการฝึกอบรม เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของแรงงานไทย” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าว

สำหรับผู้ที่จะสมัครหลักสูตรข้างต้นต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีพื้นฐานด้านช่างที่เกี่ยวข้อง เป็นแรงงานในสถานประกอบการด้านยานยนต์ หรือแรงงานใหม่ เป็นต้น สมัครออนไลน์ได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSef_vRjxMwWW45Zue6JDfHaF6gtHjx3iuAKMWlFTt9DryDZ-A/viewform สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2315 3789 และ 06 3328 5885 ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะมีฝึกอบรมเช่นกันดำเนินการโดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ติดตามข่าวสารการฝึกอบรมได้ที่เพจกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (www.facebook.com/dsdgothai) หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“บิ๊กแจ๊ส” หนุนจัดศึก “ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้น 2025” นักหวด 9 ชาติ ร่วมดวล ที่ มทร.ธัญบุรี คลอง หก ระหว่าง 17-20 ธ.ค.นี้

“บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ร่วมกับสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดแข่งขัน “ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้น 2025” นักหวด 9 ชาติรวมไทยเจ้าภาพดวลเดือด 17-20 ธ.ค.2568 ที่สนามเทนนิส ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2568 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมสงค์ธนาพิทักษ์ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศ ไทย, นายบรรลือชัย ผิวสานต์ นายกฯกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย, กรรมการบริหารสมาคมฯ ,ผู้บริหาร อบจ.ปทุมธานี และสื่อมวลชน ร่วมในการแถลงข่าวการจัดการแข่งขันซอฟท์เทนนิสนานาชาติ “ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้นท์ 2025” ในระหว่างวันที่ 17-20 ธ.ค.2568 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี

โดยพล ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ในฐานะประธานในการแถลงข่าวกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันรายการนี้ว่า “อบจ.ปทุมธานี ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันรายการนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว และปีนี้พิเศษกว่า 3 ปีที่ผ่านด้วยการปรับการแข่งขันจากการแข่งขันเฉพาะนักกีฬาไทยเท่านั้นเป็นรายการระดับนานาชาติ และจัดในห้วงเวลาเดียวกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วยเหตุผลที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติที่ได้มาตรฐานของ จ.ปทุมธานี และความสามารถของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ที่สามารถแข่งขันรายการระดับนานาชาติกับนักกีฬาซอฟท์เทนนิสชาติสมาชิกอาเซี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากที่มีเป้าหมายหลักที่ต้องการให้ประชาชนทั่วไป เมื่อนึกถึงกีฬาซอฟท์เทนนิสต้องนึกถึง จ.ปทุมธานี นอกจากนี้เรายังพร้อมสนับสนุนกีฬาชนิดอื่นๆอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน

นางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ต้องขอบคุณท่านนายก อบจ.ปทุมธานี ที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันรายการนี้ รวมถึงผู้สนับสนุนราย อื่นๆ ซึ่งการจัดแข่งขันจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย เพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งขันรายการอื่นๆต่อไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสฯ ในระดับนานาชาติให้สูงยิ่งขึ้นอีกด้วย

ส่วนผู้สนับสนุนหลัก คุณธานินทร์ วรรณะ และ คุณวิชญารัตน์ ศิริกุลเลิศรัฐ จาก บ.มาร์คไปโอเทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า” เราให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยมาตลอด 4 ปี ด้วยเล็งเห็นศักยภาพของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย และยังพร้อมให้การสนับสนุนต่อไปในอนาคตด้วยความยินดี เพื่อความสำเร็จในทุกด้านของสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย

สำหรับการแข่งขัน “ปทุมธานี อินเตอร์เนชั่นแนล ซอฟท์เทนนิส ทัวร์นาเม้นท์ 2025 จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 16 ธ.ค.2568 เวลา 15.00 น. ที่ อาคารที่พักผู้เข้ารับการฝึกอบรม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา ต.รังสิต อ ธัญบุรี จ.ปทุมธานี


สุรเ๙ษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผนึกกำลัง ปล่อยคาราวานยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับจัดถุงยังชีพ รวมมูลค่า 1.7 ล้านบาท พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊ง ล่องใต้ นำแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ผนึกกำลัง! สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ปล่อยคาราวานยกทัพเครื่องอุปโภคบริโภคสำหรับจัดถุงยังชีพ รวมมูลค่า 1.7 ล้านบาท พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ป่อเต็กตึ๊ง ล่องใต้นำแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ,นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ,นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการฯ และผู้ช่วยกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกับ สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย นำโดย นายชิม ชินวิริยกุล นายกสมาคมฯ,พันตำรวจเอก โกวิทย์ จิรชนานนท์ อุปนายกฯ,นายชุณห์ เลิศชัยประเสริฐ อุปนายกฯ จัดพิธีปล่อยคาราวานเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งได้รับบริจาคจากสมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทยสำหรับจัดถุงยังชีพ 3,400 ชุด รวมมูลค่า 1,700,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) บรรทุกรถเทรลเลอร์ รถบรรทุกมูลนิธิฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ และกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ออกเดินทางจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย มุ่งสู่ภาคใต้เพื่อนำแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้

พร้อมกันนี้ นางจารุณี ชินวงศ์วรกุล ภริยานายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ จำนวน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) โดยมี นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

นับตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ส่งทีมกู้ภัย กู้ชีพ อาสาสมัคร พร้อมอุปกรณ์ตอบโต้ภัยพิบัติ โรงครัวเคลื่อนที่ ถุงยังชีพฉุกเฉินและเสื้อชูชีพ น้ำดื่ม ชุดยาสามัญประจำบ้าน อาหารสุนัขและแมว ลงพื้นที่ประสบภัยเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที พร้อมระดมสรรพกำลัง พร้อมลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย มุ่งสู่ภาคใต้เพื่อบรรเทาทุกข์ต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินและเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านต่างๆ ต่อไป อัปเดตข่าวสาร กิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจwww.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สละแรงกาย แรงใจ สมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยต่างๆ ทั้งที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ และที่กองอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญตลอดไป

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่มีความประสงค์จะบริจาคสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ แผนกบริจาคสัมพันธ์ การช่วยเหลือมูลนิธิฯ จะไม่มีการเรียกค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตั้งอยู่ที่พลับพลาไชย ตรงเยาวราช ไม่มีสาขาที่ใด และไม่มีนโยบายส่งเจ้าหน้าที่ออกไปเดินเรี่ยไรตามบ้านหรือสถานที่อื่นๆ กรุณาอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้าง ยกเว้นจะมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไปรับบริจาคเท่านั้น

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยชีวิตรักษาชีวิต สร้างชีวิต


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมวิทยาศาสตร์บริการ รับรางวัล Thailand Talent Award 2025 พร้อมโชว์ผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในเวทีระดับประเทศ

กรมวิทยาศาสตร์บริการ รับรางวัล Thailand Talent Award 2025 พร้อมโชว์ผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในเวทีระดับประเทศ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยดร.พจมาน ท่าจีน รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดี (วศ.) พร้อมด้วย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมพิธีเปิดงาน Thailand Talent Summit 2025 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรวมพลังบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมจากทั่วประเทศกว่า 2,000 คน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้าน (ววน.) ของประเทศไทย ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช (PEACH) โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี

ในโอกาสนี้ (วศ.) ได้รับรางวัล Thailand Talent Award 2025 : Outstanding Research Organization ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 หน่วยงานด้าน (ววน.) ของประเทศที่เป็นแบบอย่างด้านการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรม มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เพื่อสร้างผลลัพธ์และผลกระทบระดับประเทศ โดยภายในงาน (วศ.) ได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย

  • “การบูรณะกระเบื้องเคลือบหอระฆัง (เจดีย์ยักษ์) วัดพระยาทำวรวิหาร” ผลงานอนุรักษ์ศิลปกรรมที่ผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์อย่างประณีต
  • “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ยางพาราของประเทศ” แสดงศักยภาพและบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทย

นอกจากนี้ วศ.ได้นำเสนอโปสเตอร์งานวิจัยจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่

  1. Development of dry mortar products and concrete products from recycle mortar and concrete used นำเสนอโดย ดร.พิจิกา มูลอำคา สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ ผลงานจากคณะนักวิจัยกลุ่มวิศวกรรมวัสดุ นำโดย ดร.จรูญ จันทร์สมบูรณ์ และคณะ งานวิจัยที่ผลักดันจากระดับห้องปฏิบัติการ (TRL1) สู่เชิงพาณิชย์ (TRL9) ด้วยการนำเศษวัสดุก่อสร้างเหลือทิ้งกลับมาใช้เป็นมวลรวม 100% ผลิตเป็นมอร์ตาร์สำหรับฉาบ ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์สีเขียวของประเทศ
  2. Elevating Standards and Testing Laboratory Development for Charcoal Local Products x นำเสนอโดย ดร.สุทธิมา ศรีประเสริฐสุข สถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชุมชน ซึ่งเป็นผลงานวิจัยร่วมกับ ดร.สายจิต ดาวสุโข ภายใต้โครงการยกระดับมาตรฐานและห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบท้องถิ่น ที่มุ่งศึกษาวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบที่ต้องการพิสูจน์ความเป็นอัตลักษณ์ พัฒนาเกณฑ์คุณภาพและกระบวนการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ เสริมความภาคภูมิใจให้กับผู้ผลิตท้องถิ่น และสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพแก่ผู้บริโภคได้
  3. Development of inspection and product certification processes for sustainable development and promoting national strategic นำเสนอโดย นางพนิดา อ่อนมั่น ศูนย์ตรวจและรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ ผลงานจากคณะนักวิจัยศูนย์ตรวจและรับรองผลิตภัณฑ์ นำโดย ดร.ดวงกมล เชาว์ศรีหมุด และคณะ โครงการพัฒนาระบบการรับรองผลิตภัณฑ์ภาชนะบรรจุอาหารจากวัสดุธรรมชาติ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO/IEC 17065 รองรับความต้องการด้านสิ่งแวดล้อมและสอด คล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและโมเดลเศรษฐกิจ BCG พร้อมจัดทำระบบคุณภาพ ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ และสาธิตกระบวนการรับรองให้แก่ผู้ผลิตในชุมชน

สำหรับงาน Thailand Talent Summit 2025 นับเป็นเวทีสำคัญที่รวมบุคลากรไทยที่มีความสามารถระดับสูงด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อร่วมกันผลักดันและพัฒนานวัตกรรมไทยสู่ความยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ในการนำวิทยาศาสตร์ไปสู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และดูแลประชาชนของประเทศอย่างแท้จริง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” (2025) ประจำปี 2568

สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย มอบโล่รางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” (2025) ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่สำนักงานสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ราม อินทรา กม.8 นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย และผู้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา สำนักนวัตกรรมการสื่อสาร ได้มอบโล่รางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” (2025) ประจำปี 2568ให้ คุณนายจิคัยดีล เจะ.เจ้าของช่อง ยูทูบ DEEN VLOG มีผู้ติดตาม 9.23 แสน

สำหรับ ช่อง ยูทูบ DEEN VLOG เป็นยูทูเบอร์ ประเภท ท่องเที่ยว แนวผจญภัย ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก มีการถ่ายทอด วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ของประเทศต่างๆ เป็น ต้นแบบ ของน้องๆ ที่ต้องการทำงาน มีรายได้จาก โซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งสอดแทรกวัฒนธรรมไทย ให้ชาวต่างชาติได้รู้จัก อีกด้วย นอกจากนั้น DEEN VLOG ยังมี ช่องทาง Facebookfacebook.com/deenvlog /Instagraminstagram.com/deenvlog

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ ยังกล่าวอีกว่า ขอขอบคุณ คุณวรวรรณ โชติเทวัญ ผู้บริหารระดับสูง บริษัท สหฟาร์ม จำกัด และผู้บริหาร บ้านสุขาวดี ชลบุรี ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ และมีคุณอรวรรณ บุณยธาดา ผอ.ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ช่วยในการบริหารโครงการ สำหรับรางวัลอินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ประจำปี 2568 ก่อนหน้านั้นได้มอบ ให้นายเสาหฤท เลิศเศรษฐการ (บอสเบลล์) เจ้าของเฟสบุ๊ค Bangsaen Fight Club ผู้ติดตาม 2.1 แสนคน

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า ในยุคดิจิตอลได้เกิดรูปแบบการสื่อสารแนวใหม่ เรียกว่า โซเชียลมีเดีย (สื่อสังคมออนไลน์) มีผู้ประกอบการ ที่เป็นเจ้าของแฟลตฟอร์ม หรือ แอปพลิเค ชัน (Application) อย่าง Facebook, X, Instagram, TikTok, Youtube, Line ฯ โดยเป็นแหล่งรวมตัวกันของผู้ใช้ทั่วโลก ทุกชาติ ทุกเพศ ทุกวัย ข้อมูล ณ ต้นปี2568 ประชากรโลกมีอยู่ราวๆ 8,100 ล้านคน มีคนประมาณ 5,000 ล้านคน ใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อคำนวณแบบคร่าวๆ ก็ประมาณ 50-60 % ส่วนประเทศไทยเอง จัดว่าใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย เป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ทั้งนี้เพื่อให้ เข้ายุค เข้าสมัย ศูนย์ฝึกอบรมนักข่าว วิจัยและพัฒนา สำนักนวัตกรรมการสื่อสาร ภายใต้สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย จึงจัดทำโครงการจัดงานมอบรางวัล อินฟลูเอนเซอร์ อวอร์ด “Influencer Awards” ขึ้น มีวัตถุประสงค์

  1. เพื่อพัฒนาการเผยแพร่ข้อมูล ในสื่อโซเชียลมีเดีย
  2. เพื่อส่งเสริม “Influencer” อินฟลูเอนเซอร์
  3. เพื่อพัฒนาการประชาสัมพันธ์ ผู้สนับสนุน ในสื่อโซเชียลมีเดีย

โดยกำหนดหลักเกณฑ์“Influencer” อินฟลูเอนเซอร์ หมายถึง มีความโดดเด่น ด้านยอดผู้ติดตาม ความเสมอต้น เสมอปลาย ความต่อเนื่อง มีอิทธิพลทางความคิดอย่างแท้จริง ภายใต้ความสร้างสรรค์ ทั้งระดับชาติ และระดับนานาชาติ

ด้านคุณจิคัยดีล เจะและ หรือคุณดีน เจ้าของช่อง ยูทูบ DEEN VLOG มีผู้ติดตาม 9.23 แสน กล่าวแสดงความรู้สึกว่าดีใจ และเป็นเกียรติ ที่ได้รับเลือกให้รับรางวัล ตอนนี้ตั้งบริษัท DEEN VLOG มา 4 ปีแล้ว เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียภาษีต่างๆ ได้ เริ่มขยายคอนเท้นท์ไปต่างประเทศ ไปเจอคนไทยต่างแดนบ้าง ขยายคอนเท้นท์ไปหลายท้องที่ทำให้มีผู้ติดตามเพิ่ม ปัจจุบันรับสมัครเด็กฝึกงาน ฝ่ายคีเอทีฟ ฝ่ายตัดต่อ มาเรียนรู้ เมื่อถามว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่าเป็นไอดอลของเด็กๆ คุณตอบว่า ไม่คิดว่า จะมีเด็กๆ ผู้ใหญ่ ลุง ป้า น้า อา มาทักเหมือนเป็นลูก อยากแนะนำเด็กๆ ว่าหากเราพร้อมด้านการเงิน ร่างกายพร้อม สามารถท่องเที่ยวเปิดโลกกว้าง เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต ว่าเขาเป็นอย่างไร ประเทศที่เจริญ เขาเป็นอย่างไร ประเทศที่ยังไม่เจริญเขาเป็นอย่างไร มันจะเป็นมุมมองกลับมาพัฒนาบ้านเราได้


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“TAR ASIA QUALIFIERS 2025” เริ่มแล้ว หาทีมชนะเลิศไปแข่งรอบสุดท้ายที่เสปน

กลุ่มบริษัท RICHMOND HOSPITALITY GROUP จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “TAR ASIA QUALIFIERS 2025” อย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 คุณลักษณ์วรรณ วงศ์วรการ ประธานของ Richmond Hospitality Group และผู้ร่วมก่อตั้ง TAR Asia Quaifiers คุณจอร์ดี คาซาโนวาส โมลิสต์ : ผู้ร่วมก่อตั้งTAR ASia Qualifiers และมีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขัน คุณจอร์ดี บาร์เตส ครูส : ผู้ร่วมก่อตั้ง TAR Asia Qualifiers แถลงข่าวร่วมกันว่าการแข่งขันฟุตบอล TAR Asia Qualifiers 2025 เริ่มต้นแล้ว

โดยพิธีเปิดจัดขึ้นในวันนี้ วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2025 ณ ณ ห้องไดมอนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ โดยวันแข่งขันจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2025 สถานที่จัดการแข่งขัน คือศูนย์พัฒนาฟุตบอล มหาวิทยาลัยธนบุรี กรุงเทพฯ การแข่งขันนี้เป็นการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน (รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี ซึ่งผู้เล่นจะต้องเกิดในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2015 การแข่งขัน TAR Asia Qualifiers 2025 มีทีมฟุตบอลเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 110 ทีม จากกว่า 15 ประเทศในทวีปเอเชียทีมที่เข้าร่วมมาจากหลากหลายประทศโดยตัวอย่างประเทศที่มีทีมเข้าร่วม ได้แก่ : ไทย (เจ้าภาพ) ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สิงคโปร์ เภาหลีใต้ จีน (เช่น ทีม Xiamen Elite Fotball Club)

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม โดยมีทีมชั้นนำจากทั่วเอเชียเข้าร่วม เพื่อชิงตัวไปแข่งขันรอบสุดท้ายที่เมืองบาร์โซโลนา ประเทศสเปนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อคัดเลือกไปแข่งขัน TAR U11 Tournament ที่ประเทศสเปน ซึ่งผู้ชนะจะได้ไปแข่งขันกันกันชั้นนำจากลาลีกาและยโรป เช่น บาร์โซโลมาเรอัลมาดริด และปารีสแซงต์แชร์แมง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมชลฯ เดินหน้าปรับปรุงโครงการฯ มหาราช–บางบาล มุ่งแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม

กรมชลฯ เดินหน้าปรับปรุงโครงการฯมหาราช–บางบาล มุ่งแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม

กรมชลประทาน เดินหน้าศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช–บางบาล ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา หวังพัฒนาศักย ภาพระบบชลประทานให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ บรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย และเพิ่มความมั่นคงทางน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช เป็นหนึ่งในโครงการย่อยภายใต้โครงการเจ้าพระยาใหญ่ ก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2495 มีแหล่งน้ำต้นทุนจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเข้าสู่คลองชัยนาท–อยุธยา ผ่านประตูระบายน้ำมหาราช สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานกว่า 404,660 ไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด 16 อำเภอ 90 ตำบล ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2525 เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางหลวง และแม่น้ำน้อย มีพื้นที่ส่งน้ำครอบคลุมกว่า 130,810 ไร่ ใน 2 จังหวัด 6 อำเภอ 37 ตำบล

ปัจจุบันทั้ง 2 โครงการ มีอายุใช้งานมายาวนาน ทำให้โครงสร้างบางส่วนเสื่อมสภาพ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการส่งน้ำและการระบายน้ำลดลง รวมทั้งต้องเผชิญทั้งปัญหาภัยแล้งจากปริมาณน้ำต้นทุน และปัญหาอุทกภัย กรมชลประทาน ได้วางแผนการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราชและบางบาล ในปี 2567-2568 เพื่อประเมินสภาพและประสิทธิภาพการใช้งานอาคารชลประทานเดิม รวมถึงกำหนดแนวทางปรับปรุงโครงสร้างให้ไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

สำหรับแผนงานการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช ประกอบด้วย 10 แผนงาน ครอบคลุมการปรับปรุงโครงสร้างและระบบชลประทานสำคัญ อาทิ การปรับปรุงประตูระบายน้ำมหาราช การปรับปรุงดาดคอนกรีตคลองชัยนาท–อยุธยา การแก้ปัญหาน้ำต้นทุน การพัฒนาองค์กรบริหารจัดการน้ำ และการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำแบบทันสมัย เป็นต้น

ส่วนแผนงานการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล ประกอบด้วย 9 แผนงาน ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างและบริหารจัดการน้ำ อาทิ การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ การปรับปรุงระบบส่งน้ำและระบายน้ำ การแก้ปัญหาน้ำท่วมและการระบายน้ำ การกำจัดวัชพืชในระบบคลอง การใช้เทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาองค์กรการบริหารจัดการน้ำ

ทั้งนี้ หากโครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาลแล้วเสร็จ จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพระบบชลประทานทั้งด้านการส่งน้ำและการระบายน้ำให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งและฤดูน้ำหลากให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่โครงการฯได้อย่างเป็นรูปธรรม มีประชาชนได้รับประโยชน์รวมทั้งสิ้นกว่า 204,959 ครัวเรือน ประกอบด้วย ประชาชนในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช จำนวน 132,241 ครัวเรือน และประชาชนในพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล จำนวน 72,718 ครัวเรือน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน