รองเสนาธิการมทบ.31 ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569

รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 31 พร้อม กำลังพล ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณ ฑลทหารบกที่ 31ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569


เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 มอบหมายให้ พันเอก ธรรศพงษ์ จารุบารมีอนันต์ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมด้วยกำลังพล ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 31 ร่วมพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ที่บริเวณหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธาน มีนางสาวนางสาวนงเยาว์ เทพศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ทหาร มูลนิธิ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมในการเปิดศูนย์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ได้รับมอบสิ่งของจากองค์กรและหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำไปแจกให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ที่ปฏิบัติงานตามจุดตรวจ/จุดบริการต่างๆ พร้อมทั้งเดินเยี่ยมจุดนิทรรศกาลและตรวจแถวเตรียมความพร้อมของหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งกล่าวให้ขวัญและกำลัง และปล่อยแถวขบวนรถของเจ้าหน้าที่

ตามที่มติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นช่วงรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยให้ร่วมกับหน่วงยงานภาคีเครือข่าย ตำรวจ ทหาร อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร ได้เตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 โดยใช้ชื่อ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และการดำเนินงานได้แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่

  1. ก่อนช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 23 – 29 ธันวาคม 2568
  2. ช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569
  3. ช่วงหลังควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 6 – 12 มกราคม 2569

โดยเป้าหมายต้องการให้ลดอุบัติหตุไม่เกิน 14 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ (Admit) ไม่เกิน 12 คน และผู้เสียชีวิตไม่เกิน 4 ราย


นที มีเดช รายงาน

ปภ.พะเยา ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หัวข้อ “ผู้นำในภาวะภัยพิบัติ” เสริมศักยภาพบุคลากรรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปภ.พะเยา ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หัวข้อ “ผู้นำในภาวะภัยพิบัติ” เสริมศักยภาพบุคลากรรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายยศกร สุขสอาด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ได้รับเชิญเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนประสบ การณ์ในหัวข้อ “ผู้นำในภาวะภัยพิบัติ” ภายใต้โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมพลังคนทำงาน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาคเหนือ) ณ โรงแรมพะเยาเกทเวย์ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

การบรรยายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สามารถรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการบริหารจัดการสถานการณ์ภัยพิบัติในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นบทบาทของผู้นำในการตัดสินใจ การประสานความร่วมมือ และการสื่อสารในภาวะฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเผยแพร่แก่เครือข่าย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานระดับท้องถิ่น และพัฒนาศักยภาพคนทำงานด้านสังคมให้พร้อมรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

ทบ. รับมอบความช่วยเหลือ จาก บ.บุญรอดบริวเวอรี่ เพื่อส่งกำลังใจให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทบ. รับมอบความช่วยเหลือ จากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เพื่อส่งกำลังใจให้กับทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันนี้ (25 ธ.ค. 68) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีรับมอบถุงนอน 900 ชุด, ขนมอบกรอบ, เครื่องดื่มชนิดกระป๋อง, น้ำดื่ม และผลิตภัณฑ์ในเครือบริษัทฯ จากบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด นำโดย คุณวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี และคณะ เพื่อนำไปมอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

กองทัพบก ขอขอบคุณบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบกำลังใจถึงกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นพลังน้ำใจอันยิ่งใหญ่ในความห่วงใยและความปรารถนาดีที่มีต่อทหารผู้กล้าทุกนายให้พร้อมทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติอย่างดีที่สุดและเต็มกำลังความสามารถต่อไป


แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

คณะกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้สูงอายุ จ.เชียงใหม่

คณะกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านปางมะโอ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ และมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้สูงอายุ

วันนี้ (25 ธ.ค. 68) เวลา 13.00 น. ที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านปางมะโอ ต.บ่อแก้ว อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านปางมะโอ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ในทุกด้าน รับทราบปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงาน พร้อมหาแนวทางร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยมี นายแพทย์วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อสม. และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลการดำเนินงาน

โอกาสนี้ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ และคณะตรวจเยี่ยม ได้มอบผ้าห่มกันหนาวให้แก่ผู้สูงอายุ จำนวน 20 คน พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมสถานที่บริกา ประชาชน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ บ้านปางมะโอ

จากนั้นได้รับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และสิ่งที่ต้องการพัฒนาเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ยังขาดระบบการส่งต่อผู้ป่วย รถ EMS ที่มีประสิทธิภาพ ยูนิคทัตกรรม ที่ใช้งานมานานอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ และรถยนต์ขับเคลื่อน4ล้อ เพื่อใช้ในการออกพื้นที่ให้บริการประชาชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันหาแนวทางการสนับสนุนช่วยเหลือ เพื่อให้สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ สามารถบริการประชาชนผู้รับบริการให้มีประสิทธิภาพ

สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านปางมะโอ เดิมชื่อ สถานีอนามัยบ้านบ่อแก้ว ให้บริการด้านสาธารณสุข ตั้งแต่ พ.ศ. 2514 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาให้จัดสร้างสถานีอนามัยขนาดใหญ่ 1 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่จึงพิจารณาให้มีการก่อสร้าง ในพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านป่าเกี๊ยะ นอกหย่อมบ้านปางมะโอ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของตำบลบ่อแก้ว โดยชุมชนได้ยกพื้นที่สาธารณะในหมู่บ้านจำนวน 17 ไร่ ในการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่ และได้รับงบประมาณการก่อสร้างจากกระทรวงสาธารณสุข แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2537 และเปิดทำการในปี พ.ศ. 2538 โดยได้รับพระราชทานนามว่า สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี บ้านปางมะโอ ปัจจุบันมีประชากรในเขตรับผิดชอบของสถานีอนามัย จำนวน 8,750 คน นอกจากนี้ยังให้บริการประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย


นที มีเดช รายงาน

นายก “ศิโรจน์ มิ่งขวัญ” มอบรางวัล “สุดยอดข่าวอาชญากรรมประจำปี 2568”

นายก “ศิโรจน์ มิ่งขวัญ” มอบรางวัล “สุดยอดข่าวอาชญากรรมประจำปี 2568”

วันที่ 24 ธ.ค.2568 ที่ มหาวิทยาลัยสยาม ถนนเพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร : นาย ศิโรจน์ มิ่งขวัญ นายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในพิธีมอบรางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรม ประจำปี 2568 และรางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2568 มี ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม เป็นประธานในพิธี มีศูนย์ฝึกอบรมรักษาความปลอดภัย เอชไอพี คลาวด์ สนับสนุนการจัดงาน มีคุณอรวรรณ บุณยธาดา ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมนักข่าววิจัยและพัฒนา ภายใต้สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน

สำหรับผลรางวัลสุดยอดข่าวอาชญากรรม ประจำปี 2568 ดังนี้

  • ประเภท บุคคล ยอดเยี่ยม
    • ผู้ประกาศข่าวภาคสนาม นายคัมคุณ ยมนาค นักข่าวอาชญากรรม สำนักข่าวไทยพีบีเอส
    • นักข่าวภาคสนาม นายกันตภณ บุ่งหวาย นักข่าวอาชญากรรม สำนักข่าว TOP NEWS
    • นักข่าวภาคสนาม น.ส.พิชญ์ธรา แก้วก่อ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
    • นักข่าวภาคสนาม นางสาวจิณห์นิภา บัวแสงใส ช่อง 8 ออนไลน์
    • นักข่าวภาคสนาม นางสาวหทัยพรรณ โถดี ช่อง PPTV
    • นักข่าวภาคสนาม นายสุวรรณ เพ็งอ้น  นักข่าว อาวุโส ช่อง 3
    • พิธีกรภาคสนาม นางสาวธัญลักษณ์ วรรณโคตร หรือ “นัตตี้ งานเยอะ” นักข่าวสาวโสด สังกัด ข่าวสดออนไลน์ และพิธีกรในคอนเทนต์ ข่าวสดจุดเกิดเหตุ
  • ประเภท องค์กร ยอดเยี่ยม
    • ภาพนิ่ง ชื่อภาพ คาซาก ถ่ายโดยนายสุวสรรค์  ชมแก้ว  หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จากเหตุการณ์ ตึก สตง.ถล่ม
    • ข่าว จับสำนักสงฆ์ วิลล่า เสพยาราม ของ ช่อง 7 HD
    • ข่าว ทลายรัง “สแกมเมอร์” หลอกคนไทยไปขังเตรียมส่งขาย “กัมพูชา” ช่อง 8
    • ข่าว กวาดล้าง “ธุรกิจจีนเถื่อน กินรวบไทย” ช่อง เวิร์คพอยท์ ทีวี     
    • สกู๊ป ระบอบ “ฮุนเซน” ภัยร้ายของไทยและของโลก | SEE TRUE | ไทยรัฐ นิวส์โชว์

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ กล่าวอีกว่า รางวัลสุดยอดนักข่าวป้ายแดง ประจำปี 2568 ได้แก่

  • ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 1 Faith and Freedom โดย 1.นนทกร มีเจริญ, 2.ทักษ์ดนัย มีไชย, 3.โมหมัดรฟิค ประธาน, 4.อังกฤษ เสือโรจน์, 5.ธงไชย ปลอดภัย
  • ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 2 คลองเตย https://youtu.be/B_8XK4aXEtk?si=Sfvp-zkmvhELQ-Br โดย 1.ธนกร วงษ์วิจิตร (ปลื้ม), 2.อนัญลักษณ์ เปรมปัญญา (เอิร์ท), 3.พีรดา วันทิพพา (เค้ก), 4.วาเรนร์ ดีมีน (บี๊บ), 5.พัชราภา วิถียุทธ์ (ไอซ์) ของ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สอนโดยผศ.ดร.อรดล แก้วประเสริฐ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
  • ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 3 สารคดี หนังตะลุง หัตถศิลป์พื้นบ้าน อ.ควงเนียง จ.สงขลา https://www.facebook.com/share/v/17WRaDxKrT/  โดยนางสาวปฏิมากร ลักษณาวิวัฒน์, นายยศธนา วีระธรรมโม, นายพัฒน์ทกิจ สุริยา, นายเสกฐวุฒิ สุวรรณรัตน์, นายบูรพา แก้วคงสุข, นายภูมิพิทักษ์ ทองสันตติ์, นางสาวเขมิกา ดงบัณฑิตย์, นางสาวกันต์ฤทัย บุญรอด, นายธนกฤต สินสังข์เลิศ, นายกันตวิชญ์ มากเขียว
  • ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 4 สารคดี สืบสานวัฒนธรรมลายผ้าบาติก กับร้านลีลาวดีบาติก ศิลปะบนผืนผ้า https://www.facebook.com/share/v/1Da8Yxj4TH/ โดย นาย ณภัทร นิลแก้ว, นาย ชาฟิต หะหวัง, นางสาวญาศุมินทร์ ไชยขวัญ, นางสาวมุทิตา ล่องแก้ว, นายวิศวะ มูละ, นางสาวเจียราภัทร บุระชัด, นางสาวกิติยาพร เทียนจ่าง, นายอรรถวิทย์ พ่วงคง, กัลยวีร์ วงศ์จันทร์, อัสนี หมุดนิยม, นันทยา ไกลสนาม, พิมพ์วิภา วิภาตะไวทยะ, วรรณลักษณ์ แปะแนะ-ของนักศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยีสื่อสารมวล ชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สอนโดย ผศ.ดร.ภัททิรา กลิ่นเลขา
  • และ ผลงาน ยอดเยี่ยม ชิ้นที่ 5  “ใต้ผ้าคลุมฟ้า” ทีมอาวุ(ธ)โส ฟิล์ม โดย 1.นายอนุสิทธิ์ จันทรา, 2.นางสาวจรรยพร แกว่นธัญญะกิจ, 3.นายทักษิณ สืบดี, 4.นางสาวเพียงอุมา โตวัด, 5.นายสมบูรณ์ ขุนศรี ของ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

สำหรับ เพจ ข่าวยอดเยี่ยม ได่แก่  เพจ ชมรมเด็กเก่งก้าวพัฒนา  และ เพจ ชมรมเด็กสร้าง สรรค์สังคม https://www.youtube.com/watch?v=zSVKtx3N954


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“เที่ยวไทยอุ่นใจ” ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย ช่วงคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

“เที่ยวไทยอุ่นใจ” ตำรวจท่องเที่ยวปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัย ช่วงคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวจัดพิธีปล่อยแถวสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สอดรับนโยบายรัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

พิธีจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานศูนย์การค้า One Bangkok Park โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.ผู้บริหารกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คณะทูตานุทูต ข้าราชการตำรวจและหน่วยงานร่วมบูรณาการเข้าร่วม รวม 120 คน

การปล่อยแถวครั้งนี้แสดงถึงความพร้อมของตำรวจท่องเที่ยวในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยมีการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการทำงานผ่านการนำเทคโนโลยีมาใช้ อาทิ

  • รถบริการนักท่องเที่ยว (ศูนย์ปฏิบัติการและควบคุมสั่งการเคลื่อนที่: CCOC)
  • ศูนย์รับแจ้งเหตุสายด่วน 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการสื่อสารได้ 8 ภาษา (อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน และฮินดี)
  • แอปพลิเคชัน (Thailand Tourist Police) TPB-APP เชื่อมการติดต่อนักท่องเที่ยวกับเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์

พร้อมกันนี้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอย่างปลอดภัย งดการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และงดการยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น

“ตำรวจท่องเที่ยวมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจภายใต้แนวคิด ‘ท่องเที่ยวปลอดภัย อุ่นใจไปกับตำรวจท่องเที่ยว’ เพื่อให้เทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความสงบ และสะท้อนภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายเมืองปลอดภัยระดับโลก” พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวในที่สุด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. และภาคีเครือข่าย จ.กำแพงเพชร ร่วม MOU ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ดันเป้าหมาย “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วช. และภาคีเครือข่าย จ.กำแพงเพชร ร่วม MOU ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ดันเป้าหมาย “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ จังหวัดกำแพงเพชร และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกิจกรรม “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทย น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงานและร่วมลงนาม พร้อมด้วย นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมในงาน นอกจากนี้ยังมี นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จากจังหวัดกำแพง เพชร เข้าร่วมลงนามและร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ที่มุ่งขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน วช. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ให้ดำเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ในประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด”

จังหวัดกำแพงเพชรนับเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่เผชิญความเสี่ยงทั้งจากน้ำมากเกินไป เช่น น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และการระบายน้ำไม่ทัน ที่ผ่านมา วช. ได้ดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่แล้ว 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ขอนแก่น ชัยภูมิ สงขลา และพัทลุง โดยมุ่งรับฟังปัญหา ความต้องการ และความท้าทายของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้ มาปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ตลอดจนสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับภูมิภาคและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า วช. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ระยะ 5 ปี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในทุกมิติ ทั้งการอุปโภคบริโภค การผลิต การจัดการภัยพิบัติ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ภายใต้แผนงานสำคัญ “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยจังหวัดกำแพงเพชรเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของแผนงานดังกล่าว จังหวัดกำแพงเพชรเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ มีแม่น้ำปิงเป็นลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และระบบนิเวศของพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากหลายลุ่มน้ำ และเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีบทบาทต่อความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ อย่างไรก็ตาม จังหวัดกำแพงเพชรยังคงเผชิญความท้าทายด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค รวมถึงปัญหาอุทกภัยในบางพื้นที่ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ เชื่อมโยง และอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จังหวัดกำแพง เพชร มีจุดมุ่งหมายในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัต กรรม ตามยุทธศาสตร์ ววน. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืน

ถัดมาเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช. กับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมทั้งร่วมแสดงเจตนารมณ์ ดังนี้

  • นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร
  • นางสาวธวัลรัตน์ อุประนันท์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำวัง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1
  • นายเอกชัย คำธานี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกำแพงเพชร สำนักงานชลประทานที่ 4
  • นางจิราภา หวิงปัด ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7
  • สิบเอก ดร.ณรงค์ อยู่ปาน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
  • นายอนันต์ โฆษิตพิพัฒน์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร
  • นายกฤตวิทย์ สวัสดิ์มงคล หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกำแพงเพชร
  • นายสุจริตกุล อินทะโร กรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร
  • ดร.ธิติ มหบุญพาชัย ประธานหอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร
  • นางสาวอัจจิมา ภูจักรนิน เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมชำนาญงาน นิคมสร้างตนเองทุ่งโพธิ์ทะเล
  • นางสาวลัดดา ยาวิรัชน์ เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

ทั้งนี้ พิธีลงนามดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชรจะนำไปสู่การนำองค์ความรู้ทางวิจัยและนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำ พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.น. เปิดโครงการลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศการปีใหม่ พร้อมตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการเบื้องต้น

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดโครงการลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศการปีใหม่ พร้อมตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการเบื้องต้น

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณกองบังคับการตำรวจจราจร (บก. 02) : กองกำกับการตำรวจจราจร 5 กองบังคับการตำรวจจราจร (กก.5 บก.จร.) จัดให้มีพิธีเปิดโครงการ “ลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศการปีใหม่” โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบ.ช.น.พร้อมคณะฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569” พร้อมมอบนโยบายการบริหารงานด้านความมั่นคงและการจราจรแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมี พ.ต.อ.ณัทศิต สัณห์ปภพ ผู้กำกับการ 5 บก.จร. พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกองกำกับการ 5 บก.จร.ร่วมพิธีเปิดและรับฟังการมอบนโยบาย

พล.ต.ท.สยามฯ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและปัญหาการจราจร จึงต้องยกระดับการทำ งานด้วย การวางแผนและประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดทำแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน ประเมินโอกาสความสำเร็จ การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การสนับสนุนด้านการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการ

ในด้านการแก้ไขปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ ผบช.น. กำหนดแนวทางให้มุ่งลดอุบัติเหตุ เพิ่มความคล่องตัวในการจราจร และลดผลกระทบด้านมลภาวะ พร้อมเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุจุดเกิดเหตุซ้ำซาก และวางแผนแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์วิกฤติ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.ณัทศิตฯ ผกก.5 บก.จร. กล่าวว่า การเปิดกิจกรรมครั้งนึ้ได้บูรณาการ ร่วมกับหน่วยบริการประชาชนภาคีของกองกับการ 5 บก.จร. โดยมีการตรวจเช็คระยะรถฟรีเบื้องต้น 10 รายการ นี้ยังมีการตรวจเช็กควันดำ หากเกินค่ามาตรฐานจะมีใบแจ้งเตือนให้ไปปรับปรุงโดยมีระยะเวลาภายใน 30 วัน

และยังมีการบริการ ของโครงการจุดพักใจ ที่เปิดให้บริการเป็นจุดพักผ่อนสำหรับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ได้มาใช้บริการได้ฟรีในช่วงเวลากลางคืนหรือไม่แตกผู้โดยสารที่นั่งโดยสารรถสาธารณะเห็นว่าไม่ปลอดภัยและเป็นอันตรายหากเจอจุดพักใจก็สามารถใช้บริการเรียกใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เช่นเดียวกัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สตม.จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1

ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ซึ่งอาจจะมีกลุ่มมิจฉาชีพต่างชาติฉวยโอกาสก่ออาชญากรรม ขนวนการคนร้ายข้ามชาติแฝงตัวมาหลบซ่อนในพื้นที่รับผิดชอบที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์การค้า และแหล่งที่พักอาศัยต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ สินของประชาชนในระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญา กรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ในวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 ณ บริเวณหน้าประตู 1 (ทิศตะวันออก) ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุง เทพมหานคร

โดยมี พลตำรวจตรี ปรัชญา ประสานสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นประธาน และมีพลตำรวจตรี ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้ามือง 1 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จำนวน 50 นาย เข้าร่วมพิธีปล่อยแถว ซึ่งมีเป้าหมายระดมกวาดล้างคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) การนำพา และขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย การช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างด้าวให้รอดพ้นจากการจับกุม คนต่างด้าวที่เข้ามาตั้งกลุ่มแก๊งและกระทำความผิด หรือการแสดงสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงการไม่เคารพต่อกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทั้งในที่สาธารณะหรือในสื่อสังคมออนไลน์ก็ตาม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปูพรมกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน-ภัยมั่นคง ‘ตม.ชลบุรี’ รุกหนัก จับพวกทำผิดกฎหมายกว่า 250 ราย

เปิดปฏิบัติการ OPERATION BAD GUYS OUT ปูพรมกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน-ภัยมั่นคง ‘ตม.ชลบุรี’รุกหนัก จับกลุ่มทำผิดกฎหมายกว่า 250 ราย

20 ธันวาคม 2568 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าปฏิบัติการ “OPERATION BAD GUYS OUT” ปูพรมตรวจค้นและกวาดล้างคนต่างด้าวทุกสัญชาติที่กระทำผิดกฎหมายทั่วประเทศ รวมกว่า 144 จุด โดยมีการประชุมสั่งการผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom) รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา ในการประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ. เมืองพัทยา และ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง

ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการตรวจพบข้อมูลข่าวสารว่ามีกลุ่มวัยรุ่นสัญชาติกัมพูชาในหลายพื้นที่ของ จ.ชลบุรี มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และบางส่วนอาจเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งรัดดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง ภายใต้ “OPERATION BAD GUYS OUT” โดยมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยหลัก บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครอง ปูพรมตรวจค้นทั่วราชอาณาจักร

สำหรับพื้นที่เป้าหมาย จ.ชลบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี (ตม.จว.ชลบุรี) สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว เข้าปิดล้อมตรวจค้นแคมป์คนงานและแหล่งที่พักแรงงานต่างด้าว 3 จุด ในพื้นที่ อ.บางละมุง และ อ.ศรีราชา ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา เมียนมา และลาว รวมกว่า 700 คน พบผู้กระทำความผิดมากกว่า 250 คน อยู่ระหว่างการคัดแยก ตรวจสอบสถานะ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เร่งรัดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการคัดกรองบุคคลตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หากพบมีประวัติอาชญากรรมหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง จะถูกปฏิเสธการเข้าเมืองทันที ส่วนผู้ที่เข้ามาแล้วจะมีการติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดในทุกสัญชาติ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงด้านความมั่นคง

ผลการระดมกวาดล้างทั่วประเทศ ณ เวลา 10.59 น. สามารถดำเนินคดีได้รวม 12,833 คดี จับกุมผู้ต้องหา 12,208 ราย แยกตามสัญชาติ ได้แก่ เมียนมา 4,923 ราย, กัมพูชา 506 รา , ลาว 507 ราย, จีน 2,379 ราย, อินเดีย 2,379 ราย, เวียดนาม 124 ราย, รัสเซีย 235 ราย และสัญชาติอื่น ๆ 3,047 ราย ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการปฏิเสธการเข้าเมืองชาวกัมพูชาแล้ว 166 คน

รอง ผบ.ตร. ยังฝากถึงประชาชน หากพบหรือสงสัยว่ามีคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง หรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 หรือแจ้งได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง